Find my FAN #ชาจะมีเพื่อน

ตอนที่ 10 : #9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,058 ครั้ง
    18 ธ.ค. 62

 

 

เมื่อวานถูกสายตาคนทั้งคณะมองว่าแย่แล้ว วันนี้ถูกเพื่อนที่นั่งล้อมรอบซักถามโน่นนี่อย่างไม่มีความเกรงใจซ้ำยังทำสีหน้าไม่เชื่อถืออีกกลับแย่ยิ่งกว่า ผมเกิดความคิดที่ว่า ถ้าหากไม่เชื่อกัน แล้วจะถามไปเพื่ออะไร ทุกอย่างที่ตอบคือความจริงสิ่งที่ได้กลับมาคือการกรอกตามองบนบ้าง เบ้ปากบ้าง หนักกว่านั้นคือพูดออกมาตรงๆ

“เชื่อยากอยู่หรอกนะ ไปค้างกันสองต่อสองในห้องขนาดนั้น จะให้บอกว่าไม่มีอะไร” เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มหันไปพยักหน้ากับอีกคนที่พูด ทำแบบนั้นทั้งที่อยู่ต่อหน้าผมนี่แหละ วันนี้พวกปิ่น มิ้น เนม ยังไม่มา เลยนั่งกับคนอื่นๆไปก่อน อย่างที่เคยบอกว่ากลุ่มเราเป็นกลุ่มใหญ่

“มันก็เหมือนเราไปค้างบ้านเพื่อน เราเป็นผู้ชายเหมือนกันไม่เห็นจะแปลกเลย” ผมยกไหล่ ไม่อยากเชื่อก็ไม่ต้องเชื่อ ไม่รู้จะอธิบายยังไงแล้ว ตามใจละกัน

แต่พอยิ่งเห็นผมทำท่าทางไม่แคร์ ทางนั้นก็ยิ่งโกรธ เสียงที่พูดดังขึ้นจนโต๊ะรอบข้างหันมามอง ที่จริงพวกนั้นก็แอบฟังอยู่แล้วแต่คราวนี้มองตรงๆเลย

“ก็คำพูดของแกมันไม่น่าเชื่อถือนี่ชา หมอนั่นเองก็ประวัติไม่ดีด้วย ถ้าเกิดว่าถูกมันหลอกไปทำมิดีมิร้ายก็บอกพวกเราตรงๆได้นี่ เพื่อนกันต้องช่วยอยู่แล้ว จะอายอะไร” คงจะรู้สึกดีอยู่หรอกถ้าไม่ใช่เพราะสีหน้าเหยียดยามแฝงมากับคำพูด 

“เราพูดทุกอย่างไปหมดแล้วและมันคือความจริง ถ้าเกิดว่าจะคิดกันแบบนั้นแล้วมายัดเยียดกันในสิ่งที่ไม่ได้เกิด อธิบายไปก็เปล่าประโยชน์ พวกเธอต่างหากที่ใช้อคติฟัง เชื่อแต่ในเพจนั่นจนไม่เชื่อเพื่อนอย่างเรา”

“.......”

“ทั้งที่ปากบอกว่าเป็นเพื่อน จะช่วยจะปกป้อง เราอยู่ตรงนี้...ตรงหน้านี่ เป็นเพื่อนของพวกเธอแต่เธอกลับเชื่อตัวหนังสือมากกว่าเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาสามปี เนี่ยเหรอเพื่อน!”

“มากเกินไปแล้วนะชา มีสิทธิ์อะไรมาว่าพวกเรา”

“แล้วพวกเธอล่ะ มีสิทธิ์อะไรไม่เชื่อเรา”

“ถ้าจะพูดแบบนี้ก็ตามใจนะชา เพื่อนอุตส่าห์เป็นห่วง อยากจะโกหกต่อไปแบบนี้ก็ตามใจ” สองคนนั้นหน้าแดงก่ำ จากนั้นก็สะบัดหน้าลุกเดินหนีออกไปเลย 

ผมได้แต่ถอนหายใจไม่คิดจะรั้งให้กลับมา ตั้งแต่มีข่าวก็ต้องเจอสถานการ์แบบนี้ซ้ำๆ มันเหนื่อย เบื่อ กับการต้องพูดปากเปียกว่าอะไรคือความจริง และเหนื่อยยิ่งกว่าเมื่อพูดไปแล้วไม่มีใครเชื่อ

ช่างแม่ง!

“ชาครับ” กลุ่มเพื่อนหายไปไม่นานพี่เคนก็โผล่มาที่คณะ คนในคณะฮือฮากันอีกระรอก “ชาครับ เราต้องคุยกันนะ”

“ไม่ใช่ที่นี่พี่เคน”

“ครับ พี่รู้ งั้นเราออกไปหาอะไรทานกันดีกว่า ร้านข้างนอกก็ได้ ช่วงบ่ายพี่ว่าง ชามีเรียนไหม”

“ไม่เรียนแล้วครับ ไปเลยก็ได้” ที่จริงผมมีเรียนนะแต่ไม่มีอารมณ์จะเรียนแล้ว เข้าห้องไปก็เจอสายตาเพื่อนๆมองแล้วหันไปซุบซิบกัน มันน่ารำคาญ

เมื่อก่อนก็เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้แต่ตอนนั้นทุกคนรู้ว่าผมเป็นใคร สถานการณ์เลยไม่น่าอึดอัดรำคาญใจเท่าเพราะไม่มีใครกล้าซุบซิบกันต่อหน้า ทำเพียงหลบสายตาและเลี่ยงการพูดคุย

ไม่แน่ใจว่าแบบไหนจะรู้สึกดีกว่ากัน หรือไม่ก็รู้สึกแย่ทั้งสองแบบ

อดจะคิดถึงฮอว์กไม่ได้ สามปีมานี่ต้องเจอสายตาและการกระทำของเพื่อนร่วมคณะแบบนี้ตลอด เขาทนมันได้ยังไง

“งั้นไปกันครับ รถพี่จอดด้านหน้าคณะ จอดนานไม่ได้” พี่เคนเข้ามาใกล้แตะแขนให้ผมเดินเหมือนที่ทำทุกครั้งแต่รอบนี้ผมเบี่ยงตัวออก ว่าที่คุณหมอชะงักไปแวบหนึ่งและมองมาด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ

“เดี๋ยวชาขับรถไปเองดีกว่าจะได้กลับหอเลย ไม่ต้องกลับเข้ามาเอารถอีกรอบ พี่เคนก็ไม่มีเรียนบ่ายแล้วนี่ครับ”

“ก็ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวชาขับตามพี่มานะ ร้านอยู่ไม่ไกล”

ผมพยักหน้าแล้วเริ่มเดิน แค่สองก้าวก็เห็นใครบางคนที่คุ้นตาเดินเข้าตึกคณะมาพอดี...คนที่เมื่อวานหายหน้าไปทันทีที่เลิกคลาส คนที่เป็นประเด็นเช่นเดียวกันกับผม

“ฮอว์ก” ผมเอ่ยปากทักเมื่อเราเดินเข้ามาใกล้กันในระยะที่พูดปกติได้ยิน ถึงอย่างนั้นปฏิกิริยาของคนรอบข้างก็คืออ้างปากค้าง พี่เคนขมวิคิ้วทันที

“ไม่เรียน?” คนน่ากลัวของคณะหยุดเดินเมื่อเห็นว่าเป็นผมที่ทักเขา

“ไม่ วันนี้โดด ขี้เกียจ”

“หึ ขอให้อาจารย์ควิชในคลาส” มือใหญ่ยกขึ้นมาดีดหน้าผากผมเบาๆ ฮอว์กทำแบบนี้ตลอดซึ่งผมชิน แต่ลืมไปว่าคนอื่นคงไม่ชินด้วย “อะไร?”

เจ้าตัวหันมองรอบตัวเองเมื่อเห็นว่าคนอื่นในคณะส่งเสียงฮือฮาในจังหวะเดียวกับที่เขาดีดหน้าผากผม เดาจากสีหน้าฮอว์กคงยังไม่รู้เรื่องข่าวลือแน่ๆ 

ไม่แปลกใจเท่าไหร่นะ ก็เขาไม่มีเพื่อน แล้วไอ้เพจนั่นก็คงไร้สาระเกินไปสำหรับเขาด้วย

“อย่าไปสนใจเลยน่า ขึ้นเรียนก็ดีแล้ว ฝากเก็บงานด้วยนะ ไว้ตอนเย็นจะโทรไปถาม”

“อือ...”

“ไปได้หรือยังครับชา” พี่เคนแทรกเข้ามาก่อน ฮอว์กที่ทำท่าจะพูดบางอย่างต่อเลยสะดุด หันไปมองหน้าเหมือนเพิ่งรู้สึกตัวว่ามีคนอื่นยืนอยู่ตรงนี้ด้วยอีกคน นั่นทำให้พี่เคนเสียความมั่นใจน่าดู เห็นได้ชัดจากสีหน้าที่เริ่มหงุดหงิดของเขา

“อ้อ จะไปกับเพื่อน?”

“ผมไม่ใช่เพื่อนชา ผมเป็นแฟนชา”

“พี่เคน” ผมหันไปมองคนพูดด้วยความไม่พอใจ ไม่ใช่เพราะว่าเขาประกาศแบบนี้ต่อหน้าฮอว์ก ผมจะไม่ถือถ้าเราเป็นแฟนกันจริงๆ

“ไปได้แล้วชา พี่รีบ” พี่เคนไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ลากแขนผมออกจากคณะทันที ผมทันแค่หันไปโบกมือลาฮอว์กโดยที่ฝ่ายนั้นแค่มองตามมานิ่งๆ

“ไอ้คนนั้นใช่ไหม” ผมละสายตาจากเมนูเมื่อพี่เคนพูดบางอย่าง น้ำเสียงห้วนอย่างที่ไม่เคยได้ยินเขาใช้มันกับผมมาก่อน สีหน้าก็ตึงสนิท

“อะไรครับ?”

“อย่าทำเป็นไม่รู้ชา”

“ผมไม่รู้จริงๆพี่เคน กำลังเลือกอาหารอยู่พี่ก็พูดขึ้นมาจะให้ผมรู้อะไรล่ะ”

“ชาอย่ากวนพี่นะ” พี่เคนเริ่มเสียงเข้ม นั่นทำให้ผมไม่พอใจกว่าเดิมเหมือนกัน ตั้งแต่ที่ลากแขนผมออกจากคณะนั่นด้วย เกือบจะสวนกลับด้วยการบิดแขนหรือซัดไปสักหมัดให้จำอยู่เหมือนกัน ที่ไม่ทำเพราะยังรักษาหน้าเขาอยู่หรอก

“อะไรทำให้พี่เคนคิดว่าผมกวนพี่ ในเมื่อผมยังรู้ไม่เลยว่าพี่พูดเรื่องอะไร”

“ก็ไอ้หมอนั่น ที่ชาทักมันต่อหน้าพี่ ต่อหน้าคนทั้งคณะ...ทำแบบนี้พี่จะเอาหน้าไว้ไหนชา แค่นี้คนก็ว่าพี่โง่ถูกสวมเขาแล้วนะ”

ได้ยินผมก็ยิ่งเดือด จากที่อ่านคอมเม้นไม่มีใครว่าเขาสักคน มีแต่คนด่าผมเต็มไปหมด ผมยกไหล่ทำท่าไม่แคร์เหมือนที่ทำกับเพื่อนก่อนหน้านี้ แต่เพิ่มเติมด้วยการตอกกลับเป็นคำพูดที่คิดว่าเจ็บแสบที่สุด

“พี่จะเดือดร้อนทำไมในเมื่อมันไม่ใช่เรื่องจริง สวมเขามันต้องสำหรับคนที่คบกันไม่ใช่เหรอครับ”

“ชา!”

“พี่เคนจะเสียงดังทำไม”

“ดูสิ่งที่เราทำกับพี่สิ ยังให้พี่ใจเย็นไหวอยู่อีกเหรอ”

“ชายังไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ทักเพื่อนก็ผิดเหรอ”

“จะไม่ผิดหรอกถ้าเพื่อนคนนั้นไม่ใช่คนที่เพิ่งเป็นข่าวกับชา”

“เอ่อ...คุณลูกค้าคะ” ท่ามกลาการถกเถียงกันอย่างดุเดือดของเราสองคนแบบไม่เว้นจังหวะในที่สุดก็มีคนแทรกเข้ามาได้สักที พนักงานเสิร์ฟถือเครื่องกดสั่งอาหารอิเล็กทรอนิกส์ในมือ มองผมกับพี่เคนสลับไปมาด้วยสีหน้าลำบากใจ ถึงเพิ่งนึกได้ว่าตอนนี้อยู่ในร้านอาหาร

“ครับ ขอสเต็กปลาดอลลี่กับน้ำเปล่าก็แล้วกันนะครับ” ผมบอกรายการที่ตัวเองจะทานแล้วมองหน้าพี่เคน เขาเลยต้องจำใจสั่งเมนูที่ตัวเองบ้าง เมื่อพนักงานเดินไปแล้วพี่เคนก็สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆระงับสติตัวเอง พูดด้วยเสียงที่น่าฟังกว่าเดิม

“เอาล่ะ พี่ไม่ได้จะชวนชามาเพื่อทะเลาะกัน พี่อยากคุยกับชาว่าตกลงมันคืออะไรกันแน่”

ก็ยังดีที่อย่างน้อยมาถามก่อน

“ผมเองก็อยากรู้ว่าเรื่องมันคืออะไรกันแน่ ก็แค่ไปบ้านเพื่อนแล้วจากนั้นคนก็เอาไปพูดกันว่าผมกับฮอว์กกิ๊กกันอยู่และผมนอกใจพี่”

“แล้วมันเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า”

“ถ้าพี่จะเชื่อ ก็ไม่ต้องมาถาม” หงุดหงิดกับเพื่อนมาสองวันแล้ว ยังต้องมาหงุดหงิดกับพี่เคนอีก

“ที่พี่มาหาชาไม่ใช่เพราะพี่ต้องการมาถามก่อนหรือไง”

“ผมจะพูดอีกครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายเพราะผมพูดมาเป็นสิบเป็นร้อยรอบแล้ว ผมกับฮอว์กเรียนคณะเดียวกัน เราเป็นเพื่อนกัน บางครั้งเราก็บังเอิญเจอกันบ้าง ไปกินข้าวกันบ้างเหมือนกันเพื่อนคนอื่นๆ แปลกใจจริงๆที่เวลาไปกับเนมไม่เห็นเคยจะมีปัญหาแบบนี้ทั้งที่ก็เพื่อนเหมือนกัน” เผลอประชดในท้ายประโยคไปอีกหน่อย

“ก็พี่รู้จักเนมแต่ไม่รู้จักไอ้หมอนั่นนี่”

“ฮอว์กมีชื่อ ทำไมทุกคนต้องเรียกเขาว่าหมอนั่น หมอนี่ ไอ้หมอนั่น ผมว่ามันดูไม่ให้เกียรติกันเลยนะ”

“ชาเข้าข้างมัน”

“.........”

“เอาเถอะถ้าชายืนยันว่าไอ้..ฮอว์กเป็นเพื่อน พี่จะเชื่อชา” เสียงห้วนอ่อนลงอีกหลายส่วน ทำให้ผมคลายความหงุดหงิดไปได้บ้าง

“ขอบคุณที่ยังมีคนเชื่อผมอยู่ ไม่ใช่ปากถามแต่ฟังผ่านหูซ้ายทะลุหูขวาแล้วเชื่อตามสิ่งที่ตัวเองคิด”

“พวกนั้นเขาจะคิดอย่างนั้นพี่ก็ไม่แปลกใจหรอก สถานการณ์มันพาให้คิดนี่ ภาพนั่นน่าโมโหแค่ไหนชาไม่รู้หรอก ทำไมยอมให้มันใกล้ชิดขนาดนั้น”

“ผมว่ามันไม่มีอะไรเกินไปเลยนะครับ ก็เพื่อนกันปกติ”

“เอาเถอะ ถ้าเรื่องของเพื่อนชาไม่มีอะไร เดี๋ยวพี่จะไปโพสแจ้งข่าวทุกคน กระแสที่ต่อว่าชาจะได้ซาลงสักที ส่วนชาก็โพสอะไรสักหน่อย คนจะได้รู้ว่าเรายังคบกันอยู่เหมือนเดิมทุกอย่างเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด”

“เหมือนจะดี แต่ผมว่าพี่พูดผิดไปอย่างหนึ่งนะ”

“อะไรครับ?”

“เราไม่ได้คบกัน”

“ชา” พี่เคนช็อก “ทะ ทำไมพูดแบบนั้นล่ะครับ”

“เมื่อเดือนก่อนพี่มาขอโอกาส และจนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้ตกลงคบกับพี่ ดังนั้นผมกับพี่ไม่ใช่แฟนกันก็ถูกต้องแล้วนี่ครับ”

“ถ้าอย่างนั้น ชาคบกับพี่นะ” มือใหญ่เอื้อมมาดึงมือผมไปกุมไว้หลวมๆ บรรยากาศพลิกราวฟ้ากับเหว เมื่อไม่ถึงนาทีก่อนหน้าเรายังเถียงกันแทบตาย ตอนนี้พี่เคนยิ้มหวานพอๆกับน้ำเสียง “ผิดที่พี่เองที่ไม่ได้ขอชาคบเป็นเรื่องราว เราก็คุยกันมาสักพักแล้ว...คบกับพี่นะครับ”

“........”

“นะครับ พี่จะดูแลชาอย่างดีแน่นอน พี่สัญญา”

ราวกับฉากจบในละคร ร้านอาหารหรูหราบรรยากาศดี พระเอกซึ่งสวมบทบาทเจ้าชายผู้เพียบพร้อม หน้าตาหล่อเหลา ฐานะร่ำรวย และอนาคตไกล

เจ้าชายที่กำลังเอ่ยปากเพิ่มสถานะให้มั่นคงขึ้นทอดสายตาอ่อนโยน

ในตอนจบที่สมบูรณ์แบบจะต้องเป็นผมที่ถูกกุมมือกำลังซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ ตื้นตันใจอย่างที่สุดเมื่อความรักสุกงอมผ่านอุปสรรคมากมายมาได้จนถึงตอนนี้ หากผมตอบตกลงอีกไม่ถึงสามสิบวินาทีด้านล่างสุดของหน้าจอจะต้องขึ้นคำว่า The End

โรแมนติกมาก

แต่เสียใจด้วยเมื่อชีวิตจริงมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

“ไม่ครับ”

“อะ อะไรนะ” (อาฟเตอร์)ช็อกซ้ำซ้อน หลังนิ่งไปหลายนาทีคนฟังถึงได้หาคำพูดตัวเองเจอ คนที่เคยมั่นใจในตัวเองและเป็นผู้นำเริ่มเสียอาการ พี่เคนแค่นหัวเราะคล้ายไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “ชาตอบพี่ว่าอะไรนะ”

“ผมบอกว่า ไม่ครับ ผมคงจะไม่คบกับพี่เคน เจอกันวันนี้ก็ดีเหมือนกันจะได้คุยกันให้เคลียร์ไปเลย”

“ชา...เดี๋ยวสิใจเย็นก่อน” พี่เคนรีบกระชับมือผมไว้แน่นเมื่อเห็นว่าผมทำท่าจะดึงออก คนที่ตอนแรกเหมือนจะเหนือกว่าเริ่มร้อนรนทำตัวไม่ถูก “หรือว่าจะโกรธที่พี่อารมณ์เสียใจเมื่อกี้ หระ หรือว่าโกรธที่พี่ว่าให้เพื่อนชา ฮอว์กใช่ไหม โอเคพี่จะไม่เรียกเพื่อนชาว่าไอ้ หรือมันอีกนะครับ”

“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกพี่เคน” ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ท่าทางเหมือนคนตัดสินใจดีแล้วยิ่งทำให้คนมองหน้าซีด

“ทะ ทำไมล่ะ ชาโกรธพี่เรื่องอะไร เราคุยกันได้นะ หรือตรงไหนที่ชาไม่ชอบก็บอกพี่ได้ พี่พร้อมจะปรับปรุงตัวเอง ขอแค่ชาให้โอกาส...”

“ผมให้โอกาสพี่ไปแล้ว...พี่ต่างหากที่เป็นคนทำลายมัน”

“พี่..พี่ไม่เข้าใจ”

“ผมว่าพี่เข้าใจ เรื่องนั้นช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าผมไม่ได้โกรธอะไรพี่เลย เพียงแต่คิดว่าพี่ไม่เหมาะสมกับผมก็เท่านั้นเอง”

“พี่ทำอะไรผิด ชาบอกพี่สิ”

“ถ้าในฐานะคนคุยพี่ก็ไม่ได้ทำอะไรผิดหรอกครับ อย่ากังวลไปเลย มันเป็นการตัดสินใจของผมเอง แต่เราสองคนยังเป็นพี่น้องกันได้นะครับพี่เคน”

“จะบ้าเหรอ!” พี่เคนตวาดลั่นสวนจนผมตกใจ สีหน้าเกรี้ยวกราด ดวงตาแดงก่ำ มือที่กุมอยู่สะบัดออกอย่างแรง เสียงเก้าอี้เสียดสีกับพื้นเพราะเขาลุกขึ้นยืน ทั้งหมดเรียกความสนใจจากคนในร้านได้อย่างดี

“พี่จีบชาก็ต้องอยากคบ อยากเป็นแฟน ไม่ใช่อยากจะเป็นพี่น้อง กล้าดียังไงปฏิเสธคนอย่างพี่” 

ผมไม่แปลกใจกับคำพูดของเขาเท่าไหร่ ตามปกติพี่เคนก็เป็นคนที่มีอีโก้สูงอยู่แล้ว เขาชอบที่จะเป็นผู้นำ ทั้งชีวิตประสบความสำเร็จอย่างที่ต้องการง่ายดายโดยตลอด นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่ถูกปฏิเสธก็ได้ ถึงได้แสดงอาการเหมือนเด็กไม่ได้อย่างใจ อาละวาดแบบนี้

“พี่ให้ชาคิดใหม่อีกครั้ง” อย่างน้อยก็ยังกัดฟันข่มอาการไม่ให้ล้มโต๊ะหรือระเบิดร้านอาหาร พี่เคนจ้องผมตาแทบจะปล่อยเลเซอร์ได้

“ผมคิดมาดีแล้วก่อนหน้านี้ ไม่ต้องคิดใหม่หรอกครับ”

“ก็ดี เพราะคนอย่างกูก็ไม่อยากได้ตัวร่านอย่างมึงมาทำเมียเหมือนกัน!!” 

ปัง! ปึ่ง!

“เอ่อ..คะ คุณลูกค้าคะ คือ อาหาร...” พนักงานคนเดิมเดินเข้ามาใกล้เมื่อพี่เคนกระทืบเท้าเดินออกจากร้านไปแล้ว ผมได้แต่ส่ายหน้าถอนหายใจอย่างไม่คิดปิดบัง คนแบบนี้เหรอที่จะต้องไปรักษาชีวิตคนไข้ในอนาคต น่าสงสารจริงๆ 

“คิดเงินเลยครับ” บอกเสียงเรียบพร้อมกับยื่นบัตรเครดิตของตัวเองให้พนักงานไป พี่เคนเล่นใหญ่อย่างกับละครเวทีให้คนทั้งร้านดูขนาดนี้ ถ้าผมยังมีกะใจกินต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็เกินไปละ

รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ยังไม่ได้ตัดสินใจตอบรับพี่เคนตั้งแต่ที่เขาขอคบ ยอมรับว่าผมก็ชอบเขานะในตอนแรก ถึงได้เปิดโอกาสให้ วิธีการเข้าหาของเขาแตกต่างจากคนอื่นทำให้ผมพอใจ แต่สุดท้ายไม่ว่าจะเด็กหรือโตแล้วผมก็ยังมองคนไม่เก่งเหมือนเดิมอยู่ดี

พานคิดถึงเหตุผลที่ต้องปฏิเสธพี่เคน ไม่ใช่ว่าเพราะเรื่องดราม่าในเพจคิ้วบอยของมหาวิทยาลัยอย่างเดียวหรอกนะ เรื่องที่เขาไม่ออกตัวปกป้องทั้งที่คนด่าผมเยอะขนาดนั้น มีแต่ออกมาโพสเรื่องของตัวเอง เอาแต่บอกว่าไม่รู้ ทำเหมือนตัวเองก็เป็นผู้เสียหาย จะว่าตรงนี้มีส่วนก็ใช่ 

แต่ก่อนหน้านั้นผมได้ตัดสินใจมาแล้ว

แฟ้มที่พี่ไคให้มา...ในนั้นมีหลักฐานหลายอย่างที่แสดงให้เห็นว่าพี่เคนนอกใจ

เขาจีบผม แต่ก็ยังพัวพันยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงอีกหลายคน สิ่งที่น่าเจ็บใจที่สุดคือหนึ่งในผู้หญิงของเขามีปิ่นที่เป็นเพื่อนสนิทของผมด้วย ในวันที่ผิดนัดไม่ได้ไปดื่มต่อกับเขาเพราะฮอว์กเข้าใจผิดว่าผมถูกอันธพาลจะรุมทำร้าย พี่เคนไปนั่งที่ร้านคนเดียวและเจอกับปิ่น ไม่รู้บังเอิญหรือเปล่า แต่การที่สองคนไปต่อกันที่โรงแรมและออกมาตอนเช้านั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน

หลังจากนั้นสองคนนั้นก็แอบนัดพบกันลับหลังผมอีกหลายครั้ง

ปิ่นถึงได้ไม่ชอบหน้าผมหนักขึ้นเรื่อยๆเพราะเรื่องนี้ใช่ไหม ตัวเองมีอะไรกับพี่เคน ขณะเดียวกันก็ต้องทนมองพี่เคนมาจีบผมที่เป็นเพื่อนในกลุ่มถึงคณะ

จะใช้คำว่านอกใจก็ดูรุนแรงไป ในเมื่อผมเลือกสถานะคนคุยเอง ไม่ได้ผูกมัดอะไร สำหรับคนอื่นผมไม่รู้ว่ามาตรฐานของคนคุยคือเท่าไหร่ แต่สำหรับผมก็ควรจะให้เกียรติคนที่เราคุยด้วย 

คำว่าคนคุย คือการศึกษานิสัยใจคอ หากไปกันได้ก็คบกันต่อ 

ไม่ใช่การรักสนุกแต่ไม่ผูกมัด จะมีใครก็ได้ จะคุยซ้อนกี่คนก็ได้ อย่างนั้นไม่ใช่’โอกาส’สำหรับผมแน่

หวังว่าตอนที่พี่เคนใจเย็นลงและหายโกรธแล้ว เขาจะคิดได้ว่าการที่ผมปฏิเสธเขาครั้งนี้ ทุกอย่างเป็นเพราะการกระทำที่เกิดจากตัวเขาเอง

 

Ken_0014โพสต์เมื่อ 1 นาทีที่แล้ว

รวย หล่อ ไม่พอใจ หรือว่าชอบคนเอาเก่งครับ?

 

AX U cute boy คุณหมอเกรี้ยวกราดก็ยังกร้าววววววววววจัยยยยยยยยยย กรี๊ดดดดดดดดด

KenAXU_FC เห็นธาตุแท้มันซะทีนะคะพี่หมอ ยินดีด้วย

ญ.คุณหญิง ใสๆไม่ชอบดราม่า คนร่านก็คือคนร่านนนน

Abcdex แรงงงงงงง แต่โซกร้าวววววว

Promsit สงสารเพื่อนครับ อยู่ๆก็โดนเท @Ken_0014

Ittipaaan  ไม่เป็นไรเพื่อน มึงยังมีพวกกู @Ken_0014

Ken_0014 ดีเกินไปไม่ชอบ แล้วไม่บอกกูแต่แรกวะ @Promsit @Ittipaaan

DDdddd เกิดอะไรขึ้นคะ พี่หมอเลิกกับพี่ชาแล้วเหรอ

KenAXU_FC ขนาดนี้ยังไม่รู้ ไปอยู่กะอิแบ๊วเมนหล่อนเถอะจ้ะ @DDdddd

DDdddd เฮ้ย หนูเอฟซีพี่หมอ ให้กำลังใจพี่หมอนะคะ ไม่ต้องห่วงค่ะ คนดีๆอย่างพี่หมอเคนจะต้องเจอกับคนดีในอนาคตแน่นอน ตอนนี้อยู่กับแฟนคลับไปก่อนน้า~

Apisita ไอ้ @Ken_0014 มันเมาชิบหาย ใครก็ได้มาลากมันกลับหอที @Promsit @Ittipaaan

Promsit เจ็บใจว่ะ ทำเพื่อนกูขนาดนี้ จัดแม่งเลยมะ @Ittipaaan @Apisita 

 

 

100%

**********

กลัวคนอ่านค้างเลยอัพให้ครบ100 เลย เชิญด่าอิพี่เคนเต็มที่

ส่วนพี่ฮอว์กค่าตัวแพง เดี๋ยวก็ออกมา ใจเย็นน้าาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.058K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,803 ความคิดเห็น

  1. #2794 namwarncm (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 / 14:53
    กล้าทำน้องชาก็ลองดูจ้า ส่วนอิพี่เคน ทำอะไรไว้ เเสดงซะตัวเองเป็นแพะเชียว
    #2,794
    0
  2. #2776 Tdiodes (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 20:31
    เหอะๆ จะจัดเขาระวังไม่มีอนาคตใช้วัยแก่เนอะ
    #2,776
    0
  3. #2761 AISORIN (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 18:58
    โห่ กลับไปอยู่กับอีบาร์บี้ชะนีปิ่นของ-นะคะเคนนน
    #2,761
    0
  4. #2739 IIISKY__ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 22:41
    อห. กล้ามากค่ะอีเคน ไปเอาความกล้านี้มาจากไหน เรื่องนี้ต้องถึงหูพี่ไค!
    #2,739
    0
  5. #2723 SandSeaSun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 15:12
    จะจัดน้อง ระวังจะไม่มีศพไว้เผานะคะ
    #2,723
    0
  6. #2698 Earn0624 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 18:33
    จัดแม่งเลยมั้ยคืออะไร เอ็งลองก้าวขาเข้ามาสิ ขาไม่ขาดกลับไปคือใจดีมากนะคะ โมโห ไม่ชอบมากๆๆๆผชที่พอเลิกกันแล้วพูดเหมือนอีกฝ่ายไม่ดี มอหอ!!
    #2,698
    0
  7. #2677 girlymysterious (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 10:19
    คิดไว้แล้วไงว่ามันต้องเป็นแบบนี้
    #2,677
    0
  8. #2653 NACHI1743 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 21:34
    ระวังโดนตอกหน้าหงายนะคะ

    เดี๋ยวจะมุดลงดินไม่ทัน
    #2,653
    0
  9. #2629 jaja230742 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 13:23
    พี่หมอคนเ-้ยสินะ อุตส่าเชียร์เผื่อจะมีคนดีๆเข้ามา แต่แบบนี้ไม่ไหวนะคะ พักก่อนเถอะค่ะ
    #2,629
    0
  10. #2628 jebpyear (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 11:11
    อิพี่เคนเมิงพักก่อน
    #2,628
    0
  11. #2598 Foxgo_O (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 14:18
    ตอนแรกเหมือนดีๆ พอทำแบบนี้น่าจะตบมันก่อนเนอะ เห้ออออ
    #2,598
    0
  12. #2577 Nyoong (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 11:50
    อิพี่เคนทำเหมือนตัวเองดีมากมั้ง เดี๋ยวเจอน้องชาก้านคอเข้าให้
    #2,577
    0
  13. #2547 justjeen (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 16:21
    อิพี่เคนนี่ก็อะไรเขาไม่ได้เป็นอะด้วยสักนิดไม่ได้ท่าทางเหมือนมีใจทำไมต้องอะไรขนาดนี้อะ
    #2,547
    0
  14. #2537 ssgmin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 16:47
    ถามจริงเลยนะคนเเบบเคนเนี่ย กูหน่าย ชาใช้อำนาจที่หนูมีให้คุ้มค่าหน่อยลูก
    #2,537
    0
  15. #2531 Kimpuaypark (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 17:00
    ไม่เปนไรมากอะพี่เคน เปนไรรร
    #2,531
    0
  16. #2527 LOMAbin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 02:47
    เตงเป็นไรอะเตงเปงคนป่ะหรืออะไร โกด!
    #2,527
    0
  17. #2521 ชชช (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 03:37

    เอาจริงอ่านมาถึงตอนนี้ทำไมติดใจตัวละครพัดไม่รู้ ในขณะที่ทุกคนเว้นพระเอกอะนะมีความแหลเป็นของตัวเองแม้แต่ชาก็เถอะ แต่ตัวละครพัดดูแบบอิดอกอย่ามายุ่งกับกูเรื่องของ- ฟิลนั้นเลย????????????

    #2,521
    0
  18. #2484 CallistoJpt (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:33
    ยังดีที่น้องไม่ได้คบตั้งแต่แรก เห้ออออ
    #2,484
    0
  19. #2441 bwp_k (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:33
    เลวขนาดนี้เป็นหมอได้ไงนี่ เก่งอย่างเดียวแต่สันดานเลว
    #2,441
    0
  20. #2424 หนึ่งคำ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:58

    ก็มาดิคร้าบบบ555

    #2,424
    0
  21. #2422 mileyduchess (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:29
    อิพี่เคนด่าน้องชาแรงไปมั้ย น่าเอาปืนเป่ากระบาลมาก ส่วนคนอื่นๆ ก็ใช้คำพูดแรงกับน้องชาแรงไปมั้ย นี่เชื่อนะว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะช่วยคัดกรองคนในชีวิตน้องชาได้ นี่อยากให้น้องชาเอาหลักฐานที่พี่ไคเอามาให้ดูมาประจารอิพี่เคนกับปิ่นมาก ไม่อยากให้น้องชาโดนฝ่ายเดียวเลย
    #2,422
    0
  22. #2406 bbae214 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:45
    จัดเลยมะน้อง
    #2,406
    0
  23. #2395 Noonn Chutima (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:49
    นี่ไงงที่ไม่ชอบเคนตะหงิดมาตั้งนานนน น้องชาาาตอกกลับพวกมนนนเอาไห้หน้างายไปเลยยยอยู่กันพัดกะฮอร์กก้ได้ม่ต้องเอายัยปิ่นนนเเละเดอะเเก็งมัน
    #2,395
    0
  24. #2367 Spices_smile (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:59
    น้องบอกก็มาดิ
    #2,367
    0
  25. #2320 trtmm_9 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 23:23
    อ่ะ เริ่มอึดอัดล่ะ นี่ถ้าเจอชาในชีวิตจริงก็คงไม่คบเหมือนกัน ส่วนเคน ก็นั่นแหละ *** อิปิ่นก็ดูสัน***ออกมาตั้งแต่ต้นละว่ามีสัมติงกับเคน //ความเห็นส่วนตัวนะคะ เราว่าที่น้องชามีนิสัยแบบนี้ก็ไม่ต่างจากเพื่อนคนอื่นเท่าไหร่หรอก ถึงจะอยากมีเพื่อนมากแค่ไหนก็เถอะ
    #2,320
    0