Forbidden Love (fic Vampire Knigth)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 281 Views

  • 4 Comments

  • 25 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    24

    Overall
    281

ตอนที่ 13 : ราตรีที่ 13 ความสำคัญของดอกไม้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 ม.ค. 62

ราตรีที่ 13

ความสำคัญของดอกไม้

 

เป็นเวลาหลายวันแล้วหลังจากที่เกิดเหตุวันนั้น คานาเมะก็แทบไม่มีโอกาสได้พบซากุระอีกเลย แต่ก็ด้วยเหตุผลหลายอย่าง ทั้งเขาและเธอต่างก็ยุ่งกับการเรียนที่หนักขึ้น แถมยังพ่วงด้วยภาระหน้าที่ของเขาด้วย ถึงจะหงุดหงิดที่ไม่ได้เจอกันแต่นั่นก็เลี่ยงไม่ได้

 

“ท่านพี่...ไม่ได้ดื่มมาหลายวันแล้วนะ นี่ท่านพี่” ยูกิเรียกแวมไพร์บ้างานที่เอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้องไม่ยอมออกไปไหน ขนาดเธอมาเรียกถึงหน้าห้องแวมไพร์บ้างานยังไม่ยอมออกมาเลยแม้แต่น้อย

 

“เสียเวลาน่ายูกิจัง พวกเราลองเรียกแล้ว ถ้าไม่ใช่เวลาเรียนก็แบบนี้ละ” อิจิโจบอกอย่างเหนื่อยใจ หลายวันมานี่พวกเขาทุกคนต่างก็แวะเวี่ยวมาคอยดูที่หน้าห้องแต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

 

“แบบนี้มันไม่ดีต่อสุขภาพนะ...”

 

“...”

 

“...อ๊ะ! เดี๋ยวกลับมาค่ะ” ว่าแล้วเธอก็วิ่งออกไปท่ามกลางความงุนงงของคนที่อยู่หน้าห้อง

 

ทางแวมไพร์ที่อยู่ด้านใน เมื่อเสียงรบกวนด้านนอกเงียบไปเขาจึงหันมาสนใจกระดานหมากรุกตรงหน้าต่อ

 

ถามว่าตัวเขาทำไมถึงเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องเหตุผลหนึ่งก็คือกองเอกสารมากมายที่เขาพึ่งสะสางเสร็จและวางกองมันไว้ที่โต๊ะ และอีกข้อ...หาทางจัดการกับคนคนนั้น จากที่คุณคาโอรุบอกเขา คนคนนี้มีพลังมากกว่าแต่ก่อนทั้งยังคืนชีพอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว นั่นหมายความว่าเขาไม่สามารถเดินเกมส์แบบเมื่อก่อนได้แล้ว...

 

แต่ไม่ว่าจะวางแผนยังไงตัวหมากที่เขาต้องใช้กลับมีไม่พอ มันต้องเหลือช่องโหว่ให้ฝ่ายนั้นมาจัดการกับควีนได้อยู่ดี...

 

เซโร่...คือแจ็ค...ที่พ่วงภาระดูแลยูกิที่อาจตกเป็นเป้าหมายจากคนคนนั้น

 

คนอื่น ๆ ก็ไม่น่าจะเทียบชั้นกับคนคนนั้นได้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจแน่ใจว่าจะจัดการกับคนคนนั้นได้รึเปล่า...

 

“ต้องหาตัวหมากเพิ่มสินะ... คนที่จะพลิกเกมส์นี้” เขาวางคิงลงกับกระดานแล้วลุกไปที่หน้าต่าง มองท้องฟ้าสีครามที่ส่องสว่างจนแสบตา แต่กลับน่าหลงใหล... ใช่... น่าหลงใหลเหมือนเธอคนนั้น

 

“จากวันนั้นก็ไม่ได้เจออีกเลยสินะ...” เขาพูดเบาๆ มองท้องฟ้าสีสวยอย่างกับได้มองใบหน้าหวานของใครอีกคน

 

เมื่อนึกถึงตรงนี้เขาก็ต้องชะงัก วันนั้นที่เขาได้เห็น สถานที่ที่สว่างไสวแต่กลับนุ่มนวลดุจสรวงสวรรค์ที่ที่เขารู้สึกว่าเคยเห็นมาก่อน ป่าต้นซากุระหลากชนิดบานสะพรั่ง กลีบสีหวานปลิวว่อน เส้นผมสีดำของเธอยาวขึ้นจนพันไปกับกิ่งไม้รอบๆรวมถึงตัวเขา ดอกซากุระที่บานบนเส้นผมราวกับส่งกลิ่นหอมยั่วยวนออกมา ให้ความรู้สึก ร่างกายคล้ายจะหยุดนิ่งไปกับภาพตรงหน้า

 

เทพธิดา...

 

คำนิยามนี้น่าจะเหมาะกับสิ่งที่เขาเห็นมากที่สุด...

 

“แต่ถึงจะคิดแบบนั้น คุณซากุระก็เหมือนเทพธิดาอยู่แล้ว” เขาพูดกับตัวเองเบาๆ คำคำเดียวที่เขาให้ซากุระได้มีแค่คำนี้เท่านั้น

 

“ถอยไม่ได้... อีกแล้ว” ถอย...จากซากุระไม่ได้อีกแล้ว... เธอไม่ใช่คนที่จะยืนรอผมท่ามกลางหิมะอันหนาวเหน็บ... แต่เธอคือคนที่ดึงผมมาจากความอ้างว้างเดียวดาย... นั่นคือตัวตนของเธอ ตัวตนที่เขาไม่อาจจะละสายตาได้ ไม่ต่างกับท้องฟ้าอันงดงาม เมื่อลองได้สัมผัสกับความงามนั่นแล้ว ก็ยากที่จะถอนตัว

 

นี่ใช่แค่ความรู้สึกชั่วคราวแต่เป็นความรู้สึกชั่วนิรันดร์

 

...รัก....

 

ร่างสูงยิ้มกับความรู้สึกที่ชัดเจน... ก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดชะงัก... ความรู้สึกหนักอึ้งจนก้าวเท้าไม่ออก

 

...ยูกิ...

 

ชื่อนี้ เมื่อก่อน...ยูกิคือทุกสิ่ง... ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของเขา... เป็นชีวิต เป้าหมาย และอนาคตของเขา... แม้แต่ตอนนี้ก็ตาม... มนุษย์... มีความรักได้มากกว่าหนึ่ง... แล้วแวมไพร์อย่างเขาละ... ตัวเขายังดื่มเลือดของยูกิได้... แม้จะบอกว่ารัก... แต่การที่เขายังทำแบบนั้นได้... หมายความว่า... ซากุระเป็นเพียงความรู้สึกชั่ววูบงั้นเหรอ...

 

สับสน... ไม่เข้าใจ... ผมเป็นอะไรไป...

 

“ท่านพี่...”

 

ยูกิ...

 

ผมหันไปหาเจ้าของเสียงที่หน้าประตู ไม่รู้ว่าเพราะผมคิดมากเกินไปรึเปล่า ทำให้ไม่รู้เลยว่ายูกิเข้ามาตอนไหน ใช่ไม่รู้เลยว่าเข้ามามาได้ยังไง

 

“ต้องทานอะไรบ้างสิค่ะ! ไม่งั้นจะไม่ดีต่อสุขภาพนะ” เธอบ่นอย่างหัวเสีย ใบหน้าหวานบูดบึ้งตามอารมณ์เดินจ้ำอ้าวมาพาเขาออกจากห้องส่วนตัวที่เขาใช้เวลาเกือบอาทิตย์หมกตัวในนั้น...

 

ร่างสูงเดินตามคนตัวเล็กลงมาข้างล่างที่คนอื่น ๆ ยืนรออยู่... รวมไปถึง...

 

“คุณซากุระ” เจ้าของชื่อหันไปตามเสียงเรียก ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้เขา รอยยิ้มที่เปลี่ยนให้รอบตัวหยุดนิ่ง

 

“ขอรบกวนด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมกับโค้งลงนิด ๆ พอเป็นพิธีเป็นการขออนุญาตซึ่งเขาก็ไม่รู้จะปฏิเสธยังไงเหมือนกัน คนที่พามาก็คงไม่พ้นคนที่พาเขาออกมาจากห้องอีกนั่นละ...

 

“มาทำอะไรที่นี่ครับ?”

 

“ก็ซากุระจังรู้เรื่องเราแล้ว แถมเธอก็บอกว่าอยากเห็นเวลาที่เราดื่ม... ก็เลย...”

 

“จะแสดงให้ดู” เซโร่ต่อท้ายให้... ผมมองยูกินิ่ง บอกเลยว่าผมไม่เข้าใจในการกระทำของเธอที่จู่ๆก็ลากซากุระมาในเวลาแบบนี้ จะให้เธอดูตอนที่เราบ้าคลั่งรึไง...

 

“ซากุระเป็นคนขอเอง อย่าว่ารุ่นพี่ยูกิเลยค่ะ” ร่างเล็กออกรับแทน... 

 

ผู้หญิงคือสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจยาก... ผมเข้าใจในคำนี้แล้ว

 

“เอาเถอะค่ะ ไม่มีอะไรหรอก” ยูกิบอกพลางเดินเข้ามาหาผู้ที่มีอำนาจสูงสุดช้า ๆ พลางปลดกระดุมเสื้อออกเล็กน้อย เธอเดินมาหยุดที่ตรงหน้าผม...แล้วใช้มือเล็กรวบผมของตนออกไปเผยให้เห็นลำคอขาวที่กำลังเรียก... เรียกความกระหายของตัวเขาให้พุ่งสูง... ความอยากที่มาจากซากุระก่อนหน้านี้ยังไม่เคยดับไปและไหนจะตอนนี้

 

เขาไม่สนว่าตอนนี้ใครจะมองอยู่... ขยับเข้าหาต้นคอขาวอย่างกระหาย เรียวปากสวยอ้ากว้างเผยให้เห็นเขี้ยวขาวก่อนที่เขาจะผังเขี้ยวลงไป...

 

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง... หอมหวานจนหลายคนต้องเบือนหน้าหนี... แต่ไม่ใช่กับมนุษย์เพียงคนเดียว...ผู้ซึ่งยืนนิ่งมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

 

มันทั้งเจ็บ... เสียใจ... ตื่นเต้น... และตื่นกลัว

 

ความรู้สึกทั้งหมดตีกันจนซากุระไม่อาจขยับไปไหนได้ มองภาพการกินของแวมไพร์ที่เธอเพิ่งเคยเห็นครั้งแรกต่อไปโดยไม่รู้เลยว่า... น้ำตาไหลออกมาตอนไหน... ไม่รู้ด้วยว่าไหลเพราะอะไร...

 

กลิ่นดอกไม้ที่ลอยมาทำให้ประสาทการรับรู้ของคานาเมะทำงาน เขาถอนเขี้ยวออกมาช้าๆทั้งๆที่ยังไม่อิ่ม... มองซากุระที่ยื่นนิ่งมองเขาทั้งสอง หยาดน้ำสีใสที่กำลังหลั่งรินนั่นราวกับน้ำกรด...

 

เจ็บ

 

“ซากุระ... เธอ”

 

!! เอ๊ะ... นี่เรา... ฮึก... ทะ ทำไมละ” เธอลนลานเช็ดน้ำตาของตัวเอง มือเล็กๆกำลังสั่น...

 

“ซากุระขอตัวนะคะ” ไม่ทันได้ถามซากุระก็รีบบอกลา พร้อมกับเดินเร็วๆออกไปจากหอโดยที่เขาห้ามไม่ทัน

 

ปึก!

 

ยังไม่ทันจะก้าวข้ามประตูไปร่างเล็กของซากุระ เธอเดินชนกับบางอย่างจนเซก่อนที่ในช่วงพริบตาแขนแกร่งของใครบางคนจะรวบเอวของหญิงสาวเข้าหาตัว... กอดร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าหล่อเหลาติดจะเย็นชา ดวงตาสีน้ำเงินมองคนตรงหน้านิ่งๆ เส้นผมหยักศกสีส้ม...

 

ราวกับถูกแช่แข็ง แวมไพร์เลือดบริสุทธิ์หนุ่มมองภาพตรงหน้าอย่างหงุดหงิด แต่กระนั้นก็ไม่อาจขยับได้... ราวกับมีบางอย่างหยุดเขาให้มองภาพดอกไม้งามของเขากับชายอื่น... ดวงตาสีน้ำตาลแดงหรี่ลงเมื่อชายผู้มาใหม่ไม่ยอมปล่อยมือทั้งยังส่งยิ้มอ่อนโยนให้ร่างบาง... ดวงตาที่มีประกายลึกซึ้งแบบนั้น... ผมไม่ชอบ เผลอกำหมัดแน่นด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน

 

เพล้ง!!

 

แก้วน้ำที่วางไว้บนโต๊ะแตกกระจายตามอารมณ์ของผม ทำให้ซากุระเธอหันมามองและผลักเด็กใหม่ออก... และวิ่งไป... เขาได้แต่มองตามไม่อาจตามไปได้... ร่างสูงมองเด็กใหม่ที่มองตามซากุระไปอย่างไม่ชอบใจ ก่อนที่เด็กนั่นจะเดินเข้ามาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์เช่นเดิม

 

และอีกหนึ่งที่ซึ่งทำให้พวกเขาทุกคนชะงักงัน แม้ดวงตาจะเป็นสีน้ำตาลเปลือกไม้ เส้นผมสีน้ำตาลทองแบบคนตะวันตกแต่ทั้งใบหน้าและรูปลักษณ์ภายนอก... ช่างคล้ายกับเธอคนนั้น... เหมือนกับซากุระราวกับเป็นพี่น้อง!!!!

 

ดวงตะวันคล้อยต่ำ ผืนฟ้าสีใสเปลี่ยนเป็นสีส้มนวลตามเวลาที่ล่วงเลย ภายในหมู่บ้านยามวิกาลอันตรายฉันใดก็ฉันนั้น แม้การมีตัวตนของสิ่งมีชีวิตยามวิกาลจะไม่เป็นที่ล่วงรู้ของสาธารณะบุคคล แต่ถึงอย่างนั้นบุคคลเหล่านั้นก็เรียนรู้ที่จะกลับเข้าบ้านเมื่อแสงของวันค่อยๆดับลงไป ราวกับจะบอกว่าเวลาอันปลอดภัยในวันนี่ได้จบลงแล้ว...

 

อาทิตย์อัสดงสาดแสงนวลอ่อน ผู้คนพากันกลับเข้าบ้าน ร้านค้าเองก็กำลังเก็บร้านของตน แม้ว่าบางร้านจะยังเปิดอยู่แต่พวกเขาก็ไม่คิดจะเปิดโต้รุ่งเลยแม้แต่ร้านเดียว คงเพราะช่วงนี้มีเหตุการณ์ประหลาด ที่มีคนหายไปอย่างไร้ร่องรอยและหลังจากนั้นจะมีคนพบกับศพของคนที่หายไป... ผิวกายเย็นเชียบสีขาว เนื้อหนังเหี่ยวย่นราวกับถูกบางอย่างสูบเลือดไปจนหมด และที่น่าตกใจคือรอยกัดจำนวนมากตามร่างของศพที่บ่งบอกว่าก่อนตาย...เหยื่อต้องเจอกับศัตรูนับไม่ถ้วน

 

หากแต่กระนั้นในเวลาที่ผู้คนควรกลับเข้าบ้าน ที่ลานน้ำผุปรากฏร่างสาวน้อยผมดำยาวสลวย ดวงตาสีใบไม้คลอหนวงด้วยหยาดน้ำสีใสจ้องมองน้ำในบ่ออย่างเหม่อลอย ใบหน้าหวานดูเศร้าสร้อยจนน่าเห็นใจ ร่างบอบบางในชุดนักเรียนไนต์คลาสที่โด่งดัง...

 

ซากุระออกมาจากโรงเรียนด้วยความรู้สึกยากจะอธิบาย ในขณะนั้นเมื่อยามมองดูรุ่นพี่คุรันกำลังดื่มเลือดของยูกิ ราวกับบางอย่างมันร้องตะโกนอย่างทรมาน เหมือนกับว่าเธอเคยเห็น เห็นภาพแบบนี้มากก่อน แต่ไม่ว่าจะนึกเท่าไรก็ไม่อาจจำได้ว่าเคยเห็นที่ไหน บางอย่างในตัวนับตั้งแต่พบกับชายผู้มีตาสองสีคนนั้นราวกับอะไรบางอย่างถูกปลดล็อค บางอย่างที่แสนสำคัญ

 

“แล้วมันคืออะไรกันนะ” เธอพึมพัน เผลอนึกย้อนไปถึงวันที่เธอรู้ว่ารุ่นพี่ของพวกเธอและเหล่าไนท์คลาสไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป แต่พวกเขาต่างก็คือแวมไพร์... หากจะถามว่าเธอกลัวไหม ซากุระสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าไม่กลัว... แม้ว่าตอนแรกจะกลัวที่รุ่นพี่ทำแบบนั้นก็เธอก็ตาม แต่พอนานไปกลับรู้สึกได้ว่าพวกเขาไม่ได้น่ากลัวดั่งที่คนอื่นคิด กลับดูสุภาพ ดูน่าเคารพเสียด้วยซ้ำ เพราะแบบนั้นเธอถึงไม่ได้รู้สึกกลัวแต่อย่างใด พลางคิดไปว่าพวกเขาน่าสนใจเสียด้วยซ้ำ

 

เพราะแบบนั้นวันที่เธอถึงขอมาดูเวลาที่พวกเขา กิน ตอนแรกเธอไม่ได้กลัวออกจะตื่นเต้นเสียด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้ทำไมอาการคับยิบ ๆ ที่อก และความเจ็บแปลบพวกนั้นถึงตามมา และโดยไม่รู้ตัวน้ำตาจากไหนไม่รู้ก็ไหลเป็นเขื่อนแตกพอรู้สึกตัวก็รู้แค่ว่าไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้วก็เท่านั้น เลยต้องขอตัวออกมา และขาเจ้ากรรมก็พาเธอมาที่นี่

 

“เฮ้อ... แล้วเราจะวิ่งออกมาทำไมกันนะ... แค่รุ่นพี่ดื่มเลือดจากรุ่นพี่ยูกิเท่านั้น...เอง...” ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น ความรู้สึกเจ็บแปลบนั่น ก็กลับมาทักทายเธออีกครั้ง เผลอคิดไปว่าอยากให้รุ่นพี่ดื่มเลือดจากเธอมากกว่า

 

“ท่าจะบ้าแฮะเรา” ซากุระบ่นลุกจากน้ำพุกลางหมู่บ้าน สะลัดความคิดแปลกๆเหล่านั้นออกจากหัว ก่อนมุ่งหน้าสู่ครอสอคาเดมี่เว้นเสียแต่ว่า

 

แรงดึงน้อย ๆ จากด้านหลังเรียกให้ซากุระหันไปมอง เด็กน้อยตัวเล็กที่กำลังดังชายเสื้อของเธอ เขาเป็นผู้ชายผมสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าก้มงุดสั่นน้อยๆราวกับกำลังกลั้นเสียงสะอื้น มือเล็กยังคงดึงชายเสื้อของเธอไม่ยอมปล่อย

 

“...หลงทางงั้นเหรอ? ไม่เอาสิ เด็กผู้ชายเขาไม่ร้องไห้ง่ายๆแบบนี้หรอกนะ” ซากุระย่อตัวลงปลอบใจเด็กน้อยตรงหน้า มองใบหน้าหน้ารักเปรอะเปื้อนอย่างเอ็นดู ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาชุบน้ำจากบ่อน้ำพุเพื่อทำความสะอาดใบหน้าของเด็กน้อย

 

“ฮึก”

 

“เอาละเสร็จแล้ว... ไหนบอกพี่สิบ้านเราอยู่ไหน... พี่จะพาไปส่ง” ซากุระถามหลังจากทำความสะอาดใบหน้าของเด็กน้อยเรียบร้อยแล้ว

 

เด็กน้อยไม่ได้ตอบคำถามของฮารุนะแต่อย่างใด เพียงแต่ยกมือชี้ไปยังซอยเล็กๆแห่งหนึ่ง

 

“ที่โบสถ์ ผมอยู่ที่โบสถ์” เด็กน้อยบอกซากุระมองตามเห็นหลังคาโบสถ์ไม่ไกลจากนี่เท่าไรนัก...

 

“งั้นไปกัน” ซากุระยื่นมือไปจับกับมือเล็กๆ ก่อนจะเดินเข้าไปยังซอยเปลี่ยวนั้นโดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่าดวงตะวันที่อบอุ่นได้ลาลับจากขอบฟ้าไปแล้ว พร้อมๆกับร่างของบุคคลจำนวนหนึ่งที่ไล่ตามคนตัวเล็กไปไม่ห่าง...

 

“นี่ก็มืดแล้วนะเซโร่... ซากุระจังหายไปไหนนะ ทำไมยังไม่กลับมาอีก” ยูกิเดินวนอยู่ที่หน้าทางเข้าโรงเรียนหลักจากที่เธอไปสำรวจจำนวนนักเรียนของฝั่งหอพระจันทร์ก่อนจะพบว่าซากุระไม่ได้กลับมาที่หอเลย

 

“เดี๋ยวก็กลับมาแล้วน่า...” แม้ปากจะพูดแบบนั้นตัวเขาเองก็กังวลไม่แพ้กับ ยิ่งรุ่นน้องคนนั้นเป็นอะไรที่พิเศษ ก็ยิ่งเสี่ยงต่อการถูกทำร้ายมากขึ้น

 

“แต่นี่มันมืดแล้ว... หรือเราจะปรึกษาท่านพี่ดี” ยูกิถามวันนี้ทั้งคู่ละเลยการทำหน้าที่ทั้งคู่เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของรุ่นน้อง

 

“อย่าเลย... แค่เรื่องตอนกลางวันก็ถือว่าแย่แล้ว”

 

“แต่ว่า...”

 

“ยูกิ...คุณชิรายุริยังไม่กลับมาอีกเหรอ?” ผู้อำนวยการโรงเรียนเดินมาด้วยความกังวัน ไคเอนรับรู้เรื่องนี้จากยูกิเมื่อตอนเย็นแม้ว่าตอนแรกจะไม่กังวลมาก แต่เมื่ออาทิตย์อับแสงมันคือเวลาของนักล่าในเมื่อยิ่งทำให้เขากังวล

 

“ยังค่ะ... ทำยังดี...”

 

“เกิดอะไรขึ้นยูกิ...”

 

“... แย่แล้วค่ะ ซากุระ ซากุระจังยังไม่กลับมาเลยค่ะ!

 

To be continuing…


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น