[ตัวอย่างนิยายแปล ลิขสิทธิ์] มุสิกต้องสาป เล่ม 2 (A Case of Possession)

ตอนที่ 3 : บทที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 107
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    22 พ.ย. 61


แขกประจำของเดอะเทรเดอร์คือนักเดินทาง นักธุรกิจ มีนักสำรวจกับนักวิชาการอยู่ประปราย นั่นหมายถึงใครก็ตามซึ่งเคยเดินทางไปยังตะวันออกที่ไกลกว่าอินเดียและอยากที่จะพูดคุยเรื่องนี้ ที่นี่ไม่ค่อยจอแจ แต่ก็มีคนกลุ่มเล็กๆ ที่เขารู้จักซึ่งคุ้นเคยกับเมืองจีน เครนไปร่วมวงกับพวกนั้น เขาลากเก้าอี้หนังนิ่มยวบตัวหนึ่งมาและเริ่มดื่มด่ำกับวิสกี้ชั้นดี พลางฟังข่าวล่าสุดของ ทาวน์ครายเออร์ ไปด้วย


ทาวน์ ผู้ซึ่งเครนลืมชื่อจริงๆ ของเขาไปเสียนมนานแล้ว เพิ่งเสร็จสิ้นการเล่าเรื่องความลำบากยากเข็ญในการติดต่อที่ข้องเกี่ยวกับกฎหมายนำเข้า-ส่งออกของมาเก๊า เสียงพึมพำแสดงความเห็นด้วยดังขึ้นเบาๆ ทั่ววง จากนั้นพวกเขาก็หันมาหาเครน เขาได้เล่าเรื่องราวที่น่าฟังเกี่ยวกับการซื้อหุ้นจำนวนเล็กน้อยในร้านเช็ง


“โอ พระเจ้า โวดรีย์!” เชย์ค็อตต์ ชาวชวาพูด “เครน คุณนี่เล่าเรื่องเก่งจริงๆ น่าจะแวะมาที่นี่บ่อยๆ นะ เราไม่เจอคุณนานโข”


“ผมมัวแต่ยุ่งกับเรื่องที่บ้านน่ะ” เครนสังเกตว่าพวกเขาพยักหน้าอย่างเห็นใจ “มีข่าวอะไรใหม่ๆ ไหม ทาวน์ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย”


“ก็...” ทาวน์เกริ่นอย่างครุ่นคิด “คิดว่าคุณคงรู้เรื่องเมอร์ตันอยู่แล้วใช่ไหม”


ริมฝีปากของเครนบิดนิดๆ อย่างเกลียดชัง “มันทำไมหรือ หวังว่าจะลงเรือหนีไปแล้วนะ”


“ลงเรือเที่ยวสุดท้ายแล้ว” เชย์ค็อตต์พูดแบบเป็นจังหวะ “เขาตายแล้วน่ะ เมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง”


สหายหนุ่มผิวแทนซึ่งดูไม่น่าจะดื่มพึมพำว่า “โอ น่าสงสารจริง ผม เอ่อ เราควรจะ...” เขาทำท่าจะยกแก้วขึ้น


“ผมไม่ดื่มให้เมอร์ตันหรอก” ฮัมฟริสพูดอย่างไร้อารมณ์ เขาเป็นพ่อค้าชาวเซี่ยงไฮ้อีกคน เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เครนรู้สึกว่าชอบพอมากจนไม่ต้องพยายามอดทนกับนิสัยของเขา


“ผมจะดื่มให้การตายของเขาแล้วกัน” เครนเสริม “เขาตายด้วยอุบัติเหตุหรือพ่อแม่ที่กำลังโมโหตามเขาเจอล่ะ”


“อุบัติเหตุน่ะ ตอนล้างปืน” ทาวน์กระแอมไออย่างมีความหมาย


“ไม่ได้โง่อย่างเดียวสินะ ขี้ขลาดด้วย” ฮัมฟริสพูดอย่างดูแคลน จากนั้นก็มองเครนด้วยความกลัวที่เกิดขึ้นมาอย่างทันทีทันใด ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาเพิ่งนึกได้ว่าทั้งพ่อและพี่ชายของเครนต่างก็ฆ่าตัวตายเหมือนกัน “พระเจ้าช่วย โวดรีย์ ผมขอโทษจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะ...”


“ไม่เป็นอะไร” เครนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ยังไงผมก็เห็นด้วยกับคุณ”


“ผมต้องขอโทษอยู่ดี” ฮัมฟริสพยายามเปลี่ยนเรื่อง “นี่ แล้วได้ยินข่าวเรื่องวิลเล็ตต์สหรือยัง ที่ขายกากมะพร้าวน่ะ เห็นข่าวในหนังสือพิมพ์ไหม”


“ไม่เลย มีอะไรหรือ”


“โดนฆ่าตาย”


“พระเจ้าช่วย” เครนลุกขึ้นนั่งตัวตรง “พูดจริงหรือเปล่า จับใครได้ไหม”


“ไมได้เลย มีคนเจอเขาที่ต้นพอปลาร์ตรงริมแม่น้ำ โดนแทงแน่ๆ น่าจะเป็นโจรข้างถนนนี่ละ”


“ไอ้ชั่วเอ๊ย น่าสงสารเขาจริง”


“วิลเล็ตต์สกับเมอร์ตัน จากไปภายในเวลาแค่สองอาทิตย์” เชย์ค็อตต์ยังคงใช้น้ำเสียงหวั่นใจ


“ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป สมุดรายชื่อเริ่มจะดูบางลงแล้วสินะ” เครนพลอยเออออไปด้วยอย่างแกนๆ ทาวน์เสริมว่า “เทรเดอร์ผู้ต้องสาป”


“อย่าพูดเหลวไหลน่า เพื่อนเอ๋ย ผมได้ยินอะไรบางอย่างมา...” เชย์ค็อตต์ไม่สนใจเสียงกระซิบแสดงความไม่พอใจที่มักเกิดขึ้นเมื่อคุยถึงเรื่องอะไรทำนองนี้ เขาเริ่มเล่านิทานเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับวิลเล็ตต์สที่เพิ่งจากไป ซึ่งเป็นนิทานเรื่องยาวเกี่ยวกับหนูที่มีขนาดเท่ากับสุนัข แต่เครนเคยได้ยินเรื่องนี้มาแล้วหลายหนและคิดว่าเชย์ค็อตต์ช่างน่าเบื่อเหลือเกิน ต่อให้กำลังเล่าเรื่องที่ดีที่สุดอยู่ก็ตาม เขาเริ่มเข้าสู่ภวังค์และหวังว่าจะกลับบ้านไปพบกับสตีเวนที่นอนขดร่างอยู่บนเตียง ทั้งยังจินตนาการไปว่าตัวเองจะทำอะไรบ้างถ้ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ เขากลับมาสนใจตรงหน้าอีกครั้งเมื่อฮัมฟริสโบกหนังสือพิมพ์ไทม์สอยู่ตรงหน้าเขา


“สนใจหน่อย โวดรีย์! นี่ผมกำลังถามว่าคุณเห็นนี่หรือยัง คอลัมน์คู่สมน่ะ”


“ประหลาดจริง วันนี้ผมยังไม่ได้อ่านเลย นี่เราจะต้องอวยพรให้คุณมีความสุขมากๆ หรือเปล่าเนี่ย พ่อนักบวช”


“นักบวชเรอะ” ฮัมฟริสทำท่าทางหยาบคาย เป็นที่รู้กันดีว่าเขาเองก็โสดเหมือนกับเครน แม้ว่าในกรณีนี้เขาเลือกที่จะโสดเองมากกว่าก็ตาม “ไม่ใช่ผมหรอก อย่าโง่สิ ลีโอนอรา ฮาร์ต กำลังจะแต่งงาน”


“พระเจ้าช่วย!


“ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้หรือไง” ทาวน์ถาม “ผมได้ยินมาสักพักแล้วนะ น่าประหลาดใจมาก”


เครนคว้าหนังสือพิมพ์มาอ่านอย่างละเอียด “เอดเวียร์ด เบลย์ดอน อ่านถูกไหมเนี่ย”


“อ่านว่าเอ็ดเวิร์ด เป็นนักการเมือง สมาชิกสภา นักปฏิรูป ถอนรากถอนโคนการโกงกิน ทำลายการขายสมณศักดิ์และผลประโยชน์ของพวกพระ รวมถึงการติดสินบนที่ร้ายแรงด้วย เขาเป็นคนจีนที่ซื่อสัตย์ทีเดียว”


มีเสียงพึมพำด้วยความสงสัยดังตามมา คนส่วนใหญ่มองว่าการให้สินบนเป็นรูปแบบหนึ่งของเครื่องมือในการจ่ายภาษี และไม่มีใครมองว่าคนจีนเป็นคนชนชาติหนึ่งเหมือนกัน


“คิดว่าเธอบอกเขาเรื่องฮาร์ตหรือยัง” ผู้ชายธรรมดาๆ ที่ชื่อเพย์ตันพูดอย่างเหยียดๆ “ผมไม่เคยเจอเจ้าหน้าที่คนไหนในเซี่ยงไฮ้ที่เขาไม่เคยติดสินบน”


“ฮาร์ตไม่โง่” เครนบอก “เบลย์ดอนน่าจะมีเรื่องที่ต้องจัดการ”


“นั่นเป็นเหตุผลที่มิสซิสฮาร์ตยังไม่แต่งงานใหม่หรือเปล่า ความรักครั้งเก่าที่แสนหวานอะไรแบบนั้น”เสียงเพย์ตันหยามเหยียดอย่างถึงที่สุด


“เพราะผมได้ยินว่ามันเกิดเรื่องอื้อฉาวบางอย่างกับชาวสิงคโปร์คนหนึ่ง ทาวน์ คุณรู้ไหมว่า...”


“ทอมกับลีโอนอรา ฮาร์ต เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสองคนของผม” เครนขัด สายตาจ้องเพย์ตันเขม็ง “ฮาร์ตช่วยผมไว้มากกว่าหนึ่งครั้ง การตายของเขาทำให้ลีโอเศร้าโศกอย่างที่สุด ถ้าเธอสามารถแต่งงานใหม่ได้อีกครั้ง ผมก็ยินดีกับเธอเป็นอย่างยิ่ง และถ้าหากมีใครในนี้อยากจะกระจายข่าวร้ายๆ เกี่ยวกับเธอหรือทอม ผมขอให้หยุดเสียดีกว่า” เพย์ตันหน้าแดง “ลีโอมีความสามารถที่จะปกป้องเกียรติของตัวเองได้” เครนพูดต่อด้วยเสียงที่ดังพอที่จะทำให้บทสนทนาอื่นในห้องต้องชะงัก “และผมก็มั่นใจว่าเบลย์ดอนก็สามารถทำเช่นนั้นได้เช่นกัน และขอพูดให้ชัดเจนตรงนี้เลยว่า ผมจะถือว่าความเห็นที่มุ่งร้ายต่อลีโอนอรา ฮาร์ต เป็นการโจมตีผมโดยตรง และผมจะทำให้คนที่พูดต้องกลืนคำนั้นกลับเข้าไป ถ้าต้องเอาเท้ายัดเข้าไปในปากผมก็จะทำ”


“ผมช่วยเอง” นักบวชฮัมฟริสกล่าว


“คุณครับ ผมไม่ชอบน้ำเสียงที่คุณพูดกับลุงของผมเลย” ชายหนุ่มคนนั้นพูดขณะที่ยืนขึ้น ออกจะดูรุนแรงไปเสียหน่อย


“ผมก็ไม่ชอบน้ำเสียงของลุงคุณเช่นกัน เพราะฉะนั้นก็เสมอกัน” เครนตอบและยืนขึ้นเช่นกัน เขาก้มลงมองชายหนุ่มคนนั้นอย่างจงใจคุกคามอยู่สองสามวินาที ก่อนจะเดินไปรินวิสกี้ให้ตัวเองจากกล่องที่เก็บขวดวิสกี้ ซึ่งเปิดโอกาสให้นักบวชฮัมฟริสและคนอื่นๆ ดึงให้ชายหนุ่มคนนั้นเงียบและนั่งลง เพย์ตันพึมพำคำว่า ไร้เกียรติและผิดกฎหมายด้วยเสียงขึ้นจมูก ส่วนคนอื่นพูดว่า ถือว่าถูก’, ‘น่ากลัวเกินกว่าจะไปยุ่งด้วยและ ไอ้เมอร์ริกใจโหดนั่นเครนเดินกลับมาที่เก้าอี้เมื่อคิดว่าตัวเองสามารถข่มคนหนุ่มไฟแรงได้แล้ว เขาตัดสินใจที่จะหาคำตอบว่าลีโอกำลังทำบ้าอะไรอยู่กันแน่ในเช้านี้




 

สตีเวนนอนเปลือยเปล่า แขนกางแผ่ออก แหวนของแม็กพายลอร์ดสุกปลั่งอยู่บนนิ้วเขา ทำให้นิ้วที่งุ้มเข้าเหมือนกรงเล็บนั้นสว่างไสว ร่างของเขาบิดและกระตุก ส่งเสียงครวญขอความเมตตาขาดๆ หายๆ ขณะที่ความเป็นชายของเขาเลื่อมวาวโผล่ออกมาจากหว่างขาแดงจัด


“ได้โปรด มายลอร์ด ได้โปรด” เขาสะอื้นขณะที่เครนจ่ออยู่ตรงปากถ้ำของร่างเล็กเกร็งนั้น


“ได้โปรดเรื่องอะไรหรือ” เครนถามและใช้ส่วนปลายนั้นถูไถกับสะโพกของสตีเวน “ได้โปรดอะไร


สตีเวนครางและแอ่นหลัง เขากระแทกตัวเข้าหาเครน “ได้โปรด มายลอร์ด!


เครนกดไหล่ของเขาลงอย่างแรง “โอกาสสุดท้ายนะหนุ่มน้อยสุดหล่อ”


“ทำให้ผมเป็นของคุณ ทำให้ผมบินได้ ทำให้นกกางเขนมันบินได้”


“นายจะบินได้” ตอนนี้เขาดันตัวเข้าไปในร่างร้อนฉ่าของสตีเวน เฝ้ามองมวลหมู่วิหคกระพือปีกอยู่บนผิวของคนรัก สีขาวและดำสั่นไหวอยู่ในดวงตาสีอำพัน รอยสักทั้งเจ็ดกรีดร้องอย่างเงียบงันและโบกสะบัด นกกางเขนถูกปลุกขึ้นมาอยู่รายรอบ กระพือปีกเหมือนพายุ มันส่งเสียงร้องขณะที่ปีกกางออกกว้างจากแขนที่แผ่ออกของสตีเวน “บิน” เครนพูดอีกครั้ง ก่อนจะไปถึงจุดสุดยอดอย่างรุนแรงและเร่าร้อน พวกนกกางเขนกรีดก้อง


เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาบนผ้าปูเตียงที่ยับยู่ยี่กับเตียงที่ว่างเปล่า เหงื่อแตกพลั่ก งงงวย และมีอะไรบางอย่างเปียกเหนียวอยู่ตรงหน้าท้อง ซึ่งไม่อาจเข้าใจเป็นอย่างอื่นไปได้


“แม่งเอ๊ย” เขาสบถออกมาดังๆ และหงายศีรษะลงไปบนหมอนที่อุ่นจนร้อน พยายามสลัดหลุดออกจากห้วงฝัน


เพิ่งผ่านไปเพียงไม่กี่วันเท่านั้นเอง โธ่เอ๊ย การปลดปล่อยยามค่ำคืนมันดูจะไม่ค่อยเหมาะสมนักในอายุขนาดนี้ ตอนนี้เขาเริ่มจะหมดความอดทนกับไอ้นกกางเขนเฮงซวยแล้ว


แม้ว่าเครนจะไม่มีเวทมนตร์ แต่เขาก็เป็นทายาทคนสุดท้ายของแม็กพายลอร์ด ซึ่งเป็นพ่อมดที่มีอำนาจมหาศาล และในแง่หนึ่งเขาเองก็ไม่เข้าใจ ตัวเขา เลือดของเขา ร่างกายของเขา เหมือนทำหน้าที่เป็นท่อส่งระหว่างพลังของบรรพบุรุษเขากับความสามารถพิเศษของสตีเวน ผลข้างเคียงที่ประหลาดที่สุดคือการที่รอยสักทั้งเจ็ดของเขาเหมือนมีชีวิตเป็นของตัวเองเวลาเขาเสพสมกับสตีเวน พวกมันจะโบยบินและกระโดดไปมาระหว่างเขาทั้งสองคน มีตัวหนึ่งที่ดูจะชอบสตีเวนมากกว่าและย้ายไปอยู่บนหลังของร่างเล็กอย่างถาวร ปล่อยให้เครนรู้สึกแปลกๆ เวลาที่มองกระจกและพบว่าผิวหนังบริเวณที่เคยมีรอยสักตอนนี้กลับว่างเปล่า ส่วนสตีเวนก็ตระหนกไม่แพ้กันกับรอยที่ตัวเขาไม่เคยได้สัก เครนเองก็อยู่ได้โดยที่ไม่มีนกพวกนั้นคอยรุกรานชีวิตรักในจินตนาการของเขาเช่นกัน


เขาใช้มือหนึ่งแตะไหล่ ที่ที่รอยสักนกกางเขนเคยสยายปีกกว้าง เขาสบถใส่มัน ใส่ความฝัน และใส่คนรักที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ จากนั้นก็ขยับไปนอนบนผ้าปูเตียงส่วนที่เหนียวน้อยกว่า และกลับสู่ห้วงนิทรา

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #4 ฺBedroom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 21:36
    คิดถึงเขาจริงๆนะเนี่ย ถ้าวันที่กลับจีนมาถึง เริ่มไม่เเน่ใจเเล้วว่าใครจะไม่ยอมปล่อยอีกฝ่ายกันเเน่
    #4
    0