Find my FAN #ชาจะมีเพื่อน

ตอนที่ 4 : #3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31,259
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,916 ครั้ง
    6 ธ.ค. 62

 

 

“เทวิน...เทวิน...ไม่มานะ” อาจารย์ก้มหน้าลงไปขีดปากกาลงกระดาษ จากนั้นก็ขานรายชื่อต่อไป ผมมองไปรอบห้องไม่พบว่าเจ้าของชื่อนั่งอยู่ในคลาสอย่างที่คิดเอาไว้ จะว่าไปเมื่อวานเขาก็ไม่ได้เข้าเรียน

“สงสัยไปมีเรื่องอีกแน่ๆ” เสียงผู้หญิงที่นั่งด้านหน้าหันไปกระซิบเพื่อนตัวเอง นอกจากนั้นก็มีเสียงพูดคุยกันแผ่วเบาจากอีกหลายกลุ่มจนจับใจความไม่ได้

“นั่นสิ เมื่อวันก่อนฉันไปเยี่ยมน้าที่โรงพยาบาลเห็นหมอนั่นกำลังเดินออกจากโรงพยาบาล ที่เสื้อมีเลือดเปื้อนด้วยนะ ไม่รู้ว่าเลือดใคร”

“คงเป็นเหยื่อที่ถูกซ้อมล่ะมั้ง น่ากลัวจริงๆเลย”

“ใช่ๆ ทำไมเราต้องมาใช้ชีวิตอยู่กับพวกนักเลงน่ากลัวแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้นะ”

“แฮ่ม! เงียบเสียงด้วยค่ะนักศึกษา เราจะเริ่มเรียนกันแล้ว วันนี้ท้ายคลาสจะแจกใบงานนะคะ อย่าลืมมาเอาก่อนออกจากห้องด้วย” เท่านั้นเสียงพูดคุยกันก็หายไป ห้องกลับสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง

หลังจากอาจารย์บอกเลิกคลาสและย้ำให้นักศึกษาทุกคนมาหยิบใบงานเพื่อทำส่งครั้งหน้า ผมกับกลุ่มเพื่อนก็เดินลงไปต่อแถวที่โต๊ะนั้น มีกระดาษขนาดเอสี่วางอยู่สามกอง ให้เลือกเอาว่าจะทำหัวข้อไหนในสามหัวข้อ

“เราทำหัวข้อเดียวกันไหมจะได้ช่วยกัน” ปิ่นออกความเห็น ที่เหลือก็พยักหน้า ผมต่อแถวเป็นคนสุดท้ายก็หยิบกระดาษในกองที่สามมาหนึ่งแผ่น กำลังจะเดินตามเพื่อนออกจากห้อง แต่แล้วก็ต้องชะงัก

เขาจะมีคนเก็บงานให้ไหมนะ?

“มีอะไรคะ กฤตลิน หรือไม่เข้าใจหัวข้อที่อาจารย์อธิบายไป” อาจารย์เงยหน้าขึ้นมา เธอกำลังจะเก็บใบงานที่เหลือเข้าแฟ้ม ในห้องเหลือเพียงผมคนเดียวแล้ว

“คือ ถ้าเกิดว่าไม่ได้ทำส่งล่ะครับ?”

“ติดตรงไหนเหรอคะ ควรทำนะเพราะนี่เป็นคะแนนดิบ จะช่วยเพิ่มเกรดได้เยอะเลยล่ะ ถ้าเกิดเวลาไม่พอหรืออะไรก็มาปรึกษาอาจารย์ได้ แต่คิดว่าน่าจะทันนะคะ อาทิตย์หน้ามหาวิทยาลัยปิดหนึ่งอาทิตย์ เราจะเจอกันอีกครั้งก็มีเวลาทำถึงสองอาทิย์เลย” 

อย่างที่อาจารย์บอก มหาวิทยาลัยของผมจะถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานประชุมทางการศึกษาครั้งใหญ่และงดการเรียนการสอนไปทั้งอาทิตย์ หลายคลาสอาจารย์ก็จะสั่งงานไว้ให้ ไอ้ที่คิดจะได้หยุดแล้วพักผ่อนน่ะลืมไปได้เลย

“เอ่อ ถ้าอย่างนั้นผมขออีกใบได้ไหมครับ” 

“ได้สิ เอาหัวข้อไหนล่ะ อันนี้ก็แล้วกันนะ หัวข้อแรกค่อนข้างน่าสนใจและถ้าทำออกมาดีก็ได้คะแนนดีด้วย เธอลองไปเลือกดูว่าจะทำหัวข้อไหนส่ง”

“ครับ ขอบคุณครับ” ผมยกมือไหว้แล้วรับกระดาษอีกหัวข้อมาจากอาจารย์ ไม่ได้ชี้แจงถึงเหตุผลจริงที่ขอใบงานเพิ่ม จากนั้นก็ออกจากห้องเรียนไปรวมกับเพื่อนที่ยืนรออยู่

“ทำไมช้าจังชา” มิ้นทักแล้วเริ่มเดิน แต่ก็ยังมองหน้าผมเพื่อรอคำตอบ

“ถามบางจุดที่ไม่เข้าใจน่ะ”

“จะเอาเออีกแล้วสิ อย่าดึงมีนเพื่อนได้ไหม” คนพูดแซวเล่นซึ่งผมก็แค่หัวเราะไม่ได้ตอบโต้อะไร มิ้นเลยดึงมือผมให้เดินไวขึ้น “ไปกันเถอะเดี๋ยวร้านคนเยอะ เราหิวมากๆๆๆๆ”

“โอเคๆ”

พอจ่ายเงินที่มื้อนี้เป็นคนเลี้ยงผมก็แยกกับเพื่อน วันนี้ไม่มีเรียนแล้ว การเป็นนักศึกษาปีสูงค่อนข้างสบายกว่าปีหนึ่งหรือปีสอง เพราะวิชาเรียนจะไม่เยอะและแน่นไปทั้งวัน ตอนแรกตั้งใจจะขับรถกลับหอเลยแต่นึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องต้องคุยกับโฉวเลยเปลี่ยนเป้าหมายกลับไปที่ใต้ตึกคณะอีกครั้ง

“ถ่ายเอกสาร...อ๊ะ” ยังไม่ทันพูดจบประโยคก็ต้องชะงักเมื่อพบว่ามีอีกคนที่กำลังยื่นชีตในมือไปที่โฉวซึ่งตอนนี้ปลอมตัวเป็นเจ้าของร้านถ่ายเอกสาร เรามาแทบจะพร้อมกันและผมก็เพิ่งเห็นชัดๆว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

ต่างคนต่างชะงัก จากนั้นผมก็ลดมือลง “เอ่อ เธอก่อนก็ได้”

“....ขอบใจนะ” รับคำสั้นๆแล้วก็หันไปพูดกับโฉว “ซีร็อกหน้านี้ถึงหน้านี้นะคะ ขอสิบสามชุดเดี๋ยวมารับ”

“ได้ครับ สิบสามชุดนะครับ”

“ค่ะ คงจะนาน ทำให้ชาก่อนก็ได้” เจ้าตัวพูดแบบนั้น แล้วเหลือบมองหน้าผม ความอึดอัดก่อตัวขึ้นระหว่างเราสองคน ผู้หญิงตรงหน้าทำท่าจะพูดอะไรสักอย่าง แต่แล้วก็ไม่พูด เช่นเดียวกันกับผมที่ไม่กล้าสบตากับเธอตรงๆ “ไปนะ”

“อื้ม” ตอบแค่นั้นทางนั้นก็รีบเดินไป

เธอชื่อ นานา

เป็นหนึ่งในความทรงจำที่แสนจะขมขื่นเมื่อวัยเด็ก อย่างที่เคยเล่าเอาไว้ว่าสมัยเด็กผมไม่มีเพื่อนเลยสักคนเพราะทุกคนล้วนแต่กลัวอำนาจของครอบครัวผม นานาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

แต่มันยิ่งกว่าตรงที่เราเคยเป็นมากกว่านั้น ตอนมัธยมต้นผมกับนานาเรียกว่าเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก เราตัวติดกันยิ่งกว่าอะไร ผมมีความสุขที่ได้อยู่กับเพื่อน ได้แชร์ทุกอย่างด้วยกัน จนกระทั่งนานาเริ่มรู้ว่าครอบครัวผมเป็นมาเฟีย

จากคนที่ต้องวิ่งเข้ามาหาผมทุกเช้า เรียกไปเล่น ชวนพูดคุยหรืออะไรก็ตาม เธอเริ่มหลบหน้า ตัวสั่นทุกครั้งที่เข้าใกล้ และก็ตีตัวออกห่าง 

สิ่งที่ผมเสียใจที่สุดคือเพื่อนไม่เคยมองผมที่เป็นตัวผมเลย ผมถามตัวเองเสมอว่าก่อนที่จะรู้ความจริง ผมเคยทำร้ายเธอหรือเปล่า ผมเคยทำตัวไม่ดีหรือใช้อำนาจของครอบครัวข่มขู่เธอไหม

หลังจากที่ย้ายไปเรียนต่อที่ฮ่องกงจนจบชั้นมัธยมปลายและตัดสินใจกลับมาไทยอีกครั้ง ไม่คิดว่าเราโคจรมาพบกันอีกในมหาวิทยาลัยเดียวกันและคณะเดียวกัน ครั้งแรกที่เห็นกันเราต่างฝ่ายต่างจำกันได้ดี ผมรู้สึกกลัวจับใจว่าเธอจะเอาเรื่องครอบครัวผมไปบอกคนอื่น แต่สุดท้ายผ่านมาสามปีเรื่องของผมก็ยังไม่มีใครรู้

คงจะแลกกับการที่เรากลายเป็นคนแปลกหน้า เจอกันก็ไม่ทัก หลบเลี่ยงกันให้มากที่สุด นานาเองก็มีเพื่อนกลุ่มใหม่ของตัวเองไปแล้ว

“ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนี้เดี๋ยวคุณชายใหญ่ได้มาบั่นคอผมพอดี”

“หึ เป็นคนถ่ายเอกสารก็ถ่ายไปสิ เอ้านี่ สิบหน้าสุดท้ายในกระดาษนะ ถ่ายชัดๆด้วย” ผมยื่นสมุดแลกเชอร์ของตัวเองไปให้โฉวที่ช่วยดึงความเจ็บปวดจากอดีตของผมกลับสู่ปัจจุบัน บอดี้การ์ดคนสนิทควบตำแหน่งคนขับรถรับเอาไปแล้วยื่นให้เด็กในร้านต่ออีกที(ซึ่งก็คือคนของพวกเรานั่นแหละ)

รอบตัวเรามีนักศึกษาอยู่ประปรายแต่ไม่มีใครอยู่ใกล้ในระยะที่ได้ยิน ผมมองอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าจะไม่มีใครรับรู้บทสนทนาก็เริ่มพูดเข้าประเด็น

“ตั้งแต่พรุ่งนี้กลับบ้านใหญ่พร้อมกับจวินซะ อีกไม่นานพี่ไคจะกลับมาแล้ว รอบนี้พวกนายต้องเตรียมตัวให้พร้อม”

“ครับ คุณเยียนโทรมาสั่งแล้วล่ะครับ เหมือนว่าธุรกิจที่กำลังจะลงทุนนี่ต้องประมูลแข่งกับเจ้าถิ่นใช่ไหมครับ”

“คงอย่างนั้น ฉันไม่ได้สนใจ” ผมไม่ได้สนใจจริงๆ รู้รายละเอียดแค่ผิวเผิน เรื่องพวกนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่ไค เขารับมือได้ดีกว่า หน้าที่ของผมมีเพียงการดูแลธุรกิจที่เป็นฉากบังหน้าของครอบครัว 

กับบางอย่างที่ผมเริ่มต้นคิดและทำด้วยตัวเอง เช่น โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ครบวงจรสำหรับเด็กห้าขวบถึงสิบห้าปี พี่ไคให้การสนับสนุนเต็มที่ตอนที่เอาโครงการนี้ไปนำเสนอ และหาคนคอยบริหารฯให้ ส่วนผมก็เข้าไปตรวจในบางครั้งเพราะต้องโฟกัสเรื่องการเรียนไปก่อน

จะว่าเป็นธุรกิจที่ใสสะอาดก็เรียกได้ไม่เต็มปากนัก ในเมื่อที่นั่น...เรามองหาเด็กที่มีแวว คนที่น่าจะนำไปต่อยอดเป็นทีมบอดี้การ์ดหรือทำงานกับจางกรุ๊ปได้ในอนาคต

ถึงจะได้ผลผลิตที่ช้า แต่มั่นใจได้ว่ามีคุณภาพแถมยังไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นคนที่ศัตรูส่งมาคอยสอดแนมอีก

“แล้วทางนี้ล่ะครับ” โฉวยังคงมีสีหน้ากังวล เพราะอยู่ด้วยกันมานานผมจึงรู้ว่าเขาคิดเรื่องอะไร

“ไม่ต้องห่วง ทิ้งคนของพวกนายไว้ที่นี่แหละ ฉันเอาตัวรอดได้ บ้านใหญ่กับที่นี่ไม่ได้ไกลกันมากนัก มีเรื่องฉุกเฉินอะไรจะติดต่อไป ตอนนี้เรื่องของฉันไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ แต่พี่ไคต้องการใช้คน พวกนายอยู่ไทยนานที่สุดน่าจะช่วยตรงนี้ได้”

“ได้ครับคุณหนู ผมจะสั่งเพิ่มกำลังคนติดตาม...”

“อย่าแม้แต่จะคิด” ผมรีบขัดทันที ต้องให้ย้ำกี่ครั้งว่าตอนนี้เป็นนักศึกษาธรรมดา เกิดมีใครสังเกตเห็นขึ้นมาแล้วความแตก ผมกลายเป็นพวกไร้เพื่อนอีกครั้งแน่

“แต่สถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วงนะครับ”

“ในไทยยังไม่มีใครรู้ว่าฉันเกี่ยวข้องกับจางกรุ๊ป พวกนั้นคงเพ่งเล็งไปที่พี่ไค...แล้วก็ม๊า ฉันเป็นห่วงม๊ามากกว่า นายกับจวินไปเตรียมการเรื่องนี้เถอะ พอทุกคนกลับมาจะได้พร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ คนที่ฉันไว้ใจได้ก็มีแต่พวกนายเท่านั้น ฝากด้วยนะ” ผมรับเอาเอกสารที่เรียบร้อยแล้วเดินออกมาเมื่อหมดเรื่องที่จะพูด

 

วันนี้เป็นวันศุกร์ วันสุดท้ายก่อนมหาวิทยาลัยจะปิดหนึ่งสัปดาห์ คนที่ผมเห็นว่าหายไปสองวันกำลังเดินเข้ามาในห้องเรียน เสียงฮือฮาดังพร้อมกันเมื่อเห็นว่าใบหน้าของเขามีรอยเขียวช้ำเพิ่มขึ้นอีกแล้ว รอยสดใหม่ที่ดูแล้วคงไม่เกินสามวัน แขนซ้ายพันผ้าก็อซไว้ตั้งแต่ใต้ข้อศอกลงไปจนถึงข้อมือ ทำให้เขาต้องใส่เสื้อนักศึกษาแขนสั้นมาแทน

“สภาพเหมือนโดนซ้อมมา หรือจริงๆแล้วฮอว์กมันติดการพนันแล้วโดนนักเลงตามทวงหนี้กันแน่วะ” เนมขยับมากระซิบผม สายตาเรายังอยู่ที่ชายผู้เป็นประเด็น

อาจารย์ยังไม่เข้าห้อง ทุกคนจึงเพ่งเล็งไปที่ฮอว์กกันหมด ผมเองก็จนใจจะหาคำตอบได้แต่ส่ายหน้าแล้วก็ก้มลงไปอ่านชีตบทที่จะต้องเรียนวันนี้ระหว่างรออาจารย์มา

เมื่อจบคลาสบ่ายกลุ่มเพื่อนผมก็ขอแยกย้าย ผมเดินวนเวียนไปมาหน้าห้องพักอาจารย์ สิบนาทีต่อมาประตูก็เปิดออกพร้อมกับร่างของคนที่กำลังรอ

ฮอว์กขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าผมเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา

“นายขาดเรียนไปสองวัน คณบดีเรียกไปพบเรื่องนั้นใช่ไหม”

“ประมาณนั้น” เขาตอบแล้วเริ่มออกเดิน ผมรีบเดินตาม เป็นเวลาเย็นมากแล้วจึงไม่มีใครอยู่ที่ตึก ไม่ใช่ช่วงทำกิจกรรมอะไรแต่ละคนเลยรีบกลับบ้าน

“จะไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม ถ้ามีเรื่องอะไรก็บอกนะเผื่อว่าฉันจะพอช่วยได้”

ร่างสูงหยุดกึกแบบที่ผมไม่ทันตั้งตัว เบรกไม่ทันเลยชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างอย่างแรก ร่างกายเซไปด้านหลังด้วยสัญชาตญาณผมรู้ว่าจะทรงตัวได้ต่อจากนี้และไม่มีทางล้ม แต่อีกคนคงไม่รู้

มือใหญ่คว้าต้นแขนผมไว้แล้วออกแรงรั้งให้กลับไปที่เดิม

แขนอีกข้างรวบเอวผมกันไม่ให้เสียหลักอีกรอบ

“ซุ่มซ่าม” เสียงทุ้มบ่นออกมา

“นายหยุดเดินเองนะ ฉันไม่ทันตั้งตัวนี่นา...แต่ก็ขอบใจ” ผมเงยหน้าขึ้นไปส่งยิ้มกว้างให้เจ้าของอ้อมแขนที่ยังไม่ปล่อย แต่พอเห็นแบบนั้นเขาก็รีบปล่อยผมออกอย่างรวดเร็ว ขยับตัวออกห่างราวกับผมเป็นของร้อน

“ขอโทษ”

“เรื่อง?”

“ไม่ได้ตั้งใจ..กอด” ท้ายเสียงแผ่วเบา หากบริเวณนี้เงียบสนิทผมเลยได้ยิน และยิ้มอีกรอบ

“ไม่เป็นไรๆ ไม่ถือ ก็นายช่วยฉันไว้นี่นา จริงสิ เรียกฮอว์กได้ไหม?”

“ตามใจ”

“งั้นเรียกฮอว์กนะ เราชื่อปั้นชา เรียกชาก็ได้ ที่จริงก็แปลกๆที่ต้องมาแนะนำตัวกันตอนเรียนมาจะสามปีแล้ว แต่เพราะเราไม่ค่อยได้คุยกัน นาย...เอ่อ ฮอว์กอาจจะไม่รู้จักเรา นั่นแหละ ยินดีที่ได้รู้จักนะ” ผมยื่นมือไปตรงหน้า 

“อือ” อีกฝ่ายกลับแค่เหลือบมองมือแล้วพยักหน้ารับ ไม่ได้ยื่นกลับมาจับตอบ “รู้”

“ฮอว์กรู้จักเราเหรอ”

“รู้ คนดัง”

“คงดังไม่เท่านายหรอก...อุ่ย ขอโทษ แหะๆ” พอคิดว่าบางทีคำพูดผมอาจจะทำให้คนฟังสะเทือนใจ เนื่องจากเราดังในแง่ที่แตกต่างกัน แต่เหมือนว่าผมจะคิดมากไปเอง

“ไปนะ” ฮอว์กยังคงมีใบหน้าเรียบเฉย แววตาอ่านยากไม่ได้แสดงความเจ็บปวด ตัดพ้อ หรือน้อยใจใดๆ มันราบเรียบยังไงก็อย่างนั้น

“เดี๋ยวสิ ยังคุยไม่จบเลย”

“อะไรอีก” คนที่เดินนำไปแล้วสองก้าวหยุดแล้วหันกลับมา รอบนี้ผมตั้งตัวทันเลยไม่ชนกันอีก จากนั้นก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าของตัวเอง ดึงเอากระดาษออกมาปึกเล็กๆปึกหนึ่งยื่นให้ไป

“คือเราเห็นฮอว์กไม่มาเรียนสองวัน กลัวว่าจะตามเพื่อนไม่ทันเลยซีร็อกแลกเชอร์เรามาให้ ไม่ต้องห่วงนะว่าจะอ่านไม่รู้เรื่อง เราตั้งใจจดแล้วก็เขียนอธิบายบางส่วนไว้ให้แล้ว”

“.....”

“ส่วนนี่เป็นใบงาน เมื่อวันก่อนอาจารย์แจกแล้วให้ส่งครั้งหน้า คะแนนดิบด้วยนะหัวข้อนี้อาจารย์แนะนำมาว่าจะได้คะแนนดีกว่าหัวข้ออื่น อาจจะยากไปสักนิดแต่ฉลาดอย่างฮอว์กเราว่าทำได้อยู่แล้ว มีเขียนอธิบายไว้เหมือนกันว่าต้องทำอะไรบ้าง เราถามอาจารย์เพิ่มมา”

“....”

“เอาไปสิ”

“ทำไม?” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย มือยังคงอยู่ข้างกายตัวเองตามเดิมไม่ได้รับเอาสิ่งที่ผมเตรียมมาไป จะสงสัยผมก็ไม่แปลกใจนะ เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น 

“เอ๊ะ หรือเพื่อนนายเก็บงานให้แล้ว ขอโทษนะที่วุ่นวายไปหน่อย”

“เปล่า ไม่มี”

“ถ้างั้นก็รับของเราไว้สิ มีตรงไหนไม่เข้าใจถามเราได้เลย เรื่องแลกเชอร์ก็ได้นะ เต็มใจ” ยิ้มกว้างให้อีกครั้ง คราวนี้ดวงตาคมดุเหมือนเหยี่ยวพิจารณาผมมากกว่าเดิม

“ทำไมถึงทำให้”

“ก็ไม่ทำไมนี่ เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ”

“เพื่อน?”

“ใช่เพื่อนกันไง เรียนด้วยกันตั้งสามปี ก็ต้องเป็นเพื่อนกันสิถูกไหม?” ถึงอีกคนจะไม่รู้จักผม แต่ผมรู้จักเขาอยู่ฝ่ายเดียวมาหลายปีเลยนะ 

ไหนๆก็มีโอกาสคุยกันแล้ว รวบตัวมาเป็นเพื่อนซะเลย

คนตรงหน้านิ่งไปนานนับนาที ก่อนที่ผมจะได้เห็นรอยยิ้มมุมปากที่เชื่อได้ว่าคงไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน อย่างน้อยพวกในคณะไม่มีทางได้เห็นมันอย่างแน่นอน

ฮอว์กยิ้ม!

“ขอบใจ”

“ด้วยความยินดีเลย แล้วต่อไปถ้าไม่มาก็ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวเราเก็บงานให้เอง แต่ทางที่ดีพยายามอย่าขาดจะดีกว่า ช่วงนี้ใกล้สอบแล้วจะเรียนตามไม่ทันเอา ถึงเราจะพอช่วยติวได้แต่อาจารย์สอนน่าจะเข้าใจง่ายกว่าว่าไหม”

ป๊อก!

“โอ๊ย เจ็บนะ” ผมเอามือกุมหน้าผากตัวเองเพราะว่าคนตาดุดีดนิ้วลงมา ไม่ได้แรงมาก ไม่เจ็บมาก แต่เจ็บก็คือเจ็บปะ

“ขี้บ่น”

“ฮอว์กก็ขี้ดุ”

“หึ จริงเหรอ” คนตัวสูงกว่าเริ่มปล่อยไอคุกคาม ดวงตามีแววสนุกพาดผ่านชั่วขณะ ก่อนจะก้าวเข้ามาหาผม ใกล้จนผมรู้สึกกังวลและต้องถอยหนี

“อะ อะไร?”

“ดุน่ะ จริงเหรอ?”

“ไม่รู้” ก็แค่พูดไปอย่างนั้น นิสัยผมชอบเถียงไม่ยอมแพ้อยู่แล้ว แม้ว่าหลังๆจะไม่ค่อยได้ใช้กับใครนอกจากคนในครอบครัวกับคนสนิท แต่กับฮอว์กแปลกมากที่ผมรู้สึกเหมือนเป็นตัวของตัวเองได้เมื่ออยู่กับเขา ไม่ต้องคอยคิดว่าอีกฝ่ายจะโกรธไหมถ้าเกิดทำตัวไม่ดี จะเคืองจนเลิกคบหรือเปล่าถ้าเอาแต่ใจ

“แล้วอยากรู้หรือเปล่า”

“รู้อะไร” ผมถอยหนีไปหลายก้าว พอตั้งสติได้ว่ามันไม่มีอะไรน่ากลัวก็หยุด ยืดตัวขึ้นจากที่สูงแค่ปลายคางก็เห็นสันจมูกโด่งขึ้นมาบ้าง เชิดหน้าสบสายตาเหยี่ยวอย่างไม่เกรงกลัว

“รู้ว่า...ดุจริงไหม

อะ ไอ้บ้า ผมเป็นวัยรุ่นแล้วก็ตามข่าวสารเหมือนกันนะเว้ย ไม่ใช่คนซื่อบื้อที่จะไม่รู้ว่าเขาหมายความว่าอะไร 

เห็นทีคงต้องมองอิตาเหยี่ยวนี่ใหม่แล้ว ที่คิดไว้ว่าเป็นคนเย็นชา ดุ โหด โฉด น่าจะไม่ใช่อย่างที่เห็น นอกจากกวนประสาทแล้ว ฮอว์กยังบ้าอีกด้วย

บ้ากาม!

 

*********

กรี๊ดดด วันนี้ 100%เต็มเลยนะ ยาวจุใจ พระเอกเราค่าตัวไม่แพงแล้ววววว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.916K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,789 ความคิดเห็น

  1. #2786 สาววายนิสัยดีนะ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 12:25
    น้องดูคนออกแหละ แค่แอ๊บเฉยๆอยากอยู่สบายๆเรียนไปวันๆมีเพื่อน เพราะแค่พัดเดินไปตอนนั้นปิ่นก็นินทาแล้ว คิดว่าแค่แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว อยากเป็นคนธรรมดา ด้วยความเพื่อนน้อย อยากมีเพื่อนเลยรีบไปหน่อยซื้อเอาเหมือนฮวอกว่า5555 เลยได้เพื่อนแบบนี้มา
    #2,786
    0
  2. #2770 Tdiodes (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 18:34
    ก็พอเข้าใจน้องแหละว่ามีปมเรื่องเพื่อน ตอนนี้ต่อให้ต้องคบเพื่อนนิสัยแย่หน่อย แต่ก็ยอมอดทนดีกว่าไม่มีใครคบเหมือนแต่ก่อน มันถึงได้อึดอัดไง หลังจากนี้ก็อยู่กับเจ้าเหยี่ยวดีกว่าเนอะๆๆ
    #2,770
    0
  3. #2733 IIISKY__ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 17:46
    ยัยน้องอย่าใช้เงินซื้อเพื่อนค่ะลูกกกก ไม่ดีเลยนะคะหนู คบกับพี่ฮอร์คดีกว่า บ้ากามไปบ้างแต่ก็จริงใจนะ
    #2,733
    0
  4. #2692 Earn0624 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 17:15
    ปั้นชาเด็กดี น้องน่ารักจังเลยอ่า
    #2,692
    0
  5. #2648 NACHI1743 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 20:44
    คุณพระเอกเหรอ
    #2,648
    0
  6. #2617 mean_march (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 21:40

    โอ้ยยยยย เขินเลย

    #2,617
    0
  7. #2582 pinend (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 13:21
    เขิน เขินมากกก ใจเต้นไปหมด
    #2,582
    0
  8. #2558 Sansuyu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 23:57
    โอ้ยนนน กรี๊ดดด
    #2,558
    0
  9. #2529 Kimpuaypark (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 15:38
    ฮอร์กใจเยนนน
    #2,529
    0
  10. #2477 CallistoJpt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:56
    ฮอร์กมีแววจี้แกล้งไม่เบาเลยนะเนี่ย 5555555
    #2,477
    0
  11. #2461 maybunny (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:29
    ฮอว์กเจ็บตัวตลอดอ่ะ ชาก็น่ารักนะ มีบ่นเขาไปอีกกกก55555
    #2,461
    0
  12. #2408 mileyduchess (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:38
    แอบตะหงิดๆๆๆ ว่าฮอร์กนี่จะใช่คนที่พาหมาตัดหน้ารถตอนนู้นไปรักษารึเปล่านะ
    #2,408
    1
    • #2408-1 mileyduchess(จากตอนที่ 4)
      4 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:38
      **ฮอว์ก
      #2408-1
  13. #2361 Spices_smile (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 06:24
    น่ารักกกกก
    #2,361
    0
  14. #2345 Kibibiza (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:11
    สรุปคนนี้คือพระเอกเหรอ ตอนแรกนึกว่าเป็นเด็กทุนซะอีก
    #2,345
    0
  15. #2239 RealThxnB (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 22:46
    อันนี้พระเอกป่ะ55555
    #2,239
    0
  16. #2174 Jinjoo.K (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 15:26
    ดุจริงมั้ยน้าาา555555555 ว่าแต่แกล้งน้องชาทำไมล่ะเห้ย ขี้แกล้งง่ะคนเรา
    #2,174
    0
  17. #2120 psk9393 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 07:49
    ฮอว์กตระกูลก็เป็นมาเฟียเหมือนกันใช่มั้ย
    #2,120
    0
  18. #2044 ilee2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 19:21
    ดุจริงมั้ยนะ
    #2,044
    0
  19. #2039 fomeriam690 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 07:27
    พระเอกของเราคือใครรรร
    #2,039
    0
  20. #1844 Miki_milky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 02:06
    ฮอว์กแกล้งชาทำไม
    #1,844
    0
  21. #1829 filmnaruepron (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 18:49
    ดุไม่ดุก็ต้องรอดูอ่ะเนาะ
    #1,829
    0
  22. #1699 chompoo--- (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 11:59
    ไรท์สู้ๆน้าาา
    #1,699
    0
  23. #1675 JinsujeeButniam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 06:57
    เย่อดุ... 55555555
    #1,675
    0
  24. #1624 Rabbiitao (Su:D) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 10:34
    ดุแน่ๆโล่ยยยยยยยย ไอ่คนบ้าาา
    #1,624
    0
  25. #1618 PPK-MT (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 09:03
    555555น่ารักๆๆ
    #1,618
    0
  26. #1109 churin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 01:15
    คหสต.นิสัยกับบุคลิกชาดูย้อนแย้งกับงานที่ทำและความฉลาดของเจ้าตัวจังแฮะ เราคิดไปเองป่าวหว่า อ่านไปก็มีขัดๆนิดหน่อยกับกาบรรยายคำพูดกับการกระทำของชา ที่บางที่มันออกจะใสซื่อจนบื้อเกินไปนิดในบางครั้ง ไม่รู้ว่าคนอ่านจะรู้สึกเหมือนเราไหม5555 ก็ขอโทษด้วยที่อาจจะไม่ได้ชอบ100%แต่การบรรยายของเรื่องโดยรวมถือว่าโอเคเลย มีขัดๆบ้างแต่ก็ยังสนุก
    #1,109
    5
    • #1109-4 deepdown2265(จากตอนที่ 4)
      11 มกราคม 2563 / 15:15
      คงเพราะมีแค่พวกนี้ที่เรียนเซกเดียวกันรึปล่าว แบบแรกๆก็ดีนะ แต่รู้จักกันไปก็เริ่มออกนิสัย พอปี2ปี3แล้วจะไปหากลุ่มใหม่ยังไง แยกออกมาก็โดนนินทา ชาคงคิดว่าใกล้จบแล้วคงไม่เป็นไร เพราะไม่ได้ทำใก้ชาเดือดร้อนขนาดนั้น
      #1109-4
    • #1109-5 beersattaya(จากตอนที่ 4)
      24 มกราคม 2563 / 14:44
      น้องไม่เคยมีเพื่อนอะเนาะ ถ้าลองอ่านดูดีๆ น้องก็รู้สึกแหล่ะ ว่าแม่งเพื่อนเที่ยว เพื่อนกิน แต่น้องก็ยอมทน เพราะตลอดชีวิตน้องไม่เคยมีเพื่อนเลย ขอแค่ได้มี ถึงจะเป็นแค่เพื่อนปลอมๆ น้องก็คงยอมแหล่ะ เพราะทั้งชีวิต น้องมีครบหมดแล้วนะ เว้นแต่น้องไม่มีเพื่อน ตอนโดนแซะว่า เอาเงินซื้อเพื่อน น้องยังรู้ตัวเลย
      #1109-5