[ตัวอย่างนิยายแปล ลิขสิทธิ์] True Star 巨星 แต่งโดย 万灭之殇

ตอนที่ 4 : บทที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,946
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 347 ครั้ง
    11 ส.ค. 60

 

เมื่อถังเฟิงเห็นสมุดบัญชีเงินฝากที่มีเงินแค่สามหลักก็ถึงกับพูดไม่ออก ดูเหมือนแม้ว่าเจ้าของร่างนี้จะได้รับมรดกก้อนใหญ่จากมารดาแต่กลับผลาญมันหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว ไม่แปลกใจเลยที่ผู้จัดการวัยกลางคนคนนั้นจะบอกว่าบ้านของเขาถูกธนาคารยึดไปแล้ว บัญชีเงินฝากจำนวนเงินน้อยนิดก็คือทรัพย์สินทั้งหมดที่เขาเหลืออยู่ในตอนนี้นั่นเอง

ถังเฟิงเก็บสมุดบัญชีไว้ในลิ้นชักแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เสื้อผ้าของเจ้าของร่างนี้ล้วนเป็นของดีมียี่ห้อและสวยงาม แต่เขาไม่ได้ชื่นชอบรสนิยมที่ไม่ค่อยตามเทรนด์ของเจ้าของร่างนี้เท่าไร จึงจำใจเลือกใส่ชุดลำลองสีอ่อนที่ดูธรรมดาที่สุดแล้วเดินออกจากห้อง

ผู้จัดการส่วนตัวคนนั้นเคยบอกว่าลู่เทียนเฉินจะจัดหาห้องพักของบริษัทให้เขา เพียงแต่ตอนนี้เขาต้องอยู่ที่คฤหาสน์ของชาลส์ไปก่อนเป็นเวลาหนึ่งเดือน

ถังเฟิงลงมาชั้นล่าง ชาลส์ตื่นก่อนแล้ว เพราะเมื่อวานกินยานอนหลับเข้าไปเลยเวียนหัว อีกทั้งแสงยามค่ำคืนก็เลือนราง เขาจึงยังไม่ได้มองหน้าผู้ชายที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเขาอย่างละเอียดนัก

อรุณสวัสดิ์” ชาลส์เงยหน้าแล้วยิ้มให้ตามมารยาท เส้นผมภายใต้แสงแดดสะท้อนให้เห็นเป็นสีน้ำตาลเข้มเหมือนสีกาแฟ แต่งกายสะอาดเรียบร้อย นั่งตัวตรง ช่างเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาเอามากๆ เลยทีเดียว

ด้านหน้ามีอาหารเช้าง่ายๆ แต่ประณีตวางอยู่ ด้านข้างเป็นหนังสือพิมพ์รายวันหลายฉบับ ถังเฟิงกวาดสายตาดูแล้ว นอกจากหนังสือพิมพ์การเงินและเศรษฐกิจที่เห็นอยู่บ่อยๆ ยังมีหนังสือพิมพ์บันเทิงด้วย

อาหารเช้าสองที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ ถังเฟิงเดินไปลากเก้าอี้ออกแล้วนั่งลงข้างชาลส์ ดื่มกาแฟบดสดชงสดเข้าไปหนึ่งคำ รสชาติที่คุ้นเคยทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นมาก เมื่อก่อนเนื่องจากรู้ว่าตัวเองอาจจะตายเมื่อไรก็ได้เพราะโรคหัวใจ ถังเฟิงจึงกลายเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมาแต่ไหนแต่ไร

ความจริงแล้ว การสั่งให้คนที่เคยชินกับการใช้ชีวิตหรูหรากลับไปใช้ชีวิตอย่างยากลำบากให้ได้ภายในคืนเดียว ก็เปรียบได้กับผู้หญิงที่พอซื้อเสื้อผ้าตัวละหลายพันแล้วคงยากจะกลับไปชายตามองเสื้อผ้าตัวละสิบเหรียญ ผู้ชายก็เช่นเดียวกัน เคยชินกับการสูบบุหรี่คุณภาพดี เคยชินกับการดื่มกาแฟบดสด เคยชินกับการขับรถหรู แล้วจะให้เขากลับไปขับรถแทรกเตอร์อย่างนั้นหรือ

เฮอะ เขายอมเดินเสียดีกว่า

หนังสือพิมพ์บันเทิงหรือถังเฟิงถามด้วยความแปลกใจ

ชาลส์ยิ้มตอบ เขาเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์อย่างหาตัวจับยาก เมื่อถังเฟิงได้เห็นหน้าเขาชัดๆ ก็ประเมินอีกฝ่ายเอาไว้เช่นนี้ ชาลส์เป็นคนที่ได้รับการอบรมสั่งสอนที่ดีและมีมารยาทดีเยี่ยม แต่เวลาอยู่บนเตียงกลับฮึกเหิมมาก

อ่านได้ตามสบายเลย

เล็งดาราคนไหนไว้อีกล่ะไม่เหมือนการพูดกับ ผู้อุปการะ ท่าทางที่เป็นธรรมชาติของถังเฟิงดูเหมือนเป็นเพื่อนสนิทของชาลส์มากกว่า เขาขยับเข้าไปดูหนังสือพิมพ์ที่อยู่ตรงหน้าชาลส์ แสงแดดส่องกระทบลงบนใบหน้าขาวเผือดของเขาชวนให้รู้สึกน่าหลงใหลอย่างประหลาด

ชาลส์หรี่ตาลงแล้วโน้มตัวมากดจูบบนแก้มของชายหนุ่มโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว ช่างเป็น อาหารเช้า ที่เอร็ดอร่อยจริงๆ

คุณอ่อนโยนกับคู่รักแบบนี้ทุกคนหรือเปล่าถังเฟิงเติบโตมาในซีกโลกตะวันตกจึงไม่ได้เขินอายกับเรื่องแบบนี้ เพียงแต่อีกฝ่ายแสดงท่าทีสนิทสนมเกินไปจนทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าพวกเขาเป็นแฟนกันจริงๆ  แต่มันก็เป็นเพียงการอุปาทานเท่านั้น เขาเคยเจอผู้ชายที่ทั้งหล่อทั้งรวยอย่างชาลส์มาเยอะแล้ว คนประเภทนี้เปลี่ยนคู่นอนและคู่รักเร็วยิ่งกว่าจรวด คุณสามารถคบกับพวกเขาเล่นๆ ต่างฝ่ายต่างได้ในสิ่งที่ต้องการ เสพสุขกันจนถึงอกถึงใจ แล้วหลังจากนั้นก็แยกจากกันด้วยดี

แต่ห้ามทุ่มเทลงไปทั้งหัวใจโดยเด็ดขาด

ชาลส์หรี่ตายิ้มๆ พร้อมเอ่ยว่า น้อยมาก ความจริงแล้วเขาแทบไม่เคยทำแบบนี้เลยด้วยซ้ำ สำหรับเขาแล้วการจูบคู่รักที่ใช้เงินซื้อมากลางโต๊ะอาหารอย่างห้ามใจไม่อยู่แบบนี้เป็นเรื่องประหลาดมาก แต่เขาชอบจูบถังเฟิง ไม่ได้คิดอะไรมากมาย แค่อีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกแปลกใหม่ก็เท่านั้น

วันนี้มีอะไรทำไหมชาลส์ถามขึ้นขณะพับหนังสือพิมพ์ที่อ่านจบแล้ว

ถังเฟิงกินแฮมไปหนึ่งคำก่อนสั่นหัว ความจริงแล้วผมอยากไปหาลู่เทียนเฉิน

งั้นหรือ นายคงรักเขามากสินะ ชาลส์เลิกคิ้ว

เปล่า ผมแค่อยากไปคุยกับเขา ขอให้เขาเปลี่ยนผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่ให้ ประสบการณ์มากน้อยไม่เกี่ยง แต่ขอแค่ซื่อสัตย์และตั้งใจก็พอถังเฟิงรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเข้าใจผิด แต่เขาก็ไม่คิดจะอธิบายอะไรมาก อีกอย่าง ผมอยากไปดูว่าพอจะรับงานอะไรได้บ้างไหม

แต่การรับงานต้องติดต่อผ่านผู้จัดการส่วนตัว นี่คือสาเหตุที่ถังเฟิงต้องการเปลี่ยนผู้จัดการส่วนตัวที่น่ารำคาญคนนั้นในทันที

ชาลส์มองชายหนุ่มแล้วเสนอว่า เรื่องนี้ฉันจะจัดการให้เอง นายตอบแทนด้วยการอยู่เป็นเพื่อนฉันวันนี้ก็พอ

ทั้งวันชาลส์เสริมอีกคำหนึ่ง

 

รถลีมูซีนสีดำชวนให้รู้สึกถึงความมั่นคงและปลอดภัย คนขับเปิดประตูรถให้ แต่ชาลส์ยังไม่เข้าไปในรถ กลับให้ถังเฟิงขึ้นไปก่อนตามแบบฉบับของสุภาพบุรุษ จากนั้นตัวเองค่อยตามขึ้นมาทีหลัง

วันนี้ผมต้องทำอะไรบ้างถังเฟิงเอนหลังพิงเบาะและแอบครุ่นคิดอยู่คนเดียว ชาลส์ดูไม่เหมือนคนที่ชื่นชอบเรื่องวิปริตวิตถาร แต่ของแบบนี้มีใครเขารู้แน่ชัดกันบ้าง ถ้าอีกฝ่ายลากเขาเข้าไปในห้องทำงานแล้วทำเรื่องอย่างว่า เขาคงต้องหาวิธีปฏิเสธให้ได้

อยู่เป็นเพื่อนฉันก็พอชาลส์ยิ้มบางๆ เพียงยื่นมือมาวางบนต้นขาของถังเฟิง หากไม่ได้ล่วงล้ำไปมากกว่านั้น

ผมขอละลาบละล้วงถามคำถามสักข้อสิ คุณชาลส์ทำงานอะไรหรือครับ

ทำธุรกิจ ส่วนมากจะเป็นพวกอสังหาริมทรัพย์แล้วก็ธุรกิจการเงิน แต่ธุรกิจหลักอยู่ในยุโรป เมื่อไม่นานมานี้ถึงเพิ่งเริ่มลงทุนสร้างภาพยนตร์” พอนึกถึงหลายๆ เรื่องที่ถังเฟิงคงหลงลืมไปแล้ว ชาลส์เลยพูดต่อ ฉันกับลู่เทียนเฉินเป็นเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย ที่มาเมืองจีนคราวนี้นอกจากมาทำธุรกิจในประเทศแล้ว ยังร่วมลงทุนกับลู่เทียนเฉินด้วย

แม้แต่เขานายก็จำไม่ได้งั้นหรือชาลส์มองชายหนุ่มอย่างพินิจ

จำไม่ได้ แต่ตอนอยู่โรงพยาบาลเคยได้ยินเรื่องระหว่างผมกับเขามาบ้างถังเฟิงอ่านสายตาของอีกฝ่ายออก ชาลส์น่าจะรู้ว่าเจ้าของร่างเดิมชอบลู่เทียนเฉิน แต่จะว่าดีก็ดีตรงเรื่องที่ชาลส์รู้ส่วนใหญ่เป็นสิ่งอีกฝ่ายที่ได้ยินได้ฟังมาอีกที ไม่ได้รู้เพราะเคยสนิทสนมใกล้ชิดกับตัวถังเฟิงจริงๆ มาก่อน

ถังเฟิงเริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมาตุบๆ เหตุผลที่ว่าความจำเสื่อมจะโกหกลู่เทียนเฉินสำเร็จหรือเปล่านะ แต่เมื่อคิดให้ดีๆ แล้วก็ไม่เห็นจำเป็นต้องกังวลขนาดนั้น คนที่ลู่เทียนเฉินชอบคือเกอเฉินซึ่งก็ไม่ชอบถังเฟิงเหมือนกัน ต่างคนก็ต่างไม่อยากเจอหน้ากัน ซึ่งดาราของบริษัทต้นสังกัดก็ไม่จำเป็นต้องเจอกับประธานบริษัททุกวันสักหน่อย

ระหว่างทางนอกจากพูดคุยเรื่องที่ชาลส์มาประเทศจีนครั้งนี้แล้ว จู่ๆ ทั้งคู่ก็คุยกันเรื่องกีฬา เนื่องจากเมื่อก่อนถังเฟิงมีปัญหาสุขภาพจึงเล่นกีฬาหักโหมไม่ได้ ตามปกติกีฬาที่เล่นบ่อยที่สุดก็คือสนุกเกอร์ บังเอิญว่าชาลส์ก็คุยอวดว่าตัวเองเล่นเก่ง ทั้งสองคนคุยกันอยู่พักใหญ่ชาลส์ก็เสนอขึ้นมาว่าตอนบ่ายให้ลองไปแข่งกันสักตา ถังเฟิงจึงตอบรับด้วยความยินดี

 

รถจอดที่หน้าอาคารใหญ่สูงตระหง่านแห่งหนึ่งในเมือง S หน้าอาคารมีป้ายหินอ่อนขนาดใหญ่สลักตัวอักษรอันวิจิตรงดงามสามคำ : เทียนเฉินกรุ๊ป

ช่วงที่ถังเฟิงอยู่ในโรงพยาบาลเคยเห็นชื่อของลู่เทียนเฉินคนนี้ผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และผ่านคำพูดของพยาบาลมาบ้าง ลู่เทียนเฉินเป็นผู้ก่อตั้งและประธานของเทียนเฉินกรุ๊ป บุกเบิกธุรกิจมาตั้งแต่อายุยังน้อย อาศัยสถานะทางบ้านประกอบกับพรสวรรค์ของตนเองสร้างธุรกิจจนประสบความสำเร็จ มีธุรกิจหลายประเภทตั้งแต่อะไหล่รถยนต์ไปจนถึงธุรกิจการเงิน รวมทั้งธุรกิจบันเทิงที่ทำอยู่ตอนนี้ด้วย ขอแค่เป็นธุรกิจที่ทำเงินได้เขาก็พร้อมที่จะก้าวเข้าไป นับว่าเป็นบุคคลในตำนานคนหนึ่งของเมือง S แห่งนี้เลยทีเดียว

ส่วนเทียนเฉินกรุ๊ปก็คือฐานบัญชาการของลู่เทียนเฉิน

ชาลส์รู้อยู่แล้วว่าถังเฟิงกับลู่เทียนเฉินมีความบาดหมางกันอยู่ และถังเฟิงคนปัจจุบันจำลู่เทียนเฉินไม่ได้ ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะพาถังเฟิงมาที่เทียนเฉินกรุ๊ป แต่ก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่

ถังเฟิงมองชาลส์ด้วยความสงสัยแล้วก้าวไปยืนข้างๆ  รอยยิ้มสดใสแบบสุภาพบุรุษปรากฏบนใบหน้าอีกฝ่ายพร้อมคำพูดว่า “ลืมบอกนายไปว่าช่วงที่อยู่เมืองจีนฉันจะทำงานที่เทียนเฉินกรุ๊ป แต่ในเมื่อนายจำลู่เทียนเฉินไม่ได้ ถึงเจอหน้ากันก็คงไม่มีอะไร แล้วยังไงนายก็เป็นคนในสังกัดของเขาจะทำตัวกระด้างกระเดื่องกับเขาก็คงไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไร

ฟังจากคำพูดของชาลส์แล้ว ดูเหมือนเขาอยากจะเป็นคนช่วยสมานสัมพันธ์ใช่ไหมเนี่ย

ขอบคุณครับ” ถ้าสามารถลบล้างความแค้นในอดีตระหว่างลู่เทียนเฉินให้หายไปได้จริงๆ ก็ตรงกับความตั้งใจของถังเฟิงพอดี เพราะสัญญาของเขาอยู่ในกำมือของลู่เทียนเฉินนั่นเอง

ถังเฟิงเดินตามชาลส์เข้าไปในเทียนเฉินกรุ๊ป เขาคิดว่าคนที่นี่ดูเหมือนจะเคยเจอเขา อย่างน้อยพนักงานต้อนรับสาวต้องรู้จักเขาแน่นอน เมื่อเห็นเขาและชาลส์มาด้วยกัน พนักงานต้อนรับต่างตกตะลึง สายตาที่พุ่งเป้ามายังชายหนุ่มไม่ได้แสดงความเป็นมิตรหรือศัตรู แต่เป็นความประหลาดใจเสียมากกว่า

บริษัทเทียนเฉินเอนเตอร์เทนเมนต์ก็อยู่ภายในอาคารเทียนเฉินกรุ๊ป เป็นแค่ลูกจ้างแถมยังหลงรักประธานบริษัทอีก พนักงานที่นี่จะจดจำดาราเล็กๆ ผู้ตกอับอย่างถังเฟิงแบบนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่บางคนคงเริ่มสงสัยแล้วว่าถังเฟิงที่เคยคอยตามตื๊อประธานลู่อย่างจริงจังทำไมตอนนี้ถึงมาอยู่กับคุณชาลส์ได้

พวกเขากำลังมองผม” ถังเฟิงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มขมๆ ขณะเดินไปยังลิฟต์สำหรับผู้บริหารพร้อมกับชาลส์

นั่นก็เพราะนายหน้าตาดีมากไงล่ะ” ชาลส์ยื่นมือมาโอบเอวชายหนุ่มโดยอัตโนมัติ

หน้าตาดี? หน้าตาดีเกินไปอาจไม่เหมาะกับวงการบันเทิง ถังเฟิงมองภาพตัวเองกับชาลส์ที่สะท้อนบนกระจกในลิฟต์ ใบหน้านี้ของเขาอาจไม่ได้สวยมาก แต่ข้อดีคือมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้ผู้คนจดจำได้ ถ้าจะบอกว่าหน้าตาดี ความจริงแล้วชาลส์ยังเหมาะกับคำนี้มากกว่าเสียอีก เพราะทั้งสุขุมและดุดันตามสไตล์หนุ่มลูกครึ่ง

 

ลิฟต์หยุดที่ชั้นบนสุดของอาคาร ชาลส์ทำเหมือนไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย เดินโอบถังเฟิงเข้าไปในห้องทำงานใหญ่โตโอ่อ่า พนักงานต้อนรับแตกต่างจากเลขาของประธานตรงที่พนักงานต้อนรับควบคุมสายตาและปากของตัวเองไม่ได้ ส่วนเลขาอาจจะรู้สึกแปลกใจทว่ากลับไม่แสดงความฉงนสงสัยออกมาทางสีหน้าเลยแม้แต่น้อย สายตาที่มองถังเฟิงจึงดูเป็นปกติอย่างยิ่ง

คนคนหนึ่งจะก้าวขึ้นมายืนอยู่ในตำแหน่งหนึ่งได้ ย่อมต้องมีเหตุผลของมัน

ตอนเช้าฉันต้องทำงาน ตรงนั้นมีคอมพิวเตอร์กับนิตยสาร ถ้าต้องการอะไรก็บอกแอนนาได้ แค่อยู่ในห้องทำงานก็พอ” ชาลส์ตรงไปนั่งที่โต๊ะทำงาน เลขาแอนนารีบนำกาแฟเข้ามาเสิร์ฟทันที แน่นอนว่ามีของถังเฟิงด้วยหนึ่งที่

ตลอดช่วงเช้าชาลส์นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์จัดการกับเอกสารที่กองอยู่ตรงหน้า บางครั้งก็จิบกาแฟและเงยหน้าขึ้นมองถังเฟิงที่นั่งเล่นไอแพดอยู่บนโซฟาแต่ไม่ได้พูดอะไร ตั้งใจทำงานอย่างขะมักเขม้น

ถังเฟิงเป็นคนรู้จักกาลเทศะจึงไม่ได้ส่งเสียงรบกวนอีกฝ่าย แค่นั่งหาข่าวสารในอินเตอร์เน็ตอยู่เงียบๆ คนเดียว

อันดับแรกคือข่าวการเสียชีวิตของไฟนส์ ถัง เมื่อหนึ่งเดือนก่อนพระเอกภาพยนตร์ถึงแก่กรรมจากโรคหัวใจและจัดพิธีศพเรียบร้อยแล้ว ทรัพย์สินทั้งหมดบริจาคให้การกุศลตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม คนในวงการภาพยนตร์ต่างโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของนักแสดงมากฝีมือคนหนึ่งของวงการ

พอเห็นข่าว การตาย’ ของตัวเองแล้วก็ให้รู้สึกแปลกๆ  จู่ๆ ถังเฟิงก็เกิดแรงกระตุ้นอย่างรุนแรง เขาจะใช้ร่างกายนี้กับประสบการณ์และเทคนิคการแสดงที่สั่งสมมาตลอดสามสิบเจ็ดปี ปีนป่ายขึ้นไปให้ถึงจุดสูงสุดอีกครั้งให้ได้ เพราะเขารักทั้งงานแสดงและรักชีวิตของตัวเอง

หลังจากจิตใจสงบลงแล้ว เขาก็ค้นหาข่าวเกี่ยวกับลู่เทียนเฉิน ลู่เทียนเฉินในภาพหน้าตาหล่อเหลาคมคาย หากจะบอกว่าชาลส์เป็นสุภาพบุรุษที่มีความดุดันแฝงอยู่ในตัว ถ้าอย่างนั้นลู่เทียนเฉินก็คงเป็นสุภาพบุรุษที่ดูสุภาพเรียบร้อยและปกปิดความหรูหราเอาไว้ไม่มิด แต่ดูจากสายตาคมคายคู่นั้น ถังเฟิงกลับรู้สึกว่าคนคนนี้ไม่ได้ดูเรียบง่ายอย่างที่เห็นจากภาพลักษณ์ภายนอก สุภาพบุรุษที่แท้จริงคงไม่โหดเหี้ยมต่อพนักงานคนหนึ่งที่แอบหลงรักตัวเองมากขนาดนั้น

เกือบลืมนึกถึงชาลส์ ถังเฟิงรีบหาข่าวเกี่ยวกับชาลส์ มหาเศรษฐีจากทวีปยุโรป ฐานะมั่งคั่งร่ำรวย ปัจจุบันร่วมลงทุนทำธุรกิจบันเทิงกับลู่เทียนเฉิน นอกจากนี้แล้วถังเฟิงก็หาข่าวเกี่ยวกับอีกฝ่ายไม่เจออีก ในข่าวพูดถึงแค่การลงทุนทำธุรกิจของชาลส์ แต่ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องครอบครัวหรือเรื่องอื่นๆ ของเขาเลยแม้แต่คำเดียว

ถังเฟิงรู้สึกแปลกๆ เรื่องการร่วมมือกันของสองมหาเศรษฐีใหญ่ ผู้ชายสองคนนี้เป็นแค่นักธุรกิจธรรมดาจริงๆ น่ะหรือ เขาเงยหน้าขึ้นมองชาลส์อย่างเงียบๆ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ชาลส์หันมามองเขาเช่นกัน ฝ่ายนั้นส่งรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์มาทางเขาอย่างเปิดเผย

เบื่อแล้วหรือเขาปิดเอกสารแล้วลุกขึ้น เดินอ้อมโต๊ะทำงานก้าวไปหาอีกฝ่าย

ทำงานเสร็จแล้วหรือครับ” ถังเฟิงมองชาลส์ที่ก้าวใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ด้วยความรู้สึกสับสน หวังว่าผู้ชายที่มีเสน่ห์ล้นเหลือคนนี้จะเป็นแค่นักธุรกิจธรรมดาๆ คนหนึ่ง ถ้าชาลส์มีส่วนเกี่ยวข้องกับอิทธิพลมืดอะไรที่เขาไม่รู้จริงๆ นั่นก็เท่ากับว่าถังเฟิงจะล่วงเกินผู้ชายคนนี้ไม่ได้ ซ้ำอาจจะถึงขั้นพาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่ยากจะถอนตัว

จู่ๆ ฉันก็อยากจูบนายขึ้นมาน่ะ” ชาลส์บอกพร้อมนั่งยองๆ แล้วโอบเอวชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า จากนั้นโน้มตัวลงไปทาบทับแล้วประทับจูบลงบนริมฝีปากอ่อนนุ่มของอีกฝ่าย แต่ไม่ใช่จูบแผ่วเบาเหมือนแมลงปอแตะผิวน้ำ เขาเปิดปากถังเฟิงแล้วรุกล้ำเข้าไปอย่างไม่เกรงอกเกรงใจเลยแม้แต่น้อย จุมพิตหนักหน่วงผสมกับรสบุหรี่เผ็ดร้อน ถังเฟิงที่ไม่ค่อยได้ลิ้มรสจูบอันเร่าร้อนเช่นนี้ทำได้เพียงยอมรับสัมผัสนั้นแต่โดยดี

ชาลส์จูบอย่างเร่าร้อนรุนแรงราวกับจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว มือที่จับเอวก็ขยับลูบไล้อย่างหนักหน่วง ขณะที่ถังเฟิงคิดว่าชาลส์คงจะจัดการเขาที่นี่เป็นแน่ อีกฝ่ายกลับปล่อยเขาเสียก่อน แล้วยิ้มบางๆ พร้อมยื่นมือมาแตะริมฝีปากที่บวมแดงเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงแหบพร่า “หิวหรือยัง พวกเราไปกินข้าวกันเถอะ”

ควบคุมตัวเองได้ไม่เลวแฮะ

 

เทียนเฉินกรุ๊ปมีห้องอาหารที่จัดไว้สำหรับพนักงานโดยเฉพาะ ห้องอาหารมีขนาดใหญ่มาก กินพื้นที่ทั้งหมดสองชั้น โดยชั้นหนึ่งเป็นโซนสำหรับให้พนักงานรับประทานอาหาร ส่วนอีกชั้นใช้สำหรับจัดกิจกรรมหรือจัดงานเลี้ยงของบริษัท

ช่วงพักกลางวันพนักงานของเทียนเฉินกรุ๊ปจำนวนไม่น้อยต่างเลือกรับประทานอาหารในบริษัท ซึ่งไม่มีเมนูอาหารที่กำหนดตายตัว ห้องอาหารแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นโรงอาหารแบบบริการตัวเอง จัดอาหารไว้ให้พนักงานรับประทานได้ฟรี มีเมนูอาหารให้เลือกหลากหลายชนิด มีครบทุกอย่างทั้งเมนูแบบตะวันตกและตะวันออก แต่บริษัทไม่ได้จัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไว้ให้ มีเพียงน้ำดื่มและกาแฟเท่านั้น

อีกส่วนหนึ่งเป็นร้านอาหาร ถ้าคุณต้องการอาหารที่จัดทำอย่างประณีตและพื้นที่รับประทานอาหารที่เป็นส่วนตัวมากขึ้นอีกหน่อย ถ้าเช่นนั้นร้านอาหารแห่งนี้นับว่าเป็นทางเลือกที่ดี แต่บริเวณนี้ต้องจ่ายเงินค่าอาหารเอง

การเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของเทียนเฉินเอนเตอร์เทนเมนต์ทำให้ชาลส์สามารถสั่งอาหารที่นี่ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ

นับตั้งแต่เดินออกจากลิฟต์สำหรับผู้บริหารมาพร้อมกับชาลส์ ถังเฟิงรู้สึกได้ว่าหลายคนกำลังจับจ้องมายังพวกเขา พนักงานส่วนมากในเทียนเฉินกรุ๊ปเป็นคนหนุ่มสาวที่แต่งตัวกันอย่างสวยงามทันสมัย เขาแยกไม่ออกว่าในที่นี้ใครบ้างที่เป็นดาราในสังกัดเทียนเฉินเอนเตอร์เทนเมนต์ และใครเป็นพนักงานธรรมดาทั่วไป ซึ่งก็ต้องขอโทษด้วยที่เขาไม่ค่อยรู้จักวงการบันเทิงของจีนมากนัก

ชาลส์พาถังเฟิงตรงไปยังร้านอาหาร ช่วงเวลานี้บริเวณดังกล่าวมีเพียงแค่พวกเขาสองคนเท่านั้น พนักงานยื่นเมนูอาหารมาให้

ให้ฉันลองเดานะ ว่านายชอบกินอะไร” ชาลส์พลิกดูเมนูไปเรื่อยๆ พลางใช้นิ้วเคาะโต๊ะ มุมปากมีรอยยิ้มเหมือนกำลังเล่นเกมทายใจ ภาพเช่นนี้ของตัวเขาที่อยู่ในชุดสูทแบบตะวันตกเรียบกริบยิ่งทำให้ดูมีเสน่ห์น่าหลงใหลมากขึ้นไปอีก

ถังเฟิงหยิบน้ำมะนาวขึ้นมาจิบ พลางว่ายิ้มๆ “เอาสิครับ”

นายไม่กินเครื่องในสัตว์”

คุณรู้ได้ยังไงน่ะถังเฟิงประหลาดใจมาก ชาลส์เดาได้ถูกต้อง เขาไม่กินเครื่องในสัตว์จริงๆ

เพราะว่าฉันมีสายตาที่มองทะลุใจคนได้น่ะสิ หึๆ” ชาลส์สั่งอาหารอย่างรวดเร็ว พนักงานเก็บเมนูแล้วหมุนตัวกลับไป

งั้นคุณเห็นอะไรในตัวผมอีกบ้างถังเฟิงถามพร้อมวางแก้วน้ำ จากนั้นก็ประสานมือวางลงกับโต๊ะ แสงแดดยามเที่ยงวันที่ส่องทะลุผ้าม่านเข้ามาเหลือเพียงแสงสีอ่อนรำไร ตกกระทบใบหน้าด้านข้างของถังเฟิงอย่างอ่อนโยนจนชวนให้รู้สึกถึงความสงบนิ่งและละมุนละไมของชายหนุ่ม

ชาลส์โน้มตัวเข้าหา สายตาของเขาจับจ้องอยู่บนแก้มของอีกฝ่าย มีรอยยิ้มแต่งแต้มที่มุมปาก ขณะบอกด้วยน้ำเสียงเคลิบเคลิ้ม “ตอนนี้นายดูน่าหลงใหลมาก”

ผมก็มีสายตาที่มองทะลุใจคนได้เหมือนกันนะ ประโยคที่คุณพูดนี่คงไม่ได้พูดกับผมคนเดียวแน่ๆ  ชาลส์ คุณเคยคบผู้หญิงมามากกว่าผู้ชาย” ถังเฟิงเปิดโปงลูกไม้ของอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้หน้า ชาลส์ไม่โกรธแต่กลับหัวเราะร่า

ฮ่าๆๆ ถังเฟิง ถ้าอย่างนั้นฉันก็กล้าพนันได้เลยว่านายต้องเคยคบทั้งผู้ชายและผู้หญิงมาไม่น้อยไปกว่าฉันเหมือนกัน...” ชาลส์หัวเราะเสียงดัง เสียงหัวเราะเบิกบานของเขาดึงดูดความสนใจของคนอื่นๆ

ชาลส์ เรื่องอะไรนะที่ทำให้นายมีความสุขได้ขนาดนี้หากเสียงของชาลส์คือเสียงทุ้มต่ำแบบในละครเวที ถ้าอย่างนั้นเสียงของชายที่ปรากฏตัวขึ้นตอนนี้ก็คือเสียงนุ่มเย็นของยามราตรีที่มีเสน่ห์ชวนให้ลุ่มหลง

ถังเฟิงหันไปมองตามเสียง การได้พบลู่เทียนเฉินในเทียนเฉินกรุ๊ปไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แวบแรกที่ได้เห็นลู่เทียนเฉิน เขาพลันเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมเจ้าของร่างคนเดิมถึงหลงรักผู้ชายคนนี้ ลู่เทียนเฉินตัวจริงดูหล่อเหลาและมีเสน่ห์กว่าภาพในนิตยสาร บุคลิกเย็นชาแตกต่างจากคนทั่วไป ความลึกลับน่าค้นหาเช่นนั้นดึงดูดทั้งหญิงชายให้วิ่งเข้าหาได้อย่างง่ายดาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความร่ำรวยของอีกฝ่าย

โชคดีที่เขาไม่ได้จัดอยู่ในบรรดาคนเหล่านั้น เขาไม่มีความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง

เทียนเฉิน นายมาผิดจังหวะนะ ฉันกำลังกินมื้อเที่ยงกับถังสุดที่รักอยู่ แต่ยังไงฉันก็ต้องขอบใจนายมาก ถ้าไม่ได้นายช่วยแนะนำให้ ฉันคงไม่มีโอกาสได้รู้จักกับชายหนุ่มที่น่าหลงใหลขนาดนี้” ชาลส์ทักทายลู่เทียนเฉินอย่างกระตือรือร้น ดูจากท่าทางแล้วทั้งสองคนเหมือนจะเป็นเพื่อนสนิทกัน

อ้อ งั้นหรือลู่เทียนเฉินเพิ่งจะปรายตามามองถังเฟิงเพียงแวบเดียวด้วยสายตาเย็นชาและพินิจพิจารณา

ถังเฟิงยิ้มให้เขาเล็กน้อยตามมารยาท ดูเหมือนลู่เทียนเฉินจะประหลาดใจเล็กน้อย แต่เพียงแวบเดียวก็ปรับสีหน้าให้เย็นชาตามเดิม

ถ้าอย่างนั้นนายยิ่งต้องเลี้ยงข้าวฉันแล้ว” ลู่เทียนเฉินเดินเข้ามา พนักงานจึงรีบยกเก้าอี้มาให้

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 347 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

223 ความคิดเห็น

  1. #169 Sei-chan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:48
    เรายังไม่เคยอ่านแบบที่มีคนแปลมาก่อนแล้ว ส่วนตัวก็คิดว่าโอเค อาจจะใช้คำผิดหรืออะไรไปบ้าง แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเราสักเท่าไหร่ เพราะถ้าคำไหน หรือสำนวนแปลกๆเราก้ปรับให้เข้าใจเองในหัว
    พยายามต่อไปนะคะ แปลไปบ่อยๆแปลไปเรื่อยๆมันก็จะดีขึ้นตามลำดับเอง สู้ๆ
    #169
    0
  2. #138 นักอ่านสุดขี้เกียจ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 21:02
    ในฐานะคนที่เคยอ่านฉบับที่มีคนอื่นแปลมาก่อน
    เราก็โอเคกับอันนี้นะ คือเข้าใจแหละ ว่าฉบับหลัง คนมักจะรู้สึกไม่อินตลอด เราเจอมาหลายเรื่องละ
    เรื่องนี้ก็ไม่ได้แย่ขนาดจะไม่ซื้อ ไม่เหมือนเรื่อง "เวยเวย เธอยิ้มโลกละลาย" ที่รับไม่ได้จนซื้อไม่ไหว

    แต่พออ่านตอนนี้แล้วขอถามอย่างนึง นี่คือดราฟสุดท้ายแล้วใช่เปล่า? จะมีคนพรูฟอีกรอบมั้ย
    คือปล่อยคำแปลกๆ ผิดๆ โผล่มาได้ไงอ่า
    "กาแฟบดสดชงสด" ในประเทศไทยมีคำนี้ด้วยเหรอ????

    ปกติใช้คำว่า "กาแฟสด" เขาก็รู้แล้วว่ามาจากเมล็ดกาแฟบด ไม่ได้จากผงในซอง

    คือแบบ ปล่อยคำนี้มาได้ไง ฮือ จะร้อง
    #138
    2
    • #138-1 เมี้ยว (จากตอนที่ 4)
      26 ตุลาคม 2560 / 22:50
      เห็นว่าเป็นฉบับก่อนแก้ไขปรับปรุงคำแปลนะ
      #138-1
    • #138-2 P_preaw&proka(จากตอนที่ 4)
      7 พฤศจิกายน 2560 / 17:26
      เวยเวย เราว่าอ่านได้อยู่นะเพราะแบบมันแปลจีนอ่ะ ให้ความรู้สึกว่าแบบ มันแปลอ่ะ ภาษายังอยู่ในระดับพอได้ แต่ถ้าใครติดอ่านที่แบบเหมือนคนไทยเขียนก็จะขัดๆหน่อย
      #138-2
  3. #48 l3acldeviL (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 09:44
    จริงๆ แล้วมันต้องสมุดบัญชีที่เหลือแค่เลขสามหลักหรือเปล่าคะ
    ไม่ใช่สมุดบัญชีชื่อร่วมสามคน เพราะมันต่อด้วยประโยคผลาญเงินแม่จนหมด
    #48
    1
  4. #32 เมย์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 17:48
    สนุกจังเลย อยากได้หนังสือจัง จะออกเมื่อไหร่ค่ะ
    #32
    0
  5. #7 riva0 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 18:57
    หืมมมมม 
    #7
    0