หมอเพลิงแฟนกัลป์ (end)

ตอนที่ 5 : Chapter 4 || บุญคุณต้องทดแทน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,679
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 853 ครั้ง
    4 เม.ย. 64

 

#4

บุญคุณต้องทดแทน

 

 

“ยากันยุงอยู่ในกระเป๋ากู หยิบมาฉีดได้เลยนะ”

“อื้อโอเค”

“กูลงสนามละ ไม่ต้องคิดถึงกูล่ะอิอิ”

“รู้แล้ววครับพ่อ” ไอ้ศุกร์มันหัวเราะจนตาหยี ใช้มือดันหลังให้ผมรีบเข้าไปในสนามเร็วๆ เพราะเพื่อนคนอื่นมาถึงกันหมดแล้ว

วันนี้ก็ไม่มีอะไรมาก สอบมิดเทอมก็เพิ่งจะผ่านไปเลยว่างๆ สบายๆ หลังจากทรหดอ่านหนังสือสอบกันมาอย่างยาวนาน ผมกับพวกเพื่อนวิศวะก็เลยนัดกันมาเตะบอลเล่นกัน ไอ้ศุกร์ก็มากับผมด้วย มันไม่ได้ลงเตะนะแค่มานั่งให้กำลังใจเฉยๆ พี่ไฟติดงานพอดีศุกร์มันเลยมานั่งรอผมเล่นบอล ส่วนพี่ไฟจะตามมารับมันทีหลัง

“ช้าสัด” เข้ามากลางตัวสนามก็โดนพวกเพื่อนบ่นทันที จริงๆ พวกมันก็แค่หาเรื่องกวนเท่านั้นแหละไม่มีไรมาก

“เรื่องของกู~”

“กวนตีนไอ้สัด” พวกมันส่ายหัวปนหัวเราะ...กวนมากวนกลับไม่โกงอะคร้าบ

“กัลป์มึง…นี่ไอ้เจตกับบิว วิดวะเหมือนกันแต่ภาคคอม” ไอ้แทนเพื่อนในกลุ่มผมเองชี้ไปทางอีกสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

...แบบนี้แหละ มาเตะบอลหรือไปกินเหล้าทีไรก็จะได้เพื่อนใหม่ตลอด

“ดีมึง กูกัลป์นะ”

“หล่อเอาเรื่อง” ไอ้บิวที่ตัวมันสูงกว่าผมนิดหน่อยว่า โอ้โฮ...ชมขนาดนนี้ผมก็ยืดอกสิครับ ส่วนไอ้เจตมันก็พยักหน้าให้ผมนิ่งๆ แต่ก็ไม่ได้ดูไม่เป็นมิตรอะไร ก็เข้าใจ มันเป็นสไตล์อะเนอะ

“ขอบใจบิวเพื่อนรัก”

“ฮ่าๆ ไอ้เหี้* เกิ้นนน บ้ายอสัด เพื่อนรักเฉยเลย”

แซวไปเถอะกูไม่สะเทือนหลอก...ไอ้พวกหล่อน้อยก็แบบนี้แหละ

เสร็จจากการทักทายสั้นๆ แล้วพวกเราก็ลงสนามอย่างจริงจัง ผมวิ่งรับส่งบอลลูกกลมๆ ไปทั่วสนามจนเหนื่อยหอบ นานๆ ได้มาเตะบอลมันๆ แบบนี้แล้วโคตรสนุกเลย เพราะเล่นกับพวกวิศวะด้วยกันเองด้วยแหละถึงได้เตะเพลินขนาดนี้

เพื่อนใหม่อย่างไอ้เจตกับบิวก็ใช่ย่อย โดยเฉพาะไอ้เจตแม่งเล่นบอลเก่งฉิบหายเลย มันสับขาหลอกล่อทีผมก็มียืนงงอะบอกเลย

“สนุกจัดเลยวันนี้”

“เล่นกับพวกมึงอย่างมัน วันหลังอย่าลืมเรียกพวกกูอีกนะเว้ย” ไอ้บิวมันว่า

ตอนนี้พวกผมกำลังนั่งพักให้เหงื่อแห้งอยู่กลางสนามกัน ผมมองไปทางศุกร์เป็นระยะก็เห็นมันอยู่ในโลกของเสียงเพลงดูอารมณ์ดีไม่มีปัญหาอะไร

“เออ ถ้าไม่มากูจะด่าให้”

“ฮะๆ โหดจัด”

“โหหห หุ่นอย่างดีอะไอ้เจต”

ได้ยินเสียงเพื่อนคนหนึ่งแซวทั้งกลุ่มก็เลยหันไปมองไอ้เจตเป็นตาเดียว...ง้อวว ซิกซ์แพ็คเป็นลูกๆ เลยว่ะ น่าอิจฉาสัด เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วที่เวลาเล่นบอลเสร็จจะเหงื่ออกจนชุ่มแล้วก็ถอดเสื้อแบบมัน

ยกเว้นผมไว้คนหนึ่งละกัน...จริงๆ แม่งคือปมชีวิตผมเลยเว้ยย ไม่รู้ทำไมพระเจ้าถึงทำกับคนแมนๆ อย่างผมได้ลงคอแบบนี้ คือผมโคตรอยากมีซิกซ์แพ็แบบไอ้เจตมากเลยตามวิถีผู้ชายแมนๆ แต่ติดตรงที่ผมดันแห้งสนิทเลยนี่สิ มีช่วงหนึ่งผมนี่บ้ากินอกไก่มากเพราะต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อเลยนะ แต่สุดท้ายเหมือนระบบย่อยอาหารผมมันจะดีเกินไปเลยต้องกลับมาใช้ชีวิตเป็นปลาหมึกแห้งเหมือนเดิม

แต่ถึงแบบนั้นผมก็มีกล้ามหน้าท้องนิดๆ ให้เห็นนะเว้ยย...อย่าได้ดูถูกกัน

แต่จะให้ผมมาถอดเสื้อโชว์แบบนี้ก็ไม่มีทางซะหรอก อายไอ้พวกนี้ซะเปล่าๆ ฮื่อ

“เอาไว้ล่อสาวอะดิ พวกกูดูออก!”

“พวกมึงแม่งเพ้อเจ้อ” ไอ้เจตส่ายหน้าเอือมๆ

ถ้าผมมีแบบมันก็คงทำไม่ต่างอะบอกเลย

หลังจากหายหอบดีแล้วพวกเรากว่าสิบชีวิตก็ได้เวลาย้ายขบวนมาเก็บของที่ขอบสนาม ศุกร์พอมันเห็นผมเดินไปหาก็เก็บของรออย่างรู้หน้าที่...ช่างเป็นลูกที่ดีจริงๆ เลยไอ้ลูกคนนี้

“กูเปลี่ยนรองเท้าแป๊บ...พี่ไฟมายัง?” ผมก้มลงถอดรองเท้าสตั๊ดออกเพื่อเปลี่ยนเป็นแตะคู่ใจตามเดิม

“กำลังมาถึงแล้วว”

“อ้อเค”

“หวัดดีครับดาวศุกร์”

ไอ้พวกเพื่อนหน้าม่อผมเริ่มแสดงอาการระริกระรี้ทันทียามได้มาอยู่ใกล้ๆ ไอ้เพื่อนตัวเล็กของผม เฮ้ออ...เห็นทุกทีเจอหน้าผัวมันก็แผ่นแนบกันตลอดอะไอ้พวกเวร เวลาแบบนี้ล่ะเก่งกันจริง

“หวัดดีครับ...”

ศุกร์ยิ้มบางๆ ให้พวกมัน พวกเวรก็เล่นใหญ่ด้วยการยกมือขึ้นกุมใจพร้อมทำท่าทรุดลงกับพื้น...ไม่ไหวอะบอกเลย เห็นภาพตรงหน้าแล้วตีนก็เผลอลั่นอย่างช่วยไม่ได้

“โอ๊ย! ไอ้สัดกัลป์ ถีบมาได้อูยยย”

“ทำตัวปัญญาอ่อนดีนัก กูเลยจัดให้สักที”

ไอ้เคนกับว่านที่โดนผมถีบนอนร้องโอดโอยอยู่กับพื้นท่ามกลางเสียงหัวเราะสะใจจากเพื่อนๆ พอผมเงยหน้าขึ้นมาจากพวกมันสองคนก็เห็นว่าไอ้เจตมันกำลังมองดาวศุกร์อยู่

เฮ้ออ...ผมเดาสถานการณ์ต่อไปออกเลยโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด มันกำลังโดนความน่ารักของไอ้ศุกร์ตกแน่นอน!

“ปะศุกร์ กูเสร็จแล้วกลับกัน...กูกลับแล้วนะพวกมึง บาย”

“บายยยจ้า”

โบกมือลาพวกมันน้อยๆ ก่อนผมจะพาเพื่อนตัวเล็กเดินออกมาจากสนามหญ้าเทียมของมหาลัย เลือกนั่งม้านั่งแถวนั้นรับลมเย็นๆ เพราะพี่ไฟยังมาไม่ถึง

ผมยกน้ำขึ้นดื่มดับกระหาย ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยบอกเหตุการณ์เมื่อวานที่เจอมาให้ไอ้ศุกร์มันฟัง

“เมื่อวานกูเจอเฟื่องด้วย”

ศุกร์มันหันมามองผมทันทีพร้อมสีหน้าตกใจ

“เมื่อวานเหรอ...เจอได้ยังไง”

“อืม เขามาดักรอกูที่คณะมั้ง แล้วก็พูดทำนองว่ากูไปเทเขา”

ผมเล่าเสียงเอื่อยๆ …มันคือช่วงเวลาปรับทุกข์อย่างหนึ่งของผม เวลาผมมีเรื่องให้คิดมากหรือไม่สบายใจ พอมาเล่าหรือปรึกษาศุกร์ผมก็จะรู้สึกดีขึ้นทุกครั้ง

มันเป็นเพื่อนที่ผมรู้สึกสบายใจมากที่สุด

“อ่า...” ศุกร์มันมีสีหน้าผิดหวังขึ้นมาเพราะคงรู้สึกไม่ดีที่ผมโดนว่าแบบนั้นจากคนอย่างเฟื่อง “แล้วมึงโอเครึเปล่า...แอบนอนร้องไห้คนเดียวเหรอ”

ผมหลุดขำเบาๆ อย่างเอ็นดูมัน...แต่เอาจริงสถานการณ์เมื่อวานผมก็ขำไม่ออกหรอก ถึงได้ซึมไปแบบนั้น

“ไม่ได้ร้องสบายใจได้”

“ให้กูไปนอนเป็นเพื่อนมั้ย กูปลอบใจเก่งนะ”

ผมยกมือขึ้นยีหัวไอ้ศุกร์แรงๆ อย่างมันเขี้ยวพร้อมหลุดหัวเราะเสียงดัง

“เก่งจังเลยนะมึงเนี่ยย แล้วแหมมม ไม่อยากจะพูดหลอกนะจ๊ะว่าผัวมึงจะยอมอะ”

ผมยอมนอนอย่างโดดเดี่ยวคนเดียวดีกว่าโดนไอ้พี่ไฟมองแรงอย่างอาฆาตนะจะบอกให้!

“กูพูดจริงๆ นะกัลป์...กูไม่อยากให้มึงเศร้า” มันว่าเสียงหงอย หูลู่ตาตกจนผมคิดว่ามันคัฟเวอร์เป็นลูกแมว

“คืนเดียวกูก็หายเศร้าละ! ขอเวลาอีกไม่นานกูก็ตัดใจได้แล้ว มึงไม่ต้องห่วง”

“...ขอให้มึงกลับมาสดใสเต็มที่เหมือนเดิมเร็วๆ นะ”

“ขอบใจมากลูกพ่อ…ไหนมาจุ๊บเหม่งทีสิ!”

“ฮื่อ”

มันร้องแหง่วๆ แต่ก็ยอมให้ผมจุ๊บเหม่งแต่โดยดี...แต่ต้องรีบทำนะ ถ้าผัวมันมาเห็นผมตายแน่ๆ แบบเตรียมเผาโดยไม่ต้องรอสวดเลยอะ

“ดึกแล้ว มึงกลับด้วยกันมั้ย ให้พี่ไฟไปส่ง”

“ไม่เป็นไรจ้า กูขี่รถกลับได้สบายมาก”

“...ก็ได้ แต่ถึงแล้วไลน์บอกกูด้วยนะ”

ผมพยักหน้ารับปากมันอย่างว่าง่าย แล้วก็เห็นรถเบนซ์คันสวยเข้ามาจอดเทียบพวกผมถึงได้ลุกขึ้น ผมบอกหลังส่งศุกร์มันขึ้นรถพี่ไฟไปถึงได้เตรียมไปทางรถตัวเองบ้าง

เวลานี้สามทุ่มกว่าแล้วแถมเหนียวตัวสุดๆ อยากถึงหออาบน้ำนอนตีพุงจะแย่แล้ว ผมเดินควงกุญแจอย่างอารมณ์ดีก่อนจะสะดุ้งน้อยๆ กับเสียงแจ้งเตือนไลน์ที่ดังขึ้น

พอเห็นว่าใครเป็นคนส่งมาเท่านั้นแหละผมถึงกับกลอกตามองฟ้าทันที

เจ้ากรรมนายเวรที่เรียนหมอไงล่ะ!

นี่ผมยังจำช่วงเวลาที่เหมือนนางเอกในละครได้อยู่เลยนะเมื่อเช้าอะ คือเมื่อวานหลังจากรับรู้เหตุการณ์ด้วยสติเลือนรางว่าผมจูบกับพี่เพลิงก็ดูเหมือนหลังจากนั้นผมก็หลับไปทันที

ตื่นเช้ามาผมถึงได้รู้สึกเหมือนโลกจะแตกซะให้ได้ที่ปล่อยตัวไปขนาดนั้นอีกแล้ว ดังนั้นผมเลยรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปล้างปากพร้อมถูปากแรงๆ อย่างที่เห็นในละครเพื่อลดความผิดบาปให้ตัวเอง

เมาทีไรเป็นเรื่องทุกทีเลยมั้ยล่ะ!

ผมถอนหายใจยาวแทบไปถึงเชียงใหม่เพื่อระงับอารมณ์หงุ่นง่านในใจ ถึงได้เปิดข้อความที่พี่เพลิงส่งมาเปิดอ่าน

Plerng_ : พี่เข้าเวร เหนื่อยจังเลยครับ

ส่งมาแบบนี้คือต้องการอะไรไม่ทราบ!

Kankaii : บอกผมทำไมอะ

Plerng_ : ขอโทษที่ไม่ว่างไปจีบนะครับ

Kankaii : ใครอยากรู้!

ขนาดมาแบบข้อความยังทำให้ผมหัวร้อนได้ พี่เพลิงนี่ต้องมีความสามารถด้านกวนประสาทแน่ๆ

Plerng_ : ทำอะไรอยู่ครับ

Kankaii : ผมมาเตะบอล กำลังกลับ

Plerng_ : อ้อครับ

: ดึกแล้ว ขี่รถกลับดีๆ นะครับ

ผมส่งสติกเกอร์โอเคหน้ากวนๆ ไปให้แล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ขี่รถออกมาจากมอโดยที่ความคิดมันก็ไม่ยอมหลุดจากไอ้พี่เพลิงสักที

ไม่ได้พิศวาสอะไรหรอกนะ...ผมแค่รู้สึกว่าติดหนี้พี่มันนิดหน่อยเท่านั้น ก็ยอมรับอะว่ารู้สึกขอบคุณพี่เพลิงอยู่ลึกๆ ที่เมื่อวานเขาพาผมออกมาจากเฟื่อง แล้วก็พากลับหอแถมยังนั่งกินเบียร์เป็นเพื่อนอีก

ผมก็ไม่รู้เลยเหมือนกันว่าถ้าเมื่อวานพี่เพลิงไม่ได้อยู่ตรงนั้นและไม่ได้เข้ามายืนอยู่ข้างผม…ตัวผมนั้นจะเป็นยังไง ตอนนั้นผมนึกอะไรไม่ออกเลยจริงๆ เหมือนกับคนหมดแรงแล้วก็ไปต่อไม่ถูกจนได้แต่ยืนนิ่งอยู่แบบนั้น

ก็ยอมรับ...ว่าถ้าไม่มีพี่เพลิงผมคงแย่กว่าที่เป็นแบบเมื่อวานอีก

ผมขยี้หัวอย่างหงุดหงิดระหว่างเดินขึ้นหอไป ความคิดตีกันยุ่งไปหมดว่าจะเลือกทางไหนดี...ก็พี่เพลิงมันบอกว่าเข้าเวรอยู่ แล้วก็เหนื่อยด้วยนี่

สุดท้ายผมก็ตกลงกับตัวเองได้ในที่สุด ไลน์บอกศุกร์เพื่อนรักว่าถึงหอโดยปลอดภัย รีบเข้าไปอาบน้ำแล้วออกจากหอมาอีกครั้ง...ผมก็แค่ไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใครเท่านั้นเอง

ผมแวะซื้อโกโก้มาหนึ่งแก้วแล้วก็ขนมปังร้านดังอีกนิดหน่อยก่อนจะตรงไปทางโรงพยาบาลที่พี่เพลิงมันเข้าเวรอยู่ เป็นโรงพยาบาลในมอเรานี่แหละเลยใช่เวลาไม่นานก็มาถึง

ผมหิ้วถุงของกินไว้ในมือ ยืนงงอยู่สักพักเพราะลืมไปเลยว่าโรงพยาบาลมันใหญ่มาก ผมไม่มีทางเดินเข้ามาแล้วเจอพี่เพลิงได้เลยนี่หว่า...สุดท้ายผมเลยส่งข้อความหาอีกคนไป

Kankaii : พี่

: ว่างอยู่เปล่า

ไม่ถึงหนึ่งนาทีข้อความก็ขึ้นว่าอ่านแล้ว...ก็น่าจะว่างแหละถ้าอ่านเร็วขนาดนี้

Plerng_ : ก็พอว่างครับ

: กัลป์มีอะไรรึเปล่า

Kankaii : ผมเอาของมาให้

: อยู่โรงบาลแล้ว…ชั้นแรกเลย

หลังกดพิมพ์ข้อความล่าสุดส่งไป ผมก็รอว่าพี่เพลิงจะบอกที่อยู่ชั้นมา แต่อีกฝ่ายกลับอ่านไม่ตอบแล้วก็เงียบหายไปเลย

เอ้า...อะไรของเขาวะ เอาไงดีล่ะผมทีนี้

ในตอนที่ยืนงงในตัวพี่เพลิงอยู่สักพัก ข้อความจากอีกฝ่ายก็ถูกส่งมา

Plerng_ : พี่กำลังลงไปครับ

 

 

 

Plerng Part

 

ก่อนที่จะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้นผมก็รู้แค่ว่าร่างกายกำลังวิ่งอย่างเร็วที่สุดเพื่อลงไปหาใครบางคนที่ชั้นแรก

...ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะมาหากัน

“เฮ้ย ไอ้เพลิงไปไหน”

หัวใจผมเต้นรัวราวกับจะทะลุออกมา ผมไม่รู้ว่ากัลป์พูดจริงรึเปล่าแต่ผมก็วิ่งออกมาแล้ว ไม่ทันได้ยินเสียงเพื่อนสนิทอย่างไอ้ซันด้วยซ้ำ

ประตูลิฟต์เปิดออกช้ามากกว่าทุกครั้งที่รู้สึก ผมก้าวขายาวๆ ออกมาจากตัวลิฟต์เมื่อลงมาถึงชั้นแรก ใช้ตากวาดไปทั่วก่อนจะเจอกับร่างของใครบางคนที่ยืนขมวดคิ้วงุนงงอยู่

เขามาจริงๆ …

บางความรู้สึกพุ่งเข้ามาจนผมไม่ทันตั้งตัวรับ...ผมที่หวังแค่การได้เห็นข้อความจากเขาตอบกลับก็มีแรงในการใช้ชีวิตต่อไปได้เยอะแล้ว

…จนไม่ได้หวังไว้เลยว่าเขาจะทำให้ผมหวั่นไหวมากกว่านั้น

ผมรู้ว่ามันก็แค่การได้เจอกันเท่านั้นเอง...แต่สำหรับผมมันกำลังหมายถึงผลตอบรับจากการกระทำบางอย่าง น้องกำลังทำให้ผมคิดไปไกลมากกว่าทุกครั้ง

“วิ่งทำไม...ผมไม่ได้รีบซะหน่อย”

กัลป์ถามขึ้นทันทีหลังเห็นผมมายืนหอบหายใจอยู่ตรงหน้า

“มาได้ยังไงครับ”

“ขี่มอไซค์มา”

“มาหาพี่เหรอ”

“ใช่สิ”

ผมหลุดยิ้มกว้างออกมาอย่างช่วยไม่ได้ กัลป์ที่ยืนอยู่หน้าผมในตอนนี้โคตรน่าเอ็นดูเพราะหน้าดื้อๆ แบบนั้น จากตอนแรกที่คิดว่าวันนี้คงไม่ได้เจอกันกลับผิดคาดไปหมดเพราะเขาเอง

“อย่าเพิ่งคิดไปไกลล่ะ! ผมแค่มาตอบแทนที่พี่ช่วยผมเมื่อวานต่างหาก”

“ครับ เข้าใจแล้วครับ”

“ยิ้มอะไรนัก เรียนหนักมากไปรึไง” คนที่ตัวเล็กกว่าผมมากเอ่ยพึมพำพร้อมคิ้วที่ขมวดเป็นปม ผมเดินเข้าไปใกล้กัลป์อีกนิดแล้วยื่นมือไปดึงมือเขามาจับไว้ ผมพากัลป์เดินเข้ามาในลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นที่ผมเข้าเวรอยู่

“จับมือทำไมพี่! แล้วจะพาไปไหน ผมแค่เอาของมาให้เฉยๆ จะกลับแล้ว”

“ซื้อของกินมาให้พี่ใช่มั้ยครับ ขึ้นไปกินด้วยกันสิ”

“ผมไม่หิว แล้วทำไมต้องจับมือด้วยเนี่ยๆ”

กัลป์บ่นสีหน้ายู่ยี่ไปหมด ผมยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีโดยไม่คิดจะปล่อยมือเล็กแม้แต่น้อย พาเขาเดินออกมาจากลิฟต์มายังจุดที่ผมประจำอยู่ก่อนหน้า ไอ้ซันที่อยู่เวรด้วยกันกับผมก็รีบหันมามองพอดี

“อ๋อออ ก็ว่าเพื่อนกูรีบไปไหน”

มันมองผมอย่างรู้ทัน...ไอ้ซันมันรู้จักกัลป์ดี เพราะผมชอบเอาเรื่องน้องมาเล่าให้มันฟังตลอด แต่ก็เพิ่งจะเห็นตัวจริงวันนี้เป็นครั้งแรก

“กัลป์ครับ นี่ซัน มันเป็นเพื่อนสนิทพี่เอง”

“หวัดดีครับพี่ซัน...หมอมอเรานี่เขาหล่อกันหมดเลยเหรอพี่”

ผมเห็นสีหน้าอึ้งๆ ปนงงงวยที่กัลป์มองไอ้ซันแบบนั้นก็เลยได้แต่มองเพื่อนสนิทตาขวาง…มันไม่มีอะไรทำรึไงถึงได้มายืนเสนอหน้าไม่ไปไหนแถวนี้

“น้องอย่าหางานให้พี่ดิ ฮะๆ กูไม่กวนและเชิญตามสบายครับเพื่อน” มันว่าอย่างอารมณ์ดีแล้วเตรียมหลบทางให้พวกผม แต่ก่อนจะเดินผ่านผมไปก็ยังแอบกระซิบอย่างกวนตีนให้แค่ผมกับมันได้ยินเท่านั้น “เมียมาหาแล้วยิ้มไม่หุบเลยนะไอ้สัด

“หึ”

มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วมั้ย?

“หัวเราะไรพี่”

“ไปกินของที่กัลป์ซื้อมาดีกว่าครับ”

ผมพาน้องไปหาที่นั่ง ส่วนเขาก็เอาขนมปังที่ซื้อมาเยอะพอสมควรออกมาจากถุง แก้วโกโก้หนึ่งแก้วถูกยื่นมาให้จนผมเผลอเลิกคิ้ว

“ไม่ใช่กาแฟเหรอครับ?”

“กินตอนนี้พี่มึงก็ได้นอนตาค้างพอดีดิ”

“อ่า...โอเคครับ”

“ยิ้มไร! รีบๆ กินดิผมจะได้กลับ”

“กัลป์กินด้วยกันสิครับ”

อีกฝ่ายพยักหน้าอย่างปลงๆ เลือกขนมปังสักชิ้นขึ้นมากัดคำใหญ่ ผมมองแก้มขาวๆ ที่พองออกมาอย่างรู้สึกเอ็นดู...โคตรน่ามันเขี้ยวเลย

“เลิกมอง กิน”

“…ครับ”

ผมหยิบขนมปังขึ้นมากัดกินบ้าง เรานั่งกินกันไปเงียบๆ โดยไม่มีใครพูดอะไรออกมาแต่บรรยากาศมันก็ไม่ได้อึดอัดเลยสักนิด และเพราะกัลป์ซื้อน้ำมาแค่แก้วเดียวสุดท้ายเขาก็ต้องดื่มมันกับผม ถึงกัลป์จะทำหน้ายู่น้อยๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

เขาดูดโกโก้เข้าไปก็ทำตาโตใหญ่บอกว่าร้านนี้อร่อยมากนู้นนี้นั้น...และเพราะกัลป์บอกแบบนั้นเลยพยายามดูดน้ำให้น้อยที่สุดเพื่อให้น้องได้กินอีกเยอะๆ

“พรุ่งนี้พี่ไม่ได้เข้าเวร...กัลป์มาหาพี่ที่นี่จะไม่เจอนะครับ”

ผมแกล้งแหย่กัลป์เล่นเพราะอยากเห็นสีหน้าหงุดหงิดน่ารักแบบนั้นเยอะๆ ตอนนี้เรากินกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมกำลังเดินไปส่งกัลป์ที่หน้าลิฟต์เพราะเจ้าตัวไม่ยอมให้ผมลงไปส่ง บอกว่าให้ผมตั้งใจเข้าเวร

“ใครอยากเจอพี่! ผมแค่มาตอบแทนที่พี่ช่วยผมเมื่อวานก็พอเถอะ”

“อ๋อ แบบนี้นี่เองครับ”

ผมไม่ได้โกรธที่เขามาหาเพราะไม่อยากติดหนี้บุญคุณกันแค่นั้น...แค่ได้เห็นหน้าแล้วก็ใช้เวลาด้วยกันสั้นๆ ก็คุ้มมากพอแล้ว

“ผมกลับแล้ว หวัดดีครับ”

ร่างเพรียวรีบเดินเข้าไปในตัวลิฟต์ทันทีที่ประตูเปิดออก ผมเอื้อมมือไปดันประตูลิฟต์เอาไว้ก่อนมองหน้าเขานิ่ง

วันนี้เขาน่ารักกับผมมากกว่าครั้งไหนๆ ...น่ารักจนผมใจสั่นมากกว่าที่เป็น

สีหน้างงงวยของกัลป์ทำให้ผมหลุดยิ้มบางออกมาอย่างเอ็นดู

“กัลป์ครับ”

“อะไรอีกอะพี่”

ผมชอบหน้ายุ่งๆ แบบนั้น...เพราะแม่งโคตรน่าฟัดเลย

อย่าไปน่ารักแบบนี้ให้ใครจีบอีกนะครับ

และสุดท้ายรอยยิ้มผมก็ถูกเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างๆ เพราะเจ้าตัวรีบกดปิดลิฟต์ย้ำๆ ทันทีพร้อมแก้มที่ขึ้นสีจัดอย่างเห็นได้ชัด

โคตรน่าโดนรังแกเลย...

 

 

 

 

 

 

ผมว่ากำลังมีบางอย่างที่ไม่ปกติเกิดขึ้นกับผม...

ตั้งแต่เมื่อวานที่ผมไปหาพี่เพลิงแล้วโดนพี่มันพูดจาบ้าบอแบบนั้นใส่ผมก็รู้สึกแปลกๆเป็นอย่างมาก เมื่อตอนกลางวันที่ผ่านมาผมก็ไม่สามารถสบตากับพี่เพลิงมันได้อย่างเก่าตอนไปกินข้าวด้วยกันที่โรงแรมพี่ไฟ

ใจมันยุบยิบ ยวบยาบและหวิวแปลกๆ ...อาการเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวผมมาก่อน สุดท้ายผมเลยให้เหตุผลกับตัวเองได้ว่า เพราะช่วงนี้ผมอยู่กับพี่มันเยอะไปหน่อยแถมยังโดนกวนประสาทให้หัวร้อนอยู่เรื่อยเลยเกิดอาการแบบนั้น

ดังนั้นในตอนเย็นวันศุกร์แบบนี้ผมก็เลยได้ทำอาการหนีมาพักอาการที่บ้านซะเลยไงล่ะ!

หึ ไอ้พี่เพลิงมันประมาทผมน้อยไปซะแล้ว แค่ขอเวลาผมแอบมาตั้งหลักก่อนเท่านั้นแหละ อย่าได้ใจคิดว่าชนะผมไปหน่อยเลย

“แม่คนสวยคร้าบบ หนูคิดถึงจังเลย~”

ภารกิจแรกหลังจากถึงบ้านแล้วนั่นคือการเข้าไปอ้อนแม่จ๋านั่นเอง ผมกอดหอมแม่ ิซุกซบจนแม่หัวเราะเสียงใส

“แม่ก็คิดถึง ไหนเป็นไง เรียนหนักมั้ย”

“ไม่เลยครับ สบายมาก”

จะเหนื่อยได้ไงอะเล่นหลับทั้งคาบ…แหะๆ

“ดีแล้วลูก”

แม่ผมเป็นแม่บ้านคอยดูแลบ้านเรา ส่วนพ่อผมเป็นพนักงานบริษัทคนหนึ่งนี่แหละ ฐานะบ้านเราก็ประมาณกลางๆ พอมีพอกินแต่ก็ไม่ได้ร่ำรวยมากอะไรนัก…และตอนนี้เป็นเวลาที่พ่อผมกำลังเดินทางกลับจากบริษัท

ผมเข้าไปช่วยแม่ทำอาหารเย็นเหมือนอย่างทุกครั้งที่กลับบ้าน คุยเล่นหนุงหนิงกันตามประสาแม่ลูก ผมเป็นลูกคนเดียวไม่มี่พี่น้อง จะมีก็แต่พวกญาติๆ ลูกพี่ลูกน้องอะไรประมาณนั้น เป็นเวลากว่าหกโมงเย็นพ่อก็กลับมาถึงบ้านตรงกับที่อาหารทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยพอดี

“เหนื่อยมั้ยพ่อ”

“ไม่เท่าไหร่ๆ ...กลับมอวันจันทร์เหมือนเดิมเรอะ”

บ้านเราชอบคุยแบบเป็นกันเองแบบนี้แหละ ผมสนิทกับทั้งพ่อและแม่มากจนเหมือนเป็นเพื่อนกันเลยอะบางที

“เยสส”

“ขึ้นมหาลัยมาจะครึ่งปีแล้วมีแฟนยังฮึ”

โอ้โฮ...เพิ่งอกหักมาเลยแหละพ่อไม่อยากจะบอก ผมตักแกงส้มมาซดคำใหญ่พลางส่ายหัวแรงๆ จนแทบหลุด

“โสดสนิทครับ”

“ไม่ได้เรื่องๆ หัดเอาพ่อตอนสมัยหนุ่มๆ เป็นตัวอย่างบ้างนะ” พ่อว่าอย่างอวดๆ

ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าผมได้ความหลงตัวเองมาจากใคร...ผายมือไปทางคุณพ่อสุดที่เลิฟทันที~

“ที่พ่อไล่ตามจีบแม่อยู่หลายปีน่ะเหรอ สมัยก่อนน่ะ” แม่ก็แซวพ่อกลับบ้างอย่างไม่ยอมแพ้

“ที่ไหนกัน แม่นั่นแหละที่จีบพ่อ”

เฮ้อออ...ไม่รู้ว่าบ้านใครเป็นมั้ยนะ แต่บ้านผมแล้วหนึ่งล่ะที่เวลาพ่อกับแม่เล่าเรื่องสมัยจีบกันคือไปกันคนละทางเลย เวลาแม่เล่าก็จะบอกว่าพ่อมาตามจีบ ส่วนพ่อเล่าก็จะบอกว่าแม่นั่นแหละมาจีบ

หนังคนละม้วนสุดๆ จนผมดีใจที่อย่างน้อยผมก็ได้เกิดมาได้อะนะ ผมก็คิดนะว่านี่อาจจะเป็นวิธีแหย่กันฉบับคนรุ่นใหญ่รึเปล่า แต่ยังไงพ่อกับแม่ก็รักกันดีผมก็แฮปปี้แหละ

เรานั่งกินมื้อเย็นกันไปคุยกันไป คุยเรื่องนู้นเปลี่ยนเรื่องนี้จนอิ่มแปล้ ผมอาสาช่วยแม่คนสวยล้างจานชามพร้อมเก็บกวาดอีกนิดหน่อยก็ขอตัวขึ้นมาพักผ่อนมาบนห้องตัวเอง พร้อมบอกฝันดีพ่อแม่เรียบร้อย

ขึ้นมาถึงห้องนอนสุดโปรดของตัวเองที่ยังสะอาดสะอ้านไม่มีฝุ่นเกาะก็ยิ่งอารมณ์ดี ลืมเรื่องวุ่นวายใจก่อนหน้านี้ไปจนหมด ผมเข้าไปอาบน้ำก่อนจะออกมานอนเล่นเกมในโทรศัพท์จนเกือบถึงสี่ทุ่มได้

ใช้ไอแพดเปิดเพลงไปด้วย เล่นเกมในโทรศัพท์อย่างสบายใจเฉิบ แต่จากนั้นความรื่นรมย์ของผมก็สะดุดลงเพราะมีสายเรียกเข้าจากปีศาจหัวใจนี่สิ

ที่ผมเรียกว่าปีศาจหัวใจเพราะเขาเป็นคนทำให้หัวใจผมมันไม่เป็นเหมือนเดิมไงล่ะ!

ผมสูดลมหายใจลึกๆ คนอุตส่าห์หนีหน้ามาแท้ๆ แต่ก็ยังตามหลอกหลอนอีกให้ตายสิ ผมกดรับสายพี่เพลิงโดยที่ประโยคเมื่อวานลอยเข้ามาเต็มหัวผมไปหมด

อย่าไปน่ารักให้ใครจีบบ้าบออะไรกันล่ะ!

“ครับ”

วันนี้ผมต้องคุมทรงเป็นมาดเข้มๆ ซะหน่อย จะเป็นไอ้กัลป์คนเดิมที่หัวร้อนง่ายไม่ได้แล้ว เดี๋ยวโดนลบเหลี่ยมมากเกินไป

[อยู่บ้านแล้วใช่มั้ยครับ]

“อ่าฮะ พี่โทรหาผมมีไรอะ”

[พี่อ่านหนังสืออยู่...]

“แล้ว?”

เกี่ยวกันตรงไหนอะ เป็นงงเด้…

[อ่านคนเดียวมันเหงาไงครับ]

“...”

โห มามุกงี้เลยดิ

“ไม่ไปอ่านกับพี่ซันล่ะครับ”

[อยากคุยกับกัลป์]

“แต่ผมไม่ว่าง เล่นเกมอยู่สนุกมากด้วย” ผมบอกเสียงรัวเร็ว...นั่นไง อาการใจยุบยิบๆ มันมาอีกแล้ว!

[หึ...กัลป์เล่นเลยครับ แค่ช่วยอยู่ในสายด้วยกันก็พอ…]

“ทำไมผมต้องทำตามด้วย พี่ก็โทรหาคนอื่นสิ” ถ้าให้คุยกันแบบนี้แล้วผมจะหนีมาทำไมเล่า...มันก็ไร้ประโยชน์เปล่าๆ น่ะสิ

[ไม่ได้อยากคุยกับคนอื่นนี่ครับ]

ผมทำปากขมุบขมิบอย่างหมั่นไส้อีกคน เหอะ...หล่อเลือกได้มากมั้ง

[พี่จะอ่านหนังสือเงียบๆ ไม่กวน กัลป์อยู่เป็นเพื่อนพี่หน่อยนะครับ...]

ได้ยินแค่เสียงแต่ผมกลับนึกสีหน้าแววตาอ้อนๆ ของพี่มันออกเลย...น่ารำคาญจริงๆ เลย

หงุดหงิดๆๆๆ

“...ก็ได้ ถ้าผมเล่นเกมเสียงดังอย่าว่ากันล่ะ”

[ครับ]

เสียงดีใจออกนอกหน้าเลยนะ! ...สุดท้ายถึงผมจะพูดแบบนั้นออกไปแต่ก็หยิบไอแพดมาปิดเพลงแล้วเสียบหูฟังเล่นเกมในนี้แทนโทรศัพท์ที่ติดสายกับอีกคนอยู่

เพราะไอ้กัลป์เป็นคนใจดีมากหรอกนะ!

จากนั้นผมก็เล่นเกมในไอแพดไปเรื่อยๆ ส่วนพี่เพลิงก็ไม่ได้กวนกันอย่างที่พูดจริงๆ มีแค่เสียงพลิกหน้ากระดาษกับเสียงขีดเขียนเท่านั้นที่ดังมาให้ได้ยิน…จนไม่รู้เลยว่าตอนไหนที่ผมเผลอหลับไป พอตื่นมาอีกทีก็เห็นว่าตีสามกว่าแล้ว ผมยกโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมเอาไปชาร์จแล้วจะได้มานอนต่อ

แต่ก็ต้องแปลกใจเพราะคิดว่าคนที่ควรวางสายไปแล้วกลับยังคงอยู่ในสาย...โห เป็นหมอนี่ต้องอ่านหนังสือขนาดนี้เลยเหรอ

“พี่เพลิง...ยังอยู่อีกเหรอ”

[พี่เผลอเสียงดังเหรอ...กัลป์เลยตื่น]

“เปล่า ผมสะดุ้งตื่นเองเฉยๆ”

ผมนอนคว่ำ ทาบแก้มลงกับหมอนใบใหญ่ โทรศัพท์คู่ใจก็วางอยู่ข้างๆ

...ผมคิดว่ามีบางความรู้สึกเกิดขึ้นกับผมแปลกๆ

แคร์กันขนาดนี้เลยเหรอ?

[อีกหน้าเดียวก็จบแล้วครับ ถ้าง่วงกัลป์นอนได้เลยนะ ถ้าเสร็จแล้วเดี๋ยวพี่วางสายเองครับ]

“ผม...ไม่ค่อยง่วงแล้ว” ตาแป๋วเลยอะตอนนี้ เหมือนกับไปซดกาแฟมาสิบแก้วได้ “...แล้วผมชวนคุยได้เปล่า”

[ได้สิครับ คุยเท่าไหร่ก็ได้ครับ]

เหอะ หมั่นไส้จริง ระริกระรี้เชียวนะไอ้พี่หมอขี้อ่อย

“เป็นหมอนี่เรียนหนักมากเลยเหรอครับ”

ผมก็มีเพื่อนเรียนแพทย์อยู่สองคนนะ ชื่อรักกับแก้ว แต่ทั้งสองคนยังอยู่แค่ปีหนึ่งเหมือนผมอยู่...ต่างกับพี่เพลิงที่เรียนอยู่ตั้งปีห้าแล้ว เวลาได้เจอกันทีโดยเฉพาะหลังพี่มันราววอร์ดเสร็จก็ใต้ตาคล้ำดูหมดพลังงานชีวิตมาเลย แม้มันจะทำลายความหล่อของพี่มันไม่ได้ก็เถอะ เป็นคณะที่ดูเรียนหนักกว่าที่ควายตัวน้อยๆ อย่างผมจะเข้าไปเรียนได้อะ

คนเป็นหมอนี่ต้องเสียสละมากจริงๆ

[หนักอยู่ครับ แต่ก็สนุกดี]

“…แล้วทำไมพี่ถึงอยากเป็นหมออะ”

[ไม่รู้เหมือนกันครับ รู้แค่ว่าชอบและทำได้ดีก็เลยเรียน]

ช่างเป็นคนที่มีอิสระในชีวิตจริงๆ แค่ชอบก็ลุยเลยงี้...อืมม ก็เหมาะกับคนแบบพี่เพลิงดีแหละ

“แค่ชอบก็ตัดสินใจได้เลยเหรอครับ”

[…ครับ แค่ชอบ]

“แล้วคือหมายถึงชอบเรียนหรือชอบอาชีพหมออะครับ”

ปลายสายเงียบไปเล็กน้อยไม่ได้ลื่นไหลเหมือนตอนแรก ก่อนจะตอบกลับมาเสียงนุ่มทุ้มจริงจัง

[หมายถึงชอบกัลป์ครับ]

“…”

แรงมากแม่…

 

 

 

 

------------------------------

…เบาหน่อยก็ได้พ่อ ถือว่ากัลป์ขอเถอะ

อ่อยได้อ่อย จีบได้จีบ…เป็นอิชั้นคงมากกว่าใจยุบยิบแล้วน้าาน้องกัลป์ขาา

ตอนนี้คนน้องเริ่มมีปฏิกิริยาบ้างแล้วค่าา แอบดีใจแทนพี่เพลิงฮื่อ><

 

twitter : @Themoonthere

ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ♥

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 853 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

463 ความคิดเห็น

  1. #459 sundybear (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 / 09:13
    เออแรงจรแรงไม่หยุดพัก
    #459
    0
  2. #397 bunnyt248 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 15:17
    สู้ๆค่ะพี่เพลิง
    น้ำหยดลงหิน
    #397
    0
  3. #350 Saltan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 เมษายน 2564 / 18:27
    ใจดีกับน้องหน่อยพี่เพลิงใจน้วยหมดเเล้วเเงงงงง
    #350
    0
  4. #258 Y'kuljira (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มีนาคม 2564 / 21:52
    แรงมาก แรงมากจริง ๆ
    #258
    0
  5. #193 Black-color (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มีนาคม 2564 / 19:30
    เบาได้เบานะพ่อนะ เดี๋ยวลูกอิชั้นหัวใจวาย
    #193
    0
  6. #70 x_edusttt (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 07:54
    เขินหนักมาก
    #70
    0
  7. #69 lovelove25 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 14:47

    แรงมากจริงๆ
    #69
    0
  8. #68 บ่น. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 10:51

    *ชาติ = ชาร์จ
    #68
    2
    • #68-1 เพราะพระจันทร์(จากตอนที่ 5)
      19 มกราคม 2564 / 21:35
      ขอบคุณมากนะคะ555 เบลอหนักไปหน่อยค่า
      #68-1
    • #68-2 591031224(จากตอนที่ 5)
      20 มกราคม 2564 / 19:42
      เบาได้เบาาาาาาาาาาา 555555555
      #68-2
  9. #67 0644273573t (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 09:20

    งื้อออเขินนน
    #67
    0
  10. #66 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 09:16
    พี่เพลิง เบาได้เบา กัลป์ใจบอบบางเดี๋ยวหวั่นไหวนะ อิอิอิ

    หยอดเป็นหนมครกเชียว
    #66
    0
  11. #65 JSom-oe (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 08:53
    หยอดปายย จีบปายยยย อ้อนปายย เอาให้คุณน้องเขินน็อคไปเลยค่าาา
    #65
    0
  12. #64 nuang1 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 08:24
    หยอดทุกเม็ด
    #64
    0
  13. #63 Tualek_Orp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 08:22
    พี่เพลิงไม่แผ่วเลยนะ หยอดตลอด
    #63
    0
  14. #62 JumJim_1994 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 08:06
    น้องกัลป์อย่าน่ารักมากนะใจอิพี่แกเหลวไปหมดแล้ว อิพี่ก็ไม่แพ้กันหยอดน้องไม่แผ่วเลยจ้า
    #62
    0
  15. #61 owo. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 06:30
    ใจเหลวเป๋ว
    #61
    0
  16. #60 เกาเหลาหิวข้าว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 06:15
    ใจเย็นก่อนคุณหมอ
    #60
    0
  17. #59 AMYOU (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 05:57
    ไม่แผ่วเลยจริงๆ
    #59
    0
  18. #58 star-240351 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 05:08
    โอ้ยลุนแลงมากแม่ หมอเพลิงเบาหน่อยค่าาา
    #58
    0
  19. #57 b_bbexam (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 01:14
    พี่เพลิงตอนใจเย็นๆน้า เกินต้านมากค่า;-;
    #57
    0
  20. #56 เจ้าหมีขาว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 01:02
    พี่เพลิงก็คือเอาไปคุยอวดเพื่อนแล้ว5555555
    #56
    0
  21. #55 15344 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 00:24
    งื้ออออออ
    #55
    0
  22. #54 youngminnie (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 00:23

    แลงมากแม่!อุกี้สสสสสส
    #54
    0
  23. #53 youngminnie (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 00:23

    แลงมากแม่!อุกี้สสสสสส
    #53
    0