[ตัวอย่างนิยายแปล ลิขสิทธิ์] มุสิกต้องสาป เล่ม 2 (A Case of Possession)

ตอนที่ 5 : บทที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    22 พ.ย. 61


เวลาที่เหลือของวันนั้นทำให้เขาเหน็ดเหนื่อยสุดใจ เครนบอกเมอร์ริกให้รู้เรื่องนี้และส่งเขาออกไปตามกลิ่นว่าแร็กแคมกำลังมีปัญหาอะไรอยู่จากกลุ่มเพื่อนดื่มและขาไพ่ชาวจีน จากนั้นเครนติดต่อนายธนาคารประจำตัวเพื่อให้แน่ใจว่ามีเงินสดมากพอถ้าต้องใช้ประกันตัวเอง สตีเวน และเมอร์ริกออกมา ถ้าหากกฎหมายเกิดเล่นงานพวกเขาขึ้นมา และยังต้องมีเงินมากพอที่จะพาพวกเขาออกไปจากประเทศนี้อย่างเร่งด่วนได้ด้วย เขาคิดเรื่องนี้ซ้ำอีกและเพิ่มจำนวนเงินขึ้นเผื่อว่าจะต้องเอาตัวลีโอนอราออกไปด้วยถ้าจำเป็น มันอาจไม่จำเป็นก็ได้ แต่ไม่มีใครตอบได้หรอก


เขาพิจารณาภาพรวมของงานเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ตกหล่นเรื่องเร่งด่วนอะไรไปถ้าหากต้องหนีอย่างปุบปับ เขาตอบจดหมายหลายฉบับจากลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งแบบห้วนๆ หลายครั้งที่ญาติคนนี้เรียกร้องเอาส่วนแบ่งในฐานะที่เขาเป็นหัวหน้าครอบครัวทั้งที่เขาไม่ได้เต็มใจและไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เขาเคยปรึกษาทนายแบบตรงๆ จนชวนให้โมโหว่าควรทำอย่างไรดี ในกรณีที่โดนจับด้วยข้อหากระทำสิ่งที่ผิดธรรมชาติ ซึ่งกลายเป็นเรื่องยากเย็นขึ้นทุกที แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเขาจะฝืนและไม่เดินไปที่ห้องของสตีเวน ฝืนใจไม่ส่งจดหมายไปเพิ่ม ได้แต่รอคอยจนกว่าสตีเวนจะโผล่มาเมื่ออยากมา


เขากินอาหารคนเดียวที่ร้านสเต๊ก เพราะเมอร์ริกยังไม่กลับมา ตอนนี้เขากำลังนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาพลางอ่านนิตยสารออลเดอะเยียร์ราวน์ดฉบับล่าสุดอย่างไม่ค่อยสนใจเท่าไร ตอนนั้นเองที่ได้ยินเสียงประตูเปิด


“เลือกเวลาได้เฮงซวยมาก” เขาร้องออกไปโดยไม่ได้เงยขึ้นมอง ขณะที่ฝีเท้าแผ่วเบาเคลื่อนเข้ามาใกล้ “ว่าไง”


ไม่มีคำตอบ แต่เครนรู้สึกถึงแรงกดตรงเอว เขาก้มลงไปมองและเห็นว่ากระดุมเม็ดแรกหลุดออกเอง เลื่อนหลุดออกจากรังดุมแบบอัตโนมัติ


“หวัดดี สตีเวน” เขาพูดโดยไม่ได้มองไปรอบๆ


“หวัดดี” สตีเวนทักตอบและคุกเข่าลงตรงโซฟา ขณะที่กระดุมเม็ดที่เหลือหลุดออกทีละเม็ด

 




เลือด กระดูก กับน้ำลายนก สตีเวนเรียกว่าอย่างนั้น มันคือเวทมนตร์ประหลาดเก่าแก่อันฝังลึกที่สามารถปลุกพลังมหาศาลซึ่งซ่อนอยู่ในสายเลือดของเครนได้ เรื่องที่เกิดเมื่อฤดูใบไม้ผลิเป็นความพยายามของกลุ่มนักเวทที่ต้องการชิงเวทมนตร์ของแม็กพายลอร์ด พวกนั้นใช้ศพของคนตระกูลโวดรีย์ในการทำเรื่องนี้ สตีเวนดึงพลังนั้นกลับมาเมื่อเขาได้ร่วมสายเลือดกับเครน อย่างที่สามจากทั้งหมดนั้น น้ำลายนก นั่นเป็นคำที่ใช้เรียกเพราะๆ ซึ่งเป็นหนทางไปสู่พลังที่มีประสิทธิภาพน้อยที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ พลังไม่ใช่ประเด็นของการทำเรื่องนั้น


ตอนนี้ปากซึ่งร้อนจัดและกระตือรือร้นของสตีเวนอยู่ที่ส่วนนั้นของเครน เลื่อนขึ้นลงซ้ำๆ ปลายลิ้นสะบัดอยู่ตรงส่วนปลายอันลื่นนุ่ม มือแสนวิเศษของเขาที่สามารถทิ่มแทงด้วยเวทมนตร์ตอนนี้เกาะกุมอยู่ที่ต้นขาและสะโพกของเครน ลูบไล้รอยสักรูปนกที่ประดับอยู่ ปลายนิ้วที่ทิ่มแทงของเขาแข็งแกร่งขึ้นขณะที่ความพลุ่งพล่านของเครนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอบสนองความต้องการที่ไม่อาจแอบซ่อนไว้ได้ เห็นได้ชัดว่าเขาตั้งใจที่จะทำให้เครนเสร็จด้วยปากเพียงอย่างเดียว ลิ้นลูบลากไปตามเส้นเลือดปูดโปน ปากเม้มแน่น ฟันขบลงมาแบบพอดี จากนั้นก็ดึงปากออกและลงไปปรนเปรอพวงถุงอันอ่อนนุ่มของเครนต่ออีกครั้ง เครนครางอย่างรวดร้าวเมื่อคนรักถอนปากออก เขาก้มลงมองผมสีน้ำตาลอมแดงของสตีเวน และทันเห็นฝ่ายนั้นเงยขึ้นมามองเขาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์


นี่มันชักจะทนไม่ไหวแล้ว เครนขยุ้มผมหยักศกของสตีเวนและดึงด้วยแรงไม่น้อย “นี่นายน่ะ เอาปากกลับมาที่เดิมเดี๋ยวนี้”


มือของสตีเวนส่งแรงกระตุ้นทิ่มแทงเข้าไปที่สะโพกของเครนราวกับเข็มร้อนๆ ขณะเดียวกันก็เอาปากกลับมาไว้ที่เดิมอย่างว่าง่าย ดูดดุน บดเบียดอย่างแรง


“เด็กดี” เครนพูด “ทีนี้ก็ช่วยตัวเองไปด้วย ฉันอยากให้นายเสร็จตอนที่อมฉันอยู่ลึกๆ และอย่าได้ลองเอาปากออกเชียวนะ”


สตีเวนครางทั้งๆ ที่ปากเต็มแน่น มือของเขาเลื่อนอยู่ที่หว่างขาของตัวเองและเริ่มลงมืออย่างร้อนแรงขณะที่ปากก็ทำหน้าที่ดูดดึงไม่หยุด อีกมือหนึ่งเกาะสะโพกเครนไว้แน่น พลังที่พลุ่งพล่านระหว่างคนทั้งคู่เริ่มเต้นเป็นจังหวะขาดห้วงแบบที่เครนคุ้นเคยดี


“พระเจ้า นายชอบใช่ไหมล่ะ”เขาพูดห้วนๆ “คุกเข่าอมให้ฉัน มือก็ช่วยตัวเองไป เหนี่ยวตัวเองแรงขึ้น แรงอีก”


จังหวะของสตีเวนสะดุดกลางคัน เขาถอยออกไปเล็กน้อยและพูดอู้อี้เพราะมีของเครนอยู่เต็มปากว่า “คุณเอากับปากผมไป ผมก็ช่วยตัวเองไป”


ส่วนอัณฑะนุ่มของเครนหดเกร็งจนเกือบจะเจ็บเมื่อได้ฟัง สำหรับสตีเวน การพูดเรื่องลามกแบบนี้เป็นเรื่องร้ายแรงเท่าที่จะร้ายแรงได้


“ตัวแสบเอ๊ย” เขาขยุ้มผมของชายร่างเล็กกว่าแรงขึ้นและดึงเขามาข้างหน้า “อย่าพูดทั้งๆ ที่อมอยู่เต็มปากซี”


แล้วเขาก็เริ่มลงมือขยับสะโพก ดันเข้าไปลึกเท่าที่จะทำได้ มือของสตีเวนที่ยึดขาเขาอยู่เต้นตุบอย่างแรงด้วยความพึงใจกับความรุนแรงนั้น ขณะที่พยายามควบคุมลิ้นและปากของตัวเอง จากนั้นเขาก็ส่งเสียงเหมือนเจ็บปวดออกมาอย่างปุบปับในลำคอ ร่างเล็กกระตุก ความสุขสุดยอดพุ่งกระจายผ่านนิ้วของเขาเหมือนเศษกระจกแตก และเครนก็ปลดปล่อยทุกอย่างที่เขายั้งไว้ ทั้งยังดันเข้าไปอย่างไร้ความปรานี รู้สึกถึงเสียงเค้นเหมือนหายใจไม่ออกของสตีเวนที่สั่นสะท้านอยู่รอบอวัยวะของตัวเองตอนที่เขาถึงจุดสุดยอดอย่างรุนแรง ปลดปล่อยทุกอย่างเข้าไปในปากของคนรัก


สตีเวนหายใจไม่ทันอยู่สองสามวินาทีและทำท่าเหมือนจะขย้อนออกมา จากนั้นก็กลืนมันเข้าไป ส่วนเครนก็ทิ้งตัวเหมือนทั้งร่างไม่มีกระดูกลงบนโซฟา ปล่อยให้ความสุขที่ยังส่งผลต่อเนื่องค่อยๆ คลายลง ก่อนจะชันศอกและยกตัวขึ้นเพื่อมองคนรัก


ชายร่างเล็กกว่านั่งทับส้นเท้าของตัวเองและเลียปาก รอบดวงตาของเขามีร่องรอยของความอ่อนล้า ส่วนบนหน้าก็มีรอยข่วนน่ากลัวสองสามรอย ดูมอมแมมกว่าที่เคย เขาดูเหมือนหลับไปทั้งๆ ที่สวมสูทถูกๆ ตัวนี้ หรือถ้าจะพูดให้ชัดก็คือ เขาเผลอหลับไปทั้งๆ ที่สวมชุดนี้อยู่ ดวงตาสีทองประกายน้ำตาลมีวงสีทองใสที่แม่งโคตรจะทำให้เครนมีอารมณ์ ส่วนผสมของความพึงพอใจ พลังที่เขาได้รับมา และยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำให้มุมปากอันเก่งกาจของเขาบิดน้อยๆ


เครนเอื้อมมือดึงเขามาจูบ


“นอกจากเรื่องนั้น” เขาพูด “กินอะไรมาหรือยัง”




 

ทั้งคู่นั่งอยู่ในครัว ที่โต๊ะไม้โล่งๆ ระหว่างที่สตีเวนกินพายไก่เย็นชืดชิ้นใหญ่ ส่วนเครนก็ดื่มไวน์เป็นเพื่อนพร้อมกับเล่าเรื่องที่เขาไม่อยากเล่าไปด้วย


สตีเวนนั่งฟังเรื่องที่แร็กแคมข่มขู่เงียบๆ มันไม่ได้ทำให้เขาหมดความอยากอาหาร แต่แววในตาของเขาก็หมองลง เครนมองร่องรอยแห่งความเหนื่อยล้าบนหน้าของเขาและรู้สึกเกลียดแร็กแคมเข้าไส้


“น่าสนใจ” สตีเวนพูดออกมาในที่สุด “ที่เขามาหาคุณ ไม่ได้มาหาผม”


“ก็นายไม่มีเงินนี่”


“ไม่มี ก็จริง แต่... พักหลังมานี่เขาไปโผล่หน้าให้สภาเห็นบ่อยๆ ผมน่าจะคิดได้ว่าเขาอยากใช้ผมเป็นสะพาน”


“แล้วนายควรจะทำยังไงหากเขาพยายามเปิดโปงเรื่องที่นายละเลยต่อหน้าที่ เขาไม่ได้โง่หรอกนะ เขารู้แน่ว่าเรื่องนี้มีผลกับนาย”


“ในขณะที่คุณจ่ายเงินแค่ห้าพันเนี่ยหรือ” สตีเวนถาม


“เปล่า แต่ฉันก็พร้อมจะให้อะไรมันสักอย่าง เงินกับการเดินทางกลับบ้าน”


“จริงหรือ” สตีเวนวางส้อมลง “ลูเชียน...”


“เราไม่ได้โดนกันแค่สองคน” เครนบอก “มันไปขู่เพื่อนฉันคนหนึ่งด้วย แต่อีกคนก็ฆ่าตัวตายไปแล้วเมื่ออาทิตย์ก่อน เขาต้องเป็นเหยื่ออีกคนแน่ๆ ”


“คนนั้นก็เพื่อนหรือ” สตีเวนถามอย่างกังวลขึ้นมา


“ไม่ เป็นคนที่ฉันเกลียด มันตายไปก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ฉันก็เดาเรื่องนี้นะ มันดูจะบังเอิญเกินไปที่คนเซี่ยงไฮ้อีกคนเลือกที่จะฆ่าตัวตายในอาทิตย์นั้น ฉันคิดว่าแร็กแคมต้องการเงินสดเพื่อเอาไปให้ใครสักคนอย่างเร่งด่วน นี่แหละที่เมอร์ริกกำลังหาข่าวอยู่ว่าคนคนนั้นเป็นใคร แต่ถ้านายคิดผิด บางทีมันอาจจะกำลังรวบรวมเงินเพื่อหนีไป แต่ไม่ว่ายังไงนะ ฉันจะจ่ายเงินให้มันออกไปจากประเทศนี้”


สตีเวนเคี้ยวอาหารคำสุดท้ายเต็มปากและขมวดคิ้วนิดๆ “หมอนั่นไม่ได้เป็นปัญหาของเราขนาดนั้นหรอก เพราะฉะนั้นบางทีมันอาจจะกำลังทำอะไรสักอย่างที่ผมก็ยังไม่รู้อยู่”


“พูดถึงปัญหา” เครนพูด “เรื่องนี้เป็นปัญหากับนายขนาดไหน ช่วยพูดตรงๆ ทีเถอะ”


สตีเวนเท้าศอกลงบนโต๊ะและใช้ปลายส้อมเขี่ยนิ้วโป้ง “คือตุลาการก็ไม่จำเป็นต้องสอบสวนอาชญากรรมเล็กๆ น้อยๆ ทั่วไป” เขาเคาะส้อมอย่างใช้ความคิด ปลายเหล็กฉีกออกเหมือนกลีบดอกไม้ “ถ้าแร็กแคมเอาเรื่องผมไปฟ้องกับสภาหรือคณะตุลาการ มันก็คงน่ากลัวและน่าอับอายทีเดียว แต่ก็เท่านั้น พวกเขามีตุลาการไม่พอที่จะมาไล่ใครออกง่ายๆ หรอก” ผู้วิเศษไล่นิ้วไปที่ปลายส้อมและเฝ้าดูมันหมุนเป็นเกลียว “แต่การใช้พลังในทางที่ผิดเพื่อปกปิดอาชญากรรมเป็นเรื่องที่ต่างกันนะ ถ้าเกิดตำรวจสนใจผมขึ้นมา คือหมายถึงจากเรื่องที่เราทำกันน่ะนะ ผมก็ตั้งใจว่าจะรับมือกับมันให้ได้ เอ่อ...” เขาโบกส้อมเบาๆ


“ใช้พลังของนายในทางที่ผิดน่ะหรือ”


“ในแบบที่ควบคุมได้น่ะ”


“แน่อยู่แล้ว” เครนพูดห้วนๆ “แต่ว่ามีเหตุผลอะไรหรือเปล่าที่นายยังไม่สามารถทำแบบนั้นได้ในตอนนี้ แร็กแคมจะบอกหรือพิสูจน์ได้ไหมว่านายทำจริง”


สตีเวนไม่ได้ตอบทันที ตอนนี้เขากำลังสนใจซี่ส้อมอีกสามซี่ที่เหลือ พวกมันกำลังถักตัวเองเป็นเปีย


เครนผู้ซึ่งไม่ได้มีนิสัยชอบทำลายความเงียบนั้น ตอนนี้กำลังเฝ้ารอ


“ถ้าผมเป็นหนึ่งในคนที่กำลังถูกจับตาดู มันก็ออกจะยากหน่อย” สตีเวนพูดออกมาในที่สุด “ถ้ามีคนที่ถูกสงสัยว่าใช้เวทมนตร์หรือใช้พลังในทางที่ผิด เพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานของคนคนนั้นก็อาจได้รับมอบหมายให้คอยจับตามองหรือคอยตักเตือนถ้าหากเห็นการประพฤติตัวที่ไม่เหมาะสม เมื่อคนเราโดนจับตาดู แปลว่าเราโดนหมายหัว และก็ไม่ได้มีผลดีอะไรทั้งสิ้น ถ้าผมโดนจับตามองอยู่และดันไปมีเรื่องกับตำรวจเข้าอีก ผมก็อาจจะเจอปัญหาหนักถ้าผมใช้พลัง แต่ถึงผมไม่ใช้ ผมก็จะเจอปัญหาหนักเหมือนกัน เพราะผมจะโดนจับ ดังนั้นก็... ใช่ นั่นก็จะแย่มากทีเดียว”


“แล้วแร็กแคมสามารถทำให้นายโดนจับตามองได้หรือ”


สตีเวนเอาด้ามส้อมบางๆ นั้นม้วนเข้ากับนิ้วช้าๆ ราวกับมันเป็นกระดาษ “ไม่ ไม่หรอก เขาทำไม่ได้ ไม่ได้เลยแหละ นี่ผมกำลังทำส้อมคุณพังนะ”


“ฉันมีอีก”


“รวยส้อมสินะ” สตีเวนปล่อยเหล็กม้วนงอนั้นลงบนโต๊ะ “ไว้คุยเรื่องนี้กันทีหลังเถอะ ลูเชียน ผมอยากนอนเต็มที”




 

มันควรเป็นค่ำคืนที่งดงาม โดยเฉพาะเมื่อความหงุดหงิดจากการต้องอยู่ห่างกันหายไปแล้ว เครนรู้สึกถึงความเปราะบางในตัวสตีเวนที่เติมเต็มร่างกายของเขาด้วยความเจ็บปวดอันประหลาด และเขาก็ทำรักไปตามความรู้สึกนั้น ทำอย่างระมัดระวังด้วยความรัก สตีเวนกดร่างลงมา เครนลูบไล้ลำคอด้านหลังของชายร่างเล็กขณะที่จูบใบหูของเขา ทุ่มเทความสนใจใคร่รู้ให้กับส่วนที่ไวต่อสัมผัสนั้นจนลมหายใจของสตีเวนขาดห้วง เขาจูบ ลูบ เลียไปทั่วร่างของสตีเวน กอดแน่น จากนั้นเลื่อนลงไปและรับส่วนอ่อนนุ่มของสตีเวนมาไว้ในปาก ใช้ลิ้นไล้มันเบาๆ จนสตีเวนครางออกมา เขาสอดนิ้วลื่นๆ เข้าไปในตัวของสตีเวน กดเบาๆ อย่างถนอม ทำเพื่อปลุกเร้า ไม่ได้รุนแรงเกินไป คืนนี้สตีเวนทั้งอุ่น ยินยอม และยืดหยุ่น ขณะมองหน้าสตีเวนที่กำลังหลับตาและหงายหัวไปข้างหลัง เครนรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนบางอย่าง


“ไม่เป็นไรนะ หนุ่มน้อยที่รัก” เขากระซิบขณะที่เขยิบตัวไปคุกเข่าอยู่หว่างขาของสตีเวน “ฉันจะดูแลนายเอง”


ตาของสตีเวนลืมขึ้น เขาสบตาเครนด้วยดวงตาสีอำพันที่เบิกกว้าง สีหน้าของเขาอ่านไม่ออก มันเกือบจะดูว่างเปล่า แล้วเขาก็ส่ายหน้า ขยับขาและเปลี่ยนไปอยู่ในท่าคุกเข่า หันหน้าไปอีกทาง


“สตีเวน”


“แบบนี้นะ” สตีเวนพูดด้วยเสียงอู้อี้หน่อยๆ


“ท่านี้ฉันจูบนายไม่ได้นี่” ไม่มีท่าไหนที่ทั้งสองจะจูบกันระหว่างทำรักไปด้วยได้ แต่เครนไม่อยากบอกว่าเขาจะมองไม่เห็นความเศร้าบนใบหน้าของสตีเวน หรือรู้สึกถึงความสุขสมของเขา หรือรู้สึกว่าความสุขสมนั้นขาดหายไปผ่านมือที่ทิ่มแทงของอีกฝ่าย “สตีเวน แน่ใจหรือ...”


“แบบนี้ ลูเชียน ทำผมแรงๆ ผมต้องการมัน ได้โปรด”


เครนอ้าปากจะค้านแต่ก็ยั้งตัวเองไว้ แน่นอนว่าสตีเวนมีรสนิยมในการเป็นผู้ถูกกระทำ แต่บางครั้งเขาก็ใช้ร่างกายเพื่อช่วยให้จิตใจสงบ ปล่อยให้ความรู้สึกทางกายอันเข้มข้นกีดกันความอ่อนไหวต่อสิ่งที่เครนมองไม่เห็นและความทรงจำที่เขาไม่อยากให้ใครรู้ ในช่วงเวลาเหล่านั้น สตีเวนจะต้องการการปฏิบัติที่ดิบเถื่อนซึ่งสำหรับเครนเขารู้สึกว่ามันออกจะน่ากลัวอยู่สักหน่อย ส่วนใหญ่แล้วก็เพราะว่าเขาตัวใหญ่และแข็งแรงกว่าจนกลัวว่าจะทำให้อีกฝ่ายเจ็บเข้าจริงๆ และอีกเหตุผลเล็กๆ ก็คือเขากำลังใช้กำลังกับสตีเวนผู้สามารถฆ่าคนได้ด้วยเพียงแค่ความคิด


แต่สตีเวนรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เครนรู้สึกผิดหวัง โกรธอย่างไม่มีเหตุผลด้วยซ้ำที่ความต้องการของเขามันช่างประหลาดและผิดแผก แต่ก็เห็นได้ชัดว่าสองสามวันที่ผ่านมานั้นเกิดความเสียหายขึ้นหลายอย่าง สตีเวนแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน และส่วนใหญ่แล้วเครนก็ไม่สามารถทำให้เขารู้สึกถึงความรักได้ถ้าเกิดเขาต้องการเซ็กซ์ขึ้นมา


“อยากได้แบบนั้นหรือ”


ใช่” สตีเวนพูดผ่านฟันที่ขบไว้


“นายขอเองนะ”


เขาคว้าตัวชายร่างเล็กกว่าและดันเข้าไป ช้าๆ แต่ต่อเนื่อง ทำให้สตีเวนรับความยาวของเขาเข้าไปทีเดียวจนสุด สตีเวนครางออกมาอย่างทนไม่ไหวและปลดปล่อย เครนทำเขาอย่างแรงเหมือนลงโทษ เน้นย้ำอย่างไร้ความปรานีด้วยแรงและขนาดทุกครั้งที่กดเข้าไปจนสตีเวนร้องออกมาดังๆ เขาได้ยินเสียงห่วงทองวงหนาของสร้อยที่สตีเวนสวมกระทบกับหน้าอกของเขาเป็นจังหวะ เครนจับเขาไว้แน่นไม่ปล่อย กดไหล่ผอมของเขาลงกับเตียง และไม่นานหลังจากนั้นสตีเวนก็เสร็จสม ร่างเล็กบอบบางนั้นสั่นและกระตุก ส่งเสียงเหมือนสะอื้น รอยสักนกกางเขนบนหลังกระพือปีกอย่างบ้าคลั่ง


หลังจากนั้นสตีเวนนอนหันหน้าไปอีกทาง เครนโอบไหล่ของเขาไว้ ปลายนิ้วปัดเบาๆ ที่ขนหน้าอกบางๆ ของสตีเวน ทั้งสองนอนแนบชิดกันเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง ความตึงเครียดค่อยๆ คลายออกจากร่างของสตีเวน กล้ามเนื้อที่เขม็งเกร็งคลายออก


สุดท้ายเครนก็เอ่ยปากถามขึ้น “จะไม่บอกฉันจริงๆ หรือ”


สตีเวนนิ่งอยู่ขณะหนึ่งก่อนเอ่ยตอบ “คุณถามว่าแร็กแคมสามารถทำให้ผมโดนจับตามองได้ไหม”


“ซึ่งนายก็บอกว่าไม่ ซึ่งฉันว่าไม่จริง”


“เขาไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นหรอก เพราะผมโดนจับตามองอยู่แล้ว”


มือที่ลูบไล้ของเครนชะงัก “รายชื่อนั้นคือนักเวทที่ต้องสงสัย นายตกเป็นผู้ต้องสงสัยอย่างนั้นหรือ”


“ใช่”


“ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”


“สองสามอาทิตย์ก่อน แต่เพิ่งรู้เมื่อสองวันก่อน”


ทำไม


สตีเวนส่ายหน้า “ไม่สำคัญหรอก”


“สำคัญสิ! นายน่ะหรือเป็นนักเวท ฉันไม่เคยได้ยินอะไรที่ไร้สาระขนาดนี้มาก่อนเลย นายเนี่ยนะ! พวกนั้นมันบ้าหรือเปล่า”


สตีเวนจับมือเครน ประจุไฟฟ้าโอบล้อมนิ้วเรียวของเครนไว้อย่างอบอุ่น “ขอบคุณนะ ลูเชียน การมีคนที่คอยปกป้องเรานี่มันดีจริงๆ ”


“แล้วเพื่อนนายล่ะ ทำไมเธอไม่ปกป้องนาย”


มือของสตีเวนกระตุก “เพราะเธอก็กำลังจับตามองผมอยู่”


“อีชั่วเอ๊ย!


“ไม่ใช่ความผิดเธอ” สตีเวนบอกปัดห้วนๆ “เธอไม่ควรจะบอกผมด้วยซ้ำ มันเป็นคำสั่ง เธอปฏิเสธไม่ได้”


“ปฏิเสธอะไร? ทำไมถึงมีคนที่คิดแบบนั้นได้”


“โอย มันงี่เง่าน่ะ ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นการเข้าใจผิด จริงๆ นะ เป็นเพราะคุณนั่นแหละ”


“ฉันหรือ”


สตีเวนถอนหายใจ “ลูเชียน ทุกครั้งที่เรา นั่นแหละ ทำอะไรก็ตาม พลังที่ถ่ายทอดออกมาทำให้ผมเหมือนบินได้ ตัวคุณเวลาอยู่ในตัวผม แม็กพายลอร์ด พลังต่างๆ ผมซ่อนมันไม่ได้ คนอื่นสังเกตเห็นว่าผมมีแหล่งพลังงานภายนอก ไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไร และ...”


เขาเงียบไป เครนรอฟัง ไม่แน่ใจว่าเขากำลังหมายความว่าอะไร แล้วจู่ๆ ก็เข้าใจสิ่งที่สตีเวนไม่อยากจะพูดออกมา


“นายกำลังจะบอกว่าเพื่อนของนายคิดว่านายปลดพลังคนอื่นอย่างนั้นหรือ” เขาเคยเห็นผลของการทำเช่นนั้นกับตาตัวเองมาแล้ว เมื่อนักเวทใช้มนุษย์คนอื่นเป็นแหล่งพลังงาน สูบเอาชีวิตออกมา สตีเวนเคยบอกว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าใครเป็นนักเวท “แต่พระเจ้าทรงโปรด นายจะไม่ทำแบบนั้นแน่ๆ พวกนั้นต้องรู้ว่านายจะไม่ทำอยู่แล้ว”


สตีเวนนิ่วหน้า “แต่ไม่มีหลักฐานใดที่จะสามารถอธิบายที่มาของพลังได้ ผมไม่สามารถอธิบายได้ แล้วพวกนั้นควรจะคิดยังไงล่ะ”


“นายบอกความจริงไปไม่ได้หรือ” เครนคิดต่ออีกสองสามวินาทีและพูดว่า “อย่างน้อยก็บอกเพื่อนนาย โดยไม่ต้องลงรายละเอียดน่ะ”


“ผมบอกเอสเธอร์ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเวลาคุณพาผมขึ้นเตียง บอกน่ะบอกได้” สตีเวนบอก “แต่ผมไม่อยากบอก หรือไม่ก็แค่อธิบายว่าคุณเป็นแหล่งพลังงานและความหวังอันมหาศาล และก็หวังว่าเธอจะไม่ถามว่าผมเอาพลังงานนั้นมาได้ยังไง ถึงแม้ว่าเธอจะต้องถามแน่ๆ ก็เถอะ แต่ก็ใช่ ทั้งสองทางนั่นแหละ ผมอาจจะบอกเธอว่าคุณคือแหล่งพลังงาน จากนั้นเธอก็ต้องเอาเรื่องนี้ไปรายงานสภาเพื่อบอกว่าทำไมผมถึงไม่ควรถูกจับตามอง”


“ถูก แล้วที่นายไม่ทำนั่นเป็นเพราะ...”


สตีเวนพลิกตัวกลับมามองเขา “คุณลืมไปแล้วหรือว่ามันเกิดอะไรขึ้นเมื่อคราวก่อนที่ผู้ใช้เวทรู้ว่าในเลือดของคุณมีพลังอยู่”


“พวกนั้นมันเป็นนักเวทนี่”


“พวกนั้นเป็นผู้ใช้เวท คุณน่ะเป็นแหล่งพลังงานมนุษย์ที่ไม่มีใครเหมือน และคุณก็รู้ว่าเราต้องการมันขนาดไหน คุณเห็นมาแล้ว ความกระหายพลังงานทำให้ความต้องการเงินหรือเซ็กซ์กลายเป็นเรื่องเล่นๆ ได้เลย และตัวคุณก็เป็นแหล่งพลังงานมหาศาลเดินได้ ไม่เข้าใจหรือไง มันจะไม่ต่างอะไรกับการบอกหมาหิวโซทั้งฝูงว่ามีกระดูกอร่อยๆ เลยล่ะ” เขาหัวเราะนิดๆ “พระเจ้า นี่ถ้าเรื่องที่เกิดขึ้นเวลาเราขึ้นเตียงกันมันสะพัดออกไปนะ มีคนต่อแถวรอคุณยาวเหยียดแน่ๆ คนครึ่งสภาจะยอมก้มหัวให้คุณ”


“สภาของนายหน้าตาดีกันไหมล่ะ”


“ไม่หรอก”


“แม่ง”


“นี่เป็นเรื่องที่น่ากังวลน้อยที่สุดแล้ว” สตีเวนบอก “เพราะคนอีกครึ่งสภาจะคิดว่าต้องทำยังไงถึงจะเอาเลือดคุณมาได้ โดยไม่คิดด้วยว่าคุณจะชอบหรือไม่”


“นี่นายกำลังพูดถึงสภาของนายอยู่ น่าจะเป็นคนมีชื่อเสียงอยู่แล้วนี่”


“มันก็มีชื่อเสียงทั้งนั้นล่ะ จะเกิด ความต้องการที่จะศึกษา, การพิจารณามรดกของแม็กพายลอร์ด, การประเมินสิ่งที่ดียิ่งกว่าแต่ก็หมายความว่าพวกนั้นจะได้ตัวคุณไว้ และไม่มีวันปล่อยไปแน่ บางทีพวกนั้นอาจจะยอมให้ผมเจอคุณ...”


ยอมหรือ”


“เรื่องนี้ผมไม่เชื่อใจเพื่อนร่วมงานของผมหรอก”เสียงของสตีเวนแผ่วไป “นี่แหละที่เป็นประเด็น ลูเชียน ผมคิดว่าจะมีคนต้องการตัวคุณมากมาย ต้องการเอาไปทำอะไรสักอย่าง และผมก็อาจจะไม่สามารถปกป้องคุณจากคนพวกนั้นได้ อย่าว่าแต่คนที่น่ากลัวที่สุดเลย”


เครนใช้นิ้วสางผมสตีเวน “เรื่องนกกางเขนอะไรนี่ต้องหลุดออกไปด้วยหรือ เพื่อนนายจะแก้ต่างแทนนายโดยไม่ต้องลงรายละเอียดไม่ได้หรือ”


“ก็อาจจะ ไม่รู้สิ คงเป็นการผลักภาระไปให้เธอมากเกิน แน่อยู่แล้วว่าการเอาเรื่องนี้ไปให้สภามันเป็นหน้าที่ของเธอ แต่เธอจะเป็นคนตัดสินใจเอง เธออาจจะปกปิดให้ผมถ้าผมบอกทุกอย่าง มันก็แค่...” เกิดความเงียบเนิ่นนาน “ผมไม่อยากทำแบบนั้น”


“ฉันคิดว่านายเชื่อใจเธอ”


“ผมเชื่อ” สตีเวนบอก “เราฝากชีวิตไว้ในมือกันและกันได้ นี่พูดแบบตรงตัวเลย ถ้าผมจะต้องบอกใคร ก็ต้องเป็นเธอนี่แหละ แต่เธอก็ยังจะต้องจับตามองผมอยู่ดี เพราะเธอต้องยอมรับว่าผมอาจจะย้ายข้าง และมันจะปลอดภัยกว่าถ้าไม่มีใครรู้นอกจากผม” ปากของเขาแย้มออกเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับรอยยิ้ม “คนเราไม่ควรรู้สึกอะไรมากกับผู้ใช้เวท เห็นไหมล่ะ ไม่ว่าใครก็พลาดกันได้”


เครนหลับตาใส่ความหมองหม่นบนใบหน้าของสตีเวน “ฉันไม่อยากให้นายอุทิศชีวิตเพื่อปกป้องฉัน ฉันจะไม่ยอมก้มหัวให้สภางี่เง่าของนายหรอก”


“ก็เอาแบบนั้นก่อนแล้วกัน และผมก็ไม่ได้อุทิศตัวด้วย ไม่ได้ใช้พลังในทางที่ผิด ไม่ใช่นักเวท และจะไม่โดนจับ เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด เรื่องโดนจับตามองอะไรนี่มันเข้าใจผิดกันทั้งนั้น ไม่มีอะไรมากกว่านั้นเลย มันก็แค่ทำให้ทางเลือกของผมมีจำกัดถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาจริงๆ นั่นคือสิ่งที่ผมกังวล”


เห็นได้ชัดว่านั่นไม่ใช่ทั้งหมด เครนถอนใจ “ฉันห้ามไม่ให้นายโดนจับไม่ได้หรอกนะ แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ นายก็รู้ว่าฉันจะใช้เงินที่มีทำทุกทางเพื่อจะจัดการกับเรื่องนี้ รวมถึงการจ้างทนายที่ร้ายเหมือนปลาไหลมอเรย์มากกว่าจะเหมือนมนุษย์ด้วย”


“รู้”


เครนขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงไร้อารมณ์ของสตีเวน “สตีเวน ฉันพูดจริง ฉันจะไม่ปล่อยให้นายโดนสอบสวนแน่ อย่าว่าแต่ติดคุกเลย ฉันป้องกันได้ และจะทำด้วย”


“ผมรู้” สตีเวนไม่ได้มองเขา


“ฉันจะเอาชื่อนายให้ทนาย” เครนพูดต่อ “มันจะเป็นความลับ แล้วนายก็จะสามารถใช้พวกเขาได้ตามต้องการ โดยที่ไม่ต้องผ่านฉันเลย”


“ก็ยังต้องพึ่งคุณอยู่ดี”


“ยินดีต้อนรับสู่การใช้ชีวิตเพื่อคนอื่น” เครนพูดห้วนๆ ออกจะรู้สึกเหมือนโดนว่ากระทบกระเทียบด้วยคำตอบที่ไม่ได้มีความปลื้มใจสักเท่าไร “อย่างน้อยฉันก็มีเงิน มีคนเยอะแยะที่ไม่มีทั้งเงินและอำนาจ แล้วยังต้องมาเจอกับเรื่องเฮงซวยนี่อีก เพราะฉะนั้น...”


“ผมรู้ ผมขอโทษ ขอบคุณนะ”


“ฉันไม่ต้องการคำขอบคุณของนาย นายแค่หยุดฉายเดี่ยวเวลาที่ไม่จำเป็นเสียที รู้จักรับความช่วยเหลือเสียบ้าง คนอื่นเขาก็ทำกัน”


สตีเวนยิ้มเหนื่อยๆ ให้และขดร่างซุกในอ้อมกอดของเขา อกของเขา แต่ว่าไม่ได้ตอบอะไรมากกว่านั้น และในไม่กี่นาทีคนรักร่างเล็กก็หลับไป


 



========================================


สิ้นสุดตัวอย่างทดลองอ่าน

เริ่มจำหน่ายในเดือนธันวาคมนี้

=======================================

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #6 ฺBedroom (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 21:55
    เห็นมาม่าชามใหญ่จริงๆ
    #6
    0
  2. #2 Gris_Blanca (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 13:51
    รอนะคะ
    #2
    0
  3. #1 Teatimes Siris (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 11:27
    ไม่เอามาม่าได้ไหม อยากได้ขำๆ แบบเล่มแรก T^T
    #1
    0