Find my FAN #ชาจะมีเพื่อน

ตอนที่ 2 : #1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37,539
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,913 ครั้ง
    4 ธ.ค. 62

 

 

 

AX U cute boy โพสต์เมื่อ 3 ชม. ที่แล้ว

และคู่จิ้นแห่งปีประจำปีนี้ได้แก่....#เคนชา คร้าบบบบบ ล่าสุดสายของเจ้ตาดีไปเห็นว่าคู่นี้เขานั่งกินข้าวสวีตหวานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งหน้ามอ โอ้ยย เหมาะสมกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

**แปะรูปแอบถ่าย**

 

KenAXU_FC พี่หมออออออออ ในฐานะแอดมินเราไม่อยากยกพี่หมอเคนให้ใครเลย แต่ถ้าเป็นพี่ปั้นชาของสูงบริหาร ยอมก็ด้ายยย

ทิงนอยนอย ขนาดนี้ก็คู่จริงไปเลยเถอะ

Abcdex เห็นพี่หมอเคนไปป้วนเปี้ยนแถวตึกบริหารฯบ๊อยยยยบ่อย

Yinsaktingtion กูเป็นผู้หญิงยังยอมแพ้พี่ชาเลยค่ะ คนอะไรมองมุมไหนก็ดูดี

สนใจทักเดมนะคับ น้องชาน่ารักที่สุดเลยครับ มองมุมไหนก็สวย สวยกว่าเมียเก่าพี่อีก

JaiThaiber_oneอันนั้นเขาไปกินกันหลายคนไม่ใช่เหรอคะ พอดีไปร้านเดียวกัน เห็นเพื่อนพี่ชาไปทั้งกลุ่มเลย แล้วพี่หมอเคนก็ตามมา แต่เจ้ถ่ายรูปมาตัดเหลือแค่เขาสองคนเอง

Aromaterapeeคู่นี้โคตรเหมาะ ยิ่งยืนคู่กันยิ่งเหมาะ หมอเคนหล่อ น้องชาน่ารัก

จับฉ่ายต้องไปจ่ายตลาด เอฟซีพี่หมอเคนเหมือนกันค่ะ แต่ก็เอฟซีพี่ปั้นชาด้วย แงงงงง เลือดวายจะมา

 

“แค่กินข้าวยังเป็นข่าวขนาดนี้ แกเปิดตัวคบกับพี่หมอเคนเมื่อไหร่ สงสัยเพจเจ้หลงได้ตั้งป้ายติดหน้ามหาลัยแน่ๆชา” มิ้นวางโทรศัพท์ลงหลังจากอ่านคอมเม้นต์ส่วนหนึ่งให้ฟัง

“เกินไปมิ้น อีกอย่างเราก็ไม่ได้คบกับพี่เคนสักหน่อย” ผมส่ายหน้าขำๆ เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก เจ้หลงที่เป็นแอดมินเพจคิ้วบอยของมหาวิทยาลัยชอบลงรูปคู่ผมกับพี่เคนเป็นประจำอย่างนี้ตั้งแต่หลายเดือนก่อน

ก็คงตั้งแต่ที่พี่เคนแวะเวียนมาตึกบริหารฯซึ่งเป็นคณะของผมบ่อยๆนั่นแหละ

ไม่ปฏิเสธหรอกว่าพี่เขามาจีบ ในเมื่อการแสดงออกมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว แถมเพื่อนๆก็ชอบชงชอบสนับสนุนเพราะคุณหมอรุ่นพี่คนดังของมหาวิทยาลัยนั้นจะมีของกินอร่อยๆติดไม้ติดมือมาฝากทุกคนเสมอ

“บอกไม่คบ แต่ก็เห็นไปกับเขาประจำไม่ใช่เหรอยะ” ปิ่นกรอกตาเบะปากใส่ เธอเป็นอดีตดาวบริหารฯ สาวสวยชอบแซะทุกคนอย่างนี้ประจำ(โดยเฉพาะผม) แต่ใครพูดอะไรไม่ได้เพราะปิ่นมักทำตัวเป็นหัวหน้ากลุ่ม ใครไม่ทำตามก็จะถูกแบน

เลยเลือกที่จะยอมๆไป

“ก็พวกเธอบอกให้ไปนี่ เวลาเราจะปฏิเสธก็ชอบยัดเยียดเราให้พี่เคนประจำ”

“จ้าาา ปฏิเสธสวยๆเนอะ” ปิ่นยังไม่หยุดเหน็บแนม ส่วนผมก็ไม่ได้เถียงอะไรกลับเพราะขี้เกียจมีเรื่องด้วย อุตส่าห์เป็นเพื่อนกันมาตั้งสามปี

ใช่ครับ สามปีแล้วที่ผมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยในประเทศไทยอย่างมีความสุข ตั้งแต่ที่ไม่เปิดเผยตัวตนว่าครอบครัวเป็นใครก็มีเพื่อนมากมายอยากจะคบหาด้วย ทุกคนยิ้มแย้มพูดคุย ชวนไปกินข้าว ดูหนัง แฮ็งค์เอ้าท์ด้วยอย่างที่เกือบทั้งชีวิตไม่เคยได้พบมาก่อน

ผมที่เคยมีแต่คนกลัวไม่กล้าสบตา ไม่เข้าใกล้ คนนั้นได้ตายไปแล้ว และเกิดใหม่เป็นนิวปั้นชา

“ไปนะ” อีกหนึ่งหนุ่มที่นั่งเงียบมาตลอดการสนทนาเก็บของใส่กระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืนหลังจากอาจารย์สั่งเลิกคลาส ผมจึงเงยหน้าขึ้นไปให้ความสนใจ

“อ้าว ไม่ไปกินข้าวกันก่อนเหรอพัด”

“ต้องไปทำงานพิเศษแล้วล่ะ ศุกร์เย็นอย่างนี้คนเยอะ ทิปก็เยอะ ไว้เจอกันนะ” พูดจบพัดก็รีบร้อนออกจากห้องไปทันที ผมมองเพื่อนที่แม้จะนั่งเรียนด้วยกันมาสามปีแต่ก็ไม่เคยไปเที่ยวหรือกินข้าวด้วยกัน พัดมักแยกตัวไปทำงานพิเศษเสมอ บอกว่าอยากแบ่งเบาภาระทางบ้าน

“จะไปชวนทำไมวะชา ก็รู้อยู่ว่าพัดมันเป็นเด็กทุน เด็กทุนน่ะเขาต้องทำงานแลกเงินอยู่แล้ว” พอคนหนึ่งออกจากกลุ่ม คนที่เหลือก็เริ่มนินทา คนเปิดประเด็นคนแรกมักจะเป็นเนม ผู้ชายอีกหนึ่งคนในกลุ่มของผมเอง

ที่จริงกลุ่มเพื่อนเราเป็นกลุ่มที่ใหญ่มาก มีกันเจ็ดแปดคนทั้งผู้หญิงผู้ชาย แต่ที่คุยกันบ่อยๆ เรียนเซกฯเดียวกัน ว่างไปไหนมาไหนด้วยตลอดก็จะมี มิ้น ปิ่นและเนมนี่แหละ

“เห็นว่าทำอยู่ตั้งสามที่แน่ะ เดือดร้อนเงินอะไรขนาดนั้น แค่เงินทำงานพิเศษสามที่นั่นทั้งปียังไม่พอค่ากระเป๋าฉันเลยนะแก” ก็แน่ล่ะ ลูกสาวเจ้าของหนังสือพิมพ์ดังอย่างปิ่นใช้ประเป๋าใบหนึ่งราคาไม่ต่ำกว่าแสนนี่

“คนเราต้นทุนไม่เท่ากัน พัดขยันก็ดีแล้วนี่ ทำงานหาเงินด้วยตัวเองตั้งแต่อายุเท่านี้น่าภูมิใจออก” ผมออกความคิดเห็นบ้างตามความจริง

“อย่ามาทำพูดดีไปหน่อยเลยน่าปั้นชา คนรวยๆอย่างพวกเราจะไปเข้าใจคนอย่างพัดได้ยังไง อ้อ ลืมไป ปั้นชาก็ไม่ได้รวยนี่เนอะ” ปิ่นมองผมแล้วเหยียดยิ้ม

สามปีมานี้ผมไม่ได้ใช้รถยนต์คันโปรดราคาร้อยล้าน หรือพักคอนโดฯราคาแพงที่ตั้งอยู่หน้ามหาวิทยาลัย เลือกของใช้ทุกอย่างเป็นของระดับกลาง ไม่แพงมากจนเกินไป รถก็เป็นรถญี่ปุ่นธรรมดาแค่ล้านต้นๆ หอพักที่นักศึกษาทั่วไปอยู่อาศัยกัน ดังนั้นถ้าเธอจะเข้าใจว่าฐานะทางบ้านผมแค่ปานกลางก็ไม่ใช่ความผิดของเธอ

ผมก็ไม่โทษนะที่เธอไม่รู้ เพราะตั้งใจให้ทุกคนคิดแบบนั้น แต่บางครั้งก็แอบเบื่อกับนิสัยที่ชอบตัดสินคนจากความรวยจนของเพื่อนกลุ่มนี้ ถึงขั้นเอาคนที่ด้อยกว่ามานินทานี่บางทีผมก็ทำเป็นลุกไปที่อื่นแบบเนียนๆ ไม่ร่วมคุยด้วย

แต่ก็จะมีบางคนเหมือนกันที่นิสัยดีหน่อยไม่ดูถูกใครและเข้าข้างผมเสมอ

“แต่อย่างน้อยชาก็ไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อนนี่ ไปไหนก็จ่ายตลอด เลี้ยงทุกครั้งเวลาไปเที่ยวจนคนที่บอกว่าตัวเองรวยๆไม่เคยควักจ่ายถึงได้ยอมให้เข้ากลุ่มด้วยน่ะ”

“อีมิ้น!”

มิ้นรีบก้มหน้าเพราะถูกปิ่นจิกสายตาใส่ เมื่อกี้คงลืมตัว แม้ว่ามิ้นจะไม่ดูถูกใครแต่ก็หัวอ่อนไม่ค่อยสู้คน

“ไม่เอาน่า อย่าทะเลาะกันสิ” ผมรีบเข้าไปแทรกกลางเพื่อนสองคนที่ทำท่าจะตีกันเอง เนมเห็นสถานการณ์ไม่ดีเลยรีบช่วยพูดอีกคน

“นั่นดิ เพื่อนกันทั้งนั้นจะทะเลาะกันทำไมวะ ไปๆเลิกเรียนแล้วไปหาไรกินกันดีกว่า ร้านเสต็กหน้ามอเปิดใหม่น่ะ เห็นในเพจรีวิวว่าอร่อย เราคงพลาดไม่ได้แล้วล่ะ ปะมิ้น” เนมรีบดึงมือมิ้นออกนำ ผมกับปิ่นเดินตามด้านหลัง หากไปได้ไม่กี่ก้าวก็มีเสียงเรียกเอาไว้

“เดี๋ยว”

เจ้าของเสียงทุ้มเรียบสนิทดึงความสนใจพวกเราสี่คนให้หันกลับไปมอง ผู้ชายร่างสูงใหญ่เกือบสองเมตรผมอันเดอร์คัทสูงสีดำสนิท คิ้วเข้ม สันกรามคม ผิวสีน้ำผึ้ง ทุกอย่างโดยรวมดูดีจนสาวๆต้องเหลียวหลัง หากไม่ติดว่าใบหน้านั้นติดเย็นชาและน่ากลัว พลาสเตอร์ยาแปะเฉียงที่หางคิ้ว โหนกแก้มมีรอยฟกช้ำกับรอยแผลเล็กน้อยประปราย

เพียงเห็นว่าใครเป็นคนเรียก ปิ่นก็ถอยกรูดไปรวมกับเนมและมิ้นทันที

 

---------------

 

“มีอะไรเหรอฮอว์กส่วนผมยืนนิ่งอยู่ที่เดิมและเป็นทัพหน้าออกปากพูดคุยกับเพื่อนร่วมคณะอย่างปกติ

“..ตก”

“หืม?”

“ของตก” มือใหญ่ยื่นสมุดแลกเชอร์สีชมพูเล่มหนึ่งมาตรงหน้า มีชื่อของปิ่นเขียนไว้จึงหันกลับไปมองหน้าเพื่อนสาวอดีตดาวคณะสมัยปีหนึ่ง

“อันนี้ของปิ่นไม่ใช่เหรอ”

“ชะ ใช่” ปิ่นตอบเสียงสั่นเสร็จก็รีบหลบตาไปทางอื่น 

“อ้าว มารับไปสิ ฮอว์กอุตส่าห์เก็บมาให้เนี่ย” ผมเร่งเพื่อนอีกครั้งแต่ปิ่นก็ยังอึกอักไม่ยอมเข้ามาใกล้

“คะ คือ เอ่อออ” 

“งั้นเรารับให้ก็แล้วกัน ขอบใจนะ”

“อืม” ทางนั้นปล่อยแลคเชอร์เมื่อผมจับส่วนปลายของอีกด้านไว้แล้ว เก็บมือตัวเองเข้ากระเป๋ากางเกงดังเดิม พยักหน้าเล็กน้อยรับรู้คำขอบคุณ

“เลิกเรียนแล้วไปไหนหรือเปล่า พวกเรากำลังจะไปกินข้าว ไปด้วยกันสิ”

“ชา / ไอ้ชา / ปั้นชา” มาทุกสรรพนามจากเพื่อนสามคนด้านหลังที่คล้ายประท้วงเบาๆ ฮอว์กเหลือบตามองพวกนั้นครู่หนึ่งแล้วก็ส่ายหน้า

“มีงาน”

“เสียดายจัง งั้นเอาไว้ครั้งหน้าเนอะ” ผมส่งยิ้มให้ฮอว์ก ซึ่งเขาจ้องผมกลับนิ่งๆ สายตายากจะคาดเดาว่าคิดอะไรอยู่ผ่านไปไม่ถึงนาทีก็พยักหน้าลงอีกครั้ง และเดินจากไป

เมื่อฮอว์กลับสายตาไปแล้ว สามเพื่อนซี้ก็ตรงดิ่งเข้ามาเล่นงานผมทันที ถูกปิ่นตีลงที่แขนเบาๆ ไอ้เนมผลักไหล่ ส่วนมิ้นเข้ามาเกาะแขนแล้วพูด

“บ้าไปแล้วเหรอชา ไปชวนฮอว์กกินข้าวเนี่ยนะ”

“ทำไมล่ะ ก็เรียนคณะเดียวกันมาตั้งสามปีแล้วเรายังไม่มีโอกาสได้คุยกับฮอว์ก เลยคิดว่าน่าจะเป็นเพื่อนกันไว้ไม่ดีกว่าเหรอ ไปกินข้าวขอบคุณที่ฮอว์กช่วยเก็บแลคเชอร์มาคืนปิ่นไง”

“ไอ้สมุดนั่นช่างมันสิ ยืมใครจดใหม่ก็ได้ ให้คนแบบนี้เก็บให้น่ากลัวจะตาย” ปิ่นว่า

“น่ากลัว?” ฮอว์กน่ะเหรอน่ากลัว ผมไม่เห็นว่าจะมีตรงไหนของเขาที่ดูน่ากลัวเลย ถึงจะดูนิ่งไม่สุงสิงกับใครแต่คนนิ่งผมเห็นจนชินตาแล้ว คุณป๊ากับพี่ไคตอนออกงานงี้ บอดี้การ์ดที่บ้านงี้ ใครๆก็นิ่งทั้งนั้น

แต่เพื่อนที่เหลือกลับไม่คิดแบบนั้น เจ้าพ่อกรมข่าวอย่างเนมหันไปมองทางที่ฮอว์กหายลับไปให้แน่ใจอีกครั้งก่อนจะเริ่มทำการนินทา

“มึงไม่เคยได้ยินข่าวเหรอ ที่เขาลือกันทั้งคณะน่ะ”

“ทำไมจะไม่เคย ก็มึงเป็นคนเล่าเอง ที่บอกว่าฮอว์กมีเรื่องต่อยตีกับคนอื่นจนได้แผล” อันนี้ก็ปกติหรือเปล่า เด็กผู้ชายวัยนี้มีเลือดร้อนบ้างก็เป็นธรรมดา พี่ไคยังเคยถูกลอบยิงออกบ่อยไม่เห็นน่าตกใจตรงไหน

“นั่นข่าวเก่าแล้ว ไม่สงสัยกันบ้างเหรอวะว่าทำไมไอ้นั่นถึงได้หน้าเขียว มีแผลมาเรียนบ่อยๆ คนอะไรจะมีเรื่องต่อยตีได้ตลอด หรือถ้ามีก็ต้องมีกลุ่มเพื่อนอย่างพวกเด็กวิศวะแบบนั้นสิ แต่นี่เรียนมาสามปีไม่มีใครคบกับมันสักคน” เนมว่า

“ก็น่าสงสัยอยู่นะ แต่ทำไมล่ะ” มิ้นยื่นหน้าเข้ามากลางวงด้วยความสนใจ 

“นี่วงในเลยนะ ได้ยินเขาพูดกันว่า งานพิเศษของฮอว์กน่ากลัวน่ะสิ” ปิ่นหันซ้ายหันขวาแล้วกระซิบเสียงเบา เนมก็พยักหน้าสนับสนุน

“ใช่ๆ ตอนไปกินเหล้ากับพวกรุ่นพี่ มันเล่าให้ฟัง บอกว่าเจอแถวเขตท่องเที่ยวที่มีพวกอิทธิพลหรือมาเฟียเยอะๆ เดินกันเป็นกลุ่มใหญ่เลย”

“มาเฟีย? หมายความว่าไง” พอได้ยินเรื่องมาเฟียผมเลยเริ่มสนใจ จากตอนแรกคิดว่าไร้สาระเลยฟังแค่ผ่านๆ คงไม่ใช่ว่าฮอว์กเองก็มีครอบครัวเป็นมาเฟียอย่างผมนะ

“ก็หมายความว่าฮอว์กเนี่ย คงจะทำอาชีพไม่สุจริตน่ะสิ ที่เนมมันได้ยินเป็นมาเฟียใช่เปล่า แต่ที่ฉันได้ยินมาจากรุ่นน้องอีกคนไม่ใช่อย่างนี้ เขาบอกว่าฮวอ์กเป็นพวกนักเลงทวงหนี้ในบ่อน”

“หือออ ทำไมทำงานน่ากลัวจัง เราคิดว่าต่อยตีกับคนอื่นธรรมดานะเนี่ย” 

ผมมองมิ้นที่หน้าซีดตัวสั่นด้วยความไม่สบายใจ นี่ขนาดแค่มีข่าวลือว่าเป็นนักเลงในบ่อนยังบอกน่ากลัว แล้วครอบครัวผมที่มีคาสิโนอยู่ทั้งในฮ่องกง มาเก๊า และกำลังจะเปิดในไทยล่ะ จะไม่หนีผมเหมือนเพื่อนคนอื่นที่ผ่านมาเหรอ

“บางทีอาจจะเป็นแค่ข่าวลือก็ได้นะ”

“แกน่ะมองโลกในแง่ดีเกินไปปั้นชา ใสๆอย่างนี้จะไปตามอะไรใครเขาทัน เมื่อกี้ก็เหมือนกัน ไปคุยกับหมอนั่นทำไมก็ไม่รู้ ที่เราควรทำคือวิ่งหนีให้ห่างต่างหาก”

“ก็เขาอุตส่าห์เก็บเลคเชอมาคืนนี่นา”

“ไม่เห็นสายตาตอนเหลือบมองพวกเราเมื่อกี้เหรอ อีกนิดคงพุ่งมาต่อยกูกับมึงแล้วตบปิ่นกับมิ้นเรียงคนเลยมั้ง” เนมพูดไปลูบแขนตัวเองไป “ขนลุกเลยว่ะ”

“บ้าแล้ว เขาก็แค่มองเองนะ ฮอว์กอาจจะแค่เข้ากับคนไม่เก่ง หรือพูดคุยสนุกๆไม่เป็นเท่านั้นเองก็ได้”

“แล้วแกจะอธิบายเรื่องรอยแผลที่มีใหม่ๆแทบทุกเดือนบนหน้านั่นยังไงปั้นชา?” ปิ่นยังเถียง

“เอ่อ...หกล้มมั้ง” อันนี้ผมก็ตอบไม่ได้หรอก ไม่ได้ไปเห็นชีวิตเขาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนี่ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมบอกได้คือ...ฮอว์กไม่ใช่คนไม่ดีอย่างแน่นอน

สายตาของเขาเพียงแค่เรียบเฉยเย็นชา หากไม่มีไอสังหารแฝงอยู่สักนิด แค่ข่าวลือที่ทำให้คนอื่นกลัว ผมกลับคิดว่าน่าสนใจออก 

ถึงจะเรียนด้วยกันตั้งสามปี แต่ฮอว์กคนนั้นขึ้นชื่อเรื่องหาตัวจับยาก ตรงๆแบบไม่ได้เกี่ยวกับความเก่งและหล่อเลย หากไม่ใช่ในคลาสเรียนแทบหาตัวเขาในคณะไม่เจอเลย เรียนเสร็จหายตัวได้เหมือนมีผ้าคลุมล่องหน กิจกรรมไม่เข้าร่วม งานคณะไม่สนใจ รอดมาได้ขนาดนี้ต้องทำบุญด้วยอะไร

ส่วนผมก็อย่างที่เห็น เพื่อนเยอะล้อมหน้าล้อมหลังสมใจ จึงไม่เคยได้คุยกับเขาตรงๆจนเวลาผ่านมาขนาดนี้

“หกล้มบ้านแกสิ คิดว่าหมอนั่นซุ่มซ่ามขนาดนั้นหรือไง!” เสียงหวีดแหลมของปิ่นทำให้ความคิดผมกระเจิดกระเจิง สาวไฮโซยังโวยวายชี้นิ้วไปยังจุดที่ฮอว์กเดินไปประกอบคำพูด “จำเมื่อตอนปีสองได้ไหม ที่เขาแขนหักต้องใส่เฝือกมาเรียน แถมหน้าตายังช้ำเละจนดูแทบไม่ได้ นี่ไม่ติดว่าหล่อมากนะ คงได้เหมือนผีเน่าๆตัวหนึ่งเท่านั้นแหละ”

“น่ากลัวจริงๆด้วย ต้องทำงานไม่ดีแน่ๆเลย” มิ้นที่หัวอ่อนเริ่มคล้อยตามคนอื่นด้วยอีกคน ผมได้แต่ถอนหายใจและส่ายหน้าแผ่วเบา เปลี่ยนความคิดคนยากยิ่งกว่าอะไร พูดไปก็ทะเลาะกันเปล่าๆ 

“เอาเถอะ ฮอว์กอาจจะมีเหตุผลของเขา แต่เราว่าตอนนี้เราไปทานข้าวกันก่อนดีกว่านะ ตอนบ่ายต้องประชุมแบ่งงานที่อาจารย์สั่งอีก ไปๆ อย่าอารมณ์เสียเลย เดี๋ยวเราเลี้ยงข้าวมื้อนี้เอง” ผมดันหลังเพื่อนทั้งสาม ตัดบทปิดประเด็นก่อนจะเลยเถิดไปกว่านี้

พอเหล่าเพื่อนได้ยินว่าจะเลี้ยงก็อารมณ์ดีเริ่มร่ายรายการอาหารที่จะกินกันไปพลางๆ

จนไม่ได้สังเกตว่าที่มุมหนึ่งหลังประตู มีชายร่างสูงหลบอยู่

ถ้าหากว่าไม่ใช่เพราะสัญชาติญาณที่ถูกฝึกมา ผมเองก็คงมองไม่เห็นเช่นกัน 

“อ๊ะ เราลืมของ พวกเธอลงไปรอที่ลานจอดรถเลยแล้วกันนะ ขอกลับเข้าไปเอาแป๊บเดียว” เดินออกมาได้ระยะหนึ่ง ผมก็แกล้งร้องขึ้นราวกับเพิ่งนึกได้ มิ้นอาสาจะเดินกลับมาด้วยแต่ผมปฏิเสธไป ทั้งสามคนเลยล่วงหน้าไปก่อน ส่วนผมก็หมุนตัวกลับเข้ามาในห้องเดิม

ห้องเรียนที่ไร้เงานักศึกษา...ไม่สิ มีหนึ่งคนยืนอยู่ตรงเก้าอี้แลคเชอร์แถวสุดท้ายที่เขาชอบนั่งประจำ และเมื่อหันกลับมาก็ชะงักไปเล็กน้อยที่พบว่าผมยืนยิ้มอยู่ด้านหลังเขาในระยะใกล้

“ลืมของเหรอ?”

“อืม”

“เก็บของให้คนอื่นแล้วลืมของตัวเองหรือไง”

“....”

“เรื่องเมื่อกี้ ได้ยินใช่ไหม”

“อืม”

“อย่าใส่ใจเลยนะ มันก็แค่ข่าวลือ พวกนั้นแค่พูดสนุกปากไม่ได้คิดอะไรหรอก”

“....” เขามองผมนิ่งๆ ไม่ได้ตอบโต้มากมายนักจนแอบรู้สึกว่าตัวเองเป็นบ้าพูดอยู่คนเดียว

“ที่จริงถ้าฮอว์กยิ้มสักนิด แล้วก็เข้าหาเพื่อนๆหน่อย ทุกคนก็พร้อมจะเป็นเพื่อนกับนายนะ เริ่มจากไปทานข้าวกับพวกเราก็ได้”

“หึ” มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยจนแทบไม่เห็น ขายาวก้าวเข้ามาลดระยะห่างระหว่างผมกับเขาให้เหลือเพียงไม่กี่เซ็นติเมตร ผมเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงเป็นจังหวะเดียวกับที่เขาก้มลงมามองเช่นกัน

ใบหน้าหล่อเหลาแต้มด้วยรอยฟกช้ำเพิ่มความดูดีในความคิดของผม ปลายจมูกโด่งใกล้กับหน้าผากจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดลงมา

“ใช้เงินซื้อเพื่อนแบบนั้น ยังกล้าเรียกว่าเพื่อนอีกเหรอ” 

“ฮอว์ก!” พอถูกจี้ใจดำเลยเผลอขึ้นเสียงใส่เขา

ไอ้บ้า ผมอุตส่าห์หวังดีอยากให้เขามีเพื่อนบ้างแท้ๆ “จะแบบไหนก็เพื่อนทั้งนั้น ไม่คิดบ้างเหรอว่าการมีเพื่อน มีคนให้คุยด้วยมันดีกว่าการอยู่ลำพัง”

“ฉันไม่คิดอย่างนั้น”

“ทำไม?”

“คนฉลาดอย่างนาย ไม่ใช่แค่กำลังหลอกตัวเองอยู่หรอกเหรอ” 

ผมฟังแล้วเม้มปากแน่น ไม่อยากคุยกับเขาเรื่องนี้เลยพากลับเข้าประเด็นเดิม

“แต่นายมีข่าวลือไม่ดีนะ ฉันว่านายควรแก้ข่าวสักหน่อย เพื่อนๆจะได้ไม่เข้าใจผิด” ที่พูดเพราะเขาเหมือนกับผมในอดีต ตัวคนเดียว ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้จากข่าวลือเสียหาย ผมอยากจะช่วยเขา

“ช่างเถอะ” 

“ทำไมล่ะ คนอื่นจะได้มองนายดีขึ้นไง”

“ขี้เกียจ”

อะไรนะ? เหตุผลที่ไม่อธิบายให้ใครเข้าใจคือ ขี้เกียจ เนี่ยนะ ทั้งที่ได้ยินว่าพวกเราพูดถึงเขาไม่ดียังไงบ้าง กลับไม่คิดแยแส ก่อนจะก้าวเท้าเดินผ่านผมไป “ไปล่ะ”

“นาย...” ไม่ทันแล้ว เพียงแค่หันหลังตามไปฮอว์กก็เดินหายออกไปจากห้องเป็นที่เรียบร้อย 

คนบ้าอะไรไวชะมัดเลย

นอกจากบ้าแล้วยังแปลกอีกด้วย ขณะที่ผมดิ้นรนแทบตายให้มีเพื่อน อีกฝ่ายกลับไม่คิดอยากจะมีเพื่อนหรือสังคม ทำตัวเป็นเหยี่ยวโดดเดี่ยวไม่เข้าฝูง

เจ้าเหยี่ยวสุดประหลาดนั่น

แต่ก็...น่าสนใจดี

คอยดูเถอะฮอว์ก ปั้นชาคนนี้จะช่วยทำให้เหยี่ยวไร้ฝูงมีเพื่อนเอง

 

 

100% Up

*****

น้องอยากมีเพื่อนเป็นเหยี่ยวเนอะ คึคึ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.913K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,789 ความคิดเห็น

  1. #2769 Tdiodes (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 17:56
    แต่ฮอกว์ก็ถูกอย่างนะ เพื่อนหนูดีๆทั้งนั้นเลย หาความจริงใจจาก 1 ใน 3 บ้างได้มั้ยก็ไม่รู้
    #2,769
    0
  2. #2731 IIISKY__ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 14:49
    ยัยน้อง หนูก็น่าหาเพื่อนดีๆบ้างนะลูก
    #2,731
    0
  3. #2722 SandSeaSun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 11:38
    น้องงงงงง เพื่อนดีๆกว่านี้ไม่มีแล้วเหรอ
    #2,722
    0
  4. #2690 Earn0624 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 16:50
    ปั้นชาหนูทนคบเพื่อนพวกนี้มาได้ไงตั้งสามปี ปากแบบนี้แตกหน้าหนาวยังช้าไป
    #2,690
    0
  5. #2646 NACHI1743 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 20:15
    เพื่อนแบบนี้ อืมมมมมมหรือไม่มีดีกว่านะ
    #2,646
    0
  6. #2616 mean_march (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 21:07

    เพื่อนปั้นชาก็คือเหยียดเก่งมากโดยเฉพาะปิ่น สงสารน้องเลย อยากมีเพื่อนพอมีเพื่อนก็มีเพื่อนนิสัยไม่ดี

    #2,616
    0
  7. #2556 Sansuyu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 23:38
    มีเพื่อนแบบนี้ ขออยู่คนเดียวดีกว่าแม่
    #2,556
    0
  8. #2470 CallistoJpt (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:44
    ได้มีเพื่อนแล้วนะน้องชา แต่ว่าเพื่อนแต่ละคนดูไม่น่ารักเลยค่ะ ที่ฮอร์กพูดนั่นน่าคิดนะลูก
    #2,470
    0
  9. #2460 maybunny (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:05
    เพื่อนน้องเหยียดเก่งงง ดีที่พัดไม่ค่อนสุงสิงด้วย ส่วนน้องชาก็ ด้วยความอยากมีเพื่อน แต่ไม่เป็นไร ถ้าไม่ไหวกับคนพวกนั้นก็ค่อยถอยออกมานะ
    #2,460
    0
  10. #2452 Wiwha (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:30
    555 ความหวังดีนี้
    #2,452
    0
  11. #2405 mileyduchess (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:59
    แอบไม่ชอบเพื่อนน้องชาเท่าไหร่ แต่ก็นะน้องคบกับเพื่อนกลุ่มนี้มาตั้งสามปีแล้วอ่าเนอะ ในชีวิตจริงเราก็มีเพื่อนแบบนี้อยู่ในชีวิตเหมือนกัน มีทั้งเพื่อนกิน เพื่อนขี้นินทาแบบนี้เลย เราก็เลยไม่อยากบอกให้น้องชาเลิกๆ คบเพื่อนแบบนี้ไปซะอะไรแบบนี้ คือเอาเป็นว่าเพื่อนกลุ่มนี้อย่ามาร้ายใส่น้องชาก็พอแหละ ให้น้องได้เรียนรู้เอง ถ้าวันนึงนิสัยเพื่อนกลุ่มนี้สุดจะทน น้องชาค่อยๆ ถอยออกมาก็ได้เนอะ
    #2,405
    0
  12. #2388 loveseriesY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:13
    เพื่อนน้องไม่น่าคบอ่ะ น่าตบมากกว่า!
    #2,388
    0
  13. #2374 Jigh (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:14
    ขอกระโดดถีบอี่ปิ่นได้ป่ะ
    #2,374
    0
  14. #2315 trtmm_9 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 22:53
    เพื่อนชาก็มีดีนะ คนชื่อปิ่นน่ะ ดีแต่อวดรวย ดีแต่นินทาลับหลัง ดีแต่เหยียดคนอื่น นั่นไงมีดีตั้งเยอะ แต่ถ้าเลือกได้ก็ไม่คบดีกว่า
    #2,315
    0
  15. #2290 0651138494 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 15:29
    นี้เรียกว่ามีเพื่อนหรออ มองบนจ้าา
    #2,290
    0
  16. #2235 RealThxnB (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 16:07
    เห้อออ สงสารน้องอะ มีเพื่อนทั้งที ยังจะเจอแบบนี้อีก
    #2,235
    0
  17. #2170 Jinjoo.K (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 15:04
    มีเพื่อนแบบชา ไม่มีดีกว่าจ้าา
    #2,170
    0
  18. #2118 psk9393 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 07:29
    เพื่อนดูไม่จริงใจสุดๆ
    #2,118
    0
  19. #2023 S_suika (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 20:17
    เพื่อนแบบนี้ไม่มีดีกว่า ย้ายกลุ่มด่วนๆ เลย
    #2,023
    0
  20. #1988 Spices_smile (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 14:55
    น้องค้าบบบบ
    #1,988
    0
  21. #1828 filmnaruepron (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 18:33
    มีเพื่อนแบบนี้ ไม่มีดีกว่านะ
    #1,828
    0
  22. #1827 katekate (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 18:13
    น้องเอ้ยยย จะมีเพื่อนแบบนี้ ไม่มีดีกว่าม๊ายยยย
    #1,827
    0
  23. #1762 Miki_milky (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 06:16
    เพื่อนไม่น่ารักเลยปั้นชาทนได้ไง
    #1,762
    0
  24. #1697 chompoo--- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 11:38
    ไรท์สู้ๆน้าาา
    #1,697
    0
  25. วันที่ 15 มกราคม 2563 / 23:01
    อยากมีเพื่อนจนตัวสั่นอะนายเอก สติลูก เหยียดขนาดนั้นฉันไม่คบหรอก
    #1,649
    0