Forbidden Love (fic Vampire Knigth)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 211 Views

  • 4 Comments

  • 21 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    31

    Overall
    211

ตอนที่ 10 : ราตรีที่ 10 ดอกไม้งาม ไหวลู่ไปตามลม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 ม.ค. 62

ราตรีที่ 10

ดอกไม้งาม ไหวลู่ไปตามลม

 

วันหยุดของนักเรียนครอสอคาเดมี่ได้มาถึง นักเรียนหลายคนเลือกจะกลับบ้านเพื่อใช้เวลาในวันหยุดอย่างเต็มที่ บ้างก็ใช้เวลาในช่วงนี้ไปเที่ยวกับครอบครัวให้อิ่มหนำสำราญ แต่ไม่ใช่กับเด็กสาวตัวเล็กอย่างซากุระ ช่วงวันหยุดแบบนี้แทนที่เธอจะได้กลับบ้านไปหาเจ้าคานาเมะแมวตัวโปรด และกลับไปดูแลสวนที่บ้าน กลายเป็นว่าคุณแม่ของเธอมีงานด่วนแทรกเข้ามาเสียก่อนทำให้ซากุระ จำต้องอยู่ที่หอพักครอสอคาเดมี่ตลอดช่วงวันหยุดนี้

 

“น่าเบื่อ...” ซากุระบ่นกับตัวเอง เธอต้องอยู่ในหอพักที่ร้างผู้คนเพียงลำพัง ซึ่งสำหรับเด็กสาวแบบเธอมันช่างเป็นอะไรที่น่าเบื่อแบบหาที่สุดไม่ได้

 

นับแต่เหตุการณ์แปลกๆที่หน้าหอพระจันทร์เมื่อคราวก่อนเธอและคานาเมะแทบไม่ได้พบกันเลย อาจเพราะเธอเองก็ยุ่งกับการเตรียมสอบเพื่อวันหยุดนี้ และคานาเมะเองก็มีงานยุ่งในฐานะหัวหน้าหอ แต่ก็ยอมรับเลยว่าซากุระรู้สึกแปลก ๆ กับรุ่นพี่ผู้นี้มากจนผิดปกติ ไหนจะอาการหน้าร้อน เวลาอยู่ใกล้กัน หรือแม้แต่อาการหัวใจเต้นรัว ทั้งที่เมื่อก่อนต่อให้ใกล้กันมากกว่านี้ซากุระก็ไม่รู้สึกอะไรแท้ ๆ แต่เดี๋ยวนี้แค่คิดถึงมันก็รู้สึกอุ่นวาบไปทั้งหัวใจ...

 

“เราเป็นอะไรไปนะ” มันเป็นความรู้สึกแปลก ๆ ของซากุระก็ว่าได้ และเธอก็ไร้เดียงสาเกินกว่าจะเข้าใจ แต่เธอก็ไม่คิดจะปล่อยผ่าน

 

“เอาไว้ค่อยไปปรึกสารุ่นพี่ยูกิดีกว่า” คิดได้แบบนั้นร่างเล็กจึงออกจากห้องพักของตัวเองเดินเล่นในโรงเรียนเพื่อหาอะไรทำ พอถึงวันหยุดนั่นก็หมายถึงการว่าง ว่างเสียจนอยากให้วันหยุดนี้หมดไว ๆ ถึงจะหยุดไม่กี่วันก็เถอะ

 

จะว่าไปเรื่องราวนับแต่เธอได้พบกับรุ่นพี่คานาเมะนั้นนับว่ามากมายนัก แต่ราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้น ซากุระยังจำวันแรกที่ได้เจอกับเขา ร่างสูงในชุดลำลองธรรมดาแต่กลับดูสง่า สูงส่ง ใบหน้าที่งดงามสมบูรณ์แบบผิดกับคนทั่วไป คิด ๆ ไปก็ขำตัวเองที่บ้าคิดว่ารุ่นพี่เป็นแค่คนสวน แต่ ณ เวลานั้นใบหน้างดงามนั้นกลับเต็มไปด้วยความทรมาน ไม่คิดให้มากความซากุระจึงเลือกจะเข้าไปทักทายคนคนนั้นทันที ไม่รู้ทำไม... รู้เพียงว่าไม่ต้องการให้เขามีสีหน้าแบบนี้

 

และก็นับเป็นสิ่งที่ดีที่เธอเข้าไปคุยกับเขา ใบหน้าแสนสมบูรณ์แบบนั้นกลับมาดูสงบ และงดงามไร้ซึ่งความทุกข์ซึ่งซากุระชอบมัน โดยไม่รู้ตัวเธอชวนเขาคุยไปเรื่อยเปื่อย อยากจะมองใบหน้านั้นให้มากกว่านี้

 

“บ้าจังเลย...” ซากุระบ่นกับตัวเอง ร่างเล็กเดินเรื่อยๆจนมาถึงห้องดนตรี ที่นั่นประกอบด้วยเครื่องดนตรีมากมาย ทำให้ซากุระเกิดนึกถึงสมัยเด็ก พลางเดินเข้าไปเล่นด้านใน

 

“มาทำอะไรที่นี่ค่ะซากุระจัง?” ยูกิที่บังเอิญเดินผ่านมาทักทาย แอบแปลกใจที่ซากุระไม่ได้กลับบ้านเหมือนนักเรียนคนอื่นๆ เขา

 

“รุ่นพี่ยูกิ... คือคิดว่าอยากหาอะไรแก้เบื่อคะ”

 

“แล้วทำไมไม่กลับบ้านเหมือนคนอื่นเขาละ?” เธอถามเดินหาเก้าอี้นั่งมองรุ่นน้องเดินเล่นในห้องดนตรี

 

“ท่านแม่ไม่ว่าง มีงานด่วนเข้ามาเลยต้องให้ซากุระอยู่ที่โรงเรียนในช่วงวันหยุดค่ะ” เธออธิบายก่อนนั่งลงที่แกรนเปียโนสีดำกลางห้อง

 

ติง...

 

“เล่นเป็นด้วยเหรอ?”

 

“เพลงง่ายๆนะคะ พอดีเมื่อก่อนต้องใช้ซ้อมร้องเพลงเลยต้องเล่นเป็นไว้บ้างค่ะ” ซากุระบอกก่อนเริ่มเล่นเพลงเบาๆ ทำนองเพลงอ่อนหวาน ชวนให้จิตใจสงบขึ้น ก่อนที่ซากุระจะเปล่งเสียงร้องเพลงคลอเบา น้ำเสียงใสไพเราะราวกับเสียงของแก้ว ทำให้ยูกิฟังอย่างสบายอารมณ์

 

เธอมองซากุระด้วยสายตาที่อ่อนโยนรู้สึกได้ถึงเสน่ห์ตรึงใจของซากุระที่ทำให้ใครก็ตามหลงใหล โหยหาและต้องการ ทั้งใจดี อ่อนโยน ให้ความสำคัญกับคนรอบข้าง ไหนจะเรื่องการเอาใจใส่ ความสามารถและความอบอุ่นของเธออีก

 

ความจริงไม่จำเป็นต้องวางแผนให้ท่านพี่กับซากุระรักกันเลย แค่เพียงขอเวลาให้ทั้งสองได้ใกล้ชิดกันก็พอ

 

เมื่อเพลงเปียโนบรรเลงถึงท่อนจบ ซากุระปล่อยมือจากคีย์บอร์ดมองรุ่นพี่ที่อยู่ในโลกความคิดของตัวเองด้วยรอยยิ้ม

 

“คิดว่าไงบ้างค่ะ เพี้ยนรึเปล่า?” ซากุระหันมาถาม ยูกิส่ายหน้า

 

“ไม่เลย เพราะมาก... เอ่อนี่... ซากุระจังเคยอยู่ชมรมรึเปล่าเห็นร้องเพลงเก่งแบบนี้” เธอถามด้วยความสงสัยเสียงของซากุระถือว่าหาตัวจับยากทีเดียว บางทีเธออาจจะเคยอยู่ชมรมอะไรแบบนี้ก็ได้

 

“เคยค่ะ... ชมรมคอรัสตั้งแต่ประถมแล้วละค่ะ” ซากุระตอบ

 

“ยอดเลยน่าซากุระจังเนี้ย... ไม่ลองเข้าชมรมอีกครั้งละ? น่าจะรุ่งนะ” เธอเสนอ ได้ข่าวว่าตอนนี้ชมรมคอรัสกับลังขาดคนพอดี ถ้าซากุระสมัครละก็น่าจะไปได้สวยทีเดียว

 

“...ขอคิดดูก่อนนะคะ”

 

“แน่นอน งั้นขอตัวก่อนนะ ลืมไปเลยว่ามีนัดกับท่านพี่... ถ้าได้คำตอบแล้วพี่จะพาเราไปสมัครเอง” ยูกิลุกขึ้นมองสาวรุ่นน้องที่กำลังใจจดจ่อกับการเล่นเปียโน

“ขอบคุณนะคะ รุ่นพี่ยูกิ”

 

เพลงเมื่อกี้เพราะจังเป็นคำชมลอยๆ อย่างไม่ต้องการคำตอบชองชิกิแวมไพร์หนุ่มผมสีน้ำตาลแดงใบหน้าคมคายติดเย็นชาพูดกับเหล่าพวกพ้องที่เหลือที่นั่งทำท่าเบื่อหน่ายไม่ต่างจากเขานัก

 

วันนี้พวกเขามานั่งกันที่ห้องโถงเพราะท่านคานาเมะเรียกรวมเหลือแค่ยูกิเท่านั้นที่ยังไม่มา พอคิดว่าจะไปตามเสียงเปียโนจากไหนไม่รู้ก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงหวานที่ลอยมาตามลม... ทำให้พวกเขานั่งลงฟังอย่างลืมเป้าหมาย

 

“...” คานาเมะมองไปที่ประตูรอยูกิที่น่าจะกำลังเดินทางมา แม้ว่าในใจของเขาอยากจะเดินออกไปตามเสียงที่ได้ยิน ไม่รู้ทำไมพอได้ยินเพลงนั้นในใจเขากระหวัดคิดถึงใครคนหนึ่ง ซากุระ...

 

ยูกิทำไมยังไม่มานะ นี่มันเวลานอนฉันนะไอโด้บ่น ห้าวนอนเบาๆเพื่อให้รู้ว่าตนง่วงมาก ถึงเพลงเมื่อครู่จะไพเราะมากเพียงใด ก็ไม่ได้บรรเทาอาการง่วงเหล่านี้แต่อย่างใด... ช่วยไม่ได้นี่นะ เวลาเช้าแบบนี้มันเวลานอนของแวมไพร์อย่างพวกเขานี่

 

แอ๊ด...

 

ไม่ทันขาดคำประตูหอพระจันทร์ก็ถูกเปิดออก ร่างของเจ้าหญิงแห่งแวมไพร์และเซโร่คนรักก็ก้าวเข้ามาในหอด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าเปี่ยมสุข

 

ช้าชะมัด!! ช่วยรีบมาจะได้ไหม นี่มันเวลานอนฉันนะ!!ไอโด้บ่นทันทีที่เห็นหน้าสาวเจ้า

 

ไอโด้คานาเมะปรามเสียงเรียบ มองไอโด้ด้วยสายตาเย็นเชียบ

 

ขอโทษค่ะรุ่นพี่ แบบว่าไปฟังอะไรเพราะๆมา มันเลยเพลินจนลืมเวลา” เธอแก้ตัวด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับหยอดคำพูดบางอย่างให้ท่านพี่ของเธอสนใจ

 

ฟัง? เปียโนใช่ไหม?”

 

 “ถ้าเพลงนั้นละก็ พวกเราก็ได้ยินเป็นไปดั่งหวังดูทุกคนสนใจมาก ซึ่งนั้นทำให้ยูกิยิ้มกริ่ม

 

ใครเล่นเหรอครับ รึว่าเธอจะ...ก่อนที่คานาเมะจะพูดจบ

 

อย่าได้คิดว่าเป็นยัยนี่เชียว แค่จับเปียโนยังไม่เป็น ถ้าให้เล่นคงฟังไม่เป็นเพลง

 

เซโร่!!!ยูกิร้องเสียง ใบหน้าสวยแดงก่ำ คานาเมะมองภาพตรงหน้าแล้วยิ้มน้อยๆเพราะแบบนี้เขาถึงได้เต็มใจถอยออกมา เวลาที่ยูกิอยู่กับเซโร่เธอดูมาความสุข ร่าเริง ต่างตอนที่อยู่กับเขา... มีเพียงตัวเขาที่มีความสุข...

 

รุ่นพี่คานาเมะยิ้มน้อยๆเมื่อหวนคิดถึงใครอีกคนที่เขาคิดถึง ยูกิมองพี่ของเธอยิ้มคนเดียวแล้วต้องยิ้มบางๆ ท่านพี่ของเธอดูมีความสุข

 

ว่าแต่ท่านพี่... เรียกมามีอะไรรึเปล่าคานาเมะเปลี่ยนสีหน้าทันที แล้วยื่นซองจดหมายให้ยูกิกับเซโร่

 

นี่คือ...

 

บัตรเชิญร่วมงานเลี้ยงต้อนรับพี่...คานาเมะเงียบเสียงลง รู้สึกหนักใจมาก ไม่คิดว่าเรื่องจะเป็นแบบนี้

 

เอาไงดีค่ะ?”

 

ฉันว่าไปดีกว่านะคานาเมะ ถ้าไม่ไปขึ้นมามันอาจจะกระทบมาถึงที่นี่ ถ้าเป็นแบบนั้นคุณชิรายุริจะ...อิจิโจออกความเห็น มองคานาเมะที่ทำท่าหนักใจ ถ้าเขาไปทุกอย่างจะกลับมาคล้ายๆแบบเดิมเหมือนเมื่อก่อน แต่ถ้าเขาไม่ไป... พวกนั้นต้องตามมานี่และถ้าเป็นแบบนั้นที่อันตรายก็คือซากุระ

 

ฉันว่าแบบนั้นดีกว่านะคะ พวกเราก็ไปด้วยน่าจะไม่มีอะไร

 

ที่ผมเรียกมาไม่ใช่เพราะเรื่องนี่เท่านั้น... อีกเรื่องคือชื่อของผู้ส่ง...เขาชี้ที่หน้าซอง

 

‘Kuran Rido’

 

นี่มัน!!! ร ริโดะ!! เป็นไปไม่ได้ยูกิร้องเสียงหลง

 

เป็นไปได้ว่ามีการแอบอ้าง เพราะแบบนั้นผมถึงอยากขอร้องทุกคน” สิ้นคำพูดทุกคนที่อยู่ในห้องต่างลุกขึ้นยืน ยกมือขึ้นทาบที่หน้าอกด้านซ้ายอย่างพร้อมเพียง

 

“ด้วยความยินดีอย่างยิ่ง ท่านคานาเมะ”

 

 

shiroi sakura no hana no kisetsu wa

ฤดูกาลแห่งซากุระสีขาว

tooku yume no naka ni dake

มีเพียงในฝันอันเลือนลางเท่านั้น

mai chiru hanabira no sasayaita

ที่ได้ยินเสียงกระซิบจากเหล่าซากุระร่วงโรย

wasurarenai kotoba

บอกคำที่ไม่อาจลืม

Kurenai - Yume to hazakura

          เสียงหวานร้องเบา ๆ คลอเบาไปกับเสียงเปียโนที่ตนกำลังดีด ในหัวเผลอนักไปถึงใบหน้าอันงดงามของใครบางคน... เธอมักได้ยินสาว ๆ ในชั้นเรียนพูดถึงรุ่นพี่คานาเมะเสมอ... ว่าเขาดูสูงสง่าที่สุดในหมู่นักเรียน ราวกับเจ้าชายในฝันของใครหลายๆคน จนบางครั้งเขาก็ก็ดูสูงเกินไปเสียด้วยซ้ำ...

 

ราวกับเทพบุตร พอคิดถึงตรงนี้แก้มใสกลับร้อนผ่าวอย่างไม่ทราบสาเหตุ ก่อนดนตรีจะหยุดลงเมื่อคนในห้วงความคิดเดินมาถึงหน้าประตูห้องดนตรี

 

“เล่นเก่งนะครับ” คานาเมะเอ่ยปากชมพร้อมรอยยิ้มจางๆ ซากุระลุกจากเก้าอี้มองคนตรงหน้า

 

“รุ่นพี่... ไม่ได้กลับบ้านเหรอค่ะ?” เธอถามไม่คิดว่าเขาจะยังอยู่... จะว่าไปรุ่นพี่ยูกิก็ยังอยู่นี่น่า

 

“คุณฮารุนะละครับ... ทำไมไม่กลับบ้าน” เขาถามกลับเดินเข้ามาในห้องดนตรี

 

“ท่านแม่งานยุ่งค่ะ เลยไม่ว่างมารับ...” ซากุระตอบ น้ำเสียงแสดงถึงอาการงอนอย่างเห็นได้ชัดเขายิ้มให้กับท่าทางแบบนั้น

 

เด็กน้อยจริงๆ

 

“แล้วทำอะไรอยู่... ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่” เขาถามอีกครั้งพร้อมกับเดินไปที่แกรนเปียโนที่ซากุระนั่งอยู่มองโน้ตดนตรีที่วางอยู่

 

“พอดีรุ่นพี่ยูกิแนะนำเรื่องชมรมค่ะ ซากุระเลยตั้งใจจะซ้อมร้องเพลงเผื่อเอาไว้สมัครเข้าชมรมคอรัส” ซากุระแจงให้คานาเมะเข้าใจ พลางหาโน้ตดนตรีในแฟ้ม แต่โน้ตในนี้ล้วนแต่เป็นเพลงยากๆ ที่ซากุระไม่สามารถเล่นได้... อย่างที่บอกเธอฝึกแต่เพลงง่าย ๆ ไว้ซ้อมเองเวลาอยู่ที่บ้านเท่านั้นนี่นะ

 

“ทำไมมีแต่เพลงยาก ๆ ทั้งนั้นเลย”

 

“เล่นไม่ได้งั้นเหรอ”

 

“ซากุระเคยฝึกเล่นแต่เพลงง่าย ๆ เอาไว้ซ้อมร้องเพลงที่บ้านเองน่ะค่ะ ถ้าให้เลือกระหว่างเล่นกับร้อง ขอซากุระร้องดีกว่าค่ะ... แต่เพลงพวกนี้...” ซากุระมองเลือกเพลงที่ง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว แต่ยังไงเธอก็ว่ามือของเธอคงต้องพันกันแน่ ๆ

 

“ไหน...” ร่างสูงหยิบโน้ตเพลงจากมือซากุระไปหนึ่งใบก่อนจะนั่งลงนิ้วเรียวเริ่มบรรเลงเพลงช้าๆ เพลงที่นุ่มนวลอ่อนหวาน เพลงที่ซากุระคิดว่ายาก...แต่กลับง่ายสำหรับเขาคนนี้

 

ซากุระยืนนิ่งฟังคานาเมะบรรเลงราวกับถูกมนต์สะกด ราวกับภาพจากสรวงสวรรค์... บทเพลงที่ไพเราะภายใต้การบรรเลงของเขา... ราวกับภาพฝัน... คนคนนี้เป็นคนที่มีเสน่ห์ยากจะละสายตา... เธอไม่แปลกใจเลยที่เขาจะมีแฟนคลับมากมายแบบนั้น

 

เมื่อโน้ตตัวสุดท้ายหยุดลงซากุระปรบมือให้กับบทเพลงนั้น... เธอเชื่อแบบใจขาดดิ้นเลยว่าเขาต้องเล่นเพลงยาก ๆ ได้แน่ ๆ เพราะแบบนั้น

 

“รุ่นพี่... เล่นอีกรอบได้ไหมค่ะ” ซากุระขอเดินไปหาเนื้อเพลงขึ้นมาถือ คานาเมะยิ้มก่อนเริ่มบรรเลงอีกครั้งพร้อมกับเสียงของซากุระที่เริ่มร้องเพลงตามจังหวะดนตรี เสียงของเปียโนที่แสนไพเราะ และเสียงของนักร้องที่ไพเราะดุดเสียงสวรรค์ ขับกล่อมให้ครอสอคาเดมี่ไม่เงียบเหงา

 

ไม่ต่างอะไรกับหัวใจของแวมไพร์เลือดบริสุทธ์ผู้หนึ่ง... หัวใจที่หนาวเหน็บกำลังอบอุ่นขึ้นโดยฝีมือของเด็กน้อยตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง... ราวกับยาวิเศษ รักษาหัวใจดวงนี้ให้หายเจ็บ... หายจากความทรมาน ทั้งให้ยาบำรุงให้หัวใจดวงนี้อบอุ่นอีกครั้ง

 

เสียงดนตรีจบลงพร้อมกับเสียงร้องเพลงทั้งคู่มองหน้ากัน ส่งยิ้มให้กัน

 

“รุ่นพี่เล่นเปียโนเก่งมากๆเลยค่ะ ซากุระชอบมากๆเลย...”

 

“เธอเองก็ร้องเพลงเพราะมากเหมือนกัน... เคยอยู่ชมรมสินะ” เขาถามถึงจะรู้มาจากยูกิบ้างแล้วก็ตาม แต่ไม่รู้ทำไมถึงอยากจะฟังจากปากของคนตรงหน้าเองมากกว่า

 

“ค่ะ ตั้งแต่สมัยประถม” ซากุระเดินมาที่เกรนเปียโน

 

“เก่งจังครับ” ร่างสูงชมด้วยรอยยิ้ม คนตัวเล็กมองรอยยิ้มด้วยตากลมโตราวกับตกใจบ่งอย่างก่อนจะหลบตาไป

 

“พอรุ่นพี่ชมแบบนี้มันเขินยังไงก็ไม่รู้สิค่ะ...” ซากุระเกาแก้มตัวเองเบาๆ พูดพึมพำราวกับคุยกับตัวเอง

 

“ว่าแต่... อยากเข้าชมรมคอรัสอีกรึเปล่าละ?”

 

“คิดว่าจะลองดูนะคะ แต่ก็นานมากแล้วที่ซากุระไม่ได้ร้องเพลง... จากนี้คงต้องมาฝึกที่นี่บ่อยๆ... เอ่อ” ซากุระมองคานาเมะแก้มใสออกสีชมพูระเรื่อ เป็นภาพที่ดูน่ารักดีในสายตาคานาเมะ ราวกับเด็กน้อยไร้เดียงสา... ไร้ซึ่งมารยาใดๆ

 

“...?”

 

“รุ่นพี่จะว่าอะไรไหม... ถ้าซากุระอยากจะรบกวนรุ่นพี่ช่วยมาเป็นคู่ซ้อมกับซากุระ... แค่เฉพาะช่วงวันหยุดเท่านั้นก็ได้” ร่างสูงยิ้ม

 

“แน่นอนครับ” คานาเมะตอบตกลง เขาไม่เห็นว่าสิ่งเหล่านี้จะลำบากกับตัวเองแต่อย่างใด

 

“ขอบคุณค่ะ” ซากุระยิ้มหวานให้กับคนตรงหน้า ดวงตาฉายแววความดีใจอย่างปิดไม่มิด

 

“ว่าแต่เธอร้องเพลงพวกนี้ตั้งแต่ประถมเลยงั้นสินะ” คานาเมะหยิบโน้ตเพลงเหล่านี้ขึ้นมาดู นึกทึ่งในสิ่งที่เด็กคนนี้ทำได้ แม้อาจไม่โดดเด่นอะไรมากนัก แต่ก็ใช่ว่าเด็กประถมบางคนจะทำได้...

 

“แหะๆ ก็ตอนซากุระยังเด็ก... ซากุระไม่มีเพื่อนเลยนี่ค่ะ... เวลาส่วนใหญ่ของซากุระเลยหมดไปกับการแข่งของชมรม และการเรียน”

 

“ทำไมละ...”

 

“ซากุระเป็นเด็กกำพร้าจำอะไรไม่ได้... ทั้งพ่อแม่... พี่น้อง... แม้แต่ชื่อของตัวเอง ซากุระก็จำไม่ได้... มีเพียงท่านแม่ที่คอยอยู่ข้าง ๆ คอยสอนซากุระทุกอย่าง... ตอนนั้นซากุระจำได้ว่าท่านออกจากการประชุมกลางคันเพราะซากุระป่วยหนัก... เพราะแบบนั้นซากุระเลยค่อนข้างเป็นเด็กติดแม่... ถึงอยากมีเพื่อน... พวกเขาก็บอกว่าซากุระเป็นตัวซวย...ก็เลยพากันหนีหายหมด” ซากุระพูดถึงอดีตตัวเองราวกับคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ แม้จะมีความเสียใจฉายออกมาจากดวงตาคู่นั้นบ้างแต่ก็เพียงน้อยนิดเท่านั้น

 

“เข้มแข็งจังนะครับ” คานาเมะเอ่ยขึ้น เรื่องที่เธอเล่ามันเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจและอาจเป็นปมด้อยของเธอแต่เด็กน้อยผู้นี้กลับไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย...

 

“ขอบคุณค่ะ... แต่จะว่าไปการที่ซากุระย้ายมาเรียนที่นี่ก็ดีอย่างนะคะเธอหันไปยิ้มสดใสให้เขาอีกครั้ง

 

ดียังไงครับ?”

 

ดีที่ได้พบรุ่นพี่ ได้มีเพื่อน... ถึงพวกเขาจะแปลก ๆ หน่อยก็เถอะ ที่ที่ซากุระได้เป็นตัวของตัวเอง ซากุระคิดว่าดีแล้วที่ได้มาที่นี่

 

ผมเองก็ดีใจผมได้มาอยู่ที่นี่คานาเมะลุกขึ้นเดินไปหาซากุระมองคนตรงหน้าอย่างโหยหา ราวกับเขารอมานาน รอที่จะได้พบ

 

เอ๋?”

 

เพราะมันทำให้ผมได้พบกับเธอ

 

To be continuing…              

 

เรียกว่ารีใหม่เกือบทั้งหมดเลยที่เดียว... ขอบคุฯกำลังใจนะคะ ส่วนคนที่ตามมาจากไอดีเดิมของเรา เราขอแจ้งไว้เลยนะคะ ว่าคอมเราถุกไวรัสเล่นงานซึ่งเป็นผลให้นิยายเก่าๆของเราหายจากเครื่องแบบกู่ไม่กลับ(เสียใจมากๆ) ที่เหลือรอดมาได้คือเรื่องนี้เนื่องจากเราเซฟไว้คนละที่กันมันเลยปลอดภัย... สำหรับนักอ่านที่รอเรื่องเก่าๆของเรา เราต้องขอโทษที่ไม่เอากลับมาลงให้ใหม่ได้อีก แต่หากเรื่องนี้จบและเรามีเวลาว่าง เราอาจจะลองงมหาจากสมุดเก่าๆของเรา เผื่อจะรอดอยู่... แต่คงไม่มีกำหนดนะคะ... ยังไงเราต้องขอโทษทุกคนมากๆคะ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น