Destroy Destiny ภารกิจสะบั้นรัก [ Y ] [ E-Book ]

ตอนที่ 1 : [STORY 01] สำนักพิมพ์ไร้รัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,350
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 278 ครั้ง
    30 มิ.ย. 62

บทนำ

สำนักพิมพ์ไร้รัก


สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ คาน ค่ะ ไม่ได้หมายถึง ขื่อคาน หรือ คานทอง อะไรแบบนั้นหรอกนะคะ แต่พ่อแม่ตั้งใจตั้งด้วยความปรารถนาดีให้ชื่อฉันดูยิ่งใหญ่ แบบคานอำนาจ อะไรทำนองนั้น แต่พ่อแม่หารู้ไม่ว่าด้วยชื่อนี้ทำให้สาวโสดที่เกาะคานทองอย่างแม่นมั่นอย่างฉันตกเป็นเป้าสายตาปรารถนาดี(?)จากรอบข้างมากว่ายี่สิบสองปีเต็มๆ!

และเพราะคนรอบข้างขยันแผ่เมตตาด้วยประโยคแสนปรารถนาดีว่า

“เฮ้ย คาน นี่แกยังไม่มีแฟนอีกเหรอวะ จบมหาลัยแล้วนะเว้ย”

นั่นทำให้ฉันกลายเป็นเด็กสาวที่เติบโตมาท่ามกลางความอบอุ่น ส่งผลให้ฉันเป็น working women ที่แสนเข้มแข็งม๊ากมากคนหนึ่ง และทุกทีฉันมักจะตอบกลับอย่างใจเย็นว่า

“เออ ไม่มี แล้วหนักหัวส่วนไหนของคุณบิดามรึงเหรอ” กับพ่อแม่เขาก็สุภาพหน่อย คลอดลูกออกมาเป็นสุนัขก็ใช่ว่าพ่อแม่เขาจะสุนัขตาม จริงไหม  

และทุกทีเวลาเห็นเพื่อนยิ้ม(เจื่อนๆ)ตอบกลับมาอย่างสดใส ฉันก็อดจะยิ้มพึงพอใจกับคำตอบของตัวเองไปด้วยไม่ได้ โฮะ โฮะ โฮะ

ปัจจุบัน 

ฉันซึ่งดำรงตำแหน่งบก.ใหญ่ของสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งกำลังนั่งอ่านต้นฉบับนิยายชุดเรื่องที่สิบของนักเขียนนิรนามที่ใช้นามปากกาว่า เทพพ่อสื่อแม่สื่อ ด้วยใบหน้าเรียบเฉย

อายุน้อยแค่นี้กลับได้นั่งเก้าอี้บก.ใหญ่ เป็นใครคงอิจฉา ถ้าไม่ติดที่ว่าตำแหน่งนี้ที่ได้มาไม่ใช่เพราะความสามารถหรือเส้นสาย แต่ได้มาเพราะความซวยส่งล้วนๆ

ไม่ใช่ว่าไม่มีใครอยากจะทำ แต่บริษัทนี้พนักงานน้อยจนต้องแบ่งสรรงานกันเอาเองจนเลือดตาแทบกระเซ็น และตำแหน่งที่ฉันได้ในเวลานี้คือถ้าบริหารเวลาชีวิตไม่ดีมีสิทธิ์ตายในหน้าที่ตั้งแต่อายุยังน้อย พนักงานส่วนใหญ่จึงหนีตายไปทำงานตำแหน่งอื่น และเพราะเจ้าของบริษัทเสือกมากเรื่อง คัดพนักงานทีเข้ายากยิ่งกว่าคัดเด็กเข้ามหาลัยจุฬาฯ บริษัทแม่งจะล่มจมอยู่แล้วก็ยังคงความลำไยได้เสมอต้นเสมอปลายจนนางสาวคานคนนี้ละอย่างจะเอาลำไยไปปารั้วบ้านไอ้คุณเจ้าของบริษัทวันละสามเวลา!

พันหนึ่งทิวา พันหนึ่งราตรี คือชื่อของนิยายรักชุดนี้ เป็นนิยายที่ออกวางขายแล้วเก้าเล่มถ้วน และที่อยู่ในมือของฉันคือต้นฉบับของเล่มที่สิบ

นิยายชุดเรื่องนี้ค่อนข้างพิเศษ เพราะเป็นนิยายรักแนวบอยเลิฟที่กระแสกำลังมาแรงแซงทางโค้งสุดๆ ทั้งๆที่มันสะท้อนว่าโลกอยู่ยากขึ้นทุกวันแต่กลุ่มเป้าหมายก็ยังคงเป็นสตรีเสียส่วนใหญ่

แต่ฉันก็ว่าอะไรมากไม่ได้ เพราะฉันเองก็เป็นหนึ่งสาววายคนหนึ่งเช่นกัน แฮ่ม เขินจัง

พันหนึ่งทิวา พันหนึ่งราตรี เป็นนิยายชุดแนวบอยเลิฟอีกทั้งยังเป็นนิยายแนวจีนโบราณ  ทว่า แม้จะบอกว่าเป็นนิยายชุดก็เถอะ แต่นิยายทั้งเก้าเล่มที่วางแผนไปแล้ว กลับไม่ใช่เรื่องยาว นิยายทั้งเก้าเล่มสะท้อนถึงความรักของคู่รักร่วมเพศที่แตกต่างกันไปในแต่ละเล่ม

สิ่งที่เหมือนกันมีเพียง ชื่อแคว้น ชื่อแผ่นดิน ชื่อแคว้นข้างเคียง ชื่อร้านค้าดัง ฯลฯ

จะว่าเป็นซีรีย์ที่นิยายแต่ละตอนจบในเล่มก็ได้ และชื่อซีรี่ย์ว่า พันหนึ่งทิวา พันหนึ่งราตรีเช่นนี้ อย่าบอกนะว่ามีพันเล่ม....

“...เอาเถอะ” ฉันยักไหล่ ยังไงก็ได้ เพราะนิยายชุดเรื่องนี้กระแสดีสุดๆ ทำเอาสำนักพิมพ์หน้าใหม่อย่างสำนักพิมพ์ไร้รักดังข้ามคืนเลยก็ว่าได้

“นักเขียนนามปากกาเทพพ่อสื่อแม่สื่อนี่เป็นใครกันนะ” นั่งเขียนสมัยนี้ชอบทำตัวลึกลับปกปิดตัวตนเสียด้วย แต่ด้วยความที่อีกฝ่ายมีคนติดตามผลงานอยู่มากมายหลายแสน ทางนี้ก็เลยไม่อยากไปทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองใจนัก

ถึงช่วงแรกๆจะค่อนข้างไม่เข้าใจว่าทำไมเทพพ่อสื่อแม่สื่อถึงได้เลือกมาตีพิมพ์กับสนพ.หน้าใหม่อย่างสำนักพิมพ์ไร้รัก ที่แค่ชื่อก็ชวนหดหู่แล้วก็เถอะ

ชื่อสำนักพิมพ์ว่าหดหู่แล้ว ที่มายิ่งหดหู่บัดซบยิ่งกว่า ไม่มีอะไรมาก ก็แค่เจ้ใหญ่เจ้าของบริษัทซึ่งเป็นไฮโซไฟแรงจบนอกดันอกหักจากแฟนหนุ่มสุดฮอตที่หล่อขนาดขึ้นปกนิตยสารหนุ่มหล่อแห่งปีสองพันสิบเจ็ดแล้วถึงกับเสียศูนย์กระทั่งตั้งปณิธานแรงกล้าว่าจะยึดมั่นในคานทอง รักไม่ยุ่งมุ่งหาตังค์อย่างเดียว

บ้าคนเดียวไม่พอยังดึงเอารุ่นน้องจบใหม่อย่างฉันมาติดร่างแหให้ดูไม่ดีในสายตาพ่อแม่พี่น้องไปด้วย

แต่เอาจริงๆฉันก็หาได้แคร์ไม่นะ ด้วยความที่งานนี้ใจรักและเงินโคตรจะดี เพราะเจ้ใหญ่จ่ายไม่อั้นสำหรับพนักงานรุ่นบุกเบิกอย่างฉันและอีกสามสี่คน

และ ตอนนี้ฉันกำลังนั่งตรวจต้นฉบับเรื่องที่สิบของพันหนึ่งทิวาพันหนึ่งราตรีอยู่ เป็นเรื่องราวของคุณชายที่เกิดในตระกูลสูงศักดิ์กับประมุขพรรคมารที่ดังสะท้านยุทธภพคู่หนึ่ง

เนื้อเรื่องคร่าวๆก็มีอยู่ว่าคุณชายที่เกิดในตระกูลสูงศักดิ์นามเซิ่นเย่วเทียนนั้นแต่เดิมไม่มีความสำคัญในตระกูล เรียกได้ว่าแทบไม่มีใครเห็นหัว ต่อมาเกิดโดนลักพาตัวและได้ประมุขพรรคมารชื่อดังสะท้านยุทธภพนามเฮยหลางช่วยเอาไว้ การเวลาและความใกล้ชิดทำให้ทั้งสองรักและผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง และเพราะความที่อยากช่วยสามี แค่กๆ คนรักบริหารพรรค คุณชายเซิ่นเย่วเทียนจึงเผยความสามารถด้านวางแผนและกลยุทธิ์การศึกเฉกเช่นกุนซือออกมา จนโด่งดังไปทั่วยุทธภพและแว่นแคว้น

พอทางตระกูลเซิ่นของคุณชายเซิ่นเย่วเทียนรู้เข้าจึงมาตามคุณชายเซิ่นเย่วเทียนกลับไปเป็นกำลังให้ตระกูลเพื่อเข้าร่วมช่วยเหลือแคว้นที่กำลังเกิดการปะทะกับแคว้นข้างเคียง

คุณชายเซิ่นเย่วเทียนจำเป็นต้องเฉือนใจตัวเองทิ้ง และทอดทิ้งเฮยหลางเอาไว้เบื้องหลัง เพราะไม่อาจหักใจเมินเฉยต่อครอบครัวและแผ่นดินเกิดได้

ทางด้านเฮยหลางที่ถูกทิ้งก็ถึงกับเสียศูนย์ ทว่ากาลเวลาและความเสียใจทำให้เฮยหลางตัดสินใจจะลืมเซิ่นเย่วเทียนผู้นั้น แต่เหมือนโชคชะตาเล่นตลก คนรักที่เคยทอดทิ้งกลับมาพร้อมกับความพยายามอยากขอคืนดี แต่เฮยหลางเสียใจเกินกว่าจะให้อภัย ทว่า ด้วยความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง ทำให่เฮยหลางและเซิ่นเย่วเทียนกลับมาคืนดีกันได้ในที่สุด และใช้ชีวิตครองคู่กันนานแสนนาน    

อืม มันช่าง...

“เพอร์เฟค” ฉันพึมพำออกมาคำเดียวและส่งต้นฉบับนั้นให้ลูกน้องไปดำเนินการต่อ

แต่เมื่อลับหลังรุ่นน้องฉันก็จัดการเอาหมอนที่ซุกซ่อนอยู่ในลิ้นชักอย่างมีความหมายออกมา ปาลงพื้นและกระโดดขึ้นไปเหยียบย่ำหมอนใบนั้นอย่างเมามัน

“ไอ้เวรเซิ่นเย่วเทียน! ทอดทิ้งเฮยหลางแล้วยังมีหน้ามาขอคืนดีอีกเหรอวะ ไอ้ใจอ่อนเฮยหลาง เขาทำขนาดนั้นยังไปใจอ่อนอีก!! นี่แน่ะๆๆ!!

คงเพราะความอินจัดทำให้ฉันไม่ได้ยินกระทั่งเสียงเคาะประตู กระทั่งคนด้านนอกเปิดเข้ามาฉันก็ไม่ได้ยินกระทืบหมอนต่อไปอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

“ฮูวววว สบายใจ...” ฉันยกมือขึ้นปาดเหงื่อหลังจากระบายความอัดอั้นที่สะสมจากการอ่านต้นฉบับไปจนหมดแล้ว เสียงกระแอมเบาๆดังขึ้น ฉันสะดุ้ง ค่อยๆหันไปสบตากับดวงตาสามคู่ที่หน้าประตู

หนึ่งในนั้นคือบอสใหญ่ของฉันเอง เขาเป็นหนุ่มลูกครึ่งผมทองตาฟ้าที่น่าเคี้ยวสุดๆเลยล่ะ แต่เพราะหล่อเกินไปทำให้ฉันเกิดความรู้สึกมิอาจเอื้อม ที่สำคัญคือเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเจ้ใหญ่เจ้าของบริษัท ซึ่งแม่งก็ดำรงตำแหน่งเจ้าของเท่านั้นจริงๆ ขนาดงานบริหารยังไปลากเอาลูกพี่ลูกน้องมีอนาคตมาจมปลักกับธุรกิจเล็กๆแสนเด็กเล่นของมันไปด้วย

ส่วนเจ้าของดวงตาขบขันและดวงตาเรียบเฉยอีกสองคู่ที่เหลือฉันไม่รู้จัก

“......นี่คือนักเขียนนามปากกาเทพพ่อสื่อแม่สื่อ พวกเขาอยากมาทักทายบก.ที่ดูแลนิยายของพวกเขาน่ะ”

มิสเตอร์ไอซ์เซนเบิร์กหรือบอสใหญ่ของฉันอธิบายทั้งสีหน้านิ่งๆ เดาอารมณ์ไม่ออกเหมือนเคย เพราะเป็นคนที่เข้าถึงโคตรยาก แหม...คานถามหาแต่ไกลเลยนะบอส

“เอ่อ สวัสดีค่ะ ฉันเป็นบก.ที่ดูแลนิยายเรื่องพันหนึ่งทิวาพันหนึ่งราตรีค่ะ ...และฉันเป็นแฟนตัวยงคนหนึ่งเลยนะคะ”

“ค่ะ พวกเราเห็นแล้ว คิกๆ” หญิงสาวที่สวมแว่นสีชารูปร่างอ้อนแอ้นอรชรอย่างนางแบบกล่าวทั้งรอยยิ้ม

ฉันกระแอมอย่างเขินอาย และเดินลงจากหมอนที่เหยียบจนยับยู่ยี่เพราะจินตนาการว่าเป็นหน้าเซินเย่วเทียนเลยรุนแรงมากไปหน่อย เหอๆ

บอสใหญ่ของฉันปล่อยให้ฉันและนักเขียนทั้งสองคุยกันตามลำพังในห้องทำงานส่วนตัวของฉัน

อืม... เทพพ่อสื่อแม่สื่อนี่คือมีนักเขียนสองคนหรอกเหรอ ฉันคิดขณะชงชาให้พวกเขาเองกับมือเลย บ่อเงินบ่อทอง เอ้ย คู่สัญญารายใหญ่มาหาทั้งทีนี่นะ

“อุ้ย ชาจีนล่ะ” หญิงสาวซึ่งสวมแว่นสีชาอุทานคล้ายแปลกใจผสมยินดี

“ค่ะ บอสเคยบอกฉันว่าพวกคุณชอบดื่มชาจีนเลยเตรียมเอาไว้” นานแล้ว...

“ใส่ใจรายละเอียด สิบคะแนน!!หญิงสาวตบมือดังฉาดและชี้หน้าฉันคล้ายแม่สามีถูกใจลูกสะใภ้เสียนักหนา

ฉันถึงกับสะดุ้ง แต่ก็พยายามรักษาท่าทางสงบเยือกเย็นเอาไว้

“เอ่อ ไม่ทราบว่าที่พวกคุณมาในวันนี้...” ฉันเกริ่นๆขึ้นอย่างเกรงใจ มองไปทางหนุ่มหล่อที่น่าจะเป็นนักเขียนเจ้าของนามปากกาท่อน พ่อสื่อซึ่งเอาแต่นั่งดื่มชาเงียบๆ

ประหนึ่งโลกนี้มีแต่กูกับชา แฮ่ม...พูดไม่เพราะเลยยัยคาน ตบปากสามที

หนุ่มหล่อไม่ให้ความร่วมมืองั้นหันไปมองสาวงามแทนละกัน เอ๊อะ!(สะอึก) ไอ้ตาวิบวับนั่นมันอะไรอ่ะ ฉันไม่มีแฟนไม่ได้หมายความว่านิยมเล่นฉิ่งฉับนะคะเออ

ฉันยกชาของตัวเองขึ้นจิบบ้าง เพื่อคลายความอึดอัดจากการโดนสาวงามจ้องราวกับจะจับกิน และเพื่อขบคิดด้วยว่าจะคุยกับทั้งสองด้วยเรื่องอะไรดี

แต่จู่ๆสาวงามนามปากกาท่อนแม่สื่อก็กระแทกถ้วยชาลงกับโต๊ะเสียงดัง

ตึง!

“คุณคานคะ”

แค่กพรวด!

“แค่กๆ ค่ะ!?” กะทันหันขนาดนี้เป็นใครก็สำลัก

“คุณชื่นชอบในเรื่องราวความรักของคู่รักแต่ละคู่ในพันหนึ่งทิวาพันหนึ่งราตรีเก้าเรื่อง ไม่สิ สิบเรื่องที่ผ่านมามากแค่ไหนคะ”

ฉันเหลือบมองหมอนซึ่งเล๊ะตุ้มเป๊ะอยู่มุมห้อง อินขนาดนี้ยังต้องถามอีกเหรอ

“ก็ค่อนข้างมากอยู่ค่ะ”

มากถึงขั้นอยากมุดเข้าไปในนิยายแล้วต่อยเจ้าเซิ่นเย่วเทียนซักทีสลับกับกระโดดถีบขาคู่ใส่เฮยหลางโทษฐานใจอ่อนง่ายไปเลยนั่นแหละ

จู่ๆหนุ่มหล่อเทพพ่อสื่อก็สำลักชาอย่างลึกลับ ฉันหันไปมองแค่แวบเดียวก่อนไม่สนใจอีก

อดไม่ได้ที่กล่าวเสริมว่า “และฉันขอตอบตามตรงนะคะ ไม่มีแฟนนิยายคนไหนมีความรู้สึกรุนแรงกับนิยายคุณได้มากเท่าฉันอีกแล้วล่ะค่ะ” เพราะคงไม่มีใครมีความคิดบ้าๆได้เท่าฉันอีกแล้ว

หญิงสาวสวมแว่นสีชาเหยียดยิ้มทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น หล่อยยกชาขึ้นดื่มอีกอึกก่อนถามว่า

“แล้วคุณพอใจกับตอนจบของเรื่องราวแต่ละเล่มหรือไม่คะ”

เอ่อ... เหลือบมองหมอนซึ่งถูกยำจนเละอีกครั้ง “คะ ค่ะ” ตอบรับด้วยเสียงที่โคตรไม่มั่นใจ

“ห๊า!?

เคร้ง!

สาวงามครางอย่างหงุดหงิด ก่อนกระแทกถ้วยชาลงกับโต๊ะอย่างแรงจนฉันหวาดเสียวว่าสมบัติบริษัทจะเสียหายอีกครั้ง

“มันน่าพอใจตรงไหนกันคะ! มันน่าหงุดหงิดสิ้นดีต่างหาก เฮยหลางโดนทิ้งแล้วให้อภัยเซิ่นเย่วเทียนง่ายๆเนี่ยนะ เชอะ โง่เอ๊ย ทำตัวไร้ค่าที่สุด เป็นขยะหรือไงถึงทำตัวเหมือนโดนเขาทิ้งง่ายๆแล้วยอมให้เขาเก็บกลับมาใช้ง่ายๆน่ะ เล่นตัวให้นานกว่านี้และใจแข็งกว่านี้จะไม่ว่าเลย ฮึ่ม ยิ่งคิดยิ่งแค้นค่ะ!!ซูด!!!!

เอ่อ... ได้ข่าวว่าครึ่งหนึ่งเอ็งแต่งนะคะคนสวย

และการที่คนแต่งพูดแบบนี้ หมายความว่า “คุณอยากเปลี่ยนแปลงต้นฉบับตอนจบเหรอคะ”

เคร้ง!

“ไม่ค่ะ ดิฉันทำเช่นนั้นไม่ได้ มันผิดกฎ!

เลิกกระแทกถ้วยชาลงบนโต๊ะซะที! และถ้าทำไม่ได้จะมาพูดให้ฉันมีความหวังทำไม(ว๊ะ)คะ อีกอย่างกฎข้อไหนล่ามโซ่เอาไว้ล่ะ! พูดให้เคลียร์ๆดิคะ(เฮ้ย)

“อ่ะ ขอโทษค่ะ ไม่ได้ตั้งใจ” สาวงามลูบถ้วยชาอย่างทะนุถนอมและรู้สึกผิด “ส่วนกฎที่ว่าก็คือกฎของเบื้องบนค่ะ และดิฉันไม่มีอำนาจมากพอจะฝ่าฝืน ไม่งั้นจะมีความผิดค่ะ”

“เบื้องบน เบื้องบนนี่...” เอ๊ะ เดี๋ยวนะ เมื่อกี้...

“ทะ ทำไมคุณ...” ฉันค่อยๆลุกขึ้นยืนและขยับถอนหนีไปด้านหลัง

เมื่อกี้ผู้หญิงคนนี้ตอบราวกับล่วงรู้ถึงสิ่งที่ฉันคิดอยู่ในใจ

หนุ่มหล่อและสาวงามหันมามองฉันพรึบทันที

“ตายแล้ว นี่ฉันเผลอไปเหรอเนี่ย” สาวงามทำท่าเคาะหัวตัวเองและแลบลิ้นอย่างน่ารัก ส่วนหนุ่มหล่อก็ถลึงตาใส่สาวงามอย่างตำหนิ

“ข้าเตือนท่านแล้วนะท่านแม่” หนุ่มหล่อกัดฟันกล่าวอย่างหงุดหงิด ...เสียงเพราะจัง(ว๊ะ) เอ้ย ไม่ใช่สิ เมื่อกี้เรียกว่า ท่านแม่ เหรอ!?

หน้าแบบนี้เนี่ยนะ

ขวับ ฉันหันไปมองและสำรวจหนังหน้าสาวงามระดับรูขุมขนด้วยความเร็วแสง และอดจะคิดไม่ได้ว่า นี่ป้าไปดึงหน้าร้านไหนมาเนี่ย! ทั้งหน้าทั้งผิวถึงได้เนียนเด้งดึ๋งอย่างกับก้นเด็กทารกแบบนี้!

สองแม่ลูกที่อายุหน้าไร่เรี่ยกันอย่างกับพี่ชายกับน้องสาว เพราะลูกชายดันหน้าแก่กว่า(ตอนคิดหนุ่มหล่อแอบเหล่มามองอย่างเอาเรื่องด้วยล่ะ) นั่งเถียงกันซักพักคนแม่ก็ตบเพลี๊ยะ จนลูกชายหน้าหันไปอีกทาง

เฮ้ย อย่าทำร้ายคนหล่อ ไม่ใช่สิ อย่าลงไม้มือกันสิคะ ฉันรีบหลงไปยืนหลังเก้าอี้ต่างหลุมหลบภัยทันที

“เงียบได้แล้วลูกรัก อย่ามาทำตัวเหมือนบิดาน่ารำคาญของเจ้าแถวนี้นะ แม่จะทำอะไรมันก็เรื่องของแม่ แค่ยอมให้เจ้าที่พ่อเจ้าแอบส่งมาจับตามองแม่ติดตามมาด้วยนี่ก็ใจดีมากแล้วนะ” สาวงามเอ่ยเสียงแข็งกร้าวจนน่าขนลุก ก่อนหันมาคลี่ยิ้มหวานและมองฉันด้วยสายตาอ่อนโยน

เชี่ย เปลี่ยนอารมณ์ไวไปแล้ว น่ากลัวชะมัด

“เราไร้สาระกันมามากแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็เข้าเรื่องเลยแล้วกันนะคะ ตอนแรกฉันคิดจะค่อยๆเกริ่นเข้าเรื่องเพื่อไม่ทำให้คุณตกใจ แต่ในเมื่อหลุดปากทำกระต่ายตื่น เอ้ย ทำคุณตื่นไปแล้วฉะนั้นก็มาคุยธุระของเรากันเลยดีกว่า” ว่าแล้วสาวงามก็กระดิกนิ้วหนึ่งทีก่อนร่างกายฉันจะทรุดฮวบลงไปนั่งบนเก้าอี้ตามเดิม

เฮ้ย!?

“ฉันขออธิบายสั้นๆนะคะคุณคาน” สาวงามเท้าคางมองฉัน จะว่าไปฉันเองก็ยังไม่ทันได้แนะนำตัวเลยนี่ว่าชื่ออะไร และคนพวกนี้รู้ได้อย่างไร

คานเป็นชื่อเล่น ไม่มีทางที่จะรู้จากการแนะนำจากบอสใหญ่ได้ ไม่มีทาง เพราะบอสใหญ่ไม่เคยคิดจะสนิทสนมหรือสนใจจะจำชื่อเล่นใคร เข้าถึงยากไหมล่ะ!

“เรื่องราวทั้งหมดในนิยายทั้งเก้าเล่มมันไม่ได้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาตามจินตนาการ แต่มันคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในอดีตของอีกภพหนึ่ง และดิฉันได้นำเรื่องราวเหล่านั้นมาเผยแพร่ยังภพแห่งนี้โดยผ่านสิ่งที่เรียกว่าหนังสือนิยาย”

“แล้ว...คุณเอาเรื่องของพวกเขามาเผยแพร่ทำไมล่ะคะ” ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลชาวบ้านเขานะนั่น

ฉันเอ่ยถามทั้งที่กำลังสั่นกลัวเล็กน้อย

บางอย่างที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้กำลังเกิดขึ้นแล้วในตอนนี้

“ที่ต้องนำมาเผยแพร่ให้โลกรู้ ก็เพราะฉันกำลังตามหานักอ่านที่มีความปรารถนาอันแรงกล้า มากพอจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของคนเหล่านี้” สาวงามกล่าวอย่างจริงจัง ราวกิริยาขี้เล่นก่อนหน้าเป็นเพียงการแสดงฉากหนึ่งที่ไม่สลักสำคัญอะไร

ซักพักหญิงสาวผู้ดงามก็ผายมือลงบนโต๊ะ กองกระดาษคล้ายต้นฉบับปรากฏขึ้นตรงหน้า ดูจากสิ่งที่เขียนอยู่หน้าแรกสุด กระดาษกองนี้เป็นนิยายเรื่องที่สิบ เรื่องราวของเฮยหลางและเซิ่นเย่วเทียน ฮึ่ม พูดแล้วของขึ้น

“ใช่ค่ะ ของขึ้นมากๆ” สาวงามพยักหน้าเห็นด้วย ฉันยิ่งของขึ้นหนักกว่าเก่า อย่าอ่านใจกันสิคะ!

“ขอโทษค่ะ มันเป็นความสามารถที่ควบคุมได้ยาก เมื่อหลายหมื่นหลายแสนปีก่อนมันเป็นความสามารถที่น่าสนุก ทว่าตอนนี้เป็นสิ่งที่โคตรน่ารำคาญสำหรับดิฉันเช่นกันค่ะ” เฮ้ยๆ นี่ป้าเปิดเผยอายุตัวเองแล้วนะรู้ตัวไหม

“ไม่เผือกเรื่องอายุชาวบ้านสิคะคุณคาน”

โดนเลยตรู! แค่คิดก็ผิดถูกไหม!

“เฮ้อ คุยไปคุยมาเผลอนอกเรื่องอีกแล้ว เข้าเรื่องจริงๆกันซักทีดีกว่า แฮ่ม คุณคานคะ ฉันมีเรื่องจะขอร้อง แน่นอนว่าไม่ขอร้องฟรีๆแน่นอน แต่ฉันอยากให้คุณข้ามภพไปแก้ไขชะตากรรมให้เฮยหลาง!

“ห๊ะ!!

“สะบั้นสายสัมพันธ์คู่สวรรค์สร้างน่าโมโหนั่นแทนดิฉันที การต้องเฝ้ามองคู่สวรรค์สร้างใช้ความรักเป็นเครื่องมือทำร้ายกันมาสิบชาติ มันทำให้ฉันเอียนจะแย่แล้วค่ะ!!

What!?

พูดบ้าอะไรอยู่คะเนี่ย ย่อเกินไปไหม ฉันไม่เข้าใจหรอกนะคะ อธิบายมานะบัดนาว!

อธิบายดี ยินดี join ค่ะ!!


ติดตามตอนต่อไป.

'ราคาของการทอดทิ้งคนรัก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ชาตินี้ผู้เลือกจะทอดทิ้ง ก็สมควรถูกทิ้ง!'

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 278 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

285 ความคิดเห็น

  1. #281 Eunomia (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 23:45
    ตอนแรกก็ปวดแก้มแล้วค่า 55555
    #281
    1
    • #281-1 SweirFeng(จากตอนที่ 1)
      16 พฤศจิกายน 2563 / 04:24
      ขอบคุณค่าาาา!! XD
      #281-1
  2. #201 J'Sun (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 23:12
    เฮ้ยยย ฟีลเหมือนแนวระบบเเต่เก๋กว่ามาก กรี๊ดดดดดด สุดยอดค่ะ
    #201
    0
  3. #70 Fasst (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 22:12

    หนักใจกว่าแนวตัวละครโง่ก็บ้าเนี่ยแหละ อ่านแล้วจะบ้าตาม

    #70
    0
  4. #60 bphanphe (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 12:46

    สนุกดีค่ะ

    #60
    1
    • #60-1 SweirFeng(จากตอนที่ 1)
      22 กันยายน 2561 / 23:07
      ขอบคุณค่า (>_<)
      #60-1
  5. #38 แทนใจนิรันดิ์ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 23:22
    เนื้อเรื่องนิยาย พันทิวาพันราตรีแปลกๆนะ ใช้คำว่าทอดทิ้งไม่ไดนะ ถ้าพระเอกทอดทิ้งนายเอกคือไปมีคนใหม่แต่นี่คือออกแนวจากลากันสักแปบไม่ใช่หรอแล้วคือพระเอกไม่ได้บอกนายเอก? ว่าจะไปช่วยตระกูลหรอ แนวนี้มันออกแนวงอนกันมากกว่าอะ ( คหสต. )
    #38
    1
  6. #26 หนูนานะคะ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 23:18
    ตามมาอ่านนะคะ
    #26
    0
  7. #22 Maii.TT (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 08:57
    มาาาาาา
    #22
    0
  8. #21 M.melody (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 07:24
    สิบเล่มก้คือสิบชาติของคนๆเดี่ยวหรือเปล่าที่ทำร้ายกันไปมา #เดาเล่นๆจากที่อ่านนะค่ะ
    #21
    0
  9. #19 080863xxxx (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 20:31
    อ๊า มาต่อไวๆๆๆๆๆนะ ถูกจริตเรามากเลอ
    #19
    0
  10. #17 ^ จู ^ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 20:28
    น่าสนุกมากเลยค่ะ

    มาอัพต่อไวๆนะคะ
    #17
    0
  11. #15 Nutsu_Nutsu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 17:27
    โอ๊ย มาต่อเร็วเถอะค่ะไรท์ สนุก น่าติดตามมากกกก
    #15
    0
  12. #7 donejaija (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 12:37
    มาต่อเถอะ อยากอ่านมากก
    #7
    0
  13. #6 Luz_1 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 20:01
    ติดหนึบ!!!~
    #6
    0
  14. #5 Kp09 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 18:09
    งือออ รอต่อไปค่ะ จะเเต่งต่อไหมคะ ค้างงง
    #5
    0
  15. #4 donejaija (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 02:50
    อ่า เราจะสะใจไปด้วยกันนะคะไรต์ ^^
    #4
    0
  16. #2 natpapat5665 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 10:10
    ทำไมตอนนี้ไม่มีเนื้อหาละค่ะ
    #2
    1
  17. #1 Bool14 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 18:09
    รออออออออออออ
    #1
    0