หมอเพลิงแฟนกัลป์ (end)

ตอนที่ 7 : Chapter 6 || หึงผมเหรอ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,693
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 660 ครั้ง
    30 ม.ค. 64

 

#6

หึงผมเหรอ?

 

Kankaii : ผมรออยู่คาเฟ่นะครับ

ผมกดพิมพ์ข้อความบอกพี่เพลิงขณะเดินเข้าไปรอที่ร้านคาเฟ่ในโรงพยาบาล…เพราะผมเลิกเรียนเร็วด้วยเลยมาถึงเร็วกว่าปกติ

Plerng_ : โอเคครับ สั่งของกินรอพี่ก่อนนะครับ

: เดี๋ยวพี่ไปจ่ายให้เอง

รวยจริงจริ้งพ่อคุณ เจอไอ้กัลป์เหมาเค้กทั้งตู้แล้วจะหนาว!

ใส่อารมณ์ไปงั้นแหละ พอเดินไปเลือกจริงๆ ผมก็เลือกมาแค่เค้กชิ้นหนึ่งกับโกโก้อีกแก้ว นั่งลิ้มชิมอย่างเอร็ดอร่อยด้วยความเพลิดเพลินใจ มือก็สไลด์โทรศัพท์เล่นไปเรื่อยๆ จนเค้กเกือบหมดจานพี่เพลิงก็มา

...โห้ พอพี่มันอยู่ในชุดเสื้อกาวน์แบบนี้เหมือนเห็นแสงเรืองรองออกมาจากตัวเขาได้เลย…หล่อจนน่าหมั่นไส้ เฮอะ

“รอนานมั้ยครับ”

ผมส่ายหน้าแทนคำตอบเนื่องจากเค้กอยู่เต็มปาก

“อร่อยมากเลยเหรอครับ”

มานั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไร พี่เพลิงมันชอบมากเลยนะ...ไอ้การใช้สายตาเหมือนมองสาวน้อยกับผมเนี่ย และเนื่องจากเค้กยังเต็มปากอยู่ผมก็เลยพยักหน้าตอบไปอีก

“เชื่อครับ”

พี่เพลิงหลุดยิ้มมากกว่าเดิมก่อนจะเอื้อมมือมาใช้นิ้วโป้งเกลี่ยตรงริมฝีปากผม

“แค่กๆ”

...ไอ้เหี้** ฉากละครไทยมาก อับอายสายตาประชาชีจากโต๊ะรอบข้างมาก ถึงเขาจะมองออร่าความหล่อของพี่เพลิงโดยเฉพาะก็ตามเถอะ

“โอเคมั้ยครับ”

“ไม่ต้องมาถามเลย แค่ก...พี่นั่นแหละ ทำไรเนี่ย”

“ก็กินเลอะนี่ครับ พี่แค่เช็ดให้เอง”

ไม่ต้องมาทำเป็นยิ้มใสซื่อ! คนเขามองออกหมดแล้วโว้ยย

“วันหลังก็บอกผมดีๆ ผมเช็ดออกเองได้”

“ก็กัลป์เคี้ยวน่ารักนี่ครับ พี่เลยอยากจับปาก”

นั่นไง เผยธาตุแท้ออกมาแล้ว...คนอะไรหน้าหนาซะจริง ที่พูดมาแต่ละอย่างน่ะเคยอายบ้างมั้ย

“นี่ปากผม! ผมไม่อนุญาต”

“ไม่เป็นไรครับ พี่ไม่รีบ...จะรอจนกว่ากัลป์จะใจอ่อนอนุญาตนั่นแหละครับ”

“เป็นเรื่องเป็นราวเลยนะ ชอบให้ความหวังตัวเองเหรอพี่” ผมทำหน้ายียวนกลับบ้าง

“จะไม่ให้มีความหวังได้ไงล่ะครับ”

“…”

เริ่มรู้สึกว่าตาขวากระตุก สายตาและสีหน้าพี่เพลิงทำให้ผมเดาออกได้เลยว่าคำพูดต่อไปของพี่มันจะทำให้แพ้หมดรูปแน่ๆ

“ก็คืนนั้น…ตั้งหลายรอบเลยนี่ครับ :)

อะ..ไอ้

ไอ้ทุเรศ! กลางวันเสกๆ ขนาดนี้ยังจะกล้าพูดเรื่องหน้าไม่อายออกมาได้นะ!

 

 

 

 

“พี่อยากดูเรื่องไรอะ”

“ได้หมดเลยครับ กัลป์เลือกเถอะ”

“อืมมม...ผมเลือกแป๊บ”

หลังจากเหตุการณ์ไม่อายฟ้าอายดินของไอ้พี่เพลิงผ่านไปพร้อมกับสติสัมปชัญญะของผมที่เพิ่งกลับเข้ารวมร่างได้ผ่านไป พี่เพลิงก็พาผมมาที่ห้างขนาดใหญ่สถานที่ยอดฮิตของเด็กมอผม ก่อนหน้านี้พี่เพลิงก็พาผมไปกินราเม็งจนอิ่มหนำกันเป็นที่เรียบร้อย ทำให้ตอนนี้ได้เวลาที่เราจะต้องทำการเลือกหนังที่จะดู

ช่วงนี้ผมดูแต่เน็ตฟลิกซ์ด้วย ไม่ได้ติดตามพวกหนังเข้าใหม่เท่าไหร่เลยไม่รู้ว่าจะดูเรื่องอะไรดี ส่วนปีศาจหัวใจก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยเพราะว่าตามใจผมอย่างเดียว เฮอะ...ช่วงโปรโมชั่นชัวร์ๆ

“งั้นดูเรื่องนี้แล้วกันครับ”

“โอเคครับ”

ผมกดจองที่นั่ง เลือกรอบฉายเรียบร้อยก็เตรียมหยิบบัตรขึ้นมารูดจ่ายเงิน เพียงแต่ยังไม่ทันได้หยิบ มือของคนข้างๆ ก็ยกบัตรขึ้นมารูดไปซะ

“เฮ้ยย พี่แย่งผมจ่ายได้ไงอะ พี่จ่ายค่าข้าวแล้วไง”

“ไม่เป็นไรครับ พี่อยากจ่าย”

“ไม่ได้ดิพี่ ผมไม่อยากเอาเปรียบพี่นะเว้ยย”

“พี่เต็มใจ กัลป์ไม่ต้องคิดมากเลยนะครับ พี่ไม่เคยคิดว่ากัลป์เอาเปรียบเลยสักนิด”

ผมเพิ่งจะเข้าใจความรู้สึกของดาวศุกร์ก็ตอนนี้นี่แหละ มันเคยบอกผมว่าเกรงใจที่พี่ไฟชอบซื้อหรือจ่ายอะไรให้ ตอนนั้นผมในฐานะเพื่อนก็สอนมันไป ว่าถ้าคนให้เต็มใจให้ก็ไม่ต้องคิดมากหรอก

...แต่พอสถานการณ์นั้นเกิดขึ้นกับผมเองนี่สิถึงกับไปไม่ถูกเลย ผมรู้ว่าเขาเต็มใจและยินดี แต่พอเอาเข้าจริงผมก็เกรงใจที่จะรับอยู่ดีนั่นแหละ

“จ่ายไปแล้วยังไงก็ช่วยไม่ได้...เพราะงั้นค่าป๊อปคอร์นพี่ต้องให้ผมเป็นคนจ่ายจริงๆ นะ”

พอผมยื่นขอตกลงแบบนั้นพี่เพลิงก็รับคำแต่โดยดี

“ตกลงครับ”

ผมถอนหายใจออกมาช้าๆ ...ไม่ได้อยากฉวยโอกาสเพราะคำว่าพี่มันชอบผมมาเอาเปรียบเขานี่ แถมสถานะก็เป็นแค่พี่น้องแบบนี้ด้วยยิ่งไม่ดีใหญ่

“ผมเลือกหนังแล้ว เพราะงั้นผมให้พี่ได้เลือกรสป๊อปคอร์นบ้าง”

“…จะดีเหรอครับ”

“อื้อ พี่เลือกเลย”

“โอเคครับ”

พี่เพลิงก็ได้ทำการสั่งป๊อปคอร์นมาหนึ่งถังขนาดกลางกับน้ำโค้กหนึ่งแก้ว...โอ้โฮ ไม่รู้เลยมั้งว่าจุดประสงค์พี่มึงคืออะไร…เวลาหยิบแล้วมือจะชนกันหรือดูดน้ำจากหลอดเดียวกันงี้?

“พี่ไม่ค่อยกินเท่าไหร่ครับ ถ้าเหลือเดี๋ยวเสียดาย”

อยากจะแหมให้ถึงดาวอังคาร หมั่นไส้มากจริงไอ้นิสัยหน้าซื่อใจคดของพี่มึงเนี่ยย ถ้าไม่ติดว่าสบายกระเป๋าตังค์ผมดีนี่ไม่ได้แอ้มผมหรอกนะจะบอกให้

“ขอตรวจตั๋วด้วยค่ะ”

“ครับ”

ผมยื่นตั๋วสองใบให้กับพี่พนักงานตรงหน้า...และไม่รู้ว่าเพราะบังเอิญรึเปล่ามือของพี่เขาถึงได้จับลงตรงมือผมพอดี

“โรงที่สิบนะคะ ทางขวาเลยค่ะ”

เอ่อ ทำไมผมถึงได้รู้สึกถึงไอเย็นแปลกๆ ขนาดนี้วะ หลังพี่พนักงานฉีกตั๋วแล้วยื่นคืนให้ผมแล้วนั่นแหละไอเย็นนั่นถึงได้ลดลง

หมับ…

“อย่าให้ใครแอบจับมืออีกนะครับ”

ผมหันไปมองคนข้างกาย พี่เพลิงเปลี่ยนไปถือแก้วน้ำและป๊อปคอร์นด้วยแขนข้างเดียว ส่วนอีกข้างก็คว้ามาจับมือผมข้างที่พี่พนักงานคนเมื่อกี้จับ

นี่อย่าบอกนะว่าพี่มึง…

“พี่หึงผม?”

“มากกว่าที่กัลป์คิดแล้วกันครับ”

…ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ผมถึงได้รู้สึกว่าหัวใจมันเกิดชะงักขึ้นมาแปลกๆ มันก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่แย่อะไร กลับกันมันทำให้ผมสมองตื้อๆ ยังไงก็ไม่รู้

เพราะว่าเหตุการณ์แบบนี้มันไม่เคยเกิดขึ้นกับผมด้วยมั้ง ไอ้มีคนมาตามหึงเนี่ย...พอมาเกิดขึ้นกับตัวเองจริงๆ แล้วใจมันก็ยุบยิบๆ ชอบกล

ไอ้อาการเหมือนใจระริกระรี้นี่มันอะไรกันวะ!

“มันแค่เรื่องบังเอิญเอง พี่มึงอย่าคิดมากดิโว้ะ”

“…อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้ครับ”

ผมไม่เคยเห็นด้านแบบนี้ของพี่เพลิงมาก่อนเลย ปกติก็เห็นแต่มุมขี้แกล้งอารมณ์ดีไปวันๆ ...แต่ตอนนี้ดันขมวดคิ้วแน่นเหมือนเด็กถูกแย่งของเล่นงั้นแหละ

สาวๆ มาเห็นคงต้องกรี๊ดรู้สึกเอ็นดูแน่ รับรอง

“...แต่พี่”

“ว่าไงครับ”

“จะไม่เนียนไปหน่อยเหรอ มาจับมือผมเนี่ย!”

“ว้าา...ไม่เนียนเหรอเนี่ย”

นี่ไง! พี่เพลิงมันต้องกวนตีนแบบนี้แหละถึงจะถูกคน

 

 

 

หนังที่ผมเลือกมาก็เป็นแนวแอ็กชันบู๊สนั่นเมืองเลย มีแต่ฉากที่ทำให้ผมว้าวตลอด ต่อสู้กันอย่างมัน...ผมนั่งจกป๊อปคอร์นไปเรื่อยๆ พร้อมกับตั้งใจดูนั่ง ผิดกับไอ้คนข้างๆ ที่เริ่มจะแผลงฤทธิ์ขึ้นเรื่อยๆ

“พี่ นั่งนิ่งๆ ได้ปะ”

“อยากจับมือนี่ครับ”

“ไม่ให้!” ผมว่าเสียงเบา

กระจิตกระใจจะจ้องเตะอั๋งผมอย่างเดียวเลยรึไงวะเนี่ย ไอ้มือนี่ก็สะกิดกันอยู่ได้ สะกิดขนาดนี้ก็เอาแป้งมาขูดขอหวยเลยเถอะ

พรึ่บ

“งั้นซบไหล่ก็ได้ครับ”

โว้ยยย มันกวนตีนจังโว้ยย ผมเอียงตัวหนีจนสุดแต่พี่เพลิงมันก็เอียงตามมาไม่ห่าง ดีนะที่ข้างๆ ผมไม่มีคน ไม่งั้นเขาคงได้หันมาด่าผมแน่ๆ

หลังจากสงครามย่อมๆ ที่ผมเอียงตัวหลบอยู่นานก็ไม่สามารถสลัดปีศาจหัวใจได้สำเร็จ สุดท้ายผมเลยต้องกลับมานั่งตรงๆ เหมือนเดิมพร้อมสีหน้าบึ้งตึง

หน็อยย ฝากไว้ก่อนเถอะ…พิงให้เมื่อยคอไปเลยนะ!

“หนาวมั้ยครับ”

“ไม่”

“โอเคครับ”

พี่เพลิงไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อ เขานั่งซบผมเงียบๆ ไม่พูดอะไรอีก ผมก็หันกลับมาสนใจหนังที่ฉายอยู่ตรงหน้าตามเดิมเพราะฉากถึงจุดไคลแมกซ์ที่กำลังสนุกมากๆ พอดี

ผมกินป๊อปคอร์นไปเรื่อยๆ ระหว่างตั้งใจดูหนังจนกระทั่งหนังจบลง...บอกเลยว่าไม่ผิดหวัง หนังอย่างสนุก

“พี่หนังจบ...”

ในตอนที่จะเรียกให้พี่เพลิงลุกออกไปผมกลับพบว่าลมหายใจจากร่างสูงข้างกายนั้นเข้าออกอย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอ...หลับเหรอ?

...คงอาจจะเหนื่อยล่ะมั้ง ก็เรียนหมอเลยนี่…เวลาพี่เพลิงโทรมาหาผมกี่ครั้งก็มักจะอยู่อ่านหนังสือจนดึกตลอดเลย

แล้วผมจะเอายังไงดีนะ ผมไม่รู้ว่าควรปลุกดีมั้ยเพราะเจ้าตัวดูจะเพลียมากด้วย...เฮ้ออ งั้นจะรอดูเครดิตหนังจนจบก่อนแล้วกันค่อยปลุก

ไอ้กัลป์เป็นคนใจดีมากเลยเห็นมั้ย!

ระหว่างที่รอให้เครดิตหนังจบผมเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นรอ หลังเปิดสัญญาณเน็ตก็มีแจ้งเตือนต่างๆ เข้ามา ผมเลือกตอบไลน์แม่ที่ส่งมาว่ากินข้าวเย็นรึยังก่อน ต่อด้วยของเพื่อนคนอื่นๆ ก่อนที่จะเข้ามาไถอินสตาแกรมเล่น

สักพักก็มีคนไดเร็กเข้ามา...จากรูปตั๋วหนังที่ผมลงก่อนเข้ามาในโรงหนัง

 

Jade. : ไม่ชวน

 

นายรูปปั้นเจตนี่เอง...โถ่ คิดว่าผมมาดูกับศุกร์เพื่อนรักสินะ นายคิดผิดแล้วล่ะ

 

Kankai_ : กูไม่ได้มากับศุกร์ว่ะ เสียใจด้วยนะ

Jade. : เฮ้ออ

 

อะไร...มาถอนหายใจอะไรไอ้หินนี่

“เพื่อนเหรอครับ”

“หืม...พี่ตื่นแล้วเหรอ ลุกเลยๆ ปวดไหล่หมดแล้วเนี่ย”

พี่เพลิงยอมยกหัวออกไปแต่โดนดี แต่สายตากลับไม่ละออกจากหน้าจอโทรศัพท์ผมเลยแม้แต่น้อย

“เพื่อน เพิ่งรู้จักกัน”

“อ่า โอเคครับ”

“ออกกันเถอะพี่ คนอื่นเขาออกไปหมดแล้ว” ตอนนี้ในโรงหนังโล่งสุดๆ มีแค่ผมกับพี่เพลิงที่ยังไม่ได้ลุกออกไป

พี่เพลิงพยักหน้ารับแต่โดยดี เราถึงเดินออกมาจากในโรงหนังซะที

สีหน้าเจ้าตัวมีแววงัวเงียเล็กน้อยอย่างคนเพิ่งตื่น...โอ้ นี่มันออร่าอะไรกันครับเนี่ย

สาวๆ เห็นในโหมดนี้ก็ต้องตายกันเรียบอีกอะบอกเลย

“พี่หล่อมากเลยเหรอครับ”

เหมือนว่าผมจะเผลอมองพี่มันนานไปหน่อย อีกฝ่ายถึงได้หันมายิ้มแซวกันแบบนี้...มั่นหน้ามากแม่

“งั้นๆ แหละ”

“เอ่อ...ใช่พี่หมอเพลิงรึเปล่าคะ หนูขอถ่ายรูปด้วยหน่อยได้มั้ยคะ”

เพล้งง

ราวกับได้ยินเสียงหน้าผมแตกละเอียดแบบไม่สามารถต่อกลับมาติดกันได้ ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้เข้ามาถูกเวลานักเล่า! ...ฮึ่ยย โมโหๆ เพิ่งบอกว่าพี่มันไม่หล่อไปหยกๆ แท้ๆ

“พี่หล่อมากเลยค่ะ หนูติดตามพี่ในไอจีตลอดเลย”

เอาเข้าไป จะตอกย้ำกันไปถึงไหนล่ะเนี่ย...ดู เจ้าตัวคนโดนชมก็หันมายิ้มหวานให้ผมท่าทางใสซื่อ แต่ผมรู้ว่าพี่มันกำลังเยาะเย้ยผมแน่ๆ!

“ได้ครับ”

สุดท้ายผมก็จำเป็นต้องรับหน้าที่ตากล้องจำเป็นด้วยสีหน้าเซ็งๆ ...ถ่ายไปสองสามรูปถึงได้คืนโทรศัพท์ให้เจ้าตัวกลับไป

“ขอบคุณมากนะคะ” เขาก้มหัวขอบคุณผมน้อยๆ แล้วหันไปพูดกับพี่เพลิงต่อ “ขอโทษที่รบกวนพี่เพลิงกับเพื่อนด้วยนะคะ หนูไม่รบกวนแล้วค่ะ”

“อ๋อ ไม่ใช่เพื่อนครับ”

“คะ?”

คนนี้พี่จีบอยู่ครับ :)

 

 

 

 

ในตอนที่ตะวันลาลับขอบฟ้าไป แล้วถูกแทนที่ด้วยแสงไฟ ผมและพี่เพลิงเจ้าเก่าเจ้าเดิมก็เดินเข้ามาในตลาดแถวมอด้วยกัน บรรยากาศยามเย็นค่อนข้างเย็นสบาย ไม่ร้อนจนเกินไป และที่เราเลือกมาเดินตลาดแบบนี้เพราะว่าไม่อยากกินข้าวในห้างแล้วนั่นเอง

“ไปโซนของกินก่อนได้ป้ะพี่ ผมเริ่มหิวแล้วอะ”

“ได้สิครับ”

เข้าไปดูหนังก็ตั้งหลายชั่วโมงแล้วกระเพาะอาหารผมเลยทำงานอีกครั้ง แถมของกินมากหน้าหลายตาที่ยั่วยวนใจกันอยู่นี่อีก ทำให้ท้องผมพากันประท้วงร้องกันใหญ่

โอ้โฮ...ลูกชิ้นก็น่ากิน เกี๊ยวทอดก็ด้วย เครปแผ่นใหญ่ๆ แบบนั้นยิ่งละสายตาไม่ได้!

...เนื่องจากอาการหิวจนตาลายเป็นเหตุ สุดท้ายผมเลยได้ของกินมาเยอะแยะเต็มมือไปหมด แต่ไม่ใช่มือผมนะ มือปีศาจหัวใจนั่นเอง…ส่วนผมก็เต็มนะ เต็มปากอะอิอิ

“ไปหาที่นั่งกันครับ”

“อื้มๆ”

เคี้ยวหมูทอดอยู่เลยได้แต่อืมออตอบไป...จะว่าไปตั้งแต่ที่ผมลากพี่เพลิงเข้าตลาดมาเจ้าตัวก็ไม่ได้ว่าขัดอะไรผมเลยสักอย่าง ผมอยากกินอะไรก็เตรียมจ่ายเงินให้หมด แถมยังชอบยิ้มเล็กยิ้มน้อยเหมือนเด็กสาวเวลามีความรัก

ตามใจกันเก่งขนาดนี้เดี๋ยวไอ้กัลป์ก็เคยตัวหรอกนะ!

“พี่ก็กินด้วยดิ เห็นแต่ถือของให้ผม”

ของเมีย พี่เต็มใจครับ

“เดี๋ยวก็ปั๊ดอัดปากด้วยลูกชิ้นหรอก!”

หัดชักเอาใหญ่ไอ้หมอเถื่อนนี่…ได้ยินคำว่าเมียอีกเดี๋ยวได้โดนทุบให้หลังแอ่น โดนด่ายังเอาแต่ยิ้มไม่สะทกสะท้านอีกอยู่ได้

มันต้องโดนสักทีจริงๆ แล้วมั้ยฮึ

“ระวังได้กลับบ้านไปนอนหยอดข้าวต้มนะนายพศิน”

“จำชื่อจริงกันได้ด้วยเหรอครับ เรียกอีกได้มั้ยครับ”

“มันใช่ประเด็นป้ะ!”

“รู้สึกชอบชื่อจริงตัวเองมากกว่าเดิมอีกแฮะ”

...อยู่กับปีศาจหัวใจหน้ามึนแล้วผมไมเกรนจะขึ้นวันละหลายสิบรอบ ผมที่ขี้เกียจจะสู้รบตบมือด้วยแล้วเลยทำการหันหน้าหนีไปทางอื่น จิ้มขนมจีบกินตัดการอีกคนออกจากโลกใบนี้

“พรุ่งนี้มีเรียนกี่โมงเหรอครับ”

จนกระทั่งผมกินขนมจีบจนหมดถุงแล้วอารมณ์ดีขึ้นมากพี่เพลิงเลยได้เอ่ยถามกัน

“เก้าโมงครับ”

“อ่า...พี่เรียนแปดโมง กัลป์ไปพร้อมพี่มั้ยครับ”

“ทำไมผมต้องตื่นเร็วด้วย อีกอย่างเราอยู่คนละหอ พี่อย่าลืม”

“…ก็ไม่รู้สิครับ”

รอยยิ้มไม่น่าไว้วางใจนั่นมันอะไรกันวะ...แปลกๆ นะไอ้พี่หมอนี่

“ผมเริ่มอิ่มแล้วอะ”

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวพี่ช่วยกินเอง”

เพิ่งจะเห็นข้อดีก็ตอนนี้แหละ...ตอนนี้ก็เหมือนเราสลับบทบาทกัน พี่เพลิงนั่งกินของกินที่ซื้อมาเต็มไปหมด ส่วนผมก็นั่งดูเขากินไปเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไร

ก็...รู้สึกว่าชีวิตมันราบเรียบแต่มีความสุขแบบแปลกๆ ดี

 

 

 

 

---------------------------------

มันยังไงดีน้าากัลป์ ✿♥‿♥✿

 

twitter : @Themoonthere

ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ♥

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 660 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

463 ความคิดเห็น

  1. #399 bunnyt248 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 16:55
    ยังไงน้าาา
    ไปไหนก็บอกพี่ พี่ชวนก็ไปกับพี่
    #399
    0
  2. #392 dubleT (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2564 / 19:55
    สงสารเจตเค้านะคะ555
    #392
    0
  3. #352 Saltan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 เมษายน 2564 / 20:00
    เริ่มชอบหมอเพลิงเเล้วล่ะสี้~~
    #352
    0
  4. #152 PayPhiyada (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:36
    ละมุนละไมละม่อมละเเม่มเนอะ
    #152
    0
  5. #130 Warawan1234 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:17
    ฉันชอบนิสัยกัลป์มากกกกกกกกกกกนี่แหละผช.แบบปกติหายากมากเลยอ่ะ ที่เพื่อนตัวเอกจะมีนิสัยน่ารักแบบนี้คือออไอต้าวน่ารักมากกกกกกกกกกกก
    #130
    0
  6. #93 Tualek_Orp (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 08:33
    คืนนี้พี่เพลิงจะนอนไหน
    #93
    0
  7. #89 เจ้าหมีขาว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 02:15
    เดี๋ยวได้ย้ายหอแน่นอน55555
    #89
    0
  8. #87 b_bbexam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 01:38
    มันเปนนุ่มฟูน่ารักม้ากๆ อ่านแล้วเขินตัวแตกมากค่า;-;
    #87
    0