Find my FAN #ชาจะมีเพื่อน

ตอนที่ 12 : #11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29,131
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,078 ครั้ง
    20 ธ.ค. 62

 

อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ คือคำที่พัดได้ชื่นชมผมเอาไว้เมื่อวันที่มีเรื่องกับพวกปิ่น สำหรับบางคนอาจจะคิดว่ามันเกินจริงไปแต่ไม่ใช่กับคนอย่างผมแน่ ใครดีมาก็ดีกลับไปหลายเท่า แต่ใครร้ายมาก็ร้ายใส่กลับไปหลายๆเท่ากว่า เรียกว่าอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอก็ถูกแล้ว 

ดังนั้นเมื่อเริ่มต้นวันแรกของสัปดาห์รถยนต์คันหรูที่มีเพียงแค่ห้าคันในโลกก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าตึกคณะบริหารธุรกิจในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะราวกับคาดการณ์เอาไว้

เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มเรียกสายตาของคนทั้งคณะ รวมถึงกลุ่มของปิ่นที่ผมจงใจทำให้เห็นด้วย

ฟิล์มของรถนั้นมืดทึบจนคนด้านนอกมองเข้ามาไม่เห็น แต่ผมเห็นสีหน้าของพวกนั้นอย่างชัดเจน มีทั้งอึ้ง ทึ่ง และกระหายอยากได้ แน่นอนว่ารถคันนี้เป็นรถในฝันของเหล่าคนรวย ลูกหลานคนรวยพวกนี้ย่อมรู้จักอยู่แล้ว การได้มาจอดหน้าตึกคณะในที่จอดรถวีไอพีนั้นยิ่งเพิ่มความแพงของมันเข้าไปอีก

เมื่อเครื่องยนต์ดับสนิท ก็ก้าวลงจากรถที่ประตูเปิดขึ้นด้วยท่าทางที่แสนจะมั่นใจ แว่นกันแดดสีดำยี่ห้องดังถูกดึงออกเผยดวงตาสวยสีน้ำตาลเข้ม เมินทุกคนที่อ้าปากค้างเพราะเดาได้อยู่แล้วว่าจะต้องเป็นอย่างนั้น

แต่แล้วสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในแผนการก็เกิดขึ้น

บิ๊กไบก์คันใหญ่ที่ส่งเสียงร้องก้องถนนไม่แพ้กันขับเข้ามาด้วยความเร็วสูง ไม่ถึงหนึ่งนาทีก็จอดอยู่ด้านข้างของผมซึ่งเป็นที่จอดสำหรับรถมอเตอร์ไซค์(มีสองที่คือหน้าตึกกับลานจอดรถเช่นกัน) หมวกกันน็อกสีดำถูกถอดออก เจ้าของรถสะบัดศีรษะสองสามครั้งให้เส้นผมเข้าทรง แน่นอนว่าคนนั้นจะเป็นใครไม่ได้นอกจากคนที่เพิ่งเป็นข่าวกับผมเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา

“ฮอว์ก” ผมยิ้มเซ็งๆให้คนขโมยซีน เมื่อเขามองผมและมองเลยไปยังรถคันสวยด้านหลังก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

“เปลี่ยนรถ?”

“ก็นิดหน่อยน่ะ ของขวัญจากคุณป๊า”

“ป๊าหรือป๋า เอาดีๆ” เสียงเข้มดุขึ้นเล็กน้อยแบบไม่ได้จริงจังทำให้ผมขำลั่น

“ตลกแล้ว คุณป๊าที่แปลว่าพ่อเหอะ”

“ล้อเล่นน่ะ”

“รู้ว่าล้อเล่น แล้วนี่ไปทำอะไรมา เมื่อวันศุกร์ไม่เข้าเรียน โผล่มาอีกทีพร้อมกับแผลที่เพิ่มขึ้นอย่างนั้นเหรอ” ยกมือขึ้นแตะโหนกแก้มที่มีผ้าปิดเอาไว้ เมื่อมองสำรวจไปทั่วตัวแล้ว แม้จะไม่สาหัสแต่ก็เจ็บตัวเยอะกว่าครั้งไหนๆ

“เจ็บ” ฮอว์กจับมือผมออกจากใบหน้าของเขา คิ้วเข้มย่นเล็กน้อยประกอบคำพูด ยิ่งมองก็ยิ่งน่าเป็นห่วง

“ไม่ไหวก็น่าจะลาต่อนะ แล้วนี่ไปทำอะไรมา”

“...........”

“โอเคถ้าไม่สะดวกใจจะตอบ เราจะไม่ถาม งั้นเราขึ้นเรียนเถอะ เหลืออีกไม่กี่นาทีแล้ว” ผมบอก ฮอว์กพยักหน้า วาดขาลงจากรถคันโปรดของตัวเอง กลุ่มอดีตเพื่อนสนิทยังคงยืนอยู่ไม่ไกล หูแต่ละคนกางอย่างกับจานดาวเทียมสอดแนมขององค์กรสายลับสักแห่ง

ไม่ค่อยจะสอดรู้สอดเห็นเท่าไหร่

ผมกับฮอว์กเดินผ่านพวกนั้นอย่างไม่คิดจะใส่ใจ คนแบบนี้ให้ค่าไปก็เข้าข้างว่าตัวเองสำคัญ หากมองเป็นอากาศเมื่อไหร่นั่นแหละสะใจกว่าที่ได้เห็นใบหน้าดูถูกคนอื่นบิดเบี้ยวซะบ้าง

กำลังจะขึ้นบันไดอาคารเรียนก็เจอกับพัดเข้าพอดี ตอนแรกเขายิ้มกว้างยกมือขึ้นเตรียมทักทายผม หากพอเห็นว่าใครเดินมาข้างๆใบหน้าก็เริ่มซีด ขยับตัวมาหลบด้านหลังผมอย่างรวดเร็ว

“เป็นอะไรพัด” ผมแซวกึ่งขำเพื่อน ขนาดพัดที่ไม่ได้สนใจเรื่องข่าวลือ เวลาอยู่ต่อหน้าฮอว์กใกล้ๆยังกลัวเขาเลย

“ปะ เปล่า”

“พัดนี่ฮอว์กเพื่อนเรา ที่จริงก็คงจะรู้จักแล้วล่ะเนอะก็เรียนมาด้วยกันตั้งสามปีแล้วนี่นา” และคงจะรู้จักดีจากข่าวลือทั่วทั้งมหาวิทยาลัย พัดเองก็ได้เห็นรูปฮอว์กจากเพจคิ้วบอยแล้วเมื่ออาทิตย์ก่อน

“อะ อืม”

“หวัดดี” ฮอว์กเริ่มทักทายอีกฝ่ายก่อน พัดก็ยิ่งทำตัวไม่ถูกใหญ่ เขาลังเลว่าควรตอบกลับดีไหม เมื่อมองหน้าผมที่พยักหน้าและยิ้มให้ก็ค่อยมีความกล้าเพิ่มขึ้น

“อื้อ หวัดดี..ฮะ ฮอว์ก”

“ขึ้นเรียนเถอะ เดี๋ยวอาจารย์เช็กขาด” ใบหน้าที่มีแต่รอยเขียวช้ำพยักพเยิดขึ้นไปทางบันไดตึกแล้วออกนำก่อน พัดยื่นหน้าออกมาจากด้านหลังของผมมองตามอีกคนไป

“กะ ก็ดูไม่น่ากลัวเท่าไหร่นะ”

“ไม่น่ากลัวแล้วพัดสั่นทำไมล่ะ”

“ชาอะ!” เจ้าตัวเล็กค้อนผมขวับใหญ่แล้วเดินหนีขึ้นบันไดไปบ้าง

การเข้าเรียนครั้งนี้ผมมีความสุขกว่าครั้งไหนๆ ไม่ต้องคอยระวังตัวกลัวว่าจะไม่ถูกใจใคร ทำให้รอยยิ้มเพิ่มมากขึ้น เราเลือกนั่งแถวหน้า มีฮอว์ก ผม แล้วก็พัด ส่วนนานานั่งแถวถัดไปด้านหลังเรากับเพื่อนของเธอ ส่งยิ้มให้กันเล็กน้อยอาจารย์ก็เข้าสอนพอดี

“เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนายไม่ได้มา คลาสของวันศุกร์อาจารย์สั่งให้ทำงานกลุ่มเราก็เลยใส่ชื่อของฮอว์กเข้าไปในกลุ่มด้วยแล้วนะ”

“กลุ่ม?”

“ก็มีฮอว์ก เรา พัด แล้วก็นานา”

“แล้วพวกเพื่อนสนิทนายล่ะ” ฝ่ายคนถามเหลือบไปมองแถวด้านหลังห่างไปเกือบสิบแถว ซึ่งเคยเป็นที่นั่งประจำของผม ที่จริงเขาคงสังเกตตั้งแต่ที่ผมกับพัดตามมานั่นข้างเขาแล้วล่ะ แค่เป็นคนไม่ชอบพูดมาก(?)ก็เลยไม่ซักไซ้อะไร

“ต้องเรียกว่าอดีตเพื่อนนะ” ผมตอบกลับยิ้มๆ ฮอว์กก็ยังทำหน้าไม่เข้าใจจนต้องอธิบายเพิ่ม “พอดีมีเรื่องไม่เข้าใจกันน่ะ แยกออกมาแบบนี้สบายใจทั้งสองฝ่ายมากกว่า”

บอกไปแค่นั้น ไม่อยากเล่าเรื่องลึกนักเพราะมันพาดพิงถึงเขา รู้ไปก็ไม่ได้อะไรหรอก เชื่อสิว่าถึงแม้ฮอว์กจะรู้ เขาก็คงทำตัวเหมือนเดิมอยู่ดี ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

“อ้อ” เจ้าตัวรับคำอย่างไม่ใส่ใจ

“จริงสิ เย็นนี้ว่างไหม เราคุยเรื่องแบ่งหัวข้อกันไปแล้ว เหลือแค่ฮอว์กคนเดียว เดี๋ยวเราอธิบายหัวข้อกับขอบเขตที่ต้องหาข้อมูลให้ฟัง ไปหาร้านไอติมนั่งกันเถอะ”

“ไอติม?”

“ก็แหม ร้านไอติมไม่ไกลจากที่นี่มีโปรโมชั่นมาสองจ่ายหนึ่งพอดีเลยนี่นา เมื่อเช้าเราขับรถผ่านเห็นว่าน่ากินดี”

“หึ เด็ก” นิ้วเรียวยาวดูแข็งแกร่งดีดเข้าที่หน้าผากผมหนึ่งที โชคดีที่มีสติมากพอไม่ร้องโวยวายออกไปให้คนมองกันทั้งห้องแถมจะถูกอาจารย์ที่สอนอยู่ดุเอาด้วย

“ตกลงว่ายังไงล่ะ ไปไหม?”

“ไม่”

ถึงกับไปไม่ถูก ที่ผ่านมาฮอว์กไม่เคยปฏิเสธผมสักครั้ง พอได้ฟังแล้วใจก็ห่อเหี่ยวแปลกๆ พาลออกอารมณ์ทางสีหน้า ทั้งที่ปกติผมถูกฝึกมาดีให้เก็บความรู้สึก อยู่กับฮอว์กทีไรผมทำตัวไม่เหมือนเวลาอยู่กับคนอื่นทุกที

“วันนี้ต้องทำงาน” คำตอบเพิ่มเติมถูกพูดด้วยเสียงทอดอ่อน ผมจึงเงยหน้าขึ้นไปสบตา พบว่าคนพูดกำลังมองผมอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาอมยิ้มเล็กน้อยอย่างพอใจที่ได้แกล้งผมสำเร็จ

“ฮอว์กอะ” ชกไหล่ซะเลย แต่พอทำอย่างนั้นเขาก็นิ่วหน้า ให้เดาว่าคงเจ็บที่หัวไหล่ด้วยแน่ๆ “ขอโทษ เราไม่รู้ว่านายเจ็บตรงนั้นด้วย”

“ไม่เป็นไร...ไว้คืนนี้จะโทรหาละกัน”

“ไม่ได้สิ หัวข้อมันเยอะแล้วก็ต้องอธิบายกับพวกโน้ตย่อแล้วก็ใบงาน คุยทางโทรศัพท์คงเข้าใจยากแน่ๆ”

“ตรงนั้นน่ะ คุยกันนานแล้วนะคะ” เสียงโหดๆขัดขึ้น ผมรีบนั่งตัวตรงส่งยิ้มแห้งทันที รับรู้ได้ถึงสายตาดุๆที่มองมา เมื่ออาจารย์สอนต่อเลยไม่กล้าหันไปคุยกับคนข้างๆอีก

 

จบวิชาตอนเช้าคนน่ากลัวของคณะก็หายตัวไป เห็นแวบๆว่าเดินอ้อมไปหลังตึกบริหารฯ น่าจะไปดูเจ้าแม่หมากับลูกๆของมันล่ะมั้ง ผมไม่ได้ตามติดเขาเป็นเงาด้วยรู้จักนิสัยรักสันโดษของเขาดี ชวนพัดไปทานข้าวที่โรงอาหารแล้วก็คุยกันเรื่องเนื้อหาที่เพิ่งเรียนไปแทน อาจารย์สั่งไว้ว่าจะมีควิซครั้งหน้า

โรงอาหารคณะคนเต็มจนล้น เนื่องจากมีนักศึกษาที่เป็นลูกคุณหนูเยอะเลยเป็นคณะเดียวที่มีโรงอาหารติดแอร์ เห็นจำนวนคนแล้วเลยพากันไปกินที่แคนทีน (โรงอาหารใหญ่) ซึ่งมีที่นั่งเยอะกว่า ร้อนไปสักหน่อยแต่ไม่ได้มีปัญหาอะไร

“ไม่ได้กินข้าวโรงอาหารนานแล้วนะเนี่ย” ผมกวาดตามองคนวัยเดียวกันในชุดเหมือนกันหมดคือเสื้อเชิ้ตสีขาว และกางเกงหรือกระโปรงสีดำ จะมีบางกลุ่มที่ใส่เสื้อชอปคณะตัวเองเป็นส่วนน้อย

“ปกติชากับพวกปิ่นชอบไปกินร้านอาหารข้างนอกกันไง แต่เรามากินบ่อยเดี๋ยวเราแนะนำเองว่าร้านไหนเด็ด”

“กินบ่อย?” จากที่มองร้านอาหารที่ตั้งเรียงรายด้วยความสนใจ ก็หันไปมองคนพูดทันที “ไหนว่ารีบไปทำงานพิเศษตลอดไง ถึงไม่ค่อยไปกินข้าวกับพวกเรา”

“ก็ แหะๆ” พัดยิ้มแห้ง มือเล็กยกขึ้นเกาต้นคอตัวเองเมื่อถูกจับได้ “ร้านที่ไปกันมันแพงนี่นา เราไม่อยากใช้เงินสิ้นเปลืองก็เลยอ้างว่าไปทำงานดีกว่า ไม่อยากให้ทุกคนลำบากใจ”

“น่าจะบอกเรา เรากินที่โรงอาหารกับพัดได้ ไม่ลำบากหรอก” เลี่ยงที่จะพูดเรื่องเลี้ยงหรือจ่ายให้ก่อนไป นิสัยอย่างพัดไม่กินของฟรีที่เพื่อนเลี้ยงหากไม่มีโอกาสสำคัญอย่างเช่น งานวันเกิด และผมก็ไม่อยากพูดคำนั้นกับคนที่หาเงินใช้เองอย่างลำบาก

“ชาไม่ลำบาก แต่คนอื่นๆล่ะ พวกนั้นไม่มีทางนั่งกินข้าวในโรงอาหารแน่นอน เราเสียงเดียวขี้เกียจมีปัญหาน่ะ เอาเถอะน่าเรื่องมันผ่านไปแล้ว ตอนนี้ชาก็มากินข้าวกับเราแล้วนี่ไง”

“อื้อ ต่อไปเราจะมากินข้าวกับพัดที่โรงอาหารทุกครั้งเลยนะ ถ้าไม่ชอบตรงไหนหรือคิดว่าไม่ไหว บอกเราตรงๆได้เลย เราเพื่อนกันต้องคุยกันเข้าใจนะ”

“คร้าบบบ คุณปั้นชา เอ้า ร้านนั้นแหละที่เราจะแนะนำ รับรองว่าชาต้องชอบ ไปเถอะ” พัดดันหลังผมไปต่อคิวร้านที่คนค่อนข้างเยอะพอสมควร หลังจากนั้นก็มาหาที่นั่งกัน เลือกจะเมินเสียงซุบซิบยามที่เดินผ่าน

เป็นช่วงเวลาที่นักศึกษาหลายคณะพักพร้อมกัน เลยใช้เวลามองหาที่ว่างพอสมควร แล้ววันนี้ผมคงใช้แต้มบุญเยอะไปหน่อย ตอนนี้แต้มบุญก็เลยหมด ดันมาเจอกับกลุ่มของพี่เคนเข้าพอดี

เมื่อสายตาเราสองคนสบกัน ต่างฝ่ายก็ต่างชะงัก ครั้งสุดท้ายที่คุยกันจบไม่สวยเท่าไหร่ ยิ่งสิ่งที่เขาโพสลงเฟสบุ๊คนั่นทำให้ผมถูกด่าหนักกว่าเดิม ความรู้สึกดีที่เคยมีให้ก็หมด ไม่เหลือ

“น้องปั้นชานี่เอง แหม ยังมีหน้ามากินข้าวที่นี่ได้ ไม่สิ ต้องบอกว่า ยังมาเรียนได้อีกเนอะ เข้มแข็งดีจัง” คนที่นั่งข้างพี่เคนพูดขึ้น อีกคนที่นั่งถัดไปก็ช่วยเสริมอย่างกับลูกน้องผู้ร้ายในละครที่ดูตอนเด็ก

“จะเรียกว่าหน้าเข้มแข็ง หรือหน้าหนาดีล่ะ เจอขนาดนี้ยังกล้ามามหาลัยอีก”

“ผมไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ครับ ทำไมต้องไม่กล้ามาด้วยล่ะ” ผมตอบเสียงนิ่งและเย็นชาอย่างมาก ไม่มองคู่สนทนา สายตาจ้องพี่เคนที่เหยียดยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดของผม

“เพื่อนพี่มันเสียใจมากเลย น้องชาไม่น่าทำกับไอ้เคนแบบนี้” อีกคนว่าเสียงดังราวกับตั้งใจให้คนอื่นได้ยินด้วย และมันได้ผล ทุกคนหันมามองเรา ยิ่งพอเห็นว่าเป็นคู่กรณีที่กำลังดังก็ยิ่งสนใจ

“ใครทำรู้อยู่แก่ใจนะครับ อย่าให้ผมต้องพูดเลยดีกว่า แล้วอีกอย่างนะพี่เคน ถ้ายังไม่หยุดปั่นโซเซียลให้คนเห็นใจ อย่าหาว่าผมไม่เตือน” สายตาผมดุร้ายขึ้นอีกนิด พี่เคนแอบชะงักแต่แค่แวบเดียวเมื่อเขารู้ว่าทุกคนกำลังมองอยู่ก็ทำใจกล้ายิ้มตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน

“พี่ทำอะไรล่ะ คนอย่างพี่มีอะไรให้ชาต้องมาขู่อย่างนั้นเหรอ ตลอดเวลาพี่จีบชาก็ให้เกียรติตลอด ไม่เคยล่วงเกินหรือทำตัวไม่ดี ชาเองก็บอกว่าให้โอกาสพี่ แต่ก็ยังนอกใจไปคุยกับคนอื่นด้วย”

“แน่ใจเหรอครับว่าคนที่นอกใจคือผม” เอาสิ อยากจะเสียงดังผมก็ทำได้เหมือนกัน ให้มันรู้ไปว่าคนที่เรียนถึงระดับมหาวิทยาลัยจะมีสมองเท่ามด คิดเองไม่เป็นกันสักคน

สิ่งที่พูดทำให้พี่เคนชะงักอีกรอบ เห็นแววตาร้อนรนของเขาผมก็ยิ่งยิ้มสะใจ คนมีความผิดยังไงก็ต้องร้อนตัวอยู่แล้ว

“พะ พี่ไม่ได้ทำอะไร”

“ไม่ทำก็ดีแล้วครับ ผมว่าเลิกแล้วต่อกันจะดีกว่านะ ไม่อย่างนั้นคนที่จะเสียก็คือพี่เคน” พูดจบก็เดินออกจากตรงนั้นไปอีกฝั่งของโรงอาหารโดยมีพัดเดินตามมา เมื่อได้ที่นั่งแล้วก็นั่งฟังเพื่อนสนิทบ่นด่าพี่เคนอย่างต่อเนื่องแกล้มข้าวไปด้วย

กับข้าวโรงอาหารนี่...ก็อร่อยเหมือนกันนะ

 

หลังเลิกคลาสบ่ายพัดก็รีบขอตัวไปทำงานพิเศษตามปกติ ผมนั่งคุยกับนานาอยู่พักหนึ่งสายตาดันเหลือบเห็นเงาคนคุ้นเคยแวบๆ ก่อนสมองจะสั่งการร่างกายก็ผุดลุกขึ้นนั่งพอดี

“ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะนานา เราต้องไปแล้ว”

“หืม?” นานาคงแปลกใจกับท่าทางของผม เมื่อหันไปตามสายตาดวงหน้าสวยก็คลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา “ฉันว่าข่าวลือในเพจนั่นท่าทางจะไม่ได้นั่งเทียนเขียนซะล่ะมั้ง แกเล่นวิ่งตามฮอว์กทุกครั้งที่เห็นขนาดนี้”

“บ้าเหรอ เมื่อกลางวันก็ไม่ได้ตามเหอะ”

“แน่ะ ยอมรับแล้วสิว่าตาม”

“ยัยบ้า” ผมปัดนิ้วที่ชี้มาตรงหน้าออก นานาหัวเราะชอบใจใหญ่ ผมขอตัวจากเพื่อนอีกครั้ง เดินไปยังโถงใต้อาคารเรียน “ฮอว์ก!”

เจ้าของชื่อหยุดและหันกลับมา ท่วงท่าราวกับเดินบนพรมแดงหรือแคทวอล์ก จะติดอยู่นิดเดียวที่นายแบบคนนี้หน้าเละไปหน่อย ให้เดินธีมฮาโลวีนคงไหว ไม่ต้องแต่งเพิ่มแน่นอน

“อือ” คำทักทายจากคนกวนประสาทสั้นๆ สองมือล้วงกระเป๋า สองคิ้วเข้มยกขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงถาม 

“ถ้าหน้าไม่ดุ สาวๆต้องกรี๊ดใส่นายทุกวันแน่ๆเลย”

“เรียกเพื่อจะบอกเรื่องนี้?” คำถามกลับค่อนข้างแสดงถึงความมั่นใจในตัวเองจนน่าหมั่นไส้ ฮอว์กทำหน้าประมาณว่า ก็รู้อยู่แล้วว่าตัวเองหล่อ

แหวะ

“ยังคุยกันไม่จบเลย เมื่อเช้าน่ะ เรื่องหัวข้อรายงาน”

“ต้องไปทำงาน ไม่ว่างหรอก เมลมาก็แล้วกัน เดี๋ยวให้เมลไว้” ฮอว์กทำท่าจะหยิบกระดาษมาจดอีเมลแอดเดรส หากผมก็ดันมือเขาให้หยุดไว้ก่อน

“ไม่เอาดิ มันต้องอธิบายไงก็บอกแล้ว”

“เขานัดหกโมง” เจ้าตัวบอกพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นโชว์ หน้าปัดบอกเวลาห้าโมงสิบห้านาทีแล้ว ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเดินทางนานแค่ไหนกับเมืองที่ได้ชื่อว่ารถติดอันดับต้นๆของโลก

“งั้นพรุ่งนี้ล่ะ”

“พรุ่งนี้ไม่มีเรียน” จะว่าไปพรุ่งนี้ผมก็ไม่มีเรียนเหมือนกัน ถ้าหลังจากนั้นอาจจะช้าไป อาทิตย์หน้าต้องอัพเดตข้อมูลกับอาจารย์แล้วด้วย

“แปลว่าพรุ่งนี้ไม่เข้ามอใช่ไหม”

“ก็ไม่มีเรียน” ดู แล้วทำหน้าเหมือนจะด่าผมว่า อย่าโง่

“ลองถามไง เผื่อต้องเข้ามาคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาโปรเจกต์งี้ แล้วก็อย่าทำหน้าเหมือนด่าเราได้ปะ เดี๋ยวต่อยคว่ำเลย”

“คว่ำลงเหรอ”

“ลองดูได้นะ อย่าคิดว่าเป็นแชมป์เหรียญทองโอลิมปิกแล้วเราจะสู้ไม่ได้ นั่นมันเมื่อหลายปีมาแล้ว ร่างกายนายอาจจะแข็ง กระดูกเปราะ เคลื่อนไหวเร็วๆไม่ได้แล้วก็ได้”

“ฉันไม่ได้แก่ อายุเราเท่ากัน” ฮอว์กทำหน้าเบื่อหน่ายใส่ “ฉันต้องรีบไปแล้ว ไว้จะโทรหาคืนนี้แล้วกัน”

“คิดอะไรดีๆออกแล้ว” อยู่ๆผมก็ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่อีกฝ่ายเห็นแล้วทำหน้าผวาถอยหลังไปหนึ่งก้าว รอยยิ้มแบบที่จวินกับโฉวชอบบ่นว่าขนลุกบ้าง สยองบ้าง

“อย่าเล่นอะไรแปลกๆนะ ปั้นชา”

เป็นครั้งแรก...ที่เขาเรียกผมว่าปั้นชา หรือเปล่านะ

แม้จะไม่ใช่คนแรก แต่ผมกลับชอบคำว่าปั้นชาที่ออกจากริมฝีปากได้รูปของเขาจังเลย

อ่า ไม่ใช่เวลาเคลิ้มนะปั้นชา

“จะเล่นอะไรเล่า เราไม่ใช่เด็ก คือจะถามว่าที่ทำงานเนี่ย สะดวกให้คนนอกเข้าไปไหม” ผมรีบปรับสีหน้าไม่ให้ดูขนลุกเพื่อให้คนมองคลายความระแวง ฮอว์กทำท่าคิด

“ก็ได้นะ คนค่อนข้างเยอะ ถ้าขออนุญาตก็ให้คนนอกเข้าได้ ถามทำไม...อย่าบอกนะ”

“นั่นแหละ ไปด้วยดิ”

“เนี่ย เล่นอะไรแปลกๆ” ฮอว์กดีดหน้าผากผม ครั้งนี้แรงกว่าทุกครั้งด้วย

“เจ็บนะ ทำร้ายร่างกาย ต้องถูกปรับด้วยการพาเราไปด้วยซะดีๆ เผื่อมีจังหวะว่างจะได้อธิบายหัวข้อรายงานที่ฮอว์กต้องทำไง นะนะ ให้เราไปด้วย” ผมเกาะแขนเขาแน่น ทำตาปริบๆ

“อย่าอ้อนสิ” คนพูดมองด้วยสายตาอ่อนลง แบบเดียวกับพี่ไค

“ไม่ให้ไปก็จะอ้อนอยู่แบบนี้ จะกอดอยู่แบบนี้ด้วย” กลัวจะไม่เชื่อเลยกระชับกอดแขนเขาเอาไว้แน่นกว่าเดิม ฮอว์กกรอกตามองบนด้วยสีหน้าลำบากใจ

“เฮ้อออ ไม่ระวังตัวเลยปั้นชา”

“อะไร?”

“ช่างเถอะ จะไปก็ไป ปล่อยได้แล้ว กอดแบบนี้เดี๋ยวโดนเอาคืน” นิ้วชี้หน้าอย่างคาดโทษ คิดว่ากลัวไหม ไม่เลยสักนิด ผมยังกอดแขนเขาไว้เพื่อแกล้งต่อ

“ทำไม จะเอาคืนอะไร จะต่อยหรือจะคว่ำเราด้วยท่าเทควันโดล่ะ เราก็สายดำเหมือนกันนะ”

“จะกอดคืน”

“....”

“กอดให้แน่นกว่าเลยด้วย”

“.....”

“หึหึ ดีมาก” มือหนายกขึ้นมาลูบหัวผม ท่าทางเหมือนลูบหัวหมาหลังคณะตอนที่ผมคลายมือออก จากนั้นก็ออกเดิน เพียงไม่กี่ก้าวก็หันกลับมา “จะไปไหม ชักช้าไม่รอนะ”

“ปะ ไป ไปๆๆๆๆ ฮอว์กรอเราด้วย~”

วิ่งตามหลังฮอว์กแล้วพอผ่านหน้าร้านถ่ายเอกสารใต้ตึก ผมก็โยนกุญแจรถตัวเองให้กับบอดี้การ์ดที่ปลอมตัวอยู่ พร้อมกับสั่งให้เอารถกลับไปจอดที่คอนโดฯให้ ไม่คิดกังวลใจว่าจะมีคนรู้ตัวตนอย่างเมื่อก่อน

ตอนนี้ในใจของผมรู้สึกตื่นเต้นเรื่องที่จะได้เห็นว่าฮอว์กทำงานอะไร ที่ทำงานของเขาเป็นแบบไหนมากกว่า

อะไรที่ทำให้คุณเหยี่ยวจอมสันโดษต้องเจ็บตัวมาได้ไม่เว้นแต่ละเดือน

 

100%

******

ถถถถถ พิฮอว์ก / ยิ้มอ่อน

ส่วนอิพี่เคน จะเจออะไรที่มากกว่านี้มั้ยยย /ยิ้มอ่อนอะเกน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.078K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,789 ความคิดเห็น

  1. #2778 Tdiodes (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 21:04
    เป็นหนักใจ ยัยน้องวอแวผู้ชายเก่งนัก55555
    #2,778
    0
  2. #2741 IIISKY__ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 09:21
    ชาจะไม่สน ชาจะไม่แคร์ ดีมากค่ะลูก แคร์คนที่แคร์เราก็พอ ว่าแต่หนูวิ่งตามอ้อนพี่เขาต้อยๆแบบที่นานาบอกจริงๆน้า คนนั้นโดนอ้อนก็อ่อนไปหมด
    #2,741
    0
  3. #2700 Earn0624 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 19:01
    มีความสุขมากค่ะคุณพี่ขา นายฮอร์กแรงมากกกกกก เขิน
    #2,700
    0
  4. #2674 maaaaaathu (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 00:27
    คือตอนนี้อยากเป็นเมียค่ะ5555
    #2,674
    0
  5. #2630 jaja230742 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 14:41
    จับทีจะล้ม
    #2,630
    0
  6. #2565 Sansuyu (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 01:10
    กรี๊ดดกก ฮอร์ก แรงน้าาาา
    #2,565
    0
  7. #2522 อิอิอิ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 04:15

    เนี่ยคือบุคลิกลูกรักยกใหเป็นชาลูกแมะแล้ว ก่อนหน้านี้คือลูกชังน้องไม่เหมาะกะการเล่นบทหัวอ่อนยอมคนจริงๆอะ เฟียสๆสดใสๆคือเริ่ด????????

    #2,522
    0
  8. #2486 CallistoJpt (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:02
    เจอประโยคเอาคืนของฮอร์กเข้าไปน้องชาถึงกับไปไม่เป็นเลยเหรอลูก 5555555555555
    #2,486
    0
  9. #2425 mileyduchess (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:51
    ตื่นเต้นๆๆๆๆ อยากรู้จักชีวิตฮอว์กจะแย่
    #2,425
    0
  10. #2397 Noonn Chutima (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:35
    ในที่สุดพระเอกก้มาาา~~
    น่ารักกกก
    #2,397
    0
  11. #2346 Kibibiza (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:44
    สนุกจังค่ะ
    #2,346
    0
  12. #2258 RealThxnB (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 01:54
    ชอบเขาแล้วหนุ
    #2,258
    0
  13. #2186 Jinjoo.K (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 21:01
    ฉันน่ะ อยากเห็นอิพวก-นั่นโดนเอาคืนจริงๆเล้ยยยย
    ส่วนนังเหยี่ยว รับจ๊อบเสริมเป็นต่อยมวยปะแก หน้าถึงช้ำมาทุกวันอะห้ะ
    #2,186
    0
  14. #1864 Miki_milky (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 09:43
    ฮอว์กทำงานไรนะ
    #1,864
    0
  15. #1705 chompoo--- (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 15:12
    ไรท์สู้น้าาาา
    #1,705
    0
  16. #1547 ซีเอชโอเอ็มพียู..yy.. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 12:18
    พวกที่ด่าเขาโดยไม่รู้ความจริงใดๆนี่ พร้อมรับมือกับผลกระแทกกลับถูกม่ะ คือตอนนี้มีเรือลำนึงน่าลง แต่เขาไม่เจอกัน ไคพัด 55555
    #1,547
    6
    • 20 มกราคม 2563 / 13:59
      อ้าว เรือเดียวกันนิ 5555
      #1547-3
    • #1547-6 Tery2006(จากตอนที่ 12)
      22 มกราคม 2563 / 13:16
      กำลังจะถามว่าไคคือใคร
      แต่ตอนนี้จำได้แล้ว
      #1547-6
  17. #1347 Ruruka Buta (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 19:55
    แบบนี้สิถึงจะมันส์
    #1,347
    0
  18. #904 icenattarikaib (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 18:57
    น่าเอ็นดูอะ เอ็นดูพัดมากมาย งืมมม
    #904
    0
  19. #889 Yongyie HH520 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 15:31
    โคตรน่ารักเลยยย น้องชารู้มั้ยว่าหนูติดสกินชิพพี่ฮอว์กมากเลย
    #889
    0
  20. #799 คนเมือง (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 17:21

    เห็นด้วยกับเม้นท์บนไป ซ้อมมวยที่ค่าย

    #799
    0
  21. #662 GOT-MarkBam (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 17:37
    นี่คิดว่าฮอว์กต่อยมวยหาเงินรึเปล่า แบบพวกมวยแปดเหลี่ยมไรงี้ เลยเจ็บตัวมาเรียน
    #662
    0
  22. #644 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 15:52
    อื้อหืออออ
    #644
    0
  23. #563 Sarunghaja (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 15:02
    เป็นเขินนะตอนนี้อ่ะดือไปหมด
    #563
    0
  24. #444 fighting writeee♡ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 12:51
    มันต้องได้แตะๆเนอะปั้นชาา
    #444
    0
  25. #339 _Rattanawadee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 13:10
    อ่า ไม่ไหว มีจะกอดกลับด้วย
    #339
    0