◌ หนิงเฟิ่ง ◌ เทพเซียน สนพ.Dbooks

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,380,878 Views

  • 7,529 Comments

  • 8,778 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,079

    Overall
    1,380,878

ตอนที่ 12 : บทแคว้นเยว่ & ค่ายทหาร : เล่ม 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2515 ครั้ง
    12 มี.ค. 62

      เจ้าค่ะข้าตอบรับท่านพ่อ พอกินข้าวเย็นเสร็จแล้ว พี่จื่อถงก็อาสาอุ้มเจ้าเด็กดื้อทั้งสองมาส่งที่เรือน และนั่งเล่นกับหลานต่ออีกครึ่งชั่วยามถึงขอตัวกลับเรือนของเขาไป

   

        เช้าวันรุ่งขึ้นตัวข้ากับซุนลี่ตื่นกันตั้งแต่ยามเหม่า อาบน้ำผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ เป็นชุดทหารของสตรีที่ค่อนข้างแนบเนื้อ เพราะเน้นการเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว  ข้าซึ่งไม่เคยแต่งกายเห็นสัดส่วนชัดเช่นนี้มาก่อน ก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อย ยืนหมุนกายอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองอยู่พักใหญ่ พอรู้สึกมั่นใจขึ้นมาเล็กน้อยก็ให้จูเจียซินมัดผมรวบหมดด้วยแทบผ้าไหมสีแดง

 

ทรวดทรงของท่านหญิงงามยิ่งนักเจ้าค่ะจูเจียเซินกล่าวขึ้น

 

ขอบใจข้ากล่าวตอบนางไป ด้วยความขัดเขินเล็กน้อย คงจะไม่เด่นเกินไปกระมังน่าอก กับสะโพกของข้า ยิ่งใส่ที่คาดเอวก็ยิ่งเหมือนขับเน้นให้เด่นขึ้นอย่างไรไม่รู้ เพราะสตรีแคว้นฉินแทบไม่ได้แต่งกายกันเช่นนี้ อีกทั้งข้าก็ยังไม่เคยเห็นพวกนางแต่งอีกด้วย

 

      วันนี้ข้าให้จูเจียซิน และจูเจียเชินมาช่วยข้าแต่งกายแทนซุนลี่ เพราะตอนนี้นางเองหาใช่ฐานะบ่าวเช่นกาลก่อนแล้ว นางเป็นหมอฝึกหัดประจำค่ายทหาร พวกเราแต่งกายเสร็จก็กินข้าวเช้าในเรือนที่พ่อบ้านหลิงจัดมาให้แต่เช้า ก่อนจะออกไปก็แวะไปล่ำลาเจ้าเด็กดื้อทั้งสองด้วยการหอมแก้มฟอดใหญ่ไปสามสี่ฟอดเพื่อชดเชยที่ตลอดทั้งวันจะไม่ได้เห็นพวกเขา

 

        ข้าเดินมาด้านหน้าจวนเห็นพี่จื่อถงแต่งกายด้วยชุดทหารเต็มยศใส่เสื้อคลุมสีแดง คาบดอกหญ้าอยู่ในปากเช่นเดิม ยืนกอดอกพิงรถม้าเอียงข้างเล็กน้อย  “พี่จื่อถงรอข้านานไหมเจ้าคะ ?” ตัวข้าเดินเข้าไปทางด้านหลังเอ่ยปากถามเขา เพราะเกรงว่าจะทำให้เขารอนาน

 

ฮืมมจ้าวจื่อถงขานรับใรคอ แล้วหันตัวกลับมาหาไปมองนาง พลันสายตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยสำลักหญ้าในปากออกมา จนจมูกของเขาแดงยาวถึงใบหู

 

ไฉนอยู่ดีๆถึงสำลักออกมาได้ละเจ้าคะ ?” ข้ากล่าวถามด้วยเป็นห่วง เดินไปลูบหลังของพี่จื่อถงเบาๆ

 

ช่างเถิดๆ เอาเสื้อคลุมข้าไปใช้ ไว้วันพรุ่งข้าจะเอาตัวใหม่มาให้เจ้าจ้าวจื่อถงโบกมือบัดเสตามองไปทางอื่น พลางถอดเสื้อคลุมยื่นให้กับนาง  เพราะไม่คิดว่าชุดทหารหญิงที่นางใส่ในวันนี้จะขับเน้นทรวดทรงของสตรีที่นางให้เด่นชัดมากขึ้น

 

ขอบคุณมากเจ้าค่ะ เหอะ ๆข้ากล่าวพลางหัวเราะแห้งๆ แก้เก้อเขินไปด้วย เพราะเขาใจความหมายที่เขายื่นเสื้อคุมมาให้

 

    ค่ายทหารแคว้นเยว่

     ภายในรถม้ามีข้ากับซุนลี่ ส่วนพี่จื่อถงควบม้าสีน้ำตาลตัวใหญ่นำอยู่ด้านหน้า รถม้าเคลื่อนตัวออกจากประตูเมืองหลวงเดินทางอยู่ครึ่งชั่วยาม ก็มาถึงค่ายทหารที่ตั้งอยู่บนพื้นราบเขียวชอุ่มกว้าง ล้อมไปด้วยรั่วไม้ขนาดใหญ่

 

ค่ายทหารแคว้นเยว่ใหญ่มากเลยเจ้าค่ะ!ซุนลี่กล่าวขึ้นด้วยความตื่นเต้น นางชะโงกหน้าออกจากหน้าต่างออกไปดูด้านนอก

 

นั้นสิข้าตอบนาง มันรวมสองทัพมหาอำนาจของแคว้นเยว่เอาไว้ด้วยกัน และแล้วรถม้าก็มาหยุดลงหน้าเรือนไม้ขนาดใหญ่มีทั้งหมดสองชั้น  จากนั้นจึงเหลือบสายตาขึ้นไปอ่านป้ายไม้ที่ติดเอาไว้ด้านบนประตูเป็นตัวอักษรสีแดงเข้ม  ทัพฝ่ายซ้าย

 

ถึงแล้วตามมาดูของรับขวัญจากข้าก่อน ประเดี๋ยวจะพาพวกเจ้าทั้งคู่ไปเดินดูค่ายจ้าวจื่อถงเปิดประตูรถมาออกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาววาววับ ยื่นมือเข้าไปให้ซีเย่จับประคองตัวเดินลงมา

 

ข้าอยากจะเห็นแล้วสิว่าท่านจะให้สิ่งใดข้ากล่าวพลางเดินตามพี่จื่อถง เข้าไปด้านในเรือนทัพฝ่ายซ้าย พอทหารเห็นพี่จื่อถงก็โค้งหัวทำความเคารพ  พลันมีนายทหารหน้าหยกผิวใสเนียน แก้มอมชมพู วิ่งเข้ามาหาพี่จื่อถง เขาน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับข้า หรืออาจจะเด็กกว่าข้าเสียด้วยซ้ำ

 

พี่ถะ! เฮ้ยท่านแม่ทัพ !เขาประกบมือทำความเคารพพี่จื่อถง แล้วเบือนหน้ามามองข้าที่อยู่ด้านข้าง นัยน์ตาฉายแววแปลกใจเล็กน้อย

 

นี่จ้าวซีเย่น้องสาวของข้า ส่วนนี่หวังลี่อิงคู่หมั้นของพี่ และก็ซุนลี่หมอฝึกหัด”  จ้าวจื่อถงแนะนำทั้งพวกนางให้รู้จักกัน

 

พี่จื่อถงแนะนำข้าให้นางรู้จัก และแนะนำหวังลี่อิงให้รู้จักข้าเช่นกัน ที่แท้แล้วพลทหารหน้าหยกก็เป็นอิสตรีนี่เอง ข้าก็ว่าเหตุไฉนใบหน้าราวกับเด็กผู้หญิงเช่นนี้ อีกทั้งยังเป็นคู่หมั้นตัวน้อยของพี่จื่อถงอีก

 

พี่เย่ ! ข้าเรียกท่านเช่นนี้ได้ไหมเจ้าคะหวังลี่กล่าวออกไปด้วยความสนิทสนม

 

เช่นนั้นข้าเรียกเจ้ามาน้องอิงแล้วกันข้ายกมุมปากขึ้นยิ้มกล่าวตอบกลับ

 

พี่ถงเล่าให้ข้าฟังว่าพี่เย่งามมากนัก พอเจอตัวจริงท่านงามตามที่พี่ถงกล่าวเอาไว้เลยเจ้าค่ะ อ่อ !  ข้าไปเล่นกับยี่หวี่ และเอ้อร์เฟยได้ไหมเจ้าคะพี่ถงบอกกับข้ากำลังอ้วนน่าฟัดเชียวหวังลี่อิงเดินไปจับมือพี่เย่ของนางพลางพูดจ๋อไม่หยุดตลอดทาง

 

ลี่อิงถึงยามต้องไปฝึกทหารแล้วไม่ใช่รึ ?” จ้าวจื่อถงกล่าวขัดขึ้น พลางกอดอกหรี่ตามองคู่หมั้นตนเอง

 

ข้ายังคุยกับพี่เย่ไม่จุใจเลยเจ้าค่ะหวังลี่อิงกล่าวเสียงแง่งอนเล็กน้อย

 

หืม ? ตอนนี้เจ้าอยู่ในฐานะอะไรจ้าวจื่อถงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งกว่าปกติหลายส่วน

 

ทหารเจ้าค่ะ พี่เย่ข้าขอตัวไปฝึกก่อนนะเจ้าคะหวังลี่อิงกล่าวตอบเสียงอ่อย แล้วหมุนกายเดินคอตกจากไป

 

         พวกเราทั้งสามเข้าไปในห้องแม่ทัพ มีโต๊ะทำงานหนึ่งตัววางอยู่กลางห้อง และมีเตียงขนาดเล็กปูด้วยขนสัตว์สีดำ ด้านหลังเป็นชั้นวางหนังสือ และมีฉากกั้นระหว่างห้องอาบน้ำ  จากนั้นก็เห็นพี่จื่อถงที่เดินเข้าไปด้านหลังออกมาพร้อมกับทวนสีแดงข้นคล้ายกับเลือด ด้ามจับสลักเป็นลายขนนก ด้านบนเป็นเหล็กที่ตีเป็นหงส์ ตรงหางของมันเป็นคมมีด

 

เจ้าชอบหรือไม่ ท่านพ่อบอกว่าเจ้าถนัดใช้ทวนจ้าวจื่อถงยื่นไปให้กับนาง

 

ชอบมากเลยเจ้าค่ะ สวยมากเหลือเกินข้าพูดด้วยความดีใจ พลางลูบไล้ไปตามด้ามจับของทวนมันสวยถูกใจข้ามากนักเทียบเท่ากับอันเก่าข้ารู้สึกว่าอันนี้ต้องตามาเหลือเกิน  ข้าลองตวัดมันไปมาในอากาศว่าถนัดมือหรือไม่ อืม ! กำลังพอเหมาะ ถึงแม้ว่าทวนจะมีน้ำหนักหากแต่ตัวข้าเป็นวรยุทธ์จึงการถ่ายลมปราณมาไว้ที่ข้อมือ และต้นแขนถึงไม่มีปัญหากับน้ำหนักของมันมากเท่าไร

 

อันนี้ของเจ้าซุนลี่ ป้ายหยกประจำตัวหมอมันจะบ่งบอกถึงสถานะของเจ้า จ้าวจื่อถงล้วงถุงผ้าออกจากอกมอบให้กับซุนลี่

 

ขอบคุณเจ้าค่ะ!ซุนลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นแล้วย่อมกายลงเล็กน้อย

       

     พี่จื่อถงพาข้า กับซุนลี่แนะนำกับผู้ใต้บังคับบัญชาการของเขา เสร็จแล้วก็พาพวกเราออกไปเดินชมค่ายรอบๆ ที่ตั้งเรือนบัญชาการทั้งสองอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน ฝั่งที่ข้าอยู่คือทัพฝ่ายซ้ายฝั่งตรงข้ามก็จะเป็นเรือนบัญชาการทัพฝ่ายขวา ทั้งสองเรือนจะอยู่บริเวณเดียวกัน แต่ลานฝึกทหารจะแยกกันออกไปเป็นกองทัพใครกองทัพมันอย่างเช่นเจน   พี่จื่อถงกล่าวบอกว่าที่นี่มีนายทหารอยู่หนึ่งแสนห้าหมื่นคนก็จะแบ่งออกเป็นครึ่งหนึ่งของแต่ละฝ่าย   เมื่อสำรวจได้ที่แล้วข้ากับพี่จื่อถงก็มาส่งซุนลี่ที่เรือนแพทย์ ส่วนตัวข้ากับเขาก็กลับมาที่เรือนบัญชาการ

 

เป็นอย่างไรบ้าง เจ้าสนใจอยากทำงานอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ ?” จ้าวจื่อถงเท้าคางมองซีเย่อยู่ที่โต๊ะทำงาน

 

อืมมยังไม่รู้เลยเจ้าค่ะ แต่ตัวข้าชอบปัดแกว่งอาวุธพอได้ใช้ร่างกายแล้วรู้สบายตัวยิ่งนักข้าตอบไปตามความรู้สึก

 

หืม ? เจ้าอยากลองออกรบหรือไม่อีกสองเดือนข้าต้องนำทหารไปลาดตะเวนแถวชายแดนตอนใต้ ไม่ถึงกับไปออกรบหรอก หากเจอพวกชาวเผ่าตูเย้าก็อาจจะมีปะทะกันบ้างจ้าวจื่อถงเอียงหัวมองไปที่นางด้วยแววตาประกายระยิบระยับ

 

ข้าครุ่นคิดอยู่ในหัวสองจิตสองใจ เจ้าเด็กดื้อทั้งสองยังเล็กนัก แต่ขอเสนอของพี่จื่อถงก็น่าสนใจอยู่มาก 

 

ห่วงเจ้าแฝดรึ ?” จ้าวจื่อถงกล่าวขึ้นต่ออีก ราวกับล่วงรู้ความคิดนาง

 

ท่านพ่อก็อยู่เจ้าไม่ต้องกังวลใจไป ช่วงนี้ท่านเห่อหลานยิ่งกว่าอะไรดีเห็นว่าไปสั่งตัดชุดใหม่มาเพิ่มจ้าวจื่อถงกล่าว

 

ข้าก็เห็นด้วยที่เขากล่าว พอยี่หวี่กับเอ้อร์เฟยตัวใหญ่ขึ้น พอจับแต่งกายด้วยชุดเด็กก็หน้าเอ็นดูยิ่งนักท่านพ่อเลยขยันซื้อมาเกือบทุกวัน ไม่รู้ว่าไปหาซื้อมาจากไหนไม่มีหมดเสียที

 

พี่จื่อถงข้าขอเก็บไปคิดดูก่อนข้ากล่าวตอบเขาตามตรง เพราะตัวข้ายังรู้สึกลังเลใจที่จะต้องอยู่ห่างจากลูก

 

ได้ๆจ้าวจื่อถงอมยิ้มน้อยๆ ตอบรับนาง

 

         ยามอุ้ยพี่จื่อถงมีประชุมทหารภายในกองทัพ ส่วนตัวข้าขอตัวออกมาเดินเล่นยามนี้กำลังเดินทอดข้าไปตามทางหิน พลันสายตากเหลือบไปเห็นกลุ่มทหารยืนล้อมวงเป็นวงใหญ่ เสียงโห่ร้องดังอึกทึกกึกก่องไปทั่วบริเวณนั้นด้วยความสอดรู้จึงแทรกกายเบียดเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นภาพที่ข้าเห็นนั้นคือทหารสองนายแต่งกายด้วยชุดทหารสีม่วงอมแดง อีกคนสวมใส่ชุดสีดำสนิทกำลังปะทะฝีมือกัน

 

พวกเขาประลองฝีมือด้วยเหตุใดรึ ?” ข้าหันหน้าไปถามนายทหารด้านข้าง ด้วยความอยากรู้

 

เจ้าเป็นเด็กใหม่รึ?  ตรงนั้นไงมีถุงเงินรางวัลหากผู้ใดชนะจะได้เงินในถุงของแม่ทัพใหญ่ฝ่ายขวา   อืม  มองๆดูแล้วข้าว่าทหารฝ่ายขวาชนะแน่นอ  เฮ้อ ขี้แพ้เสียจริงพวกทหารฝ่ายซ้ายนายทหารร่างผอมกล่าวอธิบายออกไป

 

ข้าปรายตามองนายทหารร่างผอมใส่ชุดสีดำด้านข้างชี้นิ้วไปตรงโต๊ะหิน มีถุงขนาดใหญ่วางอยู่ด้านบน ในพวกกลุ่มทหารต่างเรียกตัวเองว่าทหารฝ่ายซ้าย และทหารฝ่ายขวา  แม่ทัพฝ่ายขวาแลฟังดูคุ้นๆข้ามุ่นคิ้วเข้าใช้ความคิดอยู่ครู่เดียวพลันก็นึกออกที่แท้บุรุษแซ่ซ่งนั้นหรอกหรือ ที่เป็นเจ้าของถุงเงินตรงนั้น

 

หากข้าอยากลงประลองด้วยได้หรือไม่ข้าเอ่ยปากถาม ไหนๆวันนี้ก็ว่างแล้วก็ควรจะหาอะไรทำเสียหน่อย

 

เหตุใดจะไม่ได้กัน   รอให้พวกมันสู้เสร็จเหลือผู้ชนะเพียงหนึ่งคนเจ้าก็ลงไปท้าต่อ จะว่าไปแล้วเจ้าเป็นทหารฝ่ายไหนเล่า..!!!นายทหารร่างผอมด้านข้างหันหน้ามาสบตากับสตรีด้านข้างด้วยความงามของนางจึงผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าว

 

ฝ่ายซ้ายข้ากล่าวออกไปพร้อมกับฉีกยิ้มอย่างเป็นไม่ตร ตัวข้าอยากรู้นักว่าวรยุทธ์ทหารในค่ายจะอยู่สุงระดับไหนกันแล้ว จะได้ฝึกปรืมฝีมือตนเองไปด้วย อีกทั้งแม่ลูกสองเช่นจะทำให้พวกเขาเห็นว่าทหารฝ่ายซ้ายนั้นก็ก่งกาจเช่นเดียวกัน ข้าเองก็มั่นใจในวรยุทธ์ที่ท่านพ่อสอน  อีกทั้งยังประลองกับพี่อี๋ พี่ห่าว ที่มีระดับค่อนข้างสูงอยู่หลายครั้ง พวกพี่เขาก็บอกว่าฝีมือของข้าเก่งกว่าระดับกลางเสียอีก   

 

น้องสาวเจ้าเป็นสตรีบอบบาง ไฉนเลยเจ้าต้องมาลงการละเล่นของบุรุษเช่นนี้นายทหารร่างผอมแห้งคล้ายจะได้สติ มองซีเย่ด้วยสายตาหยาดเยิ้ม กล่าวด้วยน้ำเสียงหวานละคายหูออกมา

 

ฮึม ? ข้าก็เห็นในค่ายมีสตรีใส่ชุดทหารออกจะเยอะแยะ มาดูก่อนดีกว่าตัวข้าจะบอบบางตามที่เจ้ากล่าวออกมาหรือไม่ข้ากล่าวด้วยน้ำเสียงยียวน กอดอกยักคิ้วส่งไปให้ 

 

นายทหารผอมแห้งมองข้าอย่างประเไม่น สายตาเช่นนี้คงกำลังดูถูกฝีมือข้านะสิ ข้ายืนดูการประลองอยู่พักใหญ่ ผู้ที่ชนะคือทหารขวา

 

มีใครจะสู้กับข้า อีกหรือไม่ ! หากไม่มีถุงเงินนี้เป็นของข้านายทหารฝ่ายขวาผิวเข้ม มีเคราเล็กน้อยบนริมฝีปาก ร่างกายใหญ่ด้วยมัดเนื้อ อายุราวๆ ยี่สิบสามสิบได้ตะโกนเสียงดังขึ้น  ตัวข้าที่ยืนกอดอก ก็ยกปากขึ้นยิ้มแล้วก้าวเดินไปด้านหน้า

 

ข้าขอท้าสู้ !ข้ากล่าวแทรกขึ้น นายทหารฝ่ายขวาผิวเข้มนัยน์ตาฉายความฉงนขึ้นมา คิ้วหน้าของเขาขมวดติดกันเป็นเส้นเดียว มองมาทางขวา

 

แม่นางดูจากผิวพรรณของเจ้า หาใช้ทหารเก่าไม่ หากเจ้าพึ่งเข้าค่ายมา ข้าขอแนะนำลานฝึกทหารซ้ายอยู่ฝังนู้น !ข้าเห็นเขายกแขนไปทางทิศเหนือ น้ำเสียงที่เขากล่าวหาได้ดูหมิ่นตัวข้าแต่เขากล่าวด้วยความจริงใจ ซึ่งเป็นการกล่าวตักเตือนที่สุภาพเสียจริง

 

ใช่ข้าเป็นทหารใหม่ มาขอท้าสู้กับเจ้าได้หรือไม่ ?” ข้าฉีกยิ้มด้วยความจริงใจ เอียงหัวมองเขา ข้าเห็นท่าทีของเขาดูอึกอักเล็กน้อยคล้ายกำลังจะกล่าวก็หุบปากลง สักพักก็อ้าปากขึ้น

 

อึ้ม..! หากเป็นเช่นนั้นข้าจะไม่อ้อมมือเพียงเพราะว่าเจ้าเป็นสตรี ข้าบอกเจ้าเอาไว้ก่อนทหารฝ่ายขวากล่าวย้ำเตือนขึ้นมาอีกครา

 

      พลันเสียงโห่ร้องก็ดังกึกก้องสะเทือนเข้ารูหูของข้า พวกเขาต่างส่งเสียงให้กับนายทหารฝ่านขวาผิวเข้ม ส่วนพวกทหารซ้ายต่างพากันมองข้าด้วยสายตาดูแคลน คงกลัวว่าข้าจะทำชื่อเสียงพวกเจ้าป่นปี้หรอกรึ …!    ข้าทำเสียงจิจ๊ะอยู่ในคอไม่สบอารมณ์ พวกเดียวกันแท้ๆ ไม่ส่งเสียงให้กำลังใจไม่ว่า กับมาดูถูกด้วยสายตาเช่นนี้อีก  เฮ้อ  ตัวข้ากำลังจะกู้ศักดิ์ศรีให้พวกเจ้าอยู่รอดูฝีมือข้าก่อน จะมาดูถูกกันทีหลังก็ยังไม่สาย 

 

ดี ! เจ้าชอบมือเปล่าหรือใช่อาวุธ ?” ข้าเดินไปตรงหน้านายทหารฝ่ายขวาผิวเข้ม แล้วกล่าวถามเขาออกไป

 

       เขาหลับตาลงคล้ายกับว่ากำลังครุ่นคิด พลันก็ลืมตาขึ้น  “อาวุธ  ข้าเลือกดาบ !เขากล่าวพลางดึงดาบที่คาดตรงเอวออกมา ส่วนตัวข้าที่ยืนตัวเปล่า ไม่มีสิ่งใดติดมือพอจะหันไปขอยืมดาบ พวกนายทหารต่างก็หลบตาข้ากันหมด ดีให้มันได้อย่างนี้สิ  ข้าส่งยิ้มแห้งๆ พลางยักไหล่ จะให้ทำเช่นไรได้ในเมื่อไม่ผู้ใดให้ข้าหยิบยืมเลยสักคน

 

ข้ามือเปล่าได้รึไม่?” ข้ากล่าวถามขึ้นอย่างไม่สนใจเท่าไรนัก จะมือเปล่าหรืออาวุธข้าก็ชอบทั้งสองแบบ

 

พลันเสียงฮือฮาก็ดังกระฮึ่มขึ้นอีกรอบ พวกนายทหารต่างก็กล่าวว่าตัวข้าไม่ประมาณตน ริอาจจะใช้มือเปล่าลงประลองครานี้ ในเมื่อข้ายืนดูวิธีการต่อสู้ของคู่ต่อสู้ดีแล้ว ข้าจึงมั่นใจจะชนะ ผู้ใดบ้างจะโง่เขลาสู้กับผู้อื่นแล้วไม่รู้ความสามารถของศัตรู อีกทั้งยังต้องรู้ถึงความสามารถของตนเองอีกด้วย

 

เจ้าใจแน่รึ! ว่าจะสู้มือเปล่า  นายทหารฝ่ายซ่ายตัวใหญ่กล่าวขึ้น สายของเขาที่มองข้าคล้ายว่ากำลังจะลังเลฉายอยู่ในนั้น ตัวข้าจึงฉีกยิ้มกว้างอีกครั้ง ประกบมือก้มหัวเล็กน้อย เป็นเชิงบอกว่าตัวข้าพร้อมจะสู้แล้วแล้ว

 

ข้าชื่อเฉียวเย่ แซ่ซีข้าขบคิดเปลี่ยนชื่อใหม่ หากกล่าวแซ่จ้าวคงจะหมดสนุกเสียก่อน เเซ่จ้าวเป็นแซ่ของเชื้อพระวงศ์แคว้นเยว่ หากกล่าวออกไปคงจะไม่ดีนัก  ข้ามองนายทหารขวาผิวเข้มตรงหน้าจากนั้นเขาก็ประกบมือก้มหัวเช่นกัน

 

ข้าชื่อฮวน แซ่อู๋อู๋ฮวนกล่าวขึ้นเสียงเข้ม แล้วปรายตามองนางด้วยแววตาเห็นใจ 

 

 เริ่ม !  เสียงข้ากล่าวขึ้นดังฉะฉานเมื่อเห็นว่าเขาพร้อมแล้ว และข้าก็เริ่มแล้ว พวกเราจะชักช้าอยู่ไยก็เริ่มการประลองไปเสีย จากนั้นพวกเราทั้งสองก็เริ่มการประลอง  ข้ากำลังครุ่นคิดวางแผนอยู่ในหัวไปด้วย ส่วนสายตาของข้ายังจับจ้องมองดาบที่อยู่ในมือของเขาที่กำลังเข้ามาใกล้   วิชาดาบที่ข้าสังเกตก่อนหน้านี้เป็นวิชาดาบสามขุมขั้นต้นข้าแค่เคลื่อนไหวเท้าให้เร็วเข้าไว้ เพราะวิชาดาบสามขุมนี้ต้องกำหนดลมปราณไว้ที่ข้อมือ ดังนั้นการตวัดดาบค่อนข้างเร็ว แต่แรงปะทะค่อนข้างน้อย และข้าเองต้องการเคลื่อนไหวให้จบในกระบวนท่าเดียว  หมายความว่าต้องเคลื่อนไหวเข้าทางสันดาบ แล้วเอามือสับตรงข้อพับจากนั้นก็สกัดจุดตรงหัวไหล่ ไม่ให้เขาขยับได้

 

ฉับ ! เพียว ! ตอนนี้ตัวข้ากำลังหลบหลีกดาบที่โหมกระหน่ำมาไม่หยุด ข้าใช้กระบวนท่าก้าวดอกบัวที่เบา และรวดเร็ว ที่ท่านพ่อเคี่ยวกำสั่งสอนมานั้นได้นำมาใช้จริงก็วันนี้  เป็นไปตามที่คาดคิดเอวไว้ไม่มีผิด นายทหารขวาผู้นี้ถนัดการใช้ดาบเร็วมือเดียวดังนั้นการหมุนดาบ การสับเปลี่ยนหรือหมุนทำได้เพียงข้อมือของเขาเท่านั้น ตอนนี้เขาตวัดดาบไปมาอย่างรวดเร็ว ข้าเบี่ยงตัวเอาหลังแนบกับสันดาบ พอเขาพลิกดาบตัวข้าก็หมุนดาบไปด้วย จากนั้นข้าก็รุดเข้าไปใกล้ตัวเขาแล้วสับมือลงข้อพับจนแขนของเขาง้อเข้า จังหวะที่เขาตกใจ ข้าจี้จุดลงไปบริเวณไห้ปลาร้าของเขาทันที


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.515K ครั้ง

23 ความคิดเห็น

  1. #5508 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 10:01
    ทางจริง=ตามจริง,ความจริง
    #5508
    0
  2. #5507 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 10:01
    หน้ากลัว=น่ากลัว
    #5507
    0
  3. #5506 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 10:00
    พี่ห่าน=พี่ห้าว
    #5506
    0
  4. #3551 pOp_qO (@pOp_qO) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 05:20

    ถึงตอนนี้ ตอนที่ 12 ยังไม่ได้อ่านค่ะ
    #3551
    0
  5. #3516 kanyasornpaery (@kanyasornpaery) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 16:48
    ถึงตอนที่12 ค่ะ
    #3516
    0
  6. #2489 แล้วไง' (@meilleure) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 16:20
    *ทำไม
    สังเกต
    แง่งอน
    คำผิดเยอะนะคะ
    #2489
    1
    • #2489-1 แมวไม่เล็ก (@THEDEEM) (จากตอนที่ 12)
      7 พฤศจิกายน 2561 / 16:22
      ไรท์กลับไปแก้ให้ครับ ทนอ่านไปก่อนเด้อ
      #2489-1
  7. #2400 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 19:01
    นี่ไงละน้องซีเวอชั่นอัพเกรด
    #2400
    0
  8. #2112 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 18:28
    ชอบแม่ม่ายลูกสอง แทงไม่ยั้ง 555
    #2112
    0
  9. #2029 Oil Sasipron (@autogun) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 22:23
    ขอบคุณค่ะ
    #2029
    0
  10. #1109 NooNam_Karntima (@NooNam_Karntima) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 22:45

    ทำยังไงจะไดเอ่านตอนนี้ค่ะไรท์

    #1109
    0
  11. #1108 Puipui Puilui (@puirong) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 22:43
    ปิดตอน อยากอ่าน
    #1108
    0
  12. #636 byunnie (@gamsai89) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 00:29
    ไรท์ค่ะถ้ารีไรท์ได้ควรมารีไรท์นะคะ
    สำนวนหลายๆอย่างมันไม่ใช่คำโบราญ
    "จ๊ะ"ควรจะเปลี่ยนมากๆ "สวัสดี"ก็ไม่ควรใช้
    ถ้าจะทักทายควรเป็นนางเอกที่ทักทายพี่บุญธรรมก่อน
    เช่น"ซีเย่คารวะท่านพี่บุญธรรม"ก็ว่าไป
    พวกคำลงท้ายไรท์ควรเก็บให้ดี
    "ยังไง" "อะไร" "งั้น" ควรเปลี่ยนมากๆ
    เลี่ยงมาใช้พวก"อย่างไร" "เช่นไร" แนวๆนั้นมากกว่า

    เข้าใจว่าเรื่องแรกยังใหม่อยู่
    พัฒนาอีกสักนิดก็จะดีมากเลยค่ะ
    #636
    1
    • #636-1 แมวไม่เล็ก (@THEDEEM) (จากตอนที่ 12)
      23 ตุลาคม 2561 / 01:13
      ไรท์จะไปแก้ไขให้ ตอนนี้ขี้เกียจอยู่ 55555555
      #636-1
  13. #497 far_46 (@far_46) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 15:50
    พี่กวนมา น้องกวนกลับ
    #497
    0
  14. #359 Noochiie Pongsilachai (@nuchyp) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 12:29
    ขัดใจคำว่าจ๊ะ ตอนแก้ควรเปลี่ยนให้เป็นคำโบราณนะคะ
    #359
    0
  15. #269 NookMeow (@Puntachart) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 22:09
    ติดขัดคำพูดค่ะ "จ๊ะ","สวัสดี" เป็นคำไทย ถ้าไรท์ต้องการแต่งเรื่องแนวจีน ควรใช้คำเรียกที่ใกล้เคียงกัน เช่น เจ้าค่ะ- ในการตอบรับ
    #269
    1
    • #269-1 แมวไม่เล็ก (@THEDEEM) (จากตอนที่ 12)
      18 ตุลาคม 2561 / 22:41
      •ไรท์พยายามหาคำทักทายแล้วก็พอแค่คำว่าหนีห่าว = สวัสดี จนใจจริงๆจะใส่คำว่าหนีห่าวลงมามันก็แปลก มันแปลไทยว่าสวัสดี ฮืออๆ ประโยคนั้นตั้งใจจัให้เป็นประโยคทักทายกวนโอ้ยนิดๆ

      • คำว่าจ้ะ แค่ต้องการให้ใส่ถึงอารมณ์ตัวละคร เวลาอารมณ์ดีพูดจาหวาน เอาใจ. เหมือนอารมณ์เด็กอ้อนผู้ใหญ่

      ก็คิดอยู่ว่ามันไทยไปหรือเปล่า สังสัยจะทำให้อ่านสะดุด เดี๋ยวไว้ไรท์กับไปรีไรท์ใหม่ ถ้าตอนหลังๆจะไม่มีแล้วค่ะ จะเป็นเจ้าคะ / เจ้าค่ะ
      #269-1
  16. #243 นักอ่านสมัครเล่น (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 19:12

    พี่ชายจื่อถง แซ่จ้าว ท่าจะกวนไม่เบา

    ขอบคุณ

    #243
    0
  17. #234 Earn Nuttanun Setwipattanachai (@earnniestar) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 16:17
    เราว่าคำว่าจ๊ะนี้มันภาษาปัจจุบันมากนะ ถ้าตอนไรท์จะแก้คำผิดเปลี่ยนหน่อยก็ดี เพื่อให้ภาษามันสมู๊ทขึ้น
    #234
    0
  18. #113 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 15:57
    55555เล่นมาเล่นกลับ
    #113
    0
  19. #40 fernrarii3 (@fernrarii3) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 10:19
    555555 ชอบจื่อถงอ่ะ
    #40
    0
  20. #39 @SaiLom@ (@Numsai_Time) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 09:59
    อ่านแล้วสบายใจ มีความสุข อยากอ่านอีกหลายๆตอน อยากจะดองไว้อ่านก็อดใจไม่ไหว เข้ามาอ่าน ก่อนอยู่ดี ตัวละครน่ารัก
    #39
    0
  21. #38 aorpatongko (@aorpatongko) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 07:56
    มีความอยากได้อีกตอน สิบตอนก็ได้นะไรท์ พลีสสสสสสส
    #38
    0
  22. #37 nokjib02 (@nokjib02) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 06:56

    ต่ออีกนะค่ะ ขอบคุนค่าhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-12.png

    #37
    0
  23. #36 rubymoona (@rubymoona) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 01:58
    อ่านรวดเดียวเลยค่ะ คือดี ต้องแบบนี้ แคร์ทำไมผู้ชายโง่ๆ ชีวิตได้ดีกว่าเยอะเมื่อไม่มี
    #36
    0