[ทดลองอ่าน นิยายแปลลิขสิทธิ์] แผนทวงแค้นของขันทีวายร้าย

ตอนที่ 6 : บทที่ 5 ตบหน้านางตัวร้ายคราที่หนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,473
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 519 ครั้ง
    11 ก.ย. 62

บทที่ 5

ตบหน้านางตัวร้ายคราที่หนึ่ง




 

หลิงเซียว ข้าถูกกลั่นแกล้ง!”



หลิงเซียวมองนางอย่างดูแคลน โม่ฉีที่เอาแต่เช็ดน้ำตาจึงไม่ได้สังเกตเห็นท่าทีรังเกียจของหลิงเซียว



“สตรีแซ่เหอนั่นอาศัยความที่สกุลมั่งมี สมาชิกในตระกูลเป็นขุนนางเลยมาดูถูกข้า ฮึก... หลิงเซียว นางทำเช่นนี้ได้เยี่ยงไร พวกเราเก่งกว่าพวกมันตั้งเท่าไร พวกเราที่มาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดจะถูกกดขี่จากคนโบราณอย่างนี้เหรอ!



หลิงเซียวก้มมองนาง โม่ฉีจ้องเขาด้วยดวงตาฉ่ำน้ำและฟ้องอีก “ทำไมเจ้าไม่พูดอะไรเลยล่ะ! หลิงเซียว นางแกล้งข้า...”



หลิงเซียวยิ้มหยัน “สตรีนางนั้นแกล้งเจ้าแล้วเกี่ยวอะไรกับข้า”



“หลิงเซียว ทำไมเจ้าพูดกับข้าอย่างนี้” ดวงตานางตัดพ้อแกมความคับข้องใจ “เจ้ายังโกรธอยู่เหรอ เจ้าจะโกรธไปถึงเมื่อไรกัน!”



โม่ฉีลดเสียงต่ำลง “ตอนนี้หลินมามาก็ช่วยจัดหาตำแหน่งให้เจ้าแล้ว เจ้าอยู่ในวังคอยติดตามข้าดีจะตายไป! เรามาจากที่เดียวกันก็ต้องอยู่ด้วยกันสิ!” นางพูดเหมือนชอบด้วยเหตุผล ทำเอาหลิงเซียวฟังแล้วของขึ้น



ตอนที่หลงรักผู้หญิงคนนี้เขาไม่เคยรู้สึกอะไร แต่มาวันนี้ค่อยรู้สึกว่าการฝืนบังคับใจคนอย่างนี้น่ารังเกียจเพียงใด บอกว่ามาจากที่เดียวกันควรอยู่ด้วยกัน แล้วเหตุใดนางถึงไม่คิดจะตามเขาไปท่องยุทธภพบ้าง



หลิงเซียวค่อนแคะในใจ สีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ตอนนี้หลี่หยวนก็ตายไปแล้ว ตราบใดที่หลินมามาซึ่งเชื่อฟังแต่คำสั่งของอัครเสนาบดีไม่ยื่นมือมาแทรกแซง การบีบโม่ฉีให้ตายก็ง่ายแสนง่าย ที่ยากคือเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากนางตายแล้วต่างหาก เขารู้สึกว่าตนยังไม่ควรวู่วาม ต้องหาเหตุผลอันสมควรก่อนที่จะ...



มิฉะนั้นจะเป็นการหาเรื่องใส่ตัว! เขาไม่อยากทำให้ตนเองเดือดร้อน



เมื่อหลิงเซียวคิดได้เช่นนี้ก็เก็บร่องรอยความเกลียดชังในดวงตาจนมิดชิด



“หลิงเซียว” โม่ฉีลากเสียง ทำท่าน่ารัก เขยิบเข้ามาเล็กน้อย ดึงแขนเสื้อของเขาเอาไว้



หลิงเซียวสะบัดนางออก ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว นางตะลึงไปเล็กน้อย ก่อนกัดฟัน จับมือตนเองไว้ แล้วออดอ้อนว่า



“หลิงเซียวหายโกรธข้าจะได้หรือไม่” นางโอดครวญ “เจ้ารักข้าเป็นที่สุด ข้าเองก็จะปกป้องเจ้า ถ้าหลานเว่ยจะบังคับให้เจ้าชำระกายอีกละก็! ข้าจะปฏิเสธ...”



หลิงเซียวยืนนิ่งขมวดคิ้วมองดูนาง โม่ฉีหรี่ตามองหลิงเซียว “ข้าจะปล่อยให้เจ้าชำระกายได้อย่างไร! เจ้ายังไม่เข้าใจข้าอีกเหรอ”



หางเสียงแฝงการยั่วยวนและกลิ่นอายคลุมเครือ



นี่ไม่ใช่การอ่อยเหยื่อบอกเป็นนัยใช่หรือไม่!



หลิงเซียวตัวสั่นเล็กน้อย เส้นขนทั้งร่างลุกชัน



ก่อนได้ยินโม่ฉีแสร้งตัดพ้อ “ข้าแค่อยากให้เจ้ามาอยู่ข้างๆ ข้า อยู่ในวังนี้ไม่มีคนที่พูดคุยด้วยได้เลย ช่างเหงามากจริงๆ หากมีเจ้าอยู่ข้าจะมีความสุขมาก แต่ไหนแต่ไรเจ้าก็ไม่เคยปล่อยให้ข้าลำบากใจ...”



ว่าแล้วก็กะพริบตาบีบน้ำตาให้หล่นมาสองสามหยด ฟันขาวขบเม้มกลีบปากล่างแดงระเรื่อ “เจ้าดูสิ ข้าเพิ่งมาก็ถูกซิ่วหนี่ว์แซ่เหอนางนี้รังแกเอาแล้ว หากไม่มีเจ้ากระทั่งคนที่ข้าร้องไห้ขอความเป็นธรรมได้ก็ไม่มีเลย ฮือออ”



โม่ฉีปาดน้ำตา แอบมองหลิงเซียว เมื่อไม่เห็นเขามีปฏิกิริยาก็ขมวดคิ้วนิ่วหน้า กัดฟัน และพูดตรงไปตรงมา “แต่ว่าตอนนี้ข้าไม่กลัวแล้ว เพราะมีเจ้าอยู่ด้วย หากข้าถูกรังแกเจ้าก็จะออกหน้าเพื่อข้า ช่วยข้าตอบโต้เหอซิ่วหนี่ว์กลับไปแรงๆ...”



กล้าพูดเช่นนี้ออกมาได้อย่างไรหลิงเซียวตัดบทอย่างเย็นชา



ชาติก่อนเพียงเพราะการร้องทุกข์นี้เขาก็ลงมือจัดการเหอซิ่วหนี่ว์ ช่วยโม่ฉีระบายความเกลียดชังได้ด้วยการวางแผนเพียงเล็กน้อย โดยสร้างรอยร้าวให้ความสัมพันธ์ระหว่างหลินมามาและเหอซิ่วหนี่ว์จนเกิดช่องว่าง กอปรกับเหอซิ่วหนี่ว์ไม่รู้จักปฏิบัติตัวให้ดี ตำหนักฉู่ซิ่วจึงไม่มีที่สำหรับเหอซิ่วหนี่ว์อีกต่อไป



แต่นั่นคือชาติที่แล้ว ชาตินี้เขาจะยังช่วยผู้หญิงคนนี้จัดการอีกทำไม



เมื่อก่อนแค่นางมาร่ำร้องตีโพนตีพายกับเขา เขาก็ลงมือช่วยทันที มีที่แตกต่างกันคือโม่ฉีไม่มีท่าทีหว่านเสน่ห์เหมือนตอนนี้ เนื่องจากชาตินี้เขาไม่ยินยอมโม่ฉีจึงต้องโปรยเสน่ห์ให้เขายอมช่วย ทำเอาหลิงเซียวสะอิดสะเอียนสุดๆ



เขาเริ่มสงสัยสายตาของตนว่าทีแรกเขาชอบผู้หญิงอย่างนี้เข้าไปได้อย่างไรกัน!



แล้วยังเอาตนเองเข้าไปพัวพันเรื่องราวต่างๆ เพื่อช่วยเหลือนางอีกด้วย!



ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งมองโม่ฉีด้วยความไม่พอใจ ความรังเกียจในดวงตาของเขานั้นเพียงพอที่จะสะกิดให้คนหลงตัวเองอย่างโม่ฉีรู้สึก นางขมวดคิ้วเล็กน้อย ระงับสีหน้าเสแสร้งคับข้องใจเอาไว้ และพิศดูหลิงเซียว



“หลิงเซียว เจ้าเปลี่ยนไป เจ้ากลายเป็นคนคิดเล็กคิดน้อยไปแล้ว”



นางเอ่ยเสียงต่ำว่า “แค่เรื่องเล็กน้อยตอนเข้าวังเจ้าจะคิดแค้นไปถึงเมื่อไร! นอกจากนี้เจ้าก็ยังไม่ได้กลายเป็นขันทีนี่นา!



การตัดกล่องดวงใจผู้ชายทิ้งนี่เรื่องเล็ก การใช้งานเขาจนตายนี่ก็เรื่องเล็กงั้นหรือ



“หึๆ” หลิงเซียวแค่นเสียงเย็นชาสองคำ



โม่ฉีกัดฟัน เมื่อเห็นหลิงเซียวไม่คิดจะช่วยนางจริงๆ ก็ได้แต่กระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิด และหันหลังวิ่งจากไป ภายในใจอัดแน่นด้วยความไม่พอใจ



เอาคนคนนี้เข้าวังมามีประโยชน์อะไร! ไม่ใช่เพราะเขาฉลาดเลยต้องการให้คอยติดตามช่วยเหลือนางหรอกหรือ!



สุดท้ายเขากลับไม่ยอมช่วย!



ไม่ช่วยก็อย่าช่วย ไม่ช่วยก็ช่าง! นางยังมีหลานเว่ยอยู่อีกคน! นางแค่ไปหาเสี่ยวหลีจื่อคนส่งสารของหลานเว่ย ให้ส่งสารเรียกหลานเว่ยมาช่วยนาง!



ครั้นโม่ฉีคิดเช่นนี้ก็อดยิ้มเยาะหลิงเซียวไม่ได้



นึกไม่ถึงว่าพอมาถึงห้องเครื่องเล็กที่หลี่หยวนอยู่กลับหาเขาไม่เจอ



เมื่อสอบถามคนอื่นก็ไม่มีใครรู้อะไรเลย



เวลานั้นนางคิดว่าหลี่หยวนอาจออกไปทำธุระจึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ แต่เมื่อผ่านไปสองสามวันนางมาหาหลี่หยวนอีกก็ยังไม่เจอตัว ถึงได้ตระหนักว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง พอลองสอบถามคนอื่นอีกครั้ง แต่ละคนก็มีท่าทางอ้ำอึ้ง อีกทั้งตำแหน่งของหลี่หยวนก็ถูกเปลี่ยนคนไปแล้ว



โม่ฉีตื่นตระหนก ลอบคาดเดาถึงบางสิ่งจนหนาวเหน็บไปทั้งใจ



ขณะนั้นเองหลินมามาที่ออกมาจากทางด้านหนึ่ง เมื่อเห็นท่าทางของนางก็ยิ้มเยาะ แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้นางโง่เช่นนี้ได้อีกต่อไปเลยเรียกนางมายังห้อง และแจ้งข่าวการตายของหลี่หยวน



โม่ฉีตกใจจนลืมตัว “เขาตายแล้ว? คงไม่ใช่เพราะช่วยข้าส่งสารถึงหลานเว่ยหรอกนะ! เช่นนั้นเบื้องบนก็รู้เรื่องที่เราลอบติดต่อกันแล้ว”



หลินมามาเพ่งมองนาง “ไม่ ไม่มีใครรู้ว่าเขาตายเพราะอะไร ข้อความจากผู้ดูแลสวีเพียงแจ้งว่าเขาชนเข้ากับฝ่าบาท จึงถูกพระองค์สั่งประหาร เรื่องการตายของเขาหลิงเซียวรู้ ข้ารู้ คุณชายหลานเว่ยและอัครเสนาบดีล้วนรู้กันหมดแล้ว มีแต่เจ้าที่รู้เรื่องนี้เป็นคนสุดท้าย มิใช่เจ้าควรทบทวนตนเองสักหน่อยหรือ”



“อย่าได้สร้างปัญหาให้จวนอัครเสนาบดี!” หลินมามาเอ่ยอย่างเฉียบขาด




โม่ฉีอึดอัด “ข้ามิได้ทำอะไร...”



หลินมามายิ้มหยัน “สิ่งที่เจ้าทำเพียงพอที่จะทำให้ทุกชีวิตในจวนอัครเสนาบดีหัวหลุดจากบ่าได้ สิ่งที่เจ้าทำเพียงพอที่จะฉุดให้ข้า หลิงเซียว และคนที่เกี่ยวข้องกับจวนอัครเสนาบดีที่อยู่ในวังทั้งหมดต้องติดร่างแหไปด้วย เจ้ายังพูดออกมาได้หรือว่ามิได้ทำอะไร...



“ฮึ่ย!” หลินมามาโกรธจนตัวสั่น “ข้าไม่เข้าใจจริงๆ เพราะเหตุใดจวนอัครเสนาบดีถึงให้คนไม่รู้เรื่องรู้ราวเช่นเจ้าเข้าวังมาได้!



โม่ฉีกลอกตา จะเพราะอะไรได้อีกล่ะ ก็ตาแก่อัครเสนาบดีนั่นไม่ต้องการให้นางยุ่งกับหลานเว่ย นางก็เลยยื่นเงื่อนไขขอเข้าวัง ทั้งยังรับปากเขาว่าภายหน้าเมื่อนางได้ดีแล้วจะไม่ลืมจวนอัครเสนาบดีแน่นอน อัครเสนาบดีเห็นว่านางมีรูปโฉมงดงามเช่นนี้เมื่อเข้าวังไปมีแนวโน้มที่จะได้ดิบได้ดีพอสมควร ด้วยความละโมบมีหรือจะไม่ตกลง!



“อัครเสนาบดีเห็นว่าการตายของหลี่หยวนมีเลศนัย จึงไม่ปล่อยให้คุณชายหลานเว่ยยื่นมือส่งคนมาดูแลเจ้าอีก เจ้าเองก็ระวังตัวให้ดีเถอะ” หลินมามาพูดแล้วก็ถลึงตามองโม่ฉีคราหนึ่ง จากนั้นหันกลับไปเปิดประตูเพื่อไล่นางออกไป



โม่ฉีเดินออกมาด้วยความไม่พอใจ ในใจข่มกลั้นความคับข้องใจเอาไว้จนถึงที่สุด



“กับอีแค่มามาคนหนึ่ง! ทำเป็นวางท่าเสียใหญ่โต!” นางบ่นพึมพำ



“รอให้ข้าได้เป็นฮองเฮาก่อนเถอะ ดูซิว่าข้าจะจัดการกับพวกที่ดูถูกข้าเอาไว้อย่างไร! ชิ!” โม่ฉีพูดอย่างขุ่นเคือง



ทันใดนั้นก็มีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้น



โม่ฉีตกใจตวาด “ใคร! ออกมานะ!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 519 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #144 toto (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 02:41

    นางร้ายชัดๆโม่ฉี

    #144
    0
  2. #42 Konrafah (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 00:10
    ฆ่าตัวตายชัดๆ
    #42
    0
  3. #34 Narisa Ren (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 21:11
    ดูความคิดนางเถอะ รักลงไปได้ยังไง ชาติก่อนเพราะความรักบังตาแท้ๆ
    #34
    0
  4. #33 ZiRbuT (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 17:33
    หยุดมโนก่อน มองดูตัวเองหน่อยยยย
    #33
    0
  5. #32 VKK42 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 16:12
    ใคร????

    ใครก็ได้ปลุกนางให้ตื่นที..
    #32
    0
  6. #31 VKK42 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 16:12
    ใคร????

    ใครก็ได้ปลุกนางที..
    #31
    0
  7. #30 kyohyeE (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 14:53
    ขอบคุณที่แปลนะคะ ❤
    #30
    0