◌ หนิงเฟิ่ง ◌ เทพเซียน สนพ.Dbooks

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,381,412 Views

  • 7,529 Comments

  • 8,772 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,613

    Overall
    1,381,412

ตอนที่ 16 : บทการเดินทาง : เล่ม 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41708
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2785 ครั้ง
    12 มี.ค. 62

     เจ็ดวันก่อนออกเดินทาง

      ตลอดยามข้าอ่านจดบันทึกทางทหาร และแผนที่แถบชายแดนตอนใต้จนขึ้นใจ รวมทั้งพืชพื้นเมืองที่สำคัญในแถบนั้น  และสิ่งสำคัญที่สุด คือ หนึ่งนิสัยใจคอของคนในพื้นที่ สองกฎของพื้นที่สิ่งใดทำได้ สิ่งใดทำไม่ได้ สามสภาพแวดล้อม สี่วิถีการดำเนินชีวิตของพวกเขา ทั้งหมดเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเรียนรู้ก่อนจะไปอยู่ที่ใดก็ตามตามที่ท่านพ่อสอนย้ำข้าเอาไว้เป็นประจำ ว่าพวกเราเป็นผู้ไปเยือนต้องเรียนรู้และเข้าใจเจ้าของบ้านให้ดี

 

        ตอนนี้ข้านั่งรอพี่จื่อถงอยู่ในห้องทำงานที่เรือนบัญชาการฝ่ายซ้าย คาดว่าอีกไม่นานพวกเขาคงใกล้จะประชุมกันเสร็จแล้ว ผ่านไปพักใหญ่เสียงประตูก็ดังขึ้น พี่จื่อถงเปิดประตูเข้ามา เดินมานั่งบนเก้าอี้ด้วยใบหน้าเคร่งครึมเล็กน้อยแล้วเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบาๆ แล้วกล่าวขึ้น

 

ออกไปครานี้เป็นความลับทางการทหารไปแบบเอิกเกริกใหญ่โตไม่ได้จุดหมายคือเมืองอู๋ พวกเราจะแบ่งออกเป็นสองขบวนเช่นเดิม ขบวนแรกเป็นของแม่ทัพซ่งเป็นขบวนพ่อค้าผ้าเขาจะไปดูลาดเลาก่อน ดังนั้นขบวนแรกจะออกเดินทางก่อนสามวันพวกเราถึงจะออกเดินทางได้  ข้าจะไปในฐานะพ่อค้าหวาง ส่วนเจ้าเป็นฮูหยินหวังของข้า เราจะทำการค้าข้าวและอาหารแห้งบังหน้า ครานี้เจ้าจะต้องลำบากหน่อยเพราะไม่สามารถเอาสาวใช้ไปได้จ้าวจื่อถงกล่าวอธิบายให้นางฟัง

 

ไม่เป็นไรเจ้าค่ะข้าตอบเสียงหนักแน่น

 

        ตลอดเจ็ดวันข้าเตรียมซื้อเสื้อผ้าอาภรณ์ชาวบ้านธรรมดามาสิบชุด และจัดหาของใช้ที่จำเป็นไม่ให้ขาด สิ่งที่ไม่ลืมเอาไปด้วยก็คืออาวุธที่เหมาะมือ และข้าอาวุธที่เหมาะมือของข้านั้นคือทวน

 

คุณหนูของบ่าวจะไม่ลำบากหรือเจ้าคะ ให้บ่าวตามไปดูแลด้วยเถิดซุนลี่กล่าวด้วยใบหน้ากังวลน้ำตาไหลลงอาบแก้ม จับมือคุณหนูของนางขึ้นมาแนบหน้า

 

ได้ที่ไหนกัน ลำบากกว่านี้พวกเราก็เคยเจอมาแล้ว เจ้าอยู่ที่นี่ก็ตั้งใจศึกษาเป็นหมอเต็มตัว และดูแลยี่หวี่ กับเอ้อร์เฟยแทนข้าด้วย หากเกิดอะไรขึ้นเจ้าจงรีบเขียนจดหมายส่งไปให้ข้ารู้หรือไม่ข้ากล่าวออกไป พลางลูบหลังของนางเป็นการปลอบใจไปด้วย

 

       วันพรุ่งยามเหมาข้าต้องออกเดินทางแต่เช้า วันนี้ตลอดทั้งวันข้าอยู่เล่นกับเจ้าเด็กดื้อทั้งสองที่เรือนใหญ่กับท่านพ่อ พอตกดึกก็เอาลูกเข้าไปนอนกอดด้วย ทั้งกอดทั้งหอมเหมือนกับทุกๆคืน แต่คืนนี้ก็จะมากหน่อยเพราะต้องเดินทางไกลในวันพรุ่งต้องข้าจะต้องคิดถึงพวกเขามากแน่ๆ ไม่รู้ว่าจะเป็นการปล่อยปะละเลยหน้าที่แม่หรือไม่ ตัวข้าเองก็ยังมีอีกหนึ่งหน้าที่นั้นคือการแทนคุณในเมื่อได้รับความช่วยเหลือมากมายมาจากท่านพ่อ และพี่จื่อถง ข้าเองต้องทำตัวให้มีประโยชน์กับพวกเขาด้วยเช่นกัน 

 

 

        เช้าวันรุ่งขึ้นข้าตื่นขึ้นมาหอมแก้มลูกชายทั้งสองจนพวกเขารู้สึกตัวขึ้นมา แล้วร้องกินนมข้าจึงนอนป้อนนมลูกต่ออยู่อีกครึ่งชั่วยามจนพวกเขาหลับไป จากนั้นจึงผละตัวออกไปเรียกแม่นมเข้ามารับยี่หวี่ กับเอ้อร์เฟยกลับห้องไปนอนที่ห้องพวกเขาต่อ  ส่วนตัวข้าก็ไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเป็นชุดผ้าฝ้ายสีเปลือกไข่ธรรมดา แล้วม้วนผมด้วยปิ่นหยกสีเขียวที่ซุนลี่เป็นคนทำผมให้ พอแต่งกายเสร็จเรียบร้อยก็ถึงคราต้องออกจากเรือนไปล่ำลาท่านพ่อหน้าจวน

 

ดูแลตัวเองดีๆ ละซีเย่ เจ้าถงก็ดูแลน้องด้วย และไม่ต้องห่วงทางนี้พอจะดูแลหลานอย่างดีจ้าวจงกล่าวขึ้นพลางยกมือลูบหัวบุตรสาวไปด้วย

 

รู้แล้วน่าตาแก่จ้าวจื่อถงกล่าวรับคำออกไปด้วยสีหน้าจริงจัง

 

เจ้าค่ะ ท่านพ่อก็ดูแลสุขภาพด้วยข้ากล่าวลาด้วยความเป็นห่วง จากนั้นก็ขึ้นม้าออกจากจวนมาพร้อมพี่จื่อถง

 

       ยามนี้ข้านั่งอยู่บนม้าตัวเดียวมากับพี่จื่อมองเห็นขบวนพ่อค้าตั้งขบวนอยู่หน้าประตูเมืองหลวง เหล่าทหารแต่งกายเป็นชาวบ้านธรรมดา ภายในเกวียนจะมีอาวุธเสื้อเกาะ คละอยู่ในนั้นด้วย จากนั้นก็วางทับด้วยกระสอบข้าวสารตามด้วยหญ้าแฝกสานเป็นเสื่อวางทับอีกสามชั้นเพื่อกันลมกันฝน

 

ภรรยาข้าไปนั่งในรถม้าเถิด ส่วนข้าจะขี่ม้านำอยู่ด้านหน้าจ้าวจื่อถงเรียกซีเย่ว่าภรรยา กล่าวด้วยน้ำเสียงทะเล้นขี้เล่นออกไป

 

       มุมปากของข้ากระตุกขึ้นเล็กน้อย  ขนทั่วกายก็ลุกขึ้นชูชันขึ้นมาทันที คำกล่าวชวนกระอักกระอ่วนนั่นคืออะไรกัน พลันพอคิดออกว่าตนเองนั้นคือฮูหยินหวังของพ่อค้าหวาง จึงได้กล่าวตอบเขาไป ได้สามี

 

       ข้าเดินไปที่รถม้าขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เกิดไป ดูๆ แล้วน่าจะนอนได้สามคน ภายในรถม้ามีหีบอยู่สามหีบเป็นข้าวของเครื่องใช้เสื้อผ้าของข้า กับพี่จื่อถง  พอเมื่อขบวนเริ่มเคลื่อนตัวออกเดินทางตัวข้าจึงเปิดหนังสืออ่านฆ่าเวลา เวลาผ่านไปได้ประมาณหนึ่งชั่วยาม พลันก็มีเสียงขยับดังขึ้นมาจากภายใน ข้าพยายามเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจก็ได้ยินเสียงลมหายใจกระหืดกระหอบดังออกจากด้านใน ฮึ ครานี้สงสัยจะมีผู้ใดแอบตามมาด้วยเสียแล้ว

 

แอม ! อยากให้ข้าช่วยเปิดหีบให้หรือไม่?” ข้ากระแอมเสียงแล้วกล่าวขึ้น

 

พี่เย่! พี่เย่ช่วยข้าด้วย ข้าหายใจไม่ออกเจ้าค่ะ!เสียงลุกลี้ลุกลนของน้องอิงดังขึ้นจากด้านใน เจ้าเด็กน้อยนี่แอบตามมาจนได้

 

ได้ๆข้าปลดกุญแจออก แล้วเปิดฝาหีบขึ้น ก็เห็นน้องอิงนอนขดอยู่ด้านในแต่งกายด้วยชุดบุรุษสีเขียวขี้ม้า ใบหน้าหยกมีเหงื่อผุดขึ้นจนเส้นผมติดเกาะกับดวงหน้าแดงก่ำของนาง คงจะร้อนและอึดอัดไม่น้อย ทดไปได้อย่างไรตั้งหนึ่งชั่วยามเต็ม

 

    หวังลี่อิงที่ถูกช่วยให้พ้นจากหีบอันแสนคับแคบนั้น ก็ลุกขึ้นพรวดสูดหายใจเข้าออกไปอย่างหนักหน่วง เพราะอากาศด้านในช่างน้อยนิดที่จะหายใจได้อย่างสะดวก นางหายใจแรงจนตัวโยกไปมา

 

แอบมาเช่นนี้ที่บ้านเจ้ารู้หรือไม่?” ข้ากอดอกหรี่ตากล่าวถามเสียงเข้ม

 

ข้า  ข้าเขียนจดหมายทิ้งเอาไว้ในห้องแล้วเจ้าค่ะหวังลี่อิงที่ได้ยินเสียงพี่เย่ก็รีบหันหน้าไป พร้อมกับส่งยิ้มแห้งส่งไปด้วย

 

       การเขียนจดหมายบอกกล่าวความผิดของนางเหมือนกับผู้ใดกัน เหมือนกับข้านี่ไงจากนั้นข้าก็ยกมือนวดขมับทั้สองข้าง เพราะว่าไปการเดินครานี้ไม่รู้ว่าจะมีสิ่งใดรออยู่ หากพี่จื่อถงรู้เข้าคงจะโมโหไม่น้อยเป็นแน่

 

อย่าเพิ่งบอกพี่จื่อถงนะเจ้าคะ! เอาไว้หาที่พักตอนเย็นได้แล้วข้าจะบอกกับเขาเอง ข้าไม่อยากอยู่ค่ายผู้เดียว ข้าอยากอยู่กับพี่เย่นิเจ้าค่ะหวังลี่อิงกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนกอดแขนพี่เย่ของนางแล้วทำสายตาเว้าวอนออดอ้อนไปด้วย

 

ได้ๆ ตอนนี้ก็ดื่มน้ำชาหน่อยเถิดจะได้คลายร้อนข้าเทน้ำชาที่เย็นชืดจากกาส่งไปให้กับน้องอิง เสร็จแล้วก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากอกซับเหงื่อบนใบหน้าหยกของนาง

 

     ต่อมาเมื่อตกลงกันได้แล้วข้าก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านต่อ ส่วนน้องอิงก็นอนหนุนตักข้าจนหลับสนิทไป ปีหน้านางก็ถึงวัยปักปิ่นแล้ว ไฉนยังเป็นเด็กน้อยอยู่เลย ข้าก้มมองดวงหน้าคนที่หลับอุตุน้ำลายไหลเปื้อนอาภรณของข้าอยู่ยามนี้  ในขณะข้าอายุสิบสี่เท่ากับนาง ข้าหาได้มีอิสระเช่นนางไม่ ชีวิตคนเราช่างแตกต่างกันมากนัก เหตุผลเพราะเลือกที่จะเกิดไม่ได้ แต่ตอนนี้ข้าเรียนรู้เลือกที่เป็นได้แล้ว

 

      ตอนนี้น่าจะยามเซินรถม้าที่สั่นโครงเครงไปมาตลอดทั้งวันก็ได้หยุดลง และนิ่งสนิท  จากนั้นข้าจึงเลิกผ้าม่านขึ้นแล้วชะโงกหน้าออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นก็เห็นเข้ากับพี่จื่อถงกำลังชี้ไปทางต้นไม้

 

เจ้าไปดูสิว่านั่นใช่สัญลักษณ์หรือไม่?”  จ้าวจื่อถงชี้นิ่วสั่งการทหารให้ไปดูรอยดำที่อยู่บนไม้

 

ใช่ขอรับนายท่านบุรุษผมหยาบกร้านแห้งกรอบเป็นรองแม่ทัพมีนามว่าซุนเหว่ยกล่าวตอบผู้เป็นนาย

 

เดินทางต่อ อีกครึ่งชั่วยามจะถึงที่พักแล้วจ้าวจื่อถงตะโกนสั่งการ สัญลักษณ์สีดำขนาดเล็กบนต้นไม้คือสัญลักษณ์ที่ซ่งจินเหยียนทิ้งเอาไว้ให้เดินทางตามเส้นทางนี้

 

       พวกเราเดินทางต่ออีกครึ่งชั่วยามขบวนก็หยุดลง ครานี้ข้าเขย่าตัวน้องอิงให้ตื่น นางงัวเงียอยู่ครู่หนึ่งก็ลุกขึ้นมา ถึงแล้วหรอเจ้าคะ!นางกล่าวโพล่งขึ้นมาเสียงดัง

 

ใช่ลงรถม้ากันเถิด ข้าเมื่อยตัวไปหมดแล้วข้าตบไหล่นางแล้วก้าวลงจากรถม้า  นึกว่าตะคริวจะกินเสียแล้วนั่งไม่ขยับมาตั้งสองชั่วยาม โชคดีที่ข้าใช้วิธีโคจรลมปราณในร่างกายเลือดลมจึงไหลเวียนปกติ  พอถึงพื้นข้าก็ยกมือขึ้นยืดแข้งยืดขาคลายเมื่อยอยู่หน้ารถม้าอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นพี่จื่อถงก็เดินเข้ามาหา

 

ภรรยาข้าวันนี้พวกเราจะพักกันที่นี่ จ้าวจื่อถงเดินมาหาซีเย่ พร้อมกับกล่าวกับนางด้วยรอยยิ้มกว้างเผยให้ลักยิ้มสองข้างของเขา

 

สามีข้าในรถม้ามีลูกแมวหลงมาตัวหนึ่งข้าเองก็ต้องแสดงในสมบทบาท กอดอกเผยอหน้าไปทางรถม้า

 

      จ้าวจื่อถงขมวดคิ้วเข้าเล็กน้อยนัยน์ตาฉายแววฉงนมองไปที่ซีเย่ สลับกับรถม้าอยู่สองสามครั้ง ตอนนี้เขาคล้ายจะเข้าใจแล้วว่านางกำลังกล่างถึงอะไร เขาจึงรีบรุดตรงไปเปิดประตูเข้าไปดูทันที

 

หวังลี่อิง! ข้าคงจะตามใจเจ้ามากเกินไปสินะ!เขาตวาดเสียงดังลั่น สะเทือนป่าเขา

 

       ข้าที่ได้เสียงตวาดทรงอำนาจก็รีบยกมือขึ้นปิดหูโดยพลัน แล้วขอปลีกตัวออกมาเดินสำรวจพื้นที่รอบๆ  อืม ที่พักวันแรกเป็นลานหญ้าขนาดกว้างติดกับลำธารเหมาะแก่การตั้งที่พักอย่างยิ่ง

 

       พี่จื่อถงที่สนทนากับน้องอิงเสร็จแล้ว ก็ตกลงให้นางเป็นน้องชายของข้าชื่อหูห้าว เพราะนางเอามาแต่เสื้อผ้าบุรุษมา จะให้หยิบยื่นเสื้อผ้าข้ากับของผู้อื่นก็ไม่ได้ เหตุผลคือน้องอิงตัวเล็กเพียงแค่อกของทุกคนในขบวนเท่านั้น และการเดินทางครานี้อีกหนึ่งเดือนกว่าจะถึงหมู่บ้านยงอีที่เป็นทางผ่านไปเมืองอู๋จึงจำต้องอยู่ในสภาพบุรุษเช่นนั้น อีกทั่งพี่จื่อถงได้สั่งการทหารให้ไปส่งจดหมายที่จวนตระกูลหวังทันทีว่าบุตรสาวของพวกเขาอยู่กับพวกเรายามนี้  

 

         เมื่อตกลงกันได้แล้วนั้นข้ากับน้องอิงจึงขอตัวออกมาฝึกขี่ม้าเพื่อให้ชำนาญมากกว่านี้ เสร็จแล้วก็ตามด้วยฝึกวรยุทธ์และปรับลมปราณในร่างกายให้สมดุล

 

ฮูหยินหวังนายท่านให้เรียกไปกินข้าวเย็นขอรับรองแม่ทัพซุนเหว่ยที่สวมบทเป็นผู้ช่วยของพ่อค้าหวางมีนามว่าหงฉุน ซีเย่กับหวังลี่อิงไปกินข้าวเย็น

 

ประเดี๋ยวข้าตามไปข้ากล่าวตอบเขา

 

พี่เย่วันพรุ่งท่านสอนข้าก้าวย่างดอกบัวได้ไหมเจ้าคะ!?” หวังลี่อิงที่นั่งขัดสมาธิด้านหน้า โน้มกายเข้าไปเขย่าแขนพี่เย่

 

ได้ วันพรุ่งข้าจะสอน ข้ากล่าวตอบกลับ

 

 

      หนึ่งเดือนต่อมา

        การเดินทางครานี้ราบรื่นเนื่องจากได้เคลื่อนขบวนตามเส้นทางขบวนที่หนึ่งได้ทิ้งสัญลักษณ์เอาไว้ให้ ไม่พบโจร และไม่พบชาวบ้านเลยเช่นกัน คล้ายจะเป็นการออกมาเที่ยวชมนก ชมไม้เสียมากกว่า  และยามที่ตัวข้าเริ่มคิดถึงยี่หวี่กับเอ้อร์เฟย น้องอิงราวกับรับรู้ได้ว่าข้ากำลังคิดถึงลูก นางจึงชวนข้าสนทนาไม่หยุดบ้างก็ชวนออกไปขี่ม้า บ้างก็ชวนออกไปฝึกวรยุทธ์ หาอะไรทำฆ่าเวลากันไป

 

       อีกสองวันพี่จื่อถงบอกว่าจะถึงหมู่บ้านยงอี ขบวนแรกของแม่ทัพซ่งจะรอเราอยู่รอบนอกของหมู่บ้าน  ในสาสน์ที่ส่งมานั้นเขียนบอกมาว่าให้ระวังตัว เห็นบอกว่าพบร่องรอยเท้ามากมายในป่าคาดว่าจะเป็นของโจรภูเขาที่ลงมาดูลาดเลาที่หมู่บ้าน   นี่จึงเป็นสาเหตุให้พี่จื่อถงเร่งการเดินทางให้เร็วขึ้นจากสองวันเต็ม ลดเหลือหนึ่งวันครึ่ง

     

      ยามนี้ยามอิ่วข้าชะโงกหน้าออกจากรถม้าไป เห็นกระโจมตั้งเรียงรายริมแม่น้ำมีทหารหลายคนสวมใส่ชุดสีเทาของชาวบ้านธรรมดา พวกเขาเป็นคนของขบวนแรกที่มาถึงก่อนหน้านี้  ที่พักครานี้ตั้งอยู่ติดขอบชายแดนแคว้นเยว่กับแคว้นฉิน การเดินทางของพวกเราตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเดินทางเลาะตามชายแดนด้านข้าง

 

ภรรยาข้ากับน้องหูลงมาได้แล้ว จ้าวจื่อถงเดินไปประตูรมม้า แล้วกล่าวเรียกให้ซีเย่ และหวังลี่อิงลงมาจากรถ

 

เจ้าค่ะ  ขอรับ ข้ากับน้องขานรับออกไปพร้อมกัน พลางก้าวลงจากรถม้าไปด้วย

 

พี่หวางข้าหิวข้าวมากนักเดินทางมาทั้งคืนยังไม่ได้กินอะไรเลยขอรับหวังลี่อิงที่ลงจากรถม้าก็ปรี่เข้าไปจับแขนจ้าวจื่อถง พร้อมกับกล่าวบอกเขาไปด้วยว่ายามนี้นางนั้นหิวข้าวไส้จะขาดแล้ว

 

เจ้านี่มันตะกละเสียจริงตามข้ามา พี่เฉินจัดเตรียมของกินรอไว้ให้แล้วจ้าวจื่อถงกอดอกกล่าวขึ้น

 

      ตัวข้าขมวดคิ้วเข้าด้วยความสงสัย ผู้ใดกันรับบทเป็นพี่เฉิน พอมาถึงกระโจมสีดำขนาดใหญ่ ด้านในมีโต๊ะไม้ธรรมดาขนาดเล็กต่อเรียงกันหกตัว ด้านบนวางด้วยอาหารมากมาย ข้าดูๆ แล้วน่าจะเป็นสัตว์ป่าแถวนี้ที่พวกเขาจับมาปรุงเป็นอาหาร ด้านในมีบุรุษนั่งอยู่สี่คนหนึ่งในนั้นมีแม่ทัพซ่งนั่งรวมอยู่ด้วย ใบหน้าของเขายังเรียบนิ่งคงไว้เช่นเดิม วันนี้เขาแต่งกายด้วยผ้าไหมมันวาวสีน้ำเงินเข้ม โพกผ้าสีนำเงินปักลวดลายไว้บนศีรษะ ใส่ตุ้มหูเป็นห่วงขนาดเล็กทั้งสองข้าง  อือหือ! ข้าคิดว่าบุรุษผู้นี้ไม่ว่าจะสวมใส่อะไรก็ดูดีน่ามองไปหมด

 

พี่เฉินนี่ฮูหยินหวังของข้า ส่วนนั่นหูห้าวน้องชายของนาง ส่วนชายด้านหลังผู้ช่วยของข้าชื่อหงฉุนจ้าวจื่อถงแนะนำบทบาทของแต่ละคนให้พี่เฉินได้รู้จัก

เชิญน้องหวาง กับฮูหยินหวังนั่งกินข้าวกันก่อนซ่งจินเหยียนที่รับบทเป็นพ่อค้าเฉินก็กล่าวขึ้นเสียงทุ้มลึกในคอ

 

           พวกเราทั้งสี่คนเดินตรงไปนั่งเก้าอี้ขนาดเล็กไม่มีที่พิงหลัง ในกระโจมมีคนทั้งหมดแปดคนนั่งล้อมโต๊ะไม้ คนของแม่ทัพซ่งอีกสามคนแนะนำตัวเอง คนแรกชื่อลู่หยุ่น คนที่สองชื่อซูอี๋ คนที่สามชื่อซุนเจิง รับบทเป็นผู้ช่วยพ่อค้าเฉินทั้งสามคน พวกเขาทั้งสี่แต่งกายคล้ายกัน สวมใส่อาภรณ์ผ้าไหมอย่างดีมีผ้าโพกศีรษะ และก็ใส่ตุ้มหูเป็นห่วง น่าจะเป็นการแต่งกายเหมือนพ่อค้าเร่ที่มาจากฝั่งตะวันออก

 

       ข้าเหลือบตาไปมองน้องอิงที่นั่งด้านข้าง ตอนนี้นางกำลังกัดน่องไก่ชิ้นใหญ่เข้าปากด้วยท่าทางหิวโซ ไม่พูดไม่จากับใคร เจ้าเด็กคนนี้ท่าทางจะหิวจริงจัง ส่วนตัวข้านั้นกำลังเทชาอุ่นๆ ขึ้นจิบล้างคอเสียก่อน

 

สรุปเหตุการณ์เป็นเช่นไรบ้าง พี่เฉินทราบหรือยังว่าพวกมันจะดักปล้นขบวน หรือหมู่บ้านจ้าวจื่อถงกล่าวถามซ่งจินเหยียน

 

พวกมันยังไม่เห็นขบวนพวกเราขอรับ จากที่สืบมาได้ทุกๆ ห้าเดือนมันจะลงจากภูเขา แล้วเข้าปล้นหมู่บ้านซุนเจิงกล่าวตอบแทนแม่ทัพตนเอง

 

 พวกมันจะปล้นหมู่บ้านรึ ! ครานี้พี่เฉินกับข้าคงจะคิดเช่นเดียวกันเป็นแน่ จ้าวจื่อถงที่คุ้นชินกับการสนทนาเช่นนี้ ก็กล่าวขึ้นต่อ

 

ใช่แล้วขอรับ พวกเราจะกวาดล้างโจรภูเขากันก่อนไปเมืองอู๋ซุนเจิงคนเดิมกล่าวตอบแทนมาแม่ทัพทัพตนเอง

 

      ตัวข้าที่นั่งมองบทสนทนาดูพิลึกนั่นของพวกเขา พี่จื่อถงกล่าวถามแม่ทัพซ่งแต่เขากลับปิดปากเงียบไม่กล่าวอะไร กลับเป็นลูกน้องของเขากล่าวแทน  เป็นการสนทนาที่เปิดหูเปิดตาของข้ามากนัก เกิดมาพึ่งจะเคยเจอคนที่ประหยัดถ้อยคำขนาดนี้   ข้าคาดว่าพี่จื่อถงคงเจอบ่อยจนเคยชินแต่กับตัวข้านี้พยายามอดกลั้นเสียงหัวเราะไว้ในคอไม่ให้เสียงเล็ดลอดมา พลางเช็ดน้ำตาที่ปริมออกจากหางตาไปด้วย

 

       ส่วนจ้าวจื่อถงที่จับสายตาของซ่งจินเหยียนที่เลื่อนไปมองซีเย่ที่นั่งอยู่ด้านช้างได้นั่น  เขาก็ชำเลืองสายตาไปมองตามก็เห็นนางนั่งใบหน้าแดงก่ำน้ำตาเล็ดอยู่ ภรรยาข้าไม่สบายหรือ เหตุใดใบหน้าแดงเช่นนี้

 

เจี่ยเจียไม่สบาย ?” หวังลี่อิงหยุดกินเงยหน้าขึ้นไปถามด้วยเช่นกัน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.785K ครั้ง

27 ความคิดเห็น

  1. #5526 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 10:45
    ง้อเข้า=งอเข้า
    #5526
    0
  2. #5525 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 10:43
    เคี่ยวกำ=เคี่ยวกรำ
    #5525
    0
  3. #5470 Xiaoxue (@Xiaoxue) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 17:51
    จ๊ะจ๋าถ้าใช้กับพ่อ พี่ อาวุโส น่าจะปรับเป็นเจ้าค่ะ เจ้าคะ ดีกว่าค่ะ
    #5470
    0
  4. #4723 GG-Paderak (@GG-Paderak) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 19:57
    นางเอกต้องคอแข็งขนาดไหน 555
    #4723
    0
  5. #3769 Tsunazaa10 (@Tsunazaa10) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 23:58
    นางเอกน่าจะเป็นหลานของหมอจงหรือชินอ๋องรึเปล่า
    #3769
    0
  6. #3137 นัทจัง (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 11:03

    ชินอ๋องทำถูกแล้ว เจ้าแฝดยังเล็กนัก ขี่หมูซ้อมไปก่อนโตอีกหน่อยค่อยขี่ม้า 555+

    #3137
    0
  7. #2843 wilaiwan111 (@wilaiwan111) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 11:33
    แบบกลัวว่าต่อไปจะเศร้ากว่านี้
    #2843
    0
  8. #2479 tungmame (@milkiss) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 10:54
    อยากได้สามีใหม่ค่ะ เจาพี่ซ่งๆๆๆๆๆ
    #2479
    0
  9. #2409 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 19:32
    มาอยู่ที่นี่น้องซีดูเป็นคนละคนเลยนะคะ นางดูมีความสุขเว่อ ครอบครัวคุณภาพ
    #2409
    0
  10. #2357 dark reader (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 12:21

    เราชอบนะ นางเอกมีพัฒนาการเยอะมาก จากเด็กเก็บกดต้องอดทนทุกอย่าง จนได้ออกจากกรงขัง มีอิสระ ทำตามที่ใจตัวเองต้องการ

    #2357
    0
  11. #2346 maneejunn (@maneejunn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 22:49
    สนุกดีค่ะ

    แต่บางคำก้อยังขัดขัดอยู่น่ะจ้ะ
    #2346
    0
  12. #2158 [F.S]Fang_041 (@octobersena2706) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 11:07
    น่ารัก5555
    #2158
    0
  13. #2119 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 19:35
    โตมาเจ้าแฝดต้องเก่งกาจมากแน่ๆ สองขวบหัดขี่หมู สามขวบก็ฝึกดาบแน่นอน 555
    #2119
    0
  14. #2067 perfectp (@pinphat) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 01:43
    ไม่ควรใช้จ๊ะจ๋าเลยค่ะ มันขัดกับบริบทจีนมาก อ่านแล้วแปลกๆ อีกอย่างคือ กระมัง มี ร ด้วยค่ะ ถ้า กะมัง น่าจะหมายถึง กะละมัง...
    #2067
    0
  15. #2037 Oil Sasipron (@autogun) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 22:46
    ขอบคุณค่ะ
    #2037
    0
  16. #1688 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 21:35
    ขำขี่หมู555
    #1688
    0
  17. #718 (@mymacam) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 15:28

    นางเอกแบบว่าปรับตัวเก่งมาก

    #718
    0
  18. #669 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 10:00
    ใครเป็นพระเอกอ่ะ แต่เหมือนจะเป็นท่านแม่ทัพฝ่ายขวานะ แต่สงสัยทำไมผมสั้น ไม่ใช่ว่าผช.ยุคนั้นไว้ผมยาวกันหรอ
    #669
    0
  19. #439 นู๋ตองน้อย (@0817667349) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 11:35

    ขำอ่ะ555 เห็นภาพตอนขี่หมู555555+
    #439
    0
  20. #376 zerover (@pook_zero) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 17:17

    สนุกเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
    #376
    0
  21. #265 veraya2099 (@veraya2099) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 21:58
    เขียนได้ดีค่ะเราชอบ สนุกมากเลย
    #265
    0
  22. #247 pimpisakumkong (@pimpisakumkong) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 19:39
    5555ในที่สุดนางเองก็เก่ง ฉลาด ไรท์สุดยอดมากๆๆ
    #247
    0
  23. #217 bangtanna (@bangtanna) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 00:11
    555ชอบๆๆติดตาม ไรท์เขียนดีแล้ว มีเหตุในการลองรับ เข้าใจว่ากว่าจะคิดให้สื่อออกมาให้เห้นว่านางเอกปรับตัวเองมากขนาดไหนเพื่อตนเองและลูก ไรท์สู้ๆนร้ เขียนตามสไตของไรท์เลยมันคือเสน่ห์ของนิยายเรื่องนี้เลย
    #217
    0
  24. #139 oachaporn (@oachaporn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 06:36
    555555555555
    #139
    0
  25. #132 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 00:40
    ปรับตัวได้เร็วยิ่งนัก
    #132
    0