[ตัวอย่างนิยายแปล ลิขสิทธิ์] มุสิกต้องสาป เล่ม 2 (A Case of Possession)

ตอนที่ 2 : บทที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 209
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    22 พ.ย. 61

            

คืนหนึ่งในหน้าร้อนอันอบอ้าว ณ ห้องเสมียนเล็กๆ ที่ว่างเปล่าในเขตไลม์เฮาส์ ซึ่งตั้งอยู่พ้นจากกลิ่นน้ำเหม็นหึ่งของแม่น้ำไปสองสามถนน และห่างจากโรงฝิ่นโดยมีบ้านคั่นกลางสามหลัง ลูเชียน โวดรีย์ หรือเอิร์ลเครน กำลังตรวจสอบใบเสร็จค่าขนส่งสินค้า นี่ไม่ใช่การใช้เวลายามค่ำที่เขาโปรดปรานเลย แต่เนื่องจากความโปรดปรานของเขาไม่สามารถเป็นไปได้ และงานก็ต้องได้รับการสะสางให้เสร็จ เขาจึงต้องมานั่งทำมันอยู่ในตอนนี้


            เขาดูใบเสร็จทีละใบด้วยสายตามีอคติของพ่อค้าชาวจีน ไม่ได้ถามตัวเองว่าโดนขโมยอะไรไปบ้าง แต่ถามว่าการขโมยนั้นเกิดขึ้นตรงจุดไหน ถ้าหาไม่เจอ นั่นอาจหมายความว่าตัวแทนของเขาที่อยู่ในเซี่ยงไฮ้อาจฉลาดมากหรือไม่ก็ซื่อสัตย์กว่าที่เขาคิด แต่เครนคิดว่าหมอนั่นไม่ได้ซื่อสัตย์อะไรนัก


            ปลายปากกาโลหะขูดขีดลงไปบนกระดาษ มันเป็นปากการาคาถูกที่ใช้งานได้ดี ไม่ต่างกับโต๊ะทำงานพื้นๆ และห้องทำงานโล่งกว้าง ในห้องนี้ไม่มีสิ่งใดที่บ่งบอกถึงความหรูหราแม้สักนิด ยกเว้นแต่เพียงสูทของเครนที่มีมูลค่าสูงกว่าบ้านที่เขากำลังนั่งทำงานอยู่นี่อีก


            ลูเชียน โวดรีย์ ในฐานะพ่อค้าและนักค้าของเถื่อนในบางโอกาส เขาสร้างความร่ำรวยให้ตัวเองได้อย่างสาสมใจ และการเลื่อนขั้นเป็นขุนนางโดยไม่ได้คาดคิดก็ทำให้เขาได้ทรัพย์สมบัติมหาศาลมาพร้อมกับบรรดาศักดิ์ ตอนนี้เขาเป็นหนุ่มโสดที่เพียบพร้อมที่สุดคนหนึ่งของอังกฤษในสายตาของคนที่ไม่เคยได้ยินกิตติศัพท์ของเขาที่เมืองจีน และในค่ำนี้ เขาก็พลาดงานเลี้ยงไปถึงสามงาน ไม่เช่นนั้นเขาก็อาจจะได้เจอผู้หญิงสักสามสิบคนที่น่าจะยินดีอย่างยิ่งที่จะครองตำแหน่งเคาน์เตสเครน ในห้องทำงานที่บ้านนั้นมีบัตรหลายสิบใบ ทั้งนามบัตร บัตรเชิญ จดหมายขอเงิน จดหมายขอเข้าพบ ทั้งหมดคือใบผ่านทางเข้าสู่สังคมชั้นสูงที่รวมได้เป็นปึกหนา


เขาจะเลือกสาวลอนดอนแสนงามสักคนก็ได้ จะคบกลุ่มคนระดับสุดยอดก็ได้ จะยกระดับเคหะสถานของตัวเองให้หรูหราไปอยู่ในพวกอัปเปอร์เท็นก็ได้ จะอ้างสิทธิ์ที่คนมากมายเฝ้าฝันถึง สิทธิ์ที่คนอีกมากมายอาจยอมสละทุกอย่างเพื่อให้ได้มา เขาจะได้ทั้งหมดเพียงแค่กระดิกนิ้ว แต่ก็ในกรณีที่มีคนเอาปืนมาจ่อที่หัวเขาเท่านั้น


            เครนใช้ชีวิตตอนโตส่วนใหญ่ที่เซี่ยงไฮ้ คลุกคลีอยู่กับการค้าของเถื่อน โสเภณี นักพนัน นักฆ่า พ่อค้า ขี้เหล้า คนทรง จิตรกร เจ้าหน้าที่รัฐขี้ฉ้อ คนจีนในสลัม กวี คนติดฝิ่น และขี้ครอกแบบอื่นๆ เขารักโลกที่มัวเมา ชื้นเหงื่อ และสดใสใบนั้น งานเลี้ยงที่แสนสุภาพและมื้อค่ำที่สง่างามกับผู้คนที่ความสำเร็จในชีวิตมีอยู่อย่างเดียวคือการมีชาติกำเนิดที่ดีน่ะไม่ดึงดูดเขาเลยสักนิด


            เขาจึงปฏิเสธหรือไม่สนใจคำเชิญเหล่านั้น เพราะเมื่อเอามาเทียบกับงานสังคมชั้นสูงแล้ว การตรวจสอบว่ามีใครกดราคาการขนส่งพริกไทยเสฉวนของเขาหรือเปล่าเป็นการไล่ตามที่คุ้มค่ากว่าเยอะ


            แต่ก็ไม่คุ้มค่าเท่าการไล่ตามชายหนุ่มผู้วิเศษร่างเล็กบางผู้มีดวงตาสีเหมือนอำพันที่ยอมลงให้เขาอย่างยินดี คนที่ทำให้เขาต้องตื่นอยู่กลางดึกกลางดื่น แต่ว่านั่นไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้ในตอนนี้ เพราะเจ้าตัวแสบนั่นหายไปทำงานอีกแล้ว


            พฤติกรรมแวบไปๆ มาๆ ของสตีเวนเป็นเรื่องใหม่สำหรับเครน ผู้ซึ่งค้นพบว่าการกำจัดคนรักทิ้งไปนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายกว่าการคอยมานั่งตามติดพวกเขา เครนผู้ซึ่งไม่เคยคบกับคนที่ทำงานหนักกว่าตัวเอง ความขี้เกียจของตัวเขาเองนั่นล่ะที่เป็นปัญหา จริงๆ นะ เพราะในวันที่งานยุ่ง เขาก็จะมีเวลาสงสัยน้อยลงว่าตอนนี้สตีเวนกำลังทำอะไรอยู่ แต่การแก้ไขเรื่องนี้ด้วยการสร้างธุรกิจที่จริงจังก็จะทำให้เขาต้องมีข้อผูกมัดกับอังกฤษมากขึ้น ซึ่งเขาไม่อาจทำได้ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในเวลาที่เขามีบริษัทค้าขายที่ลงตัวมากๆ ที่เซี่ยงไฮ้เช่นนี้ ชีวิตที่นั่นง่ายกว่านี้มาก สบายและสนุกกว่ามาก


            แน่นอนว่าที่เซี่ยงไฮ้ไม่มีสตีเวน แต่เท่าที่เครนรู้ เจ้าตัวก็ไม่ได้อยู่ในลอนดอนด้วยเช่นกัน เขาหายไปเมื่อสองคืนก่อนโดยไม่ได้บอกอะไรสักคำ และจะกลับมาเมื่อสะดวก


            นั่นก็มีเหตุผลทีเดียว สตีเวนเป็นคนรักอิสระ และเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมาก จนทำให้ธุรกิจระหว่างประเทศของเครนกลายเป็นงานฆ่าเวลาเล่นๆ ไปเลย ทั้งคู่มีงานต้องทำ และเนื่องจากเครนไม่เคยอดทนกับคนรักที่คาดหวังให้เขาทิ้งงานเพื่อความสนุก เขาจึงไม่อยากเรียกร้องขอเวลาของสตีเวน ซึ่งน่าหงุดหงิดทีเดียวที่ครั้งนี้เขากลับเป็นฝ่ายรู้สึกแบบนั้นเสียเอง เครนได้แต่รอให้สตีเวนโผล่มาตามตารางอันคาดเดาไม่ได้ของเขา และรู้ดีว่าเขาจะไม่อธิบายอะไรไปมากกว่าการส่งยิ้มมุมปากที่แสนจะเร้าใจมาให้


            เมื่อนึกถึงรอยยิ้มลึกลับอันเกินต้านทานของคนรัก เครนก็อดพิจารณาไม่ได้ว่าโต๊ะนี้สามารถทำอะไรที่น่าสนใจได้บ้าง แล้วก็สรุปว่าโต๊ะบ้านี่คงจะพังลงไปด้วยแรงที่เขาตั้งใจจะใช้ทันทีที่มีไอ้ตัวแสบนั่นอยู่ตรงหน้า ขณะที่กำลังคิดเรื่องนี้อยู่ เขาก็เจอจุดที่ไม่สามารถปกปิดได้ในตัวเลขที่ตัวแทนบริษัทตบแต่งมาอย่างดีในที่สุด


            เป็นการพยายามที่ไม่สูญเปล่าเลย เขาคิด เป็นการโกงที่เข้าท่าทีเดียว คุ้มค่าพอสำหรับตัวแทนบริษัท และเป็นจำนวนที่เครนรับได้ในฐานะที่มันเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจที่ได้รับการจัดการอย่างดี เขาพยักหน้าอย่างพอใจ คนคนนี้จะทำงานได้อย่างดี


            เขาหยิบใบเสร็จต่อไป ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะรัวที่ประตู


น่าเบื่อจริง ในเวลาสองทุ่มเช่นนี้เครนเป็นคนเดียวที่อยู่ในตึก เขาจึงเมินเสียงนั้น แต่เสียงเคาะกลับดังขึ้นอีก คราวนี้ดื้อด้านกว่าเดิม จากนั้นก็มีเสียงเรียกผ่านหน้าต่างติดราวเหล็กที่เปิดอยู่


            “โวดรีย์! โวดรีย์! เครน” ผู้มาเยือนมองลอดหน้าต่างเข้ามา “อยู่นี่เอง สวัสดี


            สวัสดี แร็กแคม” เครนตอบกลับไปเป็นภาษาจีนเซี่ยงไฮ้ และเดินไปเปิดรับเขา


            ธีโอ แร็กแคม เป็นคนที่ถือได้ว่าเป็นเพื่อนของเขาที่เมืองจีน ทั้งยังเป็นชายชาวอังกฤษอีกคนที่ชื่นชอบการปลีกตัวจากสังคม แร็กแคมเองก็เป็นผู้ใช้เวท แม้จะไม่ได้มีพลังมากมายนัก และเขาเป็นคนแนะนำให้เครนรู้จักกับสตีเวน เดย์ เมื่อสองสามเดือนก่อนอีกด้วย


            “นี่มันช่างน่ายินดีอย่างคาดไม่ถึงจริงๆ สบายดีหรือ”


แร็กแคมไม่ได้ตอบทันที เขาเดินไปรอบๆ ห้อง ก่อนจะจ้องไปยังแผนที่ที่ถูกตรึงไว้บนกำแพงฉาบปูน “นี่ห้องทำงานของคุณหรือ ต้องขอบอกว่าผมคิดว่าคุณน่าจะมีห้องที่ดีกว่านี้นะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เกือบจะชวนโมโห


“ห้องนี้มีปัญหาตรงไหนล่ะ”


“มันอยู่ในไลม์เฮาส์[1]น่ะสิ”


“ฉันชอบไลม์เฮาส์ออก” เครนบอก “นายก็เหมือนกันนี่”


“ผมไม่ได้ชอบเสียหน่อย ไม่มีใครชอบหรอก ที่นี่โสโครกจะตาย” เครนเลิกคิ้ว แต่ไม่เสียเวลาซัก “ที่นี่มันเป็นรังของพวกโจร พวกอันธพาล และก็พวกคนบ้า” แร็กแคมพูดต่อ “ถ้าผมมีเงินละก็ จะไม่มีวันเหยียบเท้าเข้ามาในที่นรกแบบนี้หรอก”


แล้วแกจะไปเอาฝิ่นจากที่ไหนเล่า เครนถามอยู่ในใจ เขาสังเกตว่าม่านตาของแร็กแคมขยายกว้างเล็กน้อย เนื่องจากมันเป็นอาการของพวกผู้ใช้เวทที่กำลังใช้พลัง และเป็นอาการของคนติดฝิ่นอีกด้วย แต่พูดตามตรงเขาก็ไม่ได้สนใจเรื่องนั้น ดังนั้นเขาจึงไม่ออกความเห็นอะไร


แร็กแคมดูออกจะขุ่นเคืองใจเล็กน้อย “คุณก็ออกจะร่ำรวยนะ ทำไมคุณถึงทำตัวแบบนี้ล่ะ ทำไมไม่ไปอยู่ในงานเลี้ยงใหญ่โตแถวเวสต์เอนด์แทนที่จะมาหมกตัวอยู่แถวท่าเรือในไลม์เฮาส์แบบนี้”


“ฉันก็ทำตัวแบบนั้นในบางโอกาสนะ เสื้อโค้ตตัวนี้ไม่ได้ตัดที่ร้านบนคอมเมอร์เชียลโร้ดหรอก แต่ธุรกิจของฉันอยู่ที่นี่ ไม่ได้อยู่ในเมือง ที่แน่ๆ คือไม่ได้อยู่ที่เวสต์เอนด์”


“ผมไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าคุณจะทำธุรกิจไปทำไม คุณไม่จำเป็นต้องมีเงินไปมากกว่านี้แล้วนะ” น้ำเสียงของแร็กแคมแฝงการกล่าวหาอย่างชัดเจน


เครนยักไหล่ “บอกตรงๆ นะว่าฉันเบื่อ และถ้าไปอยู่ที่เวสต์เอนด์ก็คงไม่ได้เบื่อน้อยไปกว่านี้ ฉันจึงต้องหาอะไรทำ และการทำมาค้าขายก็เป็นเรื่องที่ฉันทำได้ดี”


“ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่กลับเมืองจีนไปเสียล่ะ” แร็กแคมถาม “ถ้าเบื่ออังกฤษนัก แล้วทำไมถึงยังอยู่ที่นี่”


“ธุรกิจถูกกฎหมายไง พ่อฉันทิ้งงานที่บ้านไว้ในสภาพที่เลวร้ายทีเดียว ใช้เวลาซ่อมแซมไม่รู้จักจบจักสิ้นเลยละ และตอนนี้ฉันก็ดันมีญาติห่างๆ โผล่มาจากไหนไม่รู้ มาขอส่วนแบ่งอีกด้วย แล้วนายจะสนใจทำไม”


“ผมไม่ได้สนใจ” แร็กแคมลากรองเท้าหนังคู่โทรมไปตามบัวพื้น “ผมเดาว่าปัญหาของคุณคงจะไม่เกิดขึ้นอีกใช่ไหม”


“หมายถึงเรื่องเมื่อฤดูใบไม้ผลิน่ะหรือ ไม่แล้วล่ะ ทุกอย่างคลี่คลายแล้ว”


“เดย์จัดการใช่ไหม”


“ใช่แล้ว”


เครนต้องทนทุกข์ทรมานกับมนตร์ดำที่ทำให้พ่อและพี่ชายของเขาตาย แร็กแคมจึงแนะนำให้เขารู้จักกับสตีเวน เดย์ งานของเขาคือการรับมือกับการใช้เวทมนตร์ในทางที่ผิด เครนกับสตีเวนเกือบจะตายไปแล้ว แต่สตีเวนก็ทำให้เรื่องนั้นจบลงด้วยการใช้พลังอันน่าทึ่ง วันนั้นมีคนตายไปห้าคน และเนื่องจากเครนไม่รู้ว่าคนอื่นๆ รู้เรื่องนั้นกันทั่วไปหรือว่าสตีเวนอยากจะเก็บเงียบเอาไว้ เขาจึงพูดแค่ว่า “เขามีความสามารถมาก”


แร็กแคมพ่นลมพรืดออกจมูก “มีความสามารถมาก ใช่ คุณจะพูดแบบนั้นก็ได้”


“เขาช่วยชีวิตฉันไว้ถึงสามครั้งสามหนในระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์” เครนบอก “ตอนนี้ฉันบอกได้ว่าเขาชำนาญอย่างดีเลยล่ะ”


“คุณชอบเขาสินะ”


“เดย์น่ะหรือ เขาก็น่าสนใจไม่น้อยนะ ทำไมหรือ”


แร็กแคมดูเหมือนกำลังมีสมาธิกับการจัดเอกสารตรงมุมโต๊ะของเครน “อืม เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคุณอยู่กับเขาที่ร้านเช็งนี่”


“ใช่” เครนยอมรับ “แล้วนายรู้หรือเปล่าว่าฉันมีหุ้นอยู่ที่นั่นสามสิบเปอร์เซ็นต์ นายน่าจะไปกับฉันอีกนะ คืนนี้ไหมล่ะ ยกเว้นนายมีนัดอยู่ก่อนแล้ว”


แร็กแคมผู้ซึ่งปกติแล้วไม่เคยปฏิเสธอาหารฟรีไม่ตอบอะไร “เดย์ว่าไงบ้างเรื่องอาหารของเช็ง”


เครนกลั้นยิ้มเมื่อนึกภาพตอนที่สตีเวนเจอกับพริกไทยเสฉวนครั้งแรก “ฉันว่าเขาตกใจนะ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาหยุดกิน ฉันไม่เคยเจอใครที่กินเยอะแบบนั้นมาก่อนเลย”


“คุณร่วมโต๊ะกับเขาบ่อยหรือ”


“ฉันเลี้ยงอาหารเย็นเขาเป็นการขอบคุณสองสามครั้งน่ะ นี่มีเหตุผลไหมเนี่ยที่นายมาซักไซ้เอากับฉัน เพราะเอาจริงๆ นะ เพื่อนรัก ถ้านายกำลังหาข้อมูลเฉพาะอะไรบางอย่างอยู่ นายน่าจะรู้จักเขาดีกว่าฉันนะ”


“ผมรู้ว่าเขาเหมือนคุณ” แร็กแคมบอก


“เหมือนฉันอย่างนั้นหรือ” เครนใช้น้ำเสียงสบายๆ “ใช่ ความเหมือนมันชัดเจนมากเลย ไม่ต่างอะไรกับมองกระจกเลยทีเดียว”


แร็กแคมยิ้มออกมาทันทีเมื่อได้ยินคำตอบเสียดสีแบบนั้น สตีเวน เดย์ มีผมหยักศกสีน้ำตาลแดง ส่วนผมของเครนนั้นเรียบตรงและเป็นสีบลอนด์สว่าง เครนมีผิวขาวซีด ส่วนเดย์มีผิวสีแทนแบบคนที่ตรากตรำทำงาน เดย์อายุยี่สิบเก้า ส่วนเครนอายุสามสิบเจ็ดแต่ดูเด็กกว่า และที่ชัดเจนคือสตีเวนเตี้ยกว่าเครนสิบห้านิ้ว เพราะร่างสูงตระหง่านของเครนมีความสูงถึงหกฟุตสามนิ้ว


“ไม่ได้หมายความว่ารูปร่างหน้าตาเหมือนกัน” แร็กแคมแก้เก้อแบบไม่จำเป็นต้องพูดก็ได้ “ผมหมายถึง... ก็อย่างที่คุณรู้น่ะ แบบเดียวกัน” เขาเปลี่ยนไปพูดภาษาเซี่ยงไฮ้เพื่อความชัดเจน “ชอบของสวยๆ งามๆ น่ะ โอ๊ย ไม่เอาน่า โวดรีย์ ผมรู้ว่าเขาเป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกัน”


“จริงหรือ” นี่ไม่ใช่บทสนทนาที่เครนคิดว่าจะคุยกับแร็กแคมหรือกับใครทั้งนั้น ไม่ใช่ที่อังกฤษนี่ ไม่ใช่ที่ที่เรื่องแบบนี้หมายถึงความเสื่อมเสียและการติดคุกหลายปี “นี่นายกำลังขอให้ฉันประเมินรสนิยมของเดย์อยู่หรือเปล่า เพราะฉันพูดได้เลยนะว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ธุระของฉันเลย และนายก็ด้วย”


“คุณกินมื้อเย็นกับเขาที่ร้านเช็ง” แร็กแคมพูดซ้ำด้วยสีหน้ามีนัยยะ


“ฉันกินมื้อเย็นที่ร้านเช็งกับใครตั้งหลายคน ฉันพาลีโอนอรา ฮาร์ต ไปที่นั่นเมื่อสองสามอาทิตย์ก่อน ฉันท้าให้นายตีความเรื่องนี้ด้วยเลย อ้อ พูดถึง ฉันก็เคยพานายไปที่นั่นเหมือนกันนี่ แต่จำไม่ได้ว่านายให้อะไรฉันมากกว่าแค่จับมือหรือเปล่า”


แร็กแคมหน้าแดงด้วยความโกรธ “ก็แน่อยู่แล้วว่าไม่มีอะไร ผมไม่ได้เป็นแบบคุณนี่”


“ไม่ใช่แบบที่ฉันชอบด้วย” เครนตอบ แฝงด้วยน้ำเสียงเยาะหยันเอาไว้ ทำให้แร็กแคมขบกรามแน่น “แต่ต่อให้นายเป็นนะ ไอ้เพื่อนรัก ฉันก็ยืนยันได้เลยว่านายจะไม่บอกเรื่องนี้ให้โลกรู้แน่ ทีนี้มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยนายได้ไหม”


แร็กแคมสงบสติอารมณ์ “ผมรู้จักคุณนะ โวดรีย์ คุณเสแสร้งมาทำดีกับผมไม่ได้หรอก”


“ฉันไม่เสแสร้งทำดีกับใครทั้งนั้นแหละ แต่เนื่องจากชีวิตรักของสตีเวนไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะต้องกังวลอะไร...”


“ผมไม่เชื่อหรอก” แร็กแคมบอก


“นี่นายเพิ่งหาว่าฉันเป็นคนโกหกรึ โอ้ อย่าตอบออกมาเลย ฉันยุ่งอยู่ แร็กแคม มีใบเสร็จค่าขนส่งต้องคิดเป็นปึกๆ เลย แล้วยังต้องไล่ตามพวกตัวแทนบริษัทอีก ฉันว่าที่นายมาที่นี่น่ะน่าจะมีอะไรมากกว่าแค่ความคิดสัปดนเกี่ยวกับคนที่เราทั้งคู่ต่างก็รู้จักนะ นายต้องการอะไรกันแน่”


แร็กแคมมองไปทางอื่น ผมสีทรายของเขาเริ่มหงอก ใบหน้าตอบผอมหย่อนคล้อยและอ่อนล้า แต่ท่าทางของเขากลับทำให้เครนนึกถึงวัยรุ่นอารมณ์บูดสักคน


“ผมอยากขอกู้เงินคุณ” ขณะที่พูดนั้นเขามองออกไปนอกหน้าต่าง


“เงินกู้หรือ เข้าใจละ สักเท่าไรล่ะ”


“ห้าพันปอนด์”เสียงของแร็กแคมท้าทาย แต่เขาก็ไม่ได้หันมา


เครนพูดไม่ออกไปครู่หนึ่ง “ห้าพันปอนด์หรือ” ในที่สุดเขาก็ทวนคำ


“ใช่”


“เข้าใจละ อืม ฉันต้องยอมรับว่าฉันติดหนี้บุญคุณนาย แต่...”


“พูดแบบนั้นก็ถูกแล้ว”


“แต่ไม่ใช่ด้วยการจ่ายเงินกันแบบนี้” เงินจำนวนมหาศาลที่พูดถึงกันอยู่นั้นเทียบเท่ารายได้ตลอดระยะเวลาสิบปีของเสมียนค่าตัวแพงสักคน “ในใจนายคิดถึงเงื่อนไขอะไรอยู่ นายจะเสนอหลักประกันอะไรให้ฉันบ้างล่ะ”


“ผมไม่มีเงื่อนไขหรอก” แร็กแคมหันมา แต่สายตาเขาจับอยู่ที่เครนแค่แวบเดียว แล้วก็มองไปทางอื่น “ผมคิดว่ามันน่าจะเป็น... การตกลงกันแบบไม่มีข้อจำกัดที่แน่นอน โดยไม่มีดอกเบี้ย”


เครนรักษาสีหน้าให้นิ่งและสงบ แต่เส้นประสาทของเขากำลังเดือดพล่านอยู่ใต้ผิวหนัง เขารู้สึกถึงแรงบีบตัวเย็นๆ ในท้องขณะที่เฝ้ารอว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร พอกับที่รู้สึกถึงความโกรธที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นครั้งแรก


“นายต้องการเงินห้าพันปอนด์จากฉัน เงินที่นายจะไม่เอามาคืนด้วย ทำไมฉันถึงต้องยอมให้นายด้วยล่ะ แร็กแคม”


คราวนี้แร็กแคมสบตากับเขา “เพราะคุณติดหนี้ผม ผมช่วยชีวิตคุณไว้”


“ช่วยบ้าอะไร นายแค่แนะนำ”


“ผมแนะนำเดย์ให้คุณ เรื่องนี้คุณเป็นหนี้ผม”


“ฉันไม่ได้ติดหนี้นายห้าพันปอนด์สำหรับเรื่องนี้หรอกนะ”


“คุณติดหนี้ค่าที่ให้ผมปิดปากเรื่องความสัมพันธ์ของคุณกับเดย์” ปากของแร็กแคมซีด ผิวของเขาดูชื้นเหนอะ “ตอนนี้เราไม่ได้อยู่เมืองจีนนะ”


“มาพูดกันชัดๆ นะ นี่นายกำลังขู่ว่าจะเปิดโปงฉันหรือไง”


“พูดจาน่าเกลียดเชียว” แร็กแคมพูดออกมาแบบที่เครนเดาได้อยู่แล้ว


“ถ้าอย่างนั้นมันก็เหมาะกับนายแล้วล่ะ ไอ้ขี้หมาเน่าหน้าซีดเอ๊ย” เครนก้าวดุ่มๆ มาข้างหน้า เขาสูงกว่าแร็กแคมหกนิ้ว มีคนบอกว่าร่างกายของเขาเพรียวแกร่ง ซึ่งอาจเกิดจากความสูงที่ลวงตา ส่วนใหญ่คนมักไม่ค่อยรู้หรอกว่าไหล่ของเขากว้างขนาดไหนจนกว่าเขาจะเข้ามาใกล้จนชวนให้อึดอัด


แร็กแคมรับรู้ถึงข้อนี้และถอยไปหนึ่งก้าว “อย่ามาขู่ผมนะ! แล้วคุณจะต้องเสียใจ!


“ฉันไม่ได้ขู่นาย ไอ้ขยะขี้ขลาด และจะไม่ทำด้วย ฉันจะข้ามไปตอนที่ฉันหักแขนนายเลย”


แร็กแคมถอยไปอีกสองก้าวและยกมือขึ้นข้างหนึ่ง “ผมจะทำให้คุณเจ็บก่อนแน่ ผมจะทำให้เดย์ต้องจบเห่” เขาชี้นิ้วที่กำลังสั่นเทา “บางทีถ้าคุณได้ใช้แรงงานหนักๆ สักสองปี อาจทำให้คุณหาทางใช้เงินหนีปัญหาได้ก็ได้นะ แต่เขาเสร็จแน่ ชื่อเสียงพินาศ พวกนั้นจะต้องไล่เขาออก ผมจะทำลายเขา”


“ด้วยวิธีไหนกันล่ะ เรื่องมื้อเย็นที่ร้านเช็งหรือไง แกไปตายเสียเถอะ”


“หมอนั่นไปที่ห้องคุณ” แร็กแคมขยับไปเรื่อยๆ จนมีเก้าอี้ขวางอยู่ระหว่างเขากับเครน “ตอนกลางคืนเสียด้วย เขากลับจากร้านเช็งมาพร้อมคุณและกลับไปอีกทีก็สิบโมงของวันรุ่งขึ้น และ...”


“แกตามสืบเรื่องฉัน” เครนพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ไอ้ทุเรศเอ๊ย”


“อย่ามาแตะต้องผมนะ! ผมทำลายชีวิตเขาได้ และจะทำด้วย ถ้าคุณแตะผมแม้แต่นิดเดียว”


“แกไม่กล้าหรอก แกกลัวเขา ไม่อย่างนั้นแกไม่ถ่อมาทำเฮงซวยกับฉันที่นี่หรอก และถ้าแกพยายามจะทำอะไรกับสตีเวนนะ เขาขยี้แกเละเป็นอาหารหมาแน่ ไอ้พ่อมดหางแถวทุเรศเอ๊ย” คำสุดท้ายนั้นเครนแทบจะพ่นออกมา มันเป็นคำด่าทอที่รุนแรงที่สุดสำหรับผู้ใช้เวท และเครนจงใจพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามที่หนักหนาที่สุดที่ทำได้


เลือดวิ่งขึ้นสู่แก้มของแร็กแคม ชั่ววินาทีหนึ่งเครนนึกว่าเขาจะพุ่งเข้ามา เขาจึงเกร็งตัวตั้งรับ แต่แร็กแคมคุมสติเอาไว้ด้วยความพยายามอย่างเห็นได้ชัด


“ฉันรู้ว่าแกกำลังทำอะไร”เสียงเขาสั่นด้วยความโกรธ “แต่มันไม่สำเร็จหรอก ถ้าแกทำอะไรฉัน ฉันก็จะใช้พลังป้องกันตัวเอง แต่ก่อนที่จะเป็นอย่างนั้นฉันจะไม่ใช้พลังกับแก ไม่ว่าแกจะเรียกฉันว่าอะไรก็ตาม เพราะฉะนั้นแฟนหนุ่มตัวจิ๋วของแกจะมาทำอะไรฉันไม่ได้ ตุลาการก็ต้องเคารพกฎเหมือนกันนะ และการเข้าประตูหลังก็เป็นอาชญากรรม เพราะฉะนั้น ฉันจะพูดอะไรก็ได้ที่ฉันอยากพูด และเขาหยุดฉันไม่ได้ และถ้าอยากให้ฉันเงียบเอาไว้ แกก็ต้องเอาเงินของฉันมา!


“มันไม่ใช่เงินแก มันเป็นเงินของฉัน และฉันก็อยากจะเอาไปใช้เป็นค่าทนายดีกว่าจะเอามาให้แกแม้แต่สักเพนนีเดียว ตอนนี้แกไปให้พ้นหน้าฉันได้แล้ว”


แววตาของแร็กแคมมีแววคลั่งแค้น “ฉันจะไปที่สภาแล้วร้องเรียนเรื่องเดย์ ฉันจะบอกตำรวจ พวกนั้นเพิ่งจับบารอเน็ตคนนั้นไปเดือนก่อน และก็จะจับแกด้วย เขาไม่สนหรอกว่าครอบครัวแกเป็นใครหรือแกมีบรรดาศักดิ์อะไร”


“ฉันก็ไม่สนเหมือนกันโว้ย” เครนบอก “เพราะฉะนั้น ฉันแนะนำให้แกไปฝึกการข่มขู่ไอ้ตูดหมึกสักคนที่เขาสนสิ่งที่แกพูดแล้วกันนะ ออกไปได้แล้ว และฝากทักเมอร์ริกด้วยถ้าแกเจอเขา”


“เมอร์ริกหรือ”


“เมอร์ริก คนสนิทของฉัน จำไม่ได้หรือ”


“แล้วทำไมฉันจะต้องเจอเมอร์ริกด้วย” แร็กแคมถามงงๆ


“อืม ก็อาจจะไม่เจอก็ได้ แต่สักคืนในเร็วๆ นี้ ในซอยมืดๆ หรือในท่อลึกๆ สักที่ หรือที่ห้องข้างหลังในโรงฝิ่น ฉันหวังว่าเขาจะเจอแก ฉันมั่นใจทีเดียวว่าเขาจะเจอแก ไสหัวไปได้แล้ว ปิดประตูให้ด้วย”


หน้าของแร็กแคมมีสีประหลาดๆ ชื่อเสียงคนสนิทของเครนนั้นลือลั่นกระทั่งในตรอกที่มืดมิดที่สุดของเซี่ยงไฮ้ เขาพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เครนโบกมือไล่อย่างหงุดหงิดและเดินกลับไปที่โต๊ะ หลังจากนั้นอึดใจหนึ่งแร็กแคมถึงจะพูดออกมาได้ว่า “แกมีเวลาตัดสินใจสามวัน เอาเงินมาให้ฉันวันศุกร์ ไม่อย่างนั้นฉันจะไปหาสภาและแจ้งตำรวจ และถ้าฉันเจอเมอร์ริก ฉันจะ ฉันจะ...”


“แกจะขี้ราดและร้องขอชีวิตยังไงล่ะ” เครนหยิบใบเสร็จขึ้นมาและกลับไปสนใจมันอีกครั้ง “แต่ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะกำชับเขาว่าอย่าให้แกเห็นก่อน”


แร็กแคมพึมพำอะไรบางอย่างและเดินผลุนผลันออกไป เครนรอครู่หนึ่งจนได้ยินเสียงประตูกระแทกปิด เขาสูดหายใจลึก


เขาไม่เคยโดนใครขู่จะเปิดโปงมาก่อน เขาเคยโดนไล่ออกจากโรงเรียนสามแห่งเนื่องจากทำผิดร้ายแรง โดนไล่ออกจากประเทศตอนอายุสิบเจ็ดเพราะรสนิยมอันขัดต่อกฎหมาย และนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งระหว่างเขากับพ่อ ซึ่งเขาก็ต่อสู้อย่างเปิดเผย จากนั้นเป็นต้นมาเขาก็อาศัยอยู่ที่เมืองจีน แผ่นดินที่ทั้งกฎของมนุษย์และพระเจ้าต่างก็ไม่สนว่าเขาจะหลับนอนกับใคร การกลับมาอังกฤษได้แปดเดือนไม่ได้ทำให้เขาซึมซับความประหวั่นพรั่นพรึงที่อาจจะเกิดจากการโดนเปิดโปงจนทำให้เขาต้องยอมทำตามคำสั่งของแร็กแคมเลย


เขาเคยคิดเรื่องนี้ก่อนที่จะเดินทางกลับมา เรื่องนี้แน่อยู่แล้ว และเขาก็ตัดสินใจก่อนที่เรือจะเข้าเทียบที่พอร์ตสมัธว่าถ้าตัวเองโดนจับ เขาจะติดสินบนใครก็ตามที่จำเป็น จ่ายเงินประกันตัว และจะขึ้นเรือกลับเมืองจีนทันที ไม่มีอะไรยากเลย เขาไม่อายที่จะวิ่งหนี ว่ากันตามตรงแล้วเขาจะดีใจมากที่ได้กลับบ้าน


แต่นั่นมันก่อนเจอสตีเวน สตีเวนผู้เกินจะต้านทาน น่าทึ่ง น่าค้นหา เป็นตัวของตัวเองอย่างสูง เขาผู้มีความยุติธรรมอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ และเขาผู้มีศัตรูมากมายเหลือเกิน


ถ้ายังมีสติดีอยู่ เขาย่อมไม่อาจหนีไปและทิ้งสตีเวนไว้คนเดียวได้แน่ นั่นคือความรับผิดชอบของเขา


เครนขมวดคิ้ว พิจารณาดูว่าเรื่องจะเลวร้ายได้ขนาดไหน สตีเวนเป็นคนรอบคอบและระมัดระวัง เช่นคนส่วนใหญ่เป็นเมื่อต้องอยู่ในประเทศนี้ แต่เขาก็เคยพูดว่าเขาไม่เสี่ยง เคยบอกว่าเขาชอบที่จะเลี่ยงปัญหามากกว่า ซึ่งก็เหมือนคนสติดีๆ ทั่วไป สภาผู้ใช้เวทก็ทำเป็นมองไม่เห็นความผิดเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่เกี่ยวกับเวทมนตร์และเรื่องส่วนตัวที่อาจแปลกประหลาดแต่ไม่ได้กระทบกับคนอื่น เขาเคยบอกว่าเขาสามารถใช้พลังในการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดจากกฎของคนธรรมดาได้


แต่โชคไม่ดี อย่างที่เครนเองก็รู้ สตีเวนเป็นนักโกหกที่เชี่ยวชาญและไม่เคยสำนึกผิด เขาอาจจะโกหกเรื่องอันตรายที่เกิดกับตัวเองได้อย่างไม่รู้สึกรู้สา และเห็นได้ชัดว่าแร็กแคมก็รู้สึกว่าเขาเป็นภัยที่น่ากังวลทีเดียว


สตีเวนต้องรู้เรื่องนี้ โดยเร็วด้วย


เครนเขียนจดหมายหาสตีเวนด้วยลายมือหวัดๆ และเขียนที่อยู่ของเขาลงไป จ่าหน้าถึงห้องหนึ่งในบ้านเช่าทางเหนือของโอลด์เกต เขาไม่เคยไปเหยียบที่นั่น อาจจะไม่มีวันไปด้วย เพราะเกรงว่าจะมีใครมาพบเข้า แต่เขาก็นึกภาพไม่ออกว่าจดหมายฉบับหนึ่งจะทำให้ชีวิตของสตีเวนพังทลายได้อย่างไร แต่ถ้าหากมันจะเป็นอย่างนั้น นั่นก็ยิ่งทำให้เรื่องแร็กแคมเป็นเรื่องที่เร่งด่วนกว่าเดิม เขาไม่มีทางติดต่อคนรักที่ยากจะเข้าใจของตัวเองได้เลย ดังนั้นเขาจึงเก็บเรื่องงานเข้าไปในหัว ใส่กุญแจ และออกไปหารถม้าสักคันเพื่อหาอะไรมาเบี่ยงเบนความสนใจ


เมอร์ริกน่าจะอยู่ที่ไลม์เฮาส์ น่าจะเป็นแบบนั้น ถึงต่อให้เขาไม่อยู่ เพื่อนคนจีนของเมอร์ริกก็อยู่ แต่เครนจะต้องออกแรงค้นตามผับและบ่อนเพื่อตามหาคนสนิทของเขาด้วยตัวคนเดียวในแบบที่แต่งตัวดีเกินไปด้วย ซึ่งนั่นเป็นความเสี่ยงที่เขาไม่ได้ต้องการให้เกิดขึ้นเลย ส่วนเพื่อนคนอังกฤษส่วนใหญ่ของเครนเป็นคนรู้จักที่โรงเรียนและตามงานสังคม แต่แน่นอนว่าน่าจะกำลังรื่นเริงอยู่ในงานสังคมหรูหราที่เครนแสนจะเกลียด ดังนั้น เนื่องจากไม่มีอะไรที่ดีกว่านี้ให้ทำ เขาจึงมุ่งหน้าไปยังสมาคมพ่อค้าตะวันออกไกล หรือที่รู้จักกันในชื่อเดอะเทรเดอร์


 



[1] ย่านแออัดสกปรกย่านหนึ่งในลอนดอน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #3 ฺBedroom (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 21:30
    เปิดเรื่องมาก็โหดเลยจ้า
    #3
    0