[ทดลองอ่าน นิยายแปลลิขสิทธิ์] แผนทวงแค้นของขันทีวายร้าย

ตอนที่ 14 : บทที่ 13 การตอบโต้โดยไม่คาดฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,443
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 422 ครั้ง
    24 ก.ย. 62

บทที่ 13 

การตอบโต้โดยไม่คาดฝัน


 

“ท่านผู้ดูแล เสี่ยวหลิงจื่อล้มป่วยขอรับ” ขันทีน้อยผู้หนึ่งเอ่ยกับผู้ดูแลสวี


ผู้ดูแลสวีประหลาดใจ ขมวดคิ้วพร้อมลุกขึ้นยืน “ล้มป่วย?


ขันทีน้อยพยักหน้า “ใช่ขอรับ ผู้น้อยเพิ่งจะไปดูมา เขานอนครึ่งเป็นครึ่งตายอยู่บนเตียงขอรับ”


“เจ้าแน่ใจนะ” ผู้ดูแลสวีเลิกคิ้วขึ้น


ขันทีน้อยพยักหน้ารัว “ผู้น้อยแน่ใจมากขอรับ


“เมื่อครู่นี้ท่านให้ข้าไปดูว่าเขาเกิดอะไรขึ้น ผู้น้อยก็เลยไปดู พอไปถึงหน้าประตูร้องเรียกเขาแต่ไม่มีคนขานรับเลยเข้าไปโดยพลการ คนผู้นั้นนอนอยู่บนเตียงอย่างกับเหลือลมหายใจเฮือกสุดท้ายขอรับ 


“ท่านผู้ดูแล ท่านว่าควรหายาไปให้เขาหน่อยไหมขอรับ” ขันทีน้อยถามขึ้น


“ไม่” ผู้ดูแลสวีปฏิเสธทันควัน แล้วอดหัวเราะไม่ได้ “นี่สวรรค์ช่วยข้าแท้ๆ”


เขาหัวเราะอย่างมีความสุขและสั่งว่า “ถ้าไม่มีคำสั่งของเรา ใครก็ห้ามรักษาและให้ยาหลิงเซียว”


ขันทีน้อยตกตะลึง แล้วก้มศีรษะตอบรับคำสั่งด้วยความเชื่อฟังทันใด


ผู้ดูแลสวีหรี่สายตาร้ายกาจลง “เจ้าไปได้แล้ว”


“ขอรับ”


ผู้ดูแลสวีมองตามหลังขันทีน้อยที่ห่างออกไป ก่อนสะบัดแส้หางม้าอย่างสบายใจ ระยะนี้ฮ่องเต้ไว้วางใจหลิงเซียวขึ้นมาก และไม่สนใจเขามานานแล้ว ติดที่เขาไม่รู้จุดอ่อนของหลิงเซียว กอปรกับโอรสสวรรค์ไม่ใช่ผู้ที่จะหลงกลง่ายๆ ก่อนหน้านี้เขาจึงไม่กล้าลงมือทำอะไร


มาวันนี้หลิงเซียวล้มป่วยลงเอง


ถ้าคนผู้หนึ่งป่วยตายก็ไม่สามารถโทษใครได้


ผู้ดูแลสวีหัวเราะอย่างชั่วร้าย

 

 สองวันมานี้ฮ่องเต้รู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง ชุดที่สวมใส่ไม่กระชับ สายรัดเอวหลวม รสชาติอาหารเช้าไม่ถูกต้อง ความรู้สึกตอนฝึกกระบี่ก็ไม่ถูกต้อง


เขาขมวดคิ้ว กวาดมองรอบหนึ่งจึงพบว่าขันทีน้อยที่ก่อนหน้านี้รับใช้ได้ถูกใจตนมาตลอดได้หายไป


ฮ่องเต้นิ่วหน้าเล็กน้อย มองไปยังผู้ดูแลสวีและซักถามว่า “หลิงเซียวเล่า”


ผู้ดูแลสวีตกใจเล็กน้อย แต่คิดอ่านไว้อยู่แล้วจึงก้มศีรษะลงทำความเคารพ ตอบว่า “ฝ่าบาท ขันทีน้อยผู้นั้นป่วยเป็นไข้หวัดมาสองวันแล้ว กระหม่อมเกรงว่าเขาจะนำมาติดฝ่าบาท จึงให้เขาพักผ่อนอยู่ในห้องของตนพ่ะย่ะค่ะ”


ฮ่องเต้เลิกคิ้ว ผู้ดูแลสวีจึงรีบรายงานต่อทันที “กระหม่อมได้ให้คนจัดยาไปให้เขาแล้ว เพียงแต่เกรงว่าระยะนี้เขาจะมารับใช้ฝ่าบาทไม่ไหวพ่ะย่ะค่ะ”


“ร้ายแรงหรือไม่” ฮ่องเต้เม้มปากแล้วสอบถาม


“ไม่นับว่าร้ายแรง เพียงแต่ต้องใช้เวลาพักฟื้นระยะหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ” ผู้ดูแลสวีตอบ


ฮ่องเต้ถอนหายใจแผ่วเบาคราหนึ่ง “คัดโสมร้อยปีต้นหนึ่งนำไปให้เขา แล้วเรียกหมอหลวงไปดูอาการด้วย”


ผู้ดูแลสวีตกตะลึง ชะงักงันไปชั่วแล่น นึกไม่ถึงเลยว่าฮ่องเต้จะให้ความสำคัญกับขันทีน้อยอย่างหลิงเซียวถึงเพียงนี้ ในใจพลันยิ่งเกลียดชังอย่างไม่อาจระงับ ทว่าสีหน้ายังคงแสดงความเคารพ พลางน้อมรับคำสั่ง “พ่ะย่ะค่ะ”


อาจเป็นเพราะการหยุดชะงักเล็กน้อยของผู้ดูแลสวีที่ทำให้ฮ่องเต้ผิดสังเกตเลยมองเขาด้วยสายตาเฉียบคม


ผู้ดูแลสวีถูกจ้องมองจนร่างกายแข็งทื่อ


ฮ่องเต้ดูเหมือนจะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเลยพลันกล่าวว่า “เราไปด้วยกันกับเจ้าดีกว่า”


“ไม่...” ผู้ดูแลสวีปฏิเสธทันควันตามสัญชาตญาณ ทำเอาฮ่องเต้มองเขาเขม็ง ผู้ดูแลสวีลนลานโค้งตัวอธิบาย “ความหมายของกระหม่อมคือฝ่าบาททรงเป็นโอรสสวรรค์จะเสด็จไปยังสถานที่ของข้ารับใช้ได้อย่างไร อีกทั้งเสี่ยวหลิงจื่อก็กำลังป่วยอยู่ หากว่าติดต่อสู่พระองค์ เห็นทีจะมิดีแน่พ่ะย่ะค่ะ”


ฮ่องเต้ไม่พูดไม่จา ผู้ดูแลสวีจึงคุกเข่าลงเบื้องหน้ากล่าวว่า “ขอฝ่าบาทโปรดไตร่ตรอง นึกถึงกายามังกรเป็นหลักพ่ะย่ะค่ะ”


“ลุกขึ้นได้” หลังจากฮ่องเต้เขม้นมองผู้ดูแลสวีอยู่ครู่ใหญ่ก็เอ่ยขึ้นเรียบๆ ผู้ดูแลสวีลุกขึ้นอย่างสั่นกลัว และถามราวกับต้องการหยั่งเชิง “เช่นนั้นกระหม่อมไปตามหมอหลวงให้เสี่ยวหลิงจื่อนะพ่ะย่ะค่ะ”


“อืม” ฮ่องเต้พยักหน้า ผู้ดูแลสวีโค้งคำนับก่อนออกไป


ฮ่องเต้มองตามแผ่นหลังของเขา สีหน้าพลันเย็นชา


ผู้ที่เฝ้ามองตนเติบโตมาก็โกหกได้เช่นกัน เห็นทีจะแก่เกินไปแล้ว


หลังพ้นรัศมีการมองเห็นของฮ่องเต้ ผู้ดูแลสวีก็ไปนำโสมอายุหนึ่งร้อยปีจากท้องพระคลังมาต้นหนึ่ง แล้วจู่ๆ ก็พลันหยุดเดิน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยย่นดำทะมึน


ฝ่าบาทถามถึงเจ้าเด็กหลิงเซียว!ทั้งยังมอบโสมร้อยปีให้ หนำซ้ำยังให้หมอหลวงไปดูอาการอีก!!!


ผู้ดูแลสวียิ่งคิดยิ่งริษยา เพียงขันทีเล็กๆ ที่เพิ่งมาได้ไม่เท่าไรก็ทำให้ฮ่องเต้นึกถึงได้เช่นนี้ การเก็บไว้ในภายภาคหน้าจะกลายเป็นปัญหาใหญ่แน่


เมื่อคิดเช่นนี้ผู้ดูแลสวีก็ไม่สามารถทนต่อไปได้!


เขาถือโสมร้อยปีเอาไว้และหันหลังกลับไปยังห้องของหลิงเซียว


ภายในห้อง ผู้ดูแลสวีปัดแส้หางม้ายืนอยู่ข้างเตียงหลิงเซียว


หลิงเซียวกำลังมึนงง สายตาพร่าเลือนเห็นเพียงเงาร่างคนรางๆ ดูจากเงาที่เห็น เดาจากการที่สวมชุดขันทีสีแดงปักลายเมฆมงคลว่าเป็นผู้ดูแลสวี เขาจึงคร้านจะเปิดปากพูด


สองวันมาแล้วที่ไม่มีใครมายังห้องของเขา ไม่มีใครนำน้ำและอาหารมาให้ จากที่ป่วยอยู่เป็นทุนเดิม มายามนี้ร่างกายเขากลับยิ่งอ่อนแอลงไปอีก หลิงเซียวยังไม่อยากตาย ดังนั้นเขาที่อ่อนแอเช่นนี้จึงได้แต่พยายามถนอมเรี่ยวแรงเอาไว้รอให้อาการป่วยดีขึ้นเองแล้วค่อยออกไปหาอาหารและน้ำดื่มเลยไม่มีแรงพอที่จะสนใจผู้ดูแลสวี


แต่ผู้ดูแลสวีกลับไม่ปล่อยเขาไป


“หลิงเซียว เสี่ยวหลิงจื่อ เจ้ารู้หรือไม่ว่าที่อยู่ในมือของข้าคือสิ่งใด”


ผู้ดูแลสวีอวดกล่องลวดลายประณีตที่อยู่ในมือของตน


หลิงเซียวกลืนน้ำลายลงไปเพื่อหล่อลื่นคอที่แห้งผาก


“นี่คือโสมร้อยปีที่ฝ่าบาทพระราชทาน


“แต่ว่าพระราชทานให้แก่เจ้า” ผู้ดูแลสวีหัวเราะร้ายกาจ “แต่ตอนนี้มันเป็นของข้าแล้ว


“ไม่ใช่แค่นี้นะ รอหลังจากที่เจ้าตาย ข้าจะได้ยิ่งกว่านี้เมื่อฝ่าบาทมีข้าเป็นผู้รับใช้เพียงคนเดียว”


หลิงเซียวขมวดคิ้ว ผู้ดูแลสวีกำลังพูดอะไร!


“หลิงเซียว ขันทีน้อยเช่นเจ้านี้ช่างฉลาดนัก หากเจ้าภักดีต่อข้าอย่างจริงใจละก็ ข้าคงไม่คิดที่จะทำเช่นนี้ เจ้าว่าอย่างนั้นไหม”


หลิงเซียวกัดฟันเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้ง “ท่านต้องการพูดอะไรกันแน่”


“โอ้...” ผู้ดูแลสวีหัวเราะเย็นชา “ไม่เข้าใจหรือ ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร ข้าจะบอกแก่เจ้าทีละเรื่องๆ


“ฝ่าบาททรงมีราชกิจหมื่นพันในแต่ละวันจึงทรงมอบเจ้าให้ข้าดูแล”


หลิงเซียวตกตะลึง ก่อนทำหน้านิ่วคิ้วขมวด


ผู้ดูแลสวีกล่าวแฝงความนัย “ในวังหลวงแห่งนี้ การมีขันทีป่วยตายสักคนสองคนนั้นเป็นเรื่องปกติ เราได้กราบทูลฝ่าบาทไปแล้วว่าเจ้าเป็นหวัด แล้วหลังจากนี้เราค่อยไปกราบทูลฝ่าบาทว่าเจ้าร่างกายอ่อนแอทนการเจ็บป่วยไม่ไหว พอล้มป่วยแล้วก็ไม่อาจลุกขึ้นได้อีก”


หลิงเซียวทราบดีว่าการที่สองวันนี้เขาถูกทอดทิ้งไว้ที่นี่ เป็นเพราะผู้ดูแลสวีต้องการสังหารเขา ให้เขาเกิดและดับไปเอง แต่ไม่รู้ว่ายามนี้ได้รับแรงกระตุ้นใด แม้แต่การปล่อยให้เขาตายไปเองยังทนไม่ได้จึงต้องการสังหารเขาโดยตรง!


หลังจากสังหารเขาแล้วก็ไปเพ็ดทูลหลอกฮ่องเต้บอกว่าเขาป่วยตายไปเอง!


ไม่ได้การ เขาไม่สามารถนั่งงอมืองอเท้ารอความตายเช่นนี้


หลิงเซียวตะเกียกตะกายลุกขึ้นอย่างระโหยโรยแรง ขณะกำลังครุ่นคิดว่าจะหลบหนีไปได้อย่างไร ทันใดนั้นเองก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาจากด้านนอก


มาพร้อมกับเสียงขานร้องของขันที...ฝ่าบาทเสด็จ


ดวงตาหลิงเซียวสว่างวาบ มองฮ่องเต้ในชุดดำเดินนำเข้ามา ตามมาด้วยกลุ่มขันทีและนางกำนัลที่ติดตามอยู่ด้านหลัง


 เมื่อเห็นเช่นนี้ไม่รู้เพราะเหตุใดในใจหลิงเซียวพลันสงบลง


“ฝ่า...ฝ่าบาท...”


เมื่อผู้ดูแลสวีเห็นฮ่องเต้ก็แข้งขาอ่อน ทรุดลงคุกเข่าเบื้องหน้าฮ่องเต้ทำความเคารพ


เขาไม่รู้ว่าเรื่องที่เพิ่งพูดไปเมื่อครู่นี้ฮ่องเต้ได้ยินมากน้อยเพียงใด ทว่าร่างกายกลับสั่นกลัวไม่หยุดจนพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว


ฮ่องเต้มองเขาเงียบๆ จู่ๆ ก็ถามขึ้นว่า “ผู้ดูแลสวี ท่านรับใช้เรามากี่ปีแล้ว”


ผู้ดูแลสวีก้มศีรษะลง “กระหม่อมเริ่มดูแลรับใช้ฝ่าบาทมาตั้งแต่พระองค์มีพระชนมายุห้าชันษาพ่ะย่ะค่ะ”


“ห้าขวบ” ฮ่องเต้ตรึกตรอง “เช่นนั้นท่านควรเข้าใจนิสัยเราได้เป็นอย่างดีสิ”


ผู้ดูแลสวีตะลึงงัน ฮ่องเต้เอ่ยต่อ “เรารังเกียจการหลอกลวงที่สุด”


ผู้ดูแลสวีตกใจมาก เขาพลันเข้าใจแล้วว่าฮ่องเต้ได้ยินทุกคำที่เขาพูดเมื่อครู่นี้ ทำเอายิ่งหวาดหวั่นมากขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ เขาสู้ระมัดระวังตัวมาตลอดหลายปี ไม่เคยหลอกลวงเบื้องสูงแม้แต่เรื่องเดียว มีเพียงครานี้เท่านั้น ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่อาจถูกเปิดโปงได้


เมื่อคิดเช่นนี้เขาจึงลนลานกล่าว “กระหม่อมมิได้หลอกลวงฝ่าบาท กระหม่อมจงรักภักดีต่อฝ่าบาทตลอดมานะพ่ะย่ะค่ะ”


ฮ่องเต้ยังคงนิ่งเฉย ผู้ดูแลสวีกัดฟัน ก่อนกวาดตาไปยังหลิงเซียวที่อยู่บนเตียง และเอ่ยปัดความรับผิดชอบ “เป็นเขา!


“ฝ่าบาท เป็นเขา!เป็นหลิงเซียวที่หลอกลวงตบตาผู้คน เขาจงใจล่อลวงกระหม่อมให้เอ่ยคำพูดเมื่อครู่นี้ ฝ่าบาท กระหม่อมถูกใส่ความพ่ะย่ะค่ะ”


ผู้ดูแลสวีชี้ไปยังหลิงเซียวที่อยู่บนเตียง หลิงเซียวสับสนมึนงง แม้แต่เงาคนยังมองได้ไม่ชัดเจน


ฮ่องเต้ขมวดคิ้วแน่น จับจ้องผู้ดูแลสวีโดยไม่ละสายตา


เขาฟังผู้ดูแลสวีแก้ตัวข้างๆ คูๆ อยู่เงียบๆ จนจบ ดวงเนตรลึกล้ำปิดลง สุดท้ายก็ถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า สวีฉีซานอายุมากแล้ว ไม่เหมาะที่จะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ข้างกายเราอีกต่อไป ให้ปลดออกจากตำแหน่งหัวหน้าขันทีนับแต่นี้ เดิมควรถูกเนรเทศจากวังหลวง แต่เพื่อตอบแทนที่ดูแลเรามากว่ายี่สิบปีจึงอนุญาตให้สวมเครื่องแบบกลับบ้านเกิดได้เป็นกรณีพิเศษ


“ฝ่า...บาท” ผู้ดูแลสวีตะลึงงัน จ้องมองฮ่องเต้อย่างไม่เชื่อสายตา เขารับใช้ฮ่องเต้มาตลอดหลายปีกลับถูกปลดออกเช่นนี้ เขาเป็นขันทีมาตลอดชีวิตจะมีบ้านเกิดได้อย่างไร...


ผู้ดูแลสวีหน้าซีดขาวราวคนตาย


ฮ่องเต้เบนหน้าไปอีกทางไม่มองผู้ดูแลสวีอีก “ลากเขาออกไป”


“พ่ะย่ะค่ะ” ขันทีสองคนก้าวมาจากทางด้านหลังลากตัวผู้ดูแลสวีที่ใบหน้าไร้ชีวิตชีวาออกไป


หลังจากผู้ดูแลสวีถูกลากตัวออกไปแล้ว ฮ่องเต้ก็เดินมายังด้านหน้าหลิงเซียว หลิงเซียวทราบดีว่าเขาควรลุกขึ้นทำความเคารพ แต่หัวสมองที่มึนงงและร่างกายที่โรยแรงกลับทำให้ล้มลงไปทันทีที่ตะเกียกตะกายขึ้นมา และจากการล้มลงครั้งนี้เขาก็สลบไปโดยสมบูรณ์


เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลิงเซียวก็รู้สึกดีขึ้นมากแล้ว ลำคอไม่แห้งผากเกินไป ท้องไม่หิวโหย ดูเหมือนว่าตอนที่เขาสลบอยู่จะมีคนป้อนน้ำและอาหารให้เขา แต่ฉากที่เขาเห็นในตอนนี้กลับไม่ใช่ห้องนอนของเขาก่อนหน้านี้ เขาอยู่ในสถานที่ที่ใหญ่กว่าและงดงามกว่าห้องนอนก่อนหน้าของเขามาก เขาพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง ทันใดนั้นก็มีขันทีสองคนเข้ามาทำความเคารพหลิงเซียว


“ผู้ดูแลหลิง ท่านเป็นเช่นไรบ้าง”


หลิงเซียวได้ยินการเรียกหาเช่นนี้พลันประหลาดใจ กะพริบตาปริบๆ มองดูขันทีน้อยสองคนที่ทำความเคารพเขาอยู่ด้านหน้า


“พวกเจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ”


ขันทีน้อยทั้งสองกล่าวอย่างนอบน้อม “ผู้ดูแลหลิงขอรับ”


เมื่อเห็นสีหน้าสับสนของหลิงเซียว คนหนึ่งที่ดูเฉลียวฉลาดก็อธิบาย “กงกง เรื่องเป็นเช่นนี้ ฝ่าบาทได้แต่งตั้งให้ท่านเป็นหัวหน้าขันทีขอรับ”


หัวหน้าขันที


หลิงเซียวตกตะลึง “แล้วผู้ดูแลสวีเล่า”


“ผู้ดูแลหลิง ผู้ดูแลสวีถูกฝ่าบาทปลดจากตำแหน่งและขับออกจากวังไปแล้วขอรับ”


หลิงเซียวพลันนึกขึ้นมาได้ เขาคลับคล้ายคลับคลาว่าผู้ดูแลสวีมาพูดถ้อยคำมากมายกับเขา แล้วยังคิดจะสังหารเขาด้วย สุดท้ายโชคร้ายที่ฝ่าบาทมาพบเข้าพอดีจึงได้ถูกเปิดโปงจนสิ้น


นี่เองที่ทำให้ฮ่องเต้ปลดฝ่ายนั้นพ้นจากตำแหน่ง...


เมื่อตำแหน่งผู้ดูแลว่างลง ประกอบกับข้างกายฮ่องเต้นอกจากผู้ดูแลสวีแล้วก็มีแค่ตนเองเพียงคนเดียว ดังนั้นตนเลยได้รับผลประโยชน์ใหญ่หลวงนี้ เพียงไม่นานก็กระโดดขึ้นมาถึงตำแหน่งหัวหน้าขันที ดังนั้นจึงได้รับอานิสงส์เปลี่ยนที่พัก


หลิงเซียวเงยหน้าขึ้นมองรอบๆ ที่นี่นั้นดีกว่าแต่ก่อนยิ่งนัก เตียงประดับม่าน โต๊ะและเก้าอี้ล้วนแต่เป็นหินอ่อน มีการตกแต่งประดับประดาอยู่โดยรอบ และไม่ใช่เพียงแค่นี้บนโต๊ะยังมีเชิงเทียนอีกด้วย ตอนกลางคืนก็ไม่ต้องคลำทางในความมืดอีกแล้ว!


นี่มันโชคดีสุดๆ เลย!!!


การตีพลาดไปกำจัดโดนศัตรูตัวฉกาจที่คอยขัดแข้งขัดขาเขา!ซ้ำได้เลื่อนตำแหน่ง!แล้วยังได้เรือนมาหลังหนึ่ง!


“ผู้ดูแลหลิง” ที่ปากประตูมีคนทำความเคารพเขาอยู่ หลิงเซียวได้สติจึงกระแอมเรียกเสียง แล้วตะโกนไปยังด้านนอก “เข้ามาได้”


ทันใดนั้นขันทีและนางกำนัลสิบกว่าคนก็ทยอยกันเดินเข้าประตูมา ในมือต่างประคองพับผ้า เงินตำลึง หรือสมุนไพรล้ำค่าเอาไว้ และแบ่งออกเป็นสองฝั่ง


ขันทีน้อยที่เป็นผู้นำเดินมาด้านหน้าหลิงเซียว และกล่าวอย่างนอบน้อม “ผู้ดูแลหลิง สิ่งของเหล่านี้คือสิ่งที่ฮ่องเต้พระราชทานให้แก่ท่าน”


“ให้ข้าหรือ” หลิงเซียวทำท่าจะลุกออกจากเตียง ขันทีน้อยสองคนเมื่อครู่นี้รีบนั่งลงสวมรองเท้าให้เขาทันที


หลิงเซียวทำตัวไม่ถูกอยู่บ้างเมื่อได้รับการปรนนิบัติเช่นนี้ เขาลุกจากเตียงมามองดูแพรพรรณ เงินตำลึง และสมุนไพรล้ำค่าแล้วใบหน้าพลันกลายเป็นเซ่อซ่าไป


เขาไม่ได้ฝันไปใช่ไหม


ทำไมจู่ๆ ฮ่องเต้ถึงดีกับเขาขนาดนี้


หลิงเซียวลองตบหน้าตัวเองดู มันเจ็บนิดหน่อย นี่เป็นเรื่องจริง


ขันทีน้อยที่เป็นผู้นำมองดูท่าทางงุนงงของหลิงเซียวก็แอบยิ้ม และกล่าวว่า “ผู้ดูแลหลิง อย่าได้สงสัยเลย นี่เป็นเรื่องจริงขอรับ”


“เจ้ารู้หรือว่าข้าคิดอะไร” หลิงเซียวมองไปยังขันทีน้อยผู้นั้น เขามีหน้าตาคมคาย ใบหน้าอ่อนเยาว์ ดูแล้วอายุไม่มากนัก


ขันทีน้อยยิ้มพูดว่า “ผู้ดูแลหลิงเขียนทุกอย่างไว้บนใบหน้าน่ะขอรับ”


“จริงหรือ” หลิงเซียวลากเสียงยาว พร้อมลูบคลำใบหน้าของตนเอง ขันทีน้อยรู้สึกถึงความไม่สบายใจของหลิงเซียวจึงรีบเปลี่ยนหัวข้อทันที “ผู้ดูแลหลิง ที่จริงแล้วสิ่งของเหล่านี้เป็นฮ่องเต้ทรงชดเชยแก่ท่าน”


“ชดเชย?” หลิงเซียวขมวดคิ้ว


ขันทีน้อยพยักหน้าและอธิบายว่า “ก่อนหน้านี้พวกผู้น้อยได้พบสิ่งของต่างๆ มากมายที่ฮ่องเต้ได้พระราชทานเป็นรางวัลแก่ท่านจากเรือนของผู้ดูแลสวี ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเห็นด้วยพระองค์เองและยังทอดพระเนตรเห็นด้วยว่าห้องของท่านไม่มีสิ่งใดเลย มีเพียงเสื้อผ้าสองชุดเท่านั้น พระองค์รู้สึกผิดต่อท่าน ดังนั้นจึงตั้งใจพระราชทานให้ท่านอีกครั้ง”


หลิงเซียวเงยหน้าขึ้นด้วยเข้าใจในสถานการณ์แล้ว เขาก็คิดอยู่ว่าทำไมจู่ๆ ฮ่องเต้ถึงดีกับเขาขนาดนี้ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง


เดิมทีการที่เขามอบสิ่งของพระราชทานทั้งหมดให้กับผู้ดูแลสวีด้วยความเต็มใจก่อนหน้านี้เป็นแผนทรมานตัวเองเพื่อให้ศัตรูไว้ใจ...


แม้ว่าแผนทรมานตนเองนี้จะยังไม่ทันได้ถูกเปิดเผยเพื่อแก้แค้นผู้ดูแลสวี แต่สิ่งที่ประสบโดยไม่คาดฝันนี้กลับเอื้อประโยชน์ให้เขามากมาย


หลิงเซียวแตะเงินในถาดและยิ้มอย่างชั่วร้าย การล้มป่วยรอบนี้ช่างดีจริงๆ


เมื่อขันทีน้อยเห็นว่าหลิงเซียวไม่พูดอะไรอีกก็ก้มศีรษะลง “ผู้ดูแลหลิง เช่นนั้นพวกผู้น้อยขอตัวกลับไปรายงานฝ่าบาทนะขอรับ”


“รอเดี๋ยว” หลิงเซียวรั้งเขาเอาไว้ ขันทีน้อยหยุดลงหน้าหลิงเซียวด้วยความเคารพ หลิงเซียวมองประเมินขันทีน้อยเยาว์วัยผู้นี้อยู่พักหนึ่ง เขาดูหมดจด นิสัยเรียบร้อย ไม่มีบรรยากาศของขันทีชั่ว มีรอยยิ้มเขินอาย ไม่เหมือนพวกมากเล่ห์ในวังหลวง สายตาแฝงการคิดคำนวณเล็กน้อย ดูแล้วไม่ใช่คนโง่ หลิงเซียวเม้มปากด้วยความพอใจ “เจ้าชื่ออะไร”


ขันทีน้อยตกตะลึงและตอบว่า “ผู้น้อยเสี่ยวหลีจื่อขอรับ”


หลิงเซียวหลุบตาลง “เสี่ยวหลีจื่อ”


“ขอรับ” เสี่ยวหลีจื่อตอบ


หลิงเซียวคลี่ยิ้ม ครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วถามว่า “ตอนนี้ฝ่าบาทอยู่ที่ใด”


“ทรงจัดการราชกิจอยู่ในห้องทรงพระอักษรขอรับ” เสี่ยวหลีจื่อตอบ


หลิงเซียวลูบคางครุ่นคิดเล็กน้อย “เจ้ารอสักครู่”


ว่าแล้วเขาก็หันกลับไปด้านในห้องและสวมชุดออกมา


“ผู้ดูแลหลิง ท่าน...” เสี่ยวหลีจื่อประหลาดใจ


หลิงเซียวเอ่ยยิ้มๆ “ข้าจะไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทพร้อมเจ้า”


ตอนที่เขาพบฮ่องเต้ ฝ่ายนั้นกำลังตรวจฎีกาอยู่


ครั้งนี้แม้ไม่อยากยอมรับ แต่ก็เป็นความจริงที่ว่าเพราะฮ่องเต้มาทันเวลาจึงช่วยเขาเอาไว้ได้


เขาหลิงเซียวมีคุณต้องตอบแทนมีแค้นต้องชำระ บุญคุณครั้งนี้ของฮ่องเต้เขาได้จดจำเอาไว้แล้ว


หลิงเซียวเดินนำเข้าไปคุกเข่าลง โดยมีเสี่ยวหลีจื่อติดตามอยู่ด้านหลัง


ครั้นฮ่องเต้เงยหน้าขึ้นเห็นหลิงเซียวก็ออกจะประหลาดใจอยู่บ้าง


“เจ้าฟื้นแล้ว?”


หลิงเซียวก้มศีรษะลง “นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณจากฝ่าบาท”


ฮ่องเต้เม้มปาก “ลุกขึ้นเถิด เสี่ยวหลีจื่อเจ้าออกไปก่อน”


“พ่ะย่ะค่ะ” ขันทีน้อยที่อยู่ด้านหลังโค้งคำนับและออกไป


หลิงเซียวลุกขึ้นยืน ก้าวสั้นๆ มาตรงหน้า “ให้กระหม่อมช่วยฝนหมึกถวายนะพ่ะย่ะค่ะ”


“รอให้เจ้าหายดีเสียก่อน” ฮ่องเต้เหลือบมองหลิงเซียว ก่อนถามว่า “รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง”


“ดีขึ้นมากแล้วพ่ะย่ะค่ะ” หลิงเซียวตอบ “รอบนี้กระหม่อมล้มป่วยลงกะทันหัน แต่ก็ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วพ่ะย่ะค่ะ”


ฮ่องเต้กล่าว “แพรพรรณที่มอบให้เจ้าก็นำไปตัดเย็บเสื้อผ้าเพิ่มเติมบ้าง”


หลิงเซียวตกตะลึง ฮ่องเต้เป็นห่วงเขา...ในใจพลันรู้สึกอบอุ่นและสั่นไหวเล็กน้อยอย่างช่วยไม่ได้


“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงห่วงใย”


ฮ่องเต้พยักหน้าเล็กน้อยและก้มลงไปสนใจราชกิจต่อโดยไม่สนใจหลิงเซียวอีก กระทั่งสะสางเสร็จแล้วเรื่องหนึ่งถึงค่อยเห็นว่าหลิงเซียวยังคงอยู่ตรงหน้าจึงมองเขาแล้วถามว่า “เจ้ายังมีเรื่องใดหรือ”


หลิงเซียวเม้มปาก คุกเข่าลงกล่าวว่า “ที่กระหม่อมมาครานี้เพื่อขอบพระทัยต่อพระมหากรุณาธิคุณพ่ะย่ะค่ะ

“ขอบพระทัยที่ฝ่าบาททรงช่วยชีวิต ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงให้ความสำคัญ ขอบพระทัยฝ่าบาทที่พระราชทานรางวัลมากมายพ่ะย่ะค่ะ” หลิงเซียวหมอบกรานลงบนพื้น


แม้ขันทีน้อยจะมีสีหน้าซีดเซียวแต่กลับมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะยามที่เอ่ยประโยคเหล่านี้ออกมายิ่งดูอ่อนโยนนุ่มนวลราวกับกระจับที่ถูกกะเทาะเปลือกออกจนดูเปล่งประกายต้องสายตา


ฮ่องเต้เห็นก็อดตะลึงเล็กน้อยไม่ได้ วางพู่กันในมือลงและเอ่ยว่า “ลุกขึ้นเถิด สุขภาพเจ้ายังไม่หายดี ไม่ต้องมากพิธีไป”


หลิงเซียวลุกขึ้นตามคำสั่ง ฮ่องเต้กล่าวว่า “ในเมื่อเจ้าสำนึกในบุญคุณของเรา จงรีบดูแลร่างกายให้หายโดยไวและรีบกลับมาช่วยงานเราเสีย”


“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะระลึกไว้” หลิงเซียวตอบ


ฮ่องเต้เห็นสีหน้าขันทีน้อยมีร่องรอยอ่อนล้าจึงกล่าวว่า “หากมิมีสิ่งใดแล้ว เจ้าจงไปพักผ่อนเสียเถิด”


“กระหม่อมทูลลา” หลิงเซียวเองก็รู้สภาพร่างกายของตนดีจึงไม่คิดฝืน เขาโค้งกายลงคำนับแล้วออกไป


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 422 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #174 Burning Princess (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 13:19
    ถ้าเรื่องที่นายเอกไม่ใช่ขันทีพระเอกรุ้ละก็ไม่อยากคิดเลยT^T
    #174
    0
  2. #152 toto (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 23:47

    กรรมตามสนองแท้ๆผู้ดูแลสหวี

    #152
    0
  3. #127 ilovejaebum (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 17:13
    ถ้าฮ่องเต้รู้มาความจริงทีหลัง ไม่อยากจะคิดเลย TT
    #127
    0
  4. #126 sofar_fa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 22:47
    ไม่คิดว่าจะกำจัดออกไปได้เร็วขนาดนี้นะเนี่ย
    #126
    0
  5. #118 VKK42 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 16:07
    เดี๋ยวน่ะ..อาเซียวรอดจากการโดนเช็ดตัว รอดจากการปิดบังของสงวน อยู่ใช่ไหม?!?
    #118
    1
    • #118-1 treemek1106(จากตอนที่ 14)
      1 ตุลาคม 2562 / 16:58


      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 ตุลาคม 2562 / 16:59
      แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 1 ตุลาคม 2562 / 17:00
      #118-1
  6. #114 raranee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 13:52
    รอคอยมากกกกก
    #114
    0
  7. #112 NavyJelly (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 12:59
    น้องหายไปไม่กี่วันก็คิดถึงซะแล้ว--- ติดใจแล้วล่ะสิ~
    #112
    0
  8. #111 VKK42 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 12:42
    พี่เต้ห่วงแกล่ะ ดูออก อิอิ
    #111
    0
  9. #110 Nublek (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 12:37
    พี่ชอบน้องแน่ๆ ค่ะ ดูออก
    #110
    0
  10. #107 Konrafah (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 12:19
    โชคเข้าข้างน้องมากจ้า
    #107
    0
  11. #105 kyohyeE (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 12:03
    พิเต้หวั่นไหวกะน้องอย่างรุนแรงง
    #105
    0