คู่หมั้น [บีคริส]

ตอนที่ 5 : คู่หมั้น 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    31 พ.ค. 63




คู่หมั้น

-4-


หลังกลับจากที่ทำงานน้ำทิพย์ก็อาบน้ำเพื่อที่จะเข้านอน แต่ก็นึกอะไรขึ้นมาได้พอดี เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ก่อนจะโทรออกไปยังปลายสาย


Rrr Rrr

เสียงโทรศัพท์เรียกความสนใจจากคริสให้หันไปมองมัน ก่อนที่มือบางจะเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมากดรับ


“ว่าไงคะพลอย”

“พรุ่งนี้ว่างไหม ไปทะเลกัน”


“ว่างดิ แต่ขอหาทางหนีแม่ก่อนล่ะกันนะ” คริสตอบตกลงในทันที เพราะเรื่องเที่ยวเป็นสิ่งที่คริสชื่นชอบ แต่จะไปเที่ยวยังไงไม่ให้โดนแม่จับได้นี่สิคือเรื่องที่ต้องคิด


“ยังไงเจอกันที่ร้านเจนี่ตอนเจ็ดโมงนะ”

“โอเค”

พอวางสายได้เพียงแป๊บเดียวก็มีเบอร์แปลกโทรเข้ามาทันที คริสจ้องมองอย่างลังเลว่าควรจะกดรับดีไหม สุดท้ายก็ตัดสินใจกดรับ


“ฮัลโหล สวัสดีค่ะ”

“ฉันจะโทรมาบอกว่าพรุ่งนี้เรามีนัดกัน”


“คุณ! เอาเบอร์ฉันมาจากไหนเนี่ย” น้ำเสียงเรียบนิ่งที่ได้ฟังเพียงครั้งเดียวก็ทำให้จำได้ แต่ที่คริสตกใจก็คืออีกคนเอาเบอร์เธอมาจากไหน


“ไม่สำคัญหรอก พรุ่งนี้แปดโมงเช้าฉันจะไปรับเธอที่บ้าน เราจะไปลองแหวนหมั้นกัน” ปลายสายไม่สนใจว่าคริสจะตอบตกลงไหม พูดเสร็จก็กดวางสายเสียดื้อๆ แต่ร่างบางที่นั่งอยู่บนเตียงกับยกยิ้มร้าย มีแผนซ่อนอยู่ในใจ


“ก็ได้ พรุ่งนี้เจอกัน”


คริสพูดกับคนที่วางสายไปแล้วก่อนจะหัวเราะในลำคอเหมือนตัวร้ายในละครสักเรื่องที่เธอจำมา ก่อนจะล้มตัวลงนอนเพราะพรุ่งนี้เธอต้องตื่นแต่เช้า


คริสตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะไปตามนัด แต่สายตาของผู้เป็นแม่ก็ไวซะยิ่งกว่าเหยี่ยวเพียงแค่ลูกสาวกำลังจะก้าวเท้าออกจากบ้าน ประกายดาวก็ตะโกนถามขึ้นมาทันที


“จะไปไหนแต่เช้า คุณบีโทรมาบอกว่าจะมารับลูกตอนแปดโมงไม่ใช่หรอ”

“อ๋อ เมื่อกี้คริสพึ่งโทรนัดเขาให้ไปรับที่ร้านเจนี่น่ะค่ะ”

“แล้วลูกจะไปร้านเจนี่ทำไมแต่เช้า”

“เอ่อ..คือ..พอดีว่าเจนี่เขาจะจัดร้านใหม่เลยอยากให้คริสไปช่วย คริสไปก่อนนะค่ะ” คริสพยายามตัดบทสนทนาและเดินออกจากบ้านไปทันที


ประกายดาวก็มองว่ามันแปลกๆ แต่คิดว่าลูกสาวของเธอคงไม่โกหกเพื่อหนีไปเที่ยวหรอก นี่ก็พึ่งจะหกโมงเช้าคงจะยังไม่มีที่เที่ยวไหนเปิดให้ลูกสาวของเธอได้เที่ยวหรอก


“เห้ย! หมวยมาแล้ว” คริสรีบลงจากแท็กซี่แล้ววิ่งเข้ามาหากลุ่มเพื่อนๆทันที เพราะทุกคนมาถึงกันตั้งนานแล้ว

“รีบไปกันเถอะก่อนที่แม่ฉันจะสงสัยและส่งคนมาตาม”


ทำไมไม่บอกคุณแม่ไปล่ะว่ามาเที่ยวกับพลอย” พลอยเอ่ยถามเพราะผู้ใหญ่ของแต่ละฝ่ายก็รู้ว่าเราคบหากันอยู่ อีกอย่างทางบ้านของคริสก็ไว้ใจพลอยหากรู้ว่าทริปนี้มีพลอยไปด้วย พวกท่านต้องอนุญาตอยู่แล้ว


ช่วงนี้แม่เขาเข้มงวดน่ะ เอาพลอยมาอ้างก็ไม่ได้ผลแล้ว


คริสเอ่ยบอกเพราะจริงๆ แล้วต่อให้พลอยมารับกันถึงที่บ้านคริสก็อาจจะไม่ได้เที่ยว เพราะอีตาโย่งนั่นคนเดียว ก่อนที่คริสจะเร่งให้ทุกคนพากันขึ้นรถ เพราะถ้าขืนช้าแม่เธอต้องไหวตัวทันและรู้ว่าเธอหนีเที่ยวแน่ๆ


“เสียดายว่ะ วันนี้มาไม่ครบแก๊งเลย” วุ้นเส้นพูดขึ้น


“เอาน่า คราวหลังจะแจ้งล่วงหน้าสักเดือนพวกมันจะได้ไม่เบี้ยว” เจนี่เอ่ยบอกเพราะนัดเที่ยวกันทีไรก็ไม่เคยจะครบแก๊งหรอก ติดนู้นติดนี้กันตลอดเหลือแค่พวกเธอสามคนนี่แหละ แต่ก็ยังดีมีพลอยมาขับรถให้


ระหว่างที่นั่งรถอยู่พวกเพื่อนๆ ที่นั่งอยู่เบาะหลังก็อดที่จะอิจฉาไม่ได้ จริงๆ ทริปนี้มันควรจะมีแต่คนโสด แต่พลอยก็ถือว่าเป็นข้อยกเว้นเพราะพวกเราทุกคนก็สนิทกับพลอยหมด


“อิจฉาแกว่ะอีหมวย คบกับพี่พลอยตั้งแต่เรียนม.ปลาย จนตอนนี้ก็ยังไม่เลิกกัน” เจนี่พูดขึ้นเพราะเห็นว่าเพื่อนกับแฟนคบกันมานานมาก


“นั่นดิ ไม่เบื่อกันบ้างหรอวะ” วุ้นเส้นพูดเสริม

“นี่พวกแกจะแช่งให้ฉันสองคนเลิกกันหรือไง ไม่มีทางใช่ไหมคะที่รัก” คริสพูดเสร็จก็โน้มตัวไปซบแขนพลอยให้เพื่อนอิจฉาเล่น

“แหวะ!” ทั้งสองคนทำหน้าแหวะออกมาพร้อมกัน ก่อนที่คริสจะหัวเราะชอบใจ พลอยเองก็หันมามองคริสที่ชอบอ้อนกันอยู่ตลอดเวลา

“พี่พลอยจะจ้องอีหมวยอีกนานไหมคะ รู้ว่ารักกันมองทางก่อนดีไหม”


เจนี่เป็นต้องเอ่ยเตือนเพราะถ้าพลอยยังคงมองคริสไม่วางตาแบบนี้ เดี๋ยวพวกเราทั้งสี่คนก็ได้ไปสบายกันก่อนพอดี พลอยที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มเขินและหันกลับไปมองทาง แต่มืออีกข้างก็ยังกุมมือคริสเอาไว้


ถึงเวลานัดน้ำทิพย์ก็มารับคริสตามที่ได้บอกเอาไว้ ตอนนี้รถของเธอก็มาจอดอยู่บริเวณหน้าบ้านของคริสเรียบร้อยแล้ว พอก้มมองนาฬิกาข้อมือก็เป็นเวลาแปดโมงพอดีเป๊ะ


“ใครมาน่ะนวล ออกไปดูสิ”

“ค่ะๆ” นวลออกมาดูตามคำสั่งก่อนจะต้องทำหน้าตกใจเมื่อเห็นน้ำทิพย์และวิ่งกลับเข้าไปข้างในบ้านอย่างเดิม

“ใครมา?” ประกายดาวที่เห็นว่านวลเดินกลับเข้ามาก็เอ่ยถามว่าใครมาที่บ้านแต่เช้าก่อนที่นวลจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“คุณบีค่ะ”


“ไหนยัยคริสบอกว่านัดเจอกันที่ร้านเจนี่ไง” ประกายดาวพูดขึ้นมาอย่างสงสัย และไม่ทันไรแขกของบ้านก็เดินเข้ามาพร้อมกับกล่าวทักทาย


“สวัสดีค่ะคุณอา”

“อ้าวคุณบี ไหนบอกนัดกับยัยคริสที่ร้านของเจนี่ไม่ใช่หรอคะ”

“เปล่านี่ค่ะ บีบอกว่าจะมารับที่นี่” ประกายดาวและน้ำทิพย์มองหน้ากันอย่าง งงๆ ก่อนที่ประกายดาวจะหันไปหานวล สายตามองอย่างคาดโทษ

“นวล!”

“ซวยแล้วคุณคริส” นวลถึงกับเสียวสันหลังเพราะโดนประกายดาวจับได้ซะแล้ว ก่อนที่ประกายดาวจะเอ่ยถามว่าลูกสาวของเธออยู่ที่ไหน


“บอกมาว่ายัยคริสไปไหน”

“นวลไม่รู้ค่ะ”

“ถ้าแกไม่บอกฉันจะหักเงินเดือนแก” พอโดนขู่เรื่องเงินเดือนนวลก็ทำหน้าหนักใจก่อนจะต้องยอมบอกว่าคุณหนูของบ้านไปไหน

“เอ่อ..คือ..คุณคริสบอกแค่ว่าจะไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ค่ะ อีกสองสามวันถึงจะกลับแต่ไม่ได้บอกค่ะว่าจะไปที่ไหน”


“ยัยคริสนะยัยคริส ลูกคนนี้นี่” ประกายดาวพูดขึ้นมาอย่างเหนื่อยใจกับลูกสาวตัวดีของเธอ ก่อนจะหันมามองน้ำทิพย์และเอ่ยขอโทษแทนลูกสาวที่ทำให้อีกคนต้องมารอเก้อ


“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ วัยรุ่นก็แบบนี้แหละ” น้ำทิพย์เอ่ยบอกอย่างไม่ถือสาพร้อมยิ้มให้กับประกายดาว แต่ถ้าเธอเจอคริสเมื่อไหร่เธอค่อยคิดบัญชีกับเด็กหนีเที่ยวทีหลัง


น้ำทิพย์เดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยท่าทางหงุดหงิดเล็กน้อย ผู้ช่วยหนุ่มที่นั่งทำงานอยู่เงยหน้าขึ้นไปมองเจ้านายสาวก่อนจะเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง


มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ

เปล่าหรอก ฉันกำลังคิดอยู่ว่าจัดการเด็กหนีเที่ยวยังไงดี” ซันขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพอนึกออกว่าเด็กที่น้ำทิพย์หมายถึงคือใคร

“ให้ผมไปตามตัวคุณคริสกลับมาไหมครับ”

“ไม่ต้อง ปล่อยให้เขาได้เที่ยวไปเถอะเพราะหลังจากเสร็จงานหมั้นก็คงจะไม่ได้เที่ยวอีก” น้ำทิพย์ยกยิ้มเมื่อนึกอะไรดีๆ ออก ผู้ช่วยหนุ่มอย่างซันก็ได้แต่มองอย่างห่วงๆ ไม่รู้ว่าเจ้านายสาวมีแผนอะไร


น้ำทิพย์เคลียงานในส่วนของตัวเองเสร็จก็ขอตัวกลับไปพัก และบอกกับซันว่าหากมีเอกสารด่วนก็ให้เอากลับไปให้ที่บ้าน

“กลับมาแล้วหรอลูก” นภัสสรเอ่ยถามเมื่อเห็นน้ำทิพย์เดินกลับเข้ามาข้างในบ้าน น้ำทิพย์เพียงแค่ยิ้มบางๆ ให้กับคนเป็นแม่

“พาน้องไปเลือกแหวนมาเป็นไงบ้าง”

“ไม่ได้ไปหรอกค่ะ” น้ำทิพย์เอ่ยบอกก่อนจะเดินมานั่งลงที่โซฟาตัวยาว นายแม่ก็เดินตามเข้ามาก่อนจะเอ่ยถามอย่างแปลกใจ

“ทำไมล่ะ”


“ก็ยัยเด็กแสบนะสิคะ หนีไปเที่ยวกันเพื่อนเฉยเลย รอกลับมาก่อนเถอะ ได้เห็นดีกันแน่” น้ำทิพย์เอ่ยบอกพร้อมกับยกยิ้ม เตรียมคิดบัญชีกับอีกคนเอาไว้เรียบร้อย


“รู้สึกว่าหนูคริสจะทำให้ลูกสาวแม่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเลยนะ”

“เปล่าซะหน่อยค่ะ ก็แค่ไม่ชอบคนผิดนัด” น้ำทิพย์รีบปฏิเสธ เธอเนี่ยนะโกรธยัยเด็กนั่น ไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อยก็แค่ไม่ชอบที่อีกคนผิดนัดเฉยๆ


“ระวังเถอะ ปากแข็งแบบนี้จะรักเขาให้สักวัน”

“ไม่มีทางหรอกค่ะ ผู้หญิงที่บีรักมีแค่คนเดียว”


พอพูดจบประโยคน้ำทิพย์ก็ทำหน้าเศร้า ก่อนจะขอตัวขึ้นไปพักนภัสสรก็ได้แต่มองตามลูกสาวที่เดินห่างออกไป ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ลูกสาวของเธอจะลืมผู้หญิงคนนั้นได้สักที เธออยากให้ลูกเริ่มต้นใหม่และออกจากวังวนนั่นสักที แต่มันก็คงจะต้องใช้เวลาเพราะไม่มีใครลืมเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตได้หรอก อยู่ที่ว่าจะก้าวผ่านมันไปได้เมื่อไหร่เท่านั้นเอง


ปาร์ตี้ริมทะเลได้เริ่มขึ้นสาวๆ ต่างพากันออกสเตปโชว์ลีลาอย่างไม่มีใครยอมใคร เพราะบ้านพักที่พวกเธอเช่าอยู่เป็นบ้านเดี่ยวสามารถเสียงดังได้เต็มที่


หมวยเบาๆ หมวย สงสารคนโสดแบบพวกกูสองคนบ้าง


เจนี่เอ่ยบอกเพราะคริสกำลังนั่งลงบนตักของพลอยและซบหน้าลงกับไหล่กว้างเหมือนต้องการจะอ้อน และพลอยก็กอดเอวบางเอาไว้ไม่ให้หงายหลัง และมันก็ทำให้เพื่อนๆ ต่างพากันอิจฉา


และเวลาของความสุขก็มักจะผ่านไปไวเสมอ สามวันที่ผ่านมาคริสและเพื่อนๆ ต่างก็พากันเที่ยวจนอิ่มหนำสำราญ ถึงจะอยากอยู่ต่อแต่ก็ต้องกลับเพราะพลอยลางานกับเลขาไว้แค่สามวัน


กลับมาถึงกรุงเทพพลอยก็ขับรถมาส่งคริสที่บ้าน ก่อนที่ร่างบางจะค่อยเดินย่องลัดเลาะไปตามประตูบ้าน มองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าแม่ไม่ได้อยู่แถวนี้ พอเห็นว่าข้างในบ้านมันเงียบๆ คริสก็กะจะวิ่งด้วยความเร็วขึ้นห้องไปเลย


“คริส!” ขายังไม่ทันจะแตะบันไดขั้นแรก เสียงของคนเป็นพ่อก็เอ่ยเรียกเธอซะเสียงดัง คริสเผลอกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะหันกลับมายิ้มหวาน และทำเสียงเล็กเสียงน้อย


“คุณพ่อขา” คริสเดินเข้ามากอดเอวของคนเป็นพ่อเอาไว้หลวมๆ และก็พูดด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ

“ไปเที่ยวไหนมา ทำไมไม่เห็นบอกพ่อเลย”

“คริสไปพัทยากับพวกเพื่อนๆ มาน่ะค่ะ”

“คงจะสนุกน่าดูเลยนะ” คริสหันไปมองตามเสียงก่อนจะต้องตกใจเพราะไม่รู้ว่าอีกคนมาตั้งแต่เมื่อไหร่

“คุณ!”

“คุณบีเขามารอลูกแต่เช้าแล้วล่ะ”

“รอทำไมค่ะ คริสไม่ได้นัดเขาไว้สักหน่อย” คริสพูดขึ้นเพราะลืมไปแล้วว่าเคยนัดกับน้ำทิพย์เอาไว้ว่าจะไปเลือกแหวนหมั้นกัน

“จริงสิ ฉันลืมโทรบอกเธอน่ะ ว่าวันนี้เรามีนัดไปเลือกแหวนกัน” คริสทำตาโตขึ้นมาทันทีเพราะพึ่งจะนึกออก แล้วก็จำได้แล้วด้วยว่าเธอเบี้ยวนัดเขาหนีไปเที่ยวทะเลกับเพื่อน


“ไปอาบน้ำแต่งตัวป่ะ อย่าให้พี่เขาต้องรอนาน” วิวัฒน์หันพูดกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และก็เกรงใจที่น้ำทิพย์มารออยู่นานแล้ว


“แต่คริสไม่อยากไปนี่คะคุณพ่อ” คริสว่าอย่างงอแงและทำเสียงอ้อนให้วิวัฒน์ใจ ก็ทุกทีคนเป็นพ่อจะชอบตามใจเวลาคริสไม่อยากทำอะไรเขาก็จะไม่ขัด


“นี่เธอกลัวฉัน จนไม่กล้าไปเลยหรอ” น้ำทิพย์เห็นว่าวิวัฒน์ทำสีหน้าหนักใจก็เลยพูดขึ้นยั่วโมโหของคริส ก่อนที่ร่างบางจะหันมามองหน้ากัน


“ใครบอกว่าฉันกลัว ไปก็ไปสิก็แค่เลือกแหวนเอง”


คริสพูดจบก็เดินขึ้นห้องไปอาบน้ำแต่งตัว คนอย่างเธอฆ่าได้หยามไม่ได้ ก็แค่ไปเลือกแหวนมันจะสักแค่ไหนกันเชียว เลือกๆ ให้มันจบไป เสร็จแล้วก็จะได้แยกย้ายไม่ต้องมาเจอกันอีก


วิวัฒน์แอบแปลกใจนิดหน่อย เพราะปกติแล้วลูกสาวของเขาเวลาไม่อยากทำอะไรก็ไม่มีใครมาบังคับได้ แต่นี่เจอน้ำทิพย์พูดไปแค่ประโยคเดียวลูกสาวของเขาก็เดินขึ้นห้องไปแต่งตัวเฉยเลย


ไม่นานคริสก็เดินลงมาพร้อมกับแต่งตัวในลุคสบายๆ เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวปลดกระดุมสองเม็ด และกางเกงขาสั้นสีเดียวกัน พร้อมกับรองเท้าผ้าใบ


“ฉันพร้อมล่ะ”

“เชิญ”

น้ำทิพย์ผายมือเชิญให้อีกคนได้เดินออกไปก่อน คริสก็เดินไปยังที่รถของน้ำทิพย์แต่ก็ยังไม่ยอมเดินขึ้นไปนั่งสักที จนน้ำทิพย์เดินออกมาและเห็นว่าอีกคนยืนอยู่เลยทำหน้างงนิดหน่อย ก่อนที่คริสเห็นว่าน้ำทิพย์ทำหน้าไม่เข้าใจก็เลยเอ่ยบอก


เปิดประตูสิ

ฉันไม่ใช่คนขับรถ

มารยาทน่ะ สะกดเป็นป่ะเร็วสิ น้ำทิพย์ส่ายหน้าให้กับความแสบของคริสก่อนจะเดินมาเปิดประตูรถให้ และร่างบางก็ยิ้มอย่างทะเล้นก่อนจะเดินขึ้นไปนั่งบนรถ ทำเอาน้ำทิพย์เหมือนคนดูแลไปเลย


อย่าให้ถึงทีของเธอบ้างละกัน ยัยเด็กแสบ!


ไม่นานเราทั้งคู่ก็มายืนอยู่ที่ร้านเครื่องเพชรเพื่อมาลองแหวนหมั้น แต่ดูเหมือนคริสจะไม่ยอมเดินเข้าไปข้างในร้าน จนน้ำทิพย์ต้องเดินมาลากอีกคนเข้าไปแทนเพราะมัวแต่โอ้เอ้วันนี้ก็ไม่ได้เลือกกันพอดี


“สวัสดีค่ะ สนใจแบบไหนดีคะ”

“พอดีพาว่าที่ภรรยามาลองแหวนหมั้นค่ะ” น้ำทิพย์พูดขึ้นก่อนที่คริสจะหันขวับมามองทันที และกำลังจะหันไปปฏิเสธว่าเธอไม่ใช่ ว่าที่ภรรยา’ อะไรทั้งนั้น


“เอ่อ..ไม่ชะ..”

“ไม่ต้องเขิลหรอกที่รัก ไหนๆ เราก็จะเป็นคนๆ เดียวกันแล้ว”


คนตัวสูงด้านข้างพูดแทรกขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือมาโอบเอวของเธอเอาไว้ ทำอย่างกับว่าเราเป็นคู่รักที่รักกันมานานแสนนาน เห็นหน้าติ่มๆ เล่นละครเก่งเหมือนกันนะเนี่ย


พนักงานยิ้มให้กับความน่ารักของทั้งคู่ ก่อนจะแนะนำแหวนที่สวยและแพงที่สุดในร้านให้ พอให้คริสลองใส่ก็ใส่ได้พอดี น้ำทิพย์เลยตัดสินใจซื้อแหวนวงนั้นทันที คริสเห็นว่าเสร็จธุระแล้วก็เลยเดินออกมาทันทีโดยไม่รอน้ำทิพย์ คนตัวสูงรีบเดินตามออกมาก่อนจะคว้าแขนของคริสเอาไว้


“นี่เธอจะไปไหน”


“ก็หมดธุระแล้วนี่ แยกย้ายสิรออะไร” คริสเอ่ยบอกพร้อมกับดึงแขนออกจากมือของน้ำทิพย์และกำลังจะเดินไปอีกทาง แต่คนตัวสูงก็รีบเดินมายืนขวางหน้าเอาไว้ ทำให้คนตัวเล็กได้แต่ขมวดคิ้ว


“แต่เธอไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”

“อะไรของคุณอีก ก็เลือกแหวนเสร็จแล้วนี่” คริสว่าอย่างไม่พอใจ ก็เขาให้เธอมาเลือกแหวน ก็เลือกเสร็จแล้วไม่ใช่หรือไง

“แต่ฉันบอกพ่อเธอไว้แล้วว่าเย็นนี้จะไปส่งที่บ้าน”

“ไม่เป็นไร ฉันกลับเองได้” คริสตอบกลับและกำลังจะเดินผ่านหน้าน้ำทิพย์ไป แต่อีกคนก็ไม่ยอมให้คริสได้เดินหนี เอื้อมมือมาคว้ามือของคริสไว้ทันที


คุณนี่ยังไงนะ ตื้อไม่เลิกเลย


น้ำทิพย์เพียงแค่ยิ้มและไม่สนใจคำพูดของคริส ร่างบางจะดึงมือกลับแต่น้ำทิพย์ก็ไม่ยอม จับเอาไว้ไม่ยอมปล่อย คริสก็พยายามจะดึงมือกลับน้ำทิพย์ก็ออกแรงบีบไว้ไม่ให้มือของอีกคนหลุดไป พร้อมกับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ จนคริสต้องถอนหายใจออกมาแรงๆ อย่างเหลืออด


ปล่อย!”

คริสว่าเสียงแข็งแต่น้ำทิพย์กลับมองหน้าอีกคนเหมือนกับว่าไม่เข้าใจในคำพูดนั้น สีหน้าแบบนั้นมันยั่วโมโหคริสได้ดีเลยล่ะ

จะเอาแบบนี้ใช่ป่ะ


น้ำทิพย์ยักคิ้วให้อย่างกวนๆ ก่อนที่คริสจะเดินออกไปโดยไม่สนแล้วว่ามือของเธอจะถูกอีกคนจับอยู่ ภาพที่เห็นตอนนี้เหมือนเด็กน้อยที่อยากจะเดินเที่ยวเล่นและผู้ใหญ่ตัวสูงกลัวอีกคนจะหายเลยจับมือเอาไว้และคอยเดินตาม


คริสแกล้งเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ทั้งที่ไม่ได้อยากจะเดินดูอะไรสักนิด แค่อยากจะแกล้งให้อีกคนรำคาญ แต่น้ำทิพย์กลับยิ้มและชอบใจ เหมือนแฟนกำลังงอนแต่เธอก็ง้อโดยการจับมือไว้ไม่ยอมปล่อย พร้อมกับเดินตามคนตัวเล็กไปทุกที่ เดินไปก็ยิ้มไปอย่างกับคนบ้า





#บีจะหมั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

807 ความคิดเห็น