◌ หนิงเฟิ่ง ◌ เทพเซียน สนพ.Dbooks

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,380,898 Views

  • 7,529 Comments

  • 8,779 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,099

    Overall
    1,380,898

ตอนที่ 154 : บทพร้อมรบ & เผชิญหน้า [เล่ม. 3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6443
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 642 ครั้ง
    15 ก.พ. 62

                    สี่เดือนต่อมา
           มันเป็นไปตามที่ข้าคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิดว่าจวนชินอ๋องต้องอลหม่านเป็นแน่ ทุกเช้าๆ ในห้องอาหารจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของน้องอิง และยี่หวี่ ส่วนเอ้อร์เฟยนั้นก็ถึงแม้ๆ จะไม่หัวเราะออกมาเสียงดังมากนัก แต่ก็หัวเราะออกมาไม่หยุดเช่นกัน ยามนี้ครอบครัวของพวกเราก็กลายเป็นครอบครัวหรรษาไปเสียแล้ว





             ทุกๆ วันจะมีกิจกรรมวิ่งไล่จับกันก่อนกินข้าว พอตกเย็นก็มิวายพากันออกไปเล่นกันที่ลานกว้าง พร้อมกับเจ้ามูเจ้าลูกหมูที่โตเต็มวัยแล้ว และยังมีเพิ่มมาอีกหนึ่งตัวคือเจ้าด่างพร้อยหมาป่าขนกระดำกระด่างของน้องอิง






          คุกใต้ดิน

          ตอนนี้ยามอิ่วเมื่อกินข้าวเย็นกันเสร็จแล้วนั้น  .. ข้าก็ฝากน้องอิงอยู่เป็นเพื่อนเจ้าเด็กดื้อทั้งสองที่เรือนใหญ่ ส่วนข้า พี่จื่อถงและท่านตานั้นก็ลงมายังคุกใต้ดิน





        ภายในห้องขังยามนี้เหลือองครักษ์ลับเพียงคนเดียวนั่นคือคนแรกที่ถูกจับกรอกยาทลายชีพจร   ส่วนคนอื่นนั้นพวกเราทยอยปล่อยไปทีละคน เพื่อเป็นการเล่นสนุกเล็กๆ น้อยๆให้ฮองเฮาได้ลิ้มรสการข่มตานอนไม่หลับทุกคืนมาตลอดหกเดือนเต็มที่ข้าโดนลอบทำร้าย





        แต่ละเดือนก่อนจะปล่อยตัวพวกเราจะเข้ามานั่งสนทนากันอย่างใจเย็นต่อหน้าพวกมัน การสนทนาส่วนมากเป็นการสนทนาการจับผิดพฤติกรรมของพวกมัน อย่างเช่น ช่วงสามเดือนแรกองครักษ์ถูกปล่อยไปแล้วสามคนส่วนอีกคนที่เหลือก็เริ่มกดดันมากขึ้น เพราะพวกมันไม่เข้าใจว่าเหตุใดต้องปล่อยมันออกไป ไฉนถึงไม่ทรมาณทุบตีเพื่อเค้นความจากปากแทน แต่พวกเรากับตรึงพวกมันเอาไว้อยู่กับที่  อีกทั้งทุกๆ สองวันก็ยังให้กินข้าวหนึ่งมื้อ และทุกครั้งที่สนทนาจะเริ่มกล่าวเรื่องการเปิดศาลไต่สวนที่ยืดเยื้อให้พวกมันฟัง จะเอาเรื่องราวและเหตุการณ์ของคนในตระกูลซ่งสายหลักที่แต่งขึ้นมานั้นเอามากล่าวขึ้นในห้อง  และชื่อเดียวที่พวกมันแสดงอาการผ่านทางร่างกายนั้นคือชื่อของฮองเฮา ทุกครั้งที่กล่าวถึงนางนิ้วมือของพวกมันที่วางแน่นิ่งอยู่กับพื้นนั้นก็ง้อเข้า ส่วนปลายเท้ามีอาการเกร็งจิกเข้าเล็กน้อย ส่วนดวงตาวูบไหวไม่หยุดนิ่งฉายออกมา





       การจะเค้นความจากองครักษ์ที่ถูกฝึกมาอย่างดีนั้น ต่อให้ทรมานจนตายมันก็ไม่มีทางที่พวกมันจะปริปากกล่าวความลับออกมาง่ายๆ เรื่องเช่นนี้ท่านตาเองก็รู้ดี จริงใช้วิธีการอ่านภาษากายแทนเพื่อยืนยันตัวคนร้ายถึงแม้ว่าจะไม่แม่นยำก็ตามทีแต่มันก็พอจะได้ผลอยู่บ้าง   การแสดงออกเพียงเล็กน้อยพวกนั้นย่อมที่ความสัมพันธ์กับความรู้สึกนึกคิดของคนเราในขณะนั้น จึงเป็นเหตุให้ท่านตาหันเหมาเล่นสงครามทางความรู้สึกแทนทั้งองครักษ์ และฮองเฮา





       พวกมันที่ถูกปล่อยออกไปก่อนหน้านั้นหกคนได้ตายไปหมดแล้วเพราะฮองเฮาได้สั่งคนให้จับตามองจวนชินอ๋องของพวกเราเอาไว้ส่วนท่านตาเองก็ให้คนจับตาดูพระองค์ด้วยเช่นกัน





     และยามนี้องครักษ์ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเยือกเย็นก็ต้องยอมสยบให้กับวิธีการของท่านตา   เพราะมันผู้นี้ถูกทรมานเป็นคนแรกด้วยยาทลายชีพจร  อีกทั้งยังต้องนั่งมองสหายร่วมอุดมการณ์หายลับไปทีละคนทีละคน  ส่วนตัวมันนั้นต้องทรมานจนต้องเอ่ยปากขอความตายต่อหน้าพวกเราทั้งสามในยามนี้





“ข้าฆ่าเสีย!” องครักษ์ลับกัดฟันกล่าวออกไปเสียงแหบพร่า





” ฆ่าหรือ….พวกเจ้าถูกฝึกให้รู้จักทางเลือกเพียงสองทางไม่ตาย ก็ต้องอยู่รอด” จ้าวจงกล่าวขึ้นเนิบๆ





“หึ…ข้าเลือกเส้นทางไปยมโลกอยู่นี่ไง” มันกล่าวตอบ





“เหตุใดข้าต้องมอบความตายให้เจ้าด้วย” จ้าวจงกล่าวขึ้น





       ข้ามองแววตาที่สิ้นหวังของมันราวกับแววตาของซากศพก็มิปาน ยาที่ท่านตามอบให้มันนั้นไม่ทำให้ถึงตายเหมือนกับที่กล่าวเอาไว้คราแรก เพราะต้องการพิสูจน์ดูว่าพวกมันกลัวความตายมากน้อยแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วจิตใจของพวกมันก็ไร้ซึ่งความกลัว แต่ท่านตาไม่คิดเช่นนั้นความรู้สึกของคนเรานั้นถูกสร้างขึ้นมาใหม่ได้ตลอดเวลาถึงแม้จะชินชาต่อความเจ็บปวด หรือไม่กลัวตาย มันก็ต้องมีอยู่ห้วงหนึ่งที่ความรู้สึกนึกคิดอย่างอื่นแวบเข้ามาในหัวได้





“ชินอ๋องต้องการอันใดจากข้ากันแน่….” มันกล่าวถามเสียงขาดห้วง เพราะความเจ็บปวดไปทั่วร่างราวกับมดกัดกินด้านในมาตลอดหกเดือนเต็ม





“เอาไว้เจ้ามีทางเลือกอื่นเมื่อใดก็ค่อยกล่าวออกมา” จ้าวจงกล่าว พลางเทชาลงจอกไปด้วย





“ทางเลือกอื่น?” มันกล่าวขึ้นด้วยความแปลกใจ พร้อมกับความรู้สึกเหมือนราวกับมีแสงสว่างขึ้นมาในใจวูบหนึ่ง มันช่างเป็นหกเดือนที่ช่างแสนทรมานมันสิ้นหวังแล้วสิ้นหวังอีก มันหลงนึกว่าความเจ็บปวดเหล่านี้อีกไม่นานก็ต้องจบลง  แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ตายลงตามที่คิดเอาไว้ อยู่เช่นนี้ก็สู้ให้ตายยังดีเสียกว่า จะให้กัดลิ้นตายก็ดูเพ้อเจ้อเพียงแค่กัดลิ้นให้ขาดจะทำให้ตายทันทีได้อย่างไร มีแต่ทำให้แผลเน่าและเพิ่มความทรมานเข้าไปอีก  กว่าจะได้ตายคงใช้เวลาเป็นเดือนได้   และต่อให้มันจะกัดลิ้นจริงฟันของมันนั้นก็ไม่สามารถขบกัดได้สนิทเพราะมีผ้าผูกเอาไว้อยู่ตรงกราม พอลองกลั้นลมหายใจดูสุดท้ายแล้วก็ทนไม่ได้ที่จะหายใจอยู่ดี  มันไม่เห็นง่ายเหมือนตามที่คนกล่าวเล่าเลยสักนิดเดียว





“ไฉนถึงปากแข็งยิ่งนัก…ข้าถามหน่อยมันคุ้มแล้วหรือที่เจ้าจะมอบชีวิตเพื่อปกป้องนาง” จ้าวจื่อถงที่นั่งอยู่กล่าวขึ้น





“ข้าถูกฝึกมาให้จงรักภักดีต่อตระกูลซ่ง” มันกล่าวตอบเสียงขาดห้วง





“ความจงรักภักดีที่อยู่ถูกที่ถูกเวลาก็ย่อมเป็นผลดีต่อตัวเองและเจ้านายของเจ้า….หากแต่ครานี้ยามที่เจ้าได้ตายลงไปแล้วจะมีผู้ใดบ้างที่จะมองเห็นความตั้งใจนี้” จ้าวจื่อถงกล่าวเข้าประเด็น





“อึก” มีเพียงเสียงกลืนน้ำลายลงคอของมันตอบกลับมาเท่านั้น





“เฮ้อ…..อุตส่าห์เกิดมาทั้งทีไฉนต้องเอาความคิดพวกนี้มาจบชีวิตตนเองด้วย ตัวเจ้าย่อมกำหนดชีวิตตนเองได้” จ้าวจื่อถงยังกล่าวออกไปต่อ





“ท่านอย่ามาหว่านล้อมข้าให้เสียเวลาเลย” มันกัดฟันกล่าวขึ้น แต่ในใจนั้นก็เกิดสับสน ..   ขึ้นมาว่าจะตายก็ตายไม่ได้ ยังต้องมาทรมานปานจะขาดใจอยู่ตลอดเวลา ยังต้องมานั่งมองสหายที่ถูกปล่อยออกไปตายทีละคน เพราะไม่มีทางที่คนผู้นั้นจะปล่อยพวกเขาเอาไว้อยู่แล้ว





      เมื่อครุ่นคิดอยู่นั้นในหัวก็แวบห้วงความคิดหนึ่งเข้ามา ว่ายามนี้เขาทำอะไรอยู่ เหตุใดชีวิตถึงดำเนินมาอยู่ในจุดนี้ได้ ความซื่อสัตย์ ความภักดี เหล่านี้ใครเป็นคนกำหนด อาจารย์ที่สั่งสอนเขาเอาแต่กล่าวคนแล้วคนเหล่าว่าให้จงรักภักดีกับตระกูลซ่ง แล้วสิ่งตอบแทนกลับมานั้นคือสิ่งใด หรือเรื่องพวกนี้ไม่มีสิ่งใดตอบแทนกลับมาอยู่แล้ว เพราะตัวเขาเป็นมือเป็นแขน เป็นอาวุธสำหรับตระกูลซ่งเท่านั้น พอหมดประโยชน์ก็ถูกตัดทิ้งไปเท่านั้น





      ข้านั่งมองดูอาการสับสนผ่านนัยน์ตาของมันที่สั่นวูบไปมา พร้อมกับนิ้วมือที่เกร็งเข้าเรื่อยๆ ดูท่าจะกดดัน และสับสนกับความนึกคิดตนเองอยู่ไม่น้อย





“เจ้าไม่อยากลองใช้ชีวิตในหลายๆ ทางดูบ้างหรือ เช่น เป็นพ่อค้า เป็นชาวนา หรือจะเก็บของป่า ล่าสัตว์ แต่งงานมีลูกสักคนสองคน ชีวิตคนเรามีสิ่งอื่นอีกเยอะนอกจากที่จะมาสละมันทิ้งกับเรื่องเช่นนี้” ข้ากล่าวเสริมออกไป หวังว่าคำกล่าวนี้จะส่งผลต่อความรู้สึกของมันบ้าง





          องครักษ์ลับหนุ่มได้ยินก็เม้มปากเขา ในหัวของเขานั้นก็แล่นภาพจินตนาการตามคำกล่าวของท่านหญิงตามไปด้วย คนอย่างเขารึที่จะแต่งงานมีบุตร พอตอนเช้าก็ออกไปหาของป่า สายๆ กลับเรือนมาหาภรรยา และบุตร สิ่งเหล่านี้จะให้ความรู้สึกอย่างไรกันนะ…?





#อีกประมาณสี่ตอนน่าจะเดินทางไปเมืองอู่แล้ว 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 642 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #5858 Wang_jiaying (@Wang_jiaying) (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:09
    งานจิตวิทยามาเต็มมาก บางคนใช้ไม่แข็งไม่ได้ไม้อ่อนก็ไม่ได้ ก็ต้องเจอทั้งดัดทั้งกล่อมสลับกันให้เค้าได้คิด
    #5858
    0
  2. #5851 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:24
    จัดการฮองเฮาได้แล้วค่ะ รอๆ
    #5851
    0
  3. #5849 puuk (@puuk) (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:11

    ฮองเฮาใกล้โดนรึยัง

    #5849
    0
  4. #5848 souvany7218 (@souvany7218) (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:44

    รรีบมาต่อสนุก

    #5848
    0
  5. #5847 souvany7218 (@souvany7218) (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:44

    รรีบมาต่อสนุก

    #5847
    0
  6. #5846 jeerasuda0610 (@jeerasuda0610) (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:22
    นั้นสิ การมีชีวิตอยุ่ต้องดีอยู่แล้ว
    #5846
    0
  7. #5845 chamee (@chamee) (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:05
    รอติดตามนะคะ
    #5845
    0
  8. #5844 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:40
    ชอบที่เรื่องนี้มีแต่คนฉลาดค่ะ55555 สนุกๆ
    #5844
    0
  9. #5843 zeelac (@zeelac) (จากตอนที่ 154)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:36
    อัพต่อเลยค่ะไร คิดถึงพี่ซ่งแล้ว
    #5843
    0