India-Indie ซุบซิบกับสะใภ้อินเดีย

ตอนที่ 299 : ข้อควรคิดเกี่ยวกับการคบหาหนุ่มอินเดีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 877
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    27 เม.ย. 60

#ซุบซิบกับสะใภ้อินเดีย
ข้อควรคิดเกี่ยวกับการคบหาหนุ่มอินเดีย อีห่านว่าจะพูดมาสักพักแล้วแหละ...คือ การคบหาผู้ชายไทยว่าวุ่นวายแล้ว ไหนจะต้องดูทั้ง นิสัยใจคอ ว่า ขยันไหม นิสัยดีไหม เจ้าชู้ไหม รวยไหม บลาๆๆๆ แต่การดูผู้ชายอินเดียต้องเพิ่มสเต็ปมากกว่าอีก เพราะอินเดียยังเป็นสังคมปิดเสียส่วนใหญ่ ไม่ใช่ว่าเรารักกันแล้ว แม้พ่อแม่เขาจะไม่ชอบขี้หน้าก็ไม่สนใจ จะแยกบ้านไปอยู่กันเอง พวกเขากีดกันไม่ได้และเราต้องได้แต่งงานกัน ถ้าคิดแบบนี้...เปอร์เซ็นต์พลาดสูงมาก เพราะพ่อแม่ของฝ่ายชายมีอิทธิพลมาก เรียกง่ายๆ อย่าโลกสวยเกินค่ะ อันนี้พูดตรงๆเลย ไม่อยากให้ผิดหวังกัน

ฉะนั้นถ้าอยากคบหนุ่มอินเดีย คุณต้อง...

1. สืบให้แน่ให้ชัวร์ ว่า พื้นฐานครอบครัวเขาเป็นยังไง 
พื้นฐานที่ว่าไม่ได้หมายถึงฐานะหรือเงินทอง แต่หมายถึงพ่อแม่และญาติพี่น้องเขาเป็นอย่างไร เช่น พ่อแม่เขาเข้มงวดไหม ยึดติดกับขนบธรรมเนียมแค่ไหน อันนี้สำคัญมาก เพราะว่าผู้ชายอินเดียค่อนข้างถูกเลี้ยงมาแบบราชา พ่อแม่รัก เลยมีโมเม้นท์เอาแต่ใจสูง แต่ว่าต่อให้เอาแต่ใจแค่ไหนก็ไม่อาจขัดคำสั่งพ่อแม่ได้เสมอไป ถ้าพ่อแม่เข้มงวดและมีอิทธิพลต่อลูกมาก เปอร์เซ็นต์ที่จะกีดกันความรักและบังคับให้ลูกชายเลิกกับฝ่ายหญิงมีสูงทีเดียว ตอนอีห่านคบอีหมีใหม่ๆก็ถามไว้แต่เนิ่นๆเลยว่าพ่อแม่เธอเป็นยังไง ซึ่งเคสอีห่าน พ่ออีหมีเข้มงวด ส่วนแม่อีหมีใจดีค่ะ (ถามว่าอุปสรรคมีไหม...โฮะๆๆๆ....เย้อะะะ)

2. สืบให้แน่ให้ชัวร์ ว่า เขามีคู่หมั้นคู่หมายไว้แล้วหรือไม่
เป็นการสืบเนื่องมาจากข้อ 1 ค่ะ เมื่อพ่อแม่ฝ่ายชายเข้มงวดก็มักจะหาคู่ให้ลูกชายหรือลูกสาวตัวเอง ซึ่งไม่ต้องแปลกใจไป อินเดียเป็นประเทศที่การคลุมถุงชนเป็นเรื่องปกติ และมีอยู่ทั่วทุกพื้นที่ มีเว็บไซต์หาคู่เป็นเรื่องเป็นราวเลยทีเดียว ประกาศในหนังสือพิมพ์เพื่อหาคู่นี่เป็นหน้าๆเลยนะพวกเธอ แต่เราอย่าไปตัดพ้อเขาเลยว่าทำไมเขาล้าหลัง อินเดียเหมือนไทยในอดีตและเคยทำแบบนี้เหมือนกัน ผู้ใหญ่เป็นฝ่ายหาคู่ให้ลูกๆ แค่เราเป็นสังคมเปิดกว้างกว่าเลยรับวัฒนธรรมใหม่ๆเข้ามาได้ง่ายกว่า เลยเกิดเสรีภาพมากกว่าเท่านั้น แต่การเปิดกว้างบางอย่างเราก็อาจสูญเสียความเป็นตัวตนง่าย นั่นคือ บ้านเราแวดล้อมไปด้วยอิทธิพลและขนบธรรมเนียมต่างประเทศเต็มไปหมด ขณะที่วัฒนธรรมไทยจริงๆหลงเหลือน้อยเหลือเกิน ทว่า สังคมอินเดียปิดกั้นดูล้าหลัง แต่เขาก็รักษาวัฒนธรรมเขาได้ดีกว่าเรา ได้อย่างเสียอย่างค่ะ เข้าเรื่องต่อเนอะ...เมื่อพ่อแม่หาคู่ให้ลูกๆ ขึ้นกับฝ่ายชายเลยค่ะ ว่าจะยอมไปดูตัวไหม ถ้าไปเพื่อตามใจพ่อแม่แต่ปฏิเสธก็ไม่เป็นไร หรือ ไม่ไปก็ยิ่งดีใหญ่ แต่ถ้าฝ่ายชายเป็นคนหัวอ่อน ร้อยทั้งร้อยยอมแต่งงานกับคู่ที่พ่อแม่หาให้แน่นอนค่ะ ตรงนี้คุณต้องดูดีๆเลยว่าคู่รักของคุณที่กำลังคบหานั้นหัวแข็งแค่ไหน กล้าสู้กับครอบครัวเพื่อคุณแค่ไหน ครอบครัวเขาเข้มงวดแค่ไหน แล้วมีคู่หมั้นคู่หมายหรือไม่ ถ้ามี...มันยากที่เขาจะยอมถอนหมั้นมาแต่งงานกับคุณค่ะ เพราะอะไร เพราะมันไม่ใช่เรื่องแค่คนสองคนมันเป็นเรื่องของครอบครัว พ่อแม่เขาอาจโดนประนามจากครอบครัวฝ่ายหญิง ส่วนฝ่ายหญิงก็เสียหายเหมือนโดนคู่หมั้นถอนหมั้นเพราะตัวเองไม่ดีพอ สองครอบครัวอาจผิดใจกันไปเลย ส่วนเคสอีห่านนี่อีหมีก็โดนพ่อแม่หาคู่ให้หลายรอบแต่อีหมีไม่ยอมไปดูตัวค่ะ อีห่านถึงกล้าพูดว่ามันขึ้นกับผู้ชายจริงๆ เพราะผ่านประสบการณ์มาแล้ว

ยิ่งถ้าฝ่ายชายแต่งงานแล้่ว เลิกฝันเต็มร้อยว่าเขาจะหย่ากับเมียมาแต่งงานกับคุณเลยนะคะ น้อยคนนักจะยอมหย่าในเมื่อผู้หญิงที่เป็นเมียไม่ได้ผิดอะไร สังคมพ่อแม่ฝ่ายชายเขายอมรับผู้หญิงคนนั้นเป็นสะใภ้ไปแล้ว มันยากค่ะที่จะเลิกรา การหย่าร่างในอินเดียน้อยมาก หย่าทีก็ต้องขึ้นศาลจ่ายเงินจ่ายทอง ฝ่ายชายและครอบครัวก็ต้องเสียหน้าเสียชื่อเสียง ฝ่ายหญิงนี่หนักกว่าอาจแต่งงานใหม่ไม่ได้เลย ถ้าึคุณรู้ว่าคู่รักคุณมีคู่สมรสอยู่แล้ว อย่ายอมเป็นเมียน้อยนะคะ เสียศักดิ์ศรีเราเปล่าๆสงสารผู้หญิงคนนั้นด้วย ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร อย่าปล่อยตัวปล่อยใจให้ท้อง มันยากจะไปเรียกร้องสิทธิอะไรจากเขาค่ะ

3. ดูให้ดีว่าเขานับถือศาสนาอะไร
อินเดียเป็นประเทศที่มีหลายศาสนา และ หลายลัทธิความเชื่อค่ะ หลักๆคือ ฮินดู (นับถือเทพเจ้า เช่น พระศิวะ พระพรหมณ์ พระนารายณ์ พระกฤษณะ พระพิฆเณศฯ) อิสลาม ซิกข์ เชน คริสต์ พุทธ ฯลฯ ส่วนใหญ่ถ้าฝ่ายชายนับถือศาสนาฮินดูเราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนศาสนาตามก็ได้ค่ะ (อาจบางครอบครัว) อย่างอีหมีเป็นฮินดู อีห่านเป็นพุทธ ก็ไม่ได้เปลี่ยนศาสนาเพราะพุทธมีรากเดียวกับฮินดูคือมาจากพราหมณ์ ไหว้ได้อะไรได้เหมือนกัน สวดมนต์คล้ายๆกัน แต่ถ้าฝ่ายชายนับถือศาสนาอิสลามแล้วครอบครัวเคร่งคุณก็ต้องเปลี่ยนศาสนาว่ากันไปค่ะ ขึ้นกับครอบครัวนั้นๆอีก

4. อาหารการกิน ถ้าคุณจำเป็นต้องย้ายไปอยู่อินเดีย ก็ต้องรับสภาพเรื่องอาหารการกินนิดนึง เพราะอาหารและขนมกับเครื่องดื่มอินเดียส่วนใหญ่มักมีส่วนผสมของเครื่องเทศ รสชาติคล้ายๆกันหมด ถ้าคุณไม่ชอบเครื่องเทศ ก็ต้องพยายามทำอาหารกินเอง ซึ่งวัตถุดิบก็เหมือนๆบ้านเรา แค่พกผงปรุงรสหรือซอสต่างๆ เครื่องแกงต่างๆจากไทยไปทำเองก็ได้ค่ะ แต่บางทีพวกซอสอะไรงี้ก็มีขายในอินเดีย ดูทำเลดีๆ ออ...อินเดียแบ่งการกินหลักๆออกเป็น 2 ประเภท ใหญ่ๆ

- กินมังสวิรติ (มังสวิรัติที่อินเดียส่วนใหญ่จะกินพวกแป้งถั่ว ผัก นม แต่ไม่กินไข่)
- ไม่กินมังสวิรัติ (พวกนี้จะกินทุกอย่าง ยกเว้น เนื้อวัว เพราะนับถือศาสนาฮินดู วัวถือเป็นพาหนะของพระศิวะ นั่นคือ วัวนันทิ ส่วนศาสนาอิสลามไม่กินหมู ซึ่งหมูหายากอยู่แล้วในอินเดีย)
*ฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจที่จะเห็นสัญลักษณ์วงกลมเขียว (มังสวิรัติ)กับวงกลมแดง(ไม่กินมังสวิรัติ)ในกรอบตามป้ายร้านอาหาร เมนูอาหาร หรือ ตามผลิตภัณฑ์บริโภคได้ ซึ่งจะระบุให้คนที่กินมังสวิรัติและไม่กินมังสวิรัติรู้นั่นเอง ว่า สามารถกินได้หรือไม่ได้ ไม่ต้องไปเสียเวลาดูส่วนประกอบ แรกๆอีห่านแอบมึนๆจำไม่ได้ หลังๆใช้วิธีจำง่ายๆ สีเขียวคือสีของผักก็กินมังฯ ส่วนสีแดงคือสีของเนื้อสัตว์สดๆดิบๆก็ไม่กินมังฯนั่นเอง
- คนไทยบางคนยังสับสนว่าคนอินเดียไม่กินหมู เพราะเข้าใจว่าเป็นอิสลาม ฉะนั้นคนอินเดียจะกินอะไรไม่ได้เกี่ยวกับชาติพันธุ์ค่ะ เกี่ยวกับศาสนาที่เขานับถือ ถ้านับถือฮินดูก็ไม่กินวัว ถ้านับถืออิสลามก็ไม่กินหมู ราวๆนี้ค่ะ

5. เสียงแตร อินเดียบีบแตรรัวๆถี่ๆ บีบประหนึ่งถ้ากูไม่ได้บีบกูจะอัดอั้นตันใจและแห้งเหี่ยวตาย ต้องทำใจยอมรับสภาพนี้ถ้าไปอยู่ที่นั่น แรกๆอีห่านก็กลัวรำคาญเพราะเป็นคนขี้รำคาญง่าย แต่เอาจริงๆมันไม่น่ารำคาญเท่าที่คิด

6. การแต่งตัว ถ้าคุณชอบแต่งตัวโป๊ๆ ต้องยอมเปลี่ยนตัวเองบ้างถ้าไปอยู่ที่นั่น เสื้อสายเดี่ยว เกาะอก เอวลอยขาสั้นเสมอจิมินี่เก็บไว้ที่ไทยเลยค่ะ คนอินเดียชอบมองคนต่างชาติอยู่แล้วถ้าคุณแต่งตัวโป๊เปลือยเขาก็จะยิ่งมองและอาจไม่ปลอดภัยต่อชีวิตคุณด้วย กรณีข่มขืนที่อินเดียก็มีให้เห็นบ่อยๆ หรือถ้าครอบครัวเขาเคร่งคุณก็ต้องเลิกคิดที่จะใส่เลยค่ะ เพราะคุณจะถูกมองไม่ดีแน่นอน (อย่างแม่สามีอีห่านก็ไม่ชอบให้สวมกางเกงยีนส์ แต่เลกกิ้งนี่จัดไปตามใจ สีสันเป็นรุ้งรัดแน่นเปรี้ยะก็ไม่ว่า)

7. คุณต้องมั่นใจว่าสามารถใช้ชีวิตที่อินเดียได้ (หากฝ่ายชายย้ายมาไทยไม่ได้) โดยไม่มีปัญหาใดๆถ้าเกิดแต่งงาน ความรักเป็นสิ่งสวยหรูและหวานหอม แต่บางคนรักกันจนหลงลืมว่าพอแต่งงานกันไปจะทำยังไง จะไปอยู่ที่ไหน ไม่ใช่แบบไทยที่แค่ย้ายกันไปอยู่ไกลพ่อแม่แค่ไม่กี่กิโลหรือต่างจังหวัด แต่มันคือต่างประเทศ คุณต้องมั่นใจว่าคุณจะไปอยู่ที่นั่นได้โดยไม่มีพันธะผูกพัน อย่างอีห่านนี่เป็นลูกสาวคนเดียว ไม่สามารถไปอยู่อินเดียถาวรต้องไปๆมาๆเพราะต้องดูแลพ่อแม่ ซึ่งถ้าคุณไม่สามารถไปๆมาๆได้หรือไม่สามารถไปได้เลยก็ต้องตกลงกันดีๆว่าจะเอายังไง
......................
คร่าวๆเอาแค่นี้ก่อน หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้สาวๆได้คิดได้ไตร่ตรองอะไรมากขึ้นนะคะ ไม่ได้จะทำให้เสียขวัญเสียกำลังใจ แต่ต้องการทำให้มีสติเลือกคู่ครองได้อย่างถูกต้องและไม่ต้องเสียน้ำตาผิดหวัง อยากให้ทุกคนมีความสุขค่ะ

#รักนะยะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

959 ความคิดเห็น