[ทดลองอ่าน นิยายแปลลิขสิทธิ์] แผนทวงแค้นของขันทีวายร้าย

ตอนที่ 7 : บทที่ 6 ตบหน้านางตัวร้ายคราที่สอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,086
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 529 ครั้ง
    12 ก.ย. 62

บทที่ 6

ตบหน้านางตัวร้ายคราที่สอง

 



คนผู้หนึ่งย่างกรายออกมาจากหลังต้นไม้ เขามีดวงตาเรียวงาม จมูกได้รูป ผิวพรรณขาวสะอาด กระทั่งชุดขันทีที่สวมใส่ยังไม่อาจบดบังความหมดจดเกลี้ยงเกลาสบายตาสบายใจของเขาได้



หลิงเซียว” โม่ฉีถอนใจด้วยความโล่งอกเล็กน้อย เมื่อเห็นหน้าเขาระบายยิ้มนางจึงเบ้ปาก “เจ้าหัวเราะอะไร



“แม้แต่เจ้าก็ยังหัวเราะข้าเหรอ!” โม่ฉีจ้องมองเขาด้วยความไม่พอใจ



หลิงเซียวอมยิ้ม ดวงตาเรียวสวยหรี่ลงเล็กน้อยก่อเกิดเสน่ห์ชวนลุ่มหลง โม่ฉีกลืนน้ำลาย รู้สึกว่าหลิงเซียวที่เป็นแบบนี้ช่างเจิดจ้าบาดตา นางขมวดคิ้วเล็กน้อย ด้วยขี้เกียจสนทนากับเขาจึงกลอกตา หันหลังกลับเตรียมเดินจากไป



หลิงเซียวเรียกนางไว้



โม่ฉีหันกลับมาอย่างหมดความอดทน “มีอะไร”



หลิงเซียวจับจ้องนางและเดินเข้าไปใกล้ “เมื่อกี้ข้าได้ยินที่เจ้าพูด”



โม่ฉีใจฝ่อ ประสานมือเอาไว้ จ้องหน้าหลิงเซียว ถามว่า “ละ...แล้วอย่างไรล่ะ!



“เจ้าไม่พอใจหลินมามามากเลยหรือ” หลิงเซียวจงใจถามทั้งๆ ที่รู้



โม่ฉีหัวเราะเยาะ “ก็แล้วอย่างไรล่ะ”



หลิงเซียวก้มหน้าลง “เจ้าอยู่ในวังนี้ อย่างไรก็ต้องพึ่งพาหลินมามา”



โม่ฉีนิ่งอึ้งมองหลิงเซียว สายตาเขาอบอุ่น ใบหน้าระบายยิ้มบางเสมือนชายหนุ่มผู้ปกป้องนางมาสิบปีได้กลับมาแล้ว นางกะพริบตาอย่างงงงวย การแสดงออกของหลิงเซียวที่อยู่ตรงหน้าช่างชัดแจ้ง ความปีติยินดีพลันวิ่งผ่านหัวใจนาง



“หลิงเซียว เจ้าพูดอย่างนี้คือกำลังชะ...ช่วยข้า หมายความว่า...เจ้า...เจ้าหายโกรธข้าแล้ว?”



โม่ฉียิ้มอย่างดีใจ หลิงเซียวพยักหน้าช้าๆ มุมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อยอย่างมีเสน่ห์



โม่ฉีหัวเราะเบิกบาน “ข้ารู้! ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้ารักข้าที่สุด! จะต้องไม่มีวันปล่อยให้ข้าเสียใจ ไม่ทำให้ข้าลำบากใจและไม่ยอมให้ข้าถูกรังแกเด็ดขาด!



โม่ฉีว่าแล้วก็เอ่ยตัดพ้อ “ครั้งนี้เจ้าโกรธนานเกินไปแล้ว!



หลิงเซียวระงับสายตาเย็นชาไว้ “ถ้าไม่ให้บทเรียนสักหน่อยแล้วเจ้าจะจำใส่ใจได้อย่างไร”



โม่ฉีเบะปาก “แต่ว่าข้าถูกแกล้งเจ้าก็ไม่มาช่วย”



หลิงเซียวยิ้มร้าย “ตอนนี้ไม่ใช่ว่าข้ามาแล้วหรือไร”



โม่ฉีแย้มยิ้ม ดึงมือหลิงเซียวแกว่งไปมา “ข้ารู้ว่าเจ้าน่ะดีที่สุด”



หลิงเซียวพยายามข่มกลั้น สุดท้ายก็ไม่ได้ดึงมือออกจากการเกาะกุมของโม่ฉี เพียงแค่แสดงการขัดขืนเล็กน้อยเท่านั้น



โม่ฉีกำลังดื่มด่ำกับความสุขจึงไม่ทันสังเกต เพียงถามว่า “แล้วจะทำเช่นไรต่อ หลิงเซียวเจ้าว่าข้าควรทำอย่างไร แต่ไหนแต่ไรเจ้าก็หัวดีกว่าข้าอยู่แล้ว เจ้าช่วยหาวิธีหน่อยสิ”



สิ่งที่หลิงเซียวต้องการก็คือคำถามเช่นนี้ของโม่ฉี อันที่จริงเขาจะมีความสุขมากถ้าเห็นนางหลังชนฝาไปทุกด้าน แต่นี่ไม่ได้ทำให้นางตกอยู่ในความสิ้นหวังอย่างแท้จริง และไม่สามารถดำเนินแผนการทวงแค้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจกลับไปเป็นเช่นตัวตนในอดีตที่คอย ช่วยเหลือ โม่ฉี และแน่นอนว่า ความช่วยเหลือ นี้ย่อมไม่ใช่อย่างที่เคยช่วยในอดีตเป็นแน่



นอกจากโม่ฉีมีใบหน้าซึ่งสามารถล่อลวงผู้ชายให้ลุ่มหลงแล้ว อย่างอื่นนั้นสามารถพูดได้ว่าไม่มีอะไรดีสักอย่าง อาจมีความระมัดระวังตัวบ้างเล็กน้อย แต่ก็เฉพาะตอนแกล้งทำตัวน่าสงสารต่อหน้าชายที่ตนต้องการใช้ประโยชน์ ยิ่งกว่านั้นนางมั่นใจรูปร่างหน้าตาของตัวเองมาก เชื่อว่าผู้ชายคนไหนหากตกหลุมรักนางแล้วจะปักใจมั่นกับนางตลอดไปจนถอนตัวไม่ขึ้นไม่ว่านางจะทำอะไรก็ตาม ฉะนั้นนางต้องเข้าใจว่าตอนนี้เขาหายโกรธแล้ว และยินยอมอะลุ่มอล่วยกับนางโดยไม่มีเจตนาร้าย



ความเป็นจริงก็เป็นเหมือนที่หลิงเซียวคิดไม่ผิด โม่ฉีไม่สงสัยเขาเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าของนางปรากฏความลำพองใจอย่างชัดเจน



หลิงเซียวเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งแย้มยิ้มอ่อนโยนยิ่งขึ้น



“หลินมามาเป็นมามาในวังหลวง เป็นมามาของตำหนักฉู่ซิ่ว ซิ่วหนี่ว์ที่เคยมีปฏิสัมพันธ์ด้วยหากไม่ถึงพันก็หลายร้อย เจ้าว่าเจ้าจะอาศัยอะไรให้หลินมามาเห็นความสำคัญของเจ้าล่ะ”



“ข้างดงามที่สุดในหมู่ซิ่วหนี่ว์!” โม่ฉีดึงดัน



หลิงเซียวหัวเราะเยาะ “ใช่ เจ้าสวยที่สุด แต่หลินมามามิใช่บุรุษ แล้วความสวยของเจ้าจะมีประโยชน์อันใด”



“ข้า...” โม่ฉีอับจนคำพูด บ่นพึมพำ “ไยข้าต้องทำให้นางแม่มดแก่เห็นความสำคัญด้วย ข้าไม่ได้จะเป็นสนมของนางเสียหน่อย”



หลิงเซียวกล่าวว่า “ยังมีเวลาอีกระยะหนึ่งกว่าจะถึงการคัดเลือกพระสนม ช่วงนี้เจ้าจะต้องอยู่แต่ในตำหนักฉู่ซิ่วคอยสังเกตสายตาหลินมามา คอยประจบเอาใจไว้ให้มาก รอจนเจ้าได้ออกจากตำหนักฉู่ซิ่วกลายเป็นเจ้านายแล้ว ถึงตอนนั้นจะเล่นงานหลินมามาอย่างไรก็ได้มิใช่หรือ”



โม่ฉีคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นว่าเหมือนมันจะสมเหตุสมผล จึงถามอย่างไม่เต็มใจนัก “เช่นนั้นเจ้าบอกหน่อยสิว่าต้องทำอย่างไร”



“หลินมามาเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง เมื่อเป็นคนย่อมหนีไม่พ้น ความอยาก ความต้องการอำนาจ เงินตรา และกามา ซึ่งสิ่งแรกและสิ่งสุดท้ายอย่างไรนางก็ไม่มี จึงเหลือเพียงการใช้เงินเท่านั้น”



“เจ้า...เจ้าจะให้ข้าติดสินบน?” โม่ฉีทำหน้าพิลึก “ข้าไม่เคยประจบผู้หญิงมาก่อนเลยนะ”



หลิงเซียวทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนหัวเราะเบาๆ “เจ้าจะไม่ทำก็ได้ ไม่ว่าอย่างไรอยู่ในตำหนักฉู่ซิ่วก็น่าเบื่ออยู่แล้ว เจ้าแค่ทนๆ เอาหน่อยก็พอ”



“หา? ทน?” โม่ฉีตัดพ้อ “ไม่มีวิธีอื่นแล้วเหรอ”



ครั้นโม่ฉีเห็นหลิงเซียวแบมือก็ขมวดคิ้ว “เช่นนั้นก็ช่างเถอะ ทนก็ทน! วันนี้ข้าแค่โดนตำหนิเท่านั้น เรื่องนี้ข้ายังพอทนได้จะปล่อยไปก็แล้วกัน แต่ว่าเหอซิ่วหนี่ว์...”



ดวงตาซึ่งเต็มไปด้วยความคับข้องใจของโม่ฉีจับจ้องหลิงเซียว สื่อให้เขาช่วยนางระบายความโกรธนี้



ในใจหลิงเซียวหัวเราะเยาะหยัน แต่กลับทำเป็นพูดปลอบใจ “เรื่องเหอซิ่วหนี่ว์ก็ผ่านไปแล้ว ตอนนี้ข้ายังไม่อยากออกหน้า เจ้าก็ปล่อยผ่านไปเถอะ เดี๋ยวข้าจะไปเตือนๆ ให้ ไว้ครั้งต่อไปที่เจ้าถูกรังแกอีก ข้าจะช่วยจัดการให้เป็นเช่นไร”



โม่ฉีไม่ค่อยพอใจคำพูดของหลิงเซียวเท่าไรนัก แต่ว่าช่วงสองสามวันมานี้นางถูกหลิงเซียวเมินเฉยจึงไม่กล้าเซ้าซี้อะไรอีก



จำเป็นต้องยอมปล่อยวางเรื่องนี้ ก่อนหันหลังจากไป



หลิงเซียวยิ้มเย็นมองเงาร่างด้านหลังนาง หลินมามาแค่ตำหนินางหรือ



ชาติก่อนหลินมามารังเกียจนางมาก แต่เพราะนางมาจากจวนอัครเสนาบดี หลินมามาจึงไม่มีทางเลือก ได้แต่ใช้ฐานะผู้อบรมดูแลโม่ฉีแทนจวนอัครเสนาบดี แต่ละวันที่ต้องฝึกฝนท่ายืน ท่านั่ง ท่าเดินก็จงใจเลือกสถานที่ที่ดวงอาทิตย์ร้อนแรงและลับตาคนเป็นพิเศษ



โม่ฉีเหนื่อยล้าแทบทนไม่ไหว หลิงเซียวจึงเป็นตัวแทนของนางไปติดสินบนหลินมามา ขอให้ช่วยเปลี่ยนท่าทีต่อโม่ฉี อีกทั้งในช่วงนั้นเหอซิ่วหนี่ว์ดึงความสนใจของหลินมามาไปเลยช่วยให้โม่ฉีรอดพ้นความยากลำบากในตำหนักฉู่ซิ่วมาได้



ดูซิว่าหากปราศจากความช่วยเหลือของเขาโม่ฉีจะรอดไปได้สักกี่น้ำ



โม่ฉีอดทนไปได้ไม่นาน แค่วันที่สองนางก็วิ่งร้องไห้มาหาหลิงเซียว พร่ำบ่นถึงความลำบากของตน พร้อมทั้งด่าทอหลินมามาไปยกหนึ่ง



หลิงเซียวฟังอย่างใจเย็น ปลอบใจไปสองสามประโยคเป็นครั้งคราว แต่ไม่ลงมือทำอะไร



โม่ฉีเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่พอใจ พูดสะอึกสะอื้น “หลิงเซียว ครั้งนี้ข้าถูกรังแกจริงๆ นะ เจ้าจะไม่ช่วยข้าเหรอ”



“ข้าช่วยเจ้าไปก่อนนี้แล้วอย่างไร” หลิงเซียวพูดไม่เปลี่ยนสีหน้า “วันก่อนข้าเตือนให้เจ้าติดสินบนหลินมามา เจ้าก็ไม่ยอมนี่”



“แต่...” โม่ฉีกัดริมฝีปากอย่างไม่ยินยอม “แต่ทำไมต้องทำอย่างนั้นเล่า!”



หลิงเซียวยิ้มเยาะ “เพราะตอนนี้หลินมามากดหัวเจ้าอยู่อย่างไรล่ะ”



โม่ฉีนิ่งอึ้ง ก่อนล้วงเอาหยกพกสีสดใสจากตรงหน้าอก กัดฟันพูดว่า “หยกพกนี้นำมาจากข้างนอก ข้าชอบมันมากที่สุด เดี๋ยวยกของชิ้นนี้ให้ไปก็แล้วกัน!



ว่าแล้วก็สาวเท้าจากไป



หลิงเซียวมองตามหลังนาง แล้วมองดูฝ่ามือตน หัวเราะเบาๆ



หลินมามาพบเจอสมบัติล้ำค่าหายากในวังหลวงจนคุ้นชินแล้ว ยังจะมีของล้ำค่าอะไรอีกที่ไม่เคยพบเห็น แล้วจะสนใจหยกพกปลอมย้อมสีที่ซื้อมาจากหาบเร่แผงลอยนอกวังหลวงได้อย่างไร



หลิงเซียวจินตนาการถึงความโกรธของหลินมามาได้เลย



ริ้วรอยยับย่นเต็มหน้า เดือดดาลเป็นฟืนเป็นไฟ ปากอ้าตาค้าง ชี้นิ้วตวาดโม่ฉี “เจ้าเห็นข้าเป็นขอทานหรือ!



หลิงเซียวสนุกกับจินตนาการของตนเอง ในบรรดาสิ่งของของโม่ฉีมีเพียงหยกขาวที่หลานเว่ยมอบให้นางเท่านั้นที่ล้ำค่า แต่นางไม่ชอบที่มันดูเรียบง่ายเกินไปจึงได้โยนมันให้เขา ซึ่งในอดีตหลิงเซียวได้ใช้มันติดสินบนหลินมามา



ขณะนี้มันนอนนิ่งสนิทอยู่ในมือของเขา เขาจับมันเล่น ยิ่งมองยิ่งชอบ ยิ่งคิดก็ยิ่งมีความสุข



ที่ตัวโม่ฉีไม่มีของมีค่า ดังนั้นเขาจึงปล่อยให้โม่ฉีไปติดสินบนหลินมามาด้วยตนเอง หลินมามาผู้นี้เป็นพวกรักศักดิ์ศรีและขี้ระแวง การที่โม่ฉีนำของชิ้นนั้นไปติดสินบนนางจะพาให้นางรู้สึกว่าถูกโม่ฉีดูถูก แล้วทีนี้นางจะถูกโม่ฉีซื้อตัวได้อย่างไร



เท่านี้ความสัมพันธ์ระหว่างหลินมามาและโม่ฉีก็นับว่าจบสิ้นแล้ว



หลิงเซียวยกหยกพกขึ้นอย่างอารมณ์ดี



เขานอนลงบนพื้น นานๆ ทีได้ผ่อนคลายเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นสัมผัสความอบอุ่นของดวงตะวัน แต่จู่ๆ มีเงาดำเคลื่อนมาบดบังสายตา เขาหรี่ตามอง แต่กลับเห็นเพียงเสื้อคลุมสีดำปักดิ้นทอง ซึ่งวังหลวงแห่งนี้มีเพียงผู้เดียวที่ชมชอบสวมเสื้อคลุมสีดำ



หลิงเซียวตะลึงงัน รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาคุกเข่าบนพื้น



ในใจค่อนแคะ ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ที่ไหนทำไมดันเจอฮ่องเต้อยู่เรื่อยเนี่ย!



เป็นฮ่องเต้นี่มีเวลาว่างมากนักหรือไร!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 529 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #171 Burning Princess (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 11:19
    ได้ยินเเน่ๆ
    #171
    0
  2. #169 2531 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 15:19
    😂😂😂😂😂😂
    #169
    0
  3. #162 Yuki101 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 19:32

    ดวงดีจริงจริ๊ง 555 เจอฮ่องเต้บ่อยแล้วนะเออ

    #162
    0
  4. #145 toto (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 02:57

    เจอฮ่องเต้บ่อยเกิน

    #145
    0
  5. #122 kewarinseekaew (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 00:22
    เต้สนใจน้องไง โด
    #122
    0
  6. #102 omuya (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 17:12
    เขาจงใจอะป่าวววว
    #102
    0
  7. #59 Narisa Ren (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 15:02

    เต้อยากเจอหนูไงลูก 5555

    #59
    0
  8. #56 kratairr (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 22:44
    น่าร๊ากกกก
    #56
    0
  9. #45 fernshinee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 09:58
    น้องงงงงงง. 555555555
    #45
    0
  10. #44 Iovelove (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 09:13
    ได้เรือแล้ว55
    #44
    0
  11. #43 Konrafah (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 00:14
    ดวงสมพงมากจ้าาาา
    #43
    0
  12. #41 RongN (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 19:49
    เอาไงดีคะ เรือนี้ควรขึ้นมั้ย 55
    #41
    0
  13. #40 kyohyeE (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 16:23
    จะลงเรือเต้ดีมั้ย ไม่มั่นใจเลย555
    #40
    3
    • #40-2 kyohyeE(จากตอนที่ 7)
      12 กันยายน 2562 / 19:48
      ปะ เรือพิเต้!!!
      #40-2
    • #40-3 yuri23298(จากตอนที่ 7)
      13 กันยายน 2562 / 17:03
      ลงเลยค่ะ เพราะพี่เต้เป็นพระเอกอยู่อล้ว555+
      #40-3
  14. #39 VKK42 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 15:18
    เรือเต้ มาถี่มาก 5555
    #39
    0
  15. #37 ilovejaebum (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 14:31
    เรือนี้เกาะได้ป่าวเนี่ย รู้สึกไม่มั่นคง55555555
    #37
    0
  16. #36 ZiRbuT (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 13:34
    คุยกันหน่อยยอยากรู้จักฮ่องเต้
    #36
    0
  17. #35 KNSE.28 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 13:25
    อยากอ่านต่อแล้ววว
    #35
    0