◌ หนิงเฟิ่ง ◌ เทพเซียน สนพ.Dbooks

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,380,597 Views

  • 7,529 Comments

  • 8,778 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,798

    Overall
    1,380,597

ตอนที่ 14 : บทแคว้นเยว่ & งานเลี้ยงไท่จื่อ : เล่ม 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46139
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2851 ครั้ง
    12 มี.ค. 62

         

เดี๋ยวนะ ! สามีเจ้าเป็นผู้ใดกันถึงกับสั่งทหารให้ค้นหาตัวเจ้าได้ตอนนี้คิ้วของจ้าวจื่อถงขมวดเข้าชิดติดกันเป็นเส้นเดียวกัน

 

อย่าไปพูดถึงบุรุษผู้นั้นเลย  ข้าไม่อยากเอ่ยถึงเขาอีกข้ายิ้มแห้งๆ บอกปัดพี่จื่อถงไป และเขาถึงแม้ว่าจะทำหน้าสงสัยไม่คลาย แต่ก็ไม่ถามเซ้าซี้อะไรกับข้าต่ออีก

 

พวกท่านกระซิบกระซาบเรื่องใดกันหรือ ถึงไม่ยอมให้ข้าได้ยินด้วยหวังลี่อิงกล่าวแทรกขึ้นด้วยความสอดรู้

 

กระซิบอะไรกันเล่า ข้าจะให้เจ้าไปสอนซีเย่ขี่ม้าเสียหน่อย เจ้าสอนนางได้หรือไม่?” จ้าวจื่อถงก้มหน้าลงมองหวังลี่อิงที่ตัวเล็กเพียงอกของเขา พร้อมกับกล่าวออกไป

 

    หวังลี่อิงที่ได้ยินก็ฉีกยิ้มกว้างจนแก้มปริ พยักหน้ารับขึ้นลง แล้วจับจูงมือพี่เย่ของนางเดินออกมาอย่างรวดเร็ว พามายังสนามหญ้าสีเขียวขนาดกว้างสำหรับขี่ม้าในค่าย ด้านข้างเป็นโรงเลี้ยงม้าหลังใหญ่ ในสนามหญ้ามีคนควบม้าเดินอยู่สามสี่คนแต่งกายสีดำสนิทปกปิดใบหน้าไม่ดชิดเหลือเพียงแค่ดวงตาที่โพล่พ้นออกมาเท่านั้น

 

พี่เย่ โรงเลี้ยงม้าค่ายทหารของพวกมีพันธุ์ม้าชั้นดีเยอะมากเลยเจ้าค่ะ แคว้นเยว่ของเรามีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เขียวชอุ่มตลอดปีเหมาะแก่การเลี้ยงม้าเป็นที่สุดหวังลี่อิงกล่าวเล่าอธิบายออกไป

 

ประเดี๋ยวข้าไปเอาม้ามาก่อนนะเจ้าคะหวังลี่อิงกล่าวจบก็รีบรุดวิ่งจากไป

 

ตัวข้าได้แต่ยื่นนิ่งมือไพล่หลังรอน้องอิงไปเอาม้า และทอดสายตามองผู้คนที่กำลังควบม้าเร็วอยู่บนทุ่งหญ้าเพื่อฆ่าเวลารอนางไปด้วย อืม จะว่าไปแล้วก็มีโครงร่างดูคุ้นตาอยู่ผู้หนึ่ง แต่ขบคิดดูแล้วก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน  ผ่านไปหนึ่งเค่อน้องอิงก็จูงม้าสีน้ำตาลหนึ่งตัว และสีน้ำตาลสลับขาวอีกหนึ่งตัวเดินมา

 

 พี่เย่ เดี๋ยวข้าจะสอนท่านนะเจ้าคะหวังลี่อิงกล่าวขึ้นเสียงใส  จากนั้นก็เริ่มอธิบายวิธีการขี่ม้าให้พี่เย่ฟัง  "ท่านั่งม้า นั่งให้ชิดหัวอานให้มากที่สุด ลำตัวกับศีรษะต้องตั้งตรง ดันเอวไปข้างหน้าเล็กน้อย หัวเข่าต้องแนบชิดติดอานม้า เท้าทั้งสองให้ขนาบกับลำตัวม้าเจ้าค่ะนางพลางกระโดดขึ้นหลัง แสดงท่าทางให้ดูไปด้วย

 

ข้าจะสอนการเดินก่อนนะเจ้าค่ะ  ม้าเดินอยู่สี่จังหวะ สมมุติม้าก้าวขาซ้ายออกนับหนึ่งจังหวะ ขาหลังขวาก็จะเป็นจังหวะที่สอง ขาหน้าขวาก็จะเป็นจังหวะที่สาม ขาหลังซ้ายเป็นจังหวะที่สี และขาม้าจะไขว้กันเช่นนี้เจ้าค่ะหวังลี่อิงกล่าว แล้วขยับท่างการบังคับม้าไปด้วย

 

ข้ายืนฟังน้องอิงสอนอยู่ครึ่งชั่วยาม จนนางแน่ใจแล้วว่าข้าจะทำได้จึงลองขึ้นหลังม้าดูก่อน  จากนั้นตัวข้ากระโดดขึ้นไปนั่งบนหลังม้าแล้วบังคับเดินช้าๆ ไปมาอยู่สองรอบสนามหญ้าตามที่น้องอิงสอนอยู่สองรอบ  พลันก็มีนายทหารวิ่งเข้ามาหาน้องอิงที่กำลังควบม้าอยู่ด้านข้างข้า

 

คุณหนูหวังขอรับ ท่านเสนาบดีกรมยุติธรรมมารอพบที่เรือนบัญชาการขอรับ!นายทหารกล่าวเสียงหอบ

 

พี่เย่ ท่านพ่อมาหาข้าขอตัวประเดี๋ยวหนึ่ง ท่านอยู่คนเดียวได้ไหมเจ้าคะ ?” หวังลี่อิงมองพี่เย่ด้วยสีหน้าลำบากใจ

 

ได้สิ เจ้ารีบไปเถิดท่านพ่อเจ้าจะรอนานเอาข้ากล่าวตอบนาง

 

       ส่วนข้าเองก็ฝึกควบม้าไปสักพักหนึ่งฝีเท้าของมันก็เร็วขึ้น ตัวข้าตกใจจะร้องกรีดออกมาก็หุบปากลงฉับพลัน เกิดหน้าบางขึ้นมากะทันหัน มันคงจะตลกไม่น้อยที่ข้าจะแหกปากกรีดลั่นออกมา  เฮ้อ  ตกลงมาเจ็บจะคุ้มกับความทะนงของตัวเองหรือไม่ แต่อย่างน้อยๆ ก็ต้องลองดูก่อน  ข้าจึงพยายามควบคุมสติใช้วิธีตามที่น้องอิงสอน แต่หาใช้ได้ผลไม่มันยังวิ่งสะบัดราวกับเป็นบ้า ตัวข้าสั่นโยกไปมาอยู่บนหลังของมัน คล้ายราวกับศีรษะจะหลุดออกไปได้วย  อาหารเมื่อเช้าที่กินเข้าไปเริ่มจะตีขึ้นมาที่คอ ตัวข้ากำลังพะอืดพะอมอยู่นั้น พลันมีม้าสีดำทมึฬควบมาขนาบตัวข้า บุรุษสวมใส่อาภรณ์สีดำสนิทกระโดดมานั่งซ้อนหลังข้าอยู่บนหลังม้าอย่างรวดเร็ว

 

ปล่อยสายบังเหียนเสียงทุ้มลึกละมุนดังคลออยู่ใกล้ใบหู แล้วมีกลิ่นหอมอ่อนของไม้ไผ่เผาลอยเข้ามาในจมูกของข้า ตัวข้ารีบปล่อยสายทันที นั่งตัวแข็งทื่อในอ้อมกอดของเขา อีกทั้งเสียงหัวใจตอนนี้มันดังราวกับเสียงกลองรัวเพราะกลัวว่าตนเองจะตกจากหลังม้า หรือเพราะรู้สึกแปลกพิกลจากแผ่นหลังที่สัมผัสกับอกของเขา ตอนนี้ตัวข้าเริ่มรู้สึกขนลุกไปทั่วทั้งตัวอย่างบอกไม่ถูก

 

เหตุใดถึงไม่ร้องขอความช่วยเหลืออยู่ดีๆเขากล่าวถามขึ้นมา เสียงของเขาฟังดูเนิบๆ ไม่แสดงอารมณ์ใดใดในน้ำเสียง

 

ข้าอยากลองหยุดมันด้วยตัวเองข้ากัดฟันกล่าวออกไป หากตอบไปตามจริง ข้าอายที่จะขอความช่วยเหลือช่างเป็นความคิดที่โง่เขลายิ่งนัก

 

อืมเขากล่าวตอบสั้นๆ แล้วบังคับม้าจนหยุด แล้วกระโดดลงไป ยื่นมือออกมาให้ข้าจับพยุงตัวลงมาจากหลังม้า

 

ขอบใจมากเจ้าค่ะ ไม่ทราบท่านจะบอกชื่อเสียงเรียงนามกับข้าได้หรือไม่ ?”ข้าประกบมือก้มหัวเล็กน้อย แล้วสำรวจบุรุษตรงหน้า เขาโพกผ้าสีดำเห็นเพียงดวงตาคู่เฉียวดูดุดันสีน้ำตาล เอ๋ ! คล้ายจะเคยมองดวงตาคู่นี้มาก่อน

 

ข้าซ่งจินเหยียน ม้าตัวนี้มันไม่ค่อยสบายดีเท่าไรนักซ่งจินเหยียนกล่าวตอบนางออกไปจากนั้นก็หมุนกายเดินจากไปทันที

 

      ข้าเรียบเรียงความทรงจำ ซ่งจินเหยียน บุรุษแซ่ซ่ง แม่ทัพฝ่ายขวาเขาดูค่อนข้างจะคุยยากตามที่พี่จื่อถงกล่าว และดูแปลกๆ เข้าถึงยากอยู่บ้าง เฮ้อ ช่างเถิดยังไงเสียก็ดูเป็นคนดีผู้หนึ่งที่ช่วยข้าเอาไว้  คราวหน้าข้าควรจะหาของมาตอบแทนเขาเสียหน่อย   จากนั้นเพียงครู่หนึ่งน้องอิงก็วิ่งเข้ามาหา ข้าเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้นางฟัง นางขอโทษขอโพยข้าเสียยกใหญ่  พวกเราทั้งคู่จึงเดินกลับมาเรือนบัญชาการ ส่วนน้องอิงก็ขอตัวกลับจวนไปทำธุระ

 

ก๊อก!  ก๊อก!    ข้าเคาะประตูพร้อมกับกล่าวออกไปด้วย  ข้าเข้าไปได้ไหมเจ้าคะ?”

 

เข้ามาสิเสียงของเขาดังขึ้น ข้าเปิดประตูเข้าไป เห็นพี่จื่อถงนั่งคิ้วขมวด ใบหน้าหวานๆ ของเขากำลังหงิกง้อ

 

กำลังยุ่งหรือเจ้าคะ?” ข้าเดินไปนั่งเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของเขา

 

นิดหน่อย สงสัยจะต้องเร่งเดินทางไปก่อนเดือนหนึ่ง มีสาสน์ส่งมาจากชายแดน พวกเผ่าตูเย้าบุกปล้นชาวบ้านเกือบจะทุกวัน ขนาดแคว้นฉินใกล้เคียงก็โดนเช่นเดียวกันจ้าวจื่อถงกล่าว พลางก้มหน้าอ่านแผนที่บนโต๊ะด้วยความเคร่งเครียด

 

มีอะไรที่ข้าพอจะช่วยได้บ้างหรือไม่เจ้าคะข้าเอ่ยปากถาม

 

มี..เจ้าเอาแผนที่ขนาดเล็กม้วนอยู่ตรงชั้นหนังสือ และก็บันทึกของแถบชายแดนตอนใต้ไปอ่านมันจะมีประโยชน์มากหากพวกเราไปถึงจ้าวจื่อถงชี้นิ้วไปชั้นหนังสือด้านหลังของเขา แล้วก้มหน้าอ่านแผนที่ต่อตามเดิม

 

     ข้าเดินไปหยิบแผนที่ และบันทึกมาคลี่อ่าน .. แถบชายแดนตอนใต้เป็นป่ารกทึบติดกับหุบเขาที่เป็นรอยต่อกับพวกชนเผ่าตูเย้า และแถบชายแดนข้างเคียงคือแคว้นฉินที่มีเมืองอู๋ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างแคว้นเยว่ กับแคว้นฉิน  พวกชนเผ่าตูเย้าชำนาญการรบบนต้นไม้ และบนหน้าผา ข้าไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดทางการจึงทำกวาดล้างไม่หมด เพราะแถบชายแดนตอนใต้เป็นถิ่นที่พวกมันถนัด อีกทั้งทหารของแคว้นเยว่ฝึกอยู่กลางแจ้ง ถนัดการรบบนที่ราบกว้างจะให้ไปปีนป่ายว่องไวอยู่บนต้นไม้ก็คงเป็นไม่ได้   ตัวข้าพยายามท่องจำรายละเอียดต่างๆ เช่น เส้นทางบนแผนที่ พืชพื้นเมืองของที่นั่น

 

ข้าลืมบอกเจ้าการเดินทางไปครานี้จะปลอมเป็นขบวนพ่อค้าจ้าวจื่อถงกล่าวขึ้น

 

เจ้าค่ะ แล้วพวกเราจะนำทหารไปกี่คน ?” ข้าถามด้วยความสอดรู้

 

ก็ประมาณหนึ่งพันห้าร้อยคน แต่จะแบ่งออกเป็นสองขบวนเว้นระยะห่างกันสักสองสามวัน ส่วนแผนการก็ต้องประชุมหารือกันอีกทีจ้าวจื่อถงกล่าวตอบซีเย่

 

      พอกลับมาถึงเรือนข้าก็หอบแผนที่ กับบันทึกทางการทหาร ยังไม่รวมหนังสือเกี่ยวกับพิษกลับมาอ่านด้วยสองสามเล่ม ตลอดทั้งสี่วันข้าท่องจำรายละเอียดต่างๆ ของแผนที่ ถึงไม่ว่าจะจำไม่ได้หมดสะทีเดียวแต่ก็มั่นอ่านเก็บเล็กผสมน้อยไปด้วย

 

ท่านหญิงพ่อบ้านหลิงนำเครื่องประดับชุดใหม่มาให้เจ้าค่ะจูเจียชินเดินถือกล่องทรงสี่เหลี่ยมมาในห้อง

 

ขอบใจข้ากล่าวกับนาง ยื่นมือออกไปรับกล่องไม้มาเปิดออกดูข้างในเป็นปิ่นปักผมดอกเหมยสีชมพูประดับด้วยไข่มุกเม็ดเล็กสีขาวซ้อนทับกันจัดทำขึ้นมาอย่างประณีต และยังมีต่างหูดอกเหมยห้อยยาวลงมาเข้าคู่กับปิ่นปักผมอีกด้วย

 

      คงจะเป็นพี่จื่อถง ซื้อมาให้อีกตามเคย เขาเป็นบุรุษที่ละเอียดลออ แตกต่างจากบุคลิกภายนอกอย่างสิ้นเชิง มีรสนิยมในการเลือกเครื่องประดับ เสื้อผ้าอาภรณ์เก่งกว่าข้าที่เป็นสตรีเสียด้วยซ้ำ

 

วันนี้ท่านหญิงจะใส่ชุดผ้าไหมสีไหนดีเจ้าคะ?” จูเจียชินถือชุดมาให้ท่านหญิงเลือกสามสี่ชุด

 

ข้าที่กำลังลังเลระหว่างสีฟ้าอ่อน กับสีชมพูบานเย็นอ่อนๆ อยู่นั้น ซุนลี่ก็เดินเข้ามาในห้องแล้วกล่าวขึ้น คุณหนูบ่าวว่าสีชมพูเจ้าค่ะ ยามที่ท่านใส่สีนี้แลดูบอบบางราวกับบุปผาเลยซุนลี่หยิบชุดสีชมพูขึ้นมาทาบทับบนตัวข้าไปด้วย

 

เจ้าว่าอย่างนั้นรึเช่นนั้นข้าใส่สีนี้ละกัน ข้าผลัดเปลี่ยนอาภรณ์โดยการช่วยเหลือจากจูเจียชิน และจูเจียเซิน  ชุดที่ข้าสวมเป็นสีขมพูอ่อนเรียบๆ ไม่มีลาย มีผ้าคลุมบางเบาสีสมพูอ่อนเช่นกันปักลายที่ชายผ้าเป็นกลีบดอกไม้ขนาดเล็กสีขาวเอาไว้

 

บ่าวจะทำผมให้คุณหนูเองเจ้าค่ะซุนลี่อาสาทำทรงผมให้กับคุณหนูของนาง

 

ซุนลี่เกล้าผมผมครึ่งหัวปักด้วยปิ่นดอกเหมย และประดับด้วยมีมุกขาวเม็ดเล็กๆ ตรงม้วยผม  จากนั้นข้าก็หยิบตุ้มหูขึ้นมาใส่ให้เข้าคู่กัน แล้วผลัดแป้งให้หน้าเนียนนวลขาวผ่อง เขียนคิ้ว ทาปากด้วยขี้ผึ้งให้ดูชุ่มชื้นสุดท้ายก็ทาชาดลงริมฝีปากไปเล็กน้อย

 

เป็นเช่นไรบ้าง เครื่องประดับดูน้อยไปหรือไม่?” ข้าเอ่ยปากถามพวกนางพลางหมุนกายไปรอบๆ

 

ดูน้อยไปหน่อยเจ้าค่ะ หากมองรวมๆ แล้วดูเรียบง่ายละมุนตามากนักจูเจียเซินยกมือขึ้นลูบใบหน้าตนเองบิดตัวไปมาๆ

 

คุณหนูงามมากยิ่งนัก ไปต้องประโคมเครื่องประดับให้มากมายเหมือนสตรีอื่นในเมืองหลวงซุนลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเอาใจคุณหนู แต่มันก็เป็นเรื่องจริงตามที่นางออกกล่าวออกมาทั้งหมด  เพราะซีเย่นั้นก็งามมากอยู่ งามโดยไม่ต้องใส่เครื่องประดับอะไรเลยก็ยังได้

 

       ข้าเดินมาหาพี่จื่อถงที่ยืนรออยู่หน้ารถม้า วันนี้เค้าแต่งกายคล้ายกับคุณชายเจ้าสำราญ สวมใส่อาภรณ์สีม่วงเข้ม มัดผมครึ่งหัว ห้อยหยกสีขาวไว้ข้างเอว

 

แอม ! เป็นอย่างไรบ้างวันนี้ข้าแต่งสวยเพื่อท่านเลยนะข้ากระแอมเสียงในคอกล่าวกับพี่จื่อถงที่ยืนกอดอกแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีส้มยามเย็นอยู่ในขณะนี้

 

        จ้าวจื่อถงชักหน้ากลับลงมามองพร้อมยิ้มมุมปาก กล่าวด้วยน้ำเสียงติดทะเล้น  หืม น้องสาวของข้างดงามเป็นหนึ่งในงานเลี้ยงวันนี้แน่ๆ ข้าต้องทำตัวเป็นไม้กันหมาเสียแล้ว

 

พอสิ้นคำกล่าวของเขาข้าก็แสร่งยกมือขึ้นมาปิดหน้าเล็กน้อย บิดกายอีกนิดเพื่อแสดงออกว่ายามนี้กำลังเขินในคำกล่าวของเขา

 

ฮึ หากเจ้าจะแกล้งอายก็อย่าได้เยอะไป ดูแล้วน่าขันยิ่งนัก จ้าวจื่อถงกล่าวออกไป พลางยื่นแขนออกไปให้นางพยุงตัวขึ้นรถมา

 

       รถม้าเคลื่อนตัวออกจากจวนยามอิ่น ยามนี้รถม้าวิ่งอยู่บนถนนริมแม่น้ำที่ไหลผ่านกลางเมืองหลวง  และทั้งสองฝั่งทั้งสองข้างจะมีเสาสีแดงเข้มขนาดใหญ่ขนาบกัน ห้อยโคมไฟสีแดงประดับย้อยลงมาอย่างสวยงาม และยังมีต้นท้อผลิดอกสีชมพูบานสะพรั่งเรียงรายตามริมทางตอนนี้ข้าตื่นเต้นเล็กน้อยเพราะไม่เคยได้ออกมางานเช่นนี้มาก่อน ตอนที่เป็นฮูหยินน้อยก็อยู่แต่ในจวนไม่เคยไปคบค้าสมาคมกับฮูหยินบ้านอื่นเลยสักครา

 

ถึงแล้ว คนมาเยอะเหมือนกันจ้าวจื่อถงเลิกผ้าม่านขึ้น แล้วเพ่งสายตามองไปด้านนอก

 

      ข้าเองก็ชะโงกหน้าไปมองด้วยเช่นกัน  ภาพที่เห็นประจักต่อสายตาคือมีเรือไม้สีแดงขนาดใหญ่สองชั้นทำขึ้นอย่างประณีต ด้านในมีผู้คนแต่งกายงดงามอยู่แน่นขนัดอยู่บนเรือ ชั้นแรกมีโต๊ะน้ำชาขนาดเล็กวางไว้เกือบยี่สิบกว่าโต๊ะ ด้านหน้าหัวเรือมีสตรีใบหน้างามหมดจด ร่างบางอรชรสี่คนกำลังบรรเลงพิณเจ็ดสายสองคน อีกสองคนสีเอ้อหูอยู่ ชั้นสองเหมือนจัดไว้รับรองเหล่าเชื้อพระวงศ์ องค์หญิง องค์ชาย ท่านอ๋อง ท่านชาย ท่านหญิง ของที่นำมาจัดตกแต่งดูแตกต่างจากชั้นล่างอย่างสิ้นเชิง มีเครื่องทอง เก้าอี้ และโต๊ะไม้แกะสลักอย่างประณีต

 

คนเยอะมากเลยเจ้าคะ..ข้าหันไปพูดกับพี่จื่อถง ด้วยน้ำเสียง และใบหน้าขาดความมั่นใจไปหลายส่วน

 

ไม่ต้องกังวลวันนี้ลี่อิงก็มาด้วย นางจะชวนเจ้าสนทนาจนหายเกร็งไปเลย จ้าวจื่อถงกล่าวขึ้นอย่างสบายๆ พลางตบบ่านางที่ยืนด้านข้างไปสองทีเพื่อให้กำลังใจ

 

          พวกเราทั้งสองก้าวลงจากรถม้าเดินข้ามสะพานไม้เชื่อมขนาดใหญ่  ข้าเองก็กวาดตาสำรวจมองไปรอบๆ ก็เห็นว่าเกือบทุกสายของคนในเรือกำลังจับจ้องมาที่ข้ากับพี่จื่อถง  อีกทั้งพ่วงแก้มของอิสตรีที่มองพี่จื่อถงอยู่นั้นก็ระบายไปด้วยสีแดงระเรื่อแววตาของพวกนางดูหวานลึกซึ้ง แต่แตกต่างจากสายที่พวกนางเลื่อนมามองที่ข้ามันฉายแววขุ่นเคืองใจปนกับความสงสัยฉายออกมา

 

ซีเย่เจ้าอย่าได้สนใจสายตาพวกเขาเลย เจ้าออกงานกับข้าบ่อยๆ ประเดี๋ยวก็ชิน เกิดเป็นคนรูปงามก็ลำบากเหมือนกัน แต่จะว่าไปพวกบุรุษก็มองเจ้าตาแทบจะหลุดออกมาแล้ว จ้าวจื่อถงโน้มกายเข้ามากระซิบข้างหูของนาง

 

ข้าได้แค่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ในคำกล่าวของเขา แหมพ่อคนรูปงามหน้าหวาน

 

       จ้าวจื่อถงที่กวาดสายตามองห้าคู่หมั้นตัวน้อยอยู่นั้น ก็กอดอกถอนหายใจเผยอหน้าไปทางโต๊ะน้ำชาตัวเล็กริมระเบียงc]h;กล่าวออกไป นั่นไงลี่อิง มางานเช่นนี้นางยังจะนั่งกินไม่หยุดปากอีก

 

ข้ามองไปตามที่พี่จื่อถงเบือนหน้ามองไป ก็เห็นน้องอิงแต่งกายด้วยอาภรณ์สีเขียวอ่อนแลดูน่ารักน่าชังกว่าชุดทหารยามปกติที่นางใส่มากนัก ยามนี้นางกำลังนั่งหยิบขนมสีแดงเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ น่าจะเป็นขนมกุ้มเฟยกระมัง

 

พวกเราไปนั่งกับน้องอิงเถิด  ข้ายืนอยู่เช่นนี้อึดอัดมากนักข้าเอามือป้องปากกระซิบ

 

ได้ แต่เอาไว้หลังจากที่พวกเราต้องขึ้นชั้นสองไปก่อน ข้าจะพาเจ้าไปแนะนำจ้าวจื่อถงกอดอกยิ้มกรุ้มกริ่ม เดินนำนางขึ้นบันไดไปชั้นสอง

 

       ข้ามองเห็นจากที่ไกล มีบุรุษสี่คนที่ดูโดดเด่นนั่งล้อมวงที่โต๊ะน้ำชา และยังมีอิสตรี กับบุรุษที่นั่งคละรวมโต๊ะกันอยู่สิบโต๊ะ พี่จื่อถงเดินตรงเข้าไปที่โต๊ะบุรุษทั้งสี่ หนึ่งในนั้นมีบุรุษแซ่ซ่งอยู่ด้วย เขาแต่งกายด้วยชุดสีน้ำเงินเข้มตัดกับผิวขาวผ่องของเขา ข้าไม่คิดว่าเจอเขาในวันนี้ด้วย พวกเขาทั้งสี่คนกำลังจ้องมองมาทางพวกเราสองพี่น้องด้วยแววตาช่วยพิกลมากนัก บ้างก็เลิกคิ้ว บ้างก็หรี่ตา บ้างก็นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ บ้างก็ยกยิ้มขึ้นชวนขนลุก

 

ฮืม วันนี้พี่ถงพาสาวงามมาด้วยบุรุษใบหน้าหล่อเหลาดูดุดัน กลิ่นอายของเขาดูแตกต่างจากผู้อื่น สวมใส่อาภรณ์สีดำลายมังกรกล่าวขึ้น นัยน์ตาสีดำเข้มลึกมองข้าที่ยืนอยู่ด้านข้างพี่จื่อถง ช่างบรรยากาศชวนให้หายใจติดขัดมากนัก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.851K ครั้ง

26 ความคิดเห็น

  1. #5518 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 10:26
    พงกหัว=ผงกหัว
    #5518
    0
  2. #5517 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 10:22
    เบนเซ=เบนเส
    #5517
    0
  3. #5516 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 10:22
    บ้างที=บางที
    #5516
    0
  4. #5515 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 10:21
    เฉียวดุดัน=เฉี่ยวดุดัน
    #5515
    0
  5. #3135 นัทจัง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 10:48

    ก้อนหินหน้านิ่งจะใช่ว่าที่ำระเอกหรือป่าว ..ออ อยากให้นางเอกเรียกอ๋องน้อยว่า "ท่านพี่" มากกว่า

    #3135
    0
  6. #2842 wilaiwan111 (@wilaiwan111) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 11:15
    เอ้าพระเอกจะใช่พ่อของลูกมั้ย
    #2842
    0
  7. #2589 saro116 (@saro116) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 16:01
    -ก้อนหินนั้นพระเอกป่ะเนี้ย
    #2589
    0
  8. #2405 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 19:18
    เห้อหลานทั้งจวนเจ้าค่ะ55555
    #2405
    1
    • #2405-1 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 14)
      6 พฤศจิกายน 2561 / 19:18
      เห่อสิ!
      #2405-1
  9. #2161 kanplou (@kanplou) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 11:37
    นึกภาพชุดทหารเด็กแล้วขำอ่ะ

    555555
    #2161
    0
  10. #2114 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 19:03
    เห่อหลานกันสุดๆ ชอบครอบครัวท่านอ๋อง น่ารักทุกคนเลย
    #2114
    0
  11. #2085 candaly- bog bog (@malee-shenamathe) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 08:58

    55555 คนเห่อหลานถ้าสมัยนั้นมีปืนคง สั่งทำปืนสำหรับเด็กมาฝห้ละมั้ง

    #2085
    0
  12. #2031 Oil Sasipron (@autogun) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 22:36
    ขอบคุณค่ะ
    #2031
    0
  13. #1683 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 21:14
    ท่านพี่น่ารัก
    #1683
    0
  14. #1584 Nuna7446 (@nualnapafasai) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 00:18
    คนอื่นเค้าดราม่าอะไรก้อช่าง
    กู: พี่น่าร้ากมากกกก อยากได้ค่ะอยากได้555
    #1584
    0
  15. #1319 daruma~~คุง (@darumakung) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 10:12
    สนุกอ่ะ อ่านรวดเดียวถึงตอนนี้เลย น้ำข้าวไม่กิน
    #1319
    0
  16. #481 Snow (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 13:54

    บ้านนี้่น่ารักอ่ะ คุณตา คุณลุง เปย์ให้หลานชายกันสุดฤทธิ์ ^^

    #481
    0
  17. #432 นู๋ตองน้อย (@0817667349) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 11:25

    มีผู้มาเมียงมองด้วยฮิ้ววววๆๆ
    #432
    0
  18. #372 zerover (@pook_zero) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 16:55
    นางเอกเริ่มเก่ง
    #372
    0
  19. #246 นักอ่านสมัครเล่น (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 19:30

    เจ้าก้อนหิน จะเป็นพระเอกตัวจริงไหมนะ?

    ขอบคุณ

    #246
    0
  20. #237 Earn Nuttanun Setwipattanachai (@earnniestar) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 17:17
    จากที่บรรยายท่านพ่อน่าจะ39 แต่ทำไมก่อนหน้าบรรยายเหมือนเป็นตาแก่ใจดีที่น่าจะ50หรือ60อัพ
    #237
    2
    • #237-1 SOMSRIOps (@SOMSRIOps) (จากตอนที่ 14)
      18 ตุลาคม 2561 / 17:55
      มีลูกสองคนนะค่ะ....
      #237-1
    • #237-2 แมวไม่เล็ก (@THEDEEM) (จากตอนที่ 14)
      18 ตุลาคม 2561 / 18:20

      ตะกี้ใช้อีกอันตอบไป มีลูก 2 คน...ค่ะ
      สมมุติท่านอายุ 60 ปีมีลูก 15
      ลูกคนแรกอายุ 45 ปี
      ลูกคนสองอายุ 24 ปีมีลูก 36
      #237-2
  21. #192 \\^o^// miNi_Mint \\^o^// (@ni_mint) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 16:22
    ท่านพ่อมีลูกตั้งแต่ 15 หรือว่า ลูกท่านหมอจะเป็นแม่นาง เป็นไปได้นะ ถ้าใช่ ท่านพ่อก็ยังไม่ 50 เลย
    #192
    0
  22. #130 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 23:40
    เห่อเจ้าแฝดจริงๆเลยพ่อลูกคู่นี้
    #130
    0
  23. #49 fernrarii3 (@fernrarii3) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 20:54
    จิ่อถงแต่งกะข้าก็ได้ เลยวัยปักปิ่นมานานแล้ว ววววว
    #49
    0
  24. #48 aorpatongko (@aorpatongko) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 19:48
    สนุกอ่าาาา. เอาอีก
    #48
    0
  25. #47 ANGELBABYCOOL (@ANGELBABYCOOL) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 15:32

    ท่านแม่ทัพสนในนางใช่มั้ย

    #47
    0