◌ หนิงเฟิ่ง ◌ เทพเซียน สนพ.Dbooks

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,380,863 Views

  • 7,529 Comments

  • 8,776 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,064

    Overall
    1,380,863

ตอนที่ 10 : บทแคว้นเยว่ & ชินอ๋อง : เล่ม 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3118 ครั้ง
    10 เม.ย. 62

      

ชินอ๋อง แคว้นเยว่


มีสตรีด้วยเรอะ ! ข้าไม่ได้เจอมานานเกือบเดือนแล้ว วันนี้ช่างโชคดีจริงๆ เสียงโจรป่าสนทนากันดังขึ้น

 

     ข้าที่ได้ยินพวกมันสนทนากันเช่นนั้นก็ตกใจมือไม้สั่นไหวขึ้นมาฉับพลัน จึงรีบรุดจูงเจ้าลูกหมูกึ่งวิ่งกึ่งเดินกลับที่พักอย่างรวดเร็วด้วยความลุกลี้ลุกลน  ท่านพ่อ ! พี่ห่าว ! พี่อี๋ !แย่แล้วเจ้าค่ะ ตะกี้ข้าไปอาบน้ำให้ลูกหมูมา ได้ยินเสียงคนสนทนากันคาดว่าพวกมันน่าจะเป็นโจรป่า ราวๆสิบกว่าคนกำลังเดินตรงมาทางนี้ข้ากลั้นใจกล่าวออกไปรวดเดียวจนจบ แล้วยืนหายใจหอบครู่หนึ่ง พวกเขาทั้งสามหาได้มีใบหน้าตื่นตระหนกไม่ ใบหน้ายังคงเรียบนิ่ง ไม่มีทีท่าร้อนใจ ยังนั่งขัดถูดาบอย่างสบายใจเฉิบ

 

ดีๆ เจ้าจะได้ไปลองวิชากับของจริงเสียที วันนี้มีถึงสิบคนเชียว ข้าอยากจะเห็นฝีมือเจ้าจะรุดหน้าไปถึงไหนแล้วพี่อี๋กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจ ฉีกยิ้มจนเห็นเขี้ยวข้างหนึ่ง

 

อืม..ซีเย่ฝึกวรยุทร์มาปีกว่ายังไม่เคยลงสนามจริงสักที วันนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีนักจ้าวจงกอดอกพยักหน้าเห็นด้วยกับคำกล่าวก่อนหน้านี้

 

จะดีหรือเจ้าคะ?” ข้ากล่าวตอบเสียงเบา ภายในใจยามนี้รู้สึกกลัวปนตื่นเต้น  ตัวข้าเองก็ไม่สามารอธิบายออกมาได้ชัดเจน หรืออาจจะเรียกอีกอย่างว่ากล้าๆกลัวๆกระมัง  เมื่อโอกาสมาถึงก็ต้องลองดูจะได้รู้ว่าฝีมือตัวเองพัฒนาไปถึงไหนแล้ว ที่ข้าเล่าเรียนมาทั้งหมดก็เพื่อใช้ปกป้องคนที่ข้ารัก

 

      ข้าปลอมใจตัวเองอยู่สักพักหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะมีเหงื่อไหลออกมาไม่หยุดอาจจะเป็นเพราะอากาศร้อน หรือเพราะตัวข้าร้อนลุ่มในอกกันแน่  จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นสบตาพวกเขาทั้งสาม พยักหน้ารับว่าข้าตกลงที่จะทำ

 

ดี ! วันนี้พวกเรามาสนุกกันพี่อี๋ตะโกนขึ้นอย่างดีใจชูดาบยาวในมือสะบัดไปมา ส่วนพี่ห่าวคนเงียบก็ทำใบหน้าหึกเหิมลุกขึ้นถือดาบ ท่านพ่อเองก็ยืนกอดอกยิ้มกริ่ม ดวงตาเป็นประกายมองข้าด้วยความภูไม่ใจ

 

คุณหนูต้องระวังตัวให้มากๆนะเจ้าคะซุนลี่กล่าวเสียงละล่ำละลักด้วยความเป็นห่วงคุณหนูของนาง

 

      ข้ายกมือลูบไปที่หลังปลอบใจซุนลี่เบาๆ จากนั้นนางก็รับตัวยี่หวี่ และเอ้อร์เฟยจากข้าแล้วขึ้นไปหลบบนรถม้า ส่วนข้าอุ้มเจ้าลูกหมูไปส่งให้กับนาง แล้วหยิบเอาทวนยาวออกมา

 

 

         บรรยากาศรอบๆ ไร้เสียงสนทนามีเสียงสายลมพัดใบไม้ และเสียงนกร้องยามเย็นผ่านไปสักพักก็มีเสียงฝีเท้าเหยียบใบไม้หลายคู่เข้ามาใกล้ ตัวข้ายืนอยู่ระหว่างกลางพี่อี๋ กับพี่ห่าน ส่วนท่านพ่อนั่งยิ้มอยู่บนรถม้า  ข้ากำทวนในมือแน่นระงับอาการสั่นกลัว หรือสั่นเพราะความตื่นเต้นก็ไม่ทราบแน่ชัดเพราะนี่เป็นการลงสนามสู้จริงๆ ครั้งแรก

 

       ไม่นานมากพลันก็มีบุรุษตัวไม่เล็กไม่ใหญ่ออกมาจากป่า พวกมันมีผิวค่อนข้างเข้มอาภรณ์สกปรก เดินถือดาบเก่าๆ มาสิบห้าคน พวกมันต่างมีรอยแผลเป็นหน้ากลัววาดผ่านบนใบหน้า ตามเนื้อหนังที่โผล่พ้นเสื้อผ้าออกมาเท่าที่ข้าสังเกตเห็นได้   พวกมันทั้หมดส่งรอยยิ้มมุมปากจนเห็นฟันสีเหลืองเหมือนเม็ดข้าวโพด มาให้พวกเราสามคน

 

มีสตรีตามที่เจ้ากล่าวจริงด้วย สวยล่มเมืองเลยเขียวได้เมียเช่นนี้วาสนาพวกข้ายิ่งนัก ชายร่างผอมแห้งเดินนวยนาดมาด้านหน้า มันใช้สายตามองประเไม่นข้าขึ้นลง คล้ายกับหมาจรจัดกำลังหิวโซ

 

      พวกเราทั้งสามคนเงียบกริบไปปริปากพูดสิ่งใด ทางจริงข้าก็คิดว่ามันไม่น่ากลัวอย่างที่คิดเอาไว้ สภาพของพวกมันไปต่างกับโจรขาดสารอาหาร บางคนก็ผอมแห้งยังกะไม้พ่ายไม้ไผ่อย่างไงอย่างงั้น

 

รีบๆเข้ามาเสีย ประเดี๋ยวอาหารเย็นของพวกข้าจะเย็นชืดเสียก่อนเป็นพี่ห่าวคนเงียบเป็นคนกล่าวขึ้น

       

พวกมันสิบคนห้าวิ่งกรูกันเข้ามาหาพวกสามคน พี่ห่าวรับมือทางซ้ายห้าคน พี่อี๋รับมือทางขวาห้าคน ส่วนตัวข้ารับมือตรงกลางห้าคน ข้าปะมือกับพวกมันไปสามกระบวนท่าถึงรู้ว่าพวกมันเป็นแค่โจรกระจอกเท่านั้น ตัวข้ามีโอกาสที่จะฆ่าพวกมันอยู่หลายครั้งแต่ใจไม่กล้ามากนัก จึงได้ใช้แค่ปลายสันของทวนพาดไปที่ต้นคอพวกมันจนสลบเหมือดไปห้าคน  ส่วนพี่อี๋ กับพี่ห่าวฟันจนเลือดเนื้อกระจายเกลื้อนพื้นแดงซ่านไปหมด ข้าที่เห็นภาพเช่นนั้นก็สะอิดสะเอียดอยู่บ้างแต่ยังไงเสียก็ต้องข่มใจให้ชินเข้าไว้

 

ทำไมเจ้าถึงไม่ฆ่ามันเล่า !พี่อี๋ถามด้วยความสงสัย ข้าอยากจะตอบว่าตาขาวก็กระไรอยู่จึงตอบไปว่าขี้เกียจผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่

  

        พวกเราทั้งสามช่วยกันเก็บกวาดพื้นที่ขุดหลุมขนาดใหญ่ฝังศพให้พวกมันส่วนห้าคนที่เหลือก็มัดเอาไปทิ้งไว้ในป่าลึกเข้า พอจัดการเสร็จเรียบร้อยพวกเราก็มานั่งล้อมวงกินข้าวเย็นกัน ท่านพ่อเองก็ชมข้าไปหยุดเลยตลอดทั้งคืน


        ยามนี้พวกเราเดินทางผ่านชายแดนระหว่างสองแคว้นมาได้หลายวันแล้ว และเดินทางอีกแค่สองก็ถึงเมืองหลวงแคว้นเยว่แล้ว  ท่านพ่อที่นั่งอยู่นอกรถม้าก็ได้ผิวปากอยู่สามครั้ง สักพักก็มีนกอินทรีย์ตัวใหญ่บินโฉบลงมาเกาะที่แขนของเขา

 

ท่านพ่อกำลังทำอะไรอยู่หรือเจ้าคะ?” ข้าเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย

 

ส่งจดหมายให้พี่ชายลูก ว่าอีกสองวันจะถึงเมืองหลวงแล้วจ้าวจงหันมายิ้มกว้าง พลางม้วนกระดาษในมือผูกกับขาของนกอินทรีย์ แล้วยกแขนส่งมันขึ้นบินไปบนท้องฟ้า

 

       และแล้วพวกเราก็เดินทางมาถึงเมืองหลวง ตอนนี้ข้าชะโงกออกจากรถม้าไปมองด้านนอกด้วยความตื่นเต้นก็เห็นประตูเมืองอยู่ริบๆ และยังมีกลุ่มคนตัวเล็กๆราวกับมดอยู่หน้าประตูเมือง  ยามนี้รถม้าเคลื่อนตัวมาหยุดหน้าประตูเมืองหลวงท่านพ่อบอกให้ข้า และซุนลี่อุ้มเจ้าเด็กดื้อทั้งสองลงมาล่ำลาพี่ห่าวกับพี่อี๋ จากนั้นพวกเขาทั้งสองก็ขอตัวแยกจากไป

 

 


       ข้าสังเกตเห็นหน้าประตูเมืองมีทหารคุ้มกันอย่างหนาแน่นจำนวนยี่สิบคนได้ พลันก็มีเสียงบุรุษค่อนข้างไปทางทะเล้นดังขึ้น จึงได้หันหน้าไปตามเสียงนั้นทันที ก็เห็นเป็นบุรุษมีสีผิวไข่ไก่ใบหน้าหวานเล็กน้อย แต่งกายคล้ายคุณชายลูกขุนนาง พอพินิจมองดีๆ ดวงหน้าของเขาก็คล้ายกับท่านพ่ออยู่หกเจ็ดส่วน

 

ไปอยู่แคว้นฉินตั้งห้าหกปี ไม่คิดจะมีของฝากมาให้ลูกอย่างข้าบ้างเลยรึตาแก่ ?” เขากอดอกเลิกคิ้วขึ้น

 

นั่นไงของฝากจ้าวจงเผยอหน้าหน้าไปทางบุตรสาวบุญธรรม สองหลานชาย และหนึ่งผู้ช่วย

 

มีที่ไหนกันเอาแม่ใหม่มาสองคน และน้องชายฝาแฝดมาเป็นของฝากบุรุษจอมทะเล้นกล่าวขึ้น

 

ข้าได้ยินที่เขากล่าวออกมาเช่นนั้น คล้ายจะสำลักอากาศขึ้นมากะทันหัน  จากนั้นท่านพ่อจึงยกมือขึ้นโบกศีรษะเขาอย่างแรงจนคะมำ ตัวโยกไปด้านหน้า

 

ทะลึ่งนัก ! นั่นน้องสาวบุญธรรมเจ้า ส่วนยี่หวี่ กับเอ้อร์เฟยเป็นหลานชายของเจ้า ส่วนอีกคนเป็นหมอฝึกหัดจ้าวจงกล่าวขึ้นอย่างเหลืออดในท่าทางบุตรชายของตนเอง

 

ข้าแค่หยอกเย้าท่านเล่นแค่นี้เอง ไฉนตบหัวข้าแทบหลุดเช่นนี้บุรุษจอมทะเล้นกล่าวด้วยน้ำเสียงแง่งอนยกมือขึ้นลูบหัวป่อยๆ เสร็จแล้วก็ยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้ม ทั้งสองข้าง แล้วสาวเท้าเดินมาหาตรงมาด้านหน้าน้องสาวบุญธรรม

 

น้องสาวบุญธรรม พี่ชายชื่อจื่อถง แซ่จ้าวจ้าวจื่อถงที่มีดวงตาวาววับอยู่ในขณะกล่าวแนะนำตนเองออกไป

 

คารวะพี่ชายข้าชื่อซีเย่ เเซ่จ้าวข้ากล่าวน้ำเสียงเลียนแบบเขา แล้วขยิบข้างหนึ่งส่งไปให้

 

จ้าวจื่อถงไม่คิดว่าตนเองจะโดนนางตอกกลับก็ผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าว พร้อมกับดวงตาเบิกกว้าง

 

 นางเหมาะเป็นน้องสาวเจ้าใช่หรือไม่จ้าวจงหันหน้าไปกล่าวกับบุตรชาย แล้วเดินเข้าไปตบไหล่เบาๆ

 

มีที่ไหนสตรีมาขยิบตาให้บุรุษจ้าวจื่อถงบ่นขึ้นมาเบาๆ กอดอกเสหน้าไปทางอื่นยามนี้ดวงหน้าหวานๆ ของเขานั้นแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย

 

จ้าวจงหัวเราะอย่างชอบใจเสียงดังขึ้น ฮ่าาาๆ แล้วกล่าวขึ้นต่อ กลับจวนเถิดพวกนาง และหลานชายเจ้าเหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว

 

      ข้า กับซุนลี่เคยคิดว่าท่านพ่อไม่ได้เป็นแค่หมอชาวบ้านธรรมดา ตัวข้าเองก็ไม่กล้ากล่าวถามท่านไปตามตรง หากท่านยังไม่สะดวกที่จะบอกกับพวกเราข้าก็ไม่ควรไปถามซอกแซกให้มากความ  ยามนี้รถม้าที่เคลื่อนตัวก็ได้มาหยุดลงหน้าประตูไม้ขนาดใหญ่  ข้ากับซุนลี่ต่างอุ้มยี่หวี่ และเอ้อร์เฟยลงมาจากรถม้าแล้วแหงนหน้าขึ้นไปอ่านป้ายไม้ด้านหน้าประตูที่มีตัวอักษรสีทองเขียนว่าจวนชินอ๋อง ตัวข้ากลืนน้ำลายก้อนใหญ่ลงเสียงดังเฮือก จากนั้นก็รีบหันหน้าไปมองท่านพ่อทันที

 

 บ้านของพวกเราอย่างไรเล่าลูกชอบหรือไม่?” จ้าวจงยกปากขึ้นยิ้มกว้างแล้วเดินนำพวกนางเข้าไปด้านในประตูไม้

 

      ยามนี้ขนของข้าลุกชันขึ้นทั้งตัว ท่านพ่อเป็นเชื้อพระวงศ์ของแคว้นเยว่ มียศศักดิ์เป็นถึงชินอ๋อง ดวงตาของข้าหาได้มีแววไม่ หากเป็นแค่คนธรรมดามีหรือจะเก่งกาจเกือบทุกศาสตร์ทุกแขนงได้เช่นนี้  ข้าเองก็สังเกตเห็นการจับจ่ายซื้อของ และของที่ซื้อมามีแต่ของที่ทำอย่างดีทั้งนั้น แต่ไม่เคยจะเอามาคิดจริงๆ จังๆ เสียที ภายนอกท่านอาจจะดูใช้ชีวิตเรียบง่าย สวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์จากฝ้ายธรรมดาที่ดูไม่เด่น แต่ของใช้ในชีวิตประจำหาใช่ธรรมดาไม่อีกทั้งพวกเราไม่เคยมีปัญหาการใช้จ่ายเบี้ยเลยสักคราเดียว  ตัวข้าและซุนลี่ที่ใช้ชีวิตในบ้านไม้เก่าๆ ทั้งกินอิ่ม นอนหลับสบายทุกวัน อยากได้สิ่งใดก็แค่บอกท่านพ่อ ท่านก็จะให้เบี้ยครั้งละเยอะๆ ไปจับจ่ายซื้อกันเอาเอง

 

        พลันชายชราเฒ่าตัวอวบอ้วนเล็กน้อยคนผู้นี้คือพ่อบ้านหลิง ที่กำลังยิ้มจนแก้มเบียดเดินเข้ามาประกบมือคำนับ  ท่านอ๋องของบ่าวกลับมาจวนเสียทีพ่ะย่ะค่ะเขากล่าวเสร็จก็ยกนิ้วมือป้อมๆ เช็ดน้ำตาที่หางตา

 

ขี้แยตั้งแต่หนุ่มจนแก่จริงๆ สตรีผู้นี้คือบุตรสาวบุญธรรมของข้าชื่อซีเย่ ส่วนนั้นก็หลานชายยี่หวี่ กับเอ้อร์เฟย ส่วนซุนลี่นางเป็นหมอจ้าวจงกล่าวแนะนำทั้งสี่คนให้คนในจวนได้รู้จัก จากนั้นก็ได้หันไปกล่าวกับพวกนางต่อ  ชายชราขี้แย่ผู้นี้คือพ่อบ้านหลิง  ซีเย่หากอยู่ในจวนหรืออยู่กันเองเจ้าไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์พิธีรีตองกับพ่อพ่อคุ้นชินแบบชาวบ้านเสียแล้วจ้าวจงกล่าวจบก็ยิ้มให้นางไปด้วย

 

เจ้าค่ะหากเป็นเช่นนี้ตัวข้าก็ลดอาการเกร็งลงไปบ้าง เพราะไม่รู้จะทำตัวเช่นไรกับเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงด้วยเช่นกัน คำราชาศัพท์ที่ใช้ก็ไม่เก่งมากนัก   ถึงจะอยู่ร่วมกันมาสองปีก็ตามอยู่ดีๆ ท่านพ่อที่เป็นหมอธรรมดาก็กลายเป็นชินอ๋องผู้สูงศักดิ์ของแคว้ยเยว่ไปเสียแล้ว เล่นเอาตัวข้าตกใจแทบแย่

 

เจ้าก็ไม่ต้องใช้กับข้าด้วยเช่นกันจ้าวจื่อถงที่ยืนอยู่ด้านหลังนางกล่าวขึ้น

 

ตัวข้าหันไปพยักหน้ารับด้วยความโล่งอก  โชคดีของข้ามากนักที่พวกเขาไม่ถือยศถือศักดิ์เหมือนผู้อื่น   จากนั้นท่านพ่อก็ได้ให้พ่อบ้านหลิงนำข้าไปที่เรือนพักของข้ากับซุนลี่และพาชมจวน ส่วนวันพรุ่งจะให้พี่จื่อถงพาเที่ยวชมเมืองหลวง    ส่วนท่านพ่อกับพี่จื่อถงขอตัวเข้าวังหลวงไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ก่อนพอยามอิ่วพวกเขาจะกลับมากินอาหารเย็นอย่างพร้อมหน้ากัน

 

      พ่อบ้านหลิงนำทางข้ามาที่เรือนก็พูดจ้อไม่หยุดปากเขาเรียกข้าว่าท่านหญิงเย่  และเขายังบอกอีกว่าดวงหน้าของข้าละม้ายคล้ายกับท่านหญิงบุตรสาวของท่านอ๋องที่ตายไปแล้วมากหลายส่วน  นี่คงจะเป็นเหตุผลที่ท่านพ่อเอ็นดูรับเป็นลูกบุญธรรม และดูแลอย่างดี ท่านพ่อคงจะเห็นข้าเป็นตัวแทนบุตรสาวที่ตายไปแล้วกระมัง  และตัวข้าเองก็ห่วงหาความรักจากบิดาที่ไม่เคยได้รับด้วยเช่นกัน พอมีเหตุการณ์ให้เราทั้งคู่เจอกัน ก็คล้ายมีแรงผลักเข้าหาแล้วมาเติมเต็มซึ่งกันและกัน

 

       ข้ากับซุนลี่พอมาถึงเรือนก็เดินสำรวจดูรอบๆ ตัวเรือนค่อนข้างใหญ่ ด้านหน้ามีสวนดอกไม้ มีก้อนหินหน้าตาแปลกๆ วางประดับอยู่ ด้านข้างมีสวนไผ่ขนาดเล็ก และน้ำตกจำลอง  ข้าขบคิดด้วยความตลกจากหยางซีเย่บ่าวผู้ต่ำต้อย มาเป็นฮูหยินน้อยจวนรองแม่ทัพ จากนั้นก็กลายมาเป็นจ้าวซีเย่ท่านหญิงของจวนชินอ๋อง โชคชะตามักจะเล่นตลกกับชีวิตของข้าจริงๆ

 

      ข้า กับซุนลี่ช่วยกันจัดของเข้าที่ มีบ่าวสองคนที่พ่อบ้านหลิงส่งมาให้ค่อยรับใช้ ข้าตั้งชื่อให้พวกนาง ชื่อจูเจียซิน และจูเจียเชิน อายุของพวกนางอ่อนกว่าข้าหนึ่งปี พวกเราจัดของเสร็จแล้วก็มานั่งดูยี่หวี่ กับเอ้อร์เฟยเล่นกับเจ้ามูตรงระเบียง ข้าตั้งชื่อเจ้าลูกหมูตามเจ้าเด็กดื้อทั้งสองเรียก

 

บ่าวนึกไม่ถึงเลยเจ้าค่ะ ว่าหมอจงจะเป็นถึงชินอ๋องซุนลี่เข้ามากระซิบกระซาบ

 

นั่นสิ เป็นบุญวาสนาพวกเรานายบ่าวยิ่งหนักหากมีโอกาสข้าจะตอบแทนบุญคุณท่านพ่อให้ได้ข้ากล่าวอย่างซาบซึ้งในบุญคุณที่ท่านพ่อทำให้พวกเรามากมายจนนับไม่ถ้วน

 

       พอยามอิ่วพ่อบ้านหลิงก็มาตามข้ากับซุนลี่ไปกินข้าวที่เรือนใหญ่ และให้เจ้าเด็กดื้อทั้งสองไปด้วย ข้าเดินเข้าไปในห้องอาหารเห็นบุรุษสองนั่งคนกอดอกในท่างเดียวกันไม่มีผิด  พ่อลูกคู่นี้ถอดแบบออกมาเหมือนกันเสียจริงๆ

 

มาแล้วรึ นั่งๆจ้าจงยกมุมปากขึ้นยิ้ม กวักมือเรียกพวกนางเข้าไปนั่ง อีกทั้งยังรับเอายี่หวี่ กับเอ้อร์เฟยไปนั่งบนตักอีกด้วย

 

      ข้านั่งทางด้านขวามือของท่านพ่อ ส่วนด้านซ้ายของเขาเป็นพี่จื่อถง และซุนลี่นั่งถัดไปจากข้าส่วนพี่จื่อถงนั่งกอดอกยกมุมปากยิ้มทะเล้น ส่งสายตายียวนมาให้ข้า ตัวข้าเองก็อมยิ้มน้อยๆ เลิกคิ้วตอบกลับ เอาตามตรงนิสัยจริงๆของข้าก็ไม่สำรวมเหมือนคุณหนูในห้องหอ การเลี้ยงดูก็อยู่ร่วมกับบ่างใช้ จึงไม่เขินอายเรื่องพวกนี้มากเท่านัก มองเป็นการผูกไม่ตรเสียด้วยซ้ำ

 

 เป็นอย่างไรบ้าง ชอบเรือนพักหรือไม่ หากลูกขาดเหลืออะไรก็บอกกับพ่อบ้านหลิงเอาไว้เขาจะจัดการให้ลูกเอง  จ้าจงกล่าวกับนาง พร้อมกับกมหน้าลงไปแหย่หลานชายฝาแฝดตนเองไปด้วย

 

ชอบมากเลยเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านพ่อมากจริงๆ ลูกไม่รู้จะหาสิ่งได้มาตอบแทนท่านได้ หากท่านพ่อต้องการให้ลูกทำสิ่งใดตอบแทนให้ก็บอกลูกได้เลยนะเจ้าค่ะข้ากล่าวอย่างซึ้งใจในความเมตตาของเขา

 

ไม่ต้องตอบแทนหรอก พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วจ้าวจงกล่าว

 

       พวกเรานั่งกินอาหารสักพัก ท่านพ่อก็เริ่มเล่าเรื่องที่ต้องกลับมาที่แคว้นเยว่อย่างเร่งด่วน เพราะในช่วงหนึ่งปีมานี้เผ่าตูเย้าเผ่านอกด่านกำเริบมากขึ้น พวกมันเข้าปล้นหมู่บ้านตามชายแดนของแคว้นเยว่ทางตอนใต้ แคว้นฉินที่อยู่ใกล้ก็โดนพวกมันปล้นไปด้วย และช่วงหลังๆสายสืบได้รายงานว่าพวกมันได้รวบรวมกองทัพทหารมากขึ้นผิดปกติ คาดว่าไม่เกินสองปีคงจะหนีไม่พ้นทำสงครามเป็นแน่

 

      ฮ่องเต้จึงออกราชโองการเรียกแม่ทัพฝังซ้ายแม่ทัพฝังขวาเข้าพบ ท่านพ่อเป็นแม่ทัพใหญ่ฝังซ้าย ข้าจึงเข้าใจขึ้นมาทันทีเหตุใดท่านพ่อถึงเก่งกาจด้านวรยุทธ์ และอาวุธ  แต่ท่านพ่อเองก็ปลดตนเองออกมาถึงหกปีแล้วจะให้กลับไปออกรบเช่นก่อนคงจะไม่ไหว จึงกลับมามอบอำนาจให้พี่จื่อถงที่เป็นรองแม่ทัพ เลื่อนเป็นแม่ทัพฝังซ้ายอย่างเต็มตัว ส่วนท่านพ่อก็นั่งเป็นที่ปรึกษาทางทหารแทน

 

ซีเย่สนใจงานในกองทัพหรือไม่?”   จ้าวจงที่ป้อนฟัดท้องบดให้หลานชายทั้งสองอยู่นั้นก็เอ่ยปากขึ้น

 

ข้าที่กำลังฟังอยู่เพลินๆ เคี้ยวข้าวอยู่ในปากอยู่นั้นแทบจะสำลักออกมา กับคำถามของท่านพ่อ ข้ากล่าวอึกอักด้วยความแปลกใจ ลูกเป็นสตรีจะทำงานในกองทัพได้เช่นไรกันเจ้าคะ

 

ฮืม? สตรีบุรุษต่างกันอย่างไร แคว้นเยว่ไม่แบ่งแยกจ้าวจื่อถงเลิกคิ้วเอ่ยปากแทรกขึ้นด้วยความแปลกใจ

 

ข้าเองก็อยากจะเรียนรู้มากขึ้น อยากเจออะไรแปลกใหม่ และทำตัวให้เป็นประโยชน์กับพวกเขามากกว่านั่งๆ นอนๆ อยู่ที่จวน จึงตันสินใจกล่าวออกไปตามตรง ข้าสนใจเจ้าค่ะหากแต่ยี่หวี่ กับเอ้อร์เฟยยังเด็กนัก นอกจากข้ากับซุนลี่แล้วก็ไม่มีใครช่วยเลี้ยง ข้าเกรงว่านางจะเลี้ยงคนเดียวไม่ไหว

 

หะ? นี้มันจวนชินอ๋องจะมีบ่าวใช้เยอะแยะไว้ทำไม อีกอย่างข้าจะหาแม่นมมาช่วยเลี้ยงเจ้าแฝดเองจ้าวจื่อถงจ้องมองนางด้วยสายตาฉงน

 

เอาตามนั้นหากลูกสนใจเอาไว้ตามพี่ชายไปค่ายทหารไม่ต้องคิดมาก แคว้นเยว่มีสตรีเป็นทหารอยู่มากเท่ากับบุรุษเช่นกัน ลูกเรียนรู้ตั้งมากมายไปจากพ่อก็ควรนำเอาไปใช้จริงๆ เสียบ้าง  ฝีมือด้านวรยุทธ์และความหัวไวของลูกน่าเสียดายออกที่จะอยู่แต่ในจวน ส่วนซุนลี่จะให้นางเป็นหมอในกองทัพละกันจ้าวจงกล่าวสรุปความออกไป

 


: เล่มหนึ่งมีทั้งหมด 407 หน้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.118K ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #5500 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 21:51
    เรื่องอะไรรึ
    #5500
    0
  2. #3079 Alamadine (@alamadine) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 22:55
    วัสสาน อันนี้แปลว่าฤดูฝนหรือ คะ
    #3079
    0
  3. #2936 kulchari (@kulchari) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 22:27
    นางเอกมีส่วนผิดในการโกหก เลยคิดว่าสามีไม่เลวร้ายมากขนาดนั้นใจเรื่องอื่นๆ แต่ถ้าเป็นเราถูกทิ้งไว้ในที่ๆอันตรายแบบนั้นและเลือกหญิงอื่น ก็คงไม่หวนกลับไป ไม่โกรธไม่เกลียด แต่ไม่เอาแล้ว
    #2936
    1
    • #2936-1 reindeer1992 (@reindeer1992) (จากตอนที่ 10)
      25 ธันวาคม 2561 / 01:35
      จริงค่ะ ไม่โกรธ ไม่เกลียด แต่ไม่เอาแล้ว คนแบบนี้ไม่หน้าฝากชีวิตเอาไว้ ยิ่งในยุคที่ผู้ชายคือฟ้าด้วยแล้ว
      #2936-1
  4. #2395 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 18:52
    งานเข้าแน่เลยค่ะ
    #2395
    0
  5. #2110 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 18:06
    จะมีเรื่องอะไรอีกเนี่ย
    #2110
    0
  6. #1314 Qzbebe (@Qzbebe) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 09:36
    ขอเสนอนิดหน่อยนะคะ
    สมัยจีนโบราณ
    ปกติการทำคลอดไม่ใช้หมอผู้ชาย แต่จะเป็นหมอตำแยผู้หญิงค่ะ เพราะจารีตประเพณีในสมัยนั้น
    #1314
    0
  7. #1215 goldpaddy (@goldpaddy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 02:47
    ความคิดดีมาก หมดสิ้นจากจิตใจ อย่าไปรักเลยคนแบบนี่
    #1215
    0
  8. #274 Nanase33 (@HikariJung8893) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 23:19
    แม่ทัพยังโง่โดนเมียในจวนหลอกใช้อยู่อีกหรือเปล่าคะ บางทีก็อยากเห็นฝั่งผู้ชายบ้าง รอสมน้ำหน้าคนจนค้างอยู่เลยนิ
    #274
    0
  9. #207 Wd4848 (@Wd4848) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 20:19
    ขอเสนอความคิดนะค่ะ ใช้คำว่า"จ๊ะ"อ่านแล้วดูไทย ลองเปลี่ยนมาเป็น"เจ้าค่ะ"ได้กลิ่นอายจีนโบราณดีกว่า
    #207
    0
  10. #94 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 08:47
    แม่หนูเรากลายเป็นสาวผู้เพรียบพร้อมในทุกๆด้านซะแล้ว
    #94
    0
  11. #31 So_Donglun1992 (@So_Donglun1992) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 15:24
    กดเฟ็บรอนะคะ
    #31
    0
  12. #30 นนน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 13:01

    ท่านหมอดูไม่ธรรมดาอ่ะ

    #30
    0
  13. #29 fernrarii3 (@fernrarii3) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 12:12
    ไม่ใช่นางเอก แต่แค้นแม่ทัพ หึ
    #29
    0
  14. #26 นนน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 09:34

    สนุกคร้าต่ออีก

    #26
    0
  15. #25 aorpatongko (@aorpatongko) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 09:31
    ขออีกสักสิบตอนได้ป่าวไรท์ หนุกอ่ะ
    #25
    0
  16. #22 ANGELBABYCOOL (@ANGELBABYCOOL) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 01:09

    อิตาท่านแม่ทัพถ้ารู้ว่าเมียที่ตั้งใจทิ้งเอาไว้

    ไม่ตายแถมได้ลูกชายแฝดของกระอักเลือดตายๆๆๆๆๆๆ

    #22
    0
  17. #21 มนุษย์ป้า (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 01:05

    นุกดีอ่านเพลิน จนลืมเม้นอิอิ

    #21
    0