Forbidden Love (fic Vampire Knigth)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 229 Views

  • 4 Comments

  • 22 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    49

    Overall
    229

ตอนที่ 15 : ราตรีที่ 15 ไร้การควบคุม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    7 ม.ค. 62

ราตรีที่ 15

ไร้การควบคุม

 

สิ่งสำคัญคือสิ่งควรค่าแก่การปกป้อง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งของที่ดูไม่มีค่าอะไรแต่หากมันสำคัญต่อหัวใจก็ยากจะทิ้งขว้างสิ่งเหล่านั้น เช่นเดียวกับบุคคล หากใครคนนั้นสำคัญกับใครสักคนก็ไม่แปลกหากพวกเขาเลือกที่จะปกป้องคนคนนั้นด้วยทุกสิ่งที่เขามี และจะทำทุกอย่างเพื่อที่คนสำคัญปลอดภัยต่อให้พวกเขาจะเป็นฆาตกร เขาก็เลือกที่จะทำโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

 

เช่นเดียวกับเขา คุรัน คานาเมะ ครั้งหนึ่งเขายอมทำผิดซึ่งกฎของแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ ฆ่าแวมไพร์บริสุทธิ์ด้วยกันเอง เพื่อยูกิ ผู้ที่เขารักที่สุด เขายอมที่จะควักหัวใจตัวเองเพื่อสร้างเป็นอาวุธที่ใช้ปกป้องเธอ...

 

ถึงเวลาจะผ่านไป แม้ว่ายูกิจะมีคนรักแล้วก็ตามเขาก็ไม่เปลี่ยนความคิดที่จะปกป้องเธอในฐานะน้องสาว... แต่กับใครอีกคนซึ่งเป็นดั่งฤดูใบไม้ผลิของเขา คานาเมะก็เลือกที่จะปกป้องเธอด้วยทุกสิ่งที่มี ยิ่งเธอพิเศษจากมนุษย์ทั่วไปมากเท่าไร เขายิ่งต้องให้ความสำคัญ... สำคัญมากเป็นพิเศษ

 

ชิรายุริ ซากุระ เธอพิเศษคานาเมะรู้สึกได้ ไม่ใช่เพียงกลิ่นกายของเธอที่กระตุ้นความกระหายได้ไม่เว้นแต่กับพวกเลือดบริสุทธิ์เช่นเขา เลือดของเธอมีพลังบางอย่างที่ทำให้คานาเมะรู้สึกถูกเติมเต็ม คานาเมะไม่เคยฝังเขี้ยวลงบนตัวซากุระ เขาเพียงลิ้มรสจากแผลเดิมที่เธอมี แผลจากไอโด้ เพราะการฝังเขี้ยวของเลือดบริสุทธิ์หากมนุษย์ผู้นั้นไม้สิ้นชีพพวกเขาก็จะเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ มันเป็นที่สิ่งพิเศษที่เหนือกว่าแวมไพร์ทั่วไป ...การแปลสภาพ... ซึ่งมีเพียงเลือดบริสุทธิ์เท่านั้นที่ทำได้...

 

มันไม่ได้เป็นเช่นละครหรือนิยายปรัมปราที่นักเขียนแต่งขึ้น โลกของพวกเขาซับซ้อนกว่านั้นมาก พวกเขาไม่กลัวแสงแดด ไม่กลัวกระเทียม หรือไม้กางเขน ไม่ใช่แค่ถูกแวมไพร์กัดมนุษย์จึงจะเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ได้ ต้องถูกกัดจากเลือดบริสุทธิ์เท่านั้น หากไม่ใช่... พวกเขาก็มีแต่ต้องตาย... เท่านั้น...

 

คานาเมะไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนซากุระให้เป็นแวมไพร์ เขาไม่เข้าใจตัวเองเช่นกัน ทั้งที่เมื่อก่อนเขาคิดจะเปลี่ยนยูกิหลายต่อหลายครั้ง แต่กับซากุระ มันคนละเรื่อง มันคงเป็นความกลัวเล็ก ๆ ของตัวเขาเอง... กลัวว่าซากุระจะไม่เป็นซากุระที่พวกเขารู้จัก... ไม่ก็กลัว... ว่าเธอจะเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อเขาก็ได้...

 

ร่างสูงเดินมายังสถานที่ซึ่งเป็นต้นตอของกลิ่นเลือดอันหอมหวานของซากุระ นับแต่ตอนกลางวันที่ซากุระออกมาระหว่างที่เขากำลัง ดื่ม คานาเมะก็ไม่ได้พบกับเธออีกคราแรกก็นึกห่วงเธอว่าจะเป็นอะไรไป แต่เธอก็ไม่ใช่เด็กเล็ก ๆ ที่ดูแลตัวเองไม่เป็น ถึงแม้บางทีเธอจะดูไร้เดียงสามากก็ตาม ไม่คิดเลยว่าตกเย็นกลิ่นเลือดของเธอกลับลอยมาเช่นนี้

 

แอ๊ด...

 

ร่างสูงสูงผลักประตูโบสถ์เข้าไปสิ่งแรกที่เขาเห็นคือร่างของเด็กผู้ชายที่ถูกเหวี่ยงนอนกับพื้นตรงหน้า แม้จะไม่มากสิ่งหนึ่งที่เขารู้ กลิ่นเลือดของซากุระจากเด็กคนนี้... และอีกหนึ่งภาพที่ทำให้หัวใจของเขาสั่นรัว ซากุระในอ้อมแขนของชายวัยกลางคนที่กำลังฝังเขี้ยวยาวลงบนไหล่ขาว มันกำลังดูดเลือดของเด็กสาวอย่างไม่ลดละไม่สนเลยว่าเธอจะเป็นเช่นไร

 

“พี่... สาว..” เสียงเล็กๆของเด็กน้อยเมื่อครู่ครางพร้อมกับร่างเล็ก ๆ ที่กำลังยันตัวขึ้นจากพื้น ดวงตาสีโลหิตฉายแววมุ่งมั่นผิดกับสายตาของชายวัยกลางคน ดูเหมือนเด็กน้อยกำลังพยายามช่วยซากุระจากชายตรงหน้า แต่ด้วยวัยที่ต่างกันทำให้เด็กน้อยไม่อาจสู้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อยากยอมแพ้

 

“อึก... อึก” เสียงดูดเลือดของชายวัยกลางคนดึงสะท้อนในหูของซากุระ มือทั้งสองที่พยายามขัดขืนค่อยหมดแรงลงเรื่อย ๆ พร้อม ๆ กับดวงตาที่เริ่มพร่ามัว จู่ ๆ กลับคิดถึงใบหน้าของใครอีกคน ที่เธอรู้สึกแปลก ๆ ด้วย ใบหน้าของรุ่นพี่ของเธอ ความคิดบางอย่างกลับผุดขึ้นมาก่อนที่เธอจะสิ้นสติ

 

อย่างน้อย... อยากเจออีกสักครั้ง... รุ่นพี่... คานาเมะ

 

ก่อนสติจะดับวูบร่างของชายวัยกลางคนถูกบางอย่างกระชากออกจากร่างของซากุระอย่างแรงกระเด็นไปกระแทกกับผนังโบสถ์ยุบลงไปตามร่าง ร่างของซากุระถูกรับไว้โดยอ้อมแขนแกร่งของคนที่เธอคิดถึงเสมอมา

 

“รุ่น...พี่... มา... จริงๆ ด้วย” เสียงหวานพูดกับร่างสูงอย่างอ่อนแรง

 

“ซากุระ... ไม่เป็นไรแล้ว...” คานาเมะปลอบใจซากุระ มองใบหน้าหวานด้วยความเจ็บปวด หัวใจราวกับถูก BLOODY ROSE กระหน่ำยิงไม่ยั้ง

 

เจ็บ... เจ็บเหลือเกิน... คุณซากุระ... อย่าจากผมไป...

 

ดวงตาสีเขียวปิดลงอย่างอ่อนแรง ผิวกายอุ่น ๆ ทำให้คานาเมะรู้ว่าเธอยังคงไม่จากเขาไป เพียงเสียเลือดอย่างมากเท่านั้น... แต่มันก็เสี่ยง... หากเขาช้ากว่านี้ร่างนี้อาจจะเปลี่ยนเป็นเย็นชืดของศพคนตาย...

 

ดีเหลือเกิน

 

คานาเมะรั้งร่างเล็กเข้ามากอดเบาๆ ก่อนดวงตาจะมองไปยังร่างของหลวงพ่อประจำโบสถ์และเด็กน้อยที่เข้ามานั่งข้าง ๆ พวกนี้กำลังตกสู่เลเวล E แต่ไม่รู้เหตุใด... เด็กผู้ชายคนนี้กลับแตกต่างออกไป

 

“เลือด... เลือด” เสียงของหลวงพ่อครางแผ่วเบา ร่างกายของเขาบอบช้ำจากการโจมตีเมื่อครู่ แต่ตัวของเขาขาดสติยั้งคิดเช่นเด็กน้อยมาโมรุ รสชาติหอมหวานของเด็กสาวที่ให้เขาเสพติด มันเป็นรสชาติที่เขาไม่เคยลิ้มรสมาก่อน นุ่มละมุนลิ้น ราวกับกำลังดื่มเครื่องดื่มรสเลิศ เสพติด ต้องการ ต้องการทั้งหมดจากเด็กคนนั้น...

 

“...” คานาเมะนิ่งเงียบกอดร่างบางไม่ไหวติง ไอสังหารจากตัวเขาไม่อาจดึงสติชายตรงหน้าได้สักนิด หลวงพ่อคนนั้นยังคงเดินมาหาร่างของซากุระในอ้อมแขนของเขา ไม่รับรู้ถึงอันตรายจากคานาเมะ สติรับรู้ของเขาถูกดึงไปจากตัวพร้อม ๆ กับร่างของเด็กชายที่เข้ามาขวางไว้

 

มาโมรุเป็นเด็กกำพร้าซึ่งไม่เคยมีใครใจดีกับเขาสักครั้งแม้แต่กับหลวงพ่อผู้นี้ มีเพียงซากุระที่เพียงพบกันครั้งแรก เธอกลับไม่เคยปฏิเสธเขา ทั้งยังไม่รังเกียจที่เขาดื่มเลือดจากเธอสักน้อย

 

พี่สาว... ผมขอโทษ

 

ไม่เป็นไร...พี่ไม่เป็นไร

 

จะปกป้องให้ได้ พี่สาวมาโมรุตั้งใจทำเช่นนั้นแต่แรกที่ได้สติ แต่ไม่ทันที่เด็กน้อยจะทำอะไร ความรู้สึกราวกับถูกเหล็กแหลมเสียดแทงร่างกายนับพันครั้งทำให้เขาตัวสั่น แรงกดดันจากใครอีกคนที่กอดร่างของเด็กสาวทำให้เขาก้าวขาไม่ออก ราวกับแรงทั้งหมดที่มีถูกคนคนนั้นสูบไปจนหมด

 

“อัก! อ้าก!!” ร่างของหลวงพ่อที่กำลังก้าวเข้ามากุมลำคอตนแน่น ค้างคาวสีดำไม่ทราบที่มาบินกรูเข้าใส่ร่างของเขานับร้อยตัว ก่อนจะรวมร่างกันเป็นเงาสีดำขนาดเท่าคนหนึ่งคนที่กำลังก้าวเข้ามา มือซ้ายบิดเกรียวรวมกันเป็นลิ้มแหลมยาว ก่อนที่ร่างนั้นจะใช้มือข้างนั้นเสียบทะลุหัวใจของหลวงพ่อ เลือดของอีกฝ่ายกระเซ็นไปทั่วบริเวณนั้น

 

ไม้กางเขนเงินอันใหญ่สะท้อนแสงจันทร์ที่ลอดมาทางลอยแตกของผนังสาดส่องไปที่ร่างของคานาเมะ ดวงตาสีแดงดั่งโลหิตกำลังจ้องมองไปยังร่างของแวมไพร์ผู้โชคร้ายอย่างไม่ยีระ ใบหน้าหน้าคมคายนิ่งราวกับรูปปั้นของบุรุษผู้งดงามท่ามกลางฝูงค้างคาวซึ่งบินว่อนรอบ ๆ ตัวเขาราวกับภาพวาดอันงดงาม... “บุรุษแห่งรัตติกาล”

 

ร่างของหลวงพ่อสลายกลายเป็นฝุ่นพร้อมกับเงาดำที่หายไป และเหล่าค้างคาวนับร้อยโบสถ์กลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง ไอสังหารเมื่อครู่หายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น มาโมรุทรุดนั่งกับพื้นตกตะลึงกับเหตุการณ์เมื่อครู่ มันราวกับนรกบนดิน ภาพที่จะตรึงตาเขาไปจนตาย และอาจเป็นฝันร้ายของเด็กน้อยไปอีกนาน

 

เขาผู้นี้งดงามแต่ภายใต้ความงดงามนั้นคือความน่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด แม้เด็กน้อยจะไม่รู้ว่าเขาคนนี้คือใครแต่สิ่งหนึ่งที่มะโนสำนึกเขาคิดได้คือ... เขาต้องเชื่อฟัง... ต้องทำตามคนคนนี้...

 

ตึง!!

 

“ท่านพี่!” ยูกิและเซโร่ก้าวเข้ามาด้านในโบสถ์มองสภาพโดยรอบก่อนจะหยุดที่ร่างของซากุระในอ้อมแขนของคานาเมะ

 

คานาเมะไม่ตอบอุ้มซากุระขึ้นอย่างเบามือแล้วหันมาหายูกิ ดวงตาของคานาเมะฉายแววตำหนิมายังน้องสาวของตนเล็กน้อยแล้วจึงพาร่างของซากุระกลับไปยังครอสอคาเดมี่ ทั้งบุคคลทั้งสามให้ยืนนิ่งกับที่

 

“นี่... พี่สาว... ผมตามไปได้ไหม... พี่สาวคนนั้น...ผมเป็นห่วงเขา” มาโมรุเดินมาหายูกิที่ยังประมวลความคิดตัวเองไม่ออก มือเล็กๆดึงชายเสื้อของเธอเบาๆ ในขณะที่ดวงตายังคงมองตามแผ่นหลังของคานาเมะไป

 

“อ เอ๊ะ!” ยูกิมองเด็กชายตรงหน้า แอบไม่เข้าใจทำไมคานาเมะไม่ลงมือ ทั้งเธอและเซโร่ต่างได้กลิ่นเลือดของซากุระจากเด็กคนนี้

 

ยูกิและเซโร่มองหน้ากัน เด็กผู้ชายคนนี้เหมือนกับเซโร่เป็นเหยื่อและกำลังตกสู่เลเวล E กลิ่นสาบจางๆจากร่างกายเด็กน้อยทำให้ยูกิและเซโร่วิตก แต่อีกสิ่งที่พวกเขาไม่แน่ใจ กลิ่นเลือดที่เปลี่ยนไปของเด็กคนนี้ จะว่าแปลกก็ได้ดวงตาของเขาไม่เหมือนกับพวกที่กำลังขาดสติแม้แต่น้อย มันดูปกติและคล้ายกับเซโร่ในตอนนี้มาก

 

เกิดอะไรขึ้น?

 

 

ครอสอคาเดมี่สถานศึกษาประจำซึ่งแบ่งคราสเรียนเป็นสองคราสคือ เดย์คราส เรียนในเวลากลางวัน และ ไนต์คราส เรียนในเวลากลางคืน เหล่าไนต์คราสเป็นนักเรียนระดับแนวหน้าผู้เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติ ทั้งเรียนเก่งเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ หน้าตาดีหาตัวจับยาก และอื่น ๆ อีกมากมายซึ่งทำให้พวกเขาต่างจากนักเรียนทั่วๆไป... และอีกหนึ่งความลับ... นักเรียนไนต์คราส... ทุกคนล้วนแต่เป็น... แวมไพร์...

 

ครอสอคาเดมี่สร้างขึ้นจากความฝันของผู้อำนวยการ สร้างที่ที่แวมไพร์สามารถอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้อย่างสันติ แต่ถึงกระนั้นนักเรียนเดย์คราสกลับไม้ทราบความลับนี้เลย มีเพียงเหล่าการ์เดี้ยนเท่านั้นที่รู้ความลับเหล่านี้ และยังเป็นผู้ควบคุมกฎการพบกันระหว่างนักเรียนทั้งสองคราส เพราะถึงแม้ที่แห่งนี้จะสร้างขึ้นจากความฝันที่ต้องการให้ทั้งสองเผ่าพันธุ์สามารถอยู่ร่วมกันได้ก็ตาม แต่การเสี่ยงให้พวกเขาเข้ามาอยู่ร่วมกันนั้นก็เป็นสิ่งไม่ควรทำเช่นกัน

 

เพราะยังไงกลิ่นเลือดของมนุษย์ก็ถือว่าเป็นอันตรายสำหรับแวมไพร์อยู่ดี เพราะพวกเขาอาจขาดสติหันไปไล่ฆ่าเหล่านักเรียนเพื่อได้ลิ้มรสชาติของอาหารอันโอชะ... ทว่ามันไม่ใช่กับชายผู้งดงาม คุรัน คานาเมะกับร่างของเด็กสาวในอ้อมแขน แม้ร่างนั้นจะมีเลือดไหล แต่ร่างสูงกลับไม่มีวี่แววของการขาดสติ สิ่งเดียวที่เขาคิดมีเพียงการช่วยให้เธอปลอดภัยเท่านั้น

 

คานาเมะพาซากุระมายังห้องพยาบาล เขาลงมือทำแผลให้กับซากุระด้วยตัวเอง เขาทำความสะอาดแผลที่ไหล่ขาวอย่างเบามือ กลิ่นเลือดของเธออาจจะดึงดูดเขาแต่ตอนนี้ความกลัวของเขากลับทำให้ความต้องการทั้งหมดหายจนสิ้น คานาเมะซับเลือดที่ไหล่ขาวมองดูรอยเขี้ยวของแวมไพร์แปลกหน้าแล้วหัวใจคันยิบๆ ความโมโหกรุ่นโกรธปะทุขึ้นมาช้าๆ ก่อนจะระงั้นทุกสิ่งทำแผลที่ไหล่จนเสร็จ ก่อนจะทำที่ฝ่ามือเล็กต่อไป

 

ซากุระยังคงหลับตาพริ้มดวงหน้าใสซีดเผือดของคนเสียเลือดไปมาก ชุดนักเรียนของเธอมีแต่กลิ่นคาวเลือดเต็มไปหมด แต่กระนั้นร่างเล็กก็ยังคงไม่ได้สติ

 

“ท่านพี่...” ยูกิก้าวเข้ามาหาคานาเมะ มองร่างของรุ่นน้องสาวอย่างสงสาร ดูเธอจะเสียเลือดไปมากเป็นพิเศษ

 

“ทำไมไม่บอกผมยูกิ” คานาเมะถามดวงตายังคงมองใบหน้าของซากุระไม่ละไปไหน

 

“เราคิดว่า... ไม่นานซากุระจังก็น่าจะกลับมา” ยูกิยอมรับว่าตนสับเพร่าที่ไม่ตรวจตราให้ดี แต่เธอก็ไม่คิดว่าซากุระจะกลายเป็นแบบนี้จึงไม่ได้ออกตามหาตั้งแต่แรกที่รู้ว่าเธอหายไป

 

“...เธอหายไปตั้งแต่เมื่อไร” คานาเมะถามอีกครั้ง เอื้อมมือไปปัดปลอยผมที่ตกมาปิดหน้าของซากุระ

 

“เรามารู้ตอนที่ตรวจนักเรียนในหอพระอาทิตย์ค่ะ”

 

“แล้วหลังจากนั้นยูกิ... เธอกับเซโร่ทำอะไร” คานาเมะหันมาดวงตาเรียบเฉยผิดกับปกติที่เคยเป็น ตลอดมาไม่ว่ายูกิจะทำผิดแค่ไหน เขาก็ไม่เคยตำหนิเธอแบบนี้มากก่อน แต่ครั้งนี้มันแตกต่าง...

 

“พวกเรา... ท่านพี่เราขอโทษ... ยูกิไม่คิดว่า”

 

“...” คานาเมะนั่งนิ่งมองยูกิรอฟังคำแก้ตัว ก่อนเซโร่จะเดินมาสมทบมองบรรยากาศมาคุตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ เหตุการณ์แบบนี้ สถานการณ์แบบนี้มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เซโร่จับไหล่บางของยูกิ

 

“ไม่มีใครอยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นหรอกครับรุ่นพี่...” เซโร่แก้ต่างจ้องตอบกับดวงตาของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว

 

เรื่องร้าย ๆ แบบนี้ไม่ว่าใครก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นทั้งเขาและยูกิต่างก็เสียใจและคิดว่านี่คือความผิดของพวกเขา ยิ่งยูกิที่เอ็นดูซากุระเป็นพิเศษยิ่งเสียใจมากกว่าใครทั้งหมด แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่จะมาโทษกันเองแบบนี้ เซโร่ไม่พอใจที่คานาเมะดูจะโทษยูกิว่าเป็นฝ่ายผิดเพียงผู้เดียว

 

“...”

 

“พวกเราก็พยายามตามหาอย่างถึงที่สุดแล้ว... แต่ว่า...” เซโร่หยุดคำพูดลง คานาเมะไม่ตอบโต้อะไร ใช่ว่าเขาจะโทษแค่ยูกิกับเซโร่ หากแต่เป็นเขาที่ผิดมากที่สุด เขาไม่ดูแลซากุระให้ดี ทำให้เธอตกอยู่ในสภาพนี้

 

“...เซโร่...” ยูกิจับมือหน้าดวงตาเปี่ยมด้วยความเศร้าของยูกิก้มลงมองพื้น “หากจะหาคนที่ผิดที่สุดก็คงไปเป็นฉันนี่ละ... ถ้าฉันไม่พาซากุระไปดูท่านดื่มเลือดละก็เรื่องพวกนี้คงไม่เกิดขึ้นหรอก” ยูกิจับมือเซโร่แน่น หยาดน้ำสีใสคลอหน่วงที่ดวงตาคู่งาม กล่าวโทษตัวเองที่เป็นเหตุของเรื่องในวันนี้ทั้งหมด

 

“รุ่น...พี่... ไม่ผิดหรอกคะ... ถ้าจะผิด... ให้ซากุระ... เป็นคนผิดเถอะค่ะ” เสียงแหบหวานของคนที่นอนหลับจนถึงเมื่อครู่พูดขึ้น ดวงตาสีใบไม้ปรือตามองคนทั้งสามที่ยังคงหาคนผิดจนถึงเมื่อครู่

 

“คุณซากุระ” คานาเมะขยับหันกลับมามองซากุระที่ตื่นขึ้นมอง ดวงหน้าซีดเผือดของคนไร้สีเลือด ริมฝีปากบางแห้งผากซีดขาวต่างจากปกติ

 

“รุ่นพี่... รุ่นพี่ยูกิ... ไม่ผิด...” ซากุระยังคงเอ่ยออกรับแทน ยูกิตรงรี่เข้ามาจับมือของซากุระ

 

“ซากุระจัง...”

 

“ไม่เอา... ไม่ร้องนะ... ซากุระปลอดภัยแล้ว” ซากุระใช้มืออีกข้างยกขึ้นเช็ดน้ำตาของยูกิ ส่งยิ้มอย่างอ่อนแรงมาให้ พยายามปลอบใจคนตรงหน้าอย่างถึงที่สุด

 

“ฮึก... ซากุระจัง” ยูกิแทบจะปล่อยโฮทันทีที่ซากุระปลอบใจ ความกดดันทั้งหมดเหมือนถูกยกออกจากอก ดีใจ ดีใจจนอยากจะร้องไห้ดัง ๆ

 

“รุ่นพี่...” ซากุระเอ่ยเสียงแผ่ว รู้สึกหน้ามืดเมื่อพยายามขยับตัวเพื่อลุกจากเตียง คานาเมะเข้ามาประคองซากุระอย่างเบามือ ในขณะที่เซโร่เข้ามาปลอบใจยูกิ

 

“คุณเสียเลือดไปมาก... พยายามอย่าลุกเร็ว ๆ แบบนั้นสิครับ” คานาเมะเตือนค่อยๆประคองซากุระให้นั่งบนเตียงก่อนจะขยับนั่งบนเตียงแล้วให้ซากุระเอนลงบนตัวของเขา ให้เธอใช้เขาเป็นหมอนอิงจำเป็น

 

“ร รุ่นพี่...” ซากุระพยายามดันตัวเองออกจากรุ่นพี่ แต่ด้วยแรงอันน้อยนิดทำให้เธอไม่อาจค้านความตั้งใจของคานาเมะได้ ซึ่งการกระทำเหล่านั้นตกอยู่ในสาตาคู่รักแต่เก่าก่อนตลอดเวลา การกระทำที่แปลกไปจากเดิมของคานาเมะทำให้ยูกิเลิกร้องไห้แทบจะทันที

 

“...” คานาเมะหลับตาลงซบลงไรผมสีของเด็กสาวอย่างโล่งใจ ไม่สนการระทำที่เป็นการขัดขืนจากร่างบางแม้แต่น้อย ผิดกับซากุระที่ใจเต้นรัว เธอแอบดีใจที่หลวงพ่อคนนั้นดูเลือดของเธอไปเยอะแบบนี้ ไม่เช่นนั้นหน้าของเธอตอนนี้คงแดงไม่ต่างลูกมะเขือเทศเท่าไรนัก

 

“รุ่นพี่... แล้ว... มาโมรุคุงละค่ะ” ซากุระถามขึ้นท่ามกลางความตะลึงงันของคู่รักยูกิและเซโร่ เธอนึกได้ว่าที่โบสถ์แห่งนั้นมีเด็กคนหนึ่งซึ่งเธอเสี่ยงชีวิตพาเขาไปส่งที่นั่น... ถึงเธอจะรู้ว่าเขาเป็นอะไรแต่เธอก็เข้าใจสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเขา เมื่อหิวก็ต้องกิน... ไม่เคยถือโทษโกรธเด็กน้อยสักนิด กลับเป็นห่วงเขามากกว่าสิ่งสุดท้ายที่เธอจำได้ มาโมรุพยายามปกป้องเธอจากหลวงพ่อและถูกทำร้ายจากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบพร้อมกับการมาของรุ่นพี่คานาเมะ นั่นทำให้เธออดห่วงเขาไม่ได้ ตอนนี้เขาเป็นยังไง? ปลอดภัยดีไหม?

 

“เด็กคนนั้นชื่อมาโมรุงั้นเหรอ” ยูกิถามมองซากุระที่จู่ ๆ เอ่ยถามถึงเด็กน้อยแอบแปลกใจที่ซากุระดูสนิทสนมกับเด็กแปลก ๆ คนนั้น

 

“ค่ะ ซากุระบังเอิญเจอเขาก่อนกลับมาที่โรงเรียน ซากุระเลยพาเขากลับไปที่โบสถ์... และ...” ซากุระหยุดแค่นั้นไม่กล้าพูดอะไรต่อไปกลัวว่าพวกรุ่นพี่จะโกรธมาโมรุคุง

 

“เขาขอตามกลับมาด้วยเพราะเป็นห่วงซากุระจัง... ตอนนี้อยู่กับผู้อำนวยการน่ะ” ยูกิอธิบายเห็นรอยความกังวลในดวงตาของซากุระอย่างชัดเจน เริ่มเดาสถานการณ์ของวันนี้ได้บ้างแล้ว... บางทีซากุระอาจพาตัวเองไปเจอเรื่องแบบนี้เพราะความใจดีของเธอก็เป็นได้

 

“เขา... ปลอดภัยดีใช่ไหมคะ”

 

“... เขาปลอดภัยดีจ๊ะ... ซากุระจังไม่ต้องเป็นห่วงนะ”

 

“ค่อยยังชั่ว...” ซากุระหลับตาลงอย่างสบายใจเมื่อรับรู้ว่าเด็กน้อยของเธอปลอดภัยดี เผลอพิงไหล่ไปที่หมอนอิงจำเป็นอย่างเผลอตัว แขนของคานาเมะที่ประคอบเอวบางของซากุระออกแรงรั้งร่างเล็กเบา ๆ เพื่อให้ซากุระเลิกขยับตัวหนีตนเสียที ดวงตาเรียวลืมตาขึ้นมองซากุระที่เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเผลอพิงอกของเขา

 

“คุณซากุระนอนพักเถอะ... คุณเสียเลือดไปมาก” คานาเมะย้ำอีกครั้งแต่เขาไม่ได้มองที่ซากุระเวลาพูดประโยคนี้แต่อย่างใด กลับมองตรงไปยังยูกิและเซโร่ที่กลายสภาพเป็นก้างปลาชิ้นโตภายในห้องพยาบาลแห่งนี้ ราวกับกำลังเอ่ยปากไล่กลาย ๆ

 

“แต่... ซากุระเหนียวตัว... อยากเปลี่ยนเสื้อผ้า” ซากุระพูดอ่อมแอ้มในลำคอ เธอไม่อยากให้เขามองว่าเธอเป็นคนเรื่องมาก อวดเก่งเกินตัวแต่จะให้เธอนอนในชุดนักเรียนเปื้อนฝุ่น คราบเลือดเกรอะกรัง และมีสภาพไม่ต่างเศษผ้า (แค่ตรงคอ) แบบนี้ไม่ว่าข่มตาหลับยังไงก็หลับไม่สนิทอยู่ดี

 

“...” รุ่นพี่หนุ่มเงียบไป ก่อนเบนสายตาไปหาหญิงสาวอีกคนในห้องราวกับออกคำสั่ง

 

“ง งั้นเดี๋ยวพี่ไปเอาที่ห้องมาให้นะ...” ยูกิพูดขึ้นทำท่าจะเดินออกไปทันที

 

“ม ไม่ต้องหรอกค่ะ... ซากุระอยากกลับไปนอนที่ห้องด้วย... เดี๋ยวซากุระกลับหอ...”

 

“คุณซากุระ... คุณเสียเลือดไปมากนะครับ... จะปล่อยให้อยู่คนเดียวแบบนั้น”

 

“ซ ซากุระไปนอนกับรุ่นพี่ยูกิก็ได้...” ซากุระเอ่ยขึ้น แอบกลัวว่าคืนนี้รุ่นพี่คนนี้จะนั่งเฝ้าเธอทั้งคืน ถ้าเป็นแบบนั้นกลัวว่าซากุระคงไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น

 

ฝ่ายยูกิที่ถูกกล่าวถึงมองร่างของทั้งสองที่ยังคงเถียงกัน เธอพอเข้าใจสิ่งที่ท่านพี่ของเธอต้องการและเข้าใจว่าซากุระคงประหม่าไม่มากก็น้อย ถึงจะขัดใจท่านพี่ของเธอไปบ้างแต่จะให้ซากุระจังอยู่ที่นี่กับท่านพี่ของเธอทั้งคืนมันก็ไม่ใช่ความคิดที่เข้าท่าเท่าไรนัก

 

“นั่นสินะ... คืนนี้ให้ซากุระจังอยู่ที่ห้องยูกิก็ได้... ถึงจะต้องทำงานของการ์เดี้ยนแต่ก็ยังมีเพื่อนร่วมห้องช่วยกันดูยังไงคืนนี้ซากุระจังก็มีเพื่อนอยู่แน่นอนค่ะ” ยูกิเอ่ยพลางเข้ามาพยุงร่างของรุ่นน้องให้ลุกจากเตียงไปกับตน มองใบหน้าของคานาเมะที่ไม่รู้จะว่ายังไงพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่เธอจะพารุ่นน้องสาวออกไปลับตาของบุรุษทั้งสอง

 

“ขอบคุณนะคะรุ่นพี่” ซากุระเอ่ยกับยูกิเมื่อไม่เห็นคานาเมะแล้ว...

 

“ไม่เป็นไร... ท่านพี่เองก็เอาแต่ใจตัวเกินไปด้วย...” ยูกิยิ้มประคองร่างของซากุระให้เดินไปยังหอพระอาทิตย์ช้าๆ

 

“... ไม่หรอกค่ะ... รุ่นพี่แค่เป็นห่วงซากุระเท่านั้นเอง... คงกลัวว่าซากุระจะทำให้รุ่นพี่เดือดร้อน”

 

“ห หา...ไม่ใช่แล้วละ... อาการแบบนี้น่ะ... เขาเรียกว่าหวง... ห่วงจนเกินเหตุต่างหาก” ยูกิแย้งกับความคิดของซากุระ จะว่าไร้เดียงสาหรือซื่อบื้อดี ท่านพี่ของเธอก็เล่นลุกหนักจนซากุระตามไม่ทัน... โอ๊ย... ปวดหัวชะมัด

 

“ไม่หรอกคะ... รุ่นพี่... รุ่นพี่เคยรู้สึกใจเต้นแปลก ๆ เวลาอยู่ใกล้ใครไหมค่ะ” ซากุระถามกลางปล่อง คำถามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของเธอทำให้ยูกิหันมามองทันที

 

“ใจเต้น? แบบไหน”

 

“ก็... มันเหมือนจะทะลุออกมา... บางทีก็รู้สึกหน้าร้อน ๆ เวลาเขายิ้มให้... รู้สึกเจ็บที่อกเวลาเขาอยู่กับคนอื่น... ดีใจที่เห็นหน้าเขา บางทีคิดถึงเขาทุกครั้ง... แล้วก็รู้สึกอยากอยู่ข้าง ๆ ... อยากให้เขายิ้ม... ไม่อยากให้เขาทุกข์ใจ... มันเหมือนมีผีเสื้อบินในตัวของซากุระ... มันแปลกมาก ๆ... ซากุระ... เป็นอะไรไป...”

 

ยูกิฟังคำบรรยายด้วยรอยยิ้ม เปิดประตูเข้าไปยังห้องพักของตัวเองประคองให้ซากุระนั่งลงที่เตียงของเธอ แล้วส่งยิ้มจาง ๆให้กับเด็กน้อยตรงหน้า

 

“แล้วในนี้รู้สึกยังไงเวลาใครคนนั้นแสดงอาการว่าเป็นห่วงซากุระจังมาก ๆ ละ”

 

“...อุ่น... มันอบอุ่น... ดีใจ...” ซากุระวางมือทาบที่อกนึกถึงสีหน้ากังวลของคานาเมะขึ้นมาเธอดีใจที่เขาห่วงเธอแบบนั้น...

 

“แล้วถ้าเขาคนนั้นส่งยิ้มมาให้ซากุระจัง... หรือ...เวลาที่ซากุระจังอยู่กับเขาคนนั้นแบบใกล้ชิด... อืม... แบบว่ากอดเอวอะไรแบบนั้น” ยูกิยิงคำถามตรง ๆ จ้องมองทุกการกระทำของซากุระที่กำลังทำท่าคิดตามที่เธอพูดก่อนเธอจะก้มหน้างุดอย่างเขินอาย ยูกิยิ้มให้กับภาพแสนน่ารักก่อนที่เธอจะจับไหล่ของซากุระเบา ๆ เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีมรกฎ

 

“อาการแบบนี้... เขาเรียกว่า... ตกหลุมรักค่ะซากุระจัง”

 

To be continuing…

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #3 Yususa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:49

    สนุกดีจัง เนื้อเรื่องก้ดีด้วยชอบซากุระมากเลย น่าร๊ากกก ติดตามนะคะ มาต่อเร็วๆนะ เราชอบมาก

    #3
    0
  2. #2 LuCieNNa (@nanamisora) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 00:57
    ชอบค่ะ รออ่านนะ
    #2
    0