END - สัมผัส@รัก (สนพ.2U Publishing)

ตอนที่ 7 : สัมผัสครั้งที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,268
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,254 ครั้ง
    3 ส.ค. 62

“ที่แท้ก็หาคนช่วยทานอาหารนี่เอง พี่ก็คิดว่าแตมอยากจะเดทกับพี่ซะอีก”

“แค่กๆๆ พะ พี่!” น้ำเปล่าแทบพุ่ง ดีนะคอหมูน้ำตกที่เพิ่งสั่งไปยังไม่ได้ ไม่อย่างนั้นได้มีพริกพุ่งออกทางจมูกแทนแน่ๆ อยู่ๆมาทักเรื่องเดทอะไรกัน

“หึหึ พี่แซวเล่น ไม่เขินสิ”

“เขินบ้าอะไรล่ะ ผมแค่ตกใจที่ เอ่อ อ้อ นี่ไง มีหนอนตกลงมาจากต้นไม้ใส่ไหล่พี่ด้วย” ชี้นิ้วมือไปมั่วๆ อากาศแถวนี้ก็ร้อนจังเลย ร้อนมาถึงหน้าถึงหูแน่ะ

“แตมครับ”

“อะไร”

“เรานั่งในห้องแอร์ ไม่มีต้นไม้จะมีหนอนได้ยังไง”

หน้าแตก ก็อย่างที่พี่เขาว่าแหละครับ ร้านอาหารอิสานแท้ๆไม่มีหรอกแถวนี้ เลยเลือกร้านอาหารไทยที่มีเมนูอิสานอยู่สองสามอย่างใต้โรงพยาบาลแทน ด้วยความเป็นโรงพยาบาลเอกชนหรูหรา จึงไม่มีแคนทีนอย่างที่อื่นเขา เป็นร้านเฟรนไชส์เจ้าดังๆเหมือนในห้างแทน

มุมที่เรานั่งก็ดี๊ดี ติดกระจก ตกแต่งทันสมัยสไตล์โมเดิร์น ไม่มีต้นไม้สักต้น ไอ้การที่เอาเรื่องหนอนมาแถก็เลย..จบ

“แหะๆ งั้นเหรอ สงสัยแตมจะตาฝาด ก็พี่แหละอยู่ๆมาทักเรื่องเดททำไมก็ไม่รู้”

“ไม่คิดว่าจะตกใจขนาดนี้นี่ ไหนบอกว่าเคยมีแฟนมาแล้วไงล่ะทักเรื่องเดทแค่นี้ทำเป็นหน้าแดงนะ”

“มากินข้าวเค้าไม่เรียกเดทสักหน่อย งี้ผมก็เดทกับทุกคนที่กินข้าวด้วยเหรอ ลูกค้างี้ ไอ้กรรณงี้” ผมทำเสียงกวนๆถามกลับ ที่ชวนมานี่คือมากินข้าวจริงๆนะ ไม่ได้คิดเรื่องเดทสักหน่อย พี่ทัชอ่ะมั่ว

“แล้วเดทของแตมต้องเป็นยังไงล่ะครับ” พี่ทัชหยิบเหยือกน้ำมารินเติมในแก้วให้ เมื่อกี้หิวจัดเลยดื่มน้ำระหว่างรออาหารไปเกือบหมดแก้ว

“เดทเหรอ”

“เวลาแตมกับแฟนเก่าน่ะ ทำอะไรบ้างล่ะ”

“ก็มี...” ผมลากเสียงระหว่างใช้ความคิดช่วงที่เคยเดทผ่านๆมากับแฟนเก่า “ทำกับข้าวกินด้วยกันที่ห้อง นั่งดูโทรทัศน์ ไปรับไปส่งกัน มีออกไปเดินเล่นบ้างนิดหน่อย บางครั้งก็ไปนั่งจิบกาแฟที่ร้านประจำของแตม”

เห็นไหมผมก็เคยเดทนะ

สีหน้าคนฟังยิ้มกรุ้มกริ่มมาก จ้องหน้าแล้วจ้องหน้าอีกแต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรจนผมงง

“ทำไมเหรอ หรือพี่จะบอกว่าที่ผมกับแฟนเก่าทำมันเป็นกิจกรรมเด็กๆล่ะสิ” อยากรู้จริงๆว่าเวลาคุณหมออย่างพี่เขาเดทจะทำอะไรบ้าง

“เปล่าหรอก พี่แค่จะถามแตมว่า เราเคยไปกินข้าวที่ห้องพี่ไหม”

“เคยสิ แตมไปทำกับข้าวให้พี่กินตั้งบ่อย” ก็ชอบบังเอิญเจอกันตอนเย็น สภาพเหนื่อยๆหลังเลิกงานของพี่ทัช เห็นแล้วอดจะสงสารไม่ได้ทุกที

“แล้วนั่งดูทีวีล่ะ”

“ก็กินข้าวเสร็จก็นั่งย่อย ดูข่าวบ้าง ดูหนังบ้าง”

“ไปรับไปส่ง”

“พี่เคยไปส่งแตมที่งานวันเกิดแพตตี้เพื่อนของอิง รอตั้งเกือบสองชั่วโมงแล้วก็ไปรับกลับด้วย”

“ดื่มกาแฟ?”

“ครั้งที่สองที่เราเจอกันไงครับ แตมพาไปร้านประจำติดกับคอนโดฯ”

“เดินเล่น”

“อาทิตย์ที่แล้วพี่ชวนไปเดินเล่นในสวนชดเชยวันที่ไม่ได้ออกกำลังกายตอนเช้าไง ลืมแล้วเหรอพี่”

“หึหึ งั้นเหรอครับ”

ผมได้แต่นั่งงง อยู่ๆก็ตั้งคำถามเหมือนคนไข้ความจำเสื่อม ถามว่าทำไมพี่ทัชก็ไม่ยอมตอบ เอาแต่ยิ้มกับยิ้ม หรือจะเครียดเรื่องงานจนบ้าไปแล้ว สุดท้ายไม่ได้คำตอบอะไรนอกจากเสียงหัวเราะ(โรคจิต)

“ขำได้น่ากลัวมากเลยพี่”

“หึหึหึ งั้นคำถามสุดท้าย”

“ครับๆ ถามมา” เอาให้เต็มที่เลยพี่ อยากจะถามอะไรก็จะตอบหมดแหละ

“กับแฟนเก่า เคยจูบกันไหม” คำถามตรงไปตรงมาไม่พอ คนถามยังหยุดสายตาเอาไว้ที่ริมฝีปากของผมอีกด้วย มือที่กำแก้วน้ำสั่นจนน้ำกระฉอก ดี(?)ที่พี่ทัชยังคงจ้องอยู่ที่ปากผมเลยไม่ได้สังเกต รีบสงบใจไม่มองสายตาวิบวับนั้นรวมถึงทำเป็นลืมๆความคิดฟุ้งซ่ายแล้วถึงได้ตอบกลับเสียงนิ่ง(แอบสั่น)

“จะ จะไปเคยได้ยังไง อย่าลืมดิว่าผมถูกตัวใครไม่ได้นอกจากพ่อกับแม่”

“อ้อ...ถ้าอย่างนั้นคนต่อไปที่จะมาเป็นแฟน ก็จะได้เป็นจูบแรกของแตมด้วยสินะครับ หึหึ”

มีใครเคยบอกพี่เขาไหม ว่าเสียงหัวเราะโคตรจะน่ากลัวเลย ผมยกน้ำขึ้นซัดจนหมดแก้ว ใช้แขนเสื้อปาดคราบที่ติดรอบปากออกด้วยท่าที่คิดว่าแมนที่สุด แบบแมนๆคุยกันอะ ก่อนจะเสเปลี่ยนไปเรื่องอื่นแบบเนียนๆ

“อะ อะ อะ อาหารมาช้าจัง พะ พะ พะ พี่ทัชมีเวลาพัก นะ นะ นานไหมครับ จะกลับขึ้นไปทำงานทันหรือเปล่า” ไอ้เหี้ย เสียงสั่น!

“ฮ่าๆๆๆ ทันครับ” คนตรงข้ามกลั้นขำ(ที่ไม่รู้ว่าขำทำไม) ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมองก่อนจะตอบ “พี่มีนัดคนไข้ตอนบ่ายสองโมง ทานเสร็จก็แค่เดินขึ้นลิฟต์ไปเอง”

“เมื้อกี้พี่บอกไอ้กรรณว่าเป็นหมอเฉพาะทาง พี่เป็นหมอด้านไหนเหรอ”

“เอ่อ..พี่เป็น..”

“ครับ?” ผมยิ้มงงๆรอคำตอบ เพราะพี่เขาอึกอักไป

“คือแตม พี่เป็นจิ..”

“อาหารได้แล้วค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่ช้า พอดีว่าวันนี้ลูกค้าเยอะมาก” พนักงานวางกับข้าวสามสี่อย่างที่ผมสั่งด้วยความหิวโหย พร้อมกระติ๊บข้าวเหนียวลงบนโต๊ะ เสร็จแล้วก็ก้มหัวขอโทษยกใหญ่

“ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร” พอมองสีสันน่ารับประทานของ คอหมูน้ำตก ซุปหน่อไม้ ต้มแซ่บกระดูกอ่อน และลาบหมูแล้วโกรธไม่ลงจริงๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเหลือเวลาให้พี่ทัชไม่เยอะก็เถอะ “ถ้าอย่างนั้นรีบทานกันดีกว่า นี่ครับ ลองอันนี้ก่อนเลย น่ากินมาก”

ผมตักหมูน้ำตกใส่จานให้พี่ทัช เปิดฝากระติ๊บข้าวเลื่อนไปวางให้ บริการเต็มที่ คุณหมอจะได้มีพลังทำงานต่อในตอนบ่าย

“วันนี้ว่างเหรอมึง ปกติเห็นบ่นตลอดว่างานท่วมหัวขยับตัวไปไหนไม่ได้” ไอ้กรรณโยนโทรศัพท์ในมือทิ้งหลังจากมันเล่นเกมแพ้ นั่งมาตั้งหลายชั่วโมงแล้วเพิ่งมาสนใจผมนี่แหละ ส่วนอิงก็ออกไปทำธุระข้างนอกตั้งแต่ที่ผมทานข้าวกับพี่ทัชเสร็จ ฝากคนป่วยขี้บ่นเอาไว้ให้ดูแล สงสัยอิงจะเบื่อมันแล้ว คึคึคึ

“ก็เรื่อยๆแหละ กูไม่ได้รับงานแน่นแล้วช่วงนี้ อยากพักบ้าง รับอัดๆกันหัวไม่โล่ง งานออกมาไม่ดี กูอยากรักษาคุณภาพมากกว่าปริมาณว่ะ”

“เออ ไอ้คนฮอต ไอ้คนที่ลูกค้าต้องตามง้ออ้อนวอนให้ทำงานให้”

“ไม่เถียง” ลอยหน้าลอยตาแกล้งมันจนไอ้กรรณเขวี้ยงหมอนอิงใส่ ดีนะที่หลบทัน มันเลยได้แค่เจ็บใจแล้วชี้นิ้วคาดโทษ

“สรุปยังไงวะ ถ้าจะเฝ้ากูรออิงกลับไม่เป็นไรนะเว้ย มึงเบื่อเปล่าๆ กูไม่ได้เป็นหนักอะไรมาก ปวดท้องก็หิ้วสายน้ำเกลือวิ่งเข้าห้องน้ำได้สบายๆ”

“รู้ว่ามึงแข็งแรง แต่ที่อยู่นี่ไม่ได้เฝ้ามึง กูรอพี่ทัชต่างหาก”

“รอ? รอทำไมวะ ไม่ใช่ตอนกลางวันมึงออกไปกับเขามาแล้วเหรอ รออะไรอีก”

“รอกลับบ้านไง” ถึงคราวผมเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าบ้าง พี่ทัชส่งข้อความมาแล้วว่าอีกสิบนาทีจะเลิกงาน รอเขียนสรุปเคสสุดท้ายก่อน

“ทำไมต้องรอ”

“ก็ตอนกินข้าวคุยกัน พี่เขาบอกว่าไม่ได้เอารถมาเพราะเมื่อเช้าสตาร์ทไม่ติด กูก็เลยอาสารอรับเขากลับบ้านทีเดียวไปเลย ยังไงเดี๋ยวก็ต้องเจอกันอยู่แล้ว”

“มึงไปเจอเขาอะไรบ่อยๆวะ” ไอ้กรรณขมวดคิ้ว ซักโน่นซักนี่ไม่เลิก ยังเหลือเวลาอีกนิดหน่อยก็เลยตอบๆมันฆ่าเวลา

“ทำไมเจอบ่อยไม่ได้วะ ก็ตอนเช้าพี่เขาเป็นเทรนเนอร์ออกกำลังกายให้กูที่ฟิตเนส บอกว่างานอย่างกูเนี่ยต้องขยับตัวบ้างไม่อย่างนั้นจะปวดเมื่อยตัวไม่ดี แรกๆก็เบื่อนะ ขี้เกียจ นานๆไปก็เออดีว่ะ ร่างกายยืดหยุ่นตัวก็เบาขึ้น เขาสอนหมดเลยทั้งเครื่องวิ่ง แล้วก็คาร์ดิโอ”

“นี่กูคิดว่าแค่เพื่อนข้างห้องธรรมดาซะอีก”

“ก็เพื่อนข้างห้อง แต่กูสนิทกับพี่เขาด้วย กินข้าวด้วยกันเกือบทุกเย็น มึงต้องเห็นนะไอ้กรรณเวลาพี่ทัชเลิกงานมาท่าทางเหนื่อยทุกวัน เยินทุกวัน กูสงสารก็เลยไปทำกับข้าวให้พี่เขากิน”

“เพื่อนบ้านหรือเมียวะเอาจริงๆ”

“เพื่อนสิโว้ยย” ผมปาหมอนใบเดิมกลับไปที่มัน ไอ้กรรณยังทำหน้าเครียดไม่เลิก

“มึงเพิ่งรู้จักเขาได้ไม่นานเองไม่ใช่เหรอวะ เขาไว้ใจได้ขนาดนั้นเลยเหรอ คนเราเดี๋ยวนี้รู้หน้าไม่รู้ใจนะไอ้แตม มึงต้องระวังๆบ้าง ถึงจะเป็นหมอก็ใช่ว่าหมอทุกคนจะเป็นคนดีนี่หว่า วันดีคืนดีเขาเครียดๆกับงานสติแตกจับมึงฆ่าหั่นศพใครจะมาช่วยมึง”

“กูว่ามึงเพลาๆเรื่องหนังสยองขวัญบ้างก็ดีนะไอ้กรรณ ประสาทแล้ว พี่ทัชออกจะเป็นคนดี ที่ไปทำกับข้าวเนี่ยเพราะกูก็ต้องทำกินเองอยู่แล้ว มีคนกินเพิ่มไม่ดีตรงไหน”

ไอ้กรรณไม่ได้ตอบในทันที มันทำท่าคิดหนัก ผมไม่ว่ามันนะที่มันจะระแวงเพราะมันไม่ได้รู้จักพี่ทัชเหมือนที่ผมรู้จักไง คนไม่ดีที่ไหนจะเอาใจใส่เพื่อนข้างห้องแบบนี้ ทั้งโทรเข้ามาถามว่าอยากทานอะไรก็ซื้อวัตถุดิบเข้ามาช่วยกันทำ เวลาลงไปนั่งคิดงานที่สวนด้านล่างพี่เขาก็สั่งกาแฟให้น้องในร้านเอามาส่งให้ มีข้อความให้กำลังใจน่ารักๆทุกวัน แถมตอนนั้นที่ผมไปเมางานวันเกิดเพื่อนอิง ก็อุตส่าห์ดูแลอย่างดี เสียสละเตียงให้นอน ตัวเองไปนอนลำบากที่โซฟาแคบๆ

พี่ทัชดีจะตาย

“มึงดูติดพี่เขามากเลยไอ้แตมรู้ตัวปะ ทุกทีกับคนอื่นมึงจะมีระยะห่างตลอด”

“ก็จริง” อันนี้ผมพยักหน้าเห็นด้วย “คงเพราะคุยกับพี่เขาแล้วกูรู้สึกสบายใจล่ะมั้ง เขาเข้าใจกู เข้าใจสิ่งที่กูเป็น แล้วก็ไม่เคยมองกูเป็นตัวประหลาดทั้งๆที่รู้ว่ากูถูกตัวคนอื่นไม่ได้”

“นี่มึงเล่าอะไรให้เขาฟังบ้างเนี่ย มึงไว้ใจเขาเกินไปหรือเปล่าวะ”

“ก็เล่าทุกอย่าง นี่ซักอะไรเยอะแยะนักหนา กูจะกลับแล้วนะ สักพักอิงก็คงกลับมา พรุ่งนี้มึงออกจากโรงบาลแล้วใช่ไหม หายไวๆนะไอ้กรรณ”

“เดี๋ยวดิไอ้แตม กูยังสงสัยเรื่องรถนะ...”

“เฮ้ย จะสิบนาทีแล้ว ไปนะเดี๋ยวพี่ทัชรอ”

“...ออดี้รุ่นใหม่ป้ายแดงเนี่ยนะจะสตาร์ทไม่ติด...ไอ้แตม กลับมาก่อน” ไม่ฟังแล้ว ผมรีบหนีออกจากห้องซะเลย ไม่รู้ด้วยว่ามันพูดอะไร ปล่อยคนแก่ขี้บ่นอยู่รอแฟนไปคนเดียวเถอะ

ไปหาพี่ทัชดีกว่า


----------------------------


โครม! พรึ่บ!

“บ้าเอ๊ย” ผมสบถอย่างหงุดหงิด ภายในห้องมืดสนิทเพราะไฟเพิ่งจะดับไป มองออกไปด้านนอกลมค่อนข้างแรง สายฟ้าตัดกับก้อนเมฆสีดำเป็นสายยาวลงมาจนถึงพื้นดิน จากนั้นไม่กี่วินาทีก็ตามด้วยเสียงที่ดังสนั่น

โครม! โครม!

พายุเข้าแน่ๆ จำได้ว่าพยากรอากาศบอกเอาไว้ว่าพายุจะเข้าเย็นนี้ ตอนนี้เป็นเวลาค่ำซึ่งก็ไม่รู้ว่ากี่โมง รู้แค่ว่าทำงานเพลินจนลืมเวลา กระทั่งไฟฟ้าดับนี่แหละผมถึงต้องหยุด

หยิบเอาโทรศัพท์มือถือออกมากดดูเวลา สองทุ่มแล้ว นอกจากฉายเวลายังแสดงว่าแบตเตอรี่เหลืออยู่สี่สิบแปดเปอร์เซ็นเท่านั้น อ่า ต้องส่งแบบให้ลูกค้าคืนนี้ด้วยสิ ทางที่ดีเซฟพลังงานเอาไว้ก่อนจนกว่าไฟจะมาคงชาร์ตไม่ได้ ผมกดพักหน้าจอวางมือถือทิ้งไว้ที่เดิม พอไฟดับแล้วเราจะทำอะไรได้นอกจากนั่งนิ่งๆ

ชีวิตมนุษย์ปัจจุบันไฟฟ้านับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ขาดไฟฟ้าเท่ากับว่าการขับเคลื่อนทุกอย่างแทบจะหยุดหมด นอกจากแสงไฟจากรถติดนอกหน้าต่างระเบียงกับสายฟ้าที่ส่องแสงสว่างเป็นระยะแล้ว ในห้องผมก็มืดมิด ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ไฟเคยดับอยู่หนึ่งหนและกว่าที่จะกลับมาใช้ได้อีกครั้งคือตอนเช้าของอีกวัน นอนร้อนเหงื่อไหลเป็นน้ำอยู่ในห้องเป็นยังไงผมยังจำได้ดี

เฮ้ออออ

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

หากครั้งนี้แตกต่างจากครั้งที่แล้วตรงไหน ก็คงจะเป็นเมื่อครั้งก่อนที่ไฟดับ ไม่มีใครมาเคาะประตูเรียกผมนี่ล่ะมั้ง ผมอาศัยเงาลางๆจากสายตาที่เริ่มคุ้นชินความมืดเดินไปที่ประตูห้อง กำลังจะมองที่ช่องก็นึกขึ้นได้ว่ามืดขนาดนี้ยังไงก็ไม่มีทางเห็น แต่จะให้เปิดก็ไม่รู้ว่าใครเคาะอีก คนในคอนโดฯนี้มีเป็นร้อยๆชีวิตสุ่มสี่สุ่มห้าเปิดกลายเป็นโจรที่อาศัยช่วงชุลมุนขึ้นมา ไอ้แตมก็ตายเปล่าพอดี

“แตม น้องแตมครับ” พอเห็นผมไม่ได้เปิดออกไป สักพักคนด้านนอกก็เป็นฝ่ายตะโกนเรียกพร้อมกับเคาะประตูห้องอีกสองสามครั้ง เสียงที่คุ้นเคยทำให้ผมเริ่มยิ้มออก มือปลดล็อกกลอนทันทีโดยไม่เสียเวลาคิดให้ยุ่งยาก

“พี่ทัช”

“ไฟมันดับพี่ก็เลยแวะมาดูน่ะว่าแตมเป็นอะไรหรือเปล่า เมื่อกี้ฟ้าผ่าดังมากเลยด้วย”

“อ้อครับ แต่แตมไม่กลัวฟ้าร้องฟ้าผ่านะ ถ้าไม่ได้เดินอยู่ด้านนอกเป็นสายล่อฟ้าน่ะ” ผมพูดติดตลก อยู่ในห้องอย่างนี้รู้สึกปลอดภัย แต่ไหนแต่ไรก็เป็นคนไม่กลัวอะไรแบบนี้อยู่แล้วด้วย ที่จริงตอนอยู่บ้านผมชอบให้ฝนตกด้วยซ้ำ เพราะเราจะได้กลิ่นฝนและกลิ่นดิน รู้สึกได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติและผ่อนคลาย

“ค่อยยังชั่ว พี่ไม่รู้ว่าแตมจะกลัวหรือเปล่าเลยแวะมาดู”

“ฟ้าอาจจะผ่าหม้อแปลงด้วย คืนนี้เราคงต้องนอนร้อนกันทั้งคืนแน่นอนพี่” เพื่อนบ้านที่เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ยังไม่มีประสบการณ์ไฟดับครั้งก่อน รุ่นพี่อย่างผมก็เลยขู่ซะเลย แต่พี่ทัชกลับหัวเราะ เงาดำคล้ายใบหน้าคนเคลื่อนเข้ามาใกล้จนรู้สึกได้ เสียงทุ้มมีแววหยอกล้อดังขึ้น ที่ผมเห็นก็มีแต่เงาลางๆเท่านั้น

“นั่นสิ คืนนี้เราสองคนคงต้องนอนร้อนกันทั้งคืนเลยเนอะ” พี่เขาก็แค่ทวนประโยคคำพูดของผม แต่ทำไม...หน้ามันร้อน

อ้อ สงสัยเพราะแอร์ดับไปแล้วแน่ๆ ทั้งที่ฝนกระหน่ำแต่อากาศวันนี้ดันร้อนไวจัง

“ไฟไม่น่ามาดับวันนี้เลย แตมยังทำงานส่งลูกค้าไม่เสร็จเลยเนี่ย แย่สุดๆ”

“หึหึ เปลี่ยนเรื่องเก่ง”

“อะไรนะครับ”

“เปล่าครับ ถ้าอย่างนั้นเอาโน้ตบุ๊คไปหาร้านด้านนอกที่ยังมีไฟฟ้าใช้ได้กันดีไหม เพิ่งสองทุ่มน่าจะพอมีร้านเปิดอยู่”

“อย่าเลยครับ ฝนตกหนัก ออกไปก็รถติดเปล่าๆ งานที่แตมทำก็ไม่ได้ใช้โน้ตบุ๊คหรอก แตมกำลังวาดรูปสเก็ตภาพเหมือนให้กับเพื่อนที่ทำงานของอิงน่ะ”

“แตมรับงานวาดรูปเหมือนด้วยเหรอ”

“ไม่บ่อยหรอกครับ พอดีคนนี้อิงขอร้องมา คงจะสนิทกัน เห็นว่าจะเอาไปให้ลูกสาวเป็นของขวัญวันเกิดก็เลยลองรับดู กะเปลี่ยนบรรยากาศจากงานดีไซน์บ้าง” ที่สำคัญคืออิงจะมาเอาพรุ่งนี้เช้าก่อนไปทำงาน แต่ผมยังวาดไปได้ไม่ถึงครึ่งเลยนี่สิ ทำยังไงดี

“พี่พอจะมีเทียนอยู่ในห้อง ใช้แทนกันได้หรือเปล่าครับ” พี่ทัชเสนอไอเดียที่เหมือนแสงสว่างท่ามกลางความมืด(มืดจริงๆนะ)ให้กับผม เท่านั้นรอยยิ้มก็กว้างขึ้นทั้งๆที่อีกฝ่ายมองไม่เห็น

“จริงเหรอพี่ ดีจังเลย งั้นแตมขอยืมก่อนได้ไหม พรุ่งนี้จะซื้อมาคืนให้ แตมไม่เคยซื้อเทียนติดห้องมาก่อนเลย” คิดว่าเทียนมีไว้สำหรับไหว้พระอย่างเดียวไง ลืมไปแล้วว่าเอาไว้ฉุกเฉินตอนไฟดับได้ด้วย นี่ถ้ามีตะเกียงเหมือนในนิยายย้อนยุคหรือหนังจีนโบราณก็ดีสิ คงจะคูลน่าดู

“ไม่ต้องซื้อคืนหรอกครับ”

พี่ทัชบอกให้รอแล้วก็หายเข้าไปในห้องตัวเองไม่กี่นาทีก็กลับมาพร้อมเทียนไขในมือ ตอนนี้พี่เขาใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์ส่องนำทาง เลยทำให้เห็นหน้าตาเขาไปด้วย คนข้างห้องอยู่ในชุดนอนเรียบร้อยแล้ว สมกับเป็นคุณหมอสายสุขภาพ เตรียมตัวเข้านอนไวมาก ถ้าเป็นผมเหรอ ตอนดึกนี่คือเวลาแห่งการปั่นงานชัดๆ

ผมรับเทียนไขในมือมาถือไว้ จากนั้นเราสองคนก็ยืนนิ่ง พี่ทัชไม่ได้มีท่าทีเหมือนจะกลับไปนอน หรือว่าจะเป็นคนที่กลัวไฟดับ กลัวความมืดหรือเปล่า

จริงสิ ลืมไปเลย พอไฟดับพี่เขาก็มาเคาะห้อง ไม่แน่ว่าอาจจะกลัวผีก็ได้

“พี่...เข้ามาในห้องก่อนไหม” ผมแสดงความมีน้ำใจของเพื่อนบ้านที่แสนดี แอบนึกสงสารปนขำ เป็นถึงหมอแถมยังตัวโตอายุก็มากกว่าผมตั้งเยอะ ยังจะกลัวผีอีก

โธ่ ทำมาบอกว่าห่วงเรากลัว ที่แท้ตัวเองก็กลัวเอง

“แน่ใจเหรอครับ”

“ทำไมล่ะครับ พี่ไม่อยากเข้าห้องแตมเหรอ” ผมงง พอชวนให้เข้ากลับไม่เข้า

“พี่หมายถึง แน่ใจแล้วเหรอที่จะชวนพี่เข้าห้อง แตมไว้ใจพี่ขนาดนั้นเลย?” เหมือนคำถามวัดใจ คล้ายๆว่าไอ้กรรณก็เคยถามไปเมื่อครั้งก่อน ผมไม่เข้าใจว่าพี่ทัชดูไว้ใจไม่ได้ตรงไหน ต่อให้เป็นคนไม่รู้จัก ยังเห็นคำว่า คนดี แปะอยู่บนหน้าผากเขาเลย

“แตมก็เคยเข้าห้องพี่ออกบ่อย เข้าเกือบทุกเย็น เคยไปนอนค้างด้วยซ้ำ พี่ไว้ใจให้แตมเข้าห้องพี่ แตมก็ไว้ใจให้พี่เข้าห้องของแตมเหมือนกัน เรียกว่าไว้ใจซึ่งกันและกันไงล่ะครับ”

คนฟังนิ่งไปอึดใจ สุดท้ายก็ถอนหายใจแผ่วเบา แต่ผมแอบได้ยินอยู่ดี “เฮ้ออ ดักแบบนี้พี่ก็ทำอะไรไม่ได้น่ะสิ”

“แล้วพี่อยากทำอะไรล่ะ”

“แตมคงไม่อยากจะรู้หรอกครับ หึหึ”

อะไรของเขาวะ พูดจาวกวนให้เข้าใจยากเนี่ยเป็นนิสัยของหมอหรือเปล่า

ผมเลิกใส่ใจนิสัยชอบทำให้คิดไปเองของพี่ทัช อัญเชิญแขกยามวิกาลเข้ามาในห้องด้วยพลังไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือของอีกฝ่าย ไม่นานเราก็มาหยุดตรงที่โต๊ะเขียนแบบในห้องนั่งเล่นผมนี่เอง แม้ว่าตำแหน่งที่ตั้งจะใกล้กับบานหน้าต่างระเบียงแต่ตอนนี้กลางคืนแล้วและตึกบริเวณใกล้เคียงก็มืดสนิทกันหมด ถ้าเป็นกลางวันก็จะเห็นวิวด้านนอกชัดเจนอยู่นะ

“เก่งนะเนี่ย” คนที่เห็นผลงานที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์เอ่ยปากชม แสงไฟสาดส่องไปยังกระดาษวาดรูปบนโต๊ะ

“ขอบคุณครับ แตมเคยเรียนมานิดหน่อยน่ะ แต่ไม่ได้วาดจริงจังบ่อย ส่วนมากที่ใช้คู่กับงานออกแบบเวปไซต์แล้วก็วาดในคอมมากกว่า งานดรออิ้งแบบนี้ใช้เวลาเยอะ”

“แล้วยังไงครับ จะวาดต่อเหรอ” เข้าใจว่าคงเป็นห่วงเรื่องแสงไฟ ดีที่งานของผมเป็นภาพขาวดำไม่ได้ลงสีเลยไม่ยากมากนักแม้จะใช้เวลานานก็ตาม

“จุดเทียนเอาคงพอไหวอะ แต่เอ...” ผมมองไปทั่วห้อง เหมือนพี่ทัชจะรู้ทันเลยยื่นไฟแช็กมาให้ “ขอบคุณพี่ ลืมไปว่าไม่มีเทียนจะมีไฟแช็กหรือไม้ขีดได้ยังไง ฮ่าๆๆ”

“พี่คิดเผื่อแล้วเลยหยิบติดมือมาด้วย”

รอบคอบสมเป็นพี่เขาจริงๆ ผมจุดเทียนเสร็จก็มองหาอะไรมาทำเป็นฐานตั้ง จะปักเอาไว้กับโต๊ะเฉยๆก็ไม่ได้อีก ตรงส่วนนี้มีของที่เป็นกระดาษอยู่เยอะมากเลยต้องระวังเป็นพิเศษ หรือจะไปเอาถ้วยเล็กๆในครัวมาทำเชิงเทียนดี แต่เคยได้ยินมาว่ามันขัดยากอยู่เหมือนกัน ถ้วยผมยิ่งมีน้อยๆอยู่

“เอามานี่สิ พี่ถือให้”

“หืมมม ไม่ดีมั้งพี่ มันจะเมื่อยเอานะ ผมยังต้องทำอีกเป็นชั่วโมงเลย”

“เคยได้ยินว่าเวลาทำงานพวกศิลปินจะมีสมาธิสูงมาก แบบลืมวันลืมคืนไปเลย เทียนเนี่ยอยู่ได้ก็ประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ถ้ามันหมดแล้วแตมลืมเปลี่ยนล่ะครับ”

เออ อันนี้ก็จริง อย่างตอนแรกที่วาดรูปอยู่ตั้งแต่บ่ายสามจนถึงสองทุ่ม ถ้าเกิดว่าไฟไม่ดับผมก็คงลากยาวไม่รู้สึกตัว ไม่หิว ไม่ปวดฉี่อะไรใดๆ ถ้าเทียนหมดแล้วไฟไหม้

ไม่นะ! “งานแตมก็จะไหม้ไปด้วย ไม่มีงานส่งลูกค้าใช่ไหมพี่ทัช”

“เฮ้อออ พี่อยากตีแตมจริงๆเลย ถ้าไม่ติดว่าถูกตัวไม่ได้ล่ะก็โดนแน่”

“เอ้า แตมพูดผิดตรงไหน”

“ห่วงตัวเองก่อนงานไหม ถ้าไฟไหม้เกิดบาดเจ็บได้รับอันตราย ก่อนข้าวของเสียหายคิดถึงตรงนี้ด้วย แตมไม่ห่วงตัวเอง ก็คิดถึงคนที่ห่วงแตมสิ” พี่ทัชบอกเสียงดุๆ ผมทำคอหดยอมยกธงขาวไม่เถียงกับพี่เขาต่อ บทจะดุเนี่ยพี่ทัชทำได้ดีไม่แพ้ชาติใดในโลก ครูระเบียบชิดซ้าย ครูสมชายชิดขวา (ครูฝ่ายปกครองโรงเรียนเก่าผมเอง)

“ขอโทษครับ”

“อ่า พี่ก็แค่เป็นห่วง ไม่กลัวพี่เนาะ” ท่าทางคนดุจะรู้สึกตัว น้ำเสียงอ่อนลง พี่เขาเดินไปลากเก้าอี้ในห้องครัวมาวางใกล้กับเก้าอี้ที่โต๊ะเขียนแบบของผม ทิ้งตัวลงนั่ง “ทำงานเถอะครับ พี่จะคอยถือเทียนส่องให้ ไฟจากโทรศัพท์คงอยู่ไม่ได้นานขนาดนั้น”

“พี่จะเมื่อยมือนะ แตมเกรงใจอะ”

“ทำงานครับ น้องแตม”

โอ๊ยยย นี่ก็ดุจริง

ผมก้มหน้าทำงานต่อเพราะไม่อยากถูกดุแล้ว ในเมื่อเจ้าตัวเขาตัดสินใจมาดีแล้วก็จะไม่ห้าม พอทำไปสักพักจากที่คอยลากเส้นไปชำเลืองมองพี่ทัชไป สมาธิเริ่มนิ่งความสนใจทั้งหมดก็อยู่ที่ภาพวาด

เมื่อลงเงาในจุดสุดท้ายสิ้นสุด เช็กจนมั่นใจแล้วว่าทุกอย่างสมบูรณ์แบบ รอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจก็ปรากฏบนใบหน้าของผม ในตอนนั้นเองถึงได้รู้ว่าแสงไฟจากเทียนไขนั้นคอยขยับตามอยู่ตลอดเวลา

“เมื่อยไหมพี่ทัช” ผมหันไปหาคนที่ลืมไปแล้วว่ามีตัวตนในช่วงที่ผ่านมา

ด้วยความกะทันหันหรือไม่ทันระวัง ทำให้ปลายจมูกเกือบจะชนเข้ากับใบหน้าของคนที่อยู่ใกล้...ใกล้มากๆ

ไม่ได้สัมผัสกัน แต่หัวใจของผมกลับเต้นแรงเหมือนกับอาการที่เคยเป็น แตกต่างกันนิดหน่อยที่มันเต้นแรงและรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอกหากไม่มีปฏิกิริยาของการถอยหนีออกห่าง หรือว่าผมจะช็อกเกินไปเลยขยับตัวไม่ได้

พี่ทัชในสายตาของผมตอนนี้เบลอไปเล็กน้อยจากระยะใกล้ชิด ทรงผมที่ไม่ได้ถูกปาดเจลจนเรียบเหมือนทุกครั้งทำให้ใบหน้าดูเด็กลง ดวงตาคมสีดำสนิทโดดเด่นเมื่อไม่มีแว่นสายตาบดบัง

เพิ่งจะมาสังเกตเขาเอาชัดๆก็ตอนนี้

“มองอะไรพี่ครับ” คนอยู่ใกล้มากและไม่ยอมขยับออกไปสักทีเอ่ยปากถามเสียงแผ่ว หรือฟังอีกทีก็แหบพร่าอยู่เล็กน้อย สายตาที่สะกดผมเมื่อครู่เลื่อนลงมาหยุดที่...ริมฝีปาก

“แตมแค่...คิดว่า...พะ พี่ทัช...น่าจะไปเป็นพระเอกซีรีย์เกาหลีมากกว่าเป็นหมอ”

“อะไรนะ ฮ่าๆๆ” พี่ทัชขยับออกไปแล้ว นั่นพอจะทำให้หัวใจผมสงบลงได้บ้าง แต่ยังทิ้งไออุ่นจากๆจากลมหายใจเขาที่ปลายจมูกผมเล็กน้อย “พี่น่ะเหรอ”

“อื้อ พี่ทัชหล่อนะ พอไม่ใส่แว่นกับไม่ทำผมเรียบๆดูเด็กลงด้วย กงยูก็กงยูเถอะ พี่ทัชของแตมสู้ได้แน่นอน”

“หึหึ ขอบคุณครับ”

“โธ่ คิดว่าจะเขิน ดีใจขนาดนั้นเชียวที่แตมชมว่าหล่อพอๆกับกงยูน่ะ”

“เปล่า พี่ดีใจที่แตมเรียกพี่ว่า...พี่ทัชของแตม ต่างหาก” ใบหน้านั้นเลื่อนเข้ามาใกล้อีกครั้ง พร้อมกับสายตาระยิบระยับจากเงาสะท้อนวูบไหวของแสงไฟ

พี่ทัชในตอนนี้

ทำไมผมอยากจะสัมผัสเขาจัง

หมายถึงบิดให้ตัวเขียวน่ะ!


------------------------------

พี่ทัชหล่อพอๆกับกงยูเลยนะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.254K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,949 ความคิดเห็น

  1. #2930 ่Jekkmoly (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 23:27
    ยัยน้องงคุงพี่เขาหมายถึงที่เราทำกันนี่ไม่ใช่ดทแบบแฟนเหรอ ยัยน้องงง
    #2,930
    0
  2. #2907 PerfectRich (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:21

    พี่ทัช เป็นจีตแพทย์?? ว่าแต่...ทำไมพี่ทัชดูคิดกับน้องไปไกลเร็วจัง เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานเอง เหมือนตกหลุมรักมานานเลยอ่ะอาการพี่ทัช

    #2,907
    0
  3. #2884 soul_hyukjae (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 00:27
    โอ๊ยยยย

    อยากหยิกเหมือนกัน มันเขี้ยว
    #2,884
    0
  4. #2870 theskyandsea (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 01:21
    พี่ทัชเป็นจิตแพทย์จริงๆ ด้วย เอ็นดูน้องเปิดทางให้พี่เค้าเข้าห้องเฉยเลย ไหนจะคำถามเดทแรกอีก
    #2,870
    0
  5. #2869 P-Phatana (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 04:42
    อ่า.. ขอแนะนำนิดนึงนะ ฟ้าผ่าดัง เปรี้ยง เปรี้ยง นะฮะ นิดนึงจริงๆ นอกนั้นดีหมด เนื้อหาดี เดินเรื่องดี สนุกมากฮะ // อย่าดุเค้าแรงน้าา
    #2,869
    0
  6. #2848 millun (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 22:25
    เอ็นดูน้องแตมอะ>\\\<
    #2,848
    0
  7. #2820 CallistoJpt (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 20:25
    เอ็นดูน้องแตมเขินแล้วไปไม่เป็นยิ่งน่าเอ็นดูเข้าไปอีกลูก ส่วนพี่ทัชเจ้าเล่ห์จริงๆเลยน้าาาที่ถามเรื่องเดทก็คือเคยทำกับน้องทุกอย่างเลย น้องเดทแบบไม่รู้ตัวแล้วลูก ><
    #2,820
    0
  8. #2768 071727 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 09:29

    กงยูเจ้าชายกาแฟ555

    #2,768
    0
  9. #2703 tang_thai°°° (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 20:23
    พี่คือเป็นหมอจิตแพทย์สินะ
    #2,703
    0
  10. #2659 Ruruka Buta (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 13:08
    พี่เป็นจิตแพทย์สินะ
    #2,659
    0
  11. #2647 tarun_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 15:08
    พี่นี่รู้วิธีดีเลยในการเข้าหาน้องเพราะเป็นหมอโดยตรง55555 ร้ายจริงๆ
    #2,647
    0
  12. #2620 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 17:42
    อีพี่นี่ไม่ธรรมดา55555
    #2,620
    0
  13. #2603 Windysep (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 01:05
    สมกับเป็นจิตแพทย์ 5555555 เขินนนน
    #2,603
    0
  14. #2567 林小兰 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 13:51
    ที่น้องพูดเรื่องเดทมานี่คือ ทำกับพี่ทัชตรงที่พูดเลยน้าาา
    #2,567
    0
  15. #2536 baekbow (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 13:37
    ทัชเป็นหมอจิตเวชนี่เอง ว่าแต่มีใครส่งทัชมาหรือป่าวเนี่ย // ที่ทัชถามเยอะๆนั่นเพื่อจะสื่อว่าเราก็ทำกันมาหมดทุกอย่างแล้ว ไม่เรียกว่าเดทตรงไหนสินะ แต่น้องดันไม่เอะใจซะนี่ 555 // คิดว่าส่วนหนึ่งที่แตมสนิทกับทัชไวก็เพราะความเป็นหมอจิตเวชของทัชนี่แหละ เขาจะรู้วิธีทำให้คนไว้ใจได้ง่าย // เริ่มเข้าใกล้ได้มากขึ้นเรื่อยๆแล้ว อีกหน่อยก็คงแตะตัวกันได้
    #2,536
    0
  16. #2451 LMLM (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 00:26
    เขิงงงง
    #2,451
    0
  17. #2433 Miki_milky (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 22:51
    อิพี่จงใจอ่อยน้อง
    #2,433
    0
  18. #2401 zzzPLAzzz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 16:20
    อิพี่มันร้าย 5555
    #2,401
    0
  19. #2368 RealThxnB (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 09:27
    น้องเอ้ยยยยย
    #2,368
    0
  20. #2227 BaiTong23 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 11:19
    น้องงช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย
    #2,227
    0
  21. #2044 AE0404 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 01:47
    เขินนนนน
    #2,044
    0
  22. #1958 Lee Liew Kim (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 00:26
    พี่ทัชของแตม หูยยย เขินนนนน
    ออดี้ไม่ได้เสียจ้า เจ้าของอ่อยน้องเฉยๆ555
    พี่ทัชเป็นจิตแพทย์แน่เลย จริงด้วย หมอที่ไม่ต้องอยู่เวร ไม่ต้องขึ้นวอด จิตแพทย์ใช่มะ
    #1,958
    0
  23. #1915 Konrafah (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 22:56
    ลุ้นแทนจ้า
    #1,915
    0
  24. #1823 ต้นโมก (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 14:29
    พี่ทัชของแตมเลยนะ
    #1,823
    0
  25. #1662 0648681480 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 10:29
    โอ้ยยยคนหล่อออ อยากให้สัมผัสกันไว ๆ
    #1,662
    0