◌ หนิงเฟิ่ง ◌ เทพเซียน สนพ.Dbooks

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,380,543 Views

  • 7,529 Comments

  • 8,782 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,744

    Overall
    1,380,543

ตอนที่ 11 : บทแคว้นเยว่ & ชินอ๋อง : เล่ม 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 50785
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3004 ครั้ง
    12 มี.ค. 62

        


      

        “เจ้าค่ะ!ข้าตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ตอนนี้หัวใจของข้าคล้ายจะพองโตด้วยความสุข ท่านพ่อให้พื้นที่ยืนสำหรับข้าอย่างสมเกียรติ ไม่ต้องกลัวใครจะรังแก ไม่ต้องหลบซ่อน ไม่ต้องกลัวใครจะดูถูก ทำให้ข้าเห็นคุณค่า และมั่นใจในตัวเอง

 

      ข้าอยู่คุยกับท่านพ่ออยู่ครึ่งยาม ส่วนพี่จื่อถงนั่นขอตัวไปร่ำสุรากับสหายด้านนอกก่อนนานแล้ว สักพักท่านพ่อก็ไล่พวกเรากลับไปพักที่เรือน ด้วยความเหนื่อยล้าสะสมมาหลายวัน พอกลับมาถึงเรือนก็รีบจับเจ้าเด็กดื้อทั้งสองอาบน้ำป้อนนมและส่งเข้านอนให้เรียบร้อย ดีนักเมื่อยามบ่ายปล่อยยี่หวี่ กับเอ้อร์เฟยเล่นกับเจ้ามูอยู่นาน พอถึงยามเข้านอนจึงไม่งอแงมากนักพอหัวพวกเขาถึงหมอนก็นอนหลับสนิทเสียแล้ว ส่วนข้าเองก็หลับสนิทบนเตียงหลังใหญ่

    

      แสงแดดยามสายที่ส่องทะลุผ่านผ้าม่านสีขาวเข้ามาในห้อง ปลุกให้ข้าตื่น ข้ากะพริบตาอยู่สักพักให้คุ้นชิน แล้วยันกายลุกขึ้นเปิดประตูไปด้านนอก

 

ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ คุณหนูซุนลี่ที่ปรี่เดินเข้ามาคุณหนูของนาง

 

กี่ยามแล้วรึ? ...ยี่หวี่ กับเอ้อร์เฟยตื่นรึยังข้าเอ่ยปากถาม

 

ยามซื่อเจ้าค่ะ ชินหวังซื่อจื่อส่งแม่นมมาที่เรือนแล้วยามนี้นางกำลังอาบน้ำคุณชาย ซื่อจือยังฝากมาบอกอีกว่าหากคุณหนูตื่นแล้วให้ไปหาพระองค์ที่เรือนใหญ่ ประเดี๋ยวบ่าวจะไปสั่งคนให้เติมน้ำให้คุณหนูอาบนะเจ้าคะซุนลี่กล่าวร่ายยาวออกไป

 

ชินหวังซื่อจื่อ ?” ข้ากล่าวพึมพำ อ๋อ ซุนลี่หมายถึงพี่จื่อถงนี่เอง เพราะเขาเป็นบุตรชายคนโตของชินอ๋อง จึงมีตำแหน่งเป็นชินหวังซื่อจื่อตามที่พอจะเข้าใจได้

 

ข้าอาบน้ำผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่เป็นสีชมพูอ่อนทำจากผ้าไหมชั้นดี ที่พ่อบ้านหลิงเอามาให้ อีกทั้งยังมีกล่องเครื่องประดับขนาดใหญ่สี่กล่องเครื่องแต่งหน้าของสตรีที่บ่าวยกมาไว้ในห้องนอนอีกสองกล่อง  วันนี้จึงให้ซุนลี่เกล้าผมม้วนครึ่งหัวปักด้วยปิ่นดอกเหมยเรียบง่าย แต่งหน้าบางๆ ทาชาดสีอ่อน

 

วันนี้คุณหนูของบ่าวสวยยิ่งนัก ช่วงสองปีมานี้ดูมีน้ำมีนวลขึ้นมาก อีกทั้งยังดูมีชีวิตชีวากว่าแต่ก่อนมากเจ้าค่ะซุนลี่กล่าวชมคุณหนูออกไป พลางพินิจมองดวงหน้างามที่สะท้อนออกมากระจกทองเหลือง

 

มีน้ำมีนวลหมายถึงข้าอ้วนขึ้น?” ข้าแกล้งเย้านางกลับ

 

ใช่ที่ไหนกันเล่าเจ้าคะ บ่าวหมายถึงหน้าอกกับสะโพกของคุณหนูต่างหากซุนลี่กล่าวขึ้นเสียงหวาน พลางไล่สายตามองไปสัดส่วนของคุณหนู

 

     ข้าอายุสิบแปดแล้วนี่ก็ถือว่าโตเป็นสตรีเต็มตัวแถมยังมีลูกแฝดอีกต่างหาก  เมื่อแต่งกายเสร็จสรรพเรียบร้อยก็เดินมาหาพี่จื่อถงที่เรือนใหญ่ยามนี้เข้าอยู่ในอาภรณ์สีดำเงินค่อนไปทางสีม่วง รวบมัดผมขึ้นหมดปล่อยหางม้ายาวตวัดไปมาตรงหลัง กำลังนั่งชันขากัดดอกหญ้าเอาไว้ในปาก

 

        ส่วนจ้าวจื่อถงที่กำลังนั่งกระดิกเท้าอยู่นั้นเมื่อเห็นน้องสาวบุญธรรมที่อยู่ในอาภรณ์สีชมพูสดใสเข้ามาก็ยกมุมปากขึ้นยิ้มกรุ้มกริ่ม นัยน์ประกาย    “เหมาะกับเจ้าจริงด้วยกล่าวออกไป

 

สิ่งใดเหมาะกับข้าหรือเจ้าคะ?” ข้าเอ่ยปากถามด้วยสงสัย

 

ไม่มีอะไรหรอก วันนี้พี่ชายจะพาไปเปิดหูเปิดตาจ้าวจื่อถงกล่าวจบก็เดินนำนางไปขึ้นรถม้าด้านหน้าจวน

 

       ภายในรถม้าเป็นที่นั่งแบ่งเป็นซ้ายขวา ข้ากับพี่จื่อถงนั่งหันหน้าเข้าหากัน ผ้าม่านถูกเปิดออกทำให้มองให้เห็นด้านนอกรถม้าสองฝัง   พอรถม้าเคลื่อนผ่านที่ไหนพี่จื่อถงก็จะชี้นิ้วให้ออกไปข้าดูแล้วกล่าวบอกว่าตรงนี้คือร้านอะไร ตรงนี้คือสถานที่แบบไหนตลอดทาง  พอรถม้าเคลื่อนตัวมาได้ประมาณเกือบครึ่งชั่วยามได้หยุดลงหน้าโรงน้ำชาสีแดงสามชั้นขนาดใหญ่

 

เจ้ายังไม่กินข้าวเช้า คงจะหิวแย่แล้ว ประเดี๋ยวพวกเราแวะกินข้าวกันก่อน จ้าวจื่อถงกล่าวพร้อมกับยิ้มกว้างจนเผยลักยิ้มทั้งสองของเขาออกมา

 

เจ้าค่ะข้ากล่าว พลางเดินลงจากรถม้าเดินถามเข้าเขาไปด้านใน

 

        ภายในโรงเตี๊ยมมีทั้งหมดสามชั้น แขกที่อยู่ด้านในมองดูจากการแต่งกาย และเครื่องประดับแล้วคงจะเป็นพวกคนมีฐานะ ท่านหญิง ท่านชาย ท่านอ๋อง และเหล่าพวกลูกขุนนางกระมัง  พี่จื่อถงเลือกโต๊ะที่นั่งชั้นสองริมระเบียงด้านในที่ทอดสายตามองลงมาเห็นลานกว้างการแสดงด้านล่างได้อย่างชัดเจน ตรงลานการแสดงมีสตรีใบหน้าสะสวยนั่งบรรเลงพิณอยู่ พี่จื่อถงสั่งกับข้าวมาสี่อย่าง เขาบอกว่าได้เลือกอาหารที่ขึ้นชื่อ และรสชาติดีมาให้ข้าลองชิม

 

ฮืมม..? ดูคุณชายพวกนั้นสิ มองเจ้าจนตาจะถลนออกมา หากควักตาออกมาแปะติดกับตัวเจ้าคงจะทำกันไปเสียแล้วจ้าวจื่อถงโน้มต้วเข้าไปกระซิบใกล้ๆ นาง

 

ตัวข้ามีอะไรให้มองกัน หรือเพราะข้าแต่งกายไม่เหมาะสม?” ข้าเอียงคอถามด้วยความสงสัย พลางขบคิดอยู่ในหัว หรือเป็นเพราะแต่งกายธรรมดาเกินไป มีเครื่องประดับชิ้นเดียวคือปิ่นที่ปักอยู่บนหัว มันคงจะไม่ทำให้เขาอับอายกระมัง

 

      จ้าวจื่อถงขมวดคิ้วเข้าด้วยความแปลกใจนางไม่รู้ตัวเองหรอกหรือว่าเป็นสตรีที่งดงามยากจะพานพบได้ง่ายขนาดไหน จากนั้นจึงกล่าวขึ้น เจ้าไม่รู้หรอกรึ? ตอนที่เจ้าอยู่กับสามีเขาไม่กล่าวชมอะไรเจ้าเลยหรือ...

 

เขาจะกล่าวชมข้าด้วยเรื่องใดกันข้ามุ่นเข้าเขาด้วยความฉงนใจ  บุรุษผู้นั้นหาได้สนใจข้าไม่สิ่งที่เขาสนใจก็ตอนปรนนิบัติเขาบนเตียงเท่านั้น

 

ใบหน้าสวยสะคราญ ทรวดทรงด้านบนและด้านล่างดูเย้ายวนต้องตาบุรุษจ้าวจื่อถงกล่าวขึ้นเนิบๆ ส่วนสายตาก็จ้องมองไปยังสตรีที่ดีดพิณอยู่ด้านล่าง พอกล่าวจบก็กลายเป็นตัวเขาเองที่รู้สึกอายใบหน้าเห่อร้อน ไฉนข้าต้องอายนางด้วย เขากล่าวบ่นกับตนเองในใจ

 

     ข้าที่กำลังจะจิบชาเข้าปากก็ต้องชะงักมือหยุดทันที ดีนะที่ยังไม่ดื่มเข้าปากไม่เช่นนั้นคงได้สำลักน้ำออกมาเสียยกใหญ่  ข้าเห็นท่าทางเหนียมอายของเขา ท่านมีอะไรต้องอายกัน ! ตัวข้าต่างหากที่จะต้องเป็นคนใบหน้าแดงซ่านเช่นนั้น   

 

พี่ชายพวกเราสนิทกันขนาดใช้คำพูดเช่นนี้ได้แล้วหรอกหรือเจ้าคะ?” ข้ากล่าวเสียงเข้มดุด้วยความไม่ชอบใจ ถึงข้าจะเป็นหม้ายแต่ก็เป็นอิสตรี ตัวเขาเป็นบุรุษไม่สมควรกล่าวเช่นนั้นต่อหน้าข้า

 

อืม พวกเราเป็นพี่น้องกันแล้วจะสนิทช้าสนิทเร็วก็ถือว่าสนิทกันอยู่ดี จ้าวจื่อถงปรายตากลับมามองดวงหน้างามพร้อมด้วยความมั่นใจ

 

      ข้าครุ่นคิดว่านี่มันตรรกะอะไรกันที่พี่จื่อถงกล่าวออกมาไม่ละอายปาก ละอายใจบ้างหรือ ข้ายกมือขึ้นกุมขมับ ก้มหน้าลงจับตะเกียบคีบอาหารเข้าปาก ไม่สนใจเขาอีก

 

นี่น้องสาวสามีเจ้าป่วยเป็นโรคอะไรตายหรือ?” จ้าวจื่อถงที่สอดรู้ก็ได้โน้มหน้าเข้าไปกระซิบถามนางเสียงเบาๆ

 

  แค่ก แค่ก !   สุดท้ายข้าก็สำลักออกมาจนได้ ไม่สำลักน้ำชาก็มาสำลักข้าวแทน ข้าไอแห้งๆ น้ำหูน้ำตาเล็ดอยู่พักหนึ่ง ก็รับถ้วยน้ำชาจากพี่จื่อถงมาล้างคอ พอข้าค่อยยังชั่วขึ้นแล้ว ก็เอ่ยปากถามเขาด้วยความแปลกใจ  “ผู้ใดบอกท่านว่าสามีข้าตายแล้ว

 

ไม่มีข้าเดาเอาเองพอไปถามท่านพ่อ ท่านก็ให้มาถามเจ้าเอาเองจ้าวจื่อถงกล่าวพลางยักไหล่ขึ้น

 

สามีข้ายังไม่ตาย หากแต่มีเรื่องต้องจากกันข้ากล่าวออกไปตามสัตย์จริง

 

จ้าวจื่อถงที่ได้ยินนางกล่างก็กอดอกขมวดคิ้ว ย่นจมูกเข้าเล็กน้อย จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงพึมพำของเขา  “เจ้านั่นไม่โง่ ก็ต้องตาบอดที่ปล่อยนางกับลูกแฝดออกมา

 

        ข้า กับพี่จื่อถงนั่งกินข้าวจิบชา ชมการบรรเลงพิณอยู่ครึ่งยาม พลันก็มีกลุ่มบุรุษสี่คนแต่งกายด้วยอาภรณ์สีดำล้วน เหน็บดาบไว้ข้างเอว พวกเขามีใบหน้าเรียบนิ่งเดินเข้ามา หนึ่งในพวกเขาสี่คนแหงนหน้าขึ้นมาสบตากับข้าที่อยู่ด้านบนชั้นสองพอดี  เขามีใบหน้างามราวกับอิสตรี มีดวงตาสีน้ำตาล แต่กลับดูเฉียวดุดันของบุรุษ ตัดผมสั้นสะดุดตา ผิวขาวกว่าพี่จื่อถงอยู่มาก ร่างใหญ่กำยำของผู้ที่น่าจะฝึกวรยุทธ์เป็นประจำ ข้าที่หลุบตาลงไปมองก็เผลอสบตาบุรุษผมสั้นอยู่แวบหนึ่งจากนั้นเขาก็เบือนหน้าหันกลับไป  แล้วเดินเดินขึ้นบันไดมาชั้นสอง นั่งโต๊ะริมระเบียงฝั่งตรงข้ามกับข้า

 

เห็นกลุ่มบุรุษหน้าตึงที่ใส่เสื้อผ้าสีดำตรงนั้นหรือไม่จ้าวจื่อถงหันหน้ามากล่าวกับซีเย่ แล้วเผยอหน้าไปทางนั้นให้นางมองตามไป แล้วก็ขึ้นต่ออีก  “บุรุษผมสั้นผู้นั้นเป็นแม่ทัพฝังขวาชื่อจินเหยียน แซ่ซ่ง หากเจ้ามาทำงานในกองทัพกับข้ายามไปที่ค่ายทหารจะเจอเขา เป็นบุรุษที่สนทนายากนัก ไร้อัชฌาสัย หากเห็นหน้าไร้อารมณ์ของเขาเจ้าก็อย่าไปสนใจมากนัก ทางที่ดีก็ไม่ต้องไปใกล้

 

ได้ๆ หากข้าเห็นเขาจะรีบวิ่งหนีไปให้ไกลเลยเจ้าค่ะข้าแกล้งกล่าวเย้าไป

 

เยอะไปแล้ว ! ข้ากลัวว่าเจ้าจะอึดอัดต่างหาก บ้างทีข้าก็แอบคิดว่าเขาเกิดมาจากก้อนหิน คนอะไรจะเย็นชาได้ขนาดนี้ จ้าวจื่อถงกล่าวออกไปตามความรู้สึก

 

     ข้าเองก็เห็นด้วยในคำกล่าวของเขาด้วยเช่นกัน เมื่อครู่แค่สบตาเพียงแวบเดียวก็สัมผัสถึงความเยือกเย็นผ่านนัยน์สีดำตาลประกายคู่สวยของเขา   ต่อพี่จื่อถงเล่าให้ฟังต่ออีกหากเจอผู้ใดที่แต่งกายด้วยสีดำสนิทแบบนั้นคือทหารของทัพฝ่ายขวา ส่วนทัพฝ่ายซ้ายแต่งกายด้วยชุดสีม่วงอมแดง  และโต๊ะของพวกเขาอยู่ในระดับสายตาของข้าพอดีข้าพยายามเบนสายตาไม่ให้มองไปทางนั้นแต่ก็ไม่พ้นต้องเหลือบไปมองอยู่ดี เห็นบุรุษผมสั้นแซ่ซ่ง กำลังจ้องมองมาที่ข้า จนตัวข้าเองเริ่มจะขนลุกขึ้นมา มันไม่เหมือนกับสายตาของพวกคุณชายก่อนหน้านี้ที่มองมา แต่สายตาของเขามองราวกับจะทะลุตัวข้าเข้าไปด้านใน

 

      หน้าข้าเหมือนญาติฝั่งไหนของท่านอีกถึงเอาแต่จ้องอย่างนี้ แคว้นเยว่บุรุษจ้องมองสตรีขนาดนี้เป็นเรื่องปรกติหรืออย่างไรกัน ! ข้าจึงตัดสินใจจ้องตาเขากลับอย่างไม่ลดละ ถ้าต้องการทำสงครามทางสายตาทางข้าก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน พลันสายตาของเขาฉายแววขุ่นมัว คิ้วเรียวขยุ้มเขาเล็กน้อย  หึ..ข้านึกว่าบุรุษแซ่ซ่งจะมีหน้าเดียวเสียอีก ทางจริงก็มีหลุดอาการด้วยเช่นกัน

 

       จ้าวจื่อถงเองก็รับรู้ถึงส่ายตาของแม่ทัพซ่งที่จ้องมาหาเขา และน้องสาวบุญธรรม จึงพยักหน้าทักทายตามมารยาทไปเล็กน้อย ส่วนซ่งจินเหยียนที่นั่งฝั่งตรงข้ามก็รับการทักทายโดยการพยักหน้าตอบกลับเช่นกัน จากนั้นจึงเบือนหน้าหันไปมองทางอื่นแทน

 

        พวกเราสองพี่น้องนั่งต่อไปอีกสองเค่อพี่จื่อถงจึงเรียกเสี่ยวเอ้อเก็บตังค์ แล้วพาข้าออกจากโรงน้ำชามา   ข้าคิดว่าอาหารที่แคว้นเยว่รสชาติใกล้เคียงกับแคว้นฉิน อาจจะเป็นเพราะทั้งสองแคว้นเป็นพันธไม่ตร เปิดการค้าระหว่างกันอย่างอิสระ ทำให้วัฒนธรรม อาหารการกินค่อนข้างจะใกล้เคียงกันมากอยู่

 

      พี่จื่อถงได้สั่งให้คนรถพามาหน้าร้านขายของสำหรับเด็ก เพื่อให้ข้าเลือกดูของที่อยากได้ ส่วนเขาขอตัวไปเดินดูร้านขายเครื่องประดับฝั่งตรงข้าม  ข้าเดินดูอยู่พักหนึ่งก็เลือกเสื้อผ้าเด็กอายุสองปีมาหกชุด เพราะเจ้าเด็กดื้อทั้งสองเริ่มจะตัวอ้วนกลมมากขึ้น และได้ถุงเท้าขนกระต่ายสีขาวที่ดูนุ่มนิ่มมาอีกสองคู่  พอลองนึกดูหากเจ้าเด็กดื้อทั้งสองใส่ถุงเท้านี้จะต้องน่าเอ็นดูมากเป็นแน่ พอควักเบี้ยจ่ายเสร็จแล้วก็เดินมาขึ้นรถม้านั่งรอพี่จื่อถงด้านใน

 

       ผ่านไปครึ่งเค่อประตูรถม้าก็เปิดออก พี่จื่อถงถือกล่องไม้ขนาดเท่าฝ่ามือมาสามกล่อง เขานั่งลงฝั่งตรงข้าม แล้วเปิดฝากล่องไม้ยื่นมาให้ดู  ข้ามองกล่องแรกเห็นเป็นกำไลหยกสีขาวราวกับน้ำนมแพะของเด็กสองวง กล่องที่สองเป็นสร้อยคอหยกสีเขียวสลักชื่อยี่หวี่ กับเอ้อร์เฟย ส่วนกล่องที่สามเป็นกำไลขอเท้าแบบมีกระดิงสีทองสองวง

 

เจ้าชอบหรือไม่ ของขวัญต้อนรับเจ้าแฝดจากข้า ของเจ้าก็มีหากแต่อยู่ที่ค่ายทหารจ้าวจื่อถงฉีกยิ้มจนแก้มบุ๋มลงไป

 

ดูท่าทางจะหลายร้อยตำลึงอยู่ ท่านไม่เห็นต้องฟุ่มเฟือยขนานนี้เลยเจ้าค่ะข้ากล่าวอย่างเกรงใจ ดูอย่างหยกขาวหายากก็สองสามร้อย ตำลึงเเล้ว

 

ข้าอยากให้ จวนชินอ๋องไม่เคยขาดแคลนเบี้ย จ้าวจื่อถงกล่าวพลางยักคิ้วไปด้วย

 

ขอบคุณมากเจ้าค่ะข้าฉีกยิ้มรับจำใจ แต่ก็อดที่จะเสียดายเบี้ยไปได้

 

       พวกเรากลับถึงจวนยามอิ่ว พ่อบ้านหลิงบอกว่าท่านพ่อ และยี่หวี่ กับเอ้อร์เฟยรออยู่ห้องอาหารแล้ว  พอถึงห้องอาหารพี่จื่อถงก็ปรี่เข้าไปหาเจ้าแฝดที่นั่งบนตักของท่านพ่อ

 

       จ้าวจื่อถงที่อยากให้ของขวัญหลานชายทั้งสองใจจะขาด ก็รีบเปิดกล่องไม้หยิบกำไลทั้งสองวงขึ้นมาสวมที่ข้อมือของเจ้าแฝด ตามมาด้วยสวมสร้อยคอ จากนั้นก็สวมกำไลข้อเท้า ส่วนจ้าวจงนั้นก็หรี่ตามองดูพฤติกรรมของบุตรชายก็ยกมุมปากขึ้นยิ้ม

 

อืออหือออ….เกิดมาอายุปูนนี้ข้าพึ่งจะเคยเห็นคนเห่อหลานมากขนาดนี้จ้าวจงกล่าวเย้าบุตรชายออกไป

 

 “อะไรกัน ! ข้าเคยเห็นผู้อื่นเห่อกันออกเยอะแยะยามมีหลานชาย ข้าก็แค่รักเด็กจ้าวจื่อถงว่าแล้วกอดอกเสตามองไปถึงอื่น ด้วยความเขินอายเล็กน้อยที่ถูกแซวเช่นนั้น

 

ในเมื่อรักเด็กเหตุใดไม่แต่งงานเสียทีหมั้นกับคุณหนูตระกูลหวังมาหกปี ปีนี้เจ้าก็อายุยี่สิบสี่แล้วดูอย่างข้าแต่งงานมีบุตรตั้งแต่อายุสิบห้าจ้าวจงที่อุ้มหลานแฝดอยู่นั้นกล่าวขึ้น

 

ตอนที่ข้าหมั้นกับนางนางอายุแค่เก้าขวบยามนี้นางยังไม่ปักปิ่นเสียด้วยซ้ำ ให้ตายเถิดท่านเป็นคนเลือกเจ้าสาวให้ข้าเองกับมือ จะให้ข้าแต่งชายารองเข้ามาก็ไม่ได้ ข้าไม่ได้ชมชอบมีชายาหลายคน !  จ้าวจื่อถงกล่าวขึ้นอย่างโมโห  เพราะท่านพ่อเขาเป็นคนเลือกว่าที่พระชายาเขาเองกับมือ อีกทั้งยามนี้นางยังเป็นเด็กน้อยอยู่เลย

 

ข้าลืมเสียสนิทเลยเจ้าทนอีกปีเดียวเอง ประเดี๋ยวเดียวก็แต่งภรรยาเข้าจวนแล้ว ฮ่าาาาาาว่าแล้วจ้าวจงก็หัวเราะชอบใจลั่นห้องอาหาร

 

      ข้าที่ยินพวกเขาทั้งสองสนทนาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะน้อยๆออกมา  พี่จื่อถงมีนิสัยภายนอกถึงจะดูขี้เล่นปนทะเล้นอยู่บ้าง แต่เขามีนิสัยคล้ายกับท่านพ่ออยู่หลายด้าน จากที่ตัวข้าสัมผัสได้จากเขาในวันนี้ เขาเป็นคนเปิดเผย จริงใจ อีกทั้งดูใจดี และอบอุ่น ให้ความรู้สึกเช่นเดียวที่ข้าได้จากท่านพ่อ  และใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งวันพี่จื่อถงก็ละลายช่องว่างของคนแปลกหน้าของข้ากับเขาออกไปแล้วในโต๊ะอาหารยามเย็น ท่านพ่อกล่าวกับข้าว่าให้ปรับตัวพักอยู่ที่จวนให้คุ้นชินเสียก่อนอีกห้าวันค่อยตามเข้าค่ายทหารไปเรียนรู้งาน 

 

        ทุกๆ วันในห้องอาหารยามอิ่วพี่จื่อถงที่กลับมาจากค่ายทหารมักจะมีของติดไม้ติดมือมาด้วยตลอด   วันแรกเป็นชุดทหารสีม่วงอมแดง ขนาดย่อส่วนลงมาสองตัวให้กับยี่หวี่กับเอ้อร์เฟย วันที่สองเป็นกระบี่ไม้ขนาดเล็กสองเล่ม วันที่สามเป็นลูกม้าสองตัว วันที่เป็นสี่เป็นโล่เหล็กที่พี่จื่อถงสั่งตีขึ้นมาเป็นพิเศษให้มีขนาดเล็กลง ถึงจะมีขนาดเล็กลง แต่มันทำจากเหล็กเด็กอายุเพียงขวบเศษจะยกได้เช่นไรกัน  จนวันที่ห้าตัวข้าเริ่มจะทนรับของฝากที่ไม่เหมาะกับเด็กอายุไม่ถึงสองขวบไม่ไหว

 

พี่จื่อถงเอาไว้ให้ยี่หวี่ กับเอ้อร์เฟยโตกว่านี้ท่านค่อยเอามาให้หลาน ให้มาเยอะขนาดนี้หลานก็ยังใช้ไม่ได้นะเจ้าคะข้าตัดสินกล่าวขึ้นกลางโต็ะอาหาร

 

ไม่เป็นไรซื้อๆเก็บไว้ในคลังก็ได้จ้าวจื่อถงกล่าวออกไปอย่างไม่ใคร่สนใจ พลางยกมือคีบเอาเห็ดหอมเข้าปากไปด้วย

 

         ส่วนท่านพ่อเองก็พอกัน ขยันซื้อเสื้อผ้าเด็กมาทุกสีทุกแบบ ตั้งแต่เจ้าเด็กดื้อเริ่มใส่เสื้อผ้าเด็กสองขวบได้ เสื้อผ้าก็ล้นตู้ไม้ใบใหญ่ออกมาสองตู้แล้ว ฮืม เป็นพ่อลูกนิสัยคล้ายกันยิ่งนัก ข้าจะกล่าวห้ามเช่นไรออกไปก็เป็นได้แค่เพียงสายลมผ่านหูของพวกเขาทั้งสองเท่านั้น

 

พรุ่งนี้ยามเฉินน้องสาว กับซุนลี่ก็ออกไปพร้อมข้าจ้าวจื่อถงวางตะเกียบลงบนถ้วย แล้วกล่าวขึ้น

 

ได้เจ้าค่ะ แล้วท่านพ่อไม่ไปพร้อมกันหรือ ?” ข้าหันไปมองท่านพ่อด้วยความฉงนใจ เหตุใดท่านจึงไม่ไปพร้อมกัน

 

พ่อต้องเข้าวังหลวงจ้าวจงกล่าวตอบนางออกไป

      

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.004K ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #5505 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 09:57
    ร้อนลุ่ม=ร้อนรุ่ม
    #5505
    0
  2. #5504 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 09:56
    ปลอมใจ=ปลอบใจ
    #5504
    0
  3. #5503 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 09:55
    เปลี่ยนจาก ตะกี้ เป็น เมื่อกี้
    #5503
    0
  4. #3812 namsai557 (@namsai557) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 11:43
    เดี๋ยวก่อนสิ แม่หม้ายนี่คือ สามีตายช่ะ?.....เอ๊ะ!!?
    #3812
    0
  5. #3134 นัท (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 10:27

    ฮัยย่ะ ท่านหมอเบื้องหลังท่านมิน่าจะธรรมดาซะแล้ว ด่ีใจด้วยที่น้องซือมีพี่ชายบุญธรรม เป็นการเริ่มต้นที่ดี มีครอบครัวที่ดูท่าจะอบอุ่นมากมีลูกชายน่ารัก 2 คน แค้วนเย่วคือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของน้องซือเย่จริงๆ ในฐานะคุณหนูตระกูลจ้าว คงมีอะไรสนุกๆรออยู่แน่นอน ลุ้นๆเป็นกำลังใจให้ไรท์จร้า

    #3134
    0
  6. #2784 Phornkamon (@Berriest) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 22:05
    หมอจงม่น่าใช่แค่หมอแล้วล่ะ
    #2784
    0
  7. #2462 saro116 (@saro116) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 23:43
    ท่านพ่อทำไมท่านถึงรวยนัก
    #2462
    0
  8. #2397 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 18:56
    ท่านพ่อดูรวยนะคะ ใจดีเป็นหมอแล้วยังมีวรยุทย์ด้วยอะ น้องซีกับลูกๆโชคดีมากก
    #2397
    0
  9. #2111 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 18:15
    ท่านหมอจง ไม่น่าจะธรรมดาละ
    #2111
    0
  10. #2027 Oil Sasipron (@autogun) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 22:18
    ขอบคุณค่ะ
    #2027
    0
  11. #1390 mtbb_th (@mtbb_th) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 21:47
    ท่านหมอมีอะไรในกอไผ่! ไม่ธรรมดาแน่ๆ
    #1390
    0
  12. #1338 Ma-A-Queen (@ma-a-queen) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 22:50
    เอาจริง เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องมีพระเอกก็ได้นะ ถ้าจะดีกันก็แบบเป็นคนรู้จัก หรือเพื่อน(เอาจริงก็ไม่อยากให้เป็น 555)ก็ได้
    #1338
    0
  13. #633 byunnie (@gamsai89) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 00:15
    แก้คำลงท้ายหน่อยก็ดีนะคะ
    "เจ้าค่ะ" ไม่ใช่จ๊ะ
    #633
    0
  14. #429 นู๋ตองน้อย (@0817667349) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 11:08
    หื้มมมเห็นด้วยกับความคิดเห็นของ

    ANGELBABYCOOL
    #429
    0
  15. #369 ณ.ภัทร (@beatle1960) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 16:12
    ตั้งชื่อว่าเจ้าเบค่อน 555
    #369
    1
  16. #100 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 15:06
    โอ้ ได้หมูมาเป็นสัตว์เลี่ยง... อาหารฉุกเฉิน..
    #100
    1
  17. #35 babibam1a (@babibam1a) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 17:53
    สั้นนนนอยากอ่านอีกกก
    #35
    0
  18. #34 ploychen_2496 (@ploychen_2496) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 15:33
    รออยู่น่ะไรท์
    #34
    0
  19. #33 ANGELBABYCOOL (@ANGELBABYCOOL) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 15:28

    เราว่าท่านหมอต้องไม่ธรรมดา

    #33
    0
  20. #32 aorpatongko (@aorpatongko) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 15:28
    เอาอีกได้ไหมอ่าาาาา
    #32
    0