[FIC Astro] SHY MAN Sanha x MJ

ตอนที่ 10 : OS Dreamie Sweet SANM Ft.MOONBIN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    5 มี.ค. 61


OS

Dreamie Sweet






 


ทุกคนมีความฝัน..

            เขาเองก็เช่นกัน...

 

            ..

 

            เขาชื่อยุน ซานฮา วันนี้เป็นวันแรกในการตามหาใครบางคนที่อยู่ใน ความฝัน’ ของเขา หลังจากตระเตรียมทุกอย่างมาเกือบสามปี



            มันเริ่มต้นในคืนแห่งฤดูหนาวยามผู้คนกำลังหลับใหล เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งวัยสิบห้ากำลังเข้าสู่ห้วงนิทราหลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการเรียนในโค้งสุดท้ายของชีวิตมัธยมต้น ซานฮาจำได้ว่าวันนั้นหิมะตกหนักมากจนต้องสวมถุงเท้าทับไว้สองชั้น ทันทีที่ดวงตาปิดสนิททุกอย่างก็หลุดไปอยู่ยังภวังค์ฝัน เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับชายคนหนึ่ง


            ในความฝันชายคนนั้นจ้องมองมาทางซานฮาพร้อมกับรอยยิ้ม



มันเป็นรอยยิ้มแสนหวานที่ตราตรึงอยู่ในหัวใจเด็กวัยแตกหนุ่มจนแทบจะละลายเสียตรงนั้น แต่เพียงไม่นานเด็กหนุ่มก็ได้เข้าใจว่าที่อีกคนยิ้มให้ไม่ใช่เขาแต่เป็นพวกขนมหวานบนชั้นวางในร้านข้างหลังเขาต่างหาก


            ใบหน้าหวานเปื้อนรอยยิ้มกับดวงตาใสยืนอยู่หน้าร้านกาแฟสีสวยตรงข้ามฝั่งถนน รถยนต์หลายคันวิ่งผ่านไปมาไม่หยุดแต่กลับไม่มีเสียงเครื่องยนต์มากวนใจเลยสักนิด ภาพของใครคนนั้นวิ่งข้ามถนนตรงมายังเขาแล้วเฉียดผ่านเดินเข้าร้านกาแฟที่มีชั้นวางขนมหวานนั่น กลิ่นหอมอ่อนคล้ายดอกไม้อะไรสักอย่างจางๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

            ฝันอยู่อย่างนั้นจนซานฮาตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง...

 

 

            ในขณะเพื่อนคนอื่นรอบกายหมกมุ่นกับการหาเส้นทางความฝัน หรือบางคนก็พยายามไล่ตามความฝัน


เด็กหนุ่มเองก็เช่นกัน เขากำลังตามหา คนในฝัน

 ..

 



            “จะมีจริงเหรอวะ...แล้วมึงแน่ใจใช่มั้ยว่าเขาจะมาที่นี่...มุนมินฟุบนั่งลงข้างลูกพี่ลูกน้องต่างจังหวัดของตัวเองพลางเอ่ยถามออกไปด้วยกึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อในสิ่งที่อีกคนเคยเล่าให้ฟัง


       กูก็ไม่รู้...แต่ในความฝันเขาจะเข้ามาร้านนี่...ถ้าร้านมันมีจริงแสดงว่าคนก็ต้องมีจริงเหมือนกันแหละ..ซานฮาตอบโดยสายตายังไม่ละจากชั้นขนมหวานซึ่งติดป้ายโลโก้เล็กๆว่า Dreamie Sweet ตั้งแต่ครั้งแรกที่เสิร์ชเจอร้านนี้เขาเองก็ตื่นเต้นแทบตาย แค่คิดว่าคนในฝันมีตัวตนจริงๆ แค่คิดว่าคนในฝันได้พูดคุยกับตัวเองแล้วมันก็...

 

       แล้วนี่มึงมานั่งรอนานยัง...

            “ตั้งแต่หกโมงเช้า...


            “เชี่ย..!!

มุน บินอุทานลั่นยกมือป้องปากทำตาโตเว่อร์ๆใส่ จะไม่ให้ตกใจได้ไงตอนนี้มันทุ่มครึ่งเข้าแล้ว ตอนแรกแชทมาหาเพราะเป็นห่วงหลังจากปล่อยให้น้องคนดีที่มาเยือนเมืองเกิดตนได้หาตระเวนเที่ยวเองและด้วยมันก็บอกว่าจะตามหาใครบางคนอีกด้วย ใจจริงก็อยากจะช่วยแต่วันนี้ดันเสือกมีเรียน สรุปทั้งวันน้องชายกูแม่งไม่ทำห่าไรเลยนอกจากนั่งเหน็บแดกในร้านกาแฟเนี้ยนะ


       ทำไมทำหน้างั้นวะ...

            “นี่มึงหมกมุ่นขนาดนี้เลยเหรอวะ...ใครคนนั้นของมึงคงสวยมากเลยใช่มั้ย...

            “จะว่าสวยก็คงงั้น...คงเรียกว่าสวยได้ล่ะมั้ง...ซานฮาพูดยิ้มๆ


            “เอ้า..เออ!!..กูชักอยากเห็นหน้าละ......

 



            กริ๊ง.. กริ๊งง..!!

 

          เสียงของระฆังกรุ๊งกริ๊งตรงมุมบานประตูกระจกร้านดังขึ้นเรียกความสนใจให้เด็กหนุ่มทั้งสองหันไปมองร่างของบุคคลผู้ย่างก้าวเข้ามาในร้านกาแฟ เพราะความสงสัยว่าใครช่างมาสรรหาซื้อกาแฟยามค่ำในสถานที่ที่แทบจะร้างผู้คน พลันซานฮาต้องเบิกตากว้างเมื่อสายตากระทบเข้ากับใบหน้าหวานที่หันซ้ายหันขวาอยู่ตรงหน้าเคาท์เตอร์รับลูกค้า

 

            “มึง...เขา...


            “อะไร...อย่าบอกนะว่า...คนนั้น..มุนบินพูดกลั้วหัวเราะอย่างไม่จริงจังก่อนจะเว้นวรรคนิดหน่อยเมื่อเห็นสีหน้าประหลาดจากลูกพี่ลูกน้อง ยกมือชี้ไปทางร่างบางที่ยืนชะเง้อหาพนักงานซึ่งไม่รู้ว่าอยู่ไหน ดวงตาเรียวคล้ายหมาไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วจึงกลับมาสนใจน้องชายข้างๆที่เหมือนจะโดนเวทย์หยุดเวลาเอาไว้แล้ว

 

            มันมีจริงด้วยว่ะ...แถมยังเป็น..


            ผู้ชาย!

 

           

            ซานฮา พาร์ท


 

            เป็นเวลาเกือบสิบนาทีแล้วที่ผมได้แต่นั่งเกร็งเงียบๆ มุนบินเองก็เอาแต่ก้มแชทกับใครสักคนในโทรศัพท์ ส่วนคุณคนนั้นที่ยืนสั่งกาแฟอยู่เคาท์เตอร์เมื่อกี้นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ

 


            โต๊ะข้างๆ...ซึ่งห่างกันไม่กี่ช่วงแขน...


            โต๊ะว่างตั้งเยอะตั้งแยะทำไมถึงเลือกมานั่งตรงมุมในร้านแบบนี้นะ...

 


            ผมได้แต่นั่งตัวแข็งลอบมองเขาเป็นระยะ ในใจนึกอยากจะเดินเข้าไปพูดคุย ถามชื่อหรือแม้แต่กระชากมากอดให้สมกับที่เมินกันในฝันมาตลอดสามปีด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้มันทำอะไรไม่ถูกสักอย่างขนาดจะเอื้อมไปยกแก้วกาแฟเย็นชืดตรงหน้ายังรู้สึกไม่มีแรงเลย

 


          ฮัดเช้ยย...!!

            เสียงจามลั่นร้านของไอ้พี่มุนบินทำให้คนโต๊ะข้างๆหันมามอง ผมรีบหลบตาหนีทันทีที่สบเข้ากับดวงตาหยีก่อนจะป๊ะกับใบหน้าล้อเลียนของไอ้เพื่อนบ้า

 


            “ทำบ้าไรของมึง..มุนบิน...ผมกระซิบถามจัดการหยิกแขนมันเบาๆเป็นการลงโทษ


            “เชี่ยเจ็บนะ...มึงแหละทำไร...หันกลับไปหาเขาหน่อย...เขาจ้องมึงไม่วางตาเลยว่ะ...คำพูดของมันทำให้ผมหันกลับไปมองอีกคน และก็จริงอย่างที่มันพูดเพราะดวงตาเรียวหยีกำลังมองผมอยู่

 


            ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองรึเปล่า แต่ผมสัมผัสได้ว่าใบหน้าหวานเหวอเล็กน้อยเมื่อสายตาเราผสานกัน และก็ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือว่าอะไรถึงทำให้ร่างบางถึงกับลนทำกาแฟหกรดเสื้อตัวเองแบบนั้น

 


            “ป..เป็นไรมั้ยครับ..ร้อนมั้ยนั่น....


            “ไม่ครับ...ผมไม่เป็น...เสียงของเขาหยุดลงทำผมต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง ก่อนผมจะรู้ตัวว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่


            ผมรีบชักมือออกจากเสื้อเชิ้ตบางซึ่งกำลังขึ้นสีคราบกาแฟ ความเปียกชื้นส่งผลให้มันแนบไปกับท้องของอีกคนเผยให้เห็นผิวเนียนข้างในและมันก็ทำให้ผมรู้สึกร้อนผ่าวบนหน้ายู่ไม่น้อย



   “เอ่อ...ขอโทษครับ...ผมเอ่ยขอโทษออกไปเพราะเห็นว่าใบหน้าหวานกำลังขมวดคิ้วหมุ่นเหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่าง


            “ฮ...ฮึก..เสียงสะอื้นค่อยๆมาพร้อมกับน้ำตาของคนตรงหน้าสร้างความตกใจให้ผมกับไอ้พี่มุนบินที่ลุกมายืนมอง ข..ขอโทษครับ...อา...ฮ..ฮึก

 

            “เป็นไรครับ...เอ่อ...คุณ...


            “ฮ..ฮึก...ขอโทษครับ...คือ..ฮ...ฮึก...มันอาจฟังดู...ฮ..บ้า..แต่คุณ..ฮ..ฮึก..เหมือน...เค้ามากเลย....เสียยหวานพร่ำพูดจนแทบจับใจความไม่ได้ ผมเงยหน้าไปส่งสัญญาณถามถึงคำพูดแปลกๆของร่างบางกับมุนบินแต่มันก็ทำเพียงส่ายหน้ากลับมา

 


          เหมือน...อะไรนะครับ... ผมถามกลับ ถือวิสาสะหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาอีกคน หยุดร้องก่อนเถอะครับ...ใจเย็นก่อนนะ...ท่าทางประหลาดของร่างบางไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกว่าเจ้าตัวเพี้ยนหรืออะไรเลยสักนิด กลับกัน ผมรู้สึกอยากดึงเขามากอดปลอบให้หายเศร้าไม่ก็ทำอะไรสักอย่างเพื่อให้เขารู้สึกดีขึ้น


ผมไม่อยากเห็นน้ำตาของเขา

 

แม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนแต่ผมดันรู้สึกผูกพันแปลกๆ

 

 

            “ฮ..ฮึก..ขอโท..เอ่อ.ฮ..ฮึก..ขอบคุณนะครับ...ร่างบางพูดแค่นั้นก่อนจะลุกพรวดเดินหนีออกไปโดยที่ผมไม่ทันแม้แต่จะคว้ามือเอาไว้

 


            “ยืนเอ๋อไม...ตามไปสิมึง...

 

 

            End part

 

 

 

          เสียงหอบหายใจปนเสียงสะอื้นดังไม่หยุดหย่อน ร่างบางหยุดเคลื่อนไหวยกมือขึ้นกุมอกด้วยรู้สึกเหนื่อยเกินจะออกแรงต่อ นึกด่าตัวเองในใจที่ดันทำเรื่องเพี้ยนๆออกไป


 

            มยองจุนตกใจจนควบคุมตัวเองไม่ได้เลย...


 

            “ไอ้จุน..ฮ..ฮึก..บ้า...แกเพี้ยนไปแล้วจริงๆ...มยองจุนพ่นด่าตัวเองอย่างเหลืออดไม่ได้สังเกตถึงใครบางคนข้างหลัง ความรู้สึกมากมายพรั่งพรูผสมกันมั่วจนอยากจะทึ้งหัวตัวเองให้แหลกคามือซะ ผู้ชายคนนั้นเหมือนกับคนในความฝันมาตลอดสามปี คนที่มยองจุนไม่คิดว่าจะมีอยู่ในชีวิตจริงกลับมานั่งคุกเข่าต่อหน้าเพื่อเช็ดคราบกาแฟบนเสื้อตัวเอง

 


            ตอนแรกก็คิดว่าหน้าคล้ายมากแต่พอได้เห็นระยะใกล้มันทำเอาแทบช็อก

 


      แม้แต่สัมผัสหรือบรรยากาศที่แผ่ออกมาจากตัวอีกคนก็ช่างดูคุ้นเคยราวกับเป็นคนเดียวกัน...

 

         

          นั่นไม่ใช่เขาซะหน่อย...คนในฝันจะมีจริง...ฮึก...ได้ไง...ร่างบางยกมือขึ้นมาทุบหัวอย่างไม่ยั้งมือเหมือนต้องการจะบอกให้ตัวเองเลิกคิดฟุ้นซ่านว่าคนๆนั้นกับคนในฝันคือคนเดียวกัน

 


          หมับ...

 

          สัมผัสหนักรั้งแขนเรียวก่อนมือหนาจะดึงคนสติแตกเข้าไปในอ้อมกอด ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินเหนือหัวทำเอามยองจุนตกใจอย่างหนักออกแรงดิ้นเพื่อให้หลุดจากพันธการของบุคคลปริศนา

 


            “...”


 

            “คุณเป็นใคร..ป..ปล่อยนะ...มยองจุนยังคงพยายามขืนตัวแต่ยิ่งทำเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าอ้อมแขนแกร่งกระชับกอดแน่นขึ้น ปล่อย...

 


            “ที่ว่าคนในฝัน...เค้าคนนั้น...


 

            “....” มยองจุนหยุดยืนนิ่งเมื่อได้ยินเสียงทุ้มนุ่มข้างหู ร่างบางจำได้ว่ามันเป็นเสียงเดียวกันกับผู้ชายที่ช่วยเช็ดคราบกาแฟเมื่อกี้

 



       “....”

 

            “....”

 


            “ผมฝัน...ถึงคนๆนึงมาตลอดสามปี...จู่ๆเสียงทุ้มนุ่มก็เปล่งคำพูดที่ทำมยองจุนรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว ผมไม่รู้จัก ไม่เคยคุยไม่คุ้นหน้า..ไม่คิดว่าเขาจะมีตัวตนจริงๆ...” คนพูดหยุดเอ่ยเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกระตุกเบาๆจากตัวคนในอ้อมแขน ใบหน้าหล่อยกยิ้มบางเพราะเริ่มมั่นใจในสิ่งที่ตนคิด “วันนึงผมดันเจอสถานที่ในความฝันโดยบังเอิญ ผมเริ่มหวังว่าถ้าสถานที่มันมีจริงคนเองก็ต้องมีตัวตนจริงๆด้วย..ผมหาข้อมูล รู้ว่ามันอยู่เมืองนี้ ผมเริ่มเก็บเงิน ตั้งใจเรียนเพื่อสมัครมหาลัยที่นี่ แล้วตัดสินใจเดินทางมาเพื่อตามหาเขาคนนั้น...และผมก็ได้เจอใครบางคนที่คุ้นหน้ากันในความฝันเดินเข้ามาในร้านกาแฟที่ผมกำลังอยู่”


 

            “...”

 


“ซึ่งผมนั่งรอด้วยความหวังว่าจะพบเขาตลอดทั้งวัน...

 


            “.....” มยองจุนหลับตาลงยกมือขึ้นโอบกอดอีกคนกลับอย่างไม่ลังเล น้ำตาที่หยุดไหลไปสักพักกลับไหลลงมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความรู้สึกแห่งความหวังของอะไรบางอย่าง

 


         “...ผมเจอคุณแล้วนะ...แรงกระชับของวงแขนเรียวตอบรับประโยคยิ่งเรียกความหวังให้คนพูด ความโหยหาและกดดันในสิ่งที่ไม่เคยเจอจริงๆกำลังเลือนไปจากใจของซานฮา

 


            “ผมนึกว่าผมบ้า...


 

            “ผมก็เคยคิดว่าตัวเองเป็นบ้าเหมือนกัน...

 


            “ทำไมคุณวิ่งผ่านผมไปร้านกาแฟตลอดเลย...

 


            “คุณนั่นแหละ...วิ่งผ่านผมไปตลอด..ซานฮาผละกอดยกมือขึ้นปาดน้ำตาให้คนขี้แยตรงหน้าอย่างถนุถนอม นัยตาเรียวใสสั่นคลอน้ำตาจนเขาอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปขยี้กลุ่มผมนุ่มเบาๆ 

         

 

          คุณทำแบบนี้ได้ไง...ผมว่าผมอายุมากกว่าคุณนะ!...ร่างบางทำน้ำเสียงเหมือนไม่พอใจทั้งๆที่ใบหน้าใบหูแดงเถือก “อีกอย่าง...เราไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ”

 



            “ผมชื่อซานฮา..ยุน ซานฮา..แล้วคุณล่ะ...


            “คิม...มยองจุน


            “ได้พบกันสักทีนะ...จุนนี่อ่า...

 

 

 

 

 

 

Dreamie Sweet

END

 

//

เป็น OS แปลงจากคู่ จัสเร็น ที่ไม่มีสาระใดๆ

แค่อยากไถ่โทษกับความดองนานของฟิคซึ่งมาจากความตันของตัวไรท์เอง

กราบขอคมาคนอ่าน

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #46 SeowooPark (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 20:21

    น่ารักกก
    #46
    0
  2. #25 พี่หอย เอ็มเจ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 22:23
    กราบขอบคุณค่ะ ดีงาม ฮรือออออออออ มาต่อไวๆนะคะ รอเสมอออ <3
    #25
    0