Find my FAN #ชาจะมีเพื่อน

ตอนที่ 13 : #12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30,123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,704 ครั้ง
    23 ธ.ค. 62

 

 

บิ๊กไบก์คันโตขับมาจอดที่แห่งหนึ่ง มันดูไม่เหมือนที่ทำงานสักเท่าไหร่ในความคิดของผม ด้านหน้าคือบ้านหลังเล็ก เก่า และโทรมติดกันเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ กลิ่นน้ำเน่าไม่พึงประสงค์ลอยมาให้ย่นจมูกอย่างระคาย ผู้คนที่เดินไปมาหันมองพวกเราบ้างสักพักก็กลับไปสนใจกับเป้าหมายของตัวเองต่อ

“มีงานอะไรให้ทำที่นี่เหรอ”

มองยังไงก็สลัมชัดๆ ตลาดหรืออะไรก็ไม่น่าอยู่แถวนี้ คงจะไม่...มาตามทวงหนี้ใครในสลัมนี้จริงๆใช่ไหม อย่างที่คนทั้งคณะลือกันว่าเห็นเขาอยู่กับกลุ่มคนน่ากลัวตามสถานที่อันตรายอะไรแบบนั้น

หรือจะมาส่งของผิดกฎหมาย เคยดูในหนัง ละคร ว่าสถานที่แบบนี้คนชอบใช้เป็นที่แลกเปลี่ยนสิ่งผิดกฎหมาย เนื่องจากไม่มีใครอยากยุ่งกับใครหรือสนใจใครเท่าไหร่ ตำรวจเองก็ไม่ได้เข้ามาตรวจสอบเข้มงวดนัก

เป็นไปได้ว่าจะมีแหล่งซ่องสุม กบดานแก๊งของเขาอยู่ที่นี่

ป๊อก!

“โอ๊ย เจ็บ”

“มโนไปถึงไหน ตามมา”

ฮอว์กจอดรถที่ไม่เข้ากับสถานที่ ล็อกเอาไว้อย่างดี พาเดินนำไปทางด้านข้างเพียงไม่กี่เมตรซึ่งผมไม่ได้สังเกตก่อนหน้า เป็นความวุ่นวายอีกอย่างที่ดูไม่เข้ากับสถานที่เท่าไหร่ เต้นท์ขนาดใหญ่กางเอาไว้หลายจุดในพื้นที่โล่ง รถตู้คันใหญ่สี่ห้าคัน ผู้คนเกือบร้อยชีวิตเดินกันขวั่กไขว่ หอบข้าวของผ่านหน้าไปมา ถัดออกไปด้านหน้าสุดคือจอมอนิเตอร์ กล้อง และไฟ

“กองถ่าย?”

“หึ คิดว่าฉันจะพานายมาส่งยาหรือไง” ก็เกือบคิดอยู่นะ สีหน้าผมคงแสดงออกชัดเจนไปเลยถูกดีดหน้าผากมาอีกที

“อย่าเผลอนะฮอว์ก เราจะเอาคืนบ้าง” ผมทดความแค้นนี้เอาไว้ในใจก่อนแล้วกัน แก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สาย แต่ตอนนี้กองถ่ายน่าสนใจกว่า “นี่นายทำงานกองถ่ายเหรอ เป็นอะไรล่ะ พระเอก?”

“ฝัน” เขาส่ายหน้าคล้ายคำพูดผมมันเลอะเลือน เดินผ่านไปยกมือไหว้ใครหลายคนที่ผมไม่รู้จัก...ก็ไม่รู้จักใครสักคนนะที่จริงแล้ว

คนพามากลมกลืนไปกับฝูงชนแล้ว เลยจำต้องพาตัวเองตามเข้าไปอย่างคนไม่ได้รับเชิญ มองซ้ายมองขวาว่าควรทำยังไงต่อ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นหรือคลุกคลีกับกองถ่ายเลย ขณะที่กำลังยืนงงในดงกองถ่ายก็มีพี่คนหนึ่งโฉบเข้ามาหา เป็นสาวตัวเล็กผมสั้นท่าทางทะมัดทะแมง

“น้อง”

“ครับ?”

“นักแสดงต้องไปแต่งหน้าที่เต้นท์โน้นก่อนนะ แล้วค่อยมาเปลี่ยนชุดที่เต้นท์นี้ ว่าแต่น้องเล่นเป็นใคร ไม่เคยเห็นหน้าเลย” พี่เขาอธิบายไป ชี้นิ้วไปทางเต้นท์โน้นเต้นท์นี้ประกอบคำพูด แล้วก็ทำท่าจะลากผมเข้าเต้นท์ที่บอกว่าใช้แต่งหน้า โชคยังดีที่มีสตาฟอีกคนตามเข้ามาสมทบห้ามเอาไว้

“โอ๊ยบี น้องเขาไม่ใช่นักแสดง เมื่อกี้เห็นเขามากับน้องฮอว์ก” คนนี้เป็นสาวประเภทสองร่างใหญ่ ใช้เสียงวีนไม่จริงจังเท่าไหร่กับพี่บีเสร็จก็มายิ้มหวานให้ผม “หน้าตาดีนะคะน้อง สนใจเข้าวงการไหม พี่เป็นผู้จัดการของเจมส์ พระเอกเรื่องนี้”

“อ่า ไม่ล่ะครับ” วงการบันเทิงไม่เคยอยู่ในความคิดผมสักเสี้ยว ด้วยธุรกิจครอบครัวคงไม่เหมาะที่จะส่งตัวเองไปอยู่ในที่สว่างเท่าไหร่ เกิดต้องไปออกรายการแล้วพิธีกรถามว่าที่บ้านทำอาชีพอะไร จะตอบว่า อ๋อ ก็มีหลายอย่าง แต่ธุรกิจหลักคือคาสิโนครับ ก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ

“น่าเสียดาย งั้นเก็บนามบัตรพี่ไว้ก่อนก็ได้นะคะ ถ้าเกิดเปลี่ยนใจก็โทรหาพี่นะ อย่างน้องหน้าตาดี หุ่นดีขนาดนี้เป็นนายแบบได้สบายเลย เดี๋ยวนี้เขาฮิตผู้ชายสวยกัน อ้อ พี่ชื่อลูกตาลนะคะ”

“ขอบคุณครับ” ผมรับนามบัตรเอาไว้เป็นมารยาท

“ว่าแต่น้อง...”

“ชาครับ ปั้นชา”

“ค่ะ ว่าแต่น้องปั้นชามากับน้องฮอว์กเหรอ เป็นอะไรกันเอ่ย กิ๊กกันหรือเปล่า พี่นะอยากได้น้องฮอว์กมาเป็นพระเอกในสังกัดมาก แต่จีบยังไงก็ไม่ติด ใจแข็งจริงๆเลย ถ้าได้เป็นเด็กพี่นะรับรองดังแน่ๆ แอบกระซิบเลยค่ะว่า หล่อกว่าเจมส์พระเอกเรื่องนี้อีก”

“เอ้า เจมส์มันก็เด็กพี่ไม่ใช่เหรอ” พี่บีได้โอกาสแทรกบ้าง พี่ลูกตาลหัวเราะ

“ก็ใช่ไง มีอย่างที่ไหนสตั๊นฯ หล่อกว่าพระเอก ฉันจะบ้าตาย”

“สตั๊นฯ ? ฮอว์กเป็นสตั๊นฯเหรอครับ”

“อ้าว ไม่รู้เหรอหนู เห็นมาด้วยกัน ตกลงเป็นอะไรกันคะ”

“เป็นเพื่อนครับ เราเรียนคณะเดียวกัน พอดีมีรายงานกลุ่มแล้วผมต้องอธิบายหัวข้อรายงานให้ แต่ฮอว์กบอกว่าไม่ว่างต้องมาทำงาน ก็เลยขอตามมาเผื่อมีจังหวะได้คุยงานกัน”

“แต่ท่าทางตอนยืนคุยกันมุ้งมิ้งเมื่อกี้ ไม่ค่อยน่าเชื่อเท่าไหร่เลยเนอะ เอาเถอะ เพื่อนก็เพื่อน งั้นตามมาทางนี้ดีกว่าค่ะ พี่จะพาไปดูการทำงานของกองถ่ายเนอะ เผื่อน้องชาสนใจขึ้นมาจะได้จับเซ็นสัญญาเลย”

อะไรมันจะง่ายขนาดนั้น เป็นนักแสดงนี่เขาไม่ต้องมีแคสหรือส่งใบสมัครก่อนเหรอ บางทีพี่ลูกตาลอาจจะแค่พูดเล่นเอาสนุกก็ได้ ผมอะคิดมาก

พี่ลูกตาลพามาที่จอโทรทัศน์ขนาดเล็ก หลายๆอัน ที่เรียกว่า จอมอนิเตอร์ มีเก้าอี้ตั้งอยู่สี่ห้าตัว และผู้ชายท่าทางขี้หงุดหงิดถือวิทยุสื่อสารเอาไว้ในมือ ผมยังไม่เจอฮอว์กเลย ผู้จัดการพระเอกบอกว่าเขาไปแต่งตัวเพื่อเตรียมเข้าฉากอยู่ เลยปล่อยให้เขาทำงานของเขาไปก่อน

“ฉากนี้เป็นฉากแอคชันค่ะ ที่จริงก็แอคชันทั้งเรื่องนั่นแหละ เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระเอกที่เป็นตำรวจ ตามจับผู้ร้ายก็คือนางเอกที่เป็นนักฆ่ารับจ้าง จะมีองค์กรใหญ่อยู่เบื้องหลังนางเอกอีกที เลยมีฉากต่อสู้กันตลอดเวลา เรียกว่าสิบฉากก็สู้ไปแปดฉากครึ่งแล้วจ้ะ” พี่ลูกตาลอธิบายเสียงเบา เพราะเขากำลังจะถ่าย เสียงผู้กำกับตะโกนสั่งให้เริ่มการแสดงทุกคนก็อยู่ในความสงบ

พระเอกเรื่องนี้ตัวสูงใหญ่ หน้าตาหล่อเหลาใช้ได้ แต่ถ้าให้เทียบกัน ฮอว์กดูเหนือกว่าเกือบทุกด้าน รูปร่างเพื่อนผมดูแข็งแรงมีกล้ามเนื้อมากกว่า คิ้วคมเข้มขับให้ใบหน้าหล่ออย่างร้ายกาจ ไม่ใช่หล่อสไตล์เกาหลีอย่างคุณเจมส์คนนี้ สีผิวฮอว์กจะเข้มกว่าเล็กน้อยด้วย ผมไม่รู้ทักษะการแสดงของฮอว์กแต่คุณเจมส์เล่นได้ดีทีเดียว ไม่มีการลืมบทแม้จะต้องพูดไปสู้ไป

“เป็นไง” ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คนตัวสูงมาหยุดยืนข้างๆ คนละฝั่งกับพี่ลูกตาล เขาอยู่ในชุดเดียวกันและทำผมทรงเดียวกับที่คุณเจมส์ทำ

ไม่ได้เข้าข้าง แต่ฮอว์กใส่แล้วดูดีกว่าจริงๆนะ

“หล่อจัง” ผมกระซิบบอกตามตรงพร้อมรอยยิ้ม คนถูกชมชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าเดาไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไร

“รออยู่ตรงนี้ วันนี้มีไม่กี่ฉาก ถ้าไม่ผิดพลาดมากก็ใช้เวลาไม่นาน” เปลี่ยนเรื่องไปซะอย่างนั้น ไม่ทันได้แซวต่อผู้กำกับก็สั่งคัท จากนั้นก็เรียกฮอว์กไปเข้าฉากแทน เปลี่ยนให้คุณเจมส์เข้ามาพักที่เต้นท์นักแสดง พี่ลูกตาลจึงขอตัวไปดูแลคนของตัวเอง

ฉากที่ฮอว์กต้องเล่นแทนไม่มีบทพูด มีแค่การต่อสู้เท่านั้น และก็ทำให้ผมเข้าใจที่เขาพูดว่า ผิดพลาด

เข้าใจถึงที่มาของรอยแผลต่างๆ

ลูกน้องของนางเอกที่เป็นนักฆ่า ก็คือนักแสดงซึ่งเป็นตัวร้าย เขามีอาชีพเป็นนักแสดง ไม่ใช่สตั๊นแมน ดังนั้นคำว่าผิดพลาด ส่วนมากจึงมาจากคนๆนี้เกือบทั้งหมด

ก่อนจะเริ่มถ่ายทำ ผู้กำกับคิวบู๊ได้บรีฟเอาไว้ว่าให้ต่อยซ้าย เขาก็ต่อยขวา ให้แตะด้านข้าง เขาก็ถีบตรง รู้ว่าไม่ได้ตั้งใจแกล้ง แต่เหมือนคนไม่มีสมาธิกับการแสดงมากกว่า หรือไม่ก็ไม่มีทักษะด้านการต่อสู้ติดตัวมาแม้แต่น้อย

ผมมองฮอว์กต้องเจ็บตัวซ้ำๆแล้วรู้สึกโมโห แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมันคืองานของเขา เข้าไปก้าวก่ายจะกลายเป็นว่าฮอว์กถูกมองไม่ดีอีก ใช้เวลาหลายชั่วโมงจนค่ำเพราะต้องถ่ายฉากเดิมซ้ำสองครั้งสำหรับพระเอกตัวจริงและสตั๊นแมนที่ช้ำไปทั้งตัว ในที่สุดก็เลิกกอง

“หิวไหม” คนหน้ามีรอยเขียวเพิ่มอีกสองจุดเปลี่ยนจากแจ็กเก็ตหนังสุดเท่กลับเป็นชุดนักศึกษาเดินเข้ามาก็ถามเรื่องกิน ผมเลยหงุดหงิดกว่าเดิม

“ห่วงตัวเองก่อนเถอะ เจ็บขนาดนี้ยังจะคิดเรื่องกินอีก”

“โกรธอะไร?”

“หมอนั่นมันจงใจแกล้งนายหรือเปล่า แค่ฉากต่อยกันง่ายๆยังไม่รู้คิวเลยว่าต้องต่อยไปตรงไหน เซฟคู่ต่อสู้ยังไง น่าส่งไปเรียนพื้นฐานบ้างนะ” น่าส่งคุณเหยียนมาฝึกให้เข้มเลย รับรองได้ว่าฮอว์กจะไม่เจ็บตัวอีกต่อไป

แทนที่คนถูกแกล้ง(?)จะโมโหตามผมที่ต้องเจ็บตัว ฮอว์กกลับอมยิ้ม

“นี่ เราโกรธแทนฮอว์กอยู่นะ”

“เขาไม่ได้แกล้งหรอก ฉากต่อสู้มันก็ต้องมีผิดพลาดเป็นประจำอยู่แล้ว อย่าคิดมากสิ”

“ไม่ให้คิดมากได้ไงล่ะ นายเจ็บตัวอย่างนี้ พอไปเรียนคนก็หาว่าเป็นมาเฟียบ้าง เป็นนักเลงบ้าง แบบนี้ไงเขาถึงได้กลัวนายกันทั้งคณะ นายเองก็เหมือนกันแทนที่จะแก้ตัวบอกไปว่าทำอะไรมา กลับเงียบให้คนเข้าใจผิดกันไปใหญ่”

“เราเป็นอะไรเรารู้แก่ใจ ทำไมต้องพูดให้เหนื่อยเปล่า นายเองก็น่าจะเรียนรู้แล้วนะว่าการอธิบายให้คนที่ใจมีอคติฟังก็เหมือนกับการเทน้ำหนึ่งแก้วลงทะเลทราย ไร้ประโยชน์” ผมถึงกับเงียบเถียงไม่ออก สิ่งที่เขาพูดมามันจริงทุกอย่าง แต่..เดี๋ยวนะ

“ฮอว์กรู้เรื่องข่าวในเพจมหาลัยด้วยเหรอ!”

“มันก็ต้องมีสักคนแหละที่กล้าเข้ามาถามต่อให้กลัวแค่ไหน แถมยังเอาเพจคิ้วบอยอะไรนั่นมาเปิดให้ดูรูปด้วย ส่วนมากก็แฟนคลับนาย นี่ถ้าไม่ใช่ฉัน คงถูกต่อยไปแล้วมั้ง” อ้อ พอเป็นฮอว์กที่น่ากลัวก็เลยไม่กล้ากันสินะ “ว่าแต่...ฉันเป็นกิ๊กกับนายเหรอ?”

คำถามมาพร้อมสายตาเจ้าเล่ห์ปนล้อเลียน มองแล้วน่าหมั่นไส้อะ

“กิ๊กอะไรล่ะ เรากับพี่เคนไม่ได้เป็นอะไรกัน ไม่เห็นที่เขาโพสปั่นจนคนทั้งมอด่าเราเหรอ”

“ก็ดี”

“ดียังไง?”

“.......ไม่บอก ไปได้แล้วหิวข้าว” ฮอว์กหิ้วหมวกกันน็อคเดินหนี ผมก็เดินตามเขาต้อยๆราวกับลูกน้อยตามแม่ ไร้คำถามว่าจะไปกินอะไร ที่ไหน ยังไง มั่นใจว่าถ้าเป็นฮอว์ก ผมต้องมีของอร่อยกินแน่นอน

 

 

-----------

 

“เข้ามาก่อนสิ” ผมเปิดประตูคอนโดฯออกกว้าง ปล่อยให้อีกฝ่ายเดินเข้าไปก่อน จัดการล็อกห้องหันกลับไปก็เห็นว่ากำลังสำรวจห้องของผมอยู่ “รกหน่อยนะ เราเพิ่งย้ายมา ยังจัดอะไรไม่เข้าที่เลย”

“ย้ายห้องตอนปีสามใกล้หมดเทอม แปลกดีนะ” ฮอว์กคล้ายพึมพำกับตัวเอง ห้องนี้ไม่ใช่หอพักเดิมที่ผมเคยพักอีกแล้ว ตั้งแต่มีเรื่องผมก็ย้ายมาคอนโดฯแห่งใหม่ใกล้มหาวิทยาลัยมากกว่า ความหรูหราของมันเกินกำลังนักศึกษาทั่วไปจะจ่ายได้แน่นอน ทำให้ไม่ต้องรำคาญใจกับสายตาคนอื่นด้วย เพราะแต่ละชั้นมีเพียงสองห้อง ซึ่งห้องตรงกันข้ามก็เป็นชื่อของพี่ไค เท่ากับว่าทั้งชั้นผมครองไว้เพียงคนเดียว

ห้องขนาดกว้างเท่ากับเพนส์เฮ้าส์หลังย่อม มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งห้องครัว ห้องนอนสองห้อง น้องนั่งเล่น และห้องออกกำลังกาย รวมถึงสระว่ายน้ำตรงระเบียงด้วย

และถ้าถามว่าทำไมฮอว์กถึงมาอยู่ห้องผมได้ คำตอบก็ง่ายนิดเดียว

“นั่งตรงนี้ก่อนนะ จะไปเอาอุปกรณ์ทำแผลมาให้” บอกแล้วผละเข้าไปในห้องนอน คิดว่าน่าจะเก็บเอาไว้ในนั้น ข้าวของผมไม่เยอะเท่าไหร่ หาไม่นานก็เจอ ออกมาพร้อมกับกล่องใส่อุปกรณ์ทำแผล ฮอว์กก็นั่งรออยู่ที่โซฟาอย่างเชื่อฟัง

“ที่จริงไม่ต้องก็ได้”

“นั่นสิ” ผมพยักหน้าเห็นด้วย วางกล่องที่ถือมาไว้บนโต๊ะ หายเข้าไปในห้องอีกครั้งและกลับออกมาพร้อมกับผ้าเช็ดตัวแทน “ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า ทำแผลตอนนี้อาบน้ำยาก็ถูกล้างออกหมด เราก็ลืมไป”

“ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นชา เดี๋ยวฉันกลับไปทำเองที่บ้าน หรือไม่ก็ไม่ต้องทำหรอก รอบนี้แผลไม่เยอะเท่าไหร่ ปล่อยไว้ก็หาย”

“เพราะคิดแบบนี้ไง หน้าถึงได้มีแต่รอยเขียวไม่หายสักทีน่ะ ไม่รู้ล่ะ ไปอาบน้ำก่อนไป ออกมาจะทำแผลให้ ใช้ห้องน้ำในห้องนอนเราได้เลยนะ อีกห้องไม่มีสบู่ แชมพู”

ฮอว์กนิ่งไปสักพักก็ยอมพยักหน้าเมื่อเห็นสายตาดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ของผม ก่อนลุกไปยังดีดหน้าผากมาทีหนึ่งด้วย

ที่จริงหลังกินข้าวที่ร้านข้างทางธรรมดาแต่รสชาติอร่อยถูกปากแล้ว ฮอว์กที่ขับรถมาส่งหน้าคอนโดฯก็จะขอตัวกลับ แต่ผมย้ำให้เขารู้ว่าหัวข้อรายงานยังไม่ได้คุยกัน จากนั้นก็ชวนเขาขึ้นมาบนห้อง เห็นรอยช้ำบนหน้าแล้วอดจะห่วงไม่ได้ ตอนเดินมาขึ้นลิฟต์บอดี้การ์ดผมอ้าปากค้างเลยล่ะ จะห้ามก็ทำไม่ได้เพราะผมเป็นเจ้านายจึงก้มหน้าก้มตาทำไม่รู้ไม่เห็นแทน ถ้าเป็นจวินหรือโฉว เรื่องคงไม่ง่ายอย่างนี้

“ชา มีเสื้อผ้าให้ยืมไหม” ฮอว์กออกมาอีกครั้ง ร่างกายกำยำที่พันเพียงผ้าเช็ดตัวไว้ตรงสะโพกยังมีหยดน้ำเกาะประปราย ผมเปียกชื้นแนบลู่ลงมาไม่ได้ทำให้ความหล่อนั้นลดลง “มองขนาดนี้...กินฉันเข้าไปเลยไหม”

เจ้าตัวเอ่ยปากแซวแล้วขยับมาใกล้ ซิกแพ็กเรียงตัวสวยงามปรากฏเด่นอยู่ตรงหน้าชัดๆแบบ 4D เล่นเอาผมสะอึก หน้าร้อนหน่อยๆ ไหนจะกล้ามแขนเป็นมัดพอดีไม่ดูน่ากลัวเหมือนพวกเพาะกาย 

จะหุ่นดีเกินไปแล้วนะ!

“ชา”

“อะ เอ่อ อ้อ เสื้อผ้าเหรอ มีๆ แต่ทายาก่อนไหม เดี๋ยวค่อยใส่ จะได้ดูด้วยว่ามีตรงไหนตามตัวนายบ้างที่ต้องใส่ยา”

“อีกนิดนายก็ปั้นฉันกลืนลงท้องแล้วนะชา เก็บสายตาหน่อย”

“บ้าเหอะ ไม่ได้ทำ”

“เสียงสูงนะ”

“ไม่ได้ทำ” กดเสียงต่ำแล้ว ฮอว์กหัวเราะดังลั่นน่าหมั่นไส้ อยากจะกัดก้อนหกห่อนั่นให้จมเขี้ยวเป็นการทำโทษจริงๆ แต่สิ่งที่ทำคือดึงข้อมือเขาให้นั่งลง ปลายผ้าเช็ดตัวกระพือเล็กน้อย เห็นต้นขาแน่นวับๆแวมๆเสี้ยววินาที

อึก!

“เด็กหื่น” เพราะไม่ยอมเก็บสายตาอย่างที่ฮอว์กบอก เลยถูกดีดหน้าผากอีกแล้ว คราวนี้แค่เบาๆ ไม่เจ็บไม่คัน ถือว่าคุ้ม

“เงียบเหอะน่า จะให้ทำแผลให้ไหม แซวอยู่ได้”

“หึหึ ครับๆ ทำแผลก็ทำสิครับ ไม่ใช่แอบมองอยู่แบบนี้” คนแซวยังแซวไม่หยุด ยิ้มร้ายอีกด้วย

“ใครให้นายหุ่นดีล่ะ หุ่นดีก็ต้องมองสิ”

“ถึงได้บอกไงว่าหื่น รีบทายา ฉันหนาวแล้ว”

ผมเบะปากใส่ เริ่มลงมือทำแผลให้เขา บีบหลอดยาแก้ฟกช้ำแต้มลงไปบนโหนกแก้ม ถูวนๆแผ่วเบา ทำแบบนั้นทุกจุดที่ขึ้นรอยสีเขียว ไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ ที่จริงจับยาพอกตัวเลยน่าจะง่ายกว่า หมดยาไปเกือบทั้งหลอดก็ถึงจุดสุดท้ายตรงกลางท้องพอดี

“ถีบมาได้ยังไงกัน เรายืนอยู่ตั้งไกลยังได้ยินเลยว่าผู้กำกับคิวบู๊บอกให้เตะข้าง แต่ไอ้หมอนั่นกลับถีบที่ท้องนาย น่าโมโหชะมัดเลย”

“ปั้นชา นี่จะบ่นทุกจุดที่ทายาจริงๆใช่ไหม ฉันเป็นคนเจ็บยังจำไม่ได้เลยว่ารอยไหนได้มายังไง นายกลับรู้ทุกจุด”

“ก็เราห่วงนี่!” ด้วยความโมโหผมเลยเผลอขึ้นเสียงใส่เขา ตวัดสายตาขึ้นไปจ้อง

แล้วก็พบว่าใบหน้าหล่อเข้มนั้นอยู่ใกล้เกินไป...ใกล้จนรับรู้ไออุ่นของลมหายใจ

ฮอว์กนิ่ง ผมก็นิ่ง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นแรงขึ้น กับใบหน้าของเราที่ใกล้กันขึ้นเรื่อยๆ...เรื่อยๆ

ผมหลับตาลงเมื่อปลายจมูกของอีกฝ่ายเกือบจะสัมผัสกับปลายจมูกของผม ขยับใบหน้าให้ได้องศามากกว่าเดิม เผยอริมฝีปากนิดๆ มือเผลอขยุ้มลงไปที่หน้าท้องแข็ง

“โอ๊ย!”

“อ๊ะ ฮอว์ก เจ็บไหม ขอโทษ” ร่างกายผละออกจากกันอัตโนมัติ ผมลูบลงไปที่กล้ามท้องแทนการปลอบใจ ราวกับว่าทำแบบนี้แล้วอาการเจ็บจะหายไป แต่กลับรู้สึกว่าหน้าท้องนั้นเกร็งหนักกว่าเดิม

“ชา พอแล้ว”

“เจ็บมากเลยเหรอ เราไม่ได้ตั้งใจ เดี๋ยว..เอ่อ เดี๋ยวเราทายาเพิ่มให้นะ”

“พอ อย่าลูบ” ฮอว์กกัดฟันตอบ จับมือผมออกแล้วกุมเอาไว้อย่างนั้น “เจ้าเล่ห์นักนะ คิดว่ารู้ไม่ทันใช่ไหม”

“ว้า” รู้ได้ไงว่ากำลังเพลินเลย จะฉลาดเกินไปแล้วนะฮอว์ก นอกจากพี่ไคกับคุณป๊าแล้วไม่มีใครจับผิดผมได้เลยนะ กำลังคิดจะติดต่อพี่ลูกตาลไปเล่นละครสักเรื่อง ท่าทางจะไม่รุ่งแล้วล่ะ

“ซนนักนะเราน่ะ” ก็ได้รางวัลตอบแทนความซนเป็นการดีดหน้าผากตามเคย

“โธ่”

“แล้วเมื่อกี้หลับตาทำไม”

“บรรยากาศมันได้ก็คิดว่าจะจูบเราไง จูบกันก็ต้องหลับตาสิ”

“เด็กบ้า! ไม่ได้จะจูบ” ฮอว์กดุเสียงเข้มแล้วเดินปึงปังหายเข้าไปในห้องน้อง ผมได้แต่กุมท้องตัวเองหัวเราะตัวงอ ดีใจที่แกล้งเขาได้สำเร็จ พร้อมกับตะโกนตามเข้าไป

“เสื้อผ้าอยู่ในตู้ เลือกใส่ได้เลยนะ ชุดไหนก็ได้ อ้อ กางเกงในก็มีนะ เราไม่ถือ ใส่ได้เลย”

“ปั้นชา!”

ฮ่าๆๆๆ สนุกจัง

 

100%

*******

บอกแล้ว น้องชาไม่ไสย คึคึ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.704K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,804 ความคิดเห็น

  1. #2779 Tdiodes (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 21:19
    พี่ไคจะช็อกมั้ยเนี่ย ยัยตัวดีพาผู้ชายขึ้นห้อง55555
    #2,779
    1
    • #2779-1 เรียกข้าว่านก(จากตอนที่ 13)
      8 กุมภาพันธ์ 2564 / 04:29
      แงงงงงงงง เราชอบเมนต์นี้ 😂😂😂
      #2779-1
  2. #2742 IIISKY__ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 10:46
    ยัยเด็กแสบ คุมแม่กำไม้เรียวแน่นมาก
    #2,742
    0
  3. #2724 SandSeaSun (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 17:11
    น้องน่ารักอ่ะ แสบๆซนๆ
    #2,724
    0
  4. #2701 Earn0624 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 19:54
    เซอไพร้สมากกก ไม่ได้คิดถึงขั้นว่าจะมาเป็นสตั๊นแมนเลย เก่งมาก แต่ยัยปั้นชาก็คือตัวแสบ
    #2,701
    0
  5. #2631 jaja230742 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 16:10
    ชอบ!!555555555
    #2,631
    0
  6. #2583 pinend (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 14:23
    น้องชาลูกกกก โอ้ยยยย
    #2,583
    0
  7. #2533 Kimpuaypark (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 18:06
    ทำไมพระเอกเรากลายเป็นโดนนายเอกต้อนแล้วละ ????
    #2,533
    0
  8. #2518 NichaGosantor (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 06:11
    น้องงงงงซนมากน่าตีจิงๆ
    #2,518
    0
  9. #2487 CallistoJpt (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:21
    โอ๊ยขำ น้องชาขี้แกล้งไม่น้อยเลย 55555555555555555
    #2,487
    0
  10. #2473 Yooika (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 06:18
    น้องชาลูกกก ซนเกิ้น
    #2,473
    0
  11. #2468 maybunny (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:08
    นึกว่าอยู่ในแก๊งมาเฟียอะไรงี้ สรุปเป็นสตั้น5555
    #2,468
    0
  12. #2454 Wiwha (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:29
    โอ้ยย น่าร้ากกก
    #2,454
    0
  13. #2426 mileyduchess (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:45
    น้องชาน่ารักจริงๆ นะ ดูจริงใจดี 55555555 ที่แท้ฮอว์กเป็นสตมเองหรอ คือเดาไปไกลมาก ผิดคาดสุดๆๆๆๆ
    #2,426
    0
  14. #2369 Spices_smile (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:43
    น่ารักกกกกกก
    #2,369
    0
  15. #2259 RealThxnB (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 02:05
    ซนมาก5555555
    #2,259
    0
  16. #2187 Jinjoo.K (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 21:10
    ว้าววว พ่อหนุ่มสตั๊นแมนล่ะแก ทีแรกนึกว่าต่อยมวย555555555 ถึงว่ามีแผลทุกที แล้วยัยน้องชาก็ขี้แกล้งนะ ตัวแสบเอ้ยย
    #2,187
    0
  17. #2096 ราดีนซิส ลีอา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 17:36
    อย่างป่วนน้องซนมากอ่านเพลิอลืมเม้นยิ้มไม่หุบ
    #2,096
    0
  18. วันที่ 27 มกราคม 2563 / 13:43
    เด็กบ้า เหมือนสาวน้อยอะ5555
    #2,094
    0
  19. #1923 -M1N- (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 17:43
    น้องชาร้ายมาก
    #1,923
    0
  20. #1916 tkkjnp (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 10:55
    เกมส์พลิก ตาฮอร์กโดนแกล้งซะงั้นน 5555555555555
    #1,916
    0
  21. #1868 Miki_milky (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 10:18
    เด็กอะไรเจ้าเล่ห์จัง
    #1,868
    0
  22. #1799 PPK-MT (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 17:20
    ฮืออออ น้องลูกกก อย่าทำตัวแบบนี้คุมแม้จะตีก้นเลยนะ ซนมาก
    #1,799
    0
  23. #1786 MayYL (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 10:45
    ชาน่ารักจังเลย
    #1,786
    0
  24. #1725 นกน้อยของบอสแบม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 23:51
    ยัยน้องงงง55555
    #1,725
    0
  25. #1706 chompoo--- (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 15:24
    น่ารักกกก
    #1,706
    0