◌ หนิงเฟิ่ง ◌ เทพเซียน สนพ.Dbooks

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,381,395 Views

  • 7,529 Comments

  • 8,771 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,596

    Overall
    1,381,395

ตอนที่ 15 : บทแคว้นเยว่ & งานเลี้ยงไท่จื่อ : เล่ม 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44074
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2737 ครั้ง
    12 มี.ค. 62

      

สตรีงามผู้นี้ชื่อจ้าวซีเย่ น้องสาวบุญธรรมของข้าจ้าวจื่อถงกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ จากนั้นก็กล่าวแนะนำบุรุษในโต๊ะให้ซีเย่รู้จัก 

 

สวมใส่อาภรณ์สีดำไท่จื่อจ้าวฝูหไม่งเขาชี้นิ้วไปตรงบุรุษคนแรกที่กล่าวทัก ข้ารีบย่อมกายคำนับเขาทันที ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดเจอคราแรกก็รู้สึกถึงกลิ่นอายของเขาดูอบอุ่น สูงส่ง ต่างจากผู้อื่น ที่แท้แล้วเขาก็คือไท่จื่อนั่นเอง

 

      จ้าวฝูหไม่งที่เห็นนางย่อกายทำความเคารพเขาก็พยักหน้ารับเล็กน้อย พร้อมกับอมยิ้มส่งไปให้ พลางหรี่ตาลงเล็กพินิจดวงหน้างามของนางด้วยความแปลกใจว่ามันช่างคุ้นนัก ราวกับส่าเหมือนเคยที่ไหนมาก่อน

 

ถัดไปขวามือองค์ชายสามจ้าวตี้เฟยพี่จื่อถงแนะนำบุรุษที่ไว้หนวดบางบนริมฝีปาก ตัวข้ารีบย่อมกายคำนับ เขายกยิ้มยีกวนเล็กน้อยส่งให้กับข้า

 

คนผมสั้นริมขวาสุดแม่ทัพใหญ่ฝ่ายขวาซ่งจินเหยียน  สุดท้ายคุณชายหวังหลิ่วอิน พี่ชายของลี่อิง จ้าวจื่อถงกล่าวแนะนำขึ้นต่อ

 

       ข้าส่งยิ้มให้แม่ทัพซ่งแล้วก้มหัวเล็กน้อย ใบหน้าเรียบนิ่งของเขามองมาที่ข้าแล้วก้มหัวก้มเล็กน้อยตอบกลับมา ต่อก็มาข้าก็ไปพยักหน้าทักทายให้คุณชายหวังหลิ่วอิน พลางพินิจมองดวงหน้าหยกของเขาไปด้วยว่าคล้ายกับน้องอิงอยู่หกเจ็ดส่วน เขาก็พยักหน้ารับกลับมาเช่นกัน

 

มานั่งดื่มชาฟังเพลงกันเถิดน้องถง เชิญท่านหญิงด้วยจ้าวตี้เฟยกล่าวชวนออกไป

 

น้องสาวข้ามีนัดกับลี่อิงเอาไว้ด้านล่าง ประเดี๋ยวข้าเดินไปส่งนางจะเดินขึ้นมาดื่มชากับพวกท่านจ้าวจื่อถงกล่าวตอบออกไป

 

ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะข้าเดินไปเองได้ข้ากล่าวบอกปัดออกไป  พี่จื่อถงจะได้ไม่ต้องเที่ยวไปเที่ยวมาเสียเวลา

 

เจ้าแน่ใจนะ?” จ้าวจื่อถงมองนางด้วยสายตากังวลใจอยู่เล็กน้อย

 

แน่ใจเจ้าค่ะขากล่าวออกไปพร้อมกับก้มหัวให้พวกเขาทั้งหมดเพื่อเป็นการลา แล้วจากนั้นก็เดินลงไปบันไดไปที่ชั้นแรก  เฮ้อ ในที่สุดก็หายใจได้ทั่วท้องได้เสียที หากอยู่นานกว่านี้ใบหน้าข้าต้องเขียวคล้ำแน่ๆ

 

ไฉนเจ้าถึงมานั่งอยู่ผู้เดียวเช่นนี้?” ข้าเดินไปนั่งลงฝังตรงข้ามกับน้องอิง พลันนางที่เห็นข้าเดินเข้ามาแววตาที่เคยขุ่นมัวก่อนหน้านี้ก็ฉายแววสดใสขึ้นมา

 

พี่เย่! มาด้วยหรือเจ้าคะปกติข้าไม่ค่อยมีเพื่อนมากนักหวังลี่กล่าวออกไปเสียงแผ่วเบา

 

ช่างเถิดๆ เจ้าแต่งกายเช่นนี้ช่างน่ารักน่าเอ็นดูมากข้ากล่าวชมน้องอิงจากใจจริงหวังว่าคำชมจะช่วยให้นางร่าเริงขึ้นมาบ้าง จากนั้นดวงหน้านวลผ่องของนางอมชมพูขึ้นมาเล็กน้อย

 

       ต้วข้าเองก็รับรู้ถึงสายตาอิจฉาที่ฉายผ่านสายตาสตรีพวกนั้น ขนาดคนที่เป็นน้องสาวยังเจอสายตาขนาดนี้ น้องอิงที่เป็นคู่หมั้นจะต้องพบเจอมากมายขนาดไหน  ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ใดความอิจฉาในตัวสตรีก็ยังคงมีอยู่ทุกที่ เหตุใดต้องมาจุกจิกเรื่องเช่นนี้ด้วย ตลกเสียจริง ! ก็แค่บุรุษถึงกับแสดงท่าทางเช่นนี้ออกมาเลยหรืออย่างไรกัน

 

วันนี้พี่เย่งามมากเลยเจ้าค่ะ !  ข้าพูดจริงๆ นะเจ้าคะ ท่านงามที่สุดในเรือนี้เลยหวังลี่อิงกล่าวชมพี่เย่นางกลับไปบ้าง มันก็เป็นไปตามจริงที่นางกล่าวเพราะพี่เย่ของนางก็งามที่สุดบนเรืออยู่แล้ว

 

ขอบใจ น้องอิงเจอแบบนี้บ่อยหรือไม่?” ข้ากล่าวพลางเทชาลงจอกแล้วยกขึ้นจิบ พลางละเมียดความหอมของชาในปากรอนางตอบกลับ

 

       หวังอิงทำหน้าฉงนเล็กน้อย เงียบไปสักครู่หนึ่ง คล้ายจะเข้าใจแล้วก็พูดเสียงเบาขึ้นมา ก็ยามออกงานเท่านั้นแหละเจ้าค่ะ จะทำไงได้พี่จื่อถงอยู่ในห้าบุรุษเลื่องชื่อในแคว้นเยว่ งามทั้งรูป งามทั้งชาติตระกูล และมากความสามารถก็เป็นที่หมายปองของเหล่าคุณหนูเป็นเรื่องธรรมดา

 

     อ๋อ เป็นเช่นนี้เอง  ข้าชวนน้องอิงสนทนาจนใบหน้านางกับมาสดใสเช่นเดิมแล้ว ก็กลายมาเป็นนางที่เป็นฝ่ายชวนข้าสนทนาไม่หยุดปากแทน   นางเล่าให้ฟังว่าบุรุษทั้งห้าที่เลื่องชื่อของแคว้นเยว่คือ หนึ่งองค์ไท่จื่อจ้าวฝูหไม่ง สององค์ชายสามจ้าวตี้เฟย สามซ่งจินเหยียน สี่คุณชายหวังหลิ่วอิน ห้าพี่จื่อถง ทั้งห้าคนยังไม่ได้แต่งพระชายา และฮูหยินเข้ามา จึงเป็นเหตุให้สาวงามในเมืองหลวงต่างพากันโยนผ้าเช็ดหน้า ทำถุงหอมมาให้ไม่ขาดสาย

 

       ข้านั่งคุยกับน้องอิงอยู่พักใหญ่พี่จื่อถงก็เดินลงจากชั้นสองมานั่งร่วมโต๊ะสนทนาด้วย จากนั้นข้าจึงขอตัวออกไปสูดอากาศท้ายเรือ โดยทิ้งให้พวกเขาทั้งคู่มีเวลาอยู่ด้วยกัน  ข้าเดินออกมาจากงานที่วุ่นวายแหงนหน้าขึ้นสูดอากาศให้ลึกๆ จับราวระเบียงแล้วทอดมองดูผิวน้ำที่ส่องแสงระยิบระยับสะท้อนแสงจากโคมไฟที่ส่องกระทบลงผิวน้ำ ยามนี้ท้องฟ้ามืดสนิทมีเพียงแสงไฟจากโคมไฟที่ห้อยอยู่ด้านบน แสงตะเกียงที่สว่างเรืองรองจากในเรือ และบ้านเรือนให้ความสว่างเท่านั้น

 

         พลันก็มีกลีบดอกท้อสีชมพูพัดปลิวมาตามสายลม ตกมาบนฝ่ามือของข้าย่างช้าๆ พอข้าจะหยิบขึ้นมาดมพลันก็มีสายลมหอบหนึ่งพัดมา ทำให้กลีบดอกท้อปลิวออกจากมือของข้าไปลอยชึ้น ข้าไล่สายตามองตามกลีบดอกท้อนั้นไปเรื่อยๆ จนไปตกอยู่บนฝ่ามือบุรุษที่ยืนอยู่ตรงระเบียงชั้นสอง และเป็นในจังหวะเดียวกันที่สายของเราทั้งคู่สบเข้าหาด้วยกันพอดี แสงไฟที่ตกกระทบนัยน์ตาสีน้ำตาลของเขา ทำให้ดวงตาคู่นั้นราวกับประกายแสงออกมาได้ มันตรึงดวงตาของข้าไม่อาจละสายตาไปจากดวงตาของเขาไปได้  ข้าหายใจเข้าออกอยู่ในจังหวะช้าๆ เพื่อควบคุมการเต้นของหัวใจ บุรุษผู้นี้ในยามปกติก็งดงามมากอยู่แล้ว แต่ในค่ำคืนแสงไฟสีส้มนวลส่องกระทบผิวของเขา มันกับขับเน้นให้เขาดูงดงามมากขึ้นไปอีก  ต่อมาก็เห็นเขาค่อยๆ กำมือเข้าแล้วเก็บกลีบดอกไม้เข้าไปไว้ในเสื้อตรงอก ข้าคิดว่าเขาคงจะชมชอบดอกไม้มากถึงเก็บเอาไว้ในอกเสื้อเช่นนั้น และเพียงกะพริบตาเขาก็เป็นคนละสายตาที่สบกันอยู่นั้น แล้วเบือนหน้าหันหลังเดินเข้าไปด้านในงาน  ส่วนตัวข้ายังยืนตาค้างอยู่เช่นเดิม เหตุใดเขาถึงไม่เกิดไปเป็นอิสตรีคงจะงามล่มแคว้นเป็นแน่ อ่า น่าเสียดาย ข้าบ่นพึมพำกับตัวเองสักพักก็เดินกลับไปที่โต๊ะ

 

พี่เย่เหตุใดใบหน้าแดงเช่นนี้ไม่สบายหรือเปล่า?” หวังลี่อิงยื่นหน้าไปใกล้ด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าพี่เย่ของนางอาจจะเมาเรือขึ้นมาได้

 

     ข้ารีบยกมือขึ้นจับหน้าอกเพื่อช่วยให้หัวใจที่เต้นเร็วนั้นกลับมาเป็นปกติ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรข้าเลย   นี่!ข้ากำลังตื่นเต้นอะไรกัน จากนั้นเมื่อถึงสติตนเองกลับมาได้ก็พบว่ายามนี้พี่จื่อถงไม่ได้อยู่ที่โต๊ะแล้ว พี่ชายของข้าเหตุใดทิ้งคู่หมั้นตัวน้อยไว้ผู้เดียวเช่นนี้

 

เมื่อครู่ข้าเพียงต้องลมเย็นจากข้างนอกมากระมัง  พี่จื่อถงเล่าไปไหน?” ข้ากล่าวถามด้วยความแปลกใจ

 

พี่ถงไปเอาโคมไฟมาให้เจ้าค่ะ ประเดี๋ยวก็มาแล้วหวังลี่อิงกล่าวตอบพี่เย่พลางหยิบขนมเข้าปากเคี้ยวไปด้วย

 

        ผ่านไปหนึ่งเค่อพี่จื่อถงก็เดินถือโคมไฟมาสามอัน จากนั้นก็พาข้ากับน้องอิงไปด้านฝั่งขวาของเรือ  ลอยโคมบนแม่น้ำจะแบ่งออกเป็นทางซ้าย และทางขวา ทางขวานั้นเป็นของเชื้อพระวงศ์หรือคนที่สนิทชิดเชื้อด้วย ส่วนทางซ้ายก็เป็นบุตรขุนนางระดับสองลงไป จากนั้นไท่จื่อจ้าวฝูหไม่งก็เดินนำลงมาจากชั้นสองของเรือ ตามมาด้วยองค์ชายสามจ้าวตี้เฟย แม่ทัพซ่ง  และคุณชายหวัง  ยามที่พวกเขาเดินเข้ามาใกล้ตัวข้าจึงหลุบตาต่ำมองลงไปบนผิวน้ำเพราะไม่อยากสบตากับแม่ทัพซ่ง  ก็ก่อนหน้านี้ผู้ใดใช้ให้ข้าหลุดอาการจ้องมองบุรุษตาค้างเช่นนั้น น่าอับอายนัก!

 

        พวกเขาทั้งสี่คนลงไปลอยโคมไฟรูปดอกบัวสีชมพู ต่อมาก็ตามด้วยองค์หญิง องค์ชาย และคนอื่นๆ ส่วนพวกสามคนรอให้พวกเขาลอยให้เสร็จกันครบทุกคนก่อนถึงจะลงไปลอยโคมที่แม่น้ำ

 

ซีเย่หลังลอยโคมแล้ว จะมีการแสดงของเหล่าท่านหญิง คุณหนูจากตระกูลต่างๆ พวกเราทั้งสามคนไปนั่งชมกันเถิดจ้าวจื่อถงฉีกยิ้มหันมากล่าวกับซีเย่ ส่วนหลังลี่อิงที่ยืนด้านข้างของเขากลับมีใบหน้าถอดสีขึ้นมาทันที

 

     ข้าที่เห็นสีหน้าของหวังลี่อิงดูซีดขาวลงมาฉับพลัน ไม่รู้ว่าสาเหตุใดนางถึงกลับมาเศร้าสร้อยอีกแล้ว จากนั้นข้าเลื่อนสายขึ้นไปมองพี่จื่อถง แล้วกล่าวตอบเขาออกไป ข้าก็อยากชมเช่นกัน

 

      ครานี้พวกเราทั้งสามเลือกนั่งโต๊ะด้านหน้าของเรือติดกับโต๊ะของไท่จื่อ   ข้ามองไปรอบๆก็เห็นผู้คนจากชั้นสองมาอยู่รวมกันที่ชั้นหนึ่งของเรือหมดแล้ว

 

การแสดงนี้สนุกเช่นไรเจ้ารู้หรือไม่ผู้ที่ลงไปแสดงนั้นสามารถท้าผู้อื่นได้ต่อ หากสมมุติว่าลี่อิงลงไปแสดงเสร็จแล้วนางก็สามารถท้าเจ้าได้ จากนั้นเจ้าก็ต้องออกไปแสดงต่อนางจ้าวจื่อถงกล่าวอธิบายขึ้น แล้วหันหน้าไปคุยกับองค์ชายสามที่นั่งโต๊ะเดียวกับไท่จื่อต่อ 

 

     ข้าฟังพี่จื่อถงกล่าวอธิบายจบ ก็ก้มหน้าลงเพื่อจะเทน้ำชาขึ้นดื่มแก้กระหาย พลันสายตาก็เหลือบไปมองเห็นน้องอิงที่นั่งด้านข้างกำมัดกับอาภรณ์จนแน่น  ยามปกตินางมักสนทนาไม่หยุดปากแต่พอยามนี้นางกับเงียบกริบนัยน์ตาดูกลัดกลุ้ม

 

น้องอิงเจ้าเป็นอะไรรึ?” ข้าเอียงกายเข้าไปกระซิบใกล้ๆ เอ่ยปากถามนางด้วยความเป็นห่วง

 

ข้า   ข้ากังวลใจเจ้าค่ะ มีอยู่หนหนึ่งพวกนางเรียกชื่อข้าแต่ข้าหาได้ถนัดเรื่องเช่นนี้ ครั้งที่แล้วที่ออกไปก็ทำตัวอับอายมาแล้วคราหนึ่งหวังลี่อิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่น เหตุการณ์ครั้งนั้นนางยังคงจดจำได้ไม่เคยลืม

 

เจ้าถนัดอะไรล่ะ?” ข้ากล่าวถามนางขึ้นต่ออีก รับรู้ได้ถึงความกลัวของนาง

 

หัวข้าค่อนข้างช้าๆ ที่ถนัดคงจะจับกระบี่เสียมากกว่าหวังลี่อิงเงยหน้าขึ้นไปกล่าวกับพี่เย่ของนาง

 

เจ้ายังมีสิ่งที่ถนัดนี่ หากพวงนางเอ่ยชื่อเจ้าก็แค่ออกไปร่าบกระบี่ก็จบแล้ว พอถึงครานั้นข้าจะช่วยเองข้ากล่าวกับนางเสียงอ่อน  พลางมองพินิจสีหน้าของนางไปด้วย ยามน้องอิงทำสีหน้าเศร้าสลดข้าเห็นแล้วก็อดหดหู่ตามนางไม่ได้

 

       ตรงลาดเล็กๆหน้าเรือสำหรับการแสดงก็มีสตรีร่างบางใบหน้าจิ้มลิ้มก้าวขึ้นมาแสดงเป็นคนแรก นางดีดพิณยี่สิบเอ็ดสาย พิณยี่สิบเอ็ดสายนี้จะมีเสียงใสไพเราะกว่าพิณเจ็ดสายที่เป็นเสียงทุ้ม  ข้านั่งดูการแสดงของพวกนางผ่านไปแล้วห้าคนจนเริ่มปวดเมื่อยตามตัว จากนั้นจึงเอี่ยวตัวไปมาซ้ายขวา  พลันสายตาของข้าก็วาดผ่านไปเห็นแม่ทัพซ่งที่หันหน้าทางนี้พอ ข้าจึงแสร้งมองทะลุตัวเขาไปด้านหลัง และหลังจากนั้นก็เหลือบมองไปรอบๆ แล้วชักสายตากลับไปมองการแสดงต่อ

 

ข้าท้าหวังลี่อิง!!สตรีนางหนึ่งกล่าวขึ้นเสียงดัง หวังลี่อิงที่ถูกท้าก็กำอาภรณ์เข้าแน่นมากว่าเดิม อีกทั้งยังรู้สึกสั่นวิตกขึ้นมาเล็กน้อย

 

ข้าที่ได้ยินก็หันหน้าไปมองน้องอิงด้วยความเป็นห่วง จึงเห็นยามนี้นางดูท่าทางกังวลใจอยู่มาก จากนั้นจึงกล่าวปลอบนางออกไป  ไม่ต้องกลัว  ข้าบอกแล้วว่าจะช่วยเจ้าเอง

 

เราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ?” หวังลี่อิงที่ดวงหน้าคล้ำงอ กล่าวขึ้นอย่างละล่ำละลัก

 

เจ้าร่ายรำกระบี่ไม่ใช่รึ ก็แค่ออกไปร่ายกระบี่ เพียงแต่ครานี้เจ้าไม่ต้องกำกระบี่ไว้ในมือเจ้าเพียงวาดทาทางด้วยกระบี่ก็พอ ส่วนข้านั้นจะออกไปดีดพิณให้เจ้าเอง ข้ากล่าวบอกนางพร้อมรอยยิ้ม  

 

       และโชคดีนักที่ท่านพ่อสอนเครื่องดนตรีให้ข้าอยู่สามชนิด ท่านคงจะทราบว่าหากกลับมาแคว้นเยว่ข้าต้องมีโอกาสได้ใช้ความรู้พวกนี้เป็นแน่อีกทั้งยิ่งเรื่องพิณข้านั้นจำได้ขึ้นใจ เพราะความโง่เขลาไม่เอาไหนของตัวเองทำให้ตัวข้าอับอายมาแล้วหลายคราต่อหน้าคุณหนูสี่ และบุรุษผู้นั้น  พอมีโอกาสได้เรียนจึงตั้งใจเรียนด้วความมุ่งมั่น

 

       น้องอิงเดินขึ้นเวทีไป ส่วนตัวข้าเดินไปทางเครื่องดนตรีด้านข้างที่อยู่ด้านหลังม่านสีขาว พอมองจากจุดนี้ที่มีผ้าม่านกั้นอยู่จึงมองออกไปด้านนอกเห็นไม่ชัดเจนมากนัก และคนจากด้านนอกเองก็มองเข้ามาด้านในไม่ชัดเจนเช่นกัน อย่างน้อยๆไม่ต้องมีสายตาจับจ้องมาที่ตัวข้า มันยิ่งลดอาการตื่นเต้น และประหม่าลงไปได้เยอะ  ถึงครานี้จะเป็นครั้งแรกข้าก็ต้องช่วยนางอย่างเต็มที่ ไม่อยากให้นางต้องเผชิญหน้ากับสตรีพวกนั้นคนเดียว ข้าเองรู้ดีกว่าการถูกกลั่นแกล้งมันมีความรู้สึกเช่นไร

 

       ตอนนี้ข้าเห็นเพียงน้องอิงผ่านช่องแคบรอยต่อของผ้าม่าน นางกำลังมองมาที่ข้าด้วยแววตาสั่นระริก ข้าขยับปากนับหนึ่ง สอง สาม ช้าๆให้นางที่มองผ่านช่องเข้ามาเห็น  

  

  หวังลี่อิงที่เพ่งสายตามองผ่านช่องแคบๆเข้าไป เพื่อเห็นสัญญาณจากพี่เย่ของนาง นางก็หลับตาครู่หนึ่งจากนั้นค่อยๆ วาดแขนไปกลางอากาศร่ายรำกระบี่ที่ตนเองร่ำเรียนช้าๆ โดยผ่ามือที่กำกระบี่นั้นนางได้แบออกมาแทน

 

      ส่วนตัวข้าใช้เพลงออกรบที่ฟังแล้วฮึกเหิมเพื่อให้เข้ากับท่าทางร่ายรำที่ดูแข็งแรง และหนักหน่วง ยามที่นางขยับตัวเร็วขึ้น ก็เพิ่มจังหวะให้หนักขึ้นไปด้วย ยามที่นางผ่อนแรงข้าก็บรรเลงให้ช้าลง จังหวะร่ายรำหลอมรวมเข้าไปกับเสียงพิณ ตอนนี้น้องอิงราวกับเทพธิดาตัวน้อย ใบหน้าที่ดูตึงเครียด กลายเป็นรอยยิ้มสดใสประดับอยู่บนดวงหน้าหยกของนาง  เมื่อการแสดงจบลงเสียงตบมือก็ดังขึ้น ข้าที่ยืนมองน้องอิงที่โค้งตัวเมื่อจบการแสดงอยู่หลังม่านก็รู้สึกมีความสุขไปด้วย  จากนั้นนางก็ปรี่วิ่งมาหาข้าแล้วเปิดผ้าม่านออกโถมตัวเข้ามากอดข้าอย่างแนบแน่น

 

ฮือออๆ พี่เย่ข้ารักท่านหวังลี่อิงที่ดีใจจนร้องไห้กล่าวออกมาปนน้ำเสียงสะอื้น  ยามนี้นางรู้สึกมีความสุขเหลือเกินที่มีคนช่วยเหลือนางให้ผ่านพ้นเรื่องพวกนี้ไปได้

 

หยุดร้องเสีย ประเดี๋ยวจะต้องออกไปด้านนนอกแล้ว ข้ากล่าวพลางกอดรัดนางไปด้วยความเอ็นดู

 

     จ้าวจื่อถงที่เห็นการแสดงของซีเย่ และหวังลี่อิงก็เบิกตาขึ้นมองด้วยความแปลกใจ จากนั้นเมื่อการแสดงจบลงเขาก็นั่งรอให้พวกนางทั้งสองเดินออกจากหลังม่าน พอพวกนางเดินออกมาเขาก็กล่าวชมออกไป วันนี้พวกเจ้าทำได้ดีมาก  

 

"เจ้าค่ะ" น้องอิงก้มหน้างุดกล่าวตอบเขาเสียงแผ่วเบา ด้วยความเขินอายเล็กน้อย เพราะนานๆทีจะได้รับคำชมจากจ้าวจื่อถง ยามปกติพี่ถงของนางมักจะตีหน้าขรึมใส่นางเป็นประจำ หรือบางคราก็จะมีดุด่าบ้าง

 

       พวกเรานั่งดูไปหนึ่งชั่วยามคุณชายหวังก็มาขอตัวรับน้องอิงกลับจวน ส่วนตัวข้ากับพี่จื่อถงก็กล่าวล่ำลาไท่จื่อจ้าวฝูหไม่ง องค์ชายสามจ้าวตี้เฟย และแม่ทัพซ่ง ข้ากลับมาถึงจวนยามไฮ่ อาบน้ำผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ที่จูเจียชิน และจูเจีนเซินจัดเตรียมเอาไว้ให้ พอเสร็จแล้วก็เข้าไปนอนกอดยี่หวี่ กับเอ้อร์เฟยต่อ  วันนี้ข้าได้กำชับให้แม่นมนำเจ้าเด็กดื้อทั้งสองมาเลี้ยงที่ห้องนอนของข้า  ข้านอนกอดนอนหอมพวกเขาไปครู่หนึ่งจากนั้นด้วยความเหนื่อยล้าก็ได้หลับไปในที่สุด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.737K ครั้ง

26 ความคิดเห็น

  1. #7526 ynotme (@ynotme) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 11:15
    แงๆๆ อ่านชื่อไท่จื่อไม่ออก
    #7526
    0
  2. #5524 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 10:41
    อ้อมมือ=ออมมือ
    #5524
    0
  3. #5523 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 10:36
    หน้าเอ็นดู=น่าเอ็นดู
    #5523
    0
  4. #5522 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 10:36
    จำนวนทหารเป็นจาก คน เป็น นาย
    #5522
    0
  5. #5521 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 10:34
    สีแดงข้น=สีแดงเข้ม
    #5521
    0
  6. #5520 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 10:32
    พลางพูดจ๋อ=พลางพูดจ้อ
    #5520
    0
  7. #5519 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 10:28
    เซตา=เสตา
    #5519
    0
  8. #3819 Dreammimi1 (@Dreammimi1) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 19:13

    ชอบๆสนุกมากๆ
    #3819
    0
  9. #3813 namsai557 (@namsai557) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 12:06
    ดูแม่นะจ๊ะ...
    #3813
    0
  10. #3742 katekate (@fairykate27) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 14:34

    ชอบบบ นางเอกสตรองมากกก เด็กๆ จะเจอท่านพ่อไหมน้ออออ ง้อให้ตายไปเลย ฮ่าๆๆๆ

    #3742
    0
  11. #3094 Alamadine (@alamadine) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 18:28
    ทำไมถึงใช้คำว่า เซตาไปทางอื่น น่าจะมีคำที่เหมาะสมกว่านี้ แทนคำว่า เซตา
    #3094
    1
    • #3094-1 แมวไม่เล็ก (@THEDEEM) (จากตอนที่ 15)
      21 พฤศจิกายน 2561 / 19:23
      เซตา คือแกล้งหรือแสร้งมองไปทางอื่น ในบางบริบทจะให้อารมณ์ไม่ถึงกับต้องบรรยายออกมาทั้งหมด ประมาณนี้มั้งที่ไร์คิด
      #3094-1
  12. #2408 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 19:24
    แหนะสัมผัสได้ถึงเรือท่านแม่ทัพฝั่งขวา
    #2408
    0
  13. #2356 dark reader (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 12:18

    ชอบนางเอกจังเลยค่ะ 5555

    #2356
    0
  14. #2116 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 19:20
    เอาแล้ว แม่ม่ายลูกสองจะลงแข่งแล้ว แม่ต้องกวาดคู่แข่งเรียบแน่นอน 5555
    #2116
    0
  15. #2036 Oil Sasipron (@autogun) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 22:42
    ขอบคุณค่ะ
    #2036
    1
    • #2036-1 แมวไม่เล็ก (@THEDEEM) (จากตอนที่ 15)
      2 พฤศจิกายน 2561 / 22:45
      เป็นผู้อ่านน่ารักมากเลยยย. (づ ̄ ³ ̄)づ
      #2036-1
  16. #1413 mooklinlava2505 (@mooklinlava2505) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 13:18
    แง่งอน คำว่างอน สะกดด้วยน.หนูไม่ใช่ล.ลิง
    #1413
    1
  17. #435 นู๋ตองน้อย (@0817667349) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 11:30

    เริ่ดคะสู้ๆ
    #435
    0
  18. #409 silensehun (@silensehun) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 02:43
    จะออกลองไปรบนี่... กล้าฆ่าคนรึยังอะ ตอนั้นยังใจเสาะไม่กล้าฆ่าอยู่เลยหนิ
    #409
    2
    • #409-2 arteeit2 (@arteeit2) (จากตอนที่ 15)
      1 พฤศจิกายน 2561 / 06:39
      มันก็ต้องฝึกมั้ยไอ่น้อง
      #409-2
  19. #371 ณ.ภัทร (@beatle1960) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 16:43
    นางเอกขี้อ่อยอ่ะ ชอบๆ 555
    #371
    0
  20. #215 bangtanna (@bangtanna) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 00:04

    555ชอบนางเอกแบบนี้ มีการยักคิ้วด้วย อิอิ
    #215
    0
  21. #194 mimiffy (@mimiffy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 16:29
    ขอติงเรื่องคำพูดนางเอกค่ะ น่าจะใช่ขอบคุณนะคะ ทั้งพ่อและพี่อายุเยอะกว่า เหมาะสมกว่านางเอกไม่ใช่เชื้อพระวงศ์ พูดขอบใจมันดูแปลกๆ
    #194
    1
    • #194-1 แมวไม่เล็ก (@THEDEEM) (จากตอนที่ 15)
      17 ตุลาคม 2561 / 16:31
      ไรท์ใช่คำผิดครับ ตอนแรกสับสนระหว่างคำจะใช้คำไหน ขอบคุณที่แนะนำ 🙏
      #194-1
  22. #131 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 00:18
    จะอัพเลเวลอีกแล้ว~
    #131
    0
  23. #55 aorpatongko (@aorpatongko) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 11:06
    ชีวิตนางดีขึ้นตั้งแต่ตัดหลัวออกไป
    #55
    0
  24. #54 B_bumeja (@15bume15) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 10:50

    ชูป้ายไฟ
    #54
    0
  25. #53 nokjib02 (@nokjib02) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 10:43
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-06.png love love
    #53
    0