Find my FAN #ชาจะมีเพื่อน

ตอนที่ 1 : Proloque

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51,826
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,626 ครั้ง
    1 ธ.ค. 62

 

เป้าหมายคือหาเพื่อนหนึ่งพันคน!!

 

 

เอี๊ยดดดดดดดดดดด

“อ๊ะ!” 

“คุณหนู เป็นอะไรไหมครับ” คนที่ทำหน้าที่ขับรถหันกลับมาถามด้วยสีหน้าตกใจ ส่วนอีกคนที่นั่งด้านหน้าข้างคนขับเองก็อยู่ในท่าเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ทันที 

ผมลูบอกตัวเองเพื่อเรียกสติ ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ ส่งรอยยิ้มบางให้ทั้งคู่เลิกกังวล

“ไม่เป็นไร แต่เกิดอะไรขึ้น ทำไมรถเบรกกะทันหัน?”

“มีลูกหมาตัดหน้าครับ”

“แย่แล้ว รีบลงไปดูเร็ว ชนหรือเปล่า” ผมตกใจกว่าเดิม จะเปิดประตูรถออกไปดูข้างนอกด้วย ถ้าเกิดทับลูกหมาขึ้นมาล่ะแย่แน่ แต่ยังไม่ทันจะได้ปลดล็อกประตูรถ คนขับด้านหน้าก็รีบออกปากห้ามเอาไว้ก่อน

“ไม่ต้องลงครับ เดี๋ยวพวกผมลงไปดูเอง เมื่อกี้มีคนวิ่งเข้ามาขวางด้วย”

“แล้วยังไงล่ะ”

“คุณหนูควรรอในรถดีกว่า เผื่อว่าจะมีอะไรไม่ชอบมาพากลนะครับ เรื่องแค่เล็กน้อยเท่านี้ พวกผมจัดการกันเองได้” ว่าแล้วสองคนก็ลงจากรถไป แง้มประตูเอาไว้เล็กน้อยผมเลยได้ยินเสียงสนทนา

มองไม่เห็นหน้าว่าอีกฝ่ายเป็นใครเพราะคนของผมตัวโตและยืนในจุดที่บังสายตามิด

“เป็นอะไรไหมน้อง ทำไมปล่อยหมาออกมาตัดหน้ารถแบบนี้” เสียงคนของผมติดจะหาเรื่องไปสักหน่อย เดาว่าคงมองอีกฝ่ายในแง่ร้ายเอาไว้ก่อน มิจฉาชีพ? ศัตรู?

“มันไม่ใช่หมาผม”

“อ้าว แล้วโผล่พรวดพราดมาได้ไง”

“มันอยู่กลางถนน รถชนมัน” ทางนั้นเสียงน่าจะยังเด็กพอๆกับผมนี่แหละ หากน้ำเสียงกลับฟังดูสุขุมและเรียบเฉยกว่าคนของผมที่เป็นผู้ใหญ่กว่า พยายามจะชะโงกหน้าออกไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นคู่กรณี 

เห็นเพียงเครื่องแบบนักเรียนม.ปลายคล้ายกับของผมคือมีเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว ต่างกันแค่กางเกงนักเรียนของผมเป็นสีน้ำเงินส่วนของเขาเป็นสีดำสนิท และก่อนจะได้เห็นใบหน้านั้นชัดเจนเสียงโทรศัพท์ที่หล่นอยู่บนพื้นรถเมื่อตอนเบรกรุนแรงเมื่อกี้ก็ดังลั่นขึ้นก่อน

“พี่ไค” ผมยิ้มกว้างรับสายคนที่ไม่ได้คุยกันหลายวัน ความยินดีทำให้ลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไปหมด

[คนดีของพี่ อยู่ไหนแล้วครับ]

“กำลังเดินทางครับ แต่พอดีเกิดอุบัติเหตุขึ้นนิดหน่อย”

[หมายความว่ายังไง แล้วคนดีเป็นอะไรหรือเปล่า] น้ำเสียงเข้มขึ้นปนกับความกังวลจนผมรีบลนลานอธิบายก่อนที่พี่ไคจะยกพรรคพวกตามมาถึงนี่

“ไม่ๆ แค่ลูกหมาตัดหน้ารถเองครับ อีกเดี๋ยวก็ไปต่อได้แล้ว พี่ไคล่ะครับ อยู่ไหนแล้ว ชาคิดถึงมากกกกกก”

[กำลังจะถึงบ้านครับ ถ้าอย่างนั้นพี่รอคนดีที่บ้านก็แล้วกันนะ]

“อื้อ ชาจะรีบไปนะ อยากกอดพี่ไคจังเลย”

[พี่ก็อยากกอดคนดี คืนนี้นอนด้วยกันนะครับ]

“ครับ” รับปากพร้อมกับพยักหน้ารัวๆทั้งที่รู้ว่าปลายสายไม่มีทางจะเห็น จากนั้นพี่ไคก็วางสายไป พอดีกับที่คนของผมกลับขึ้นมาบนรถ “เป็นยังไงบ้าง”

“ลูกหมาถูกรถคันหน้าชนจนขาหักมาก่อนแล้วครับ มันตื่นกลัวเลยเตลิดมาตัดหน้ารถเราอีกที” รายงานของคนด้านหน้าทำให้ผมเริ่มเป็นห่วง หันไปมองนอกกระจกรถ เห็นเจ้าลูกหมาในมือของนักเรียนม.ปลายมีเลือดเปรอะอยู่เต็มตัว อาการค่อนข้างสาหัส

“เราน่าจะพามันไปส่งโรงพยาบาลนะ”

“ผมให้ค่ารักษากับเด็กคนนั้นไปแล้วครับ เขาไม่รับ แต่บอกจะพามันไปหาหมอเอง” โฉวตอบขณะที่รีบเข้าเกียร์เดินหน้าออกจากจุดเกิดเหตุ ตอนนี้รถติดยาวจนคันหลังบีบแตรลั่น บังคับให้เราต้องไปอย่างรวดเร็ว

รถเคลื่อนตัวอีกครั้งผ่านผู้ชายในชุดนักเรียนยืนอยู่ฝั่งเดียวกันกับที่ผมนั่ง เสื้อสีขาวนั้นเปื้อนเลือดของสุนัข ใบหน้าที่เห็นเพียงเสี้ยววินาทีกลับติดอยู่ในความทรงจำไม่อาจลืมเลือนได้ จากสิ่งที่เขาเพิ่งได้ทำลงไป

ด้วยธุรกิจของที่บ้านทำให้เห็นการฆ่าฟันเป็นเรื่องธรรมดาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทุกคนล้วนแล้วแต่รักชีวิตของตัวเองและมองสิ่งอื่นไร้ค่า หากผู้ชายคนนี้กลับเสี่ยงชีวิตตัวเองมาแลกกับหมาข้างถนนตัวหนึ่ง

ต้องเป็นคนยังไงกันนะ

“ได้ให้นามบัตรของฉันไปหรือเปล่า เผื่อว่าค่ารักษาแพงหรืออะไรจะได้ช่วยได้” เมื่อคนๆนั้นลับสายตาไปแล้ว ผมก็หันกลับมานั่งตัวตรงตามเดิม เอ่ยถามสิ่งที่ทำให้คนด้านหน้าต้องอึกอัก

“คะ คือ ผมลืมครับ”

“ลี่ จวิน!”

“โธ่ คุณหนู ผมลืมจริงๆครับ ก็สถานการณ์ตอนนั้นมันแค่เถียงกับเด็กนั่นเรื่องเงินก็จะแย่แล้ว จะหยิ่งอะไรนักหนากับแค่เงินค่ารักษาหมา ทำหน้าจริงจังจนน่าหมั่นไส้”

“นั่นไม่ใช่ข้ออ้างนะ นายเจอเหตุการณ์ที่คับขันกว่านี้มานับครั้งไม่ถ้วนนะจวิน ไม่ควรลืมกับเรื่องแค่นี้”

“อีกอย่างเราต้องรีบกลับไปหาคุณชายใหญ่นะครับ ตอนเจรจาคุณเยียนโทรเข้ามือถือผมด้วย ไม่รู้ทราบเรื่องได้ยังไง”

“พี่ไคโทรหาฉันพอดี”

“แค่หมาตัดหน้ารถเอง อย่าหาเรื่องให้ผมถูกทำโทษสิครับคุณหนู รอบนี้คุณชายใหญ่พาคุณเยียนกลับมาด้วย คงถูกอบรมกันยาวแน่ๆ” จวินบ่นโดยไม่คิดรักษามาดบอดี้การ์ดคนสนิทของผมสักนิด ที่โอดครวญกันขนาดนี้เพราะคุณเยียนที่พูดถึงเป็นหัวหน้าบอดี้การ์ดของตระกูล มือขวาของพี่ไคคนนี้อายุแค่สามสิบหกแต่เข้มงวดยิ่งกว่าคนแก่ๆอีก

“ดีแล้ว พวกนายหย่อนยานกันเหลือเกิน ให้คุณเยียนลงโทษหนักๆไปเลย โดยเฉพาะจวิน กับ โฉว ฉันจะฟ้องคุณเยียนให้หมด”

“อ้าวคุณหนู ทำไมผมถึงโดนไปด้วยล่ะ ขับรถอยู่ดีๆ” คนที่นั่งหลังพวงมาลัยโอดครวญบ้างหลังจากเมื่อกี้ยังหัวเราะเยาะเพื่อนคู่หูตัวเองอยู่เลย

“โดนกันให้หมด ดีนะที่คุณป๊าไม่กลับมาด้วยรอบนี้ ไม่อย่างนั้น เละ!” ผมหัวเราะชอบใจหลังจากคำข่มขู่พร้อมเอามือปาดคอตัวเองทำให้สองบอดี้การ์ดส่งเสียงร้องหาความยุติธรรมให้ตัวเองไปตลอดทาง

 

 

 

 

ผมปล่อยสองบอดี้การ์ดที่งอแงไม่เลิกเอาไว้อย่างนั้น ทันทีที่รถจอดก็รีบวิ่งไปที่โถงหน้าบ้าน มีผู้ชายตัวสูงใหญ่และหล่อที่สุดในโลกยืนรออยู่ก่อนแล้ว ไม่ต้องพูดให้มากความอ้อมแขนที่โหยหามานานหลายสัปดาห์ก็เปิดออกกว้างรับเอาร่างผมที่โถมเข้าใส่ไปกอดไว้แน่น

“คิดถึงพี่ไคที่สุดเลย” หอมแก้มซ้ายขวาไปข้างละสองครั้ง ผมก็เอียงหน้ารับจมูกโด่งของพี่ไคที่กดลงมาบ้าง

“คนดีอยู่ทางนี้ซนไหมครับ”

“ไม่ซนเลยเถอะ แต่จวินกับโฉวน่ะชอบหาเรื่องปวดหัวมาให้ คุณเยียนต้องจัดการเลยนะครับ” แอบหันไปกระซิบฟ้องคนสนิทของพี่ไคที่ยืนหน้านิ่งอยู่ข้างๆกัน ทางนั้นก็ขยับตัวหันมาและก้มหัวลงให้ผมเล็กน้อย

“ได้ครับคุณหนู ผมจะจัดการให้” น้ำเสียงจริงจังเหมือนสีหน้าทำให้ผมนึกขยาดแทนคนสนิททั้งสอง คิดว่าคุณเยียนจะรับมุกซะอีก ที่ไหนได้ ทำท่าเหมือนจะจัดการจริงๆ จนรีบกลับลำแทบไม่ทัน

“อ่า ล้อเล่นนะครับ อย่ารุนแรงนักล่ะ ถ้าไม่มีสองคนนี้ชาก็ไม่เอาบอดี้การ์ดคนอื่นแล้วนะ”

“ชอบจังเลยนะสองคนของคนดีเนี่ย ทำไม เก่งถูกใจเหรอ” พี่ไคลูบหัวผมไปถามไปด้วยสีหน้ายิ้มแสนอ่อนโยน อย่างที่คนนอกไม่มีวันได้เห็น

“เปล่า คนอื่นหน้าตาน่ากลัวนี่นา มีแค่สองคนนี้ที่ดูเอ๋อๆซื่อๆบื้อๆหน่อย ไปไหนมาไหนไม่อึดอัดมากนัก” แถมพอไม่ได้ใส่สูทดำอย่างคนอื่นๆ ก็ยิ่งดูเหมือนพี่เลี้ยงมากกว่าบอดี้การ์ด เลยอยู่ได้นานกว่าคนอื่น

“เรานี่”

“ว่าแต่พี่ไคกลับมารอบนี้ มานานไหม จะอยู่กับชานานๆเลยใช่หรือเปล่า ชาคิดถึงพี่ไคมากเลย คุณป๊ากับม๊าก็ไม่กลับไทยนานแล้ว ชางอน”

“ที่พี่กลับมารอบนี้ก็เพราะเรื่องนี้แหละครับ”

“หืม?”

“พี่คิดว่าเราคงไม่ได้กลับไทยอีกนาน เลยตั้งใจจะพาคนดีกลับฮ่องกงไปพร้อมกัน”

“หมาย..หมายความว่ายังไง?”

“ทำเรื่องย้ายไปเรียนม.ปลายที่โน่นนะครับ ถึงแม้จะอีกแค่สองปีแต่อยู่ทางนี้พี่กับป๊าแล้วก็ม๊าเป็นห่วงมาก พี่หาโรงเรียนที่โน่นเอาไว้แล้ว ทางนี้เองก็ไม่มีปัญหาอะไร” 

ครอบครัวเรามาอยู่ไทยตั้งแต่ผมยังเป็นทารก คุณป๊าในตอนนั้นคิดจะลงทุนธุรกิจใหญ่ในไทยเป็นโครงการที่ไม่มีกำหนดกลับแน่นอน หากเราก็มีธุรกิจหลักที่ฮ่องกงด้วย ช่วงนั้นน้องชายคุณป๊าเป็นคนดูแลธุรกิจทางโน้นให้ ผมได้เข้าเรียนที่โรงเรียนไทยตั้งแต่จำความได้ เรียกว่าภาษาไทยนั้นคล่องกว่าภาษาจีนเยอะเลย

ผมเป็นลูกหลงห่างจากพี่ไคสิบห้าปี ตอนมาที่นี่เขาก็ต่อในชั้นมัธยมปลายแล้ว พี่ไคเป็นคนเรียนเก่ง จบการศึกษาไวกว่าคนรุ่นเดียวกันถึงสองปี จากนั้นก็ช่วยงานธุรกิจของคุณป๊า ศึกษางานทุกอย่างเพื่อเตรียมรับช่วงต่อหลังจากคุณป๊าวางมือ แน่นอนว่าตอนนี้คุณป๊ายังสนุกกับการขยายกิจการและไม่คิดจะวางมือเร็วๆนี้ เช่นเดียวกับพี่ไคที่พอได้ลุยงานก็เริ่มมีธุรกิจหลายอย่างที่เริ่มต้นทำด้วยตัวเอง

และเมื่อต้นปีที่แล้วน้องชายของคุณป๊าที่ผมไม่ได้พบหน้าบ่อยนักก็ถูกศัตรูลอบทำร้ายจนเสียชีวิต คุณป๊ากับพี่ไคเลยต้องไปๆมาๆระหว่างฮ่องกงกับไทยเพื่อดูแลงานต่อเอง นานเข้าก็กลายเป็นทุกคนอยู่ที่โน่นมากกว่า

“ย้ายไปเรียนที่โน่นเหรอ”

“ใช่ครับ คนดีอยากย้ายไหม หรือว่าอยากอยู่กับเพื่อนๆที่นี่พี่ก็ไม่ขัดนะครับ”

เพื่อนเหรอ?

ของพวกนั้น...ผมเคยมีซะที่ไหนกัน

“มะ ไม่เป็นไร งั้นชาย้ายไปอยู่กับพี่ไคก็ได้ อีกตั้งสองปีกว่าชาจะจบ ม. 6 ย้ายตอนนี้ก็ดีเหมือนกัน” เผื่อว่าผมไปทางโน้นแล้วจะมีเพื่อนกับเขาบ้าง

“ดีครับ พี่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง สถานการณ์ของเราตอนนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เลยไม่อยากจะทิ้งชาให้อยู่ลำพังคนเดียว อีกอาทิตย์กว่าก็ปิดเทอมแล้ว สอบเสร็จก็ไปพร้อมพี่เลยนะคนดี”

“อื้อ ไปครับ”

บางที ชีวิตที่โน่น อาจจะดีกว่าที่นี่ก็ได้

 

 

 

 

 

หรือบางทีผมอาจจะคิดผิด...

ที่ไทยว่าแย่แล้ว พอมาเจอที่ฮ่องกงมันแย่ซะยิ่งกว่าแย่

 

 

 

‘คะ คือ คุณหนูไม่ต้องทำก็ได้นะคะ เดี๋ยวพวกเราทำเอง’

‘ไม่เป็นไร เราช่วยสิ งานกลุ่มนี่ ทำด้วยกัน’

‘คือพวกเราทำได้ค่ะ เดี๋ยวใส่ชื่อคุณหนูไปด้วย’

‘แต่เราอยากช่วยนี่นา’

‘......................’

 

 

 

‘แกน่ะ ไปบอกคุณหนูหน่อยสิ ว่าอย่าเข้าใกล้พวกเรามาก’

‘เรื่องอะไรล่ะ แกก็ไปบอกสิ ขืนฉันไปพูดแล้วคุณหนูโกรธ ไม่ส่งคนมาทำร้ายพวกเราหรือไง’

‘ฉันอึดอัดนะ รับคุณหนูเข้ากลุ่มเนี่ย’

‘ทำไงได้ อิทธิพลตระกูลจาง จางกรุ๊ปใหญ่คับฮ่องกงแบบนี้ ใครจะกล้าปฏิเสธล่ะ’

‘แต่ยิ่งใหญ่มาก ก็ยิ่งน่ากลัวมาก ม๊าฉันบอกว่าจะให้ฉันย้ายโรงเรียนแค่เพราะเรียนห้องเดียวกับคุณหนู กลัวว่าจะมีพวกศัตรูของจางกรุ๊ปมาถล่มยิงหน้าโรงเรียนเหมือนที่มีข่าวคุณชายไคพี่ชายคุณหนูถูกถล่มยิงเมื่อวันก่อน’

‘พ่อฉันก็กลัว วันนั้นที่ออกข่าวน่ะ ไม่ให้ฉันมาโรงเรียนด้วยล่ะ’

‘ที่บ้านฉันด้วย’

‘ทำไมเราต้องเป็นฝ่ายย้ายด้วย ฉันไม่อยากย้ายโรงเรียนนะ ไม่อยากแยกจากพวกนาย’

‘นั่นสิ คนที่ควรไปคือคุณหนูมากกว่า ปั้นชาทำพวกเราเดือดร้อนเกินไปแล้ว’

 

 

 

‘............................’

‘............................’

 

 

 

จากพูดด้วยเท่าที่จำเป็น เริ่มเปลี่ยนเป็นเงียบ ไม่สบตา

และกลายเป็นการหลบหน้า

สุดท้ายแล้วก็เหลือตัวคนเดียวอีกเช่นเคย

 

 

 

ผมทนเรียนอยู่โรงเรียนมัธยมปลายที่ฮ่องกงได้สองปี ชีวิตที่ไหนก็ไม่แตกต่างกัน ไม่เคยมีเพื่อนสนิท ไม่มีคนให้พูดคุยเล่นได้ นอกจากพี่ไคกับบอดี้การ์ดทั้งสองเท่านั้น แม้ว่าครอบครัวจะอบอุ่น ผมกลับโหยหาสิ่งที่เรียกว่า เพื่อน

ตลอดสิบกว่าปีเห็นคนรอบข้างมีเพื่อนให้ไปเที่ยวที่ต่างๆด้วยกัน ทำกิจกรรมหลายอย่างด้วยกัน เห็นทั้งความรักและมิตรภาพที่สวยงาม แต่ผมกลับไม่มีสิ่งเหล่านั้น

เพียงเพราะครอบครัวมีอิทธิพลมากเกินไป เสี่ยงอันตรายและน่ากลัวเกินกว่าใครจะอยากเข้าใกล้

อยากจะคิดอย่างนั้น แล้วทำไมพี่ไคที่ดูน่ากลัวกว่า มีชื่อเสียงโด่งดังกว่า กลับมีเพื่อนสนิทตั้งหลายคน กลับกัน ผมเป็นเพียงแค่เด็ก

แต่ผมไม่มีใคร

“ชาจะเข้ามหาวิทยาลัยในไทยนะครับ” เช้าวันหนึ่งหลังเรียนจบมัธยมปลายเพียงวันเดียว ผมก็ประกาศความต้องการของตัวเองกลางโต๊ะอาหาร คุณป๊ากับม๊าขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ด้วยความที่ตามใจผมมาตลอดทำให้ไม่คิดคัดค้านใดๆ

“จะกลับไทยเหรอปั้นชา”

“ชาอยากกลับไทย ม๊าให้ชากลับไทยนะ”

“ม๊าแล้วแต่ชา ป๊าว่าไงล่ะ”

“อืมม” คุณป๊าทำหน้าครุ่นคิด “ช่วงนี้สถานการณ์คงที่ไม่มีอะไรน่าห่วง ถ้าชาอยากไปเรียนต่อไทย ป๊าก็ไม่ขัด ดีเหมือนกัน ปีสองปีป๊าว่าจะกลับไปลงทุนอะไรทางโน้นเพิ่มสักหน่อย ชาล่วงหน้าไปก่อนก็แล้วกันนะ”

“คุณป๊าจะไปอยู่ไทยเหรอ” พอคิดว่าจะไม่ต้องอยู่คนเดียวมีครอบครัวตามไปด้วยผมก็เริ่มตื่นเต้น

“ใช่ คงอยู่หลายปี ว่าจะเปิดสาขาคาสิโนที่โน่น ส่วนทางนี้ก็ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว ให้เยียนดูแลไปแล้วไคค่อยกลับมาคุมบางครั้งก็ได้”

“พี่ไคจะไปด้วยเหรอ?”

“อืม พี่กับคุณป๊าคุยกันมาได้สักพักแล้ว แต่ยังไม่เป็นรูปร่างเท่าไหร่เลยไม่ได้บอกคนดี แน่ใจแล้วใช่ไหมที่จะกลับไปที่โน่น” พี่ไคเป็นคนที่รู้เรื่องของผมดีที่สุด เขาจึงกังวลเยอะสุด ถึงอย่างนั้นก็คงไม่คิดห้ามผมเหมือนกัน

“แน่สิ ถ้าอย่างนั้นชากลับไปก่อนนะ แล้วทุกคนค่อยตามไปก็แล้วกัน”

ย้ายสถานที่ใหม่ สังคมใหม่ และคนใหม่ๆ ต่อจากนี้ไปปั้นชาคนนี้จะต้องมีเพื่อนเยอะๆให้ได้ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ผมจะต้องได้เกิดใหม่อีกครั้ง 

ก่อนอื่น คงต้องลบภาพคุณหนูกฤตลิน จาง ลูกมาเฟียที่แสนน่ากลัวจนทุกคนหลบเลี่ยงไปให้ได้ก่อน

เหลือไว้แค่ น้องปั้นชาแสนใสๆ ของทุกคนเท่านั้น...ก็พอ ผมแอบยิ้มอย่างมีความหวัง รวมถึงวางแผนการณ์ที่จะต้องทำในชีวิตใหม่นี้ด้วย

 

 

********

ฮัลโหลวววว 

คิดว่าน่าจะมีหลายคนแอบด่า เรื่องเก่ายังไม่ไปถึงไหน ทำไมเปิดเรื่องใหม่อีกแล้ว แหะๆ

ไม่ต้องห่วงน้า ลงควบคู่กันไปทั้งสองเรื่องเบยยย

ฝากน้องชากับคุณพระเอกของเราเอาไว้ด้วยน้าาาา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.626K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,804 ความคิดเห็น

  1. #2790 namwarncm (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 / 04:22
    ดีแค่ไหนที่ชาเป็นคนเงียบๆ ถ้าขี้โมโหหน่อยหล่ะก็ คนพูดว่าน้องไม่รอดแน่ๆ5555
    #2,790
    0
  2. #2768 Tdiodes (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 17:37
    บูลลี่น้อง นี่ถ้าน้องเป็นคนกร่างๆนะ พวกหล่อนไม่ได้ปากดีแบบนี้หรอก เหอะๆ
    #2,768
    0
  3. #2730 IIISKY__ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 11:21
    เป็นยัยน้อนน้อยของพี่ไคที่น่าบีบที่สุด หมั่นเข้ว
    #2,730
    0
  4. #2689 Earn0624 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 16:25
    อยากมีเพื่อนเป็นลูกมาเฟีย เปรี้ยวออก
    #2,689
    2
    • #2689-1 แมวดมกาว'วว(จากตอนที่ 1)
      16 ตุลาคม 2563 / 00:22
      ใช่555 ขออนุญาตใช้คำนี้ เปรี้ยวทรีน ใครจะมีเรื่องกับเราผ่านเพื่อนเราไปก่อน555
      #2689-1
    • #2689-2 Angela6744(จากตอนที่ 1)
      16 ธันวาคม 2563 / 18:32
      เราก็คิดแบบเธอน่ะ คือ อารมณ์ประมาณว่า "-มาสิมาเลย แต่ผ่านเพื่อนกุไปก่อนนะ" อะไรประมาณนี้😂😂😂 (ขอโทษที่ใช้คำหยาบค่ะ🙇🙇)
      #2689-2
  5. #2672 Sivapark (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 22:09
    น้องทำไมน่ารักแอบสงสารน้อง
    #2,672
    0
  6. #2645 NACHI1743 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 20:04
    ถึงครอบครัวจะอบอุ่นจะรวยมากแค่ไหน
    แต่เพื่อนก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยเด็ดขาด
    เพราะสังคมโรงเรียนเป็นสังคมที่2
    ที่เราต้องเจอนอกจากสังคมครอบครัว
    เพื่อนก็สิ่งหนึ่งในการขับเคลื่อน
    ชีวิตในสังคมที่2ให้ไปได้ด้วยดี
    ว่าก็ว่าเถอะถึงบางคนจะบอกไม่มีเพื่อน
    ก็ได้ ไม่เชื่อหรอก ใครๆ
    ก็ต้องการเพื่อนทั้งนั้น
    แค่1คนก็ยังดี
    #2,645
    0
  7. #2587 sarunya1245p (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 23:09

    ปั้นชาคนใสน่าจะแสบมากกว่า😂

    #2,587
    0
  8. #2555 Sansuyu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 23:27
    เป็นกำลังใจให้น้องปั้นชาค่า
    #2,555
    0
  9. #2469 CallistoJpt (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:29
    น้องชาน่าเอ็นดูจังเลยลูก
    #2,469
    0
  10. #2459 maybunny (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:46
    สงสารน้องชา น้องน่ารัก เดี๋ยวก็มีเพื่อนนะลูก สู้ๆ
    #2,459
    0
  11. #2451 Wiwha (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:01
    สู้ๆนะคะปั้นชา รู้สึกหดหู่แทนเลย
    #2,451
    0
  12. #2386 mileyduchess (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:40
    สงสารน้อง ;-; เอาใจช่วยนะน้องปั้นชา หาเพื่อนให้ได้พันคนไปเลย สู้ๆๆๆ
    #2,386
    0
  13. #2373 tpich_yaa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:12
    น้องน่ารักมาก เอ็นดูน้องเลยอะ
    #2,373
    0
  14. #2358 Neko4869 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:30
    สงสารน้อง
    #2,358
    0
  15. #2234 RealThxnB (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 15:27
    ยัยหนูเอาใจช่วยนะคับบบ
    #2,234
    0
  16. #2180 gana (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 17:47
    เรื่องเก่าคือเรื่องอะไรค่ะ
    #2,180
    0
  17. #2053 เหม่ยเหริน(美仁) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 13:29
    วงวารน้องงง เพื่อนกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ 5555555
    #2,053
    0
  18. #2037 fomeriam690 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 23:16
    วงวารน้อง 5555
    #2,037
    0
  19. #1761 Miki_milky (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 06:09
    น่าสงสารชาจัง อยากมีเพื่อน
    #1,761
    0
  20. #1610 กะเทย. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 07:45
    รับรู้ได้ถึงความร้ายใต้ใบหน้าซื่อของน้อง5555
    #1,610
    0
  21. #1490 ThippySlippy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 16:57
    ชอบน้อง
    #1,490
    0
  22. #1466 Muffin_Kun (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 06:44
    ขอให้หนูเจอเพื่อนดีๆนะ
    #1,466
    0
  23. #1287 mummummi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 02:01
    เงื่อนไขชีวิตลำบากเลยลูก เพื่อนกลายเป็นสิ่งหายาก
    #1,287
    0
  24. #1257 00.39 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 22:23
    น้องน่าสงสารแง้งง
    #1,257
    0
  25. #808 cake08234 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 19:17
    แงงงงงงงสงสารน้องอะช่วงวัยรุ่นเพื่อนมีอิธิพลกับเรามากจริงๆนะ
    #808
    0