◌ หนิงเฟิ่ง ◌ เทพเซียน สนพ.Dbooks

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,380,928 Views

  • 7,529 Comments

  • 8,778 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,129

    Overall
    1,380,928

ตอนที่ 7 : บทนำ & หนึ่งน้ำฝน สองฝนโปรย : เล่ม 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43266
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2150 ครั้ง
    12 มี.ค. 62

       

       

        พึบ !  เซี่ยจินเซินลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้มองข้าสลับกับบ่าวใช้ไปมา ด้วยแววตา และสีหน้าที่ดูอึกอักคล้ายกับกำลังจะกล่าวอะไรออกมา  ข้าเม้มปากเข้า แล้วตัดสินใจที่จะกล่าวออกไปแทน

 

ท่านพี่รีบไปหาอนุหลิงเถิดเจ้าค่ะ เอาไว้ท่านว่างเมื่อใดแล้วเราค่อยมาคุยกันข้ายิ้มบางๆ ส่งให้กับเซี่ยจินเซิน   จากนั้นเขาจึงพยักหน้ารับเล็กน้อยแล้วรีบรุดเดินออกจากห้องไป 

 

        เซี่ยจินเซินที่กำลังโมโหลุกพรวดขึ้นยังไม่ทันได้กล่าวอะไรฮูหยินน้อยของตนเองก็ออกมารวดเดียวแล้วเดินจ้ำอ้าวออกไปทันที  ทิ้งให้เขามองตาค้อนใส่บ่าวตัวปัญหาที่วิ่งเข้ามาในห้อง มันช่างรู้งานยิ่งนักวิ่งเข้ามาได้ถูกจังหวะ

 

นางจะเป็นลมทุกวันเลยรึ ?”  เซี่ยจินเซินกดเสียงต่ำกล่าวออกไป

 

      เพราะในทุกๆวันเขาต้องโดนมารดาบังคับไปเรือนของหยางซิงหลิง เพราะนางให้ข้ออ้างว่าหยางซิงกำลังตั้งครรภ์ และต้องการให้เขาไปอยู่ใกล้ๆ เพื่อลดอาการแพ้ท้อง เขาเองก็ไม่เข้าว่าเหตุใดการมีอยู่ของเขาใกล้ๆหยางซิงหลิงถึงไม่มีอาการแพ้อาเจียนจนเป็นลม  และอีกทั้งไม่อาจจะปฏิเสธมารดาที่แก่ชราโดยเอาสุขภาพของนางมาอ้างว่าถ้าเขาไม่ไปนางจะรู้สึกไม่ดี และล้มป่วยเอาได้

 

นายท่านอนุหลิงแพ้ท้องอย่างหนัก นายท่านเองก็รู้ดีว่าถ้าหากวันไหนไม่พบหน้านายท่านนางก็จะอาเจียนออกมาไม่หยุด บ่าวน้อยกล่าวออกไปอย่างกล้วกลัว

 

งานนอกก็ล้นมือ ในจวนก็มีปัญหาอีก  เอาไว้หมดปัญหาค่อยแวะไปหานางทีเดียว อย่างน้อยๆ วันนี้นางก็ตั้งใจจะว่ามาบอกความจริงกับแล้ว  เซี่ยจินเซินกล่าวบ่นขึ้นในใจ  แล้วเดินตามบ่าวน้อยผู้นั้นออกจากห้องทำงานไป

          

       ข้ากลับมาที่เรือนตั้งใจว่าเอาไว้ค่อยบอกความจริงของเขาวันพรุ่ง แต่กลับกลายเป็นว่าตลอดช่วงเจ็ดวันมานี้ ข้าไปหาเขาที่ห้องทำงานก็ไม่พบ ไปรอที่เรือนใหญ่ก็ไม่พบ  อีกทั้งยังได้ยินข่าวลือจากบ่าวพูดกันหนาหูว่าเซี่ยจินเซินโปรดปรานหยางซิงหลิงขนาดกลับมาจากวังหลวง หรอค่ายทหารก็จะแวะไปนอนที่เรือนนางทันที หากเป็นเช่นนี้ต่อให้ข้าบอกความจริงไปก็เท่านั้นมันจะมีค่าอะไร ความรักที่มีให้ต่อกันละลายหายไปพร้อมกับสตรีนางอื่น และลูกในท้องของนาง ลูกที่เกิดจากสตรีที่ดี ไม่ใช่ลูกที่เกิดข้าที่มีเลือดของนางโลมในหอ

 

 

          วันนี้ตอนเย็นข้าตั้งใจเขียนจดหมายหนึ่งฉบับเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับเซี่ยจินเซินลงในกระดาษแผ่นนี้  อย่างๆน้อยข้าควรจะรับผิดชอบต่อความผิดตนเองด้วยเช่นกัน ถึงแม้จะไม่ได้มีโอกาสกล่าวต่อหน้า แต่หวังว่าจดหมายนี้จะเป็นตัวแทนเล่าเรื่องราวความผิดทั้งหมด เมื่อเขียนเสร็จแล้วก็สั่งให้ซุนลี่นำไปวางให้เขาบนโต๊ะทำงาน  

 

           มันเป็นเจ็ดวันที่ข้ารับรู้เรื่องราวมามากเหลือเกิน หนึ่งเขาไม่มาหาข้าที่เรือนสักวันเดียว สองเขาหนีหน้าข้า สามเขาไปพักที่เรือนคุณหนูสี่ สี่หัวใจของข้าเจ็บปวดเหลือเกิน ห้าข้ารักเขาอย่างสุดหัวใจ หกเขาคงไม่เคยรักข้าเลยกระมังถึงได้หายหน้าไร้ซึ่งคำกล่าวใดใด  ยามนี้ข้ากำลังนั่งมองพระจันทร์เต็มดวงที่ส่องแสงสว่างไสว แล้วปล่อยน้ำตาที่อดทนเก็บเอาไว้ตลอดหลายวันออกมา ตลอดหลานวันนี้ข้าพยายามมองไปในแง่ดีก็เพื่อลูกที่อยู่ในท้อง แต่ยามนี้มันยากจะคิดไปในแง่ดีได้แล้ว  ไม่รู้ว่าตนเองผิดอะไรที่เกิดมาเป็นลูกนางโลมเกิดมาเป็นคนต่ำต้อยเกิดมามีพี่น้องในตระกูลรังเกียจ ไฉนชีวิตคนเราถึงได้รันทดถึงเพียงนี้

 

        ข้าทำทุกอย่างให้กับเซี่ยจินเซิน มอบหัวใจ เพียรพยายามเรียนรู้พัฒนาตัวเอง ปรนนิบัติเขา และแม่สามีอย่างดีมาตลอด  ความผิดเดียวที่ยอมรับคือการที่ข้าโกหกเขา  แต่มันถือเป็นความผิดที่ใหญ่หลวงมากเลยรึ!   ที่คนอย่างข้าจะหวงแหนความสุข เพราะช่วงชีวิตนี้ที่เกิดมาพึ่งจะเคยสัมผัสคำว่าครอบครัว ความอบอุ่นที่เขามอบให้ หากบอกความจริงไป กลัวว่าเขาจะรังเกียจแล้วความสุขที่เคยได้รับจะหายไปด้วย และมันก็เป็นอย่างที่ข้าคิดเอาไว้ความสุขในช่วงสองปีที่ผ่านมาได้หายไปแล้ว  ข้ายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆ ยังไงเสียวันนี้ก็ตัดสินใจบอกความจริงกับเขาไปหมดแล้วอยู่ที่ว่าเซี่ยจินเซินจะเปิดอ่านจดหมายหรือไม่

 

จินเซินท่านจะดีใจหรือไม่ ที่ข้ากำลังตั้งท้องลูกของท่าน ข้ากลัวจนไม่กล้าบอกเรื่องน่ายินดีนี้ออกไป กลัวว่าท่านจะไม่ยินดีที่ลูกเกิดมา

 

         ตึง   ตึง  !  พลั่ก!   เสียงฝีเท้าหนักวิ่งเข้ามาใกล้พร้อมกับเสียงผลักประตูเข้ามาอย่างแรง เป็นซุนลี่ที่ผลักประตูวิ่งเข้ามาในห้องผมเผ้ากระเซอะกระเซิง  

 

คุณหนูแย่แล้วเจ้าค่ะ! ด้านนอกจวนมีทหารและโจรที่ทางการจับหลุดออกมา พวกเขาสู้กันเต็มไปหมดเลยเจ้าค่ะ อีกทั้งนายท่านกำลังเตรียมรถม้า และผู้คุมกันให้คุณหนูสี่กับฮูหยินเซี่ยหนีออกจากจวน พวกเราต้องรีบออกไปเร็วเจ้าค่ะ ไม่เช่นนั้นพวกเราสองนายบ่าวต้องถูกทิ้งไว้ในจวนเป็นแน่  ซุนลี่กล่าวอย่างตื่นตระหนก  

 

        พอได้ยินเช่นนั้นข้าก็รีบวิ่งออกไปพร้อมกับนางตรงดิ่งไปด้านหน้าเรือนใหญ่ทันที พลันก็เห็นเซี่ยจินเซินกำลังอุ้มคุณหนูสี่เข้าไปในรถม้าคันเล็ก  จินเซิน !ข้าตะโกนแล้ววิ่งเข้าไปหาเขา ท่านจะทิ้งข้าไว้ที่จวนหรือข้ากล่าวออกไปพร้อมน้ำตาไหลอาบแก้ม

 

         เซี่ยจินเซินที่อุ้มหยางซิงหลิงเข้าไปว่างในรถม้า ก็ถอยหลังหันกลับมากล่าวกับภรรยารักตนเองเสียงอ่อน  ข้าไม่ได้จะทิ้งเจ้า แต่ไม่อาจคุ้มกันได้หมด

 

เหตุใดท่านถึงให้ซิงหลิงขึ้นไปได้ ส่วนตัวข้าท่านกลับทิ้งไว้ที่จวนข้ากล่าวออกไปทั้งที่ริมฝีปากสั่นระริกไม่หยุด ส่วนน้ำก็หลั่งออกมาราวกับน้ำฝน

 

เจ้าก็รู้ว่านางตั้งครรภ์ เจ้ารีบกลับไปรอข้าที่เรือน แล้วจะรีบควบม้ากลับมารับเซี่ยจินเซินกล่าวอธิบายนางออกไปเพราะการเลือกรถม้าที่คันใหญ่จะดึงดูดให้พวกกบฏและโจรเถื่อนเข้าหา อีกทั้งกบฏกลางเมืองหลวงครานี้เขามั่นใจว่าต้องใช่เวลาถึงเจ็ดวัน แต่เหตุใดข่าวสารที่รับมาถึงคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นกะทันหันเช่นนี้ ทหารในมือก็เหลืออยู่เพียงน้อยนิด เขาที่เป็นรองแม่ทัพก็ต้อส่งทหารไปปกป้องชาวบ้านชาวเมืองด้วยเช่นกัน

 

เซี่ยจินเซินข้าตั้งท้องลูกของท่านได้ยินหรือไม่ ว่าข้ามีลูกกับท่านแล้ว ท่านจะทิ้งข้ากับลูกไว้ที่นี่อีกรึ!ข้าตวาดเสียงดังลั่นใส่หน้าเซี่ยจินเซิน มือทั้งสองไขว่คว้าดึงตัวเขาเข้ามากอด

 

เวลาเช่นนี้เจ้ายังจะมาโกหกอีกรึ! กลับไปรอที่เรือนสะเซี่ยจินเซินที่ถูกนางโกหกมานานสองปีกว่า ต่อให้เขารักมาขนาดไหนก็ไม่อาจจะเชื่อในสิ่งที่นางกล่าวออกมาได้ทั้งหมด พลางแกะมือของนางที่กอดเขาเอาไว้ขึ้นมากุมเอาไว้แน่นจ้องมองด้วยสายตาจริงจัง ว่ายามนี้เขาไม่อาจรับคำโกหกจากนางไดอีก

 

อาเซินรีบปล่อยเร็วเข้าๆ  ประเดี๋ยวหลานแม่จะอันตรายเอาได้  เสียงของฮูหยินเซี่ยงดังออกมาจากรถม้า  ข้าที่ได้ยินก็แย้มยิ้มมุมปากทั้งสองข้างขึ้นยิ้มพร้อมกับน้ำตา และยังไม่ยอมปล่อยมือจากเขา หากข้าปล่อยมือไป แล้….แล้ว ลูกของข้าจะปลอดภัยได้อย่างไร

 

ฟังข้า กลับไปรอที่เรือนและห้ามออกไปไหน ข้าให้ทหารไปคุ้มกันเรือนเจ้าแล้วเซี่ยจินเซินกัดฟันกล่าวเสียงเข้มก้มหน้าลงแกะมือภรรยารักตนเองออกช้าๆ  เพราะการที่นำสตรีไปด้วยสามคนนั่นย่อมลำบากในการคุ้มกัน อีกทั้งภรรยาของเขานั้นรูปโฉมงดงามสามารถเรียกให้พวกกระหายเข้ามารุมทึ้งได้ง่าย

 

  จินเซิน จินเซิน  อย่าปล่อยมือข้าไป  อย่าทิ้งข้า ได้โปรด ได้โปรด  ข้าทรุดกายลงไปนั่งกับพื้นกอดขาของเขาเอาไว้แน่น พลางร้ำไห้สะอื้นปานจะขาดใจไปด้วย

 

รอข้า เซี่ยจินเซินกล่าวขึ้นเสียงเบา แล้วหันไปสั่งการทหารที่เหลืออันน้อยนิดของตนเอง ดูแลฮูหยินให้ดี พลันกล่าวจบก็ก้มลงมาแกะมือนางตรงข้าออกไป พร้อมกับดันนางออกไปด้านหลังเล็กน้อย

         ข้าล้มลงนั่งกับพื้นเพราะแรงผลักของเขาจึงได้ตะเกียดตะกายยกแขนขึ้นคว้าอากาศหวังเพียงว่าจะคว้าชายอาภรณ์ของเขาได้ก็ยังดี แต่แล้วทุกอย่างก็พลันจบสิ้นลงไป ยามนี้เขากำลังควบม้าถือดาบออกไปพร้อมกับทหารห้านาย ส่วนบ่าวใช้นายเรือนต่างวิ่งหนีอลหม่านเอาชีวิตรอด ภาพตรงหน้ายามนี้บีบรัดความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้แน่นอก นั่งมองแผ่นหลังของเขาค่อยๆเล็กลงและหายลับไปพร้อมความมืด  ข้าหลั่งน้ำตาออกมาไหลหยดลงพื้นดิน สูดลายใจเข้าตั้งสติ หากมามัวนั่วเสียใจก็เกิดอะไร  ยามนี้ข้าต้องมีคนที่ต้องปกป้องอยู่อีกหนึ่งคือลูก สองซุนลี่ จะไม่มีทางให้คนที่สำคัญที่สุดในชีวิตเป็นอะไรไป

 

           พอตั้งสติได้ก็ลุกขึ้นจากพื้นโดยมีซุนลี่ค่อยพยุงอยู่ด้านข้าง จากนั้นพวกเราทั้งสองก็พากันเดินกลับมาที่เรือน  ด้านหน้าเรือนมีทหารที่ยืนคุ้มกันมีเพียงแค่สิบนายเท่านั้น เซี่ยจินเซินท่านทำเช่นนี้กับข้าได้เช่นไรกัน ทิ้งทหารคุ้มกันแค่สิบคนรึ!  กับเมืองหลวงที่ไม่ต่างกับสงคราม และโจรโฉดนับร้อยๆ คน  ความเสียใจของข้าแปรเปลี่ยนเป็นความคับแค้นใจ น้ำตาที่เคยไหล ตอนนี้กลับแห้งเหือด 

 

            ข้านั่งสงบสติอารมณ์หลบอยู่ในห้องนอนอยู่ครึ่งยาม    เคร้ง ! เคร้ง ! เคร้ง !  คุ้มกันเรือนฮูหยินเอาไว้  พลันก็ได้ยินตะโกนพร้อมกับเสียงดาบปะทะอยู่นานหนึ่งเค่อจากนั้นเสียงทั้งหมดก็เงียบลง  จากนั้นไม่นานก็มีเสียงคนคุยกันโหวกเหวกด้านหน้าของเรือน นั่นหมายความว่าทหารเซี่ยจินเซินทิ้งไว้ให้ได้ถูกคงตายหมดไปเสียแล้ว  เรือนฮูหยิน ต้องเป็นฮูหยินของขุนนางเป็นแน่ไม่มีเงินทอง ก็ต้องมีสตรีให้พวกเรา 

 

คุณหนูเจ้าคะ พวกเราจะทำอย่างไรกันดีเสียงสั่นเครือของซุนลี่ดังอยู่ด้านข้างเบาๆ  นั้นสิพวกเราควรจะทำอย่างไรต่อกันดี ข้าก็แค่สตรีท้องคนหนึ่งจะปกป้องลูก กับซุนลี่ได้อย่างไร

 

      ข้าหลับตาลงครุ่นคิดหากวิ่งไปด้านหลังเรือนข้าจะมีเรือนพักบ่าวใช้อยู่ พลันพอคิดแผนการออกแล้วก็รีบกล่าวบอกซุนลี่ออกไป เจ้าช่วยนำข้าวิ่งไปทางเรือนบ่าวผู้ชายที! พลันกล่าวจบพวกเราก็วิ่งไปที่เรือนบ่าวที่อยู่ด้านหลัง ข้ามองซ้ายมองขวา ให้แน่ใจว่าไม่มีผู้ใดอยู่ จึงวิ่งเข้าไปในเรือนที่ร้างผู้คน  การที่เลือกมาเรือนบ่าวผู้ชายก็เพราะว่าส่วนมากพวกมันจะเลือกเรือนใหญ่ หรือไม่ก็เข้าหาสตรีตามที่พวกมันกล่าวออกมา ตัวเลือกที่ดีที่สุดนั้นคือเรือนบ่าวผู้ชาย ไร้ของมีค่าไร้สตรี ย่อมต้องปลอดภัยขึ้นมาส่วนหนึ่ง

 

ไปเอาชุดบ่าวผู้ชายมาเร็วเข้า พวกเราต้องปลอมตัวข้าหันไปกล่าวสั่งซุนลี่ พร้อมกับกวาดสายตามองหาของที่น่าจะเอาป้องกัยภัยตนเองไปด้วย  ผ่านไปเพียงครู่เดียวซุนลี่ก็หอบเสื้อผ้าอาภรณ์เข้ามาข้ากับนางผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่ และมัดผมรวบขึ้นหมดด้วยแถบผ้าธรรมดา เมื่อแต่งกายเสร็จเรียบร้อยแล้วสายตาก็เหลือบไปมองเห็นถ่านสีดำวางกองอยู่ข้างเตาผิงดินขนาดเล็ก สตรีสองคนรูปร่างบางหากจะถืออาวุธสู้มีแต่เสียเปรียบ เช่นนั้นก็ต้องหลีกเลี่ยงโดยการพลางกายจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด

 

ขูดถ่านกับพื้นให้มีผงสีดำให้มากที่สุด ข้าสั่งซุนลี่ออกเสียงเบา

 

เจ้าค่ะ ซุนลี่รีบรับคำ แล้วจัดการทำตามที่รับคำสั่งมากทันที


       ข้ามองผงสีดำที่มากพอเพียงพอสำหรับคนทั้งสองแล้ว ก็หยิบปิ่นปักผมที่ครั้งหนึ่งเซี่ยจินเซินเป็นคนซื้อให้ขึ้นมาทิ่มลงไปที่มือของตนเอง  จากนั้นก็กัดฟัดแน่นด้วยความความเจ็บ แล้วบีบเค้นเลือดให้ไหลออกมาหยดใส่ผงถ่านที่เตรียมเอาไว้

 

 คุณหนูจะทำอะไรเจ้าคะ!?” ซุนลี่กล่าวขึ้นด้วยอย่างตกใจ ฉวยมือของข้าไปกุมเอาไว้

 

เงียบๆ เสีย ข้ากำลังจะช่วยเจ้ากับข้าให้รอดข้ากล่าวดุนางดึงมือกลับมากำไว้แน่น แล้วปล่อยให้เลือดไหลหยดลงบนผงถ่านให้มีจำนวนมากพอที่จะใช้ จากนั้นจึงทำการละเลงผสมเข้าไปด้วยกันจนเป็นสีแดงดำที่เข้มข้น

 

หันหน้ามาข้าสั่งให้ซุนลี่หันหน้ามามอง จากนั้นก็เอามือที่เปื้อนเลือดลูบไปที่หน้าของนาง แล้วปาดไปที่คอ

 

บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ เหตุใดคุณหนูถึงไม่ให้บ่าวเป็นคนทำเอง ดูมือของท่านสิเจ้าคะซุนลี่กล่าวพร้อมกับดวงตาแดงก่ำ จ้องมองลงไปที่มือของข้า

 

อย่าร้องไห้นะ! ประเดี๋ยวจะล้างคราบเลือดหมด เจ้าเองก็รีบเอาเลือดมาลูบหน้าข้า และอย่าลืมลูบที่คอด้วยข้ารีบกล่าวห้าม ก่อนซุนลี่จะร้องไห้ออกมา  

 

        การที่นำถ่าน และเลือดผสมกันจะมีสีที่เข้มขึ้น เพียงพอที่จะเกาะอยู่บนใบหน้าได้นาน ยิ่งเลือดสีแดงสดผสมกับสีดำยิ่งทำให้ดูน่ากลัวมากขึ้นไปอีก  เมื่อจัดการพรางตัวเสร็จเรียบร้อยพวกเราทั้งสองก็เดินย่องๆ ออกจากเรือนไปทางประตูหลังสุดของจวน ในความโชคร้ายยังมีโชคดีอยู่บ้างที่พวกเราทั้งคู่ไม่พบผู้คนเลย   ข้าเปิดประตูออกไปชะเง้อหน้ามองสำรวจด้านนอกว่ามีผู้คนอยู่หรือไม่ เมื่อแน่ใจแล้วจึงก้าวเท้าเดินออกไป  ตลอดทางมีศพชาวบ้าน ทหารนอนตายเกลื่อนไปหมด โชคดีนักที่คืนนี้เป็นกลางคืนเดือนดับทำให้มืดกว่าปกติ สภาพศพที่เห็นไม่สยดสยองมากนัก ซุนลี่เดินตัวสั่นหงกๆ อยู่ด้านข้างข้า ส่วนตัวข้าต้องกัดฟันฝืนความรู้สึกกลัวเอาไว้ ในท้องยังมีอีกหนึ่งชีวิตที่จะต้องปกป้อง

 

      ยามที่พวกเราเดินผ่านศพมีเลือดไหลออกมาเจิงนองที่พื้น ก็จะเอามาลูบตามเสื้อผ้าของพวกเราทั้งคู่  ยามเจอผู้คนพวกเราก็จะล้มลงไปนอนกับพื้นเพื่อแกล้งว่าได้ตายไปแล้ว  จากนั้นก็กลั้นลมหายใจเอาไว้ หากไม่ไว้ก็แอบหายใจเข้าออกเบาๆ  มันเป็นวิธีที่สิ้นคิดแต่มันกับได้ผลจริงๆ ทำให้รอดจากโจร และพวกทหารกบฏมาได้อย่างปลอดภัย

 

       พวกเราทั้งคู่เดินลัดเลาะมาตามเส้นทางเล็กๆ มาได้หนึ่งชั่วยามแทบไม่ได้หยุดเดิน  ตัวข้าเองเริ่มปวดหน่วงๆ ที่ท้องอยากที่ก้าวเท้าเดินต่อไปได่อีก   


คุณหนูไหวหรือไม่เจ้าคะ พวกเรานั่งพักกันก่อนเถิดซุนลี่เข้ามาพยุงเเขนของข้าให้ลงไปนั่งกับพื้น

 

    ข้ากัดริมฝีปากเพื่อข่มอาการปวดท้องที่เริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ พลางครุ่นคิดยุ่งเหยิงไปหมดในหัว หากออกจากเมืองหลวงตอนนี้ทางประตูเมืองจะไม่ปลอดภัยเอาได้ที่ตรงนั้นจะเป็นแหล่งรวมผู้คน ผู้คนพวกนั้นก็ไม่อาจคาดเดาเป็นคนดีหรือไม่ ดังนั้นข้าไม่อาจเสี่ยงพาตนเอง และซุนลี่ไปได้

 

คุณหนู! ท่านตกเลือดเจ้าค่ะ ซุนลี่ที่ยกมือนวดไปขาของคุณหนูอยู่นั้น พลันก็เห็นเลือดไหลออกมาจากอาภรณ์ของซีเย่

 

เสียงของซุนลี่ดึงข้าออกจากความคิด ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นมาถึงท้อง ลูกของข้าเหตุใดร่างกายถึงอ่อนแอเช่นนี้ ยามนี้จะไปหาหมอที่ใดได้  จากนั้นซุนลี่ก็รีบเข้าพยุงตัวข้าขึ้น จนสัมผัสได้ถึงมือที่สั่นเทาของนางที่ประคองอยู่ด้านหลัง

 

พวกเราจะลองไปหาหมอจงที่บ้านดูก่อน หากโชคดีหมอจงยังอยู่เขาจะได้รักษาคุณหนูได้ทันเจ้าค่ะซุนลี่กล่าวออกมาเสียเบา ด้วยความกลัวจับใจ

 

      ข้าทำได้เพียงพยักหน้ารับนาง เพราะปวดท้องจนไม่สามารถปริปากกล่าวอะไรออกไปได้   ยามนี้ข้าขาชาหายใจหอบเดินไปตามเส้นทางแคบๆ ไม่รู้ว่าเดินมานานเท่าไรแล้ว และก็ได้หยุดลงหน้าบ้านไม้หลังไม่เล็กไม่ใหญ่ตั้งอยู่ในซอกแคบๆนี้ที่ดูคุ้นตา จากนั้นซุนลี่ก็ปล่อยข้านั่งลงกับพื้นช้าๆ แล้วตัวนางก็รีบรุดเข้าไปเคาะประตูไม้ทันที

 

หมอจง ! หมอจงท่านอยู่หรือไม่ ! ข้าซุนลี่เองเจ้าค่ะเสียงนางตะโกนเรียกเบาๆ อยู่พักหนึ่ง  พลันก็มีคนเปิดประตูออกมาเป็นชายชราท่าทางใจดีที่ข้าคุ้นเคย

 

ซุนลี่เจ้าออกมาข้างนอกได้อย่างไรกัน มันอันตรายเจ้ารู้หรือไม่!จ้าวจงเอ่ยดุซุนลี่เสียงเข้ม

 

อย่าพึ่งดุข้าเลยเจ้าค่ะ ท่านมาช่วยข้าพยุงฮูหยินน้อยเข้าไปด้านในก่อน นางกำลังตกเลือดซุนลี่กล่าวอย่างละล่ำละลักพลางจูงมือหมอจงมาหาคุณหนูของนางที่นั่งหมดแรงอยู่ข้างรั้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.15K ครั้ง

31 ความคิดเห็น

  1. #5496 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 21:28
    ไหนบอกจะหนีไง ทำไมยังไม่หนี
    #5496
    0
  2. #5495 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 21:23
    สันชาตยาน=สัญชาตญาณ
    #5495
    0
  3. #3811 namsai557 (@namsai557) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 11:11
    ปกติ และเหมือนจะมีความยับยั้งชั่งใจอยู่มาก
    #3811
    0
  4. #2795 Sudrarat (@Sudrarat) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 01:59

    ทำไมลำใยนางเอกหงุดหงิดดีแท้

    #2795
    0
  5. #2457 saro116 (@saro116) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 23:20
    อิมารรร มันช่างมารจริงๆ
    #2457
    0
  6. #2389 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 18:37
    เฮ้ออออออออสงสารเน่อ
    #2389
    0
  7. #2156 [F.S]Fang_041 (@octobersena2706) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 09:17
    สงสารนางงงง
    #2156
    0
  8. #2106 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 17:29
    ปวดใจแทนนางเอก
    #2106
    0
  9. #2066 candaly- bog bog (@malee-shenamathe) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 01:00

    โอ้ยยอ่านแล้วปวดใจไปหมด

    #2066
    0
  10. #2034 HufsohYusoh (@HufsohYusoh) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 22:39
    เป็นเรื่องที่อ่านแล้วเครียดมากกกกกกกกกกกกกกก😂
    #2034
    0
  11. #1997 แมวไม่เล็ก (@THEDEEM) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 19:18
    ทางไรท์แปะ timeline เรื่องไว้แล้วสำหรับคนที่อ่านไปแค่เริ่มต้น จะได้รู้ถึงจุดไหนของเนื้อเรื่อง
    #1997
    0
  12. #1994 moonbless (@moonbless) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 19:04
    แค่อ่านมาไม่กี่ตอนนี่มันก็หน่วงใจจะแย่ละ จะอ่านต่อมั้บเนี่ย
    #1994
    1
    • #1994-1 แมวไม่เล็ก (@THEDEEM) (จากตอนที่ 7)
      2 พฤศจิกายน 2561 / 19:17

      มีแจ้ง timeline เรื่องลองไปอ่านประกอบการพิจารณาเนื้อเรื่องได้ครับ ว่าตอนถึงจุดไหนของเรื่องแล้ว
      #1994-1
  13. #1873 Paixiofeng (@Cossettelan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 01:17
    อ่านมาทุกตอนผัวหลงแต่เมียน้อย กลับไปอ่านตอนล่าสุดมันบอกไม่ได้รักไม่ได้สนใจเมียน้อย นางเอกก็ซื่อเชื่อไปอีก ยังไม่เข็ดสินะแม่คนหัวอ่อน ผัวบ่รักเจ้าไม่รู้ตัวอีก
    #1873
    0
  14. #1849 LavaCreamcheeses (@LavaCreamcheeses) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 23:56
    เป็นนิยายที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกน่ารำคาญมากกกกกกกกกกกกกกกก
    #1849
    1
    • #1849-1 แมวไม่เล็ก (@THEDEEM) (จากตอนที่ 7)
      2 พฤศจิกายน 2561 / 00:20
      อ่านถึงตอนที่ 7 เองงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
      #1849-1
  15. #1687 monmanon (@monmanon) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 21:33

    อึดอัดแทน

    #1687
    0
  16. #1128 FerinFern (@FerinFern) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 11:05
    คือผ่านมาอ่านอ่า อยากถามไรท์

    ถามแบบไม่ได้กวนหรือจะติวิจารณ์ไรนะ

    คือหลักๆมันจะดราม่าไปเรื่อยป่าวอ่า
    อยากรู้อ่า อันนี้คือถามเพราะอยากรู้จริงๆ

    ถ้ามันม่ามากไป จิตใจรี๊ดแอบรับไม่ไหวนิสนึง

    เราก็เคยอ่านนิยายที่นักเขียนตั้งใจให้ตัวเอกปกปิดความลับตัวเองไปเรื่อยๆอ่า

    มันก็จะ อึดอัดๆแน่นอกไปเรื่อยๆ

    อันนี้แสดงความคิดเห็นละ

    เราเข้าใจที่ไรท์บอกนะ เข้าใจความตั้งใจของไรท์ บรรยายในมุมนางเอกอายุน้อย หัวอ่อน ทั้งชีวิตมีแต่ยอมคน

    แต่เราอยากให้ไรท์ บรรยายจากมุมตัวละครอื่นบ้างอ่า

    มันจะได้ช่วยผ่อนความอึดอัดลง

    เทคนิคนี้ช่วยได้นะ

    มันจะทำให้ความรู้สึกตอนอ่านมันไม่หนัก ไม่หน่วงจนเกินไป
    แล้วก็ แนะนำนะ ในฐานะนักอ่านนะ

    ไม่ได้จะมาด่าว่าอะไร

    เราแค่รู้สึกว่ามันทิ้งช่วงให้หน่วงมากเกินไปอ่า

    ก็เลยมีแต่คนว่านางเอกแหละมั้ง
    #1128
    3
    • #1128-1 แมวไม่เล็ก (@THEDEEM) (จากตอนที่ 7)
      25 ตุลาคม 2561 / 11:11
      ไม่เครียด ไม่หน่วง. อันนี้ช่วงต้นเรื่อง เรียกว่าเปิดเรื่องละมั้ง อ่านสบายๆครับ
      #1128-1
    • #1128-3 แมวไม่เล็ก (@THEDEEM) (จากตอนที่ 7)
      25 ตุลาคม 2561 / 11:43
      ใช่ค่ะ
      #1128-3
  17. #934 One-wan53150 (@One-wan53150) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 19:04
    รำคาญมาก อ่านแล้วนี่คือวิถีของคนขี้ขลาดชัดๆ ถามจริงเรื่องนี้แต่งมาเป็นแบบไหน
    #934
    1
    • #934-1 Aorn (จากตอนที่ 7)
      23 ตุลาคม 2561 / 20:59
      หากไม่ชอบก็อย่าเปิดอ่านเลยค่ะ คนที่ชอบและต้องการยังมีค่ะ
      #934-1
  18. #726 Kobato24 (@kobato24) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 16:16

    *รำคาญ

    #726
    0
  19. #627 byunnie (@gamsai89) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 23:50
    ไม่งั้น ควรเปลี่ยนเป็น ไม่เช่นนั้น จะดีกว่านะคะ
    #627
    0
  20. #487 nene ge (@nenege) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 14:24
    นางโลกสวยมากกกกกกปะหนึ่งวิ่งอยู่ในทุ่งดอกลาเวนเดอร์
    #487
    0
  21. #479 KinnyMelody (@KinnyMelody) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 13:34
    ถ้านางฉลาดจะเป็นอะไรที่อยากเฮมาก =•= คือรำคาญนิสัยโง่ๆของนางอ่ะ
    #479
    0
  22. #407 silensehun (@silensehun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 02:11
    นางเอกโง่ก็คือโง่ค่ะ....
    #407
    0
  23. #367 zerover (@pook_zero) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 15:38
    อยากให้นางเอกฉลาดทันคนสู้คน..
    #367
    0
  24. #351 yuyuyingying (@yuyuyingying) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 00:45
    สงสารนาง
    #351
    0
  25. วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 14:28
    โง่ค่ะ
    #286
    0