Find my FAN #ชาจะมีเพื่อน

ตอนที่ 3 : #2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33,581
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,546 ครั้ง
    6 ธ.ค. 62

 

 

 

“คิดแล้วตัวยังสั่นไม่หายเลย” เมื่อสั่งอาหารเสร็จมิ้นก็ยกแขนตัวเองขึ้นมาถูเบาๆ ผมจึงละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ที่กำลังแชตกับพี่ไคอยู่ไปมอง

“อะไร?”

“ก็เรื่องที่ปิ่นกับเนมเล่าไง เรื่องฮอว์กน่ะ”

“เสียดายหน้าตาจริงๆนะ” ปิ่นพูดต่อ “จำได้เมื่อตอนปีหนึ่งพวกรุ่นพี่อยากให้ลงประกวดเดือน แต่ว่าหมอนั่นไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมของคณะ เรียนเสร็จก็หายตัวตลอด ไม่อย่างนั้นฉันคงได้ลงดาวเดือนกับคนน่ากลัวไปแล้ว”

“ดีแล้วไง ไอ้ชาเลยได้เป็นแทน” เนมใช้หลอดดูดจากแก้วน้ำเปล่าที่ถูกนำมาเสิร์ฟชี้หน้าผม เพราะว่าลงประกวดเดือนคณะเลยทำให้ผมกับปิ่นรู้จักกันแล้วก็กลายเป็นเพื่อนกันเหมือนทุกวันนี้

“อย่างชาที่จริงน่าจะลงประกวดดาวมากกว่าเดือนนะ หึ”

“ที่จริงก็ลงได้อยู่นะ เพราะชาน่ะหน้าสวย ถ้าชาลงปิ่นอาจไม่ได้เป็นดาวปีนั้นก็ได้”

“ฉันประชดย่ะมิ้น”

“เหรอออ” คู่กัดเริ่มเหน็บกันไปมาอีกแล้ว ผมได้แต่ถอนหายใจ ไม่อยากลงไปทะเลาะด้วยทั้งที่ใจอยากจะเถียงแทบตายว่าผมนั้นเป็นผู้ชาย ลงประกวดดาวได้กับเขาที่ไหนกัน แม้หน้าตาจะได้ม๊ามาเยอะ อย่างน้อยเพศสภาพผมก็ยังเป็นผู้ชายนะ

“ถามจริงเหอะชา แกชอบผู้ชายหรือเปล่า” หลังจากทะเลาะกับมิ้นจบ ปิ่นก็กลับมาหาเรื่องผมอีก

หลายครั้งผมก็แอบคิดว่าตัวเองควรหาเพื่อนเป็นผู้ชายทั้งกลุ่มจะดีหรือเปล่า อย่างน้อยก็ไม่ต้องคอยฟังเสียงนินทาหรือคำกระแนะกระแหนเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่รู้จบ ต่อให้มีเพื่อนผู้ชายในกลุ่มนี้ตั้งสองคนแต่ก็อย่างที่รู้ พัดเอาแต่ทำงานพิเศษ เนมก็เจ้าพ่อกรมข่าวนิสัยอย่างกับผู้หญิง

ไม่ได้สิ ผมรีบสะบัดหัวไล่ความอคติในใจออกไป อดทนมาได้หลายปี อีกไม่นานก็เรียนจบแล้ว จะมาเสียเพื่อนเอาตอนนี้เพราะความคิดเห็นไม่ตรงกันมันดูเอาแต่ใจไปหน่อย

ที่สำคัญคือปิ่นเป็นเพื่อนคนแรกตั้งแต่เข้าปีหนึ่งของผมด้วย ทำให้ผมได้รู้จักเพื่อนเพิ่มขึ้นอีกเยอะแยะเลย อึดอัดไปบ้างก็ดีกว่าไม่มีเพื่อนอย่างแต่ก่อน

เพราะคำพูดไม่กี่ประโยคของฮอว์กเลย ทำผมไขว้เขว

“ทำไมถึงถามล่ะ?”

“ตั้งแต่เรียนด้วยกันมา ไม่เคยเห็นแกมีแฟนเลยสักคนทั้งผู้หญิงผู้ชาย นี่พี่หมอเคนมาจีบก็ไม่เห็นใจอ่อนคบสักที ท่าทางแกก็ไม่เหมือนคนชอบผู้หญิงนี่”

ไอ้คำพูดพร้อมน้ำเสียงดูถูกนั่น นับว่าเหยียดหรือเปล่า แต่ช่างเถอะ จะพยายามเข้าใจว่านิสัยปิ่นเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว

“ไม่รู้สิ” ผมขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด ที่ผ่านมาก็ไม่เคยสนใจใครเป็นพิเศษ ไม่เคยคิดเรื่องความรักเลยไม่รู้ว่าตัวเองชอบแบบไหนกันแน่

“แล้วมึงมีคนที่ปลื้มมากๆป่ะ บางทีเริ่มจากตรงนั้นอาจจะช่วยได้นะ” เนมช่วยเสนอไอเดีย

“มี”

“ใคร?” สามเสียงถามขึ้นพร้อมกัน ผมยิ้มเมื่อนึกถึงใบหน้าคมคายได้รูป

“พี่ชายเราเอง”

“ชามีพี่ชายด้วยเหรอ ไม่เคยเห็นเล่าเลย จะว่าไปชาไม่ค่อยเล่าเรื่องที่บ้านเลยนะ เห็นอยู่หอตลอด บ้านอยู่ต่างจังหวัดเหรอ” มิ้นเริ่มให้ความสนใจเรื่องครอบครัวผมมากกว่าเรื่องความรักแล้ว นั่นทำให้รู้สึกว่าตัวเองพลาดที่เอ่ยเรื่องพี่ไคออกมา

ไม่ถึงกับว่าเปลี่ยนชื่อนามสกุลตัวเองหรอกนะ ผมมีชื่อจีนและชื่อกลางเป็นชื่อไทยเพราะมาโตที่ไทย ม๊าก็ชอบอะไรไทยๆ เวลาเข้าโรงเรียนไทยก็จะใช้แต่ชื่อไทย แม้จางกรุ๊ปจะเป็นที่โด่งดังไปทั่วเอเชียในฐานะมาเฟียก็ตาม แต่นามสกุลจางก็เป็นนามสกุลที่คนใช้กันเยอะมาก และที่ผ่านมารูปผมก็ไม่เคยหลุดไปตามสื่อไหนๆ เพื่อนก็ไม่เคยมีให้ลงรูปในโซเชียล ไหนจะครอบครัวคอยปกปิดตัวตนให้ตลอด การสืบก็ค่อนข้างยากหากเป็นคนธรรมดาทั่วไป

เลยสบายใจได้ว่าเพื่อนๆจะไม่สงสัยว่า กฤตลิน จาง คนนี้จะเป็นคนเดียวกับลูกชายคนเล็กของจางกรุ๊ป ตระกูลมาเฟียที่ทำให้คนกลัวได้เพียงแค่ได้ยินชื่อ

“อืม ทุกคนเดินทางกันบ่อยน่ะ เลยไม่ได้พูดถึง พี่ชายเราเองก็ชอบเดินทางไปๆมาๆ”

“แล้วพี่ชายหล่อไหมวะ” เนม

“หล่อสิ หล่อมากๆๆๆ”

“นี่คงไม่ใช่ว่าแอบหลงรักพี่ชายตัวเองหรอกนะ” ปิ่นทำหน้าตาเหมือนเห็นผมเป็นตัวประหลาดจนต้องรีบโบกมือ

“ไม่ใช่ๆ เราแค่เห็นพี่ชายเป็นไอดอล เป็นตัวอย่างที่ดีต่างหากล่ะ เรามีพี่ชายคนเดียวแล้วก็สนิทกันมากๆ รักแบบพี่น้องน่ะ”

“ก็แล้วไป ถ้าอย่างนั้นแกก็อาจจะชอบผู้ชายนั่นแหละชา”

“อันนี้เราไม่รู้”

“กับพี่หมอเคนนี่ไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอชา” ผมนิ่งคิดกับคำถามของมิ้นอีกรอบ แล้วก็ส่ายหน้าเหมือนเดิม

“พี่เคนก็ดีนะ ไม่รู้สิ ยังไม่ได้สนิทกันมากขนาดนั้นเลยไม่รู้ว่าชอบหรือไม่ชอบ”

“ไปไหนมาไหนด้วยกันก็หลายครั้ง ยังจะบอกว่าไม่ได้คิดอะไรอีกหรือไง” ปิ่นยังคงพูดเหยียดๆตามสไตล์ของตัวเอง “นี่ก็นัดให้พี่เขามาด้วยสินะ”

“อะไร?”

“โน่นไง คงไม่บังเอิญหรอกมั้ง” ดวงตาโตสวยและขนตาเป็นแพเหลือบไปทางว่าที่นายแพทย์สุดหล่อประจำมหาวิทยาลัยAXที่กำลังเปิดประตูร้านเข้ามา พี่เคนกวาดตามองไปทั่วก่อนจะหยุดลงที่โต๊ะของพวกเราและตรงดิ่งมาทางนี้ทันที

“เราเปล่าบอก”

“เราบอกเองแหละ แหะๆ” มิ้นยกมือขึ้นรับสารภาพ “คือพี่เขาไลน์มาถามว่าจะไปกินข้าวกันที่ไหน เราก็เลยบอกไปน่ะ ดีแล้วไงชาจะได้ไม่ต้องเลี้ยงมื้อนี้”

“ให้ได้อย่างนี้สิ ทุกทีเลยนะมิ้น” ผมมองอย่างคาดโทษ แต่ไม่ได้พูดอะไรมากกว่านี้เพราะพี่เคนมาถึงโต๊ะพอดี

“ปั้นชาครับ” หนุ่มหล่อตี๋ดูสะอาดสะอ้านตั้งแต่หัวจรดเท้าส่งรอยยิ้มแสนอ่อนโยนมาให้ สาวๆในร้านรวมถึงเพื่อนผมทั้งสองคนยังอดจะเคลิบเคลิ้มไปไม่ได้ แต่ใช้ไม่ได้ผลกับผม ถ้าคุณมีพี่ชายหล่อวัวตายควายล้ม คุณจะเข้าใจฟีล

ผมยิ้มตามมารยาทให้กับพี่เคนอย่างที่ทำเป็นประจำ พร้อมทั้งเอ่ยทักทั้งที่รู้ว่าเขามาหา

“พี่เคนมาทานข้าวเหรอครับ ตึกคณะแพทย์อยู่อีกฝั่งของมอเลยนะ”

“พี่มาหาชา พอดีช่วงบ่ายยกคลาสเลยไลน์ชวนชาไปดูหนังด้วยกันแต่ชาไม่อ่าน มิ้นบอกว่าจะมาทานข้าวกันที่นี่พี่ก็เลยตามมา”

“อ้อ”

“ชาว่างหรือเปล่าครับ”

“ตอนบ่ายผมมีประชุมแบ่งงานกลุ่มน่ะครับ น่าจะไม่ว่าง” ผมปฏิเสธไปตามความจริง การจะให้ยกเลิกนัดสำคัญเพื่อไปดูหนังกับรุ่นพี่ย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่เหมือนจะมีแค่ผมคนเดียวที่คิดแบบนั้น เมื่อมิ้นที่เชียร์พี่เคนอย่างออกนอกหน้าขัดขึ้นมา

“ไปได้สิชา แบ่งงานตอนนี้ก็ได้แค่แป๊บเดียวเอง กินข้าวเสร็จคงเสร็จพอดีเลย ไปดูหนังกับพี่หมอสิ”

“.......” ผมเงียบแต่หน้ายังคงยิ้มน้อยๆรักษาอาการ

“เออ ไปเหอะ ถ้าคุยไม่เสร็จเดี๋ยวไลน์ไปบอกเองว่าต้องทำตรงไหนบ้าง ยังไงก็แยกกันหาข้อมูลตามหัวข้ออยู่แล้ว ไม่ได้ทำรวมกัน” เนมก็ยัดเยียดผมให้ไปด้วยอีกคน

มีเพียงปิ่นคนเดียวที่นั่งนิ่ง ปกติแล้วเวลาพี่เคนมาชวนไปไหนปิ่นก็เป็นคนเดียวที่จะไม่บังคับให้ผมไปกับพี่เคน ต้องขอบคุณจริงๆ อย่างน้อยก็ไม่ถึงกับรวมหัวกันเข้าข้างพี่เคนทั้งกลุ่ม

“นั่นสิครับ ถ้าเกิดว่าชาทำรายงานไม่ทันเดี๋ยวพี่รับผิดชอบเอง”

“ยังไงครับ?” ผมถามกลับ พี่เคนเลยยิ้มอ่อนโยนมาให้อีกครั้ง

“ก็ช่วยชาทำรายงานดีไหมครับ หรือว่าจะให้รับผิดชอบทั้งชีวิตก็ได้นะ”

“กรี๊ดดดดดดดด โอ๊ยยไม่ไหวแล้ว ทำไมสเต็กร้านนี้มันหว๊านนหวานนน” จิ้นเองกรี๊ดเองก็ได้นะมิ้นนะ

“เฮ้ออ ก็ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นพี่เคนไปรอที่หน้าโรงหนังเลยไหม เดี๋ยวผมตามไป” สุดท้ายก็ต้องยอมไปอย่างจนใจเพราะความตื๊อของพี่เคน กับหลักๆคือแรงยุของเพื่อน

“ไม่เป็นไรครับ ถ้าไม่รังเกียจพี่ขอทานข้าวด้วยคนได้ไหม เดี๋ยวมื้อนี้พี่เลี้ยงเองนะ เสร็จแล้วชาก็ขับรถไปจอดที่หอแล้วไปรถพี่ดีกว่า เผื่อว่ากลับดึกพี่จะได้มาส่ง ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะปล่อยให้ชากลับคนเดียว”

“....ก็ได้ครับ”

 

--------------------

 

หนังที่ผมกับพี่เคนไปดูเป็นหนังภาคต่อ ซึ่งทำมาเป็นภาคที่สามแล้ว ผมที่ไม่ได้ดูสองภาคแรกกลับรู้สึกสนุกและสนใจจนต้องคอยถามพี่เคนตลอดในบางจุดที่ไม่เข้าใจ พี่เคนก็ใจดีคอยกระซิบบอกเป็นระยะ ไม่ได้มีท่าทีรำคาญที่ผมไปรบกวนเลย เมื่อดูหนังจบก็พาผมกลับมาส่งที่หน้าหอตามเดิม

“ขอบคุณนะครับ เรื่องนี้สนุกจริงๆนะ ผมต้องไปหาภาคหนึ่งกับสองมาดูแล้วล่ะ”

“พี่ให้ยืมก็ได้นะครับ พี่มีแผ่น”

“ในเน็ตฟลิกซ์ก็น่าจะมีมั้งครับ ไม่รบกวนพี่เคนดีกว่า” ผมบอกแล้วเตรียมจะเปิดประตูลงจากรถ แต่มือสะอาดและนุ่มของคุณหมอรั้งแขนเอาไว้ก่อน

“ชาครับ”

“ครับ?”

“ชารู้ใช่ไหมว่าตอนนี้พี่กำลังจีบชาอยู่ ถึงได้คอยชวนไปไหนมาไหน ชวนคุยในไลน์ด้วยตลอด” ไม่คิดว่าพี่เคนจะเริ่มคุยเรื่องนี้ในตอนนี้ จากที่คอยหลีกเลี่ยงไม่ให้เขาพูด ตอนนี้คงจะห้ามไม่ได้แล้ว

เอาเถอะ ยังไงวันหนึ่งก็ต้องคุยกันอยู่ดี

“ก็พอรู้ครับ แต่พี่เคน ผมว่าเราสองคน...”

“พี่รู้ว่าชายังไม่ได้ชอบพี่ แต่อย่าเพิ่งปฏิเสธพี่ได้ไหม” พี่เคนรีบตัดบทอย่างรู้ทัน มือเลื่อนมาดึงมือผมไปกุมเอาไว้ เห็นว่าพี่เขาไม่ได้คิดล่วงเกินไปมากกว่านี้เลยไม่ได้สะบัดมือออก ปล่อยให้จับไว้อย่างนั้น 

“พี่ชอบชานะ ชอบมากจริงๆ ตอนแรกพี่คิดว่าจะไม่จีบชาเพราะเรียนหมอมันหนักมาก ไม่มีเวลาให้กับแฟน แต่ก็ห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้ ที่พี่อยากจะบอกกับชาคือพี่จริงจังกับความสัมพันธ์ของเรา ไม่อยากจะเสียชาไปถึงได้ไม่รอให้เรียนจบเสียก่อน กลัวว่าคนอื่นจะตัดหน้า”

“....”

“ชาเป็นที่สนใจของหลายคน พี่ถึงนึกกลัว ที่ผ่านมาพี่คิดว่าตัวเองน่าจะพอมีความหวังกว่าคนอื่นอยู่บ้างถึงได้เอ่ยปาก” ก็จริง ผมยอมไปไหนมาไหนกับเขามากที่สุด แต่นั่นก็เพราะว่าเพื่อนๆในกลุ่มเชียร์พี่เคน แล้วก็อยากให้ผมไปกับพี่เคน “ชาครับ”

“....”

“คบกับพี่ได้ไหมครับ”

“เอ่อ...ผมว่ามันเร็วไปหน่อย” ผมบอกด้วยความรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าพี่เคนไม่ดีพอ แต่คนเราไม่ได้รักกันด้วยความดีเพียงอย่างเดียว ไม่อย่างนั้นม๊าผมจะแต่งงานกับคุณป๊าที่มีธุรกิจสีเทาเต็มไปหมดเหรอ

พี่เคนหน้าเสียคงเพราะคาดไม่ถึงว่าผมจะปฏิเสธตรงๆอย่างนี้ พักหนึ่งเขาก็ตั้งสติได้และเผยรอยยิ้มอบอุ่นเช่นทุกครั้ง

“ไม่เป็นไรครับ พี่เข้าใจว่าชาอาจจะคิดว่ามันเร็วไป ถ้าอย่างนั้นพี่ขอโอกาสได้ไหมครับ...ลองเปิดใจให้พี่ คุยๆกันไปก่อน ได้ไหมครับ” ว่าที่คุณหมอกระชับมือผมแน่นขึ้น สายตาอ้อนวอนราวกับลูกแมว 

แม้ความรู้สึกบางอย่างผมจะติดขัดไปเล็กน้อย แต่ก็เลือกจะมองข้ามไป คิดดูแล้วพี่เคนก็ไม่ได้เสียหายอะไร โปรไฟล์ก็ดีหมดทุกอย่าง เรียนเก่ง หน้าตาหล่อ เป็นคนดังของมหาวิทยาลัย ที่บ้านมีกิจการโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ นิสัยก็ใจเย็นและอ่อนโยน 

“ก็ได้ครับ” ในที่สุดผมก็ตัดสินใจว่าจะลองให้โอกาสพี่เคนดู

“จริงเหรอครับ! พี่ดีใจมากเลยชา ดีใจที่สุดเลย” เจ้าของมืออุ่นเขย่ามือผมหลายครั้ง ทำท่าจะโผเข้ามากอดแต่ผมเอนตัวออกห่างเป็นสัญญาณว่าสิ่งที่เขาคิดจะทำมันมากเกินไป พี่เคนจึงยิ้มเก้อแล้วยอมถอยแต่โดยดี “ขอโทษครับ พี่ดีใจมากไปหน่อย”

“แต่ผมแค่ให้โอกาสนะครับ ไม่ได้คบกัน”

“อ่า ได้ครับ ก็ยังดีครับ”

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

ผมส่งยิ้มให้พี่เคนอีกครั้งแล้วเปิดประตูลงจากรถ หันกลับมาโบกมือลารอจนรถคันหรูขับออกจากซอยไป ในใจแอบนึกหวั่นอยู่เหมือนกันว่าถ้าหากพี่ไครู้เรื่องนี้เข้า

ไม่โดนโวยบ้านแตก โรงพยาบาลพี่เคนคงได้ถูกบึ้มแน่

เรื่องสยองสองบรรทัดจริงๆ

“ใครมาส่งครับคุณหนู”

“เฮือก...ลี่จวิน! ตกใจหมดเลย ทำไมมาเงียบๆเนี่ย” ผมเกือบจะตอบกลับด้วยหมัดตรงแล้ว โชคดีที่ยั้งทันเมื่อเห็นว่าเป็นชายฮ่องกงในชุดพนักงานรักษาความปลอดภัย

อ่า ก็ลี่จวินบอดี้การ์ดของผมนั่นแหละ เพียงแต่ตอนนี้กำลังปลอมตัวอยู่

ตลอดสามปีตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย ผมไม่ยอมให้บอดี้การ์ดคอยตามอย่างใกล้ชิดเหมือนก่อน ลองคิดดูว่าปั้นชานักศึกษาธรรมดาจะมีคนชุดดำเดินตามหลังเป็นขบวนได้ไง 

เรื่องนี้พี่ไคเกือบจะไม่ยอมแล้ว แต่สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่า ให้จวินกับโฉวคอยปลอมตัวอยู่ใกล้ตัวผมแทน อย่างจวินก็เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของหอพัก ส่วนโฉวก็เปิดร้านถ่ายเอกสารอยู่ใต้ตึกคณะผม

และอย่าคิดว่าการอาศัยอยู่เมืองไทยเพียงลำพังพี่ไคกับคุณป๊าจะยอมให้มีบอดี้การ์ดแค่สองคนนะ คนที่เหลือพักกันอยู่ที่คอนโดฯหน้ามหาวิทยาลัยรอสแตนบายเผื่อเกิดเรื่องที่ต้องเรียกตัว และอีกส่วนก็อยู่บ้านใหญ่

สบายกว่าเจ้านายอย่างผมอีก

“ว่าไงครับ ใครมาส่ง ไอ้เด็กเรียนหมอนั่นใช่ไหม” เมื่อผมเงียบไปจวินก็ทวนคำถามเดิมเพื่อเค้นคำตอบ

“เรียกพี่เคนดีๆหน่อย เขาเป็นรุ่นพี่ฉัน แล้วนี่อย่าโผล่พรวดพราดมาคุยแบบนี้สิบอกกี่ครั้งแล้วเนี่ย คนอื่นเห็นเขาจะสงสัยเอาได้นะ” 

“คุณหนูใจดีคอยซื้อของกินมาให้ผมตลอด เราเลยสนิทกันคุยกันตามประสา คนนอกเขาก็คิดอย่างนั้นกัน ไม่เป็นไรหรอกครับ” ในความเป็นจริงคือผมซื้อมาให้เพราะเห็นว่าคนที่ชีวิตเคยสบายมาตลอด เป็นบอดี้การ์ดทำงานติดตามผมอย่างหรูหรามาเกือบทั้งชีวิต กลับต้องปลอมตัวเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยเข้าเวรเป็นกะ อดหลับอดนอนก็เลยสงสาร

“อยากเปลี่ยนงานอีกก็ตามใจ” ทำท่าจะผละขึ้นห้อง แต่ไอ้คนขี้ตื๊อไม่ยอมง่ายๆ

“ยังไม่ได้ตอบคำถามผมเลยนะครับคุณหนู”

“นี่ตกลงฉันหรือนายกันแน่ที่เป็นเจ้านาย” ผมแกล้งยืนตัวตรงกอดอกทำมาดดุใส่ แล้วคิดว่าคนโหดที่ฆ่าคนได้ตาไม่กระพริบจะกลัวไหม ไม่ต้องเดา ตอบเลยว่าไม่

“ผมต้องรายงานคุณชายใหญ่เวลาที่มีคนเข้าใกล้คุณหนู”

“นายเป็นคนของฉันนะลี่จวิน” ครั้งนี้ผมจริงจังโดยไม่แกล้งแล้ว แน่นอนว่าผมรักพี่ไค แต่ในเมื่อเกิดมาในตระกูลนี้ แต่ละคนย่อมมีคนสนิทของตัวเองที่ไว้ใจได้ ไม่ใช่คนที่คอยตามแล้วรายงานความประพฤติของผมให้คนอื่น

ความรู้สึกเหมือนถูกหักหลังทำให้ผมโกรธขึ้นมานิดๆ จวินคงจะรู้สึกได้ เขากลับยิ้มและตอบอย่างใจเย็น

“ผมรายงานในสิ่งที่จะไม่ทำให้คุณหนูลำบาก แต่เชื่อเถอะว่าผมไม่มีวันทรยศคุณหนูแน่นอน ต่อให้คนๆนั้นจะเป็นนายใหญ่หรือคุณชายใหญ่ก็ตาม”

“แล้วกับม๊าล่ะ”

“อ่า” คนมั่นใจถึงกับหน้าเสียไปเลย

“เหอะ ไอ้นกสองหัว ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย”

“คำไทยแท้แต่ผมเข้าใจนะคุณหนู ผมอยู่กับคุณหนูที่ไทยมาเป็นสิบยี่สิบปี...ล้อเล่นนะครับ ต่อให้เป็นคนที่ใหญ่ที่สุดในบ้านอย่างนายหญิง ผมก็ไม่หักหลังคุณหนูหรอก”

“จำคำพูดนี้เอาไว้ก็แล้วกัน” ปากคล้ายจะข่มขู่ แต่ผมเอ่ยคำขอบคุณบอดี้การ์ดคนสนิทผ่านทางสายตา และเชื่อว่าจวินก็รับรู้เช่นกัน 

“แน่นอนครับ”

บรรยากาศเริ่มตึงเครียดไปแล้ว เลยพูดอีกเรื่องที่นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้สั่ง

“ไปเปลี่ยนใครสักคนมาเฝ้ายามที่นี่แทนสักสองสามวันนะ ส่วนนายก็ไปพักบ้างได้แล้วไป เห็นสภาพแล้วสงสาร กล้ามล่ำๆหายหมดแล้วมั้ง วันๆเอาแต่นั่งเฝ้ายามเนี่ย”

“ไม่อยากให้กล้ามผมฟีบ ฝีมือผมตก คุณหนูก็ยอมให้ผมกับโฉวกลับไปเป็นบอดี้การ์ดอย่างเดิมสิครับ”

“งั้นก็ฟีบต่อไปเลย ไอ้บ้า”

“ฮ่ะๆๆ ล้อเล่นครับ ล้อเล่น”

“จวิน เรื่องให้พักน่ะ พูดจริงนะ อีกไม่นานพี่ไคจะกลับมาแล้ว คุณป๊าเองก็จะพาม๊ามาด้วย ทางเราเองคงมีอะไรหลายอย่างต้องเตรียมตัว”

จวินมองสบตากับผมนิ่ง จากนั้นก็พยักหน้าอย่างเข้าใจกัน

“ครับ”

“ฝึกตัวเองให้พร้อม คราวนี้จางกรุ๊ปคงจะต้องรับศึกหนักกว่าหนก่อนแน่นอน พาโฉวกลับบ้านใหญ่แล้วเบ่งไอ้กล้ามแน่นๆนั่นกลับมาซะ”

“ทราบแล้วครับ คุณหนู”

ผมพยักหน้าให้กับจวินที่ก้มหัวรับคำสั่งแล้วเดินกลับขึ้นห้อง ความรู้สึกหลากหลายปะปนกันจนหนักอึ้ง ทั้งดีใจที่ครอบครัวจะกลับมาพร้อมหน้า แต่ก็หนักใจเมื่อคุณป๊าประกาศจะลงทุนธุรกิจสำคัญในไทยซึ่งจะขัดผลประโยชน์กับผู้มีอิทธิพลเจ้าถิ่นอย่างแน่นอน

สิ่งที่ผมหนักใจไม่ใช่ปัญหาเหล่านั้น แต่เป็นความกังวลว่า สิ่งที่กำลังปกปิดเอาไว้

มันจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป

100% Up

******

น้องไม่ไสย ไม่ทำดา บอกเลย อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.546K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,789 ความคิดเห็น

  1. #2766 mind110748 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 09:45
    ผู้หญิงผู้ชายก็มีคนขี้นินทาหมดนั่นแหละค่า เลิกstereotypeซักที คิดว่านิสัยแบบนี้ขึ้นอยู่กับเพศ?
    #2,766
    0
  2. #2732 IIISKY__ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 17:14
    ไม่เป็นความลับก็ช่างมันเถอะน้องหนู คนที่จะเป็นเพื่อนเราทั้งทีควรจะเห็นที่เราเป็นเรานะคับลูก
    #2,732
    0
  3. #2691 Earn0624 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 17:04
    เพื่อนไม่น่ารักซักคนเลยอ่าคับลูกกก หาแฟนดีกว่าๆ ชื่อฮอร์คก็ดีนะ
    #2,691
    0
  4. #2664 Shuwub (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 16:48
    เพื่อนแบบนี้ไม่เรียกว่าเพื่อนนะคะ
    #2,664
    0
  5. #2647 NACHI1743 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 20:29
    ตัดได้ตัดค่ะแบบนี้ภาระ
    #2,647
    0
  6. #2601 น้องเป้แฟนพี่กี (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 07:59
    ฉันไม่ชอบกลุ่มเพื่อนชาทั้งกลุ่มเลยอ่ะ อยากให้ชาได้คบเพื่อนดีๆ
    #2,601
    0
  7. #2557 Sansuyu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 23:48
    อ่ะ ชั้นว่าปิ่นชอบพี่เคน
    #2,557
    1
    • #2557-1 Pat-osw-k-no(จากตอนที่ 3)
      11 พฤษภาคม 2563 / 20:56
      +++ เลยจย้า
      #2557-1
  8. #2475 CallistoJpt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:40
    น้องชาหนูทนกับแก๊งนี้มาได้ยังไงตั้งหลานปีนะลูก
    #2,475
    0
  9. #2407 mileyduchess (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:11
    ตกลงว่าปิ่นนี่เป็นคนยังไงนะ เหมือนจะดีที่ไม่บังคับชาให้ไปกับพี่เคน แต่ก็ไม่ดีที่ชอบพูดใส่ชา แต่ว่านะไม่ใช่ว่าปิ่นแอบชอบพี่เคนแล้วมาร้ายใส่น้องชาทีหลังหรอกนะ คงไม่ใช่หรอกมั้งๆๆๆ
    #2,407
    0
  10. #2389 Noonn Chutima (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:29
    ตะหงิดๆกะกลุ่มเพื่อนน้องชาจังเลยเน้ออ ก่ำกึ่งเหลือเกินนดีไม่ดีน้าาาตามอ่านต่อไปปป
    #2,389
    0
  11. #2321 Pinkao Channgam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 23:23
    เพื่อนชาดันชื่อเดียวกับเราอีกเวลาอ่านแล้วเหมือนโดนด่ายังไงไม่รู้
    #2,321
    0
  12. #2237 RealThxnB (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 18:39
    ปากเพื่อนแต่ละคนนี้แบบ
    #2,237
    0
  13. #2181 J_NIN (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 18:19

    อ่านแล้วทั้งหงุดหงิดทั้งอึดอัด เมื่อไหร่จะเลิกคบกันเพื่อนกลุ่มนี้

    #2,181
    0
  14. #2173 Jinjoo.K (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 15:17
    อยากให้ชาเลิกเป็นเพื่อนกับกลุ่มนี้สักที นี้รอดูพัดอีกคนว่าจะนิสัยยังไง ถ้าดีก็คบต่อได้ แต่ที่เหลือโยนทิ้งน้ำเถอะ ก็เข้าใจน้องนะว่าคนเราไม่เคยมีเพื่อนเลย พอได้มีสักคนให้เขาแย่ยังไงก็จะพยายามคีพ ค.สัมพันธ์เอาไว้ แต่สิ่งนึงที่น้องต้องรู้คือคนเราไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนก็ได้ ถ้าเพื่อนคนนั้นมันเฮงซวย
    #2,173
    0
  15. #1764 Miki_milky (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 06:26
    พี่เคนเป็นคนดีมั้ยนะ
    #1,764
    0
  16. #1750 Panatda_jjk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 01:16
    อ่านแล้วหงุดหงิด แต่ก็จะอ่านต่อ
    #1,750
    0
  17. #1553 Kisaragi Ryuji (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 18:05
    เดียวชาคงได้เลิกเป็นเพื่อนกับพวกปิ่นสักวันอ่ะ อยากให้เลิกเร็วๆ
    #1,553
    0
  18. #1534 ซีเอชโอเอ็มพียู..yy.. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 09:23
    คือเพื่อนชานี่ยังไงอ่ะ?ได้หรอหว่ะ ส่วนปิ่นนี่จริงๆอิจฉาป่ะเลยไม่ยัดเยียดเหมือนคนอื่น ส่วนชาปล่อยผ่านหลายสิ่งไปลูก มันจะยุ่งยากทีหลังเอา
    #1,534
    0
  19. #1372 กระต่ายชอบลาเต้:D (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 00:07
    กรี้ดดดด อ่านมาไม่กี่บรรทัด ยัดเยียดให้เพื่อนไปดูหนัง!ถามจิงง งานกลุ่มต้องมาก่อนรึป่ะ!!
    #1,372
    0
  20. #1371 กระต่ายชอบลาเต้:D (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 00:04
    อ่านถึงที่มิ้นบอกพี่เคนในไลน์เรื่องร้านอาหาร คือหงุดหงิดมาก ไม่ไหวกับเพื่อนกลุ่มนี้ของชาจริงๆ ความเป็นส่วนตัวเลยนะเฮ้ย อย่างน้อยก็ถามชาก่อนสิว่าอยากให้บอกมั้ย เพื่อนอีกคนก็เหยียดเก่งนินทาเก่ง เฮ่อออ ไปค่ะ บ่นเสร็จแล้วก็อ่านต่อ
    #1,371
    0
  21. #1337 Ruruka Buta (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 18:37
    น้องไม่เป็นคุฯหนูนุ่มนิ่มอย่างที่คิดนะ เกิดในครอบครัวธุรกิจสีเทามันต้องสตรองงงงงงงง
    #1,337
    0
  22. #1325 FuFarlala (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 14:49
    เพื่อนแต่ล่ะคนแบบ...
    #1,325
    0
  23. #1290 mummummi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 02:14
    ปวดใจกับเพื่อนที่น้องเลือกมาอ่ะ
    #1,290
    0
  24. #1189 อาร์ซีทาเอ่อร์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 23:49
    ขอให้น้องเจอเพื่อนดีๆ ปวดหัวกับนิสัยเพื่อนแต่ละคน
    #1,189
    0
  25. #1062 yellowpage (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 16:29
    นิสัยก็คือไม่บอกไม่รู้ว่าลูกมาเฟีย
    #1,062
    0
  26. #802 ฟิลลิปส์_ฟิลส์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 18:09
    แต่ละคนในเรื่องอ่านละปวดประสาท นายเอกนี่คือไร รู้ว่าอยากมีเพื่อนนะ แต่ฉลาดให้สมเป็นลูกมาเฟีย หาดีกว่านี้ไม่ได้หรอ
    #802
    1
    • 10 มกราคม 2563 / 13:37
      ในเรื่องเขาก็เขียนไวนะว่าน้องรู้แต่เพราะอยากมีเพื่อนเลยหรอกตัวเอง​ เพราะน้องมีปม​ ถ้าคนรู้ว่าเป็นลูกมาเฟียน้องก็จะไม่มีเพื่อน​ น้องไม่รู้จะทำตัวยังไงให้ได้เพื่อน​ เลยใช้เงินหาเพื่อน​ ในเรื่องถ้าอ่านแล้วคิด​ ตีความ​ มันก็บอกหมดแล้ว​ อ่านแล้วคิด
      #802-1