END - สัมผัส@รัก (สนพ.2U Publishing)

ตอนที่ 22 : สัมผัสครั้งที่ 21

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,211
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,304 ครั้ง
    4 ก.ย. 62



“...นอกจากสีการ์ดที่เปลี่ยนเป็นพื้นขาวแล้วไม่มีตรงไหนแก้แล้วล่ะแตม เอาตามที่คุยกันก่อนหน้านี้ได้เลย ขอโทษด้วยนะแตมที่เราแก้แบบหลายรอบอย่างนี้”

“.......”

“แตม?”

“ไอ้แตม!

“ห้ะ? อะไร ตะโกนเสียงดังทำไมวะไอ้กรรณ” เดี๋ยวเพื่อนข้างห้องก็ได้ออกมาด่าเอาหรอก ไม่สิเพื่อนข้างห้องก็ย้ายมาอยู่ห้องผมแล้วนี่นา...และก็หายหน้าไปไหนไม่รู้

“มึงเหม่ออะไร อิงเรียกตั้งนานแล้ว”

“แตมโกรธเราหรือเปล่าที่เราขอแก้แบบน่ะ บอกเราได้นะถ้าตรงไหนไม่โอเค” อิงมองด้วยสีหน้าเกรงใจ ซึ่งผมเข้าใจดี ความจริงคงไม่ได้อยากจะเปลี่ยนหรอกแต่ธีมงานเปลี่ยนการ์ดเลยต้องเปลี่ยนด้วย และว่าที่บ่าวสาวเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะย้ายโลเคชั่นไปจัดงานที่ริมทะเล ถ้าไม่เกิดว่าห้องที่จองไว้มีปัญหา โรงแรมอื่นก็ถูกจองไปหมดแล้ว คู่รักสุดอินดี้ก็เลยเซ็งจนเปลี่ยนงานแต่งเรียบหรูดูดีเป็นงานสบายริมหาด เรียกว่าคนละแนวชนิดเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว(ซึ่งรวมผมด้วย)ต้องวิ่งวุ่นหาชุดกันใหม่

“เฮ้ย ไม่ใช่ๆ รายละเอียดงานไม่ได้ต่างกันมาก เปลี่ยนแค่นิดหน่อยเองไม่ยากอะไร อย่าคิดมากสิ เราเข้าใจความจำเป็นของอิงกับไอ้กรรณนะ แต่งครั้งเดียวในชีวิตก็อยากจะให้ออกมาดีที่สุดอยู่แล้ว”

“งั้นมึงเป็นไร เห็นนั่งเหม่อตั้งแต่พวกกูมาแล้ว”

“ปะ เปล่า”

“พี่ทัชไปไหนล่ะแตม หรือลงไปออกกำลังกายข้างล่าง งั้นเรารอพี่ทัชกลับขึ้นมาแล้วออกไปหาอะไรทานข้างนอกกันดีกว่า แตมไม่มีงานค้างอะไรใช่ไหม” อิงมองไปรอบห้องไม่เจอเงาของอีกคนก็ถามหา ผมหน้าเจื่อนอยู่แล้วยิ่งเจื่อนเข้าไปอีก คนที่สังเกตได้ดีที่สุดคงเป็นเพื่อนสนิทที่คบกันมานาน

“ทะเลาะกัน?”

“....ไม่เชิงอ่ะ” ไม่เคยปิดบังอะไรไอ้กรรณได้หรอก สายตาคบกริบบังคับให้เล่าทุกอย่างออกมาให้หมด ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ถึงได้เปิดปากเสียงอ่อย “ที่จริงกูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรียกว่าทะเลาะได้หรือเปล่า ก็แค่เหมือนถูกหลบหน้าอะ เดี๋ยวนี้ออกไปทำงานแต่เช้าก่อนกูตื่น กลับมาก็ดึกมาก ข้าวก็ไม่ยอมกินด้วยกัน วันหยุดอย่างนี้ยังบอกว่าติดธุระทั้งที่ปกติไม่ค่อยชอบออกไปไหน”

“แปลกจริงด้วยว่ะ ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นวะ”

“เชอรีน..แวะมาน่ะ”

“เชอรีน? ยัยนั่นยังมายุ่งอะไรกับมึงอีก ก็เลิกกันไปแล้วนี่”

“เชอบอกว่าตัดใจได้แล้วเลยมาขอเป็นพี่น้องกัน ช่วงนี้ก็มีปัญหากับเพื่อนสนิทด้วยมั้งเลยชวนกูไปเป็นเพื่อนอะ กูก็เลย...เทพี่ทัชไปหลายครั้ง” เล่าจบไอ้กรรณก็ตบหน้าผากบ่นพึมพำว่า นั่นไง

“แตม เราเองก็ไม่ได้อยากจะเข้าข้างใครหรอกนะ กับเชอเองเมื่อก่อนก็เคยสนิทกันในฐานะแฟนของแตม แต่เราคิดว่าไม่ว่าจะเป็นใครก็คงไม่โอเคหรอกถ้าแฟนเก่ายังวนเวียนอยู่ในชีวิตแบบนี้ โดยเฉพาะถ้ามากเกินไป” อิงยิ้มให้กำลังใจและมองอย่างเข้าใจ ผมเองก็คิดว่าเป็นแบบนั้นเหมือนกัน ตั้งแต่เชอรีนกลับเข้ามาพี่ทัชก็เริ่มเปลี่ยนไป

“แต่ว่า...ก็มีอีกเรื่องนึง ตอนนั้นไปได้ยินพยาบาลคุยกันว่าพี่ทัชมีผู้หญิงสวยๆมารับไปกินข้าว แล้วก็ยังเคยได้ยินเขาคุยโทรศัพท์กันสองสามครั้งด้วย บางทีเขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรเลยเรื่องเชอรีน แต่กำลังจีบคุณนันท์นลินก็ได้นะ เลยไม่เหมือนเดิม”

ผมไม่มีความมั่นใจอะไรสักอย่าง ทั้งที่ตั้งใจจะขอพี่ทัชเป็นแฟน ก็เหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่อยากคุยด้วย เลี่ยงทุกครั้งพอจะเข้าประเด็นสำคัญ ทุกวันนี้ทั้งห้องที่เคยมีแต่เสียงหัวเราะพูดคุยเงียบลงไปจนเหมือนผมกลับไปอยู่คนเดียวอีกครั้ง วันหยุดของพี่ทัชที่เคยเป็นของผมทั้งวันก็ไม่มีอีกแล้ว

“ใครวะ ไม่เคยได้ยินพี่หมอพูดถึงเลย อาจจะไม่มีอะไรก็ได้นะ คนไข้หรือเปล่า” ไอ้กรรณขมวดคิ้วคิดอย่างหนัก

“มึงไม่ได้อยู่กับพี่ทัชตลอดจะไปได้ยินเขาพูดถึงได้ไง กูอยู่กับพี่ทัชตลอดยังไม่เคยได้ยินเลยจนช่วงหลังๆมานี่แหละ”

“ทำไมจะไม่อยู่ ก็กูสลับกันเฝ้า...”

“เฝ้า??”

“เปล่าๆ เหอะน่า กูก็มาเจอมึงกับพี่หมอของมึงบ่อยๆไง ถ้าสำคัญก็ต้องเคยได้ยินบ้างสิ กูว่าที่พี่เขาเป็นอย่างนี้เพราะน้อยใจที่มึงเทเขาไปหาแฟนเก่านี่แหละ ทำผิดก็อย่าโทษว่าเขามีคนอื่นสิวะ กล้าๆหน่อย”

นี่ผมดูขี้ขลาดในสายตาคนรอบข้างมากเลยเหรอ ทำไมพ่อกับไอ้กรรณถึงพูดเหมือนกันเลย

“เราก็คิดเหมือนกรรณนะ ลองคิดดูสินั่นคืออดีตคนที่เคยรักเลยนะ เป็นใครก็ไม่มั่นใจอยู่แล้วว่าจะกลับไปรักกันอีกครั้งหรือเปล่า แตมกับพี่ทัชเองก็ไม่เคยพูดว่าเป็นอะไรกันให้ชัดเจนไม่ใช่เหรอ ลองพูดกับพี่เขาดูก่อนไหม”

“อือ จะพยายามนะ” ถ้าเขายอมคุยด้วย

ว่าที่บ่าวสาวกลับไปแล้ว ตอนแรกชวนผมไปทานข้าวด้วยกันเพราะไม่อยากให้ผมเครียดอยู่คนเดียวแต่ผมปฏิเสธไป อยากจะรอคุยกับพี่ทัชที่ห้องมากกว่า สองคนนั้นก็ยอมเข้าใจ รอจนกระทั่งฟ้ามืดซึ่งเดี๋ยวนี้เป็นเวลากลับห้องของอีกคนไปแล้วประตูห้องถึงได้เปิดออกมาพร้อมกับร่างสูงของคนที่หายหน้าไปทั้งวัน

พี่ทัชมองมาที่ผม สายตามีแววแปลกใจพาดผ่านเล็กน้อยและจางหายไป เขาเกือบจะเดินเลยผ่านไปแล้วล่ะถ้าผมไม่ได้เดินไปขวางหน้าเอาไว้

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“แตมมีเรื่องจะคุยกับพี่ พอมีเวลาให้แตมหน่อยหรือเปล่า”

“เอาไว้วันหลังได้ไหมครับ พอดีวันนี้ที่โรงพยาบาลจัดงานเลี้ยงขอบคุณหลังจบสัมมนา พี่ต้องรีบอาบน้ำแล้วกลับไปช่วยเขาน่ะ”

“แต่ว่าแตมมีเรื่องสำคัญ...”

“ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะครับ พี่รีบจริงๆ” พี่ทัชจับไหล่ผมด้วยมือทั้งสองข้าง ดันเบาๆให้หลบออกจากหน้าประตูห้องนอนเพื่อเขาจะได้เดินเข้าไป

เฮ้อออ ถ้าเคลียร์กับคนนี้ยังไม่ได้ งั้นก็ไปเคลียร์กับอีกคนก่อนก็แล้วกัน

 

นั่งรออยู่ประมาณสามสิบนาทีช่างภาพสาวในชุดกางเกงยีนส์เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งอย่างคนที่ชอบความคล่องตัวก็เดินเข้ามาในร้านกาแฟ เชอรีนไม่ได้สวยสะดุดตาถึงขนาดดารานางแบบที่เธอทำงานด้วย แต่ความน่ารักก็โดดเด่นดึงสายตาหนุ่มๆได้ทั้งร้าน ในตอนที่รู้ว่าอีกฝ่ายเข้ามาด้วยจุดประสงค์อยากจะสานสัมพันธ์อย่างคนรักผมยังไม่อยากจะเชื่อด้วยซ้ำ นอกจากอาการประหลาดในสายตาคนอื่นที่เคยเป็น หน้าตาก็ธรรมดาอีกด้วย

“มีอะไรหรือเปล่าพี่แตม ถึงได้นัดเชอกะทันหันอย่างนี้” เชอรีนทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม สีหน้าดีใจปิดไม่มิดที่ได้เจอผม ถึงจะรู้สึกผิดในใจแต่ยังไงวันนี้ก็ต้องชัดเจน

“ช่วงนี้กับเพื่อนเป็นยังไงบ้าง โอเคขึ้นหรือยัง พี่อยากให้คุยกันดีๆนะ ยังไงก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน ตรงไหนไม่พอใจกันก็คุยกันดีกว่า”

“จะถามเรื่องนี้เหรอ” คิ้วสวยขมวดขึ้นด้วยความงุนงง ผมพยักหน้าเชอรีนก็ตอบ “ยังไม่ได้คุยอะ คุยไปก็ไม่รู้เรื่องทะเลาะกันหนักกว่าเดิมเปล่าๆ น่าเบื่อ ขอบคุณนะพี่แตมที่เป็นห่วง”

“พี่แค่เสียดายเวลาที่คบกันมาน่ะ เพื่อนดีๆหายากนะ”

“ช่างพวกมันเถอะ ว่าแต่อาทิตย์หน้าพี่แตมว่างหรือเปล่า เชอจะไปถ่ายแบบนอกสถานที่แถวอัมพวา ไปด้วยกันนะงานเสร็จแล้วจะได้เดินเที่ยวด้วยกันต่อ เชออยากไปเดินเล่นกับพี่ที่นั่นนานแล้ว”

“เชอรีน” ผมเรียกเจ้าของชื่อแล้วถอนหายใจเบาๆ “ไหนบอกว่าเราจะเป็นพี่น้องกันไง”

“ก็พี่น้องไง พี่น้องก็เดินเล่นด้วยกันได้นี่” เสียงตอบกลับมาเริ่มแผ่วลง

“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าใช้คำว่าเคยอยากไปนั่นไปนี่กับพี่สิ เรื่องที่เป็นอดีตแล้วมันก็คืออดีต การที่พี่หายแล้วออกไปไหนมาไหนได้ เชอจะคิดว่าสามารถชวนพี่ไปทำในสิ่งที่เคยอยากทำมาชดเชยในตอนที่เราเลิกกันไปแล้ว อย่างนั้นไม่ได้หรอกนะ เพราะสำหรับพี่ตอนนี้เชอเป็นแค่น้องสาว ไม่ใช่แฟน ทุกอย่างมันต้องมีขอบเขตของมัน”

“พี่แตม พี่ใจร้ายเกินไปแล้วนะ เชอก็แค่...” คำคัดค้านหยุดอยู่แค่นั้นคล้ายกับว่าหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองไม่ได้ ผมตัดสินใจพูดอย่างเด็ดขาดในที่สุด

“ต่อไปนี้พี่คงไปไหนมาไหนกับเชอบ่อยๆไม่ได้แล้วล่ะ พี่เองก็คนที่แคร์อยู่ ไม่อยากให้เขาเข้าใจผิด เอาไว้พี่เคลียร์กับคนนั้นได้แล้วจะไปไหนพี่จะพาเขาไปด้วย เขาจะได้ไม่คิดมาก โอเคไหม”

“ใครคะ เจ้าของร้านขนมนั่นเหรอ” ถึงตรงนี้เชอรีนก็เริ่มหน้าบึ้งไม่พอใจขึ้นมา

“หมายถึงคุณพายน่ะเหรอ เชอรู้จักคุณพายได้ยังไง”

“เชอเห็นนะ พี่ไปหามัน คุยกันหัวเราะกันทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็นแบบนั้นกับเชอ เป็นเชอที่เข้าหาพี่ตลอดและพี่ก็ระแวงตลอดเวลา ท่าทางเวลาพี่อยู่กับมันดูสบายใจผิดกับตอนเป็นแฟนกับเชอเลย”

นั่นก็เป็นเพราะตอนนั้นผมไม่อยากสัมผัสถูกตัวเชอรีนให้เธอไม่สบายใจ เลยเกิดเป็นความกังวล ความเครียดและระวังตัวต่างหาก แต่พูดไปก็คงไม่ฟังอยู่ดี

“คุณพายเป็นเพื่อนของพี่ ไม่เกี่ยวกัน”

“แล้วใครเกี่ยว พี่เปลี่ยนไปรู้ตัวหรือเปล่าพี่แตม”

“คนเราย่อมเปลี่ยนไปทุกวันอยู่แล้ว เชอเป็นน้องสาวก็สำคัญในฐานะน้องสาว แต่คนๆนั้นสำคัญกับพี่ในฐานะ...คนที่พี่รัก”

“ใจร้าย พี่ไม่ให้โอกาสเชอเลย เชอด้อยกว่าคนที่พี่รักตรงไหนบอกมาสิ เชอจะได้ปรับปรุงตัวเอง เชอรักพี่แตมนะ ทำไมพี่ทำกับเชออย่างนี้” น้ำตาเม็ดโตร่วงหล่นจากดวงตากลม คนในร้านเริ่มหันมามองเราบ้างแล้ว ผมไม่ได้กลัวใครจะมองผมไม่ดีแต่ไม่ชอบให้ใครฟังเรื่องส่วนตัวจึงเลือกจบบทสนทนาให้ไวที่สุด

“เชอเคยบอกพี่ว่าตัดใจได้แล้ว อยากจะเป็นพี่น้องกัน และพี่ว่าเชอยังทำไม่ได้ เราอย่าติดต่อกันเลยดีกว่านะ มันดีกับตัวเชอเองด้วย”

คนฟังก้มหน้าเงียบ มีเพียงน้ำตาที่หยดลงบนหลังมือของตัวเอง ผมไม่พูดอะไรให้ทำร้ายจิตใจไปมากกว่านี้อีก เลือกที่จะรอต่อไป เนิ่นนานเชอรีนก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับสายตาโกรธเคือง ผมรู้เลยว่าต่อจากนี้แม้แต่คำว่าพี่น้องก็คงไม่เหลืออีกแล้ว

“หึ กรรมคงตามสนองเชอแล้ว ครั้งก่อนเชอทิ้งพี่ ตอนนี้พี่เลยทิ้งเชอ ก็ได้ ไม่คบก็ไม่คบสิ ไม่เห็นจะง้อเลย” ว่าแล้วก็ลุกพรวดพราดจะออกจากร้าน ผมรีบเรียกไว้ด้วยความเป็นห่วง

“ดึกแล้วเดี๋ยวพี่ไปส่ง”

“ไม่ต้อง กลับเองได้” จากนั้นใบหน้าสวยก็สะบัดเชิดออกไปแม้ว่าไหล่จะสั่นไหวมากก็ตาม

เอาเถอะ ถ้าผมยังแสดงความเป็นห่วงและใจอ่อน เชอรีนคงตัดใจไม่ได้ง่ายๆ มีแต่ต้องใจร้ายใส่อย่างนี้เพื่อตัวของเชอรีนเอง



***********


กว่าจะฝ่ารถติดกลับมาถึงคอนโดฯก็เกือบเที่ยงคืน ไม่รู้ว่าพี่ทัชกลับมาหรือยังแต่โทรศัพท์ไม่ดังเลยแม้แต่ครั้งเดียว ถ้ายังไม่ถึงห้องก็คง...ไม่ใส่ใจ

ผมเองก็คงได้รับกรรมจากที่ทำร้ายเชอรีนแบบเดียวกัน

ด้วยความเป็นคนไม่ถือทิฐิหรือขี้งอนอะไรแบบไร้เหตุผลเลยเลือกเป็นฝ่ายโทรหาก่อน แต่ไม่ว่าจะกดออกไปกี่ครั้งก็ไม่มีใครรับสาย จนกระทั่งเสียงสัญญาณเปลี่ยนเข้าระบบฝากข้อความ

โกรธ? เบื่อ? หรืออะไร ทำไมไม่พูดกันตรงๆ

แทบทุกครั้งที่พี่ทัชจะออกจากห้องต้องแวะสั่งไม่ให้ผมออกไปไหนลำพังคนเดียว แม้แต่ตอนหัวค่ำก่อนไปงานเลี้ยงโรงพยาบาลก็เช่นกัน แต่ความนิ่งและเย็นชาในน้ำเสียงเพิ่มขึ้นทุกวัน...ทุกวัน

เมื่อก่อนหัวใจจะพองโตมีความสุขที่มีใครอีกคนเป็นห่วง ทำตามอย่างเชื่อฟัง ไปไหนรายงานตลอด

ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ราวกับได้ฟังเครื่องตอบรับอัตโนมัติหรือเครื่องป้อนโปรแกรมให้พูดมากกว่า พูดซ้ำๆอย่างชินชาเหมือนเป็นหน้าที่ที่ต้องพูด แทบจะไม่มองหน้าสบตากันเลยด้วยซ้ำ

ยิ่งมือถือที่พกติดตัวตลอด(ตามคำสั่งเขาอีกนั่นแหละ)ไม่ปรากฏชื่อที่อยากเห็นมานานแล้ว แล้วผมจะรู้สึกถึงความห่วงใยได้ยังไง

เมื่อโทรไปเป็นครั้งที่สามแล้วยังไม่มีการตอบรับ ไม่คิดจะฝากข้อความอะไรเอาไว้ ถอนหายใจอีกเฮือกก่อนเก็บมันลงกระเป๋ากางเกงตามเดิม ดับเครื่องรถภายในอาคารจอดรถที่ไร้ผู้คน คืนวันเสาร์ถ้าไม่นอนสบายอยู่ในห้องคนอื่นๆก็คงจะไปเที่ยวกันกว่าจะกลับก็ตีอะไรถึงเช้าโน่นล่ะ

ที่จอดรถผมห่างจากประตูเชื่อมเข้าตัวคอนโดฯประมาณสามร้อยเมตร ไฟบางดวงติดๆดับๆชวนให้นึกถึงหนังสยองขวัญสักเรื่อง ทั้งที่แจ้งพี่แก้มไปแล้วแต่ช่างดันมาป่วยจนต้องให้หายก่อนถึงจะจัดการซ่อมบำรุงได้

ตึก ตึก

ตึก ตึก

ตึก ตึก

กึก!

ผมหยุดเดินเมื่อคล้ายได้ยินเสียงฝีเท้าสองเสียงซ้อนทับกัน หันมองรอบตัวไม่พบใคร สองเท้าก้าวไวขึ้นอีกนิด นึกปลอบใจตัวเองว่าอาจเป็นเสียงสะท้อนก็ได้

ตึก ตึก

ตึก ตึก

ตึก ตึก

อีกแล้ว!

“ใครน่ะ!” เมื่อตะโกนออกไปเสียงดังและเตรียมจะออกวิ่ง เงาดำวูบหนึ่งก็ปรากฏตรงหน้าทันทีที่ผมหันกลับมา แสงไฟสะท้อนโลหะคมปราบที่ถูกยกขึ้นสูงด้วยสองมือซึ่งกำรอบด้ามเอาไว้แน่น

เตรียมจ้วงลงมาสุดแรง

“แกกล้าดียังไงมายุ่งกับหมอทัชของฉัน! ไอ้สารเลว! กรี๊ดดดดดดดด!

หัวใจผมแทบจะหยุดเต้น คมมีดเฉียดแก้มไปเพียงนิด ความรู้สึกแสบร้อนเป็นเส้นยาวๆพร้อมกับน้ำอุ่นๆแทรกผ่านชั้นผิวออกมาไหลเป็นแนวตกกระทบต้นแขน เสื้อสีขาวย้อมด้วยเลือดสีแดงเป็นหย่อม

ครั้งแรกพลาด ครั้งที่สองตามมาเกือบจะทันที มีดเล่มคมถูกเงื้อขึ้นอีกครั้งอย่างไม่ลังเล ผมรีบยกมือไปรับสองมือของผู้หญิงคนนี้เอาไว้เพื่อกันไม่ให้ปลายมืดกระซวกลงมาบนหน้าตัวเอง

ดวงตาที่บ้าคลั่งแบบนี้ผมจำได้ไม่ลืมเลือนเลย

นี่เป็นผู้หญิงที่ชนกับผมหน้าลิฟต์โรงพยาบาลในตอนนั้น

คราวนี้คล้ายจะมากกว่าเดิม ทั้งสับสนและเกลียดชังจนอยากจะทำลายอีกฝ่ายให้สิ้นซากผสมปนเปกันในแววตาดำสนิทคู่นั้น ผมตรงยาวสำดำขลับของเธอยุ่งเหยิง บางส่วนปิดบังใบหน้าเพิ่มความสยดสยองจนขนลุกไปทั้งร่าง

“นี่คุณ ระงับสติตัวเองหน่อย ผมไปทำอะไรให้” มั่นใจว่านอกจากเหตุการณ์บังเอิญชนกันก็ไม่เคยรู้จักมาก่อน แล้วทำไมต้องอยากจะทำร้ายผมด้วย

คนเราจะถึงกับอยากฆ่าให้ตายเพราะโกรธที่ถูกชนแค่นั้นเหรอ ไม่น่าเป็นไปได้

“หุบปากเน่าๆของแกอีตุ๊ด อีนรก แกล่อลวงหมอทัช ทำให้หมอหลงแก แกมันสมควรตาย ตาย ตายซะ!!

คนบ้าชัดๆ สภาพเธอตอนนี้ดูยังไงก็คนเสียสติ แต่ในประโยคที่ดูไร้สตินั้นกลับมีชื่อของคนๆหนึ่งออกมาอย่างแม่นยำ

“คุณเป็นคนรู้จักของพี่ทัชเหรอ”

“กรี๊ดดดดดดดด ไอ้บ้า ไอ้สารเลว แกต้องตาย ตาย ให้สาสมกับที่แย่งคนรักของฉันไป ตาย ตาย ตาย แกต้องตาย” น้ำเสียงเลื่อนลอยบ้าง เกรี้ยวกราดบ้างสลับไปมา แรงที่กดมีดนั้นไม่น้อยเลย แม้ว่าผมจะออกกำลังกายบ่อยแถมยังเป็นผู้ชาย ก็ยังสู้แรงของคนสติไม่ดีแค่สูสีเท่านั้น

เป็นผู้หญิงอะไรกันเนี่ย

ผมผลักเธอออกด้วยแรงเฮือกหนึ่งที่รวบรวมมา ร่างบอบบางเซถอยหลังชนเข้ากับท้ายรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ แต่มีดยังอยู่ในมือของเธอทำให้ต้องคอยระมัดระวัง หากผมจะวิ่งหนีโดยหันหลังให้ ก็ไม่รู้ว่าจะพ้นหรือเปล่า เกิดปามีดตามมาอาจจะแย่กว่าเดิม ทางที่คิดออกตอนนี้คือถ่วงเวลาหาจังหวะวิ่งเอาไว้ก่อน

“ใจเย็นๆนะคุณ คุยกันดีๆก็ได้นี่”

“ผัวฉัน...แกแย่งผัวฉัน”

เฮ้ออ ผัวคุณเป็นใครผมยังไม่รู้เลย แล้วจะไปแย่งได้ยังไง อีกอย่างผมก็ไม่เคยมีผัวด้วย เมียก็ยังไม่เคยมีทั้งนั้น แต่เถียงคนบ้าไปจะมีประโยชน์อะไร คิดว่าคนสติไม่ดีจะรับฟังเหตุผลของเราเหรอ ที่ผมพูดด้วยเพราะอาจจะทำให้เธอสงบลง

แต่อาจจะคิดผิด

ดวงตาวาวโรจน์คุกรุ่นยิ่งกว่าเดิมตอนที่มองมา ร่างบอบบางมีผมยาวปรกหน้าเดินเข้ามาใกล้ ขณะที่ผมค่อยๆก้าวถอยหลังรักษาระยะห่าง เห็นแล้วเหมือนตัวเองหลุดมาในหนังฆาตกรรม ปลายมีดชี้มาตรงหน้าผมอีกครั้ง

“วันนี้แกต้องตาย แกจะไปแย่งผัวใครไม่ได้อีกแล้ว นังชู้!” คนพูดพุ่งตัวมาอย่างรวดเร็ว ปากพร่ำแต่คำว่า แกต้องตาย หรือไม่ก็ แกแย่งผัวฉัน

ผมเบี่ยงตัวหลบคมมีด สายตามองหาความช่วยเหลือ เผื่อว่าจะมีใครอยู่แถวนี้ หรือไม่ก็มีอะไรพอเอามาสู้กับมีดนี่ได้บ้าง เผลอเสียสมาธิในบางครั้งที่อีกฝ่ายหลุดชื่อ หมอทัช ออกมา

มือถูกบาดได้แผลมาอีกเล็กน้อย แต่ก็สามารถดันตัวคนไร้สติให้ถอยห่างไป รองเท้าที่สวมใส่อยู่เป็นส้นสูงเจ้าของร่างจึงล้มลงไปเพราะทรงตัวไม่อยู่

จังหวะที่กำลังจะวิ่งหนีเมื่อเห็นอีกคนล้มลง เสียงพร่ำเพ้อของเธอก็หยุดผมเอาไว้

“เขาเป็นของฉัน หมอเป็นของฉัน...หมอทัช ฮืออออ หมอคะ อย่าทิ้งนันท์ไป เรารักกัน ฮือออ นันท์กับหมอรักกัน”

นันท์?

 “คุณ...นันท์นลินเหรอ”

“กรี๊ดดดด อย่าเอาปากเน่าๆของแกมาเรียกชื่อฉัน“ พอได้ยินเท่านั้นเธอก็กรีดร้องทึ้งเส้นผมตัวเอง ก่อนจะลุกพรวดเอามีดไล่แทงผมอีกรอบในจังหวะที่ผมกำลังอึ้งกับชื่อที่เคยสงสัยมาตลอดว่าเป็นใคร

ปลายมีดตวัดไปมาน่าหวาดเสียว ผมถอยหลังไปเรื่อยๆ หากถึงประตูทางเชื่อมที่จอดรถก็น่าจะพอมีคนอยู่บ้าง ตรงนั้นใกล้กับห้องทำงานที่พี่แก้มนั่งอยู่...อ่า นี่เกือบเที่ยงคืนแล้ว ลืมไป

ซวยจริงๆเลย รู้งี้ไม่ออกจากห้องอย่างที่พี่ทัชเตือนก็ดี

“ใจเย็นๆนะครับ คุณนันท์นลิน”

“บอกให้หุบปาก ปากเน่าๆของแกที่หลอกลวงหมอทัช ฉันจะแทง ฮ่าๆๆ จะแทงให้มันพูดไม่ได้อีกต่อไป แล้วค่อยแล่หนังหน้าแกออกทีละนิด ให้คนเพศยาอย่างแกมันทรมานจนตายไปเลย”

“....”

“ทั้งๆที่ ฮือออ ทั้งๆที่ฉันส่งจดหมาย ส่งของไปขู่แกขนาดนั้น ทำไมแกยังหน้าด้านหน้าทนไม่ยอมคืนหมอทัชให้ฉันอีก แกมันนังคนเลวที่ชอบแย่งผัวชาวบ้าน เอาผัวฉันคือมา ฮือออ เอาผัวฉันคืนมานะ”

กลัวไหม? ทำไมจะไม่กลัว แต่ในเมื่อไม่มีใครช่วยก็ต้องพยายามเรียกสติไว้เพื่อเอาชีวิตรอด

ดูยังไงนันท์นลินก็ไม่เหมือนมาเพื่อแกล้งผมเล่นแน่นอน

สภาพตอนนี้ไม่ใกล้เคียงหนังผีแล้ว แต่เป็นภาพข่าวคนเมายาบ้าพยายามจะจับชาวบ้านเป็นตัวประกันมากกว่า

เสื้อผ้าเนื้อดีขาดวิ่นอยู่หลายจุดจากการกระโดดหลบมีดที่ฟันไปมามั่วๆหลายต่อหลายครั้ง

สายตาคลั่งแค้นเกรี้ยวกราดชวนขนลุกล็อกเป้ามาที่ผมไม่มีแม้แต่กระพริบตา

เมื่อต้องเดินถอยหลังไป ระวังคนที่สะบัดมีดไปมากลางอากาศไปด้วย ผมก็พลาดเข้าจนได้ ส้นรองเท้าสะดุดเข้ากับบางอย่างทำให้ครั้งนี้กลายเป็นฝ่ายหงายหลังล้มลงไปบนพื้นบ้าง

ฉึก!

ความเร็วและแรงของมีดที่กดลงมาตรงหัวไหล่ส่งผลให้ผมนิ่วหน้า ความเจ็บแปลบแล่นเข้ามาแทบอยากจะส่งเสียงร้องดังๆ แต่ไม่เท่ากับที่คนเสียสติดึงมีดกลับออกไป ในจังหวะที่ความคมเฉียบถูกถอดออกจากเนื้อ เป็นช่วงเวลาที่ทรมานอย่างที่สุด

นันท์นลินนั่งคร่อมอยู่บนตัวตั้งใจจะกระหน่ำแทงผมซ้ำๆ หากมีแผลที่สองผมคงสู้ไม่ไหวแล้ว

ไม่รู้ว่าความบ้าถูกส่งผ่านใบมีดมาหรือเปล่า ผมตัดสินใจจับมือเธอไว้แน่น กดมีดตรึงไว้กับไหล่ของตัวเอง

อ๊ากกกกกก” เจ็บ...เจ็บชิบหายเลย

“ฮ่าๆๆๆ ตาย นังสารเลว นังเพศยา นังหน้าด้านชอบแย่งผัวชาวบ้านอย่างแกต้องตาย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”

“อึก” แรงค่อยๆลดน้อยลงเต็มที ยิ่งยื้อกันอยู่อย่างนี้คมมีดก็เถือเนื้อผมไปมา บาดแผลเริ่มชาเลือดไหลทะลักไม่ยอมหยุด

จะต้อง...มาตาย อยู่ตรงนี้จริงๆใช่ไหม

พี่ทัช...ช่วยแตมด้วย

เพียงคนเดียวที่ปรากฏอยู่ในใจ ก่อนที่สตินั้นจะลือนหายไป


--------------

น้องงงงงงงงงงงง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.304K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,949 ความคิดเห็น

  1. #2942 ่Jekkmoly (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 เมษายน 2564 / 00:25
    น้องงงงงง แงงงง
    #2,942
    0
  2. #2917 PerfectRich (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:09

    นั่นไง...เป็นคนที่ชอบพี่หมอทัชจริงๆ ด้วย แล้วตอนนี้พี่ทัชไปไหน ทำไมทิ้งน้องไว้แบบนี้ เฉยชากับน้องแบบนี้ ถ้าน้องเป็นอะไรไป พี่จะพูดไม่ออกเลยพี่ทัช

    #2,917
    0
  3. #2899 soul_hyukjae (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 04:20
    น้องงงงงงงงงงงงงงงง
    #2,899
    0
  4. #2858 millun (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 01:53
    อ่านตอนตี2เรานี่กลัวเลย
    #2,858
    0
  5. #2835 CallistoJpt (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 16:23
    น้องงงงงง ขอให้ไม่เป็นอะไรมากนะคะ T^T พี่ทัชอยู่ไหนรีบๆมาหาน้องทีค่ะ
    #2,835
    0
  6. #2814 binary_cd (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 10:00
    สยองขวัญมากลูกเอ้ยยย อิพี่หายไปหนายยย
    #2,814
    0
  7. #2786 kwangB (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 19:14
    อ่าไม่ใช่แฟนเก่าแร้ว นี่มันคนไข้ที่เสียสติชอบคุณหมอ อุแง สงสารน้องแตม
    #2,786
    0
  8. #2779 rnhaha (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 12:35
    ไม่ชอบเชอรีนเบย อ่านแล้วหงุดหงิด555
    #2,779
    0
  9. #2754 E'eve (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 03:40
    เย่~ ภาคต่อเป็นคนกับวิญญาณดีไหมคะ5555555+
    #2,754
    0
  10. #2738 0804211939 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 02:55
    ไรต์บรรยายดีมาก ๆ ได้อารมณ์สุด ๆ ฟีลไม่ติดขัดเลยค่ะ
    #2,738
    0
  11. #2737 0804211939 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 02:54
    มาอ่านตอนเกือบจะตี 3

    ยิ่งสยองเลย
    #2,737
    0
  12. #2720 tang_thai°°° (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 12:20
    ฮืออออ จาร้องแล้ว
    #2,720
    0
  13. #2674 Ruruka Buta (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 23:53
    ว่าแล้วเชียวคนไข้พี่หมอ แบบนี้ไม่ใช่ซึมเศร้าแล้ว นี่เรียกว่าบ้าเต็มขั้น // พี่หมอจะงอนน้องแล้วปล่อยให้น้องโดนทำร้ายแบบนี้ บอกเลยพี่หมอเสียใจภายหลังแน่ // แตมฮึบไว้ลูก ทนหน่อยนะ
    #2,674
    0
  14. #2635 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 17:22
    โอ้ยยยย พี่ทัชชชชมาช่วยน้องงงงงง
    #2,635
    0
  15. #2592 Jing (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 15:25

    อีบ้า!!อย่าทำน้อง อิพี่ทัชมาช่วยน้องไวๆ

    #2,592
    0
  16. #2569 เดือนสิบไงจะใครล่ะ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 17:39
    คิดไว้อยู่ ว่าต้องเป็นคนไข้ของพี่หมอ
    #2,569
    0
  17. #2552 baekbow (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 15:09
    นั่นไง เราว่าละมันต้องเป็นประเด็นนี้แน่ๆ โอ๊ยยยย อิบ้า มโนเสียสติแล้วยังบ้ามาไล่ฆ่าชาวบ้านเขาอีก บอกว่าหมอทัชเป็นผัว เคยถามเขายัง ว่าเขายอมรับตัวเป็นเมียหรือป่าว ....พี่หมออยู่ไหนเนี่ยยย แตมจะโดนฆ่าแล้ววววววววววววว
    #2,552
    0
  18. #2526 polar Co., Ltd. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 00:14
    ไหนว่าสลับกันเฝ้าทั้งวัน ปล่อยให้น้องโดนอีบ้านี่ไล่แทงได้ไง ฮืออออ
    #2,526
    0
  19. #2471 LMLM (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 11:11
    ว่าแล้วว่าคนไข้หมอนี่แหละน่าสงสัย
    #2,471
    0
  20. #2458 Miki_milky (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 09:27
    พี่ทัชใจร้ายกะน้องจัง รีบๆๆมาช่วยน้อง
    #2,458
    0
  21. #2425 meawsu1508 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 11:42
    ฮ่วย สูนแฮงสูนนนนน
    #2,425
    0
  22. #2418 RealThxnB (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 07:53
    ไม่เอาๆๆๆ ฮือออ จะร้องไห้แล้ววว ;-;
    #2,418
    0
  23. #2384 Strawberrybunny (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 21:57
    น้องงงงงงง ฮือ อิพี่ไปงานเลี้ยงน่ะ โทรไปไม่รับด้วยยย กรรณช่วยน้องด้วยยยยยย
    #2,384
    0
  24. #2335 BaiTong23 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 19:00
    โอยยยย
    #2,335
    0
  25. #2005 Konrafah (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 12:57
    เนรี่ยยย พี่หาย
    #2,005
    0