END - สัมผัส@รัก (สนพ.2U Publishing)

ตอนที่ 3 : สัมผัสครั้งที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,671
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,770 ครั้ง
    26 ก.ค. 62



ร้านกาแฟประจำที่ผมชอบดื่มตั้งอยู่ติดกับคอนโดฯนี่แหละครับ เดินมาแค่สามก้าวก็ถึงแล้ว พี่ทัชดูอึ้งเมื่อเห็นว่ามันใกล้ขนาดนี้

การตกแต่งแบบลอฟต์ คุมโทนด้วยสีน้ำตาล-ดำ จากอิฐบล็อกและเหล็ก นอกจากนั้นยังเพิ่มความร่มรื่นด้วยต้นไม้เล็กๆอีกหลายจุด พื้นที่ในร้านก็กว้างขวางและเป็นส่วนตัว บางครั้งผมก็หอบเอาแมคบุ๊คคู่ใจมานั่งคิดงานที่นี่บ่อยๆ

เรื่องที่พี่ข้างห้องชอบพูดไปหยอดไป ก็คงเป็นมุก หรือไม่ก็นิสัยของเขา ผมไม่ได้คิดอะไรมาก จะมีก็แต่บางครั้งที่สู้สายตาเขาไม่ไหว คอนเซปพี่ทัชจะต้องเป็น วิบวับ สว่าง และเจิดจ้าอย่างแน่นอน เป็นลักษณะของพี่ชายใจดีเข้าถึงง่าย ซึ่งผมคิดว่าดีนะ เพราะพี่เขาเป็นอย่างนี้ด้วยมั้ง คนที่ค่อนข้างเก็บตัวอย่างผมถึงได้รู้สึกสนิทใจไวขึ้น

ได้กาแฟคนละแก้วพร้อมเค้กอีกสองชิ้น ก็พากันหามุมสงบนั่งในร้าน พี่ทัชยกลาเต้ร้อนของตัวเองขึ้นจิบหนึ่งอึกแล้วทำสีหน้าพอใจ คนแนะนำอย่างผมก็พลอยยินดีไปด้วย

“ชอบไหมครับ ที่นี่ใช้เมล็ดกาแฟจากทางเหนือรสชาติเข้มข้นดี ที่จริงแถวนี้ก็มีอีกสองสามร้านแต่แตมชอบกาแฟร้านนี้ที่สุด”

“อร่อยครับ หอมกลิ่นกาแฟด้วย แตมมาที่ร้านนี้บ่อยเหรอ”

“เป็นขาประจำเลยล่ะครับ สนิทกับพี่เจ้าของร้านด้วยนะ เสียดายที่วันนี้พี่เขาไม่อยู่”

“อ้อ...แตมครับ” พี่ทัชนิ่งไปสักครู่ก็เริ่มเกริ่นบางอย่าง “พี่ขอถามอะไรหน่อยได้หรือเปล่า”

“ได้สิครับ”

“แตมเป็นนายแบบหรือว่าดาราหรือเปล่า”

“ทำไมถามอย่างนั้นอะ” คิดว่าคำถามเขาจะเกี่ยวกับคอนโดฯ ร้านค้าแถวๆนี้ หรือไม่ก็อาการประหลาดที่ชอบสะดุ้งเวลามีคนถูกตัวของผม กลับเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายไปได้

“เมื่อกี้เห็นบอกว่าลูกค้าส่งเสื้อผ้ามาให้ใช้ เลยคิดว่าเป็นเซเลปหรือนายแบบไงครับ”

“อ้อ ฮ่าๆๆ” ผมมองถุงเสื้อผ้าของตัวเอง มิน่าพี่ทัชถึงได้ทำหน้าแปลกๆ “อย่างแตมนี่เป็นนายแบบกับเค้าด้วยเหรอครับ ถ้าเป็นพี่ทัชก็ต้องรู้จักหรือเคยเห็นแตมแล้วสิ”

“พี่ไม่ค่อยได้ตามข่าวบันเทิงช่วงนี้เท่าไหร่น่ะ ถ้าพี่ไม่รู้จักก็ขอโทษด้วยนะครับ”

“แตมไม่ได้เป็นนายแบบครับ พี่ทัชวางใจได้ ไม่ต้องกังวลด้วยนะว่าใครจะมาแอบถ่ายรูปเราไปลงดิสแพดน่ะ” ผมขยิบตาไปหนึ่งที คนฟังก็หัวเราะออกมาแถมยังรับมุกอีกต่างหาก

“โชคดีจัง ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้อาจจะเป็นข่าวหน้าหนึ่งแล้วมีที่คาดตาสีดำๆ ที่บ้านพี่คงตกใจกันน่าดู”

“ที่จริงแล้วแตมเป็นฟรีแลนซ์ครับ ทำพวกออกแบบเวปไซต์ กับดูแลเวปเสื้อผ้าออนไลน์ให้ลูกค้า เขาเลยส่งมาให้เพราะชอบงานออกแบบของแตม”

“อย่างนี้นี่เอง แบรนด์นี้พี่ก็ชอบนะ คิดว่าแตมเป็นพรีเซนเตอร์ซะอีก เห็นวันนี้ก็ใส่ยี่ห้อนี้” พี่เขามองลงมาที่เสื้อยืดสีดำสกรีนชื่อแบรนด์ตรงกลางอกเสื้อ แบบที่เรียบแต่ราคานั้นไม่ได้น้อยเลย ถ้าให้ผมซื้อเองนี่ไม่มีทางซะหรอก

“เจ้าของแบรนด์ใจดีครับ เวลามีคอลเลกชันใหม่ก็ส่งมาให้ตลอด จริงสิ ถ้าพี่ทัชเข้าไปดูในเวปไซต์แล้วชอบตัวไหนบอกแตมได้นะ ใช้สิทธิ์พนักงานของแตมสั่งได้ลดราคาตั้งสามสิบเปอร์เซ็นด้วยล่ะ”

“เวปฯที่แตมออกแบบน่ะเหรอ”

“ออกแบบแล้วก็คอยอัปนิวคอลเลกชันให้กับทางแบรนด์ด้วยครับ ทางด้านออนไลน์แตมเป็นคนดูแลทั้งหมดเลย”

“เก่งจัง พี่คงต้องเข้าไปส่องดูบ้างแล้ว”

“อย่าลืมนะครับ มาบอกแตมได้ ปีหนึ่งใช้ได้ประมาณห้าครั้ง” ผมก็ฮาร์ดเซลให้สุดๆ ไม่ใช่แค่พี่ทัชหรอก อย่างกรรณกับอิงผมก็ใช้โควต้าที่มีสั่งให้บางครั้งเหมือนกัน เพราะสองคนนั้นรู้ว่าผมคงไม่ควักเงินซื้อของแพงอย่างนี้เอง ก็ยกให้เพื่อนไป

“อืม แบบนี้คงต้องรบกวนแล้วล่ะครับ จะได้มีเงินเหลือมาเลี้ยงกาแฟแตมบ่อยๆไง ดีไหม”

“ไม่ได้เห็นแก่กินขนาดนั้นสักหน่อย” ว่าแล้วก้มหน้าลงตักเค้กเข้าปาก “หืม อร่อยจัง พี่ทัชลองชิมสิครับ เค้กนี่เป็นสตูรใหม่ของร้านแน่ๆเลย ก่อนหน้านี้แตมไม่เคยเห็นมาก่อน”

ผมตักเค้กขึ้นมาอีกครั้งแล้วยื่นไปจรดริมฝีปากคนที่นั่งตรงกันข้าม ก่อนจะชะงักเพราะนึกขึ้นได้ว่าไม่สมควร มือที่กำลังจะลดระดับลงถูกคว้าไปจับไว้ ผู้ชายสวมแว่นก้มหน้าลงมาอ้าปากรับเอาเค้กคำนั้นเข้าปากตัวเอง และปล่อยมือออก

“อร่อยจริงๆด้วยครับ แต่หวานไปนิดสำหรับพี่” พี่ทัชเงยหน้าขึ้นมองด้วยรอยยิ้ม

เหตุการณ์เมื่อกี้เกิดขึ้นไวมาก ไม่ถึงสองวินาทีด้วยซ้ำ ไวจนไม่ทันได้สะบัดมือออก พี่เขาก็ผละไปแล้ว ถึงอย่างนั้นผมก็รีบวางช้อนลง ซ่อนมือที่สั่นน้อยๆของตัวเองไว้ใต้โต๊ะ

“เป็นอะไรครับแตม?”

“อ้อ ไม่เป็นอะไรครับ ว่าแต่พี่ทัชไม่ไปทำงานจริงๆเหรอครับ นี่ก็บ่ายแล้วนะ” ผมรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่พี่เขาจะสังเกตเห็นความผิดปกติที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ

อะไรกันนะ

“วันนี้วันหยุดครับ ครั้งก่อนเพื่อนที่โรงพยาบาลขอแลกเวร พี่ก็เลยได้โอกาสพักผ่อนบ้าง”

โรงพยาบาล? “พี่ทัชเป็นหมอเหรอครับ”

“ก็...ครับ” เขายิ้มน้อยๆ ส่วนผมตาโตแล้วก็มองอีกฝ่ายจริงจังอีกครั้ง จะว่าไปก็ไม่แปลกเท่าไหร่ เพื่อนข้างห้องมีบุคลิกที่สุภาพ ใบหน้าใจดี แต่งกายสะอาดสะอ้านอยู่ตลอดเวลา นี่ถ้าบอกว่ารักเด็กด้วยก็นางงามเลยนะ

“เหมาะกับพี่ทัชดีนะครับ พี่ดูใจดี”

“จริงๆแล้วพี่เป็นคนดุนะ”

“จริงเหรอ ดูไม่น่าเป็นอย่างนั้นเลย พี่ดูยิ้มตลอดเวลาแตมเลยคิดว่าพี่เป็นคนที่ใจดี รักเด็กอะไรประมาณนั้น”

“ถ้าพี่ไม่ยิ้ม...ก็ไม่ได้คุยกับแตมสิครับ พี่พูดถูกใช่ไหม” เขารู้..นอกจากฉลาดแล้วยังสังเกตุคนเก่งอีกด้วย คนเป็นหมอเนี่ยเป็นอย่างนี้ทุกคนเลยหรือเปล่านะ

“พี่พูดถูกหมดเลย แตมค่อนข้างจะโลกส่วนตัวสูงน่ะครับ เพื่อนก็น้อยด้วย”

“แล้วตอนนี้ นับพี่เป็นเพื่อนคนหนึ่งของแตมหรือยัง” นั่งดื่มกาแฟคุยกันขนาดนี้แล้ว ยังจะต้องถามอีกเหรอ

 

เป็นความเคยชินแล้วที่ทุกวันศุกร์ไอ้กรรณจะต้องแวะมาหาที่ห้อง มันบอกว่ากลัวผมจะเหงาทั้งที่เกรงใจจะแย่ เมื่อก่อนก็ยังโอเคแต่ตอนนี้เพื่อนมีแฟนแล้วไง ผมก็อยากให้มันไปเที่ยวหรือให้เวลากับอิงบ้าง พอบอกไปพวกนั้นก็หัวเราะบอกว่าไม่เป็นไร อิงเองก็มีเพื่อนของตัวเองเหมือนกัน แฟนไม่จำเป็นต้องตัวติดกันตลอดเวลา

“อิจฉาพวกมึงว่ะ” นี่ก็ประโยคประจำทุกครั้งที่เห็นเพื่อนสวีทกับแฟน วันนี้อิงซื้อของสดมาทำกับข้าวให้กินถึงห้อง ผมเลยโชคดีไปด้วยเพราะอาหารฝีมืออิงอร่อยมาก

“อิจฉาก็รีบหาแฟนเข้าสิแตม อย่าโสดนาน” อิงว่ายิ้มๆ มือก็หั่นผักไปด้วย ส่วนผมมีหน้าที่เป็นลูกมือ เห็นอย่างนี้ก็ทำกับข้าวเป็นนะ แค่ไม่อร่อยเท่าอิงทำ

ผิดกับไอ้กรรณที่ทำอะไรไม่เป็นแล้วยังสร้างภาระให้เพื่อนฝูงด้วยการวอแวแกล้งแฟนตัวเองบ้าง ด่าผมบ้าง ไม่ช่วยอะไรสักอย่างรอกินอย่างเดียว และตอนนี้มันก็ยืนกอดเอวอิงเหมือนปลิงดำที่สลัดไม่หลุด หันมายกคิ้วอวดผมอีกต่างหาก

“จริง หาแฟนตอนเรียนจบมหาลัยแล้วเนี่ย ลำบากนะไอ้แตม นี่เราก็ยี่สิบห้ากันแล้ว ปริมาณคนโสดมันก็จะลดจำนวนลงเรื่อยๆ การแข่งขันก็สูงรู้ป่ะ”

“ทำไมกูจะไม่รู้ แต่จะให้ทำไงวะ มึงก็รู้ว่าอย่างกูผู้หญิงที่ไหนก็ไม่ค่อยอยากจะคบหรอก อย่างที่เชอว่า เขาอยากมีลูก ถ้ากูถูกตัวเขาไม่ได้ ทุกอย่างก็จบ” อย่าว่าถึงมีลูกเลย แค่จับมือยังลำบาก

“ก็มีตั้งเยอะแยะผู้หญิงที่ไม่อยากมีลูก แต่ก่อนอื่นกูว่ามึงต้องหาคนที่มึงโดนตัวเขาได้ก่อน”

“แตม อิงยังไม่เคยรู้เลยว่าทำไมแตมถึงโดนตัวคนอื่นไม่ได้ มีสาเหตุหรือเปล่า” อิงรู้แค่ว่าที่ผมเป็นเนี่ยไม่ได้เป็นมาตั้งแต่เกิดเท่านั้น แต่ไม่รู้รายละเอียด ผมส่ายหน้าน้อยๆ เล่าให้อิงฟังเหมือนที่เคยพูดกับไอ้กรรณ

“ตอนเด็กๆแม่บอกว่าเราโดนตัวคนอื่นได้นะ แต่ตอนประมาณห้าหรือหกขวบนี่ล่ะ พี่ข้างบ้านเขาก็วิ่งมาบอกแม่ว่าเจอเราสลบอยู่ที่สวนบ้านเขา พอฟื้นขึ้นมาเราก็ถูกตัวใครไม่ได้อีกเลยนอกจากพ่อกับแม่”

“แล้วแตมไปทำอะไรที่นั่นล่ะ ทำไมถึงได้สลบ”

“เราชอบไปเล่นกับบ้านข้างๆพี่เขาใจดี คงเดินไปหาเหมือนทุกที่แหละ แต่ทำไมเราถึงสลบไปนี่จำไม่ได้เหมือนกัน หมอบอกว่าอาจจะช็อกเพราะสาเหตุบางอย่าง เรานึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก” ส่วนพี่ที่อยู่ข้างบ้านก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย ไม่นานแฟนพี่เขาก็ได้งานที่ต่างจังหวัดแล้วย้ายออกไป ผมซึ่งยังเด็กมากจำหน้าเขาได้แค่เลือนรางเท่านั้น

“อิงว่า มันไม่ใช่โรคนะแตม ฟังอย่างนี้แล้วเหมือนก่อนที่จะสลบไปแตมต้องไปเจออะไรเข้าแล้วกลายเป็นฝังใจ แต่เพราะเต็มเด็กมากๆก็เลยจำไม่ได้ แตมเคยคิดจะ...ปรึกษาจิตแพทย์ไหม”

“จิตแพทย์เหรอ” นั่นสินะ เหมือนตอนช่วงหนึ่งพ่อกับแม่เคยพาไปปรึกษาอยู่เหมือนกัน แต่มันไม่ดีขึ้นก็เลยเลิกไป “ไม่รู้ว่าจะช่วยได้หรือเปล่านะ เพราะถ้าเขาถามเราก็เล่าได้เท่าที่เล่าให้อิงฟังนี่แหละ”

“กูว่าใช้วิธีกูดีกว่าไอ้แตม” ไอ้กรรณแทรก หน้าคมเข้มของเพื่อนสนิทผุดรอยยิ้มไม่น่าไว้วางใจ “จิตแพทย์ไม่ต้องไปหา หาแฟนนี่แหละ มันต้องมีสักคนแหละวะที่เข้ากับมึงได้ ทำให้มึงรู้สึกมากจนอยากจะถูกเนื้อต้องตัวเขา ที่ผ่านมาเวลามึงมีแฟนมึงไม่ได้รู้สึกอยากจะถูกตัวไง ใช่ปะ”

“ก็เขาเป็นผู้หญิง” ผมแก้ตัว ทั้งที่ในใจแล้วก็เห็นด้วยกับมัน

“ไม่เกี่ยวหรอก โตๆกันแล้ว อย่างแฟนคนล่าสุดของมึงก็คบตอนมึงยี่สิบห้า ไม่ใช่ห้าขวบ กูฟันธงเลยว่ามึงไม่เคยคิดอยากกอด อยากจูบอะไรเชอเลยแน่ๆ”

“ต้องทำเหรอวะ”

“โอ๊ยยย ไอ้แตม แฟนนะเว้ย ใครจะไม่อยากสกินชิพแฟนตัวเองวะ ไม่มีหรอก จริงปะอิง”

“บ้า แล้วมาถามอะไรอิงเล่า” คนโดนถามหน้าแดง มองผมแบบอายๆ ไอ้เพื่อนผมก็ขวานผ่าซากไปหน่อย เรื่องแบบนี้ผู้หญิงดีๆที่ไหนเขาจะพูดกัน ต่อให้ผมกับอิงจะสนิทกันบ้างก็ตามเถอะ

“โทษๆ ลืมตัวไป กลับมาที่เรื่องไอ้แตมละกัน กูยืนยันว่าถ้ามีแฟน ถ้าเรารักเขาจริงยังไงก็อยากถูกตัวแหละวะ ถึงตอนนั้นมึงก็จะผ่านความกลัวนี่ไปได้เอง เชื่อกูดิ”

“แล้วกูต้องทำยังไง”

“หาแฟนสิวะ อย่าโง่”

“พูดกับแตมดีๆสิกรรณนี่” สมน้ำหน้า โดนอิงตีเลย “เอาอย่างนี้ไหม อาทิตย์หน้าเป็นวันเกิดของเพื่อนในกลุ่มอิง เขาจะจัดงานปาร์ตี้ที่บ้าน เชิญคนมาเยอะอยู่ แตมไปด้วยกันสิ เผื่อว่าจะเจอคนที่ใช่ในงานไง

“จะดีเหรอ คือเราไม่ถนัดที่ที่มีคนเยอะๆอะ อีกอย่างก็ไม่รู้จักเพื่อนอิงด้วย”

“ไม่ต้องกลัวเลย แพตตี้เจ้าของงานชอบคนเยอะๆ ไปได้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องของแตมไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวเราบอกเพื่อนให้ จัดงานในบ้านมันต้องมีโซนที่คนไม่เบียดกันอยู่แล้วล่ะ”

“เออจริง ไปดิไอ้แตม กูก็ไปด้วย อย่างน้อยก็ไปอยู่เป็นเพื่อนกูไง ให้อิงอยู่กับเพื่อนๆเขาไป”

ผมนิ่งคิดหลังจากฟังสองคนนี้โน้มน้าว ก็เป็นความคิดที่ดีอยู่เหมือนกัน ถ้าไม่เจอใครก็ถือซะว่าไปเปิดหูเปิดตา เผื่อว่าจะได้ไอเดียใหม่ๆมาต่อยอดงาน ถ้าไม่หัดเข้าสังคมบ้างเดี๋ยวจะตกเทรนด์เอา

“อือ ไปก็ไป”

“ต้องอย่างนี้ดิวะ” ไอ้กรรณเกือบจะยกมือขึ้นตบไหล่ผมแล้ว แต่ก็เปลี่ยนไปกอดแฟนตัวเองแทน เราช่วยกันทำอาหารต่อหลังจากตกลงกันได้แล้ว

ที่จริง ผมชอบคืนวันศุกร์ที่สุดเลยนะ


----------------------------


“แฮก...แฮก พะ พี่...พี่ทัช แตม ไม่ไหวแล้ว” เหงื่อที่ซึมไปทั่วร่าง ตอนนี้มีบางส่วนไหลจากหน้าผากลงมาเข้าตาจนแสบ ตัวต้นเหตุอย่างพี่ทัชจึงเอื้อมมือมาเกลี่ยออกให้อย่างแผ่วเบา

“อดทนอีกนิดนะครับ ใกล้แล้ว”

“แต่..แฮกๆ แตมทน...ไม่ไหว อึก พอก่อน” ผมส่ายหน้าไปมา ส่งสายตาวิงวอนขอร้องให้พี่เขาเห็นใจ พี่ทัชส่งยิ้มอ่อนโยนที่ตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่ามันเป็นแค่การหลอกลวงให้ตายใจ

“อีกนิดเดียวครับ ขยับขาสิแตม อ่า อย่างนั้นแหละครับ”

“อ๊ากกกกกกกก” ผมรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย กัดฟนขยับขาตามคำสั่ง ส่งเสียงกรีดร้องไปทั่วห้อง พร้อมกับที่พี่ทัชเองก็ทำสีหน้าพอใจ กดปิดปุ่มการทำงาน มองผมที่แทบจะคลานลงมาจากเครื่องวิ่ง

“อย่าเพิ่งนั่งพักเลยนะครับ เดี๋ยวร่างกายปรับตัวไม่ทัน แตมทำได้ดีมากเลย”

“ฮืออออ แตมยืนไม่ไหวแล้ว เหนื่อยมากกก” อยากลากก.ไก่ไปให้สุดขอบโลก เป็นความผิดของผมเองที่เช้านี้อยากกินโจ๊กแล้วลากสภาพเพิ่งตื่นนอนตัวเองลงไปซื้อ ขากลับขึ้นมาดันเจอพี่ทัชที่กำลังจะลงมาออกกำลังกายที่ฟิตเนส เขาชวน(กึ่งบังคับ)ให้มาออกกำลังกายด้วยกัน แล้วผมก็ดันใจง่ายตามมา

“เพราะแตมไม่ค่อยได้ออกกำลังกายล่ะสิ ที่จริงทำงานกับคอมพิวเตอร์ทั้งวันอย่างนี้ ต้องหาเวลาออกกำลังกายนะครับ ไม่อย่างนั้นโรคต่างๆจะตามมาอีกเยอะเลย”

“ครับ คุณหมอ แต่ตอนนี้ให้แตมนั่งได้หรือยัง” ตอนนี้ยืนพิงกับเครื่องวิ่งก็แทบจะกลายเป็นของเหลวไหลลงพื้นอยู่แล้ว แค่ครึ่งชั่วโมงกับสปีดแบบคนเริ่มต้นผมยังแทบจะไม่รอดเลย ร่างกายขาดการออกกำลังกายอย่างที่เขาว่าจริงๆ

โชคดีอีกอย่างที่ตอนนี้ไม่มีคนมาใช้บริการฟิตเนสของคอนโดฯมากนัก ไม่อย่างนั้นได้ถูกมองแปลกๆแน่ที่วิ่งไปร้องไปเหมือนหมูโดนเชือด

“ฮ่ะๆ มาครับ พี่ช่วย” พี่ทัชขยับเข้ามาช่วยพยุงแบบที่ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัว เมื่อฝ่ามือร้อนสัมผัสกับแผ่นหลังข้างหนึ่ง และต้นแขนอีกข้างหนึ่ง ร่างกายที่ตอนแรกไร้เรี่ยวแรงก็พลันเกิดปฏิกิริยาตอบโต้ด้วยการสะบัดตัวออก

“.......”

เกิดเป็นความเงียบระหว่างเราสองคน ผมทำหน้าไม่ถูกขณะที่อีกฝ่ายดูจะงงเล็กน้อย ในใจอาจจะคิดไปว่าผมรังเกียจหรือเปล่า เพราะที่ผ่านมาแฟนกี่คนก็ชอบตัดพ้อด้วยคำนี้กันทั้งนั้น

ไม่เคยเลย ไม่เคยคิดจะรังเกียจการสัมผัสกับคนที่รู้สึกสนิทใจด้วย แม้แต่เพื่อนอย่างไอ้กรรณผมก็อยากตบหัวตีหลังกับมันเล่นเป็นบางครั้งอย่างที่เพื่อนสนิทคนอื่นๆเขาทำกัน เคยลองฝืนใจแล้วแต่ก็ทำไม่ได้

ฝืนหนักๆเข้าไอ้กรรณเห็นสีหน้าทรมานของผม ก็สั่งให้เลิกทำ

ก่อนหน้านี้ที่ช่วยเช็ดเหงื่อให้เขาก็ใช้มุมของผ้าขนหนู ซับลงมาโดยผิวไม่ได้สัมผัสกัน ผมถึงได้ไม่สะดุ้งจนตกเครื่องวิ่งไปก่อน แต่ครั้งนี้ถูกตัวกันตรงๆเลยไง

“พี่ คือแตม...ไม่ได้ตั้งใจ”

“พอเดินไหวไหม ไปนั่งตรงนั้นกันก่อนดีกว่านะ” พี่ทัชส่งยิ้มอ่อนมาให้ เขาทำสัญญาณให้เดินตามไปโดยไม่แตะต้องตัวผมอีก พอเราออกห่างมาเครื่องเล่นก็ถูกคนอื่นใช้ต่อ ผมนั่งลงที่ม้ายาวข้างๆพี่ทัช มองไปทั่วฟิตเนสโดยที่ไม่ได้โฟกัสสายตาที่ตรงไหนเป็นพิเศษ

ก็แค่ไม่กล้าสบตาเขาเท่านั้นเอง

“แตมขอโทษนะครับ”

“ไม่เป็นไร เมื่อกี้ตกใจเหรอ เราตกใจง่ายจังเลยนะ พี่เห็นหลายครั้งแล้วที่สะดุ้งเพราะพี่เข้าใกล้น่ะ”

“ที่จริงแล้ว...ไม่ใช่แค่กับพี่หรอกครับ” ผมตัดสินใจว่าจะเล่าให้พี่ทัชฟัง อย่างน้อยเราก็เป็นเพื่อนข้างห้องกัน เจอหน้ากันมาสองสามครั้งแล้ว และมีแนวโน้มที่จะเจอกันต่อไปเรื่อยๆ หากผมเผลอทำตัวแบบนี้ใส่เขาบ่อยๆ อาจจะถูกเกลียดก็ได้

พี่ทัชฟังเรื่องของผมด้วยสีหน้านิ่งสงบ ไม่มีตกใจหรือแปลกใจเหมือนคนอื่นๆ เขาไม่ขัดเวลาที่ผมพูด และสบสายตาตลอดเวลาเพื่อให้รู้ว่ากำลังฟัง เรื่องราวทั้งหมดจึงถูกถ่ายทอดออกมาอย่างง่ายดายโดยอีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องถามหรือกดดันอะไร

ทำให้ผมรู้สึกอยากที่จะเล่าเอง

รู้สึกสบายใจ ไม่อึดอัด ที่จะพูดออกมา

“พี่เข้าใจแล้ว...อาการของแตมน่าจะมาจากเหตุการณ์ก่อนที่จะสลบไปตอนนั้นแน่ๆ จำอะไรได้บ้างไหมครับ”

ผมส่ายหน้า “ไม่ได้เลยครับ ผมพยายามคิดมาตลอดแต่ก็จำอะไรไม่ได้ นอกจากวันนั้นพี่จ๋าบอกว่าจะอบคุกกี้ตอนบ่ายสามให้มาช่วยกันทำ แต่เพราะว่าเหมือนฝนจะตกผมเลยไปก่อนเวลา แล้วก็ฟื้นมาอีกทีที่โรงพยาบาลเหมือนภาพตัดไปเลยครับ” แล้วแม่ก็บอกว่าพี่จ๋าที่อยู่ข้างบ้านเห็นว่าผมไม่มาสักทีก็เลยออกมาดู พบว่าผมสลบอยู่ที่สวนข้างบ้านนั่นเอง

“แล้วพี่ข้างบ้านล่ะครับ ได้ถามเขาไหมว่าก่อนหน้านั้นเขาทำอะไรอยู่”

“ไม่ได้ถามครับ แม่กับพ่อมัวแต่ตกใจที่ผมฟื้นมาแล้วมีอาการแปลกๆ ส่วนผมก็...ยังเด็กมาก”

“ที่ผ่านมาแตมก็เลยสัมผัสตัวใครนอกจากพ่อกับแม่ไม่ได้เลยใช่ไหมครับ โดยเฉพาะกับคนรักอย่างที่แตมเล่าให้พี่ฟัง” ผมพยักหน้า พี่ทัชนิ่งคิดไปครู่ใหญ่ “แบบนี้คงลำบากน่าดู”

“ครับ ผมก็เลยไม่ค่อยจะมีเพื่อน เกือบเรียนโฮมสคูลแล้วด้วยล่ะ แต่พ่อบอกว่าผมต้องหัดเข้าสังคม ยิ่งกลัวเราก็จะยิ่งไม่กล้าเผชิญหน้า เลยบังคับให้ไปโรงเรียนปกติ”

“ดีแล้วล่ะ แล้วก็...” เขาเงยหน้าขึ้น ใบหน้าเคร่งขรึมพลันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างใจดีเหมือนอย่างเดิม ดวงตาที่เป็นประกายชื่นชมยามที่มองมาก็ทำให้รู้สึกดีพอๆกับคำพูด “แตมเก่งมากๆเลยครับ”

“เก่งเหรอครับ”

“เก่งที่กล้าเผชิญหน้า และที่สำคัญแตมยังเข้มแข็ง พี่ว่าแตมจะต้องผ่านความเจ็บปวดและยากลำบากมาเยอะเลย แต่ที่พี่เห็น แตมก็ยังร่าเริงและยิ้มได้ ...เก่งจริงๆครับ”

อ่า ไม่เคยมีใครพูดกับผมอย่างนี้มาก่อนเลย พอคิดถึงความลำบากทั้งหมดที่ผ่านมาอย่างที่พี่ทัชบอก ขอบตาผมก็เริ่มร้อนผ่าวจนต้องกระพริบถี่ๆกลั้นมันเอาไว้ พี่ทัชเห็นเข้าก็หัวเราะออกมา

“โธ่ คนเก่ง ร้องไห้ซะแล้ว ไม่ร้องสิ พี่ปลอบแตมไม่ได้นะ เดี๋ยวตกใจอีก”

“พี่ทัชอะ อย่าล้อแตมสิ แล้วนี่พี่ทัชไม่คิดว่าแตมประหลาดเหรอ เวลาเล่าให้คนอื่นฟังทีไรเขาก็จะมองด้วยสายตาแปลกๆทุกที อย่างเพื่อนแตมหรือว่าแฟนเก่าแตมกว่าจะชินก็คือตั้งนานแน่ะ” ไม่ว่าจะเป็นไอ้กรรณ หรือเชอรีนที่บอกว่าเข้าใจผมสุดท้ายก็เลิกกันไป ครั้งแรกที่ได้ฟังท่าทางของทุกคนก็เหมือนกันหมด

มีแค่พี่ทัชคนเดียวที่ยังคงสงบและทำให้ผมรู้สึกว่า ผมเองก็เหมือนคนปกติทั่วไปอย่างใครเขา

“แตมไม่ได้แปลกหรอกครับ อย่าลืมสิว่าพี่เป็นหมอ พี่เจอเคสแปลกกว่านี้มาเยอะแยะ อย่างแตมยังดีนะที่ใช้ชีวิตเหมือนคนอื่นได้ ดูแลตัวเองได้ มีงานทำ พี่ว่าแตมน่านับถือมากกว่าจะมองเป็นเรื่องแปลกประหลาด”

“ฮือออ ถ้าแตมถูกตัวพี่ได้ แตมจะโดดกอดพี่แล้วเนี่ย” พูดจริงๆเลยนะ พี่ทัชแม่งโคตรคนดีอะ

“ฮ่าๆๆ พี่ก็อยากให้แตมโดดกอดนะ อืมม เอาอย่างนี้ไหม ถ้าแตมไว้ใจพี่ เรามาลองช่วยกันรักษาโรคนี้ดู” อยู่ๆพี่เขาก็เสนอไอเดียออกมา ผมได้แต่ทำหน้างงไม่เข้าใจคำพูดของเขาเท่าไหร่

“รักษาเหรอครับ? ยังไงล่ะ”

“ถ้าแตมกลัวการสัมผัส เราก็จะเริ่มจากการสัมผัส ก่อนอื่นเลยแตมต้องรู้สึกอยากจะสัมผัสซะก่อน ร่างกายมักจะเป็นไปตามกลไกของสมอง ถ้าสมองสั่งร่างกายก็จะทำตาม”

“อย่างนี้นี่เอง แบบนี้แตมก็ต้องหาใครสักคนที่แตมอยากถูกตัวเขา ถูกต้องไหมครับ ดีเลยอาทิตย์หน้าเพื่อนแตมบอกว่าจะแนะนำคนให้รู้จัก เผื่อว่าแตมจะได้มีแฟนใหม่สักที”

“.......”

“แตมพูดไม่ถูกเหรอครับพี่ทัช”

ผมเอียงคอมองคนที่รอยยิ้มหายไปแล้ว หรือว่าผมจะเข้าใจวิธีการรักษาของพี่เขาผิดไป ก็คนที่อยากจะสัมผัสมากที่สุดก็ต้องเป็นแฟนสิถูกไหม ถ้าไม่ใช่แฟนแล้วจะไปถูกตัวเขามั่วซั่วเขาจะไม่โกรธเอาเหรอที่เราเห็นเป็นหนูทดลองน่ะ

ยิ่งฟังคำพูดพี่ทัชก็ยิ่งนิ่ง นิ่งจนเดาความคิดไม่ได้ รู้แค่ว่าสายตานั้นไม่อ่อนโยนเหมือนเคย และเย็นวูบวาบที่หลังแปลกๆ

“สงสัยพี่จะต้องรีบแล้วสินะ”

“ครับ?”

“เปล่าครับไม่มีอะไร”

อ้าว อะไรของเขา ก็เมื่อกี้ยังได้ยินพูดว่าต้องรีบอยู่เลย รีบอะไรอะ รีบรักษาผมเหรอ

ก็ดีแล้วไง


-------------------------

พี่รีบอะไรคะ ไหนบอกซิหืม 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.77K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,949 ความคิดเห็น

  1. #2949 Saltan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 เมษายน 2564 / 22:35
    มันก็จะคิดดีไม่ได้นิดหน่อย
    #2,949
    0
  2. #2926 ่Jekkmoly (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 19:50
    น้องแตมๆ หนูวิ่งได้แบบ..ชันคิดว่าฉากติดเรท พี่ทัชรับจะขอเแนแฟนอะสิโฮะๆ
    #2,926
    1
    • #2926-1 ่Jekkmoly(จากตอนที่ 3)
      11 เมษายน 2564 / 19:50
      เป็น***
      #2926-1
  3. #2880 soul_hyukjae (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 23:37
    โหววพี่

    ไม่ต้องรีบขนาดนั้นหรอก น้องแตมผู้ใสซื่อยังคงไม่รู้เรื่องเลย
    #2,880
    0
  4. #2845 millun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 21:21
    แตม!เธอวิ่งได้อีโรติกมาก!
    #2,845
    0
  5. #2816 CallistoJpt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 18:08
    พี่ทัชเขาก็พูดเปิดทางตัวเองมาแล้วเชียว โดนน้องแตมตัดทางไปซะงั้น 55555555555 น่าจะต้องรีบเดินหน้าจีบเต็มกำลังแล้วละค่ะพี่ทัช ปล.อาการที่น้องเป็นพี่ข้างบ้านน่าสงสัยมากเลยค่ะ
    #2,816
    0
  6. #2808 Darkness and Lighting (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 17:21
    พี่ข้างบ้านน่าสงสัยมากๆ...
    #2,808
    0
  7. #2801 OMG yaoi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 22:01
    แหมมอย่ามาทัชอย่ามาจับนะเบ่เบ๋
    #2,801
    0
  8. #2771 rnhaha (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 13:11
    พี่ทัชชชแม่งงง เจ้าเล่ห์มากกก55
    #2,771
    0
  9. #2758 Dimplee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 23:01
    อิพี่ข้างบ้านทำอะไรน้องรึป่าวเนี้ย
    #2,758
    0
  10. #2749 E'eve (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 10:41
    อิน้องงงงง พี่เขาจ้องจะงาบหนูเขาไปทั้งตัวแล้วยังไม่รู้ตัวอีกลูกกกก
    #2,749
    0
  11. #2742 PuleunBam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 02:29

    รีบ ๆ นะคะคุณหมอ

    #2,742
    0
  12. #2726 luffypokpok (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 13:48
    รู้นะว่าฉากฟิตเนสมันไม่ได้มีอะไร แต่ใจมันก็คิดอยู่ดีอ่ะ55555
    #2,726
    0
  13. #2710 Nisaratkk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 21:51
    อิเครื่องวิ่งนิสัยไม่ดี แกทำให้ชั้นดูแย่☹☹☹
    #2,710
    0
  14. #2699 tang_thai°°° (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 19:25
    พี่ต้องรีบแล้วนาคะ
    #2,699
    0
  15. #2695 thorfunthorfun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 20:10
    ฉากฟิตเนสคือคิดไปนอกจักรวาลแล้วนะ
    #2,695
    1
    • #2695-1 benjamas_kkee(จากตอนที่ 3)
      1 เมษายน 2563 / 22:52
      คิดเหมือนกันเลยค่ะคิดดีไม่ได้เลย
      #2695-1
  16. #2681 PandaPuffycheeks (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 23:26
    พี่ข้างบ้าน เอ๊ะ
    #2,681
    0
  17. #2655 Ruruka Buta (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 11:42
    แหมมมมม พี่ทัชต้องรีบค่ะ เด๋วโดน มคปด. 5555
    #2,655
    0
  18. #2642 tarun_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 13:47
    น้องมองพี่เค้าไม่ออกจริงๆเหรอลูกกก
    #2,642
    0
  19. #2616 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 17:11
    รีบค่ะรรบใช่ต้องรีบเลย อั้ยยย
    #2,616
    0
  20. #2612 Nattgaporn_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 20:31
    ฉากอยู่ฟิตเนสนั้นก็คือชั้นคิดไป 18+ แล้วนะ55555555555
    #2,612
    0
  21. #2599 Windysep (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 23:38
    รีบจับน้องแตมมาเป็นแฟนนี่แหละค่ะ
    #2,599
    0
  22. #2574 Jing (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 14:40

    ใช่จ่ะ รีบเลย รีบจีบน้องเลย อิอิ

    #2,574
    0
  23. #2563 Taeil it’s COOL (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 15:02
    ยังไงนะพ่อ รีบอะไรซิ
    #2,563
    0
  24. #2532 baekbow (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 11:41
    ก่อนหน้าที่แตมจะสลบมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ // แล้วทัชเนี่ยรู้จักแตมมาก่อนหรือป่าว ทำไมดูแปลกๆ // ทัชเป็นหมอ แสดงว่าเพื่อนจีก็คงไม่ใช่ทัชเนอะ
    #2,532
    0
  25. #2500 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 15:16
    รีบเลยจ้ะพี่ทัชจ๋า
    #2,500
    0