Find my FAN #ชาจะมีเพื่อน

ตอนที่ 26 : #25 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35,151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,051 ครั้ง
    19 ม.ค. 63

 

 

 

“พี่ชา!” ผมหันไปตามเสียงเรียก เจ้าของรอยยิ้มสดใสเดินตรงเข้ามาหาด้วยความดีใจ เห็นแล้วก็อดจะยิ้มตามไม่ได้ ผมพยักหน้าตอบรับน้อง คนที่ยืนอยู่ด้วยเลยหันไปมองด้วยความใจและแปลกใจ

วันนี้มีนัดคุยเรื่องข้อตกลงสัญญากับลูกค้าในร้านอาหารที่ห้างฯไม่ไกลบริษัทเท่าไหร่ เป็นงานของจางคอร์ปอเรชั่นที่ผมรับผิดชอบอยู่ ลูกค้ารู้จักผมดีอยู่แล้วว่าเป็นใคร การที่เด็กนักศึกษาธรรมดาคนหนึ่งกลับเดินผ่านบอดี้การ์ดเข้ามาหาผมได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องมีการตรวจค้นอาวุธ เขาจะรู้สึกสงสัยก็ไม่แปลกหรอก

“พี่ชา อ๊ะ ขอโทษครับ ผมไม่เห็นว่าพี่ชาคุยอยู่” น้องวินทร์หันไปมองหน้าลูกค้าผมก่อนจะก้มหัวขอโทษ

“ไม่เป็นไร คุยงานเสร็จแล้วพอดี วินทร์นี่คุณทรายเป็นลูกค้าบริษัทพี่น่ะ ส่วนคุณทรายครับนี่น้องวินทร์ครับ” ทำหน้าที่แนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน ทักทายกันเล็กน้อยคุณทรายก็ขอตัวกลับไปทำงานต่อ

บอกลาคุณทรายผมก็หันกลับไปคุยกับน้องวินทร์

“ทำไมมาที่นี่ได้ ไม่มีเรียนเหรอ”

“เลิกแล้วครับ ตอนบ่ายว่างเลยมาทานข้าวเที่ยงกับเพื่อนที่นี่ พอแยกกับเพื่อนกำลังจะกลับก็เจอพี่ชาพอดี” น้องชายคุณเหยี่ยวอธิบายเสียงใส

ทั้งที่ฮอว์กและกวินทร์ มีความหมายว่าเหยี่ยวเหมือนกัน แต่น้องวินทร์กลับร่าเริงเข้ากับคนง่ายไม่ชอบความโดดเดี่ยวเหมือนชื่ออย่างพี่ชายเลย

“มาคนเดียวเหรอครับ?”

“ตอนขามามากับเพื่อนครับ แต่ตอนนี้จะกลับคนเดียว”

“อยู่คนเดียวมันอันตรายนะครับ” ผมบอกด้วยความหวังดี

“กลางห้างฯคนออกเยอะแยะพี่ชา แล้วทางกลับบ้านก็ไม่ได้เปลี่ยว ผมขึ้นรถไฟฟ้าไปต่อวินที่ปากซอยก็ถึงบ้านแล้วนะ” เหมือนว่าคนจะไม่รู้ถึงสถานะของตัวเอง ท่าทางไร้กังวลนั่นก็ดีอยู่หรอก แต่ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เหมือนที่เกิดกับผมก่อนหน้านี้

พอมองไปรอบๆตัวก็พบว่ามีคนคุ้นหน้าปะปนอยู่กับฝูงชนจำนวนหนึ่ง เสื้อผ้าทั่วไปไม่เด่นสะดุดตาด้วยชุดสูทดำทำให้เกือบจำไม่ได้ ถ้าไม่ติดว่าหนึ่งในนั้นคือลูกน้องคนสนิทของคุณเยียนที่พบหน้ากันบ่อยๆ

พี่ไคคงไม่ได้บอกอะไรน้องเลย

และน้องวินทร์ก็คงไม่รู้ว่าตัวเองกำลังถูกตามคุ้มกันอยู่เงียบๆ

“นี่ออกมาข้างนอกได้บอกใครบ้างหรือเปล่า”

“บอกใคร? แม่เหรอครับ แม่ไม่ว่าหรอกพี่ชา ถ้าผมจะกลับบ้านดึกเท่านั้นแหละถึงจะไลน์ไปบอก ทางที่บ้านไม่ได้เปลี่ยว ไม่ต้องกลัวโจรปล้นหรอกครับ”

“ถ้าโจรกระจอกพี่ก็คงไม่ห่วงหรอกนะ” ผมถอนหายใจเมื่อน้องวินทร์ทำหน้าไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูด หันไปหาคนสนิทของตัวเองที่ยืนอยู่ไม่ไกล “จวิน”

“ครับ คุณหนู”

“ไปบอกพวกนั้นว่าฉันจะพาน้องวินทร์เข้าออฟฟิศด้วยกัน”

“ได้ครับคุณหนู” จวินโค้งตัวลงรับคำสั่ง ก่อนจะเดินตรงไปหาคนของพี่ไค พูดคุยกันไม่กี่ประโยคบางส่วนก็หายไปจากสายตา คิดว่าคงไปเตรียมตัวเรื่องการเดินทาง

“พาผมไปออฟฟิศ?” เมื่อน้องวินทร์ยังทำหน้างงๆ ผมก็คลี่ยิ้มหวานส่งสายตาเจ้าเล่ห์ไปยังคนที่ตัวสูงพอๆกัน เจ้าเด็กตัวขาวยิ่งงงเข้าไปใหญ่ แต่ก็นั่นแหละ ผมชอบหน้าตาใสซื่อแบบนี้จริงๆ...พี่ไคก็คงถูกใจสิ่งนี้เหมือนกัน

“ใช่ ไปเที่ยวเล่นที่ออฟฟิศตระกูลจางกันดีกว่า ศึกษางานในอนาคตของน้องวินทร์ด้วยไง”

“หืม?”

ถึงน้องจะไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่ก็ยอมตามผมมาที่ออฟฟิศโดยดี ผมสั่งให้คนขับรถจอดที่หน้าตึกสูงเสียดฟ้าซึ่งเป็นอาคารสำนักงานของจางกรุ๊ปแทนที่จะเข้าไปยังชั้นจอดรถของผู้บริหารฯ นึกสนุกอยากจะพาน้องชายคนสำคัญเดินอวดสายตาพนักงานให้ทั่วนั่นเอง

“ถึงแล้วครับคุณหนู คุณวินทร์” จวินเดินอ้อมมาเปิดประตูให้ ผมแปลกใจนิดหน่อยที่รถไม่ได้จอดตรงประตูแต่พอเห็นว่ามีขบวนรถสีดำสามคันของพี่ไคจอดขวางเอาไว้อยู่ก็เลิกสงสัย

“น้องวินทร์ลงไปเดินเล่นก่อนก็ได้นะ” เพราะติดคุยสายกับคุณทรายที่แยกกันไม่นาน เรื่องข้อสงสัยในสัญญาบางจุดทำให้ผมนั่งต่อในรถที่เงียบสงบกว่าด้านนอกที่คนพลุกพล่าน น้องพยักหน้าแล้วก็ลงจากรถไป

เมื่ออยู่ในอาณาเขตของจางกรุ๊ป ผมเลยไม่ได้กังวลใจเท่าไหร่ คงไม่มีใครบ้าดีเดือดบุกเข้ามาชิงตัวน้องถึงที่นี่แน่นอน การพูดคุยใช้เวลาเกือบสิบนาทีกว่าจะเข้าใจกัน วางสายจากคุณทรายผมก็ก้าวลงจากรถ มีจวินยืนรออยู่ข้างประตู

“น้องวินทร์ล่ะ”

“ผมเห็นว่าด้านนอกร้อนเลยให้คุณวินทร์เข้าไปรอแถวๆล็อบบี้ด้านในก่อนครับ” พยักหน้ารับรู้ที่จวินรายงาน อากาศตรงนี้ก็ร้อนจริงๆอย่างที่ว่า แต่ว่านะ มันก็ไม่มีวันไหนที่ประเทศไทยจะไม่ร้อนอยู่แล้ว

ไม่กี่ก้าวจากรถเข้ามาด้านในเหงื่อผมยังเริ่มซึม ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศปะทะเข้าใบหน้าเมื่อประตูอาคารเปิดออกทำให้รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก้มหัวเกือบถึงเอวเมื่อเห็นว่าผมเป็นคนที่เดินเข้ามา นอกจากนั้นยังมีบอดี้การ์ดอีกหลายคนบริเวณนี้

ผมมองหาคนที่พามาด้วย ตั้งใจจะเรียกให้ขึ้นไปยังชั้นบริหารด้วยกัน พี่ไคต้องตกใจแน่ที่อยู่ๆน้องก็มา ตอนที่สั่งให้จวินไปบอกคนของพี่ไคก็กำชับไปแล้วนะว่าไม่ต้องรายงาน ตั้งใจจะทำให้เซอร์ไพรส์...

“นี่! เด็กฝึกงานน่ะทำไมไม่ห้อยป้าย แล้วทางเข้าตรงนี้เป็นของลูกค้านะ อย่ามาเสนอหน้าแถวนี้ ไปเข้าประตูสำหรับพนักงานโน่น” เสียงตะคอกห้วนที่น่ารำคาญหูดังมาแต่ไกลดึงความสนใจให้หันไปมอง

สิ่งที่เห็นคือน้องวินทร์ยืนทำหน้ามึนชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

“ผมเหรอครับ?”

“เออสิ คิดว่าฉันจะพูดกับใครล่ะ ถ้าไม่ใช่นายน่ะ” คนพูดเป็นผู้ชายอายุน่าจะประมาณสามสิบต้นๆ หน้าตาสะอาดสะอ้าน ใส่เครื่องแบบพนักงานระดับผู้จัดการของจางคอร์ปอเรชั่น สีหน้าดุดันวางอำนาจ รวมถึงสายตาที่เต็มไปด้วยอคติ “เพราะแบบนี้แหละถึงไม่ชอบที่บริษัทจะรับพวกเด็กฝึกงานมั่วซั่ว ที่นี่เป็นองค์กรใหญ่นะ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นมาให้เด็กยังเรียนไม่จบลองสนาม เฮ้อออ”

“คุณหนูให้ผม...”

“ไม่ต้อง” ผมยกมือห้ามจวินที่ทำท่าจะขอเข้าไปช่วยน้องวินทร์ แล้วกอดอกยืนดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ ด้วยความอยากรู้ว่าน้องจะรับมือกับสถานการณ์นี้ยังไง “คนนั้นใคร”

คนสนิทของผมยกแทปเล็ตอันเล็กขึ้นมากดดู เป็นข้อมูลของพนักงานของจางกรุ๊ปทุกหน่วยงานทั้งหมดห้าพันกว่าคน ไม่นานก็เงยหน้าขึ้นมารายงาน “ผู้จัดการแผนกต้อนรับและประชาสัมพันธ์ จางคอปฯ ครับ”

“ผู้จัดการ? นี่จับฉลากได้มาหรือไง” ความไม่พอใจของผมพุ่งสูงขึ้นทันที ไม่ใช่แค่เพราะว่าเขากำลังตะคอกใส่น้องวินทร์แบบไม่ให้อีกฝ่ายมีจังหวะได้แก้ตัว แต่กิริยามารยาทแบบนี้น่ะเหรอ เป็นถึงผู้จัดการของแผนกที่เป็นหน้าตาบริษัท

“คุณปั้นชา” อยู่ๆเลขาฯของผมก็โผล่มา มองนาฬิกาเป็นเวลาบ่ายโมง คงเพิ่งกลับจากทานข้าว มองเหตุการณ์ตรงหน้าผมแล้วก็หน้าเสีย “ให้ดิฉันไปห้ามไหมคะ”

“ไม่ต้องหรอก แต่ผมไม่เข้าใจ ทำไมต้องโวยวายใส่นักศึกษาฝึกงาน ถ้าอยากอบรมควรไปทำกันส่วนตัวสิ ตรงนี้ถ้ามีลูกค้าเข้ามาติดต่องาน ภาพลักษณ์ของบริษัทจะเสียหายแค่ไหน เห็นทีผมคงต้องคุยกับฝ่ายบุคคลที่คัดเลือกผู้จัดการแต่ละแผนกบ้างแล้ว”

“เอ่อ คือจริงๆแล้ว...” คุณเลขาฯทำสีหน้าปั้นยาก อึกอักเหมือนอยากพูดแต่ก็ไม่พูด

“มีอะไรก็พูดสิครับ”

“ค่ะๆ” พอถูกดุก็รีบเล่าด้วยความเร็วทันที “พอดีผู้จัดการคนนี้เขาไม่ค่อยชอบพวกนักศึกษาฝึกงาน กับคนหนุ่มๆสาวๆเท่าไหร่ค่ะ เขา...คือได้ยินมาว่า เขากลัวไปถูกใจท่านรองประธานเข้า”

“พี่ไค?” ผมทำหน้าบอกให้เล่าต่อว่ามันเกี่ยวอะไรกับพี่ไค

“เหมือนเด็กๆในแผนกจะพูดกันว่า ผู้จัดการคนนี้แอบชอบท่านรองประธานอยู่ เขาเอามาอวดประจำว่าได้คุยแล้วก็สนิทกับท่านรองประธานค่ะ”

“แล้วก็ปล่อยให้เขาพูดต่อไปโดยไม่จัดการอะไรเนี่ยนะ คุณเป็นถึงเลขาฯผู้บริหาร ทำไมรู้แล้วไม่ทำอะไรบ้าง รู้ไหมว่ามันจะทำให้พี่ไคเสียชื่อเสียง” ให้ตาย ผมโคตรจะโกรธเลยตอนนี้ จวินทำสายตาประมาณว่าไอ้ผู้จัดการคนนี้ไม่รอดแน่

ใช่ คิดอย่างนั้นแหละถูกแล้ว

ไม่รอดแน่ๆ

 

--------------------

 

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ เขาแค่คุยกับคนในแผนกที่สนิทๆกันสองสามคนเท่านั้นเอง ไม่มีข้อมูลหลุดไปถึงหูคนอื่น แต่ทางฝ่ายบุคคลก็จับตามองอยู่แล้วนะคะ”

ผมได้แต่ถอนหายใจ ขี้เกียจจะฟังคำแก้ตัวของพวกพนักงาน แค่เสียงโวยวายของผู้จัดการนั่นก็ปวดประสาทเต็มที คนเริ่มเข้ามามุงกันบ้างแล้วยังไม่คิดจะหยุดเลย

“.....เด็กเดี๋ยวนี้แม่งง่าย คิดแต่จะสบายทางลัด รู้ไหมว่าคุณไคเขาไม่ชอบหรอกนะคนอย่างนี้” แหม เรียกซะสนิทเลยนะ แล้วก็เป็นจังหวะที่คนพูดไม่หยุดพักหายใจ น้องวินทร์ได้เลยโอกาสพูดบ้าง

“ครับ ผมก็คิดว่าพี่ไคคงไม่ชอบคนที่คิดจะสบายทางลัดเท่าไหร่หรอก”

“แก! นี่แกกล้าเรียกท่านรองประธานแบบนี้ได้ยังไง ใครอนุญาตให้แกเรียก” สายตาคนพูดแข็งกร้าว ทำท่าจะเข้ามาคว้าคอเสื้อน้องวินทร์เพื่อกระชากเข้าหาตัว แต่น้องวินทร์ถอยหลังหลบได้ก่อน อีกฝ่ายเลยคว้าได้เพียงอากาศ

“ไม่ต้องมีใครอนุญาตหรอกครับ แล้วก็ที่ผมพยายามจะบอกคือ ผมไม่ใช่เด็กฝึกงานที่นี่ ผมเพิ่งเรียนแค่ปีสอง ถึงจะฝึกงานก็คงไม่ใช่บริษัทนี้แน่นอนครับเพราะเรียนนิเทศฯ”

“...”

“ดังนั้นคุณควรสอบถามผมให้แน่ใจก่อนที่จะด่านะครับ ต่อให้ใส่ชุดนักศึกษามาก็ไม่แน่ว่าผมอาจจะเป็นลูกหลานของลูกค้าคนสำคัญของบริษัทก็ได้ อ้อ แต่ผมไม่ใช่หรอกนะ แค่ยกตัวอย่างให้คุณระวังหน่อย บริษัทนี้ใหญ่โตและมีชื่อเสียง การมาตะคอกเด็กปาวๆอยู่ตรงนี้มันจะทำให้จางกรุ๊ปเสียหายเอานะครับ”

“ฉันเป็นถึงผู้จัดการแผนก แกเป็นแค่เด็กมีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนฉัน”

คนบางคนก็โตแต่ตัว สมองไม่โตนะผมว่า เด็กสิบเก้าอย่างวินทร์ยังคิดได้มากกว่า สงสัยคำว่าอีโก้จะค้ำคอจนไม่รับฟังความคิดเห็นจากใคร

เมื่อพอใจกับท่าทางการตอบโต้คนอย่างใช้สติของน้องวินทร์แล้ว ผมก็คิดที่จะเข้าไปช่วย ขี้เกียจเสียเวลามากกว่านี้ แต่พอดีว่าสายตาเหลือบไปเห็นใครบางคนเดินตรงดิ่งหน้าบึ้งตึงเข้าไปซะก่อน

ขโมยซีนกันนี่นา...พี่ไค

“มีอะไรกัน” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจทำให้พนักงานถอยออกจากห่างจากจุดที่คนทะเลาะกันไปอีกหลายเมตร แต่ละคนหน้าซีดกันหมด ด้วยรู้กิตติศัพท์ของพี่ไคดี ท่านรองประธานนั้นดุกว่าท่านประธานเป็นไหนๆ

สีหน้าท่าทางที่ใช้กับคนภายนอกทั่วไปนั้นเย็นชา สุขุม น่าเกรงขาม แม้แต่ผู้จัดการที่ฉอดๆใส่น้องวินทร์เมื่อกี้ก็ยังช็อกเพราะไม่คิดว่าพี่ไคจะโผล่มากะทันหันอย่างนี้

“ว่าไง ฉันถามว่ามีอะไรกัน ทำไมถึงทำเสียงดัง” คิดว่าคนถามน่าจะรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

พี่ไคเลี้ยงผมมา ย่อมมีนิสัยไม่ต่างจากผมอยู่แล้ว...ปั่นเก่ง หลอกให้ตายใจ แล้วเก็บไว้เชือดทีหลัง

“คือ คือเด็กคนนี้พยายามจะเข้ามาในบริษัททั้งๆที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องน่ะครับ ผมเลยห้ามไว้” คนโกหกอธิบายเสียงเบา ไม่กล้าสบตาพี่ไคเท่าไหร่นักทั้งที่ก่อนหน้านี้อ้างชื่อเหมือนกับสนิทสนม และพี่ไคคงได้ยินตั้งแต่แรกเลยตอกกลับนิ่มๆ

“แล้วนายเป็นใคร?”

“อ้อ เด็กคนนี้เป็น...”

“ไม่ใช่ ฉันถามว่านายนั่นแหละเป็นใคร?” พนักงานในแผนกที่ยืนด้านหลังหันไปซุบซิบกันทันที เสียงไม่ได้เบาหรอก ขนาดผมที่เดินตามาอยู่ใกล้ๆพี่ไคยังได้ยิน

“ไหนคุยนักหนาว่าสนิทกับท่านรองไงแก”

“นั่นสิ บอกรู้จักกัน แล้วนี่ ท่านรองถามว่าเป็นใคร”

“ว้าย โป๊ะ ที่ผ่านมามโนไปเองใช่มั้ย”

“ฉันถามทำไมไม่ตอบ” พี่ไคเริ่มส่งเสียงเข้มขึ้น ไม่ได้ตะคอกอะไรแต่ก็น่ากลัวตามประสามาเฟีย คนตอบเลยเสียงสั่น..สั่นทั้งตัว เข่าอ่อนแทบจะยืนไม่อยู่

“ผะ ผะ ผม ผมเป็น ผะ ผู้จัดการ แผนก แผนกต้อนรับ และประชาสัมพันธ์ครับ”

“เยียน”

“ครับคุณชายใหญ่”

“ไล่ออกไปซะ”

“คุณไค...เอ่อ ท่านรองประธาน” ผู้จัดการแผนกร้องเสียงหลงในตอนแรก รีบเสียงอ่อนเมื่อถูกสายตาเอาเรื่องของพี่ไคตวัดมอง ข้อหาที่บังอาจเรียกชื่อของเขา “ผม อย่าไล่ผมออกเลยนะครับ ผมแค่ทำตามหน้าที่ ช่วยสแกนคนไม่ให้แอบเข้ามาในบริษัทเท่านั้น”

“แต่ที่ผมได้ยิน คุณยังไม่ได้ถามน้องวินทร์เลยนะครับ ว่ามาทำอะไร ประโยคแรกของพนักงานต้อนรับคือการตะคอกคนแปลกหน้าอย่างนี้ก่อนตลอดเหรอ”

“คุ คุณกฤตลิน” หน้าซีดกว่าเดิมอีกเมื่อเห็นว่าผมคงได้ยินทุกอย่างแต่ต้น คุณผู้จัดการเลยน้ำท่วมปากแก้ตัวไม่ออก

“น้องวินทร์มากับผม แต่ผมติดสายลูกค้าเลยให้เข้ามารอด้านในก่อน แล้วก็เห็นว่าคุณตะคอกคนที่ผมพามา แถมยังประกาศเรียกชื่อพี่ไคสนิทสนม สร้างความปั่นป่วนให้องค์กร สิ่งที่คุณทำมันแย่ยิ่งกว่าปล่อยให้เด็กคนหนึ่งเล็ดลอดเข้าไปในออฟฟิศได้ซะอีกนะครับ หน้าที่พวกนั้นเป็นของหน่วยรักษาความปลอดภัยไม่ใช่ของคุณ”

“พอเถอะ” พี่ไคตัดบทตามประสาคนไม่ชอบความยืดเยื้อ ไม่สนใจคนดวงซวยอีกต่อไป ขยับเข้าไปประคองเอวน้องวินทร์

ภาพที่ทำให้พนักงานที่ยืนมุงฮือฮา ก่อนจะอ้าปากค้างเมื่อได้ยินน้ำเสียงอ่อนโยนที่ใช้เฉพาะกับคนในครอบครัว ไม่มีความจำเป็นต้องประกาศก็ยืนยันสถานะของเด็กคนนี้ได้เป็นอย่างดี

“วินทร์มาทำอะไรที่นี่ครับ มาหาพี่เหรอ”

“ผมเจอพี่ชาที่ห้างฯ พี่ชาก็เลยพามาครับ”

“เสียใจนะครับ พี่ไม่มีกำลังใจออกไปทำงานแล้วเนี่ย”

“ทำไมครับ”

“ก็วินทร์ไม่ได้ตั้งใจมาหาพี่นี่”

“ที่นี่เป็นที่ทำงานนะครับพี่ไค ไม่ใช่ที่เที่ยวเล่น ผมจะมารบกวนเวลาทำงานของพี่ไคได้ยังไง”

“แต่วินทร์ก็มากับชาได้ พี่งอนได้ไหม”

“แฮ่ม ค่อยไปงอนกันทีหลังได้ไหมครบ ชายังมีงานต้องขึ้นไปเคลียร์ต่อ และพี่ไคก็น่าจะออกไปข้างนอกใช่ไหมครับ ไม่รีบเหรอ?”

“คนดีร้ายจัง” พี่ไคกล่าวหาอย่างไม่จริงจัง สายตามองน้องวินทร์อย่างแสนเสียดาย แต่สุดท้ายก็ตัดใจผละออก “พี่ต้องรีบไปทำงานจริงๆนั่นแหละ เอาไว้พี่เสร็จงานแล้วจะโทรหานะ”

“สู้ๆนะครับ”

“เด็กดี” ท่านรองประธานสร้างเสียงฮือฮอาอีกครั้งด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน มือใหญ่ยกขึ้นลูบเส้นผมสีดำของน้องวินทร์สองสามครั้ง ก่อนจะเดินเข้ามาหาผมและโน้มตัวลงหอมแก้มตามธรรมเนียมของที่บ้าน “ฝากคนดีดูแลน้องด้วยนะครับ พี่มีธุระสำคัญยกเลิกไม่ได้”

“ชาพาน้องมาก็ต้องดูแลอยู่แล้วสิครับ แต่พรุ่งนี้ขอนัดพบท่านรองประธานพร้อมกับHR บริษัทหน่อยนะครับ อยากรู้วิธีคัดเลือกคนเข้าแต่ละตำแหน่งอย่างละเอียดจังเลย” คำพูดของผมเสียงดังชัดเจน ต้องมีหลายคนแหละที่เย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง

“คนดีร้ายจริงๆด้วย” พี่ไคส่ายหน้าระอาใส่ผมน้อยๆ กลับไปบอกลาน้องวินทร์อีกครั้งแล้วรีบเร่งเดินไปที่รถ

เหอะ ถ้าอย่างผมร้ายแล้วพี่ไคที่เลี้ยงผมมาจะเรียกว่าอะไรล่ะ อสูรเหรอ

เพราะคุณป๊าไม่ได้เข้าจางคอร์ปอเรชั่นวันนี้ เลยพาน้องวินทร์มาเซอร์ไพรสได้แค่พี่ไคกับพนักงาน จวินแจ้งว่าคุณป๊ากับม๊าอยู่บ้าน หลังเลิกงานผมเลยสั่งให้คนขับรถพากลับบ้านใหญ่ เพื่อทำการเซอร์ไพรส์พ่อแม่ตัวเองต่อ

“สนุกใหญ่เลยนะครับคุณหนู” คนที่กล้าเถียงผมก็คงจะมีแต่คนสนิทอย่างจวินเท่านั้น โฉวเป็นสายตักเตือนไม่ค่อยจะแซะผมแบบนี้

“มีน้องชายน่ารักก็ต้องพาอวดทุกคนสิ ต่อไปจะพาไปให้ครบทุกที่เลย เปิดตัวว่าที่สะใภ้คนโตของจางกรุ๊ปดีไหม”

“พี่ชาครับ” น้องวินทร์นั่งหน้าแดง น่ารักมาก ผมอดใจไม่ไหวเอื้อมไปดึงแก้มจนยืดติดมือ

“เอาน่า ตอนนี้ไม่รู้อีกหน่อยคนก็รู้อยู่ดี ได้ยินพี่ไคคุยกับคุณป๊าแล้วก็ม๊าว่ารอวินทร์โตอีกนิดจะพาออกงาน จริงจังขนาดนี้วินทร์หนีไปมีคนอื่นไม่ได้แล้วรู้หรือเปล่า”

“พี่ชาอะ” นี่ก็เขินไม่เลิก น่ารักจริงเชียว

“แต่มาโดยไม่ได้แจ้งบ้านใหญ่ล่วงหน้าอย่างนี้จะดีเหรอครับ เกิดสวนทางกับนายใหญ่ขึ้นมา คุณหนูจะเป็นฝ่ายถูกเซอร์ไพรส์เองนะ”

“จะเป็นอย่างนั้นไปได้ยังไงเล่าลี่จวิน!”

ใช่ ผมน่ะ ไม่ได้ถูกคุณป๊าเซอร์ไพรส์ด้วยการไม่อยู่บ้านหรอก แต่รถที่จอดอยู่หน้าบ้านต่างหากที่ทำให้ผมทั้งงงและประหลาดใจอย่างมาก

บิ๊กไบก์สีดำแสนจะคุ้นตาที่ไม่ได้นั่งซ้อนท้ายมานาน

อยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน

 

 

100%

*******************

ขายของนิดนึงนะคับ น้องชาจะวางในงาน BL วันที่ 26 มกราคมนี้นะคะ รายละเอียดเพิ่มเติมเร็วๆนี้น้า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.051K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,803 ความคิดเห็น

  1. #2802 namwarncm (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2564 / 01:20
    แสบนักนะยัยชา ปั่นเขาไปทั่วเลย
    #2,802
    0
  2. #2755 IIISKY__ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 13:42
    ยัยเด็ดแสบชอบอวดพี่สะใภ้แถมได้จับโป๊ะแฟนตัวเองอีกกกก
    #2,755
    0
  3. #2714 Earn0624 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 23:02
    มาฝึกเป็นสตั๊นที่บ้านใหญ่ค้าบบบ
    #2,714
    0
  4. #2609 greentea_27 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 21:24
    โดนเซอร์ไพรส์เองเลย 55555555
    #2,609
    0
  5. #2592 sarunya1245p (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 22:51

    เอ็นดู5555https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-09.png

    #2,592
    0
  6. #2536 Kimpuaypark (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 10:55
    น้องโดนเศอไพรส์จริงๆด้วยย
    #2,536
    0
  7. #2500 CallistoJpt (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:10
    น้องวินทร์เป็นเด็กน่ารักจริงๆ แต่ว่าน้องชาได้เซอร์ไพรส์เองแล้วไหมคะงานนี้ 555555555
    #2,500
    0
  8. #2443 mileyduchess (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:24
    เอาแล้วๆๆๆๆ จะเซอร์ไพรส์เขา แต่ดันโดนเซอร์ไพรส์เอง
    #2,443
    0
  9. #2324 RealThxnB (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 23:53
    โดนเซอร์ไพรส์จริงๆด้วย555555
    #2,324
    0
  10. #2205 Jinjoo.K (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 23:48
    เซอร์พร้ายยยยยยยยยย5555555
    #2,205
    0
  11. #1997 kuropop (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 00:27
    ว้าวหนังสือละหนังสือ
    #1,997
    0
  12. #1934 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 23:48
    55555 เซอร์ไพรส์จริงๆ
    #1,934
    0
  13. #1930 pagy_hoho (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 22:55
    ฮอว์กมาทำอะไรน้า
    #1,930
    0
  14. #1927 Peraya_SK0062 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 21:00
    แงๆๆๆๆ ติดเรื่องนี้ชิบเป๋ง!! โคตรชอบ!!!!!
    #1,927
    0
  15. #1924 Joq19 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 17:53
    เซอร์ไพรส์มั้ยล่ะน้องงงงง
    #1,924
    0
  16. #1919 sun_snow (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 13:43
    มายั้ง คิดถึงแล้วววว
    #1,919
    0
  17. #1913 TfboysFan (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 01:41
    อยากอ่านต่อแล้วววว
    #1,913
    0
  18. #1912 tagza (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 01:18
    เซอพร้ายยยยยยน555555
    #1,912
    0
  19. #1905 nongsasa (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 22:59
    เอาเเล่วๆๆๆ โดนเองล่ะเส้ๆๆ 555 สิ่งที่เเม่คิดคงใช่นะลูกชา คนดี

    #เก็บตังอีกเรื่องยังไม่ครบเยยยย 5555 เเต่จะรวบเล่มลูกชาสุดที่รักมาให้ได้ เพราะเห็นเเต่อ้นเเต่อ่อน
    #1,905
    0
  20. #1903 luckynim (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 22:30
    คริคริ
    #1,903
    0
  21. #1900 nn1998 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 19:32
    หืมมมมม
    #1,900
    0
  22. #1899 TiwticAmp_90 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 17:53

    หึหึหึ

    #1,899
    0
  23. #1897 Chittaphonn (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 17:43
    จะรวมเล่มรึเปล่าคะตัวเอง
    #1,897
    1
  24. #1896 Miki_milky (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 16:43
    สมควรโดนไล่ออกแล้วผู้จัดการ
    #1,896
    0
  25. #1892 MayYL (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 14:59
    เอ๊ะ!! พี่เหยี่ยวมาทำอะไรที่บ้านน้าาา
    #1,892
    0