◌ หนิงเฟิ่ง ◌ เทพเซียน สนพ.Dbooks

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,381,396 Views

  • 7,529 Comments

  • 8,771 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,597

    Overall
    1,381,396

ตอนที่ 150 : บทพร้อมรับ & เผชิญหน้า [เล่ม. 3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6260
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 686 ครั้ง
    13 ก.พ. 62

 “เจ้าเด็กอ้วน….นับวันยิ่งแสบขึ้นเรื่อยๆ ฮ่าๆ ” จ้าวจื่อถงกล่าวขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ





“แสบขึ้นทุกวันเจ้าค่ะ….” ข้ากล่าวออกไป พร้อมนึกถึงวีรกรรมครั้งล่าสุดของพวกเขาทั้งสองไปด้วยว่า  เมื่อคืนนี้พวกเขาทั้งคู่แอบปีนลงมาจากเตียงยามที่แม่นมหลับโดยการใช้หมอนโยนลงมาก่อนเพื่อเป็นพื้นลองกันกระแทกก่อนที่จะปีนลงมา จากนั้นก็พากันจับเก้าอี้คนหนึ่ง อีกคนก็ปีนขึ้นไปเปิดประตูออกมาจากห้อง แล้วเดินมาหาข้าที่ยังฝึกวรยุทธอยู่ในสวนด้านข้างของเรือน ข้าที่เห็นพวกเขาทั้งคู่ก็ตกใจแทบแย่อยู่ซักถามกันตั้งนานถึงได้รู้ว่าใช้วิธีการใดพากันออกมาจากห้อง พอวันนี้จึงให้พ่อบ้านหลิงเปลี่ยนไม้คันประตูห้องใหม่เสียเลย





“วันนี้ฮ่องเต้ทรงไต่สวนพวกตระกูลซ่งด้วยตนเอง….รู้อย่างนี้กลับมาจากแคว้นฉินน่าจะเปิดศาลไต่สวนคนในตระกูลซ่งก็จบแล้ว” จ้าวจื่อถงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้กอดอกกล่าวขึ้นด้วยท่าทางสบายๆ






“เช่นนี้คนพวกนี้ก็มิจำเป็นต่อพวกเราแล้วสินะเจ้าคะ….จะปล่อยทั้งหมดดีเลยไหม หรือว่าจะปล่อยเดือนละคนดี” ข้ากล่าวเสริมขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แล้วเดินไปนั่งลงด้านข้างพี่จื่อถง





       ส่วนจ้าวจงที่นั่งถือจอกชาในท่าทางนิ่งสงบก็ทอดสายมองไปทางพวกองครักษ์ลับท่าทางหดหู่หมดอาลัยตายอยากก่อนหน้านี้ก็มีปฎิกิริยาขึ้นมาเล็กน้อย นัยน์ที่หมองหมนราวกับไร้ชีวิตก่อนหน้านี้ได้สั่นวูบไหวไปมาจนเห็นได้ชัด อีกทั้งมือที่ถูกทิ้งไว้บนพื้นก็มีการกระดิกนิ้วเล็กน้อยราวกับว่าพวกมันมีอาการเกร็ง หรือตกใจ





“ซ่งตงหยางยังโดนลดตำแหน่งลงเป็นขุนนางชั้นสองจากเสียงขุนนางทั้งหมด เพราะมิอาจเป็นบิดาที่ดีสั่งสอนบุตรสาวได้” จ้าวจื่อถงยังคงกล่าวขึ้นต่ออีก





“บุตรสาว….อย่าบอกว่าที่แท้แล้วคนที่คิดจะสั่งการสังหารข้าคือ !” ข้ากล่าวตอบโต้ออกไป พร้อมกับแสดงสีหน้าตกใจยกมือขึ้นทาบอกไปด้วย





“ซ่งหยนหรู” จ้าวจงกล่าวขึ้นเนิบๆ





       พวกองครักษ์ที่ได้ฟังนิ้วมือของพวกมันก็เกร็งเข้ามากว่าคราแรก อีกทั้งนิ้วเท้าก็ง้อเข้าด้วยเช่นกัน การแสดงออกเช่นนี้หมายความว่าพวกมันกำลังฟัง และคิดตามเรื่องที่พวกเราสร้างขึ้นมาด้วยเช่นกัน 





       ปกติสายลับพวกนี้มักถูกสร้างมาให้ปลิดชีพตนเองทันทีหากโดนจับได้ แต่ท่านตารู้ทันจึงเปลี่ยนวิธีการต่อสู้ และยังใช้วิธีกดดันทั้งทางร่างกาย และสภาพจิตใจ ถึงแม้ว่าจะถูกสร้างมาให้มีจิตใจเข้มแข็งหากแต่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่พวกมันไม่อาจคาดการณ์ได้  ... การฝึกฝนเป็นนักฆ่าย่อมคุ้นชินกับความตาย ความกดดัน ความโหดเหี้ยม และทรมาน แต่ที่ท่านตาสร้างสภาพแวดล้อม และการกดดันมานี้มีครบทั้งหมดที่พวกมันเคยสัมผัส  พวกมันจึงเลยชะล่าใจว่าย่อมทนได้ และอีกไม่นานเรื่องราวจะผ่านพ้นเหมือนกับการฝึกที่พวกมันเคยพบเจอมาถ้าไม่ตาย ก็อยู่รอด มีเพียงสองทางเลือกเท่านั้น สุดท้ายแล้วสิ่งที่มันคิดหาใช่ไม่...





      ในยามนี้หาใช่สองทางเลือกสองทางที่พวกมันเคยพบไม่ เพราะท่านตากดดันพวกเขาทั้งสองทางให้ถึงขีดสุดไปพร้อมกันๆ เหมือนจะปล่อยให้รอด หรือจะปล่อยให้ตายดี ให้พวกมันจมปลักอยู่กับสิ่งเหล่านี้พร้อมกับมองสหายตนเองค่อยๆ ทนทุกข์ช้าๆ โดยไม่ได้มีการทรมานร่างกายอะไรเพิ่มเติมอีก





      และช่วงวันแรกที่สอบสวนนั้นพวกมันไม่มีปฏิกิริยาชัดเจนมากนัก มีเพียงแสดงอาการเลิ่กลั่กตอนที่พี่จื่อถง และท่านตากล่าวว่าจะเปิดศาลไต่สวนตระกูลซ่ง พอหลังจากนั้นพวกมันก็กลับมาสงบตามเดิม พอมาวันนี้กับแสดงท่าทางออกมาจนเห็นได้ว่าคนที่พวกเราแกล้งเอ่ยออกไปนั้นเป็นฮองเฮา





“เช่นนี้ก็ปล่อยพวกมันไปก็ดีเหมือนกัน….ถ้าปล่อยไปหมดจะสร้างเรื่องให้คนจับตามองเอาได้ เอาตามที่ซิงเย่วกล่าวปล่อยไปเดือนละคนก็ดีเหมือนกัน” จ้าวจงกล่าวขึ้น





        และการปล่อยองครักษ์ลับไปทีละคนนั้นเป็นการกดดันฮองเฮาด้วยเช่นกัน ท่านตาคิดว่าฮองเฮาจะต้องสั่งให้คนจับตามองจวนชินอ๋องอยู่ตลอดยาม และการปล่อยพวกมันไปเดือนละคนยิ่งจะทำให้นางกลุ้มใจว่าพวกเราจะสาวถึงตัวพระองค์ได้หรือยัง และต้องขบคิดอย่างหนักว่าพวกเราจะมาแผนไหน สู้ให้พวกเราฆ่าองครักษ์ทั้งหมดทิ้งยังจะดีเสียกว่าปล่อยออกมาเช่นนี้ให้นางหนักใจทนทุกข์นอนไม่หลับ








        งานอภิเษก

       วันนี้วันงานอภิเษกสมรสของพี่จื่อถงกับน้องอิง ช่วงสองสามเดือนมานี้ค่อนข้างยุ่งยากในการเตรียมงาน ทั้งสินสมรสมากมาย อาหารมงคล ของมงคลสำหรับตกแต่งงานวันนี้  และเรื่องการสอบสวนยังคงปล่อยตัวองครักษ์ลับพวกนั้นออกมาเดือนละคน ตอนนี้ปล่อยออกไปได้สองคนแล้ว คนแรกถูกจับตัวไปทันทีหลังถูกปล่อยออกจากจวนซินอ๋อง ส่วนคนที่สองถูกฆ่าหลังออกไปได้เพียงสิบลี้เท่านั้น 





        ยามนี้ข้ากำลังยืนรอพวกเขาที่ไปรับเจ้าสาวที่จวนตระกูลหวัง ขบวนเจ้าบ่าวนี้จะเดินทางไปเคารพศาลบรรพชนฝั่งของภรรยา จากนั้นเสร็จแล้วจึงจะรับเจ้าสาวขึ้นเกี้ยวกลับมาบ้านเจ้าบ่าว เพื่อมาทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินกันต่อ พอถึงยามเย็นก็จะทำการส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอ และวันนี้เป็นวันที่ข้าสัมผัสถึงความสุขที่ประกายออกมาจากนัยน์ตาขี้เล่นคู่นั้นของพี่จื่อถงได้อย่างชัดเจน ดูท่าเขาจะอิ่มเอมใจอยู่ไม่น้อยที่ได้มีภรรยากับเขากันเสียที





       และแล้วขบวนรับเจ้าสาวก็มาถึงหน้าจวน  ข้ามองเห็นพี่จื่อถงอยู่ในชุดสีแดงที่ตัดเย็บอย่างประณีต ผมของถูกเกล้าขึ้นมามัดไว้ครึ่งหัวครอบด้วยที่ครอบผมสีแดง ดวงหน้าหวานระบายไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข ส่วนด้านหลังของเขาก็จะเป็นสหายคนสนิทคือองค์ชายสามจ้าวตี้เฟยที่มักไว้หนวดเล็กๆ อยู่บนริมฝีปาก ถัดมาจากเขาก็เป็นคุณชายหวังหลิ่วอินพี่ชายของน้องอิง และที่ต้องแปลกใจขึ้นไปอีกยังมีรองแม่ทัพฝูควบม้าอยู่ด้วยเช่นกัน ไม่คิดว่าพี่จื่อถงจะสนิทกับเขาด้วยเช่นกัน  เพราะเมื่อเช้าข้าวุ่นวายมือพัลวันอยู่ในจวนเพื่อจัดเตรียมงานให้เรียบร้อยจึงไม่ได้ออกมาดูหน้าจวน ถึงไม่รู้ว่าใครบางที่จะเป็นสหายควบม้าไปรับเจ้าสาวพร้อมกับพี่จื่อถง






      ภายในห้องโถง

      ข้ายืนมองพวกเข้าทั้งสองเดินเข้ามาภายในห้อง ส่วนน้องอิงที่อยู่ในชุดเจ้าสาวสีแดงอย่างสง่างามถึงแม้ว่าเจ้าสาวจะตัวเล็กกว่าเจ้าบ่าวอยู่มากแต่ก็ชวนให้มองว่าเป็นคู่ที่น่ารักไม่หยอก จากนั้นพ่อบ้านหลิงที่ยืนด้านหลังสุดก็ก้าวมาด้านหน้าเป็นคนเริ่มกล่าวเริ่มพิธีนี้ขึ้นเสียงดังลั่นห้องโถง





.

หนึ่ง คำนับฟ้าดิน


.

.

สอง คำนับพ่อแม่


.

.

.

คำนับกันและกัน





         หวังลี่อิงมีเครื่องหัวที่หนักยามก้มหัวทีหนึ่งตัวของนางเองก็จะกระดกไปข้างหน้าเหมือนจะล้มคะมำลงไป ส่วนจ้าวจื่อถงที่ได้เห็นคราแรกก็อมยิ้มด้วยความขบขันพอก้มคำนับครั้งที่สามก็อดที่จะหลุดเสียงหัวเราะออกมาไม่ได้จึงกระซิบกล่าวออกไปเสียงเบา





“ฮ่าๆ ผู้ใดช่างแต่งหัวเจ้าให้หนักเช่นนั้น”





“ท่านแม่ กับแม่นมเจ้าค่ะ….” หวังลี่อิงตอบเสียงเบา พลางทำสีหน้าเหยเกไปมาอยู่ใต้ผ้าคลุมสีแดง เมื่อคืนนี้นางตื่นเต้นจนนอนไม่หลับพอเอาเข้าจริงความตื้นเต้นหายไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเครื่องหัวที่อัดแน่นจนเส้นผมของนางถูกดึงตึง อีกทั้งถ้าเดินไม่ระวังตัวนางจะโยกไปด้านหน้าเหมือนจะล้มลง ..  สุดท้ายแล้วสมาธิ และสติทั้งหมดก็ต้องมาจดจ่อในการทรงตัวให้เดินตรงจนไม่สามารถแบ่งไปคิดเรื่องอื่นได้  ส่วนในใจของนางยามนี้ภาวนาให้งานแต่งนี้รีบจบลงเสียทีนางอยากจะเอาเครื่องประทับพวกนี้ออกจากหัวให้หมดแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 686 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #5818 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:03
    คิดถึงน้องอิง
    #5818
    0
  2. #5811 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:09
    พี่จื่อของน้องแต่งงานแล้ววว
    #5811
    0
  3. #5809 chamee (@chamee) (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:22
    เข้าหอเลยคะ รอๆ
    #5809
    0
  4. #5808 kulyasalin2 (@kulyasalin2) (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:03
    น้ององจะโดนกินสักที ...ไม่ใช่ๆ

    แต่งงานกับพี่จื่อท่งสักที รอมานานตั้งแต่คราวอ่างอาบน้ำ 55555
    #5808
    0
  5. #5807 umarutlovely (@umarutlovely) (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:00
    อยากให้มีฉากพี่ถง น้องอิงอีกนะไรท์
    #5807
    1
    • #5807-1 แมวใหญ่ (@THEDEEM) (จากตอนที่ 150)
      13 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:21
      มาหลังเที่ยงคืนครับ 555555
      #5807-1
  6. #5806 Lyn_Madam (@Lyn_Madam) (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:59
    555 งานแต่งทั้งที น้องอิงดันหนักหัวซะงั้น อดตื่นเต้นเลย!!
    #5806
    0
  7. #5805 puuk (@puuk) (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:59
    คอยจุดจบฮองเฮา
    #5805
    0