END - สัมผัส@รัก (สนพ.2U Publishing)

ตอนที่ 28 : สัมผัสครั้งที่ 27

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,687
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,412 ครั้ง
    16 ก.ย. 62


[Touch]


ผมนอนไม่หลับ

ทั้งที่น้องก็ไม่ใช่แฟนคนแรกและนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกของผม แต่ความรู้สึกตื่นเต้นที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนทำให้ข่มตาลงไม่ได้ ต่อหน้าน้องอาจจะตีสีหน้านิ่งขรึมเยือกเย็น รู้ไว้เถอะในใจนี่บ้าบอไปแล้ว ยิ่งเห็นสีหน้าหลับใหลของน้องก็ยิ่งอยากปลุกมาขย้ำ ทำตัวเหมือนเด็ก แถมยังเป็นเด็กบ้าพลังด้วย อยากจะจับ อยากจะกอด อยากจะกด แค่กๆๆ อยากอยู่กับน้องตลอดเวลา

นอนมองอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเช้า ตาผมยังคงมีประกายของความสุขโดยไร้ความง่วง ก็อย่างว่าเนอะ คนมันอิ่มพลังก็เยอะเป็นธรรมดา ไม่รู้ว่ากี่ชั่วโมงผ่านไป จนกระทั่งน้องค่อยๆขยับตัว ใบหน้าน่ารักซุกเข้าหาความอบอุ่นจากอกของผม และผมก็กระชับอ้อมกอดของตัวเองให้แน่นขึ้นกว่าเดิม

น้องขมวดคิ้วคล้ายไม่สบายตัว

“เจ็บเหรอครับ?” ตอนหลับก็เช็ดตัวทำความสะอาดให้แล้ว จะมีก็คงเป็นเรื่องร่างกายที่ยังไม่ชินกับการมีเซ็กส์นี่แหละ ไม่เป็นไรนะหนู พี่ทำบ่อยๆเดี๋ยวก็ชิน...

“แตมเจ็บก้น” น้องอ้อนเสียงแหบๆเพราะเพิ่งตื่นนอนแถมเมื่อคืนก็ใช้เสียงไปเยอะ

น่าร้ากกกกก

“เดี๋ยวพี่เอายาให้ทานนะครับ หิวไหม อยากกินอะไรหรือเปล่า” ถามไปมือก็คอยวัดไข้ที่หน้าผากด้วย โชคดีที่อุณหภูมิร่างกายยังปกติ เลื่อนลงไปวัดที่ซอกคอก็ปกติเหมือนกัน

“อยากกินชาบู”

“ฮ่าๆๆ มื้อเย็นนะครับ ตอนนี้มื้อเช้า อืม ไม่สิ สายแล้ว ทานอะไรรองท้องก่อนดีกว่า” อยากจะตามใจอยู่หรอก แต่ชาบูตอนสิบโมงนี่ไม่น่าจะมีร้านไหนเปิดนะ

“งั้นอะไรก็ได้ ขนมปังที่ซื้อมาเมื่อวานกับกาแฟก็ได้ครับ”

“หนู”

“งื้อออ”

“ตอบพี่ก็มองหน้าพี่สิครับ” ตั้งแต่ตื่นน้องยังไม่มองหน้าผมเลย นี่ถ้าไม่ใช่ว่ายังพูดคุยกันปกติคงจะคิดว่าน้องงอนที่ตัวเองกลายเป็นเมียผม ไม่ใช่ว่าผมเป็นเมียน้องแล้วนะ

“ไม่เอา”

“โกรธพี่เหรอ” น้องส่ายหน้าดุ๊กดิ๊กอยู่ในอก “แล้วเป็นอะไรครับ พี่ไม่สบายใจเลยนะที่เห็นหนูเป็นอย่างนี้”

เจ้าเด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมาจนได้ ใบหน้าขาวแดงก่ำ แดงไปจนถึงหู...แม่งน่าฟัด จากนั้นก็หลุบตามองอกผมเหมือนเดิม

“ยะ อย่ามองด้วยสายตาแบบนั้นสิ แตมไม่ไหวแล้วนะ”

“แล้วหนูเป็นอะไร ไหนบอกพี่”

“หนู...เขิน” ยิ่งแทนตัวเองว่าหนู แขนที่กอดน้องก็รัดแน่นขึ้น แน่นจนอยากจะหลอมน้องเป็นร่างเดียวกับตัวเอง จะได้มีน้องพกติดตัวไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลา

“พี่ขอ...” อีกรอบ

“ไม่!” ดวงตาของคนขี้อายเปลี่ยนเป็นแมวดุทันทีแม้ผมจะยังพูดไม่จบ น้องแตมคนซื่อของผมก็เหมือนจะเดาได้ “พี่จะฆ่าแตมเหรอ เมื่อคืนก็ตั้งสามรอบแล้วนะ ไม่เอา ไม่ให้แล้ว”

“ก็ใครให้หนูน่ารักล่ะ มาแง๊วๆใส่พี่อย่างนี้ใครจะอดใจไหว”

“พี่มันหื่นเกินไปต่างหาก”

“ยอมรับ มีเมียน่าฟัดขนาดนี้...คิดว่าพี่ต้องอดทนแค่ไหนที่ผ่านมาไม่ให้จับหนูกดกับเตียงแล้วฟัดให้ตัวช้ำน่ะ” บอกกับน้องแล้วก็แอบเทะเล็มด้วยการซุกๆซอกคอ ดมกลิ่นหอม จูบผิวนิ่มๆอย่างมีความสุข

น้องครางประท้วงเสียงแผ่ว “ตะ แตม ไม่ผิดนะ อื้ออ พอแล้ว คิกๆ”

“ยั่วเก่งเหลือเกิน เมียใคร” ไม่รู้ล่ะ โทษน้องนี่แหละ ใครใช้ให้น่ารักขนาดนี้

จับใส่กรอบเลี่ยมทองแล้วแขวนคอได้ไหม ...ผมนี่ท่าจะบ้า หลงน้องจนหน้ามืดไปหมดละ

“ฮื้ออ พอแล้วพี่ทัช อะ เอาไว้ วันหลังนะ” เสียงหวานๆต่อรองความปลอดภัยให้ตัวเอง พอน้องอ้อนแล้วผมก็ใจอ่อน ยอมไปหมดทุกอย่าง ผมนิ่งค้างซุกใบหน้ากับซอกคอน้องอยู่ที่เดิมประมาณห้านาทีก็ข่มใจได้ ค่อยๆปล่อยให้เด็กน้อยเป็นอิสระ

“พี่จะพาไปล้างหน้าแปรงฟันนะครับ อยากอาบน้ำหรือเปล่า”

เจ้าตัวน่ารักพยักหน้าหงึกๆ ผมลุกขึ้นนั่งช้อนตัวคนตัวเล็กขึ้น เดินไปที่ห้องน้ำ หยิบหมอนติดมือไปด้วยวางที่อ่างล้างหน้าแล้วให้น้องนั่งบนนั้น

“แปรงฟันไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่เตรียมน้ำอุ่นให้แช่ จะได้สบายตัว” ส่งแปรงฟันที่บีบยาสีฟันป้ายเอาไว้ให้แล้วก็ไปเตรียมน้ำ ได้ยินเสียงแตมบ่นขึ้นมาเบาๆ

“เฮ้ออ เนี่ยมันมนุษย์เมียชัดๆ ทำไมตอนอยู่บนเตียงถึงเป็นอีกคนวะ”

อยากจะเถียงเหลือเกิน ว่ามนุษย์เมียตัวจริงอย่างน้องก็ช่างจินตนาการเยอะเหลือเกิน แต่ช่างเถอะ น้องดูมีความสุขกับความคิดอย่างนั้นของตัวเองก็ปล่อยไป ภาคทฤษฎีผมยอมเป็นเมียน้องก็ได้ แต่ภาคปฏิบัติ....น้องคงต้องเป็นเมียพี่ตลอดไปนะครับ

ปล่อยให้แตมอาบน้ำ ผมเดินลงมาด้านล่าง เข้าไปในร้านกาแฟที่ติดกับคอนโดฯ สั่งกาแฟสองแก้วสำหรับตัวเองและเจ้าตัวเล็กที่นอนแช่น้ำฮัมเพลงอย่างสบายตัวอยู่ เมื่อได้กาแฟก็ถือแก้วกระดาษกลับขึ้นห้อง

“อ๊ะ คุณหมอคะ มาพอดีเลยคุณหมอทัช” เสียงคุณแก้มแว่วมาก่อนตัว ก่อนจะตามมาด้วยใครอีกสองคนด้านหลังของคุณแก้ม ทั้งสามหยุดตรงหน้าผม

“อ่า สวัสดีครับ” พยายามจะไหวทั้งที่มือถือแก้วอยู่ ฝ่ายหญิงส่งยิ้มไม่ถือสา แต่ฝ่ายชายนี่สิ มองตาขวางเชียว “แวะมาหาน้องเหรอครับ”

“ใช่จ้ะ พอดีแม่ขึ้นไปกดกริ่งที่หน้าห้องแล้วไม่มีคนเปิด โทรหาน้องก็ไม่รับสาย เลยกลับลงมาถามคุณแก้มดู” ห้องที่ว่าคงเป็นห้องของผม เพราะน้องขออนุญาตพ่อกับแม่แล้วก่อนจะย้าย

“น้องอาบน้ำอยู่คงจะไม่ได้ยิน ผมลงมาซื้อกาแฟให้น้อง พ่อกับแม่อยากจะดื่มอะไรไหมครับ ผมไปสั่งให้”

“ไม่ต้องหรอกลูก แม่ทำอาหารมาให้ด้วย เดี๋ยวทานข้าวด้วยกันนะ” แม่ของน้องเดินนำไปที่ลิฟต์หลังจากขอบคุณคุณแก้มเรียบร้อย ร่ายเมนูอาหารต่างๆซึ่งเป็นของชอบของน้องทั้งนั้น อ้อมีของโปรดผมด้วย หลังจากไปทานข้าวบ้านน้องมาสองสามครั้ง คุณแม่ก็เลยรู้ว่าผมชอบอะไรบ้าง

ผมไขกุญแจเข้าห้องตัวเอง คนที่คิดว่าน่าจะอาบน้ำอยู่กลับเดินออกจากห้องมาในสภาพไม่เรียบร้อยเท่าไหร่ ที่จริงถ้าอยู่กันสองคนผมโอเคมากๆเลยนะ ที่จะน้องใส่แค่เสื้อคลุมอาบน้ำตัวเดียวเชือกก็ผูกหลวมๆเผยแผ่นอกขาวเนียนที่มีรอยสีช้ำซึ่งผมทำเอาไว้อย่างนี้

แต่คือต่อหน้าพ่อแม่น้อง

และน้องไม่ได้มองเลยว่ามีคนอื่นยืนอยู่

“พี่ทัชไปไหนมา เรียกพี่ก็ไม่ตอบ ฮืออ เจ็บสะโพกอ่ะ ยกขาใส่กางเกงไม่ได้พี่มาช่วยหนูหน่อยสิ หนูเจ็บอย่างนี้เพราะพี่นะ พี่ต้องรับผิดชอบที่ทำให้หนูเป็นเมีย...พ่อ! แม่!

“........”

“ชิบหายแล้ว” อืม ผมเห็นด้วยกับน้องว่ะ ชิบหายแล้ว

โดยเฉพาะกับคนพ่อที่เหมือนเห็นกองไฟกองใหญ่พุ่งออกมาจากตา คนผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนย่อมรู้ทันทีที่กวาดตามองสภาพของลูกชายตัวเอง รวมกับคำพูดออดอ้อนเมื่อกี้ คงไม่ต้องอธิบายขยายความอะไรเพิ่มก็ได้มั้ง

“ไอ้แตม! กลับไปแต่งตัวให้เรียบร้อยเลยไป” นี่ไง คนเป็นพ่อเสียงเข้มเชียว ปากดุลูกตัวเองแต่ตาคือยิงเลเซอร์ตัดหัวผมรัวๆ ด้วยความเป็นผู้นำและเป็นสุภาพบุรุษ พอน้องผลุบกลับเข้าไปในห้องผมก็สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เอ่ยกับพ่อและแม่ของน้องอย่างกล้าหาญ

“ผมไปช่วยน้องแต่งตัวก่อนนะครับ น้องยกขาไม่ขึ้น”

เผ่นสิครับอะไรล่ะ


******


อย่าคิดว่าผมจะรอด พอออกจากห้องนอนมาพ่อก็เรียกเราสองคนไปนั่งที่โซฟา สวดตั้งแต่เรื่องความเหมาะสม เรื่องที่ใจร้อนเกินไป เรื่องที่ผมโตกว่าแต่ไม่รู้จักหักห้ามใจตัวเอง

“น้องน่ารักขนาดนี้...”

“ยังจะเถียง” พ่อทำเสียงเข้มขึ้นถลึงตาใส่ “โตๆกันแล้ว เป็นถึงหมอทำไมไม่คิดบ้างว่ามันเร็วไป แล้วที่ย้ายมาอยู่ด้วยกันเนี่ย ผู้ใหญ่รับรู้หรือยัง”

“ฝั่งพ่อแม่ผมทราบแล้วครับ ผมว่าจะพาน้องขึ้นไปกราบพวกท่านแต่คงต้องอีกสักพักเพราะใช้วันลาตอนที่น้องเข้าโรงพยาบาลไปหมดแล้ว ส่วนทางน้องก็...”

“แม่อนุญาตแล้วจ้ะ” แม่รีบรับไม้ต่อจากผมที่เหลือบตามองอย่างขอความช่วยเหลือ “ส่วนพ่อเขาก็รู้แหละ แต่พอเห็นแบนี้ก็คงจะแอบหวงลูกขึ้นมา”

“อะไร หวงอะไร๊ โตๆกันแล้วจะหวงทำไม”

“พ่อหวงแตมจริงดิ” คนไม่รู้เรื่องว่าตัวเองถูกหวงมากแค่ไหนทำหน้างง พ่อทำเสียงแข็งได้ไม่นานก็ใจอ่อน ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยอมนั่งลงที่โซฟาข้างกับแม่

“เอาเถอะ หมอก็ดี” ดีแล้วทำไมต้องกัดฟันครับพ่อ “แต่พ่อก็ว่ามันเร็วไป”

ผมจะอ้าปากพูดอะไรสักอย่างน้องก็แทรกขึ้นมา

“แตมเป็นคนชวนพี่ทัชทำกันเอง พ่ออย่าโทษพี่ทัชเลยนะ ก็แตมรักพี่เขาอ่ะ ไม่อยากรออะไรแล้ว” บทจะตรงก็ตรงซะจนคนฟังอ้าปากค้างกันหมด แม้แต่ผมยังอึ้งตามพ่อกับแม่ไปด้วย คือน้องพูดด้วยหน้าตาซื่อมากๆ พอเห็นคนอื่นนิ่งก็เอียงคอราวกับอยากจะถามว่าตัวเองทำอะไรผิด

“คือแตมก็ไม่ต้องตรงขนาดนั้นก็ได้นะลูก แม่กลัวพ่อหัวใจวาย”

“อ้าว ขอโทษ แตมเห็นพ่อบ่นพี่ทัชเลยจะบอกว่าไม่ใช่ความผิดพี่เขาอ่ะ”

“แฮ่ม เอาเถอะ เรื่องก็ขนาดนี้แล้ว” พ่อปลงตกในที่สุด ก่อนจะตวัดสายตาเหมือนมีดมาที่ผมเป็นการปิดท้าย “เห็นนิสัยซื่อบื้อของมันแล้วใช่ไหมหมอ ดูแลดีๆด้วยล่ะ”

“ครับ ผมจะดูแลน้องให้ดีที่สุด ผมสัญญา” เป็นความต้องการจากใจของผมเอง

พ่อกับแม่ของน้องอยู่กินข้าวด้วยกันก่อนที่จะขอตัวกลับเมื่อสำรวจห้องของผมสมใจแล้ว ผมบอกพวกท่านให้มาเยี่ยมลูกชายสุดที่รักได้ตามต้องการ อยากมาเมื่อไหร่ก็ได้ ยกมือไหว้ลาและแอบเมินสายตาเขม่นส่งท้ายของพ่อก่อนประตูห้องจะปิดลง

“เฮ้ออออ ขอโทษนะพี่ทัช อึดอัดรึเปล่า พ่อแตมไม่รู้เป็นอะไรอ่ะ”

“ไม่เลยครับ พ่อเขาหวังดี อย่างที่พี่บอกนั่นแหละ มีลูกน่ารักก็ต้องหวงอยู่แล้ว อีกอย่างท่านก็ไม่ได้เกลียดพี่นะไม่อย่างนั้นจะยอมให้เราย้ายมาอยู่ด้วยกันและคบกันเหรอ อย่าคิดมาก”

“อื้อ ไม่คิดมากครับ”

เสียงโทรศัพท์ของน้องดังขึ้น น้องกดรับก่อนจะพูดเรื่องงาน คิดว่ามีงานที่ต้องอัพเดทให้กับทางแบรนด์สินค้าอะไรสักอย่าง ผมเลยไม่รบกวนคนที่เริ่มเปิดคอมพิวเตอร์รัวนิ้วบนคีบอร์ดอย่างชำนาญ ปลีกตัวไปหามุมสงบอ่านหนังสือของตัวเองไป

ชีวิตคู่ของเราก็ค่อนข้างเรียบง่าย ไม่เปลี่ยนไปจากตอนที่ผมอยู่กับน้องที่ห้องโน้น ต่างฝ่ายต่างดำเนินชีวิตของตัวเอง ผมและน้องชอบความเงียบสงบ ไม่ชอบที่คนเยอะๆ เวลาว่างจากการทำงานหรือกิจกรรมของตัวเอง เราก็จะนั่งดูหนัง ดูซีรีย์ด้วยกัน วิจารย์บทบ้าง นักแสดงบ้าง

และที่ผมชอบมากที่สุดก็คงเป็นตอนที่กลับมาที่ห้องแล้วรู้ว่ามีใครบางคนรออยู่ มีแสงไฟสว่างเพิ่มความอบอุ่น กลิ่นหอมของอาหาร และเสียงกล่าวต้อนรับหวานหู

เป็นชีวิตที่ครั้งหนึ่งเคยฝันเอาไว้ ไม่คิดว่าจะกลายเป็นความจริง

กับคนๆนี้ เด็กน้อยที่วิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดหน้าลิฟต์แต่กลับไม่กล้าเข้ามา

น้องแตม

[End Touch’s part]

 

ภายในห้องนอนปลอดคนเรียบร้อย พี่ทัชอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องนั่งเล่น ผมมองประตูห้องนอนที่ปิดสนิทไร้วี่แววว่าจะมีคนเข้ามาก็กดโทรศัพท์โทรออกด้วยท่าทางลับๆล่อๆ นี่ถ้าพี่เขามาเห็นต้องคิดว่าผมโทรหากิ๊กแน่นอน

[มีไร]

“เพื่อนกรรณ กู..กู....ฮืออออ”

[เฮ้ย ใจเย็น ไอ้แตม เกิดอะไรขึ้นวะ]

“กู..คือว่านะ”

[มึงต้องตั้งสติเว้ยไอ้แตม ตอนนี้อยู่ที่ไหน กูจะรีบไปหา ไม่สิมึงโทรหาพี่หมอเลย พี่เขาอยู่ใกล้กว่าแต่กูจะรีบไปให้ไวที่สุด มึงรีบแชร์โลฯมา]

“มะ ไม่ต้อง ไม่ต้องมา”

[จะไม่ไปได้ไงวะ มึงโทรมาเสียงสั่นขนาดนี้ เกิดอะไรขึ้นกับมึง มีคนบ้าที่ไหนหลุดมาแทงมึง ทำร้ายมึงอีกวะ ไอ้เชี่ยเอ๊ย ไหนพี่หมอรับปากกูแล้วว่าจะไม่เป็นอย่างนี้อีกไง ทำไมถึงได้...]

“ไอ้กรรณ! มึงฟัง มึงนั่นแหละที่ต้องตั้งสติ กูไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น”

[.....เอ้า แล้วโทรหากูทำไม] กรรณเหมือนจะได้สติแล้ว หลังมันเงียบสักพักเสียงมันก็นิ่งเรียบ แต่พอฟังออกว่ายังลุ้นว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เพราะเสียงที่ผมโทรหามันปกติไม่ใช่แบบนี้

ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พูดช้าๆเพื่อที่จะได้ไม่ต้องพูดให้มันฟังซ้ำอีกรอบ

“ฟังกูนะ คือว่ามึงจำหนังที่กูขอให้ช่วยหาให้ได้ป่ะ นั่นแหละ ไอ้หนังเวรนั่นโคตรไม่สมจริงเลยว่ะ คนห่าอะไรวะเจอกันปุ๊บก็ลากขึ้นเตียงแล้ว..บ้ะๆกันเลย”

[เหี้ยอะไรคือบ้ะๆวะ?]

“ก็ฟีเจอริ่งกันไง”

[อ๋อเหรอ ฮ่าๆๆๆ] ผมว่ามันรู้ แค่อยากจะแกล้งผมเท่านั้นเอง ทำไมทุกคนชอบแกล้งแตม แตมไม่เข้าใจ ฮือออ

“ประเด็นไม่ใช่เรื่องนั้น มึงฟังกูก่อนดิ”

[ไม่ใช่ประเด็นแล้วเล่าให้กูฟังทำไม มึงเข้าเรื่องตรงๆได้มั้ยไม่ต้องอ้อมไปลาดพร้าว รถมันติดเมื่อไหร่จะถึงวะ]

“เกี่ยวอะไรกับลาดพร้าว มึงพากูอ้อมโลกไปทำไม กลับมาที่สุขุมวิทก่อน...คืออย่างนี้ ไอ้หนังที่มึงให้กูดูน่ะไม่เห็นได้เรื่องเลย”

[มึงรู้ได้ไงว่าไม่ได้เรื่อง ลองแล้วเหรอ]

“.........”

[เชี่ยยยยย เพื่อนกู! จริงเหรอวะไอ้แตม มึงกับพี่หมอ บ้ะๆกันแล้วจริงดิ]

“กูเกลียดบ้ะๆของมึง” ผมทำหน้างอทั้งที่อีกฝ่ายก็ไม่เห็นอยู่ดี

[ของมึงต่างหาก มึงเป็นคนเริ่ม ตกลงว่าไง รีบบอก กูอยากเสือก]

“ทำใจดีๆนะไอ้กรรณ เรื่องที่บอกไปสำคัญมาก มึงอาจจะรังเกียจกูก็ได้ แต่ว่ากูรักมึงนะเว้ย มีมึงคนเดียวที่เป็นเพื่อนสนิทและก็ดีกับกูมาก ไม่ว่ามึงจะรับได้ไหม แต่กูก็อยากจะบอกกับมึง”

[ว่า?]

ผมกลั้นใจพูดออกไปเร็วๆ “กูเป็นเมียพี่ทัชแล้ว!!!

ไอ้เชี่ย ลืมตัวตะโกนลั่นตึกแล้วมั้ง แต่คงไม่เป็นไร ก็พี่ทัชบอกว่าตอนรีโนเวทให้ช่างทำห้องเก็บเสียงแล้วนี่ คงไม่ได้ยินหรอก ช่างมันก่อนตอนนี้ ความเงียบของไอ้กรรณต่างหากที่ผมกำลังลุ้นอยู่

“กะ กรรณ”

[อาฮะ แล้วไง?]

“แล้วไง มึงพูดว่าแล้วไงงั้นเหรอ มึงมีเพื่อนที่เป็นเมียคนอื่นนะ กูเป็นเมียพี่ทัช ไม่ใช่ผัว มึงเข้าใจไหม”

[เข้าใจดิ ก็มึงขอพี่หมอเป็นแฟนที่ทะเลไง นี่ยังย้ายมาอยู่ด้วยกันอีก จะมีอะไรกันก็ไม่แปลกปะวะ]

“แปลกสิ แปลกตรงที่กูเป็นผู้ชายแมนๆเตะบอล แต่กลายเป็นเมียของพี่ทัชไง” ผมอธิบายมันจนหอบ ไม่สนเสียงที่บอกว่า มึงไม่เคยเตะบอลไอ้แตม แม่งนอกเรื่องอ่ะ “แล้วมึงไม่คิดรังเกียจกูเหรอ”

[อ๋อ ที่แท้ก็เรื่องนี้ ถ้ามึงกังวลว่ากูจะรังเกียจที่มึงเป็นเมียคนอื่นก็เลิกคิดเถอะ กูรู้ตั้งนานแล้วว่าน้ำหน้าอย่างมึงน่ะจับพี่ทัชทำเมียไม่ได้หรอก มีแต่จะถูกเขากดเอาล่ะไม่ว่า]

“รู้นานแล้ว รู้ได้ไง กูกับพี่เขาเพิ่งได้กันเมื่อคืน”

[อิงปล้ำกูไม่ได้ยังไง มึงก็กดพี่หมอไม่ได้อย่างนั้นแหละ จบนะ]

“กูไม่ใช่ผู้หญิง”

[แต่มึงเป็นสปีชีส์น้องไง สรุปว่ากูไม่รังเกียจ และยินดีด้วยมึงได้ย้ายบ้านออกจากสะพานควายเรียบร้อยแล้ว แบบนี้ต้องฉลองงงง]

“กูย้ายก็จริงแต่อยู่คอนโดฯเดิมโว้ย และคอนโดฯกูกับพี่ทัชก็อยู่สุขุมวิท”

[แล้วเสียใจไหมที่ไม่ได้เป็นผัว] ไอ้กรรณไม่สนใจฟังผมเลย [มึงคิดว่าตัวเองจะได้เป็นผัวมาตลอด เจอพี่มันกดกลับ ช็อกเลยดิ มิน่าโทรหากูเสียงสั่นเชียว เอาน่ายังไงก็ทำใจเถอะ มึงกดพี่หมอไม่ลงหรอก]

“กูไม่ได้เสียใจ” ผมบอกไปตามความจริง เสียงที่บรรยายก็อ่อนลงยามนึกถึงหน้าของพี่ทัช “กูอาจเคยคิดว่าตัวเองต้องเป็นผัว แต่พอมาคิดดูแล้วนะไอ้กรรณ กูเป็นอะไรก็ได้ว่ะ....อะไรก็ได้ที่เป็นแล้วกูกับพี่ทัชมีความสุขร่วมกัน กูมีความสุขที่ถูกพี่ทัชกอด จูบ บอกรัก และทำอย่างที่คนรักเขาทำกัน กูคิดว่าแค่นั้นก็พอแล้วล่ะ”

[.......]

“กูรู้สึกดีเวลาที่ได้สัมผัสพี่เขา จากที่เคยกลัวการถูกสัมผัส กลายเป็นตอนนี้กูติดสัมผัสไปซะแล้ว แล้วโรคติดสัมผัสของกูก็เป็นกับพี่ทัชคนเดียวด้วย ที่ผ่านมากูอาจจะมีแฟนหลายคน แต่ตอนนี้กูรู้แล้วว่าคนที่กูรักจริงๆคือใคร หน้าตาของความรักเป็นยังไง...มันคือพี่ทัช”

[....]

“กูรักพี่ทัช”

กรรณเงียบจนผมคิดว่ามันวางสายไปแล้ว แต่ไม่ สักพักมันก็ส่งเสียงหัวเราะชั่วร้ายออกมา ขนแขนผมลุกชันทุกเส้นตั้งแต่เส้นผมจรดขนหน้าแข้งที่มีอยู่น้อยนิด ซึ่งไม่ได้เกิดจากการข่มขู่จากปลายสายแม้แต่น้อย

[หึหึหึ กูอัดเสียงคำพูดของมึงเอาไว้หมดแล้วไอ้แตม มึงเสร็จแน่ กูจะส่งคลิปเสียงนี้ไปให้พี่หมอ ฮ่าๆๆ]

“กูว่า...ไม่ต้องหรอก” ผมพูดแล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่

[ทำไมวะ กลัวเหรอ เรียกกูว่าพี่กรรณเพื่อนที่แสนดีที่สุดในโลกก่อนสิ]

“ไม่ใช่ คือพี่มัน...ได้ยินแล้ว” ใช่ครับ คงจะชัดเจนกว่าไอ้กรรณด้วย เพราะว่ายืนอยู่ใกล้กว่า

ใกล้ชนิดที่ว่า ทำไมกูไม่รู้สึกตัวเลยวะ คนตัวตั้งโตยืนอยู่ใกล้ๆเตียงที่ผมนอนดีดดิ้นคุยโทรศัพท์กับเพื่อน หรือความเขินมันบังตา

[ขอให้มึงโชคดีละกันนะ เพื่อนแตม] เสียงหัวเราะชั่วร้ายได้จากผมไปแล้ว เหลือเพียงเจ้าของสายตาหลังกรอบแว่นที่มองกวาดไปทั่วร่าง รอยยิ้มแบบเดียวกับเมื่อคืนตอนที่อ้อนขอผมต่ออีกรอบ

ฮือออ พ่อจ๋า กลับมารับแตมหน่อย

“ทำไมต้องน่ารักขนาดนี้ครับ ทั้งที่พี่...อุตส่าห์ว่าจะอดใจแล้วเชียว”

“ตะ แตม...แตม พี่ได้ยินได้ไง ไหนบอกห้องเก็บเสียง” ผมทำใจกล้าถามกลับไป

“เก็บเสียง...แต่เก็บทั้งห้อง ห้องที่แปลว่าคอนโดฯครับ ไม่ใช่แค่ห้องนอน”

“ทะ ทำไมไม่ทำแค่ในห้องนอนเล่า”

“ก็เผื่อว่า เราสองคนจะอยากเปลี่ยนบรรยากาศ เป็นในครัว โซฟา หรือระเบียง ก็จะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครได้ยินไงครับ พี่รอบคอบไหม”

อยากจะชม แต่ระเบียงมันเก็บเสียงไม่ได้โว้ย

“ฮือออออ”

พี่ทัชเอื้อมมือมาสัมผัสที่ใบหน้าของผม “ชอบให้พี่สัมผัสเหรอครับ”

ผมส่ายหน้ารัวๆ ราวกับเห็นปีกสีดำงอกจากแผ่นหลังกว้างของพี่ทัช

“ห้องก็แอร์เย็นดี แต่ทำไมหนูเหงื่อออกเยอะจังเลยน้า”

“แตม...แตม ไว้ชีวิตแตมด้วย ฮืออออ”

“พี่ไม่ใจร้ายกับที่รักแบบนั้นหรอกครับ แค่อยากจะช่วย ท่าทางน้องจะร้อนเหงื่อถึงได้เยอะอย่างนี้...จะว่าไป ตอนเช้าพี่ยังไม่ได้ลองอ่างอาบน้ำที่ทำใหม่เลย” อ่า ลางไม่ดี

“อะ อาบไม่สบายหรอก อ่างแคบมากกก”

“มองจากสายตาแล้ว สองคนก็แช่ได้พอดีนะ ห้องพี่กว้าง”

“ฮืออออ แตมไม่อาบ”

“เอาน่า เราไปลองกันดีกว่านะ ว่าห้องน้ำ...เก็บเสียงหรือเปล่า” ไม่รอให้ผมส่ายหน้าปฏิเสธรอบที่ล้าน พี่ทัชก็ใช้ความไวช้อนตัวอุ้มผมตรงดิ่งไปที่อ่างอาบน้ำทันที

เสียงโต้เถียงที่ดังแว่วออกมาจากหลังบานประตู ค่อยๆเปลี่ยนเป็นขอร้อง...และเปลี่ยนเป็นเสียง...คราง

ชีวิตเรียบง่าย(?) ของพวกเราสองคน ก็เริ่มต้นขึ้น ตั้งแต่ตอนนี้...และตลอดไป

 .

.

.

กล่องสี่เหลี่ยมที่มีระบบประตูปิดเข้าหากันที่ตรงกึ่งกลางเป็นสถานที่ที่ผมเกลียดเอามากๆ ทั้งอึดอัด คับแคบ แต่เพื่อความสะดวกสบายทุกคนก็พร้อมจะใช้มัน

ในตอนนี้ บานประตูนั้นกำลังจะปิดลง ความห่างจากตรงนี้คือห้าก้าว และระยะของบานประตูเหล็กที่จะชิดกันสนิทคือหนึ่งฝ่ามือ

“แฮ่กๆๆ ดะ เดี๋ยว...รอด้วยครับ” เสียงแห่งความสิ้นหวังเปล่งออกไป แม้ว่าในนั้นจะมีคนมากมาย แต่วิถีชีวิตที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดในเมืองกรุงทำให้หลายคนเลือกที่จะเมินผ่าน

แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งที่เรียกให้ผมเงยหน้าขึ้นจากความสิ้นหวังนั้นอีกครั้ง เจ้าของเสียงทุ้มที่แสนอบอุ่นและอ่อนโยน

“เข้ามาสิ...หนู”

พี่ทัช

“เร็วๆครับ กลับห้องของเรากัน”

“อื้อ ขอบคุณครับ” ผมส่งรอยยิ้มกว้างที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ก้าวเท้าเข้าสู่ลิฟต์ตัวนั้นโดยไม่ลังเล

ไม่ว่าที่ไหน หากมีพี่ทัชอยู่ ที่นั่นจะเป็นที่ที่ดีเสมอ...ผมเชื่อแบบนั้น


End

--------

น้องก็ยังเป็นน้องที่ซื่อเสมอต้นเสมอปลายเนอะ

พยายามแล้วจะเทิร์นหลัว แต่ไม่รอด วงวารรรร

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านเรื่องนี้นะคะ ดีใจทุกครั้งที่มีคนอ่านอยู่เป็นเพื่อนด้วยกันไปตลอดทาง

จนกระทั่งจบเรื่อง หวีดไปด้วยกัน ลุ้นไปด้วยกัน ค้างไปด้วยกัน 5555+

กำลังใจสำคัญสำหรับเราคือคนอ่านเสมอน้า ร้ากกก

...เจอกันเรื่องหน้าค้าบ...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.412K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,949 ความคิดเห็น

  1. #2947 Bowsasiw (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 เมษายน 2564 / 01:06
    เป็นเรื่องทีาไม่อยากให้จบเลย คูมหมอน่ารักมากๆ น้องแตมก็คือหนูคะ แงง ขอบคุณมากๆนะคะที่สร้างน้องกับพี่หมอมาให้เกิดความประทับใจขนาดนี้ 🥺
    #2,947
    0
  2. #2946 ่Jekkmoly (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 เมษายน 2564 / 11:29

    เรื่องนี้น่ารักน่าเอ็นดูถึงตอนสุดท้ายจริงๆ สนุกมากเลยค่ะ แถมมีความรู้มาเยอะแยะเลย ขอบคุณไรท์ที่แต่งมาให้อ่านนะคะ

    ฮืออ ขอบคุณคะ รักมากเลยยย
    #2,946
    0
  3. #2921 mai_mtbb (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:56
    พึ่งมาเจอเรื่องนี้น่ารักจัง
    #2,921
    0
  4. #2920 PerfectRich (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:35

    สนุกมากกกกกกกกกก เลยค่ะไร้ท์ ชอบตัวละครทุกตัวมากๆ

    #2,920
    0
  5. #2905 soul_hyukjae (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 05:37
    น้อนนนนนนน เอ็นดูจนถึงตอนสุดท้ายเลย
    #2,905
    0
  6. #2865 DownDoungkamon (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 09:16
    น่ารัก น้องนิสัยดี
    #2,865
    0
  7. #2863 auaum080 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 17:59
    โอ้ยยยยดีมากเลยค่ะ~ เป็นนิยายที่ครบทุกรสจริงๆ เราคืออ่านจบภายในสองวันเลยค่ะ เอ็นดูน้องแตมมากๆพี่ทัชก็โซหลัวสุดๆรักตัวละครในนิยายทุกคนเลย อ่านจบแล้วรู้สึกโหวงในใจเลยค่ะไม่อยากให้จบเลยยังอยากติดตามชีวิตเขาทั้งสอง มันแบบรู้สึกผูกพันมากๆกับตัวละครแงงงงTT// ยังไงก็เป็นกำลังใจให้คุณไรท์แต่งนิยายดีๆแบบนี้อีกเรื่อยๆนะคะรอติดตามค่าาา
    #2,863
    0
  8. #2862 millun (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 03:03
    ฮามาก~ตอนที่แตมคุยกับทัชอะ
    #2,862
    0
  9. #2843 ณัฐชา. (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 11:53
    แตมน่ารักมากก นิสัยน้องเว่อร์ ขอบคุณนิยายดีๆนะคะ
    #2,843
    0
  10. #2841 CallistoJpt (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 10:11
    พี่ทัชคนวร๊ายร้ายยยย เยากันน้องแตมหน่อยนะคะพี่ >< น้องแตมหนูลูกอย่างน่ารักน่าเอ็นดูเลยค่ะ ฮาตอนคุยกับกรรณมาก แบบหนูแตมเอ้ย~~~ //ขอบคุณสำหรับนิยายนะคะ สนุกมากๆค่ะ เราชอบมากเลย อ่านไปทำเรายิ้มได้ตลอดและก็ลุ้นมากๆด้วยค่ะ ทำเราหลงน้องแตมหนักมากตามพี่ทัชไปด้วยคนแล้วค่ะ จะรอติดตามเรื่องต่อไปและก็เป็นกำลังใจคุณคนเขียนน้าาา
    #2,841
    0
  11. #2810 PangPP_S (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 13:32

    รักค่ะ
    #2,810
    0
  12. #2809 aomsep (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 01:48

    ดีมากเลยคะ อ่านไปยิ้มไปชอบน้องกับพี่จัง

    #2,809
    0
  13. #2794 mz24 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 20:46
    ฮือ น่ารักมากไม่อยากให้จบเลยยย สนุกมากๆเลยค่ะมีปมให้ลุ้นๆๆ ความพี่หมอที่แสนละมุนนนนนนนนแต่แซ่บๆอยู่ก็คือดีมากกกกกก ความน้องที่อ้อนเก่งงง อ้อนตาใส แล้วใครกันจะไม่หลงฮือ ขอบคุณนะคะที่แต่งเรื่องนี้มาก
    #2,794
    0
  14. #2787 kwangB (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 22:14

    ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ ชอบมากๆเลย น่ารักกกกกกกกก
    #2,787
    0
  15. #2781 rnhaha (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 03:26
    มันดี มันดีมาก รักกกกก
    #2,781
    0
  16. #2760 PD2T (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 13:19
    ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆแบบนี้มาให้อ่านกันนะคะ
    #2,760
    0
  17. #2756 mareeone (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 18:57

    ยิ้มตามจนจบเรื่อง
    #2,756
    0
  18. #2739 Wayu_s (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 21:15
    ขอบคุณไรต์ที่แต่งเรื่องสนุกไปให้อ่านนะคับบ
    #2,739
    0
  19. #2735 SeBulldrEEM {เชบัลดรีม} >.< (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 21:19
    ตั้ลล้าคคคคค~ สนุกม้วก
    เอ็นดูในความเป็นสามีของน้องเสมอค่ะ 5555
    //ขอบคุณนะคะที่แบ่งปันนิยายดีๆให้กัน
    #2,735
    0
  20. #2728 tang_thai°°° (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 16:30
    แงงง สนุกมากเลยค่ะ ชอบความมโนของน้องจีงๆเลยเธออแแแแแ
    #2,728
    0
  21. #2694 AlfaRov (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 04:09

    อ่านรวดเดียวจบ ตลกกับความมโนของน้อง ชอบกรรณด้วย ในชีวิตหนึ่งถ้าได้เพื่อนแบบนี้ ยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งอีก

    #2,694
    0
  22. #2690 momomay79 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 21:20
    สนุกมาก ขอบคุณค่ะ
    #2,690
    0
  23. #2680 Ruruka Buta (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 02:12
    โอ๊ยยยย น้องแตมมมมคนซื่อ ทำไมรู้สคกเอ็นดูวววขนาดเน้ ขำความเพื่อนสนิทมาก กรรณเป็นทุกอย่างให้น้องแตมจริงๆ 5555 เพิ่มเติมขออนุญาตเกลียดสะพานควาย โอ๊ยย ฮาทุกครั้งที่กล่าวถึง ตลกกก สุดท้ายจากคนที่น่าสงสารมาตลอดอย่างพี่หมอ ตอนนี้กลายร่างเป็นคนน่าหมั่นไส้ที่สุดไปหล่ะ พี่หมอคนรว้ายๆๆ
    #2,680
    0
  24. #2641 rjisubb (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 20:44
    น่ารักมากชอบอิตรงบ๊ะบ๊ะกัน555
    #2,641
    0
  25. #2614 deedee2015 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 23:51
    น้องกะกรรณคุยกันได้ฮามากกกกกก
    #2,614
    0