หมอเพลิงแฟนกัลป์ (end)

ตอนที่ 4 : Chapter 3 || จีบไงครับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,815
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 833 ครั้ง
    15 ม.ค. 64

 

#3

จีบไงครับ

 

ก๊อก ก๊อก

ผมเดินไปเปิดประตูห้องด้วยสีหน้ายุ่งเหยิงสุดๆ ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกมาเคาะประตูห้องผมถ้าไม่ใช่ไอ้พี่เพลิง...บอกจะมาก็มาแบบไม่มีผิดคำพูดใดๆ ทั้งสิ้น จะหนีหน้าก็ไม่ได้ด้วยเดี๋ยวพี่มันเอาเรื่องไปบอกศุกร์เพื่อนรักเข้าผมจะซวยเอา

ดูๆ ...เนี่ยแค่เห็นรอยยิ้มหล่อๆ ผมก็หงุดหงิดเพิ่มขึ้นมาอีกเท่าตัวแล้ว!

“หิวรึยังครับ”

ผมยกมือขึ้นไหว้พี่เพลิงแล้วก็หันหลังเดินเข้าห้องมาเลยปล่อยให้เขาปิดประตูเอาเอง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกวนตีนๆ แบบที่ถ้าผมไปพูดกับคนไม่รู้จักคงโดนรุมยำตีนแน่ๆ

“ไม่ ผมไปกินกับเพื่อนมาแล้ว”

“อ่า...แต่พี่ยังไม่ได้กินเลยครับ”

ไม่ต้องมาทำหน้าตาน่าสงสาร! ...คนอย่างกัลป์ไม่คิดจะเห็นใจหรอกนะ เหอะ แต่ถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่ผมก็แอบเหลือบสายตามองไปยังถุงอาหารมากมายในมือที่พี่เพลิงถืออยู่

มีแซลมอนด้วย!

“พี่ซื้ออาหารญี่ปุ่นมา กัลป์มากินด้วยกันนะครับ”

ถึงผมจะทำเป็นไม่สนใจยังไงแต่สุดท้ายก็ห้ามสายตาแวววาวเป็นประกายไม่ได้...ข้าวเย็นที่กินไปก็ตั้งแต่ห้าหกโมงนู่น ตอนนี้มันจะสองทุ่มแล้ว ของที่กินเข้าไปก่อนหน้าผมก็ย่อยหายไปหมดแล้ว

ไหนๆ ก็ลาภลอยได้กินของแพงแล้ว สุดท้ายผมก็พยักหน้ากับตัวเองได้ว่าคนอย่างกัลป์ขอไม่พลาดแล้วกัน!

“กินเสร็จแล้วรีบกลับเลยนะพี่” ผมยกนิ้วชี้ขึ้นขู่เล็กๆ ก่อนจะเดินไปหยิบจานชามกับแก้วน้ำมาวางไว้บนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็ก

“กินเยอะๆ นะครับ...พี่ไม่รู้ว่ากัลป์จะชอบรึเปล่า”

พี่เพลิงตักแซลมอนชิ้นใหญ่มาใส่จานผมให้...โอ้โฮ อยากจะบอกว่าของโปรดเลยล่ะครับ แต่จะให้ตอบไปตรงๆ แบบนั้นเลยก็ไม่ได้เดี๋ยวเสียฟอร์มหมด เลยตอบไปเสียงอ้อมแอ้มเพราะคีบแซลมอนมากินเต็มปากเต็มคำอยู่

“...ก็กินได้ครับ”

“โอเคครับ” แค่บอกว่ากินได้แค่นี้เอง ดีใจอะไรนัก ฮึ่ยย...เห็นแล้วหงุดหงิดๆ ผมคีบซูชิเข้าปากไม่ยั้งจนเต็มแก้มเพื่อลดอาการหมั่นไส้จากคนตรงหน้า

“มานั่งเบียดกันทำไมอะพี่ ฝั่งนู้นก็มี”

“มันเหงาครับ”

อะไรของเขาวะ...เนี่ย แล้วก็มานั้งแขนสีกันไปมาจนไฟจะติดแล้วมั้ง แต่ผมก็พยายามปล่อยเบลอเรื่องนั้นไปเพราะของกินตรงหน้าอร่อยมาก!

“กินน่ารักจัง...ค่อยๆ กินครับเดี๋ยวติดคอ” พี่เพลิงมันนั่งเท้ามือมองหน้าผม สายตาที่มองมาก็ทำเหมือนผมช่างน่าเอ็นดูตัวเล็กตัวน้อยมาก

ผมนี่ขนลุกเลยครับ...แล้วพี่มันก็ไม่ยอมกินเท่าไหร่ด้วยนะทั้งที่ตัวเองบอกยังไม่ได้กินข้าวมาด้วยซ้ำ

“พูดเยอะ”

“อะ…”

สมน้ำหน้าพูดมากดีนัก โดนผมยัดซูชิเข้าปากซะเลยเป็นไงล่ะ

หลังจากนั้นเราก็นั่งกินอาหารตรงหน้าโดยที่ไม่ได้พูดอะไรกันอีก แต่ทั้งห้องก็ไม่ได้เงียบจนทำให้บรรยากาศอึดอัดเพราะผมเปิดโทรทัศน์ไปด้วย จนกระทั่งผมเริ่มที่จะอิ่มแล้วถึงได้แอบหันไปมองพี่เพลิงที่นั่งอยู่ข้างๆ

ในตอนที่แขนเราพาดผ่านกันไปมามันทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับไฟช็อตเบาๆ ไปทั่วร่าง พอเหลือบมองไปทางคนด้านข้างเห็นก็สันจมูกโด่งชัดแบบที่ผมยังอิจฉา คิดดูขนาดจมูกยังหล่อเลยคนเรา

คือเอาง่ายๆ ว่าพี่เพลิงมันหล่อมากแหละ โคตรพ่อโคตรแม่หล่อ ถ้าผมเป็นผู้หญิงอาจจะใจเต้นแรงอยากเป็นลมแล้วก็ได้ ร่างกายก็สมส่วนดูดี พี่เพลิงมันสูงมาก ไม่รู้เหมือนกันว่าสูงเท่าไหร่แต่คงสักร้อยแปดสิบหกล่ะมั้ง ขนาดผมที่คิดว่าสูงตามมาตรฐานชายไทยนั่นคือร้อยเจ็ดสิบห้าแล้วนะแต่เวลาเดินข้างกันกับพี่มันแล้วผมก็คือเตี้ยไปเลย

เรียนก็ตั้งคณะแพทย์ คณะสามีในฝันของสาวๆ เลยล่ะและที่สำคัญฐานะที่บ้านยังโคตรจะรวยอีกด้วย...ที่พรรณนามาคือไม่ใช่อะไรเลยนะ แค่งงมากกว่าทำไมคนแบบพี่มันถึงมาชอบผมซะได้ทั้งๆ ที่มีคนที่ดีกว่าผมอีกตั้งเยอะให้พี่มันเลือก

“มองขนาดนี้ชอบพี่แล้วเหรอครับ?”

ไอ้พี่เพลิงมันต้องมีความสามารถพิเศษในการยั่วโมโหคนแน่ๆ คิ้วกระตุกเลยเมื่อกี้

“พี่มึง...ได้กันแค่ครั้งเดียว มันต้องมาตามติดผมขนาดนี้เลยเหรอวะ” เมื่อสะกดกลั้นความอยากรู้ไม่ไหวอีกต่อไปผมเลยเลือกถามอีกฝ่ายไปตรงๆ

“เพราะเป็นกัลป์ต่างหากครับ”

“ไม่เข้าใจอะ”

ทำไมอะ...เป็นผมแล้วมันยังไง

เรียกง่ายๆ ก็คือตอนนี้พี่จีบกัลป์อยู่ไงครับ

“ฮะ! จีบผม!”

“ใช่ครับ”

อยู่ดีๆ คนอย่างผมก็เสน่ห์แรงหรืออย่างไร...

พี่เพลิงหันมาสบตากับผม ในตาสีดำสนิทคู่นั้นบอกผมว่าพี่มันไม่ได้โกหกเลยแม้แต่น้อย

“ตัดใจเถอะ พี่มึงไม่มีหวังหรอก”

อย่างที่รู้กันนั่นแหละว่าผมเพิ่งอกหักมา ใจผมมันยังชอกช้ำอยู่อย่างหนักเพียงแต่ผมแค่กดมันไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของใจเท่านั้น...ผมยังไม่พร้อมมีความรักครั้งใหม่หรอก

“แต่ได้กันแล้วนะครับ”

ทำไมเป็นคนแบบนี้วะ! เส้นสมองผมเหมือนขาดผึ่งเลยเมื่อกี้

“เลิกพูดถึงเรื่องนั้นซะทีโว้ยย ก็แค่ได้กันครั้งเดียวป้ะ!”

“เดี๋ยวก็มีอีกหลายครั้งครับ”

เอาอะไรมามั่นหน้าขนาดนั้นฮึ!

“ไม่ต้องกินมันแล้วข้าวอะ พี่มึงกลับไปเลย กลับไปเดี๋ยวนี้!”

ผมฉุดแขนหนักๆ ของพี่เพลิงขึ้นมา ลากจนกระทั่งอีกคนออกไปยืนอยู่หน้าห้องผมได้สำเร็จ...ผมเตรียมปิดประตูลงด้วยความฉุนเฉียวปนหงุดหงิด

“ไม่สนใจทบทวนความจำหน่อยเหรอครับ”

“หน้าไม่อาย! เป็นหมอประสาอะไรพูดไม่อายฟ้าอายดิน กลับไปเลย”

หัวร้อนมากจังหวะนี้...กวนประสาทเก่งที่หนึ่ง ในขณะที่ผมนั้นหน้าบึ้งตึงอย่างอารมณ์ไม่ดีแต่พี่เพลิงมันกลับยืนยิ้มอารมณ์ดีเหมือนไปพี้ยามาอย่างนั้นแหละ

อารมณ์ดีอะไรวะฮะ! ...

“ฮะๆ ...ก็ได้ครับ เจอกันพรุ่งนี้นะ”

“ใครอยากเจอพี่มึง!”

ผมที่กำลังเดือดแบบสุดขีดก็ต้องลมหายใจหยุดชะงัก หัวสมองว่างเปล่าพร้อมกับร่างกายที่แข็งทื่อราวกับโดนแช่แข็งในตอนที่พี่เพลิงมันโน้มหน้าเข้ามากดริมฝีปากลงมาบนปากผม…แล้วแช่นิ่งเอาไว้

จุ๊บ

“ฝันดีครับ”

ตัวผมนั้นไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกแล้วนอกจากยืนเหวออยู่แบบนั้นจนยุงแทบจะหามไป...

 

 

 

 

 

“ไอ้ศุกร์ โหคลิปนี้ยอดวิวมึงเยอะมาก”

“ไหนๆ ...อ๋ออ อือใช่ๆ เหมือนว่าเพลงนี้จะฮิตพอดีน่ะเลยยอดวิวพุ่งเลย”

“เพื่อนผมดังใหญ่แล้วคร้าบ”

พอผมแซวดาวศุกร์มันเล่นแบบนั้น มันก็ส่ายหน้ายิ้มๆ แบบว่าเหนื่อยกับคนแบบผม...อ้อ ดาวศุกร์มันเปิดยูทูปคัฟเวอร์ร้องเพลง เสียงมันดีมากเลยลองเปิดดูปัจจุบันก็ไปได้ดีมากๆ ช่องเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยมีผมคนหนึ่งอะที่ฟังวันละล้านรอบ

“อ้าวมอง มองเข้าไป จ้องขนาดนี้ไม่แดกเพื่อนกูเข้าไปเลยล่ะ”

“กัลป์...”

ผมมองไอ้ผู้ชายตี๋ๆ จากคณะไหนไม่รู้ที่มันกำลังนั่งอยู่บนมานั่งไม่ไกลจากที่ผมกับศุกร์นั่งกันอยู่...ก็รู้อยู่ว่าเพื่อนกูมันน่ารัก แต่มองจนน้ำแทบยืดขนาดนี้มันก็น่าโดนสักที

อาการหวงเพื่อนเริ่มออกทำงานแต่ที่สำคัญกว่าคือช่วยไอ้ตี๋นั่นทางอ้อมไม่ให้โดนผัวไอ้ศุกร์มันฆ่าหมกป่าเอา

ไอ้ศุกร์มันเสน่ห์แรงมากผมก็บอก ด้วยหน้าตาซื่อๆ (แถมซื่อจริงๆ) น่ารักจิ้มลิ้มและความตัวเล็กปุ๊กปิ๊กของมันทำให้ผู้ชายมาชอบมันเยอะมาก แม้มันจะใสซื่อจนไม่เคยรู้ตัวเลยก็ตามเถอะ เมื่อก่อนนี่หนักกว่านี้อีกนะเดินมาขอเบอร์กันเป็นว่าเล่น แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้วไง คนเขาแทบรู้กันทั้งมหาลัยว่าผัวมันเป็นใคร แต่มันก็จะมีอยู่แหละบอกที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวแล้วคิดจะมาจีบไอ้ศุกร์มัน...เหมือนไอ้ตี๋ตรงนั้น

“พี่ไฟมาแล้ว...”

เสียงเหมือนลูกแมวดีใจเรียกผมให้หันไปเห็นรถพี่ไฟเข้ามาจอดเทียบที่หน้าคณะพอดี ผมเลยเดินกอดคอไอ้ศุกร์ออกมาจากตรงนั้นก่อนจะหันไปจ้องไอ้ตี๋ตาเขม็งเป็นครั้งสุดท้าย...อย่าแม้แต่จะคิดนะมึง

“พี่ไฟ”

“คิดถึงครับ”

เมื่อเข้ามาในรถแล้วผมก็ต้องถอนหายใจเฮือกเพราะต้องกลายเป็นบุคคลโสดมาเห็นคู่รักสวีทหวานอย่างช่วยไม่ได้ แอบเห็นศุกร์มันหน้าแดงจนผมต้องแอบหลุดขำเบาๆ ก่อนจะยกมือไหว้คนอายุมากกว่า

“พี่ไฟหวัดดีครับ”

พี่ไฟพยักหน้ารับเบาๆ แล้วทำหน้าที่ขับรถเพื่อพาเราไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน...จากที่เมื่อก่อนทุกๆ มื้อเที่ยงผมกับศุกร์จะกินข้าวกันที่ศูนย์อาหารในมอ แต่ตั้งแต่ศุกร์มันรู้จักพี่ไฟ พวกเราก็ได้ไปกินมื้อเที่ยงที่โรงแรมของพี่ไฟมาโดยตลอด

คือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นนี่เป็นส่วนพลอยได้สุดๆ ของผมเลยล่ะ อาหารที่โรงแรมพี่ไฟผมขอบอกว่าโคตรอร่อย! แถมไปแต่ละวันเมนูก็แทบไม่ซ้ำกันเลย ผมนี่อิ่มอกอิ่มใจมากที่เพื่อนได้ผัวดีจนตัวเองได้อานิสงส์ตามไปด้วย

“วันนี้เรียนเหนื่อยมั้ย”

“ไม่ครับ อาจารย์สอนสนุกมากเลยครับ”

ในขณะที่ไอ้ศุกร์บอกว่าเรียนสนุกมากแต่ผมกลับนั่งหลับตลอดคาบ...รู้สึกสงสารแม่แปลกๆ ที่ต้องส่งควายมาเรียนฮื่อ

ผมก็ปล่อยให้คู่รักเขาพูดกันหงุงหงิงๆ ไปส่วนตัวเองก็เล่นโทรศัพท์ปล่อยให้ทั้งคู่ได้ใช้เวลาด้วยกันอย่างเต็มที่ ส่วนที่หงุงหงิงก็เป็นเสียงใสๆ ของไอ้เพื่อนตัวดีของผมนี่แหละ ส่วนพี่ไฟจะทุ้มนิ่งมากกว่าแต่ที่บทสนทนามันออกมาละมุนนักก็เพราะพี่ไฟมันใช้เสียงอ่อนโยนคุยกับเมียไงล่ะ

ฮรึก เห็นทีไรก็นึกอิจฉานัก

จนกระทั่งเรามาถึงโรงแรมพี่ไฟกัน ขึ้นมายังชั้นอาหารที่คุ้นตา พอเจอพวกเพื่อนๆ พี่ไฟอย่างพี่ขุน พี่ชา พี่เวย์ก็ยกมือไหว้อย่างคนกันเอง โดยเฉพาะพี่เวย์ที่ยักคิ้วให้กันท่าทางกวนตีนๆ ไอ้พี่เวย์นี่แหละตัวกวนประสาทของกลุ่มนี้เลย

“มึงมองอะไรเหรอ”

“ฮะ เปล่านี่ กูก็มองรอบๆ ของกูไปเรื่อยๆ”

ผมแอบสะดุ้งตกใจเล็กๆ แต่ก็ทำตีเนียน...ที่แอบมองรอบๆ เมื่อกี้นี่ไม่ใช่อะไรเลย ผมกลัวว่าพี่เพลิงจะมาด้วยนี่สิ! ก็เมื่อวานพี่มันเล่นบอกออกมาแบบนั้น แถมเมื่อก่อนตอนที่เรายังไม่รู้จักกันพี่เพลิงก็เคยมากินข้าวเที่ยงที่นี่พร้อมพวกผมด้วยไง ผมในตอนนี้เลยโคตรเลิ่กลั่กอะบอกเลย

ถ้าพี่เพลิงมาผมต้องแย่แน่ ไอ้ศุกร์มันนั่งอยู่ข้างๆ ผมแบบนี้มันเลยมีโอกาสสูงมากที่ศุกร์จะรู้เรื่องของผมกับพี่มัน

“เป็นไรของมึงกัลป์ เลิ่กลั่กนะมึงวันนี้” นั่นไง ไอ้พี่เวย์แล้วหนึ่งล่ะที่ใส่ใจเรื่องชาวบ้านเป็นที่หนึ่ง

“ไรพี่ ไม่มีอะไร กินข้าวๆ”

พี่มันหลี่ตาคล้ายจะจับผิดกัน...แต่ผมรู้ว่านั่นคือการกวนประสาทดีๆ นี่เอง พอเห็นคนอื่นเริ่มกินแล้วผมเลยค่อยๆ ตักมากินบ้าง จนห้านาทีต่อมาผมก็กินข้าวอย่างสบายใจเฉิบเพราะคิดว่าพี่เพลิงต้องไม่ได้มาแล้วแน่ๆ

กับข้าวอร่อยจังเลย ฮุๆ

“อร่อยมากเลยเหรอครับ อารมณ์ดีขนาดนี้”

“…แค่กๆ!”

น้ำต้มยำที่เพิ่งซดเขาปากไปถึงกับพุ่งพรวดออกมา ผมสำลักจนหน้าดำหน้าแดงลำคอแสบร้อนจากน้ำต้มยำไปหมด...คนกำลังกินข้าวอยู่ดีๆ แล้วพี่เพลิงมันโผล่มาได้ยังไง!

“น้ำครับ ไหวรึเปล่า” พี่เพลิงยืนแก้มน้ำเปล่ามาให้ผมดื่มด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล มือใหญ่ลูบหลังผมเบาๆ คล้ายปลอบใจ...ก็เพราะพี่มึงนั่นแหละไม่รู้ตัวเหรอ

“กัลป์ มึงโอเคมั้ย”

“กูโอเคๆ”

“แค่พี่เพลิงมามึงถึงกับสำลักเลยอ้อ” เอาแล้ว ไอ้พี่เวย์เล่นกูแล้วไง

“ผมแค่ตกใจเฉยๆ เอง”

เมื่อเหตุการณ์สำลักเกือบตายของผมผ่านไป พวกพี่ๆ เขาก็ทักทายกันนิดหน่อยจากนั้นก็กินใครกินมันต่อ จะมีก็แต่สายตาจับผิดของพี่เวย์มันนี่แหละที่ทำให้ผมอยู่ไม่สุข

“พี่มาได้ไงอะ” ผมหันไปพูดกับพี่เพลิงที่นั่งอยู่ข้างๆ กันเสียงเบาเพราะกลัวว่าศุกร์เพื่อนรักจะได้ยินเข้า

“พี่ก็บอกกัลป์แล้วนี่ครับว่าพรุ่งนี้เจอกัน”

“ห้ามทำอะไรแปลกๆ นะเว้ยพี่”

ไม่รู้ล่ะ เอ่ยดักไว้ก่อน ถ้าพี่มันทำอะไรโจ่งแจ้งตรงนี้มีแววรู้เรื่องกันหมดแน่ พวกพี่เวย์ก็ยิ่งฉลาดๆ หูไวตาไวกันทั้งนั้นอยู่ด้วย

 

 

 

Plerng Part

 

“แปลกๆ ยังไงครับ” ผมเลิกคิ้วอย่างอารมณ์ดีให้คนข้างกาย

“ก็แบบนั้นแหละ!”

สุดท้ายผมก็หลุดยิ้มอย่างอารมณ์ดีที่ได้เห็นท่าทางอารมณ์เสียจากกัลป์ได้ วันนี้ผมมาช้านิดหน่อยเพราะคลาสเลกเชอร์ปล่อยเลทไปหน่อย...และก็ดูเหมือนจะมีคนอารมณ์ดีเพราะคิดว่าผมจะไม่มา

แต่คงต้องเสียใจด้วยกับเจ้าตัวจริงๆ ...ถ้าไม่ได้มาเห็นหน้าเขาสักหน่อยผมคงหมดแรงเรียนต่อคาบบ่ายแน่ๆ

ผมเริ่มตักอาหารตรงหน้ามากินบ้างตามคนอื่นๆ พอเหลือบมองคนข้างกายก็เห็นเจ้าตัวยุกยิกไปมาอยู่ไม่สุขเพราะกลัวคนอื่นจับได้เรื่องของเรา...อย่างน่ารักเลย

สุดท้ายผมเลยตัดสินใจตักกุ้งทอดกระเทียมตัวหนึ่งไปใส่จานกัลป์ แต่นั่นแหละ...เขาก็ไม่ทำให้ผมผิดหวังเลยสักนิดด้วยการรีบตักกุ้งตัวนั้นไปใส่จานน้องดาวศุกร์อีกทีพร้อมออกอาการเลิ่กลั่กมากขึ้นกว่าเดิม

“กินเยอะๆ มึง กูรู้มึงชอบกินกุ้งที่สุดเลยเพื่อนรัก”

ผมหลุดขำเบาๆ แลกด้วยสายตาขุ่นเคืองจากกัลป์ ราวกับจะฆ่ากันทางสายตาให้ตายงั้นแหละท่าผมยังไม่เลิกแสดงพิรุธ...แต่เอาจริงๆ เลยนะ คนที่แสดงพิรุธจนคนรอบโต๊ะสงสัยหมดแล้วก็คือกัลป์เองนั่นแหละ

“หืมม”

นี่ไง เวย์มันเริ่มแล้ว...พอผมได้เงยหน้ามองทุกคนจริงๆ ถึงได้รู้ว่าพวกมันทุกคนมองออกหมดแล้วว่าผมกับกัลป์มีความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่แบบที่ผ่านมา อ่า...แต่เว้นน้องศุกร์ไว้คนหนึ่งละกัน รายนั้นได้แต่นั่งสงสัยอาการแปลกๆ ของเพื่อนสนิทเท่านั้น

“หึ นึกว่าจะเอาแต่เรียน” ไอ้ไฟว่าขึ้น มันคงรู้ เพราะเราเป็นพี่น้องที่ค่อนข้างสนิทกันและนิสัยส่วนลึกก็ไม่ค่อยจะแตกต่างกันเท่าไหร่นักเลยทำให้มองผมออกไม่ยาก

เอาจริงๆ ผมก็ไม่ได้คิดจะปิดบังนะ…

“เกินคาดว่ะพี่เพลิง...แต่เอาใจช่วยเว้ย จริงจังเลยปะ”

ผมเลื่อนสายตาที่สบกับเวย์มามองคนข้างกาย เห็นท่าทางตกใจปนไม่แน่ใจว่าพวกผมกำลังพูดถึงเรื่องเขารึเปล่าก็ต้องหลุดยิ้มออกมาอีกครั้ง

“อืม...จริงจังดิ”

“หมายถึงอะไรกันเหรอครับพี่ไฟ”

ดีที่น้ำเสียงงงวยจากดาวศุกร์ดังขึ้นซะก่อนเลยทำให้พวกผมหลุดจากบทสนทนาตรงหน้า

“ไม่รู้สิครับ...ศุกร์กินเยอะๆ”

“…ได้ครับพี่ไฟ”

พอเห็นคู่นั้นเขาเข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวกันแล้วผมถึงได้หันกลับมาสนใจกัลป์บ้าง...สายตาคาดคั้นที่ส่งมาให้ทำให้ผมหลุดยิ้มอย่างเอ็นดู

“เป็นอะไรครับ หน้ายุ่งเชียว”

“…” กัลป์เงียบไปไม่ตอบคำถามของผม ดวงตาเจ้าตัวกำลังมองลึกเข้ามาเพื่อค้นหาเรื่องที่สงสัยจากผม ก่อนที่สักพักกัลป์จะถอนหายใจออกมาเบาๆ พร้อมเอ่ยเสียงเบา

“…ยุ่ง”

เอาจริงเลยนะ...ผมโคตรหลงที่เขาเป็นแบบนี้เลย

 

 

 

 

 

เป็นเวลาเกือบห้าโมงเย็นที่ผมเดินลากร่างอันไร้เรี่ยวแรงเดินออกมาจากใต้คณะ...การเรียนนี่ช่างเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งกับผมจริงๆ

“มึงกลับกับพี่ไฟปะ”

“อื้อ พี่ไฟมารอแล้ว มึงกลับด้วยกันมั้ยย” ศุกร์มันถามเสียงใส...มันช่างเก่งกาจจริงๆ ที่ยังคงสดใสได้แม้จะผ่านการเรียนอันยาวนานสุดแสนจะโหดมาได้

“ตามสบายจ้ะ กูเอามอไซค์มา”

หลังจากนั้นผมก็เดินไปส่งไอ้เพื่อนตัวเล็กขึ้นรถแฟนมันไปพร้อมโบกมือลาน้อยๆ ส่วนผมก็เตรียมหันหลังกลับไปเอารถตัวเองที่จอดไว้บ้างแต่สายตาดันสะดุดที่ใครบางคนเข้าซะก่อน

ร่างสูงในชุดนักศึกษาแบบไม่ถูกระเบียบนักกำลังยืนพิงต้นไม้อยู่แถวๆ ข้างตึกคณะ ไม่ไกลกันเท่าไหร่ก็เห็นรถออดี้สีขาวของเจ้าตัวจอดอยู่ด้วย

ไอ้พี่เพลิงมาทำอะไรที่นี่วะ!

ผมหน้าซีดเผือดหัวใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ อย่างลนลาน คนมองพี่มันอย่างเยอะ ไม่ได้ๆ ถ้าพี่มันเห็นผมเข้าหรือว่ามาหาผมจริงๆ เรื่องพี่มันกับผมต้องแดงขึ้นอย่างแน่นอน

ในจังหวะที่แน่ใจว่าอีกคนยังไม่หันมาเห็นกันแน่ๆ ผมก็รีบทำตัวลีบเล็กและเตรียมวิ่งออกไปให้ห่างจากตรงนี้โดยเร็วที่สุด

ใครจะไปอยู่กันล่ะ!

กัลป์

แต่ก่อนจะได้ก้าววิ่งไปข้างหน้าอย่างที่ใจคิด ตัวผมกลับต้องหยุดชะงักกึกเพราะถูกน้ำเสียงคุ้นเคยรั้งเอาไว้ซะก่อน...ตาผมชาวาบพร้อมกับหัวใจที่มันเต้นช้าลง

ไม่ต้องหันไปมองหน้าก็รู้ว่าใคร...ทำไมผมแม่งซวยขนาดนี้วะ

ผมหลับตาลงก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกสติให้ตัวเอง...ให้มันไม่นึกถึงความเจ็บปวดที่ผมกำลังพยายามก้าวผ่านไป บอกตามตรงว่าผมยังไม่อยากเจอหน้าเขาอีกเลยแม้แต่น้อย ไม่พร้อมจะคุยอะไรกับเขาทั้งนั้น

“...”

ผมค่อยๆ หันกลับไปมองเฟื่องอย่างช้าๆ ...และใช่ เขายังเหมือนเดิม น่ารักเหมือนเดิม เว้นแต่ความรู้สึกในใจผมที่มันเปลี่ยนไปแล้ว

“กัลป์ เฟื่องขอคุยด้วยหน่อย”

“…ว่ามา เรารีบ”

ผมบอกเขาเสียงนิ่งเฉยชา...ชาเหมือนกับใจของผมในตอนนี้

“กัลป์หายไปไหนมา วันนั้นก็ไม่มารับแถมวันต่อมาเฟื่องยังติดต่อไม่ได้อีก”

ผมเลือกโฟกัสสักสิ่งที่ไม่ใช่สบตากับเขา อะไรก็ได้ที่ทำให้ใจผมมันไม่ต้องเจ็บมากนัก...ผมรู้ว่าตั้งแต่วันนั้นเฟื่องพยายามโทรหาพร้อมกับส่งข้อความมาหาผมตลอด แต่ผมเลือกที่จะบล็อกเขาทุกช่องทางเอง

ก็บอกแล้วว่ากำลังตัดใจ

“ก็ตามนั้น”

“คือยังไงก็ตามนั้น...กัลป์เทเราเหรอ”

ผมเห็นความไม่เข้าใจในตาคู่นั้นเพราะสุดท้ายก็เผลอไปมองเข้าอย่างช่วยไม่ได้

“อืม”

“ทำไมอะกัลป์ เราทำอะไรผิด...เรื่องของเรามันยังดีๆ อยู่เลยไม่ใช่เหรอ”

ครั้งนี้ผมเลือกที่จะมองเขานิ่งงันมากกว่าที่เป็น ก่อนเอ่ย

“เหรอ...เฟื่องถามตัวเองดูก่อนรึยัง”

จากแววตาสับสนผมก็มองเห็นว่ามันกำลังเปลี่ยนเป็นไม่พอใจ...เปลี่ยนเป็นใครอีกคนที่ผมริ่มไม่รู้จัก

“อะไรอะกัลป์ อยู่ๆ จะโยนให้เป็นความผิดเฟื่องแบบนี้เหรอ เธอแม่งแย่ว่ะ”

“…”

แย่เหรอวะ

ผมเหรอวะที่แม่งแย่

น้องกัลป์...กลับครับ

“พี่หมอเพลิง...เฟื่องคุยกับกัลป์อยู่นะคะ”

“พี่ได้ยินแล้วครับ”

ผมสัมผัสได้ถึงมือร้อนๆ ที่เอื้อมมากุมไหล่กันไว้...และตัวผมเองก็อยากเดินออกไปจากตรงนี้เต็มทน ผมได้แต่ยืนนิ่งเงียบเพราะไม่รู้จะพูดอะไรเพราะในความคิดมันเกิดความสับสนขึ้นอย่างหนัก

…รู้แค่ว่ามันเจ็บ

“นี่อย่าบอกนะว่าที่กัลป์เทเฟื่องเพราะ...”

“กลับกันครับ”

แต่มันแค่ไม่ได้เจ็บเท่ากับวันนั้นแล้ว

“นี่!”

เพราะความอบอุ่นเล็กๆ และความอ่อนโยนจากใครบางคนเข้ามาช่วยฉุดรั้งผมไว้...

 

 

 

 

 

 

“ผมอยากกินเบียร์…พี่จะกินกับผมป้ะ”

ผมหยิบกระป๋องเบียร์มากมายออกมาจากตู้เย็นก่อนจะเดินออกมานั่งพิงกระจกตรงระเบียงห้อง ได้ยินเสียงถอนหายใจยาวๆ จากนั้นผมก็รับรู้ได้ถึงร่างหนาหนักของใครบางคนมานั่งลงข้างๆ กัน

“แอลกอฮอล์มันไม่ดีต่อสุขภาพนะครับ”

“เหอะ ทำอย่างกับพี่มึงไม่กิน”

“…เฮ้อ ดื้อ”

ถึงจะพูดแบบนั้น สุดท้ายพี่เพลิงก็เปิดกระป๋องเบียร์ยกขึ้นดื่มตามผมบ้าง ให้ผมเดาว่าพี่เพลิงมันคงคอแข็งกว่าผมเป็นไหนๆ …ผู้ชายด้วยกัน ทำไมจะมองไม่ออก

ผมเลิกสนใจคนข้างตัวก่อนจะทิ้งสายตาไว้ยังเส้นขอบฟ้าสีส้มเข้ม ถ้าเป็นในเวลาปกติผมคงคิดว่าสีท้องฟ้าในเวลานี้แม่งสวยดี

เว้นแต่ในตอนนี้ ตอนที่ผมอยากจะนั่งโง่ๆ ไม่ขยับไปไหนทั้งนั้นเพราะรู้สึกว่าหัวใจมันล้าเกินไป

...ผมไม่น่าไปชอบเขาเลย

การผิดหวังจากความรักมันเจ็บขนาดนี้เลยเหรอวะ...มันก็คงจะเป็นเพราะผมที่ทุ่มความหวังทั้งหมดลงไปมากเอง

“เวลาชอบใคร...มันต้องเผื่อใจไว้มั้ยวะพี่”

หลังจากความเงียบขึ้นรอบตัวเรามานาน นานขนาดที่เบียร์หมดไปหลายกระป๋องแล้วผมถึงได้เอ่ยถามขึ้น และสักพักต่อจากนั้นคำถามผมก็ได้รับคำตอบเป็นน้ำเสียงนุ่มทุ้มจริงจัง

“...”

“ไม่ครับ”

“ทำไมอะ อกหักมันก็เจ็บดิ”

“ถ้ากัลป์ชอบใครจริงๆ กัลป์จะรู้เองครับว่ามันเผื่อใจไม่ได้”

“…”

“กัลป์จะไม่รู้จักคำว่าเผื่อใจด้วยซ้ำถ้ารู้สึกว่าชอบใครมากจริงๆ”

ผมหดขาทั้งสองข้างขึ้นชั้นแล้วกอดไว้แน่น เสียงกระป๋องเบียร์ที่ว่างเปล่าเลยล้มลงจนเกิดเสียงดังจากการที่ขาผมลากผ่าน อ่า...ดื่มกันไปเยอะขนาดนี้เลยเหรอวะ ไม่แปลกใจเลยที่ผมจะเริ่มมึนหนักมากขนาดนี้

“แล้วต่อให้เทไปทั้งใจขนาดนั้นแล้วมันพังอะพี่...”

“ก็ตั้งใจรักขนาดนี้ มันจะไม่ดีได้ยังไง”

“…”

สุดท้ายเสียงจากคนข้างกายก็ดึงดูดผมไว้ให้ต้องหันไปสนใจแค่เขา...ผมเห็นดวงตาสีดำสนิทมันก็กำลังจ้องมองมาที่ผมเช่นกัน หรืออาจจะเป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้วผมก็ไม่รู้

เราสบตากันอยู่แบบนั้น และผมมองเห็นเขาเป็นภาพที่พร่าเลือน

มือใหญ่โตทั้งสองข้างของพี่เพลิงยกขึ้นกุมแก้มของผมไว้ ถ้าเป็นในเวลาปกติผมคงจะปัดมันออกโดยไม่ต้องคิดให้ยากเลยสักนิด…ยกเว้นในตอนนี้ที่จิตใจผมแม่งโคตรจะอ่อนไหว

ก่อนจะเข้มแข็งคนเราก็ต้องอ่อนแอมาก่อนแล้วทั้งนั้น

“…”

คำปลอบโยนไม่มีที่มาที่ไปจากคนตรงหน้ามันเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวพร้อมกับริมฝีปากที่เคลื่อนมาทาบทับกันไว้...จูบลึกซึ้งเกิดขึ้นโดยมีพี่เพลิงเป็นคนเริ่มนำทาง ถึงจะสติเลือนราง ถึงจะมองภาพตรงหน้าได้พร่าเบลอขนาดไหนก็ตาม

แต่ผมกลับสัมผัสมันได้ถึงทุกๆ ความรู้สึกตอนที่ลิ้นร้อนไล่ต้อนรุกล้ำ…ปลอบโยน ดุดัน เอาแต่ใจและหวงแหน

ก่อนที่จูบเนิ่นนานนั้นจะจบลงพร้อมริมฝีปากผมที่หนึบชาและร่างกายต้องหอบหายใจอย่างหนัก

เพราะงั้นรีบตัดใจจากเขาให้ได้เร็วๆ นะครับ

“…”

พี่ไม่ได้ใจดีขนาดให้เมียไปคิดถึงคนอื่นหรอกนะครับ

 

 

 

 

-----------------------------

ง่าาแรกๆ เฮฮาติ๊งต๊อง ตอนหลังดิฟเข้าโหมดเศร้าเฉยเลยยแอแงง55555

สัญญาว่าตอนหน้าก็จะกลับสู่ความบ้าๆ บอๆ ของนังกัลป์ตามเดิมแล้วค่ะ ขออภัยจริงๆ ที่เรื่องนี้เรามาอัปช้า ตอนต่อไปจะพยายามมาต่อให้เร็วที่สุดนะคะ!

หวังว่าทุกคนจะชอบกันน้าา เจอกันตอนหน้าค่าา><

 

twitter : @Themoonthere

ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ♥

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 833 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

467 ความคิดเห็น

  1. #444 pppim45 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2564 / 19:58
    หยุดไม่อยู่แล้วพี่เพลิงงงงง
    #444
    0
  2. #396 bunnyt248 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 14:59
    พี่เพลิงงงง
    #396
    0
  3. #349 Saltan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 เมษายน 2564 / 18:08
    พี่หมอเพลิงงงงื้ออออออ
    #349
    0
  4. #257 Y'kuljira (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มีนาคม 2564 / 21:41
    ประโยคสุดท้ายคือแบบ ดีมากกกก ดีต่อใจ น้องก็รีบตัดใจเร็ว ๆ นะคะ เดี๋ยวคนพี่เขาทนไม่ไหวนะ
    #257
    0
  5. #85 YIBO.085 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 10:45
    แรงมากกก พี่เพลิงแรงไม่หยุด
    #85
    0
  6. #50 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 23:08
    ไม่รอดแล้วกัลป์ พี่เพลิงไม่ปล่อยเมียให้เศร้าอีกแล้ว
    #50
    0
  7. #48 b_bbexam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 18:12
    ฮื่อออออ พี่เพลิงคนดีที่1เลย;-;
    #48
    0
  8. #46 Tualek_Orp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 20:01
    พี่เพลิงงงงงงง คือดีย์มาก
    #46
    0
  9. #45 lovelove25 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 15:38
    พี่เพลิงหวง
    #45
    0
  10. #44 sseenn_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 13:56
    กรี้ดดดด แพ้เเล่วค่ะแต่งวันไหนดี
    #44
    0
  11. #43 เจ้าหมีขาว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 11:36
    งุ๊ยยยย พี่เพลิงจะดุแล้วนะ. 555555555
    #43
    0
  12. #42 pullpens (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 10:35
    ฮื่อออ รีบตัดใจนะต้าวกัลป์พี่เพลิงรุกแบบ 100 แรงม้าแน้ววววว
    #42
    0
  13. #41 @GhYloSFa94_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 08:19
    ไบโพลาร์ตามกันปายยยย
    #41
    0
  14. #40 AMYOU (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 06:03
    งู้ยยตัดใจได้เร็วๆนะ
    #40
    0
  15. #39 PPRABB (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 03:54
    -ประโยคสุดท้ายนี่มันอะไรกัน
    #39
    0
  16. #38 TangTae (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 03:30
    มีใจให้พี่เพลิงก้อนนนเจ้าน้อนน
    #38
    0