[ทดลองอ่าน นิยายแปลลิขสิทธิ์] แผนทวงแค้นของขันทีวายร้าย

ตอนที่ 10 : บทที่ 9 ใช้กลอุบายเล็กน้อย 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,073
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 495 ครั้ง
    19 ก.ย. 62

บทที่ 9


ใช้กลอุบายเล็กน้อย 2

 



โม่ฉีมองหลิงเซียวด้วยความพึงพอใจ “เจ้าทำอย่างนี้แต่แรกก็จบ! ไม่น่าบีบบังคับข้าเลย ถ้าข้าได้ดิบได้ดีแล้วจะลืมเจ้าได้อย่างไร เจ้ากับข้ามันคนบ้านเดียวกัน มาจากที่เดียวกันนะ”



หลิงเซียวถูฝ่ามือ พูดอย่างหมดความอดทน “พอแล้ว พูดมา เจ้าต้องการอะไร”



โม่ฉีหารู้ไม่ว่ากำลังหาเรื่องให้ตนเองเสียหน้า “พรุ่งนี้เป็นวันคัดเลือกพระสนม ในฐานะที่เจ้าเป็นคนฉลาด ช่วยข้าคิดหน่อยสิว่าทำอย่างไรถึงจะดึงดูดความสนใจจากฮ่องเต้ได้ ต้องแต่งตัวให้สวยเป็นพิเศษหน่อยหรือไม่ หรือไม่ก็แต่งตัวทันสมัยคล้ายในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดไปเลยดี บางทีมันอาจสะดุดตามากกว่า”



หลิงเซียวยิ้มเยาะ “เจ้าจะให้คนโบราณมาชื่นชมรสนิยมความงามของคนสมัยใหม่หรือ”



โม่ฉีสลดลง “เช่นนั้นเจ้าว่าทำอย่างไรดี”



หลิงเซียวนวดฝ่ามือตนเอง ชาติที่แล้วโม่ฉีก็เคยมาปรึกษาเขา และเพื่อที่จะทำให้โม่ฉีโดดเด่น เขาจึงแอบปะปนเข้าไปในกลุ่มขันทีน้อยที่สามารถเข้าถึงฮ่องเต้ได้ เลยได้รู้ว่าฮ่องเต้โปรดสตรีที่งดงามตามธรรมชาติ



ฉะนั้นเขาจึงให้โม่ฉีปรากฏตัวด้วยใบหน้าธรรมชาติและทำตัวตามสบาย เดิมโม่ฉีงดงามมากอยู่แล้ว ใบหน้าอ่อนใสไม่ประโคมโหมแต่งทำให้นางไม่มีทางพ่ายแพ้ซิ่วหนี่ว์คนอื่น ผนวกกับท่าทางไม่เป็นทางการเลยโดดเด่นออกมาจากกลุ่มซิ่วหนี่ว์ที่ประพฤติตนตามระเบียบกฎเกณฑ์ทุกกระเบียดนิ้วจึงดึงดูดความสนใจของฮ่องเต้มาได้



แต่คราวนี้...หลิงเซียวจะปล่อยให้นางดึงดูดความสนใจของฮ่องเต้ได้อย่างไร



เขาหลบตาครุ่นคิด แล้วอมยิ้มพูดว่า “ฝ่าบาททรงโปรดสตรีที่แต่งหน้าหนา เจ้าสามารถประทินโฉมได้หนาเท่าไรก็เท่านั้นเถอะ จริงสิ พระองค์ยังชอบสตรีที่นิ่งเงียบหน่อย พรุ่งนี้เจ้าก็สงบปากสงบคำหน่อย อย่าพูดมากเกินไป”



โม่ฉีขมวดคิ้ว “แค่...แค่นี้เองเหรอ”



หลิงเซียวยักไหล่ “จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่เจ้า”



โม่ฉีกัดฟัน “หลิงเซียว ข้าเชื่อว่าเจ้าไม่โง่พอที่จะโกหกข้า ถ้าครั้งนี้ข้าไม่ได้รับคัดเลือก เจ้าก็อย่าหวังเลยว่าจะอยู่ดีมีสุข”



นางพ่นถ้อยคำร้ายกาจแล้วหันหลังจากไป หลิงเซียวหัวเราะเยาะ เขาอยากเห็นเหมือนกันว่าโม่ฉีจะทำอย่างไรให้เขาไม่ได้อยู่ดีมีสุข



หลิงเซียวคิดเอาไว้แล้วว่าหากต้องการมีที่ยืนในวังหลวงแห่งนี้จำเป็นต้องมีผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่ง



ใครคือผู้สนับสนุนที่ทรงอำนาจที่สุดในวังหลวงนี้ แน่นอนว่ามีเพียงคนเดียวเท่านั้น



อดีตนั้นไม่ใช่เพราะโม่ฉีได้อยู่ใกล้ชิดฮ่องเต้หรอกหรือถึงได้ขึ้นสู่จุดสูงสุดในชีวิต เช่นนั้นคราวนี้ไม่สู้เปลี่ยนเป็นเขาแทนดีกว่า



เขาไม่อาจเกิดใหม่อย่างสูญเปล่า



เหตุการณ์ที่ผ่านมาน่าจะชวนให้ฮ่องเต้ประทับใจเขาอยู่บ้าง ยังไม่ต้องพูดถึงความประทับใจ แค่ความสนใจก็คงไม่ใช่น้อยแน่นอน มิฉะนั้นคงฆ่าปิดปากเขาไปตั้งแต่วันแรกที่พบสารนั่นแล้ว



ยิ่งกว่านั้นเขามั่นใจมากว่าจะทำให้ฮ่องเต้โปรดปรานได้



ชาติก่อนโม่ฉีชอบฮ่องเต้ และเพื่อให้โม่ฉีได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ หลิงเซียวจึงสืบดูความสนใจและงานอดิเรกของฮ่องเต้ ไม่ว่าฮ่องเต้จะชอบกินอะไร ชอบสภาพอากาศแบบไหน ชอบทำอะไร ตื่นเวลาไหน เข้านอนตอนไหน ตรวจฎีกาเวลาใด เขาล้วนเข้าใจเป็นอย่างดี เขาใช้สิ่งเหล่านี้ทำให้โม่ฉีกลายเป็นสตรีที่เข้าใจฮ่องเต้มากที่สุด



อาจกล่าวได้ว่าการที่โม่ฉีได้รับความเอ็นดูอย่างมาก ความดีความชอบส่วนใหญ่เป็นของหลิงเซียว



ชาตินี้หลิงเซียวจะลงชิงตำแหน่งขันทีน้อยข้างกายฮ่องเต้



เขาว่ามันไม่ยากนักหรอก



หากเป็นไปได้เขาก็ไม่ต้องการพึ่งพาฮ่องเต้ ทว่าเขาไร้อำนาจและอิทธิพลในวังหลวงนี้จึงจำเป็นต้องหาที่พึ่ง ที่สำคัญที่สุดเขาไม่สามารถเป็นขันทีได้ตลอดชีวิต เขาจำเป็นต้องคิดหาทางหนีทีไล่ของตัวเองเอาไว้ด้วย



ชาติก่อนเขาไม่ได้ติดต่อฮ่องเต้โดยตรงมากนัก ฮ่องเต้นับว่าเป็นผู้ที่ระรานเขาน้อยที่สุดแล้ว มีเพียงบางครั้งที่เขาปฏิบัติตนผิดระเบียบก็จะถูกผู้ดูแลสวีที่อยู่ข้างกายฮ่องเต้ตำหนิเอาบ้างสองสามประโยค และเคยถูกโบยเพราะทำผิดอยู่สองสามครั้ง



เมื่อเทียบกับคนที่เคยดูถูกเขาแล้ว ฮ่องเต้ผู้นี้ยังดีกว่ามากนัก



แม้เขาจะยังโกรธเรื่องที่ถูกโบยสองสามครั้งนั้น แต่สามารถเก็บเอาไว้ค่อยๆ คิดบัญชีทีหลังได้



สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือการจัดการกับโม่ฉี



หลิงเซียวมั่นใจว่าคนโง่เขลาไม่รู้จักคิดเช่นนางสามารถทำอะไรก็ได้ ซ้ำนางยังกุมจุดอ่อนของเขาไว้



แต่เขาจะปล่อยให้นางสมปรารถนาได้อย่างไร



ครั้นรอจนเขาได้อยู่ข้างกายฮ่องเต้ คอยกีดกันนางออกไป เขาไม่เชื่อว่านางจะยังสามารถเปิดโปงเขาได้ และถึงแม้ว่านางจะสามารถทำได้ ทว่าจวนอัครเสนาบดีย่อมไม่มีทางปล่อยให้นางทำตัวจาบจ้วงแบบนั้นแน่



ตอนนี้นางผูกติดอยู่กับชะตากรรมของจวนอัครเสนาบดี



หลิงเซียวจึงตัดสินใจคิดหาวิธีว่าจะเข้าใกล้ฮ่องเต้ได้อย่างไร

 




เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วกระทั่งวันรุ่งขึ้นมาถึงอย่างเงียบๆ



โม่ฉีเชื่อคำพูดของหลิงเซียวจริงๆ นางประทินโฉมอย่างประณีตบรรจงมาหนาจัด สวมชุดสีแดงคลุมกาย เสริมให้ภาพลักษณ์เด็กสาวบริสุทธิ์ไร้เดียงสายั่วยวนขึ้นหลายส่วน



เมื่อเดินออกมานางก็ไปรวมกลุ่มอยู่กับเหล่าซิ่วหนี่ว์ด้วยท่าทีหยิ่งผยอง สีหน้ามั่นใจในรูปลักษณ์ของตนอย่างถึงที่สุด



ใต้หล้านี้ย่อมไม่มีผู้ใดงดงามเทียมนางได้ นางมั่นใจอย่างยิ่งต่อการคัดเลือกครั้งนี้



หลิงเซียวมองด้วยสายตาเย็นชา เขาพร้อมขันทีอีกหลายคนคอยอารักขาซิ่วหนี่ว์กลุ่มนี้ไปยังใจกลางอุทยานหลวง พอไปถึงบรรดาซิ่วหนี่ว์ก็แบ่งกลุ่มยืนเรียงเป็นแถวหลายแถว หลิงเซียวและขันทีน้อยคนอื่นยืนอยู่ด้านหลังกลุ่มซิ่วหนี่ว์เพื่อรอรับคำสั่งตลอดเวลา



เมื่อล่วงเข้าประมาณยามเซิน[1]ปรากฏเงาร่างเหลืองเรืองรองก้าวเข้ามาจากที่ไกลๆ พร้อมเสียงแจ่มชัดของขันที



ฝ่าบาทเสด็จ”



ผู้คนต่างพากันหมอบกรานลง



หลังทุกคนลุกขึ้นแล้ว ฮ่องเต้กวาดตาไปยังกลุ่มซิ่วหนี่ว์จนหยุดอยู่ที่หลิงเซียวชั่ววูบ จากนั้นจึงเอื้อมมือไปพลิกป้ายบางชิ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ดูแลสวีน้อมรับบัญชาตรวจรายชื่อผู้ที่ถูกพลิกป้ายทีละคน



คาดไม่ถึงว่าในจำนวนนั้นมีชื่อของโม่ฉีอยู่ด้วย!!!



หลิงเซียวได้แต่กลอกตา ดูเหมือนรัศมีของโม่ฉีจะทรงพลังยิ่งนัก



ขณะที่หลิงเซียวกำลังคร่ำครวญอยู่นั้นก็ได้ยินการอวยยศให้แก่ผู้ที่ถูกพลิกป้ายทีละคน!



ทำเอาหลิงเซียวตกตะลึง! ชาติที่แล้วยังต้องรอสองสามวันค่อยมีราชโองการแต่งตั้ง แต่ชาตินี้กลับแต่งตั้งทันที



เขาจำได้ว่าชาติก่อนมีผู้ได้รับเลือกเก้าคนเหมือนตอนนี้ไม่มีผิด โม่ฉีถูกอวยยศเป็นโม่ไฉเหริน[2]ชั้นเอกลำดับที่สิบเอ็ด และเหอซิ่วหนี่ว์ผู้เคยมีข้อพิพาทกับโม่ฉีได้รับการอวยยศเป็นเหอเป่าหลิน[3]ชั้นรองลำดับที่สิบสาม



ส่วนคนที่เหลือก็ถูกแต่งตั้งเป็นเป่าหลินและไฉหนี่ว์[4]ครั้งนั้นโม่ฉีคือผู้ที่ได้รับตำแหน่งสูงสุดในบรรดาผู้ที่ได้รับการคัดเลือกทั้งเก้าคน



ทว่าครั้งนี้หลังจากที่หลิงเซียวฟังผู้ดูแลสวีประกาศจบ



ปรากฏว่าเหอซิ่วหนี่ว์และคนอื่นๆ ได้รับการอวยยศเช่นเดียวกับชาติก่อน ทว่าโม่ฉีกลับไม่ได้รับการแต่งตั้ง...



ฮ่องเต้พลิกป้ายโม่ฉี แต่ไม่อวยยศให้ นี่มันเรื่องอะไรกัน



ขณะที่หลิงเซียวกำลังสงสัย ฮ่องเต้ก็นำขันทีกลุ่มหนึ่งจากไปแล้ว



เขาคิดจะตามไปเสนอหน้า ทว่าอยู่ดีๆ ผู้ดูแลสวีก็โผล่มาอยู่ข้างหน้าทำเอาเขาตกใจจนกระโดดโหยง



เขามองผู้ดูแลสวีอย่างขวัญหนีดีฝ่อ พอตั้งสติได้ก็ทักทาย “คารวะท่านผู้ดูแลสวี”



ผู้ดูแลสวีจ้องมองหลิงเซียวด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาทำเอาหลิงเซียวที่ถูกจ้องขนลุกไปทั้งร่าง



ผู้ดูแลสวีพูดกลั้วหัวเราะ “รูปงามจริงหนอ มองก็สบายตา มิน่าเล่าฝ่าบาทถึงโปรดนัก”



หลิงเซียวรู้สึกว่าประโยคนี้เต็มไปด้วยรสเปรี้ยวของน้ำส้มสายชู[5]จึงอดเบ้ปากไม่ได้



ผู้ดูแลสวีแค่นหัวเราะและเอ่ยถึงวัตถุประสงค์ที่มา “ฝ่าบาทมีรับสั่งให้เข้าเฝ้า ตามข้ามา”



เขาตามผู้ดูแลสวีเดินลัดซ้ายเลาะขวามาจนถึงที่หมาย ซึ่งก็คือห้องทรงพระอักษรที่เขามาฝนหมึกให้ฮ่องเต้ในครั้งก่อน



ขณะที่หลิงเซียวกำลังอึ้งอยู่ผู้ดูแลสวีก็ผลักประตูเข้าไปและคุกเข่าลงถวายบังคมต่อฮ่องเต้ที่นั่งอยู่ หลิงเซียวจึงคุกเข่าลงเช่นกัน



ผู้ดูแลสวีรายงาน “ฝ่าบาท นำคนมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”



เมื่อฮ่องเต้ได้ยินก็เงยหน้าขึ้นมองก่อนก้มลงไปอีกครั้ง “เช่นนั้นเจ้าไปได้แล้ว หลิงเซียว มานี่ ฝนหมึก”



หลิงเซียวตกใจ ก่อนเผยยิ้มสดใส ดูเหมือนฮ่องเต้จะถูกใจฝีมือการฝนหมึกของเขาเข้าแล้ว



หลิงเซียวคิดขณะลุกเดินไปยังด้านข้างโต๊ะ ยามเอื้อมมือไปหยิบแท่งหมึกมาจะลงมือฝน เขาก็พบว่าไม่รู้เมื่อไรที่ฮ่องเต้หยุดมือ แล้วใช้แววตาลึกล้ำจับจ้องมือของตน เขาพลันชะงัก รีบวางแท่งหมึกลง และโน้มตัวเตรียมคุกเข่าลงขออภัยโทษ แต่ฮ่องเต้ยับยั้งไว้ “เจ้าทำต่อเถอะ เราเพียงต้องการดูเท่านั้น”



หลิงเซียวนำแท่งหมึกมาฝนเป็นวงอีกครั้งอย่างเก้กัง ในใจอึดอัด



ฮ่องเต้ชำเลืองมองแล้วก็รู้สึกว่าน่าขันอยู่บ้าง “เจ้ากลัวเรามากหรือ



หลิงเซียวตระหนก เขาเม้มริมฝีปากครุ่นคิด “ฝ่าบาทประสงค์ฟังความจริงหรือความเท็จพ่ะย่ะค่ะ



ฮ่องเต้เลิกคิ้วและเอนหลังพิงพนัก มือประสานกัน สีหน้าไม่เข้าใจ



หลิงเซียวลอบสังเกตฮ่องเต้ เห็นสีหน้าไม่เข้าใจ จึงไม่กล้าเล่นแง่อีก กล่าวออกไปตามตรง “กระหม่อมมิได้หวาดกลัวฝ่าบาท หากแต่เป็นความยำเกรง ฝ่าบาททรงเป็นโอรสสวรรค์ ฐานันดรสูงศักดิ์ ทรงปรีชาองอาจ เป็นผู้ที่พวกกระหม่อมต้องแหงนหน้าขึ้นมอง...”



ความจริง” ฮ่องเต้พลันเอ่ยตัดบท



หลิงเซียวถูจมูกแก้เก้อ “กลัว...กลัวมากพ่ะย่ะค่ะ ก็ฝ่าบาททรงถือกระหม่อมเอาไว้ในกำมือ”



ฮ่องเต้มองหลิงเซียวอย่างประหลาดใจเล็กน้อย ท่าทางของขันทีน้อยเต็มไปด้วยความระแวดระวัง จิตใจกระวนกระวาย คอยลอบมองดูเขาราวกับไตร่ตรองอารมณ์ของเขาในขณะนี้ ท่าทางเหมือนคนขี้ขลาดและหวาดกลัวจริงๆ



ถึงกระนั้นนิสัยขี้ขลาดเช่นนี้ยังใจกล้าบอกความจริงต่อหน้าตน



ฮ่องเต้ส่ายหน้าเล็กน้อย ในใจรู้สึกว่าช่างน่าขัน



หลิงเซียวถอนหายใจ ดูเหมือนความจริงใจของเขาจะไม่ทำให้ฮ่องเต้รำคาญ



แม้เขาจะรู้ความชื่นชอบของฮ่องเต้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สนทนากับฮ่องเต้ในระยะประชิด จึงเลี่ยงไม่ได้ที่ในใจจะระแวดระวังอยู่บ้าง เหมือนกับในอดีตชาติไม่มีผิด เขามักระมัดระวังตัวและวิตกกังวลอยู่เสมอ



ฮ่องเต้เห็นความตื่นเต้นของเขาจึงไม่สนทนากับเขาต่อ เพียงแค่ให้เขาฝนหมึกไปเท่านั้น



ขณะรอคอยไปเรื่อยๆ เมื่อใกล้ถึงยามเย็น ผู้ดูแลสวีก็เข้ามาเชิญฮ่องเต้เสวยพระกระยาหาร



ฮ่องเต้รับอาหารในห้องทรงพระอักษร ดังนั้นผู้ที่ต้องทดสอบอาหารในครั้งนี้จึงหนีไม่พ้นหลิงเซียว



หลิงเซียวค่อนข้างพอใจกับหน้าที่นี้ เพราะเขาสามารถกินอาหารทุกอย่างของฮ่องเต้ได้อย่างละนิดละหน่อย พอชิมอาหารที่เรียงรายจนเต็มโต๊ะเบื้องหน้าฮ่องเต้จนครบก็แทบอิ่มแล้ว



ทว่าหลิงเซียวกลับพบว่าทั้งหมดทั้งมวลนั้นมีอาหารที่ฮ่องเต้โปรดปรานน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย



ฮ่องเต้โปรดของเย็นและอาหารรสจัดเช่นเปรี้ยว เผ็ด แต่ว่าอาหารของวังหลวงกลับมีแต่น้ำมัน ทั้งจืดชืดและไร้รสชาติ



บนโต๊ะมีทั้งไก่ เป็ด ห่าน และปลา แต่ไก่กลับเป็นไก่สับ เป็ดเป็นเป็ดผัดน้ำมันงา ห่านเป็นห่านอบน้ำผึ้ง ปลาก็เป็นปลานึ่งซีอิ๊ว บวกกับของบำรุงกำลังรสหวานแสบคออย่างพวกรังนกแล้ว หลิงเซียวสรุปว่าอาหารทั้งโต๊ะนี้หากฮ่องเต้กินได้สักหนึ่งในสิบก็ไม่เลวแล้ว



แน่นอนว่าฮ่องเต้กินไปเพียงสองคำก็วางตะเกียบลง แล้วให้คนมาเก็บอาหารไป หลิงเซียวได้แต่มองแล้วถอนหายใจ ช่วงนี้เป็นฤดูร้อน แต่กลับไม่มีใครเตรียมโจ๊กถั่วเขียวหรือน้ำบ๊วยให้ฮ่องเต้คลายร้อนเลย



หลิงเซียวพลันเข้าใจสาเหตุที่ชาติก่อนฮ่องเต้ไปยังตำหนักของโม่ฉีทุกคืน ต่อให้ไม่ได้ค้างคืนก็ยังคงไปพักผ่อนที่นั่น สาเหตุไม่ใช่อื่นใดแต่เนื่องเพราะตำหนักของโม่ฉียามหน้าร้อนหลิงเซียวมักเตรียมน้ำบ๊วยเอาไว้เสมอ

เมื่อคิดได้เช่นนี้หลิงเซียวก็ฉวยโอกาสช่วงที่ฮ่องเต้ไม่ได้ให้ความสนใจ ติดตามขันทีและนางกำนัลที่มาเก็บสำรับไปยังห้องเครื่องด้วย


[1] เป็นการนับเวลาแบบจีนโบราณ หมายถึงช่วงเวลา15.00 - 16.69 น.

[2] ไฉเหรินคือลำดับพระสนมขั้นห้า(มีทั้งหมดแปดขั้น)

[4] ไฉหนี่ว์คือลำดับพระสนมขั้นแปด(มีทั้งหมดแปดขั้น)

[5] เปรียบถึงอาการหึงหวงหรือริษยา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 495 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #172 Burning Princess (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 12:00
    จะทำอาหารกับน้ำให้กินใช่ไหม
    #172
    0
  2. #148 toto (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 22:49

    ทำไมฮ่องเต้เลือกโม่ฉีทั้งที่รู้ความจริง

    #148
    0
  3. #138 wiliwrrnnnthkal (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 17:39
    ผู้ดูเเลนี่เราค่อนข้างไม่ชอบเขาเลย
    #138
    0
  4. #100 [เสพศิลป์] (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 08:38
    จะรออ่าน ในหนังสือทีเดียว ไม่อยากค้างงงง แต่แปลดีนะ ชอบเลย
    #100
    0
  5. #99 [เสพศิลป์] (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 08:37
    เล่มนานมากปลายเดือนหน้าแหนะ// หลิงๆ เต้เขาตกหลุมเราตั้งแต่ ห้องอักษรแล้ว
    #99
    0
  6. #77 Shakia (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 23:18
    โดนตกเรียบร้อยแล้วจ้าาา //เงินในกระเป๋าสั่นอย่างรุนแรง
    #77
    0
  7. #76 koykam2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 19:32
    ลงจนจบมั้ยคะ

    สนุกดีนะ
    #76
    1
    • #76-1 Chiro(จากตอนที่ 10)
      18 กันยายน 2562 / 21:26
      ตัวอย่างหนังสือค่ะ
      #76-1
  8. #75 mingpong15082000 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 19:23
    หมดตัวแล้วจ้าา รออีกนานเลยกว่าจะได้เล่ม
    #75
    0
  9. #73 sofar_fa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 09:06
    ตกหลุมเรื่องนี้ไปอีกเรื่องเสียแล้ววววว
    #73
    0
  10. #71 ราชันส้ม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 23:01

    อยากได้เล่มแล้ววววเมื่อไหร่จะเดือนตุลาาาาไม่ไหวแล้ววววอ๊ากกกก
    #71
    0
  11. #70 kyohyeE (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 21:54
    เผลอใจกดสั่งเรื่องนี้ไปแล้ว ฮืออ หมดตัวแล้วค่ะ
    #70
    0
  12. #69 Iovelove (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 20:57
    โอ้ย เราติดเรื่องนี้แล้วว
    #69
    0
  13. #68 Konrafah (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 20:22
    สนุกค่ะ ฮองเต้ต้องเอ็นดูน้องแน่ๆ
    #68
    0
  14. #66 a0983450740 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 16:39
    น่าอ่านน่าติดตามต้องไปพรีออเดอร์บ้างแล้ว
    #66
    0
  15. #65 คันซากิ ฮิเมะ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 13:33
    เราได้ทำการพรีหนังสือแล้วเรียบร้อย จนแล้วจ้า555
    #65
    0
  16. #64 raranee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 13:22
    กำลังสนุกเลยค่ะ มาต่อไวๆนะคะ <3
    #64
    0