Forbidden Love (fic Vampire Knigth)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 225 Views

  • 4 Comments

  • 22 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    45

    Overall
    225

ตอนที่ 11 : ราตรีที่ 11 งานเลี้ยงแวมไพร์ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    3 ม.ค. 62

 

ราตรีที่ 11

งานเลี้ยงแวมไพร์ (1)

 

 

เสียงเปียโนท่วงทำนองอ่อนหวาน สอดประสานกับเสียงหวานราวกับนกไนติงเกลดังทั่วอาณาบริเวณ “ครอสอคาเดมี่” เหล่านักเรียนไนต์คาสต่างมองไปที่ตึกใหญ่อย่างพร้อมเพรียงรอคอยการกลับมาของนายเหนือที่หายไปตั้งแต่บ่ายจนถึงเวลานี้

 

“ท่านพี่ลืมเรื่องงานเลี้ยงวันนี้แล้วเหรอ?” น้องสาวของนายเหนือเอ่ยลอยๆมองไปยังตัวอาคาร อุสาเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้แต่ท่านพี่ของเธอดันไม่ยอมกลับมา

 

“พวกฉันไปก่อนละกัน ฝากเธอเรื่องหมอนั่นด้วย” เซโร่บอก พลางมองไปยังหน้าประตูที่มารถคันหนึ่งแล่นเข้ามาแล้วเดินทางไปพร้อมๆกับพวกไอโด้

 

“คงต้องรีบแล้วสินะ” ยูกิว่าพลางเดินเข้าไปในตัวอาคาร

 

เสียงดนตรีอ่อนหวานดังประสานกับเสียงของคนตัวเล็ก คานาเมะยอมรับเลยว่าตนไม่อยากไปไหน อยากอยู่ที่นี่ฟังเสียงเด็กน้อยผู้นี้อย่างไม่รู้เบื่อ

 

“...รุ่นพี่ค่ะ...” ซากุระส่งเสียงเรียกคนตรงหน้าเมื่อเพลงหยุดลง ให้คานาเมะหลุดจากความคิดของตัวเอง มองเด็กน้อยที่มองเขาก่อนจะหยิบโน้ตเพลงอีกใบมาให้ เขาไม่เกี่ยงที่จะเพลงให้กับเธอดีเสียอีกที่ได้ฟังเสียงหวาน ๆ นั้นเพียงผู้เดียว ช่วยให้อารมณ์ของเขาผ่อนคลายเสียนี่กระไร

 

เขาเริ่มบทเพลงอีกครั้งมองใบหน้าหวานที่กับลังขับร้องบทเพลงตามจังหวะ บทเพลงที่รุนแรงโหยหา แต่เสียงที่สอดประสานกลับอ่อนหวาน อ่อนโยน สองเสียงที่แตกต่างกลับสอดประสานได้อย่างลงตัว

 

คานาเมะมองคนที่กำลังขับร้องบทเพลงอย่างไม่เข้าใจตัวเอง หลายครั้งที่คิดทบทวนเกี่ยวกับความรู้สึกของตัวเขาเอง บางครั้งก็เคยนึกเปรียบเทียบความรู้สึกระหว่างยูกิกับซากุระ กับยูกิ...รัก...ยังไงก็คือรัก เขายังสนใจ ให้ความใส่ใจกับยูกิไม่เปลี่ยน ถึงจะบอกเสมอว่ายอมให้เซโร่ได้อยู่ข้างๆเธอ เพื่อความสุขของยูกิแต่ยังไงรักก็ยังเป็นรัก ความรู้สึกมันไม่ได้เปลี่ยน...

 

กับซากุระ... เป็นความห่วงหาอาทรที่แยกไม่ออก ต้องการ...ให้อยู่ข้างๆ ไม่อยากให้หายไปจากสายตา ไม่อยากให้เจ็บปวด ไม่อยากให้ร้องไห้เสียใจ อยากปกป้อง... แต่ก็ต้องการเลือดของเธอด้วยเช่นกัน สามารถบอกได้เลยว่าตอนนี้ความรู้สึกที่มีให้ซากุระมันมากเสียยิ่งกว่ายูกิ แต่เขากลับไม่กล้าเรียกว่ารัก...

 

ตัวผมกับคุณห่างกันเกินไป คุณคือแสงสว่าง...ผมคือความมืด...เราต่างกันเกินไปคุณซากุระ

 

เสียงเปียโนและเสียงร้องเพลงหยุดลงพร้อมกับความคิดของคานาเมะ สายตาเผลอมองไปที่คอขาวอย่างกระหาย.... แต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อคนตัวเล็กหันมามองเขาด้วยรอยยิ้ม สีหน้าแสดงถึงความยินดีอย่างเห็นได้ชัด

 

“ขอบคุณนะคะ ไม่ได้รุ่นพี่ละก็ซากุระก็ไม่แน่ใจว่าจะซ้อมเพลงพวกนี้ยังไง”

 

“ไม่เป็นไรครับ...ด้วยความยินดี” เขาตอบมองคนตัวเล็กอย่างเอ็นดู เพียงเวลาไม่นานความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอทำไมมันถึงมากมายขนาดนี้...

 

“ท่านพี่... ลืมนัดของเราแล้วเหรอค่ะ” ยูกิที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องดนตรีถามขึ้นท่ามกลางความเงียบของทั้งสอง

 

ซากุระหันไปมองยูกิอย่างตกตะลึงรุ่นพี่สาวของเธอวันนี้ดูสวยจริงๆ ร่างสูงโปร่งในชุดราตรีสีดำขับให้ผิวดูขาวนวลเป็นประกาย เส้นผมสีน้ำตาลถูกปล่อยยาวลงมาประดับด้วยที่คาดผมสีดำ ประดับด้วยกุหลาบแดงขนาดพอเหมาะที่หน้าอกด้านซ้าย โดยรวมแล้ว...รุ่นพี่คนนี้ของเธอช่างดูงดงาม สูงส่ง... มีมนต์เสน่ห์อย่างน่าประหลาด...

 

“นั่นสินะ...คุณซากุระผมขอตัวนะครับ” คานาเมะพลางลุกเดินออกไปพร้อมกับยูกิ ภาพของทั้งคู่ที่ดูราวกับสิ่งสวยงามที่สร้างมาเพื่อกันและกัน ทำให้คนที่อยู่ข้างหลังรู้สึกเจ็บแปลบ...

 

“พวกเขาเหมาะสมกันจริงๆ... แล้วทำไม... ถึงรู้สึกเจ็บแบบนี้นะ”

 

 

ไม่นานหลังจากยูกิหายกลับไปอาคารเรียนเธอกลับออกมาพร้อมใครอีกคนที่หายไป ยูกิเดินนำไปยังรถลีมูซีนสีดำสนิทซึ่งจอดรออยู่ร่างสูงไม่ได้ถามอะไรก้าวขึ้นไปยังรถคันใหญ่ตามด้วยยูกิตามขึ้นไป

 

“ขออภัยที่ช้านะครับคุณมัตสึฮิเดะ” ร่างสูงเอ่ยเสียงเรียบมองชายสูงวัยที่นั่งตรงข้ามตนและใครอีกคนที่นั่งตรงข้ามข้างๆชายสูงวัย

 

“ไม่ได้ช้าขนาดนั้นหรอกครับ...คงไปหาเธอมาสินะครับ กลิ่นของเธอติดมาด้วย” คาโอรุถามด้วยรอยยิ้ม ตอนแรกนึกแปลกใจที่คนแบบคานาเมะมาสาย แต่เมื่อได้กลิ่นที่ติดตัวมาเขาก็เข้าใจทันที

 

“....” ร่างสูงเงียบไปทันทีมองคนตรงหน้านิ่งๆ

 

“เฮอะ!! กะอีแค่กลิ่นน้ำหอมมันจะอะไรนักหนา”

 

ชู!!!”คาโอรุปราบเด็กข้างๆตัวเสียงดัง แต่ดูเขาจะไม่ใส่ใจ และหันไปสั่งคนขับรถให้ออกรถไปทันทีก่อนจะเปิดเพลงฟังตัดขาดกับโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง

                           

“ต้องขออภัยแทนลูกชายผมด้วยครับท่านคานาเมะ” ชายชรากล่าวขอโทษแทน คานาเมะมองชายหนุ่มที่ชื่อชูอย่างพิจารณา คนตรงหน้าเขาเรียกได้ว่าเป็นคนหน้าตาดีคนหนึ่ง ใบหน้าคมคายมีสีหน้าติดเย็นชาเบื่อโลกตลอดเวลา ผิวซีดออกคล้ำเล็กน้อย เส้นผมสีส้มหยักศกตัดซอยอย่างดี และดวงตาสีน้ำเงินจางๆเป็นประกาย

 

“คุณคาโอรุคะ คือว่าเรื่องงานเลี้ยงนี่”

 

“กระผมขออภัย ดูเหมือนเรื่องที่ผมมาที่ครอสอคาเดมี่เพื่อมาพบท่านคานาเมะจะรั่วออกไปครับ”

 

“แบบนี้นี่เอง...” ยูกิมองคาโอรุเพื่อจับผิดแต่ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ

 

“แล้วชื่อที่จ่าหน้าซอง...” ยูกิถามต่อคาโอรุมีท่าที่หนักใจไม่น้อย แต่ก่อนที่เขาจะได้ตอบคนข้างกายที่คิดว่าไม่อยากยุ่งเรื่องอะไรก็ดึงหูฟังออกมองทั้งยูกิและคานาเมะสลับกัน

 

“ก็ตามนั้น ริโดะมันยังไม่ตาย... หลังจากมีข่าวการหลับของนายจู่ๆหมอนั่นก็ปรากฏตัวที่สภาอาวุโส พวกตาแก่ก็รีบให้การต้อนรับและคุ้มครองเลือดบริสุทธิ์อย่างเจ้านั่นแทบจะทันที การตื่นของนายไม่ใช่แค่ทำให้อำนาจในฐานะเลือดบริสุทธิ์ของมันเหลือน้อยลงเท่านั้น แต่ยังเป็นการบอกให้ทางสภาเลิกกลัวไอ้เจ้านั่นไปในตัวด้วย” สิ้นคำตอบยูกิทำท่าคิดหนัก ไม่คิดว่าระหว่างที่เธอไม่สนใจทางสภาจะเกิดเรื่องแบบนี้...

 

“เดี๋ยวก่อนสิ...ถ้าจะบอกว่าริโดะยังไม่ตายงั้นก็หมายความว่าต้องมีพิธีเพื่อการคืนชีพ...”

 

“มันไม่ทันแล้วครับเจ้าหญิง... เขาคืนชีพเรียบร้อยแล้ว...”

 

“ด ได้ยังไงกัน...”

 

“หึ!! เพราะความสับเพร่าของพวกแกนั่นละที่ไม่ฆ่าให้ตาย แค่เห็นว่าหายไปแค่นั่นก็จบแค่นั้นรึไง!

 

“อ๊ะ!!” ยูกิตกใจกับคำประณามที่ไม่ทันตั้งตัวเล็กน้อยก่อนที่คาโอรุจะใช้สายตาปรามผู้เป็นลูกชายแล้วกลับมาอธิบายต่อ

 

“หลังจากที่มีข่าวว่าเขาแพ้พวกคุณ... ไม่นานมีครอบครัวมนุษย์กลุ่มหนึ่งถูกฆ่าล้างครอบครัว ...พวกเรามารู้ว่าครอบครัวนั้นเป็นครอบครัวดอกไม้ก็หลังจากนั้น จากที่พวกเราทราบลูกสาวและผู้เป็นแม่ถูกฆ่าอย่างทารุณ ไม่นานเหล่าผู้มีเลือดพิเศษทั่วโลกก็ทยอยถูกฆ่าไปจนหมด...ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว” คาโอรุเล่าลอบมองลูกชายตนที่มีท่าทางโกรธแค้นมากกำหมัดแน่นเสียจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน

 

“...”

 

“แล้วที่คุณเคยพูดก่อนหน้านี้”

 

“ผมไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง บางทีเธออาจจะรอดมาได้โดยบังเอิญก็ได้”

 

“ใคร?” ชูที่นั่งเงียบมานานถามขึ้นทันควัน

 

ดอกไม้...ดอกสุดท้าย” สิ้นคำตอบจากชายสูงวัยทั้งรถเกิดความเงียบขึ้นชั่วอึดใจ ชายหนุ่มผมสีส้มยกมือขึ้นปิดหน้าบางส่วน ดวงตาสีน้ำเงินส่อแววความดีใจอย่างปิดไม่มิด เรียวบางบางคลี่ยิ้มจางๆ

 

“ตาแก่... ขอเสนอของแกก่อนหน้านี้ฉันจะรับไว้ละกัน”

 

 

ในคฤหาสร้างหลังใหญ่ที่ก่อนหน้านี้เคยเงียบสงัดกลับมีแสงไฟและเสียงเพลง บุคคลมีชื่อเสียงมากมายต่างเดินทางมายังที่นี่เพื่อมาร่วมงานเลี้ยงแสดงความยินดีแก่ผู้ที่กลับมา คานาเมะ คุรัน นายเหนือหัวของเหล่าแวมไพร์

 

รถลีมูซีนสีดำสนิทแล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้างานในเวลาค่ำ เรือนร่างของชายหญิงผู้งดงามก้าวลงมาจากรถใบหน้าทั้งสองช่างงดงามราวกับเป็นสิ่งที่สร้างมาเพื่อกัน และอีกสองหนุ่มต่างวัยที่หล่อเหลาไม่แพ้กัน ทั้งสี่ยืนอยู่หน้าคฤหาสอยู่พักใหญ่ก่อนที่สองพ่อลูกจะเดินนำเข้าไป

 

“...ท่านพี่...” ยูกิเรียกคนตัวสูงที่เอาแต่ยืนนิ่ง

 

“ไปกันเถอะยูกิ” ร่างสูงว่ายื่นแขนให้ยูกิคล้องก่อนจะเดินเข้างานไปพร้อมกัน

 

เสียงดนตรีคลอเบาๆในงานสร้างบรรยากาศ บุคคลมีชื่อเสียงจำนวนมากเดินทักทายกันในงานส่วนใหญ่หัวข้อสนทนาจะเกี่ยวกับเรื่องของเจ้าของงานคืนนี้...

 

“นั่น...ท่านมัตสึฮิเดะกับลูกชายสินะ”

 

“ท่านชู...ปกติไม่ค่อยออกงานสังคมนี่น่า”

 

“ชิ! น่ารำคาญ” เด็กหนุ่มได้ยินหัวข้อสนทนาที่ท่าทีรำคาญเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปให้ห่างจากพ่อของตน เสียงพูดคุยต่างๆน่ายังคงดังไปเรื่อยจนกระทั่งบุคคลสองคนก้าวเข้ามาในงาน แวมไพร์ทั้งหมดเงียบเสียงและมองไปยังจุดจุดเดียวจนหมดก่อนจะพร้อมใจคุกเข่าคำนับทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง

 

“ยินดีต้อนรับค่ะ/ครับ ท่านคานาเมะ ท่านยูกิ”  คานาเมะเงียบมองไปยังแวมไพร์ทุกตนก่อนจะหยุดมองสองคนที่ไม่ยอมทำเหมือนคนอื่น หนึ่งในนั้นคือเซโร่ที่เขารู้ดีว่าคนคนนี้ไม่มีทางทำแบบใครอื่นและอีกคน...เด็กหนุ่มที่เขาเพิ่งได้พบ มัตสึฮิเดะ ชู

 

“ขออภัยที่มารบกวนเวลาสำราญของทุกคน เชิญสนุกกันต่อเลยครับ” คานาเมะกล่าวอย่างสุภาพส่งรอยยิ้มจางๆให้ทุกคน แวมไพร์ตนหนึ่งลุกขึ้นแล้วโค้งให้เขาแล้วถามคำถามกับเขา

 

“ท่านคานาเมะทำไมก่อนหน้านี้ท่านถึงไม่ออกมาแสดงตัวละครับ? หากเรารู้เรื่องของท่าน...”

 

“ที่ผมไม่ออกมาแสดงตัวเป็นเพราะผมอยากอยู่สงบครับ ผมไม่อยากทำให้ทุกคนต้องหวาดระแวงเหมือนเมื่อก่อน” สิ้นคำตอบเสียงซุบซิบชื่นชมก็ดังระงม ทำให้ยูกิเบาใจไปเล็กน้อย

 

“สมเป็นท่านคานาเมะ คิดถึงพวกเราด้วย”

 

“ท่านช่างงดงามจริงๆ”

 

“ท่านคานาเมะ...แล้วเรื่องของกลิ่นหอมแปลกๆในช่วง...”

 

“เรื่องนั้นผมเองก็ไม่ทราบ” ยังไม่ได้พูดจบคานาเมะก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อน เขาไม่อยากให้เรื่องนี้มันสืบสาวจนไปถึงตัวซากุระ

 

“แต่ว่า...ต้นตอของกลิ่นนั่นมาจากครอสอคาเดมี่นะครับ”

 

“....”

 

“...ท่านพี่...”

 

“เรื่องนั้นผมจะเป็นคนตรวจสอบเอง ทุกคนไม่ต้องเป็นกังวล” คานาเมะพูดเสียงเรียบ เป็นการตัดบทสนทนาเพียงแค่นั้น เหล่าแวมไพร์ชั้นผู้ดีรับรู้ได้ถึงพลังที่ต้องยอมจำนนทำให้ทั้งหมดกลับไปสนุกกับงานเลี้ยงต่อ ร่างสูงเดินจากยูกิไปหยิบแก้วใสบรรจุเลือดมาดื่มช้า ๆ

 

ไม่พอ... คานาเมะลดแก้วเลือดในมือลง มองของเหลวสีชาดในแก้วนิ่งๆ นึกไปถึงเลือดของคนตัวเล็กที่เขาเคยได้ชิม ความรู้สึกในตอนนั้น...ราวกับความรู้สึกทั้งหมดของเขาค่อยๆถูกเติมเต็มช้าๆ กลิ่นหอมยั่วยวน รสหวานราวกับน้ำผึ้ง... ตัวเขา...ไม่มีทางดื่มเลือดใครอื่นได้นอกจากเด็กน้อยของเขา...

 

ซากุระ

 

“ท่านคานาเมะ” ร่างสูงละความสนใจจากเลือดตรงหน้า หันไปมองพ่อลูกแวมไพร์คู่หนึ่งที่เดินมาหาเขา ใบหน้าของลูกสาวขึ้นสีนิดๆอย่างเขินอาย

 

“เป็นความกรุณาของท่านที่มีให้กับพวกเรา ทั้งยังคิดถึงพวกเราด้วยกระผมชื่นชมท่านจากใจ” คนเป็นพ่อเอ่ยชมเขา

 

“กระผมอยากให้ท่านช่วยเอ็นดูลูกสาวกระผมด้วยครับ ผมหวังจะให้เธอได้รับใช้ท่านอย่างเต็มที่ครับ มานี่สิ ยูกะ

 

“ท ท่านคานาเมะ” แวมไพร์สาวเรียกเขาด้วยท่าทางเขินอาย

 

คานาเมะมองนิ่งเขารู้จุดประสงค์ของคนคนนี้... เมื่อยูกิมีคนรักแล้ว...ก็ไม่มีอะไรพอจะเป็นก้างได้ หากลูกสาวของพวกเขาได้ครองหัวใจของเลือดบริสุทธิ์อย่างคานาเมะละก็ ทั้งชื่อเสียงละอำนาจย่อมมีมากขึ้น... แต่แวมไพร์เหล่านั้นหารู้ไม่ว่าตอนนี้หัวใจของคานาเมะ...ไม่มีที่ว่างให้ใครอีกแล้ว

 

ท่าทีเขินอายที่ใครอาจจะมองว่ามันน่ารักเขากลับคิดว่าไม่ช่างดูขัดอารมณ์... ต่างกับใครอีกคน...เวลาที่เธอก้มหน้างุด...ใบหน้าแดงจนถึงหูเล็กๆนั่น

 

น่ารัก

 

... เรือนร่างเพรียวลมสมส่วนไม่เตี้ยหรือสูงเกินไป... กลับดูน่ารำคาญ... ต่างจากอีกคนเธอไม่ได้สูงหรือมีรูปร่างสมส่วนเหมือนใคร แต่กลับดูตัวเล็กน่าถนุถนอม...

 

เส้นผมที่ทองอร่ามดั่งทองคำกลับไม่สวยเท่าเส้นผมสีดำนุ่มสลวย ใบหน้าสวยถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนงามสะพรั่ง กลับไม่น่าดูเท่าใบหน้าใสๆของใครอีกคน ดวงตาสีฟ้าเทาเป็นประกายกลับไม่สวยเหมือนกับดวงตาสีเขียวใบไม้ ทั้งหมดนั้นแม้ว่าใครจะเอ่ยชมเธอมายังไงกลับต้องแพ้ให้กับใครที่น่ารักยิ่งกว่า

 

เทียบไม่ได้กับเด็กน้อยของเขาเลย....

 

นี่ผม... เป็นเอามากเลยสินะ... ร่างสูงยิ้มกับตัวเองเมื่อเขาเผลอนึกถึงใครอีกคน แต่รอยยิ้มนั่นกลับทำให้ผู้เป็นลูกสาวยูกะเข้าผิดคิดว่าร่างสูงพึงใจในตน ยิ้มพรายอย่างได้ใจ

 

“ครับ...ผมจะรับไว้ละกัน” คานาเมะตอบปัดมองหญิงตรงหน้านิ่งๆ อยากออกไปจากบรรยากาศตรงนี้เสียจนเต็มแก่ แต่ยังไม่ทันได้เดินออกไปเพื่อหนีกลุ่มที่ต้องการนำลูกสาวมาเสนอตัวกับเขา มือเรียวของยูกะก็มาจับเมือเขาไว้ ร่างสูงมองเจ้าของมืออย่างไม่พอใจ แต่แวมไพร์สาวกลับไม่รู้สึกอะไรทั้งยังส่งยิ้มยั่วยวนมาให้

 

“คุณผู้หญิงมีอะไรครับ” เขาถามเสียงเรียบหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวตรงหน้า

 

“ดิฉันเพิ่งเคยมางานแบบนี้... ท่านคานาเมะช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมคะ”

 

“อ๊ะ! ท่านพี่อยู่นี่เอง...ไปเต้นรำกันเถอะค่ะ” ก่อนที่เรื่องจะบานปลายยูกิที่หายไปหาเซโร่จู่ๆก็มาพาคานาเมะจากหญิงใจกล้าที่รั้งคานาเมะไว้ เธอพาร่างสูงไปกลางฟลอร์เต้นรำ มองท่าทีขัดใจของแวมไพร์สาวอย่างสะใจ

 

“ท่านพี่เนี้ยยังเหมือนเดิมเลย” ยูกิว่าพลางตั้งท่าเตรียมพร้อมกับพาร่างของทั้งเธอและพี่ชายเต้นรำไปพร้อมๆกันตามเสียงเพลง

 

“ผมน่ะเหรอ?”

 

“ก็ยังเสน่ห์แรงไม่เปลี่ยนไง นี่ถ้าไม่เข้าไปขัดละก็ท่านพี่คงโดนเธอคนนั้นพาไปเปิดตัวแน่ แบบนั้นซากุระจะเสียใจนะ”

 

“....”  ร่างสูงเงียบไปทันทีหันไปสนใจกับการเต้นรำตรงหน้า ห่างไปไม่ไกลนักเด็กหนุ่มผมเงินมองคู่พี่น้องเต้นรำด้วยกันนิ่งๆ นึกแปลกใจที่จู่ๆยูกิก็เดินจากเขาไปพอรู้ว่าที่ที่ยูกิไปคือตรงไหนเขาถึงกับต้องส่ายหน้า

 

หวงไม่เข้าเรื่อง

 

และอีกคนที่มองการกระทำของทั้งสองอย่างเบื่อหน่าย ดวงตาสีน้ำเงินมองไปยังทั้งสองที่เต้นรำกันกลางงานซึ่งทั้งคู่ต่างก็เป็นจุดสนใจและยากจะละสายตา ร่างสูงกำหมัดแน่นท่าทางไม่พอใจอย่างถึงที่สุด

 

“ทั้งๆที่เรื่องมันเป็นแบบนี้เพราะพวกมัน... แต่ก็ยัง...!!!” ดวงตาสีน้ำเงินฉายแววความตกใจอย่างปิดไม่มิดมองตามผู้ที่เดินหน้าของเขาไป

 

คล้าย... เหมือนกันจนเหมือนจะเป็นคนคนเดียวกัน... เป็นไปไม่ได้!!’ ร่างสูงคิดรีบออกตามหาผู้ที่เพิ่งเดินผ่านตนไปอย่างเร่งรีบ

 

“...!!!!ซากุระ!!” เซโร่ที่มองทั้งสองที่เต้นรำอยู่ต้องชะงักเมื่อเขาได้เห็นใครบางคนที่คล้ายกับซากุระที่เขารู้จัก เขารีบมองหาคนคนนั้นแทบจะทันที

 

ไม่น่าจะเป็นได้!!’

 

“ท่านพี่อย่าทำหน้านิ่งๆแบบนั้นสิ” ยูกิทักหลังจากที่เต้นรำกันมาได้สักพักแต่คนตัวโตกลับเอาแต่ทำหน้านิ่งอย่างเดียว ร่างสูงไม่ตอบยังคงเต้นรำต่อไป ยูกิยิ้มน้อยๆกับท่าทางแบบนั้นแต่สายตาขอเธอกลับเห็นบางอย่าง

 

“ซากุระจัง!!” เธอเรียกเสียงดังแล้วผละจากคานาเมะตามคนที่เธอเห็น... แต่ใครคนนั้นกลับหายไปเสียแล้วยูกิหยุดนิ่งมองฝูงแวมไพร์ชั้นผู้ดีจำนวนมากอย่างสับสน ที่เธอเห็นเมื่อกี้...

 

“ถึงจะแค่แวบเดียว...แต่ว่า...ที่เห็นซากุระจังแน่ๆ แต่..”

 

“เป็นไปไม่ได้หรอกยูกิ... ถ้าเธอมา... กลิ่นของเธอคง...” คานาเมะชะงันทันที กลิ่นหอมจางๆที่เขาคุ้นเคย...

 

“ซากุระ...”

 

“ฤดูนี้มีซากุระด้วยเหรอ...”

 

“หอมจัง... อ่า... อยากดื่ม แล้วสิ” เสียงพูดคุยเรื่องกลิ่นหอมดังระงม สัญชาตญาณดิบในตัวแวมไพร์ทุกตนถูกปลุกขึ้นอย่างพร้อมเพรียง คานาเมะมองแวมไพร์ตนอื่นๆนิ่ง

 

“ยูกิกลิ่นนี่” เซโร่เดินมาหาพวกเขาทั้งสองเป็นการยืนยันถึงสิ่งที่ทั้งสองคิด

 

“คนอื่นๆกำลังแยกย้ายกันออกตามหา”

 

“ท่านพี่...”

 

“แยกกันหา ใครเจอให้รีบพาออกจากงานไปก่อน” คานาเมะสั่งทั้งสามจึงแยกย้ายกันออกตามหา ในระหว่างนั้นกลิ่นหอมก็ค่อยๆแรงขึ้นเรื่อยๆ

 

“หอมมากเลย อย่างกับอยู่ในงานงั้นละ”

 

“มนุษย์...ที่ชั้น 2” สิ้นเสียงแวมไพร์ทั้งหมดมองตามที่เสียงนั้นบอก พวกเขาทั้งหมดมองไปยังร่างของเด็กสาวที่ยืนอยู่เพียงลำพัง กลิ่นหอมยั่วยวนชวนให้น้ำลายสอ ผิวขาวอมชมพูเลือดฝาด สวมชุดเดรสเรียบๆสีขาวยาวแค่เข่า เส้นผมสีดำสนิทยาวสยายและดวงตาสีเขียวใบไม้งดงาม

 

ซากุระมองคนที่อยู่ด้านล่างอย่างไม่เข้าใจ... ความจริงเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอมาที่นี่ได้ยังไง จู่ๆก็รู้สึกง่วงมากจนหลับไปตอนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ...ตื่นขึ้นมาอีกทีก็มาโผล่ในห้องแปลกๆที่ไม่มีหน้าต่าง เพราะเธอได้ยินเสียงเพลงกับคนคุยกันก็เลยออกมา... พอออกมาก็รู้ว่ามาอยู่ในงานเลี้ยงอะไรซักอย่างที่มีแต่คนดังๆมารวมกัน แล้วจู่ทั้งหมดก็มองที่เธอด้วยสายตาแปลกๆชวนให้เสียวสันหลัง

 

ท ทำไมมองเราแบบนั้น... น น่ากลัวจัง ร่างบางที่ถูกมองรู้สึกถึงอันตรายจนเริ่มหายใจติดขัด ความกลัวเริ่มเกาะกุมร่างเล็กถอยห่างจากระเบียงอย่างหวาดกลัว เผลอนึกถึงใครบางคนที่เธอรู้สึกปลอดภัยทุกครั้งที่อยู่ด้วย

 

“...รุ่นพี่...คุรัน”

 

หมับ!!

 

“อ๊ะ!!!

 

To be continuing…

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น