END - สัมผัส@รัก (สนพ.2U Publishing)

ตอนที่ 21 : สัมผัสครั้งที่ 20

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,051
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,257 ครั้ง
    2 ก.ย. 62



วันนี้พี่ทัชบอกว่าจะกลับมาช้าหน่อยเพราะหมอที่แผนกทุกคนต้องเข้าประชุม ผมเลยทำกับข้าวรอ เห็นบ่นอยากกินแกงเลียงกุ้งเมื่อหลายวันก่อนแต่ที่ห้องไม่มีกุ้งสดเหลือ มองเวลาแล้วถ้าขับไปซื้อที่ซูเปอร์ฯกว่าจะกลับมาคงเสียเวลา พอนึกขึ้นได้ว่าใกล้ๆคอนโดฯเหมือนจะมีตลาดนัดทุกเย็นวันศุกร์ผมเลยเดินไปดูที่นั่นแทน

อาการกลัวการถูกสัมผัสของผมหายเป็นปกติแล้ว ทำให้ได้เรียนรู้หลายอย่างมาก ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยเดินตลาดนัดมาก่อน ของกินของใช้เยอะแยะมากเลือกแทบไม่ถูก บางอย่างก็แปลกตา เหมือนเป็นการเปิดโลกเลยก็ว่าได้ นอกจากกุ้งสด ยังได้กับข้าวหน้าตาน่ากินมาเพิ่มอีกสองอย่างและขนมที่ไม่เคยเห็นด้วย

เดินเพลินรู้สึกตัวอีกทีท้องฟ้าก็ครึ้มคล้ายฝนจะตก ผมรีบจ้ำกลับคอนโดฯอย่างว่องไว ไม่ได้ขับรถมาเพราะว่าเดินน่าจะเร็วกว่าไม่ต้องอ้อมหรือวนหาที่จอดรถด้วย

คอนโดฯที่ผมอยู่ติดกับถนนใหญ่แต่ตลาดนัดเดินลัดเข้ามาในซอย คนตามทางเท้ามีเยอะพอสมควรเนื่องจากเป็นเวลาเลิกงาน พอเห็นตึกสูงที่เป็นที่อยู่อาศัยของตัวเองในระยะไม่กี่ก้าวก็ค่อยโล่งใจหน่อยที่กลับมาทันก่อนฝนตก แต่ไม่รู้ว่าพี่ทัชจะกลับมาถึงห้องหรือยัง คิดว่าจะออกมาแป๊บเดียวเลยไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัวมาด้วย

ผมเดินมาได้อีกนิดก็รู้สึกแปลกๆ ความรู้สึกเหมือนกับมีใครมองจากด้านหลัง อย่างคราวที่นั่งในสวนตอนโน้น ขนแขนลุกเกรียว พอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมาเดินคนเดียวได้ แม้ว่านอกจากกล่องใส่ตุ๊กตาน่ากลัวแล้วจะไม่มีอะไรส่งมาอีกก็ตาม สองมือกระชับถุงพะรุงพะรังไว้แน่นไม่กล้าหันกลับไปมอง

“วิ่งดีไหมวะ” ถ้าวิ่งจะโดนวิ่งตามไหม แล้วอีกอย่างคือไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือมีคนแอบตามมาจริงๆ

แปะ

“เชี่ย!” ตอนที่ลังเลตัดสินใจไม่ได้อยู่ๆก็เห็นอะไรแวบมาที่หางตากับปลายนิ้ววางลงบนไหล่จากทางด้านหลัง ผมกระโดดถอยออกมาส่งเสียงร้องดั่งลั่นด้วยความตกใจ

“อะไรเนี่ยพี่แตม ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น ไหนว่าหายแล้ว ถูกตัวได้แล้วไง”

“ชะ เชอรีน โทษทีพอดีพี่คิดอะไรเพลินๆน่ะ” ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก คิดว่าจะถูกมีดกระซวกคออย่างตุ๊กตาบ้านั่นแล้ว ที่แท้ก็เชอรีนหรอกเหรอที่ตามมา

“มิน่า เชอเรียกตั้งหลายครั้งพี่ไม่ได้ยิน”

“แล้วเชอมาทำไรแถวนี้?”

“ผ่านมาน่ะ เห็นพี่เดินอยู่พอดีก็เลยทัก อ๊ะ” ยังไม่ทันได้พูดมากกว่านั้นฝนก็เริ่มลงเม็ด ผมกับเชอรีนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มีหยาดน้ำเล็กๆโปรยปราย

“เข้าไปด้านในก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะเปียก ตามพี่มาสิ” ผมเดินนำเข้าประตูคอนโดฯ เรียกว่าหวุดหวิดเฉียดฉิวมากๆเพราะทันทีที่เราเข้ามา ฝนก็เทลงมาอย่างบ้าคลั่ง ต้นไม้เอนตามแรงลมเกือบเป็นมุมสี่สิบห้าองศา

“ตกหนักน่าดูเลย” เชอรีนมองออกไปด้านนอก มือลูบแขนตัวเองที่ชื้นนิดๆ ตัวสั่นเล็กน้อย เห็นแล้วอดจะสงสารไม่ได้ อย่างน้อยก็เป็นผู้หญิงนี่นา ถ้าจะปล่อยเอาไว้ตรงนี้แล้วผมขึ้นไปเตรียมกับข้าวต่อในห้องอุ่นๆก็ดูใจร้ายไปหน่อย

“ขึ้นไปนั่งรอบนห้องพี่ก่อนไหม คงอีกนานเลยกว่าฝนจะหยุดน่ะ”

“ได้เหรอ งั้นไปสิ ไม่ได้คุยกับพี่ตั้งนานแล้ว เชอ...คิดถึงนะ”

“อ่า ไปเถอะ” ผมเลือกทำเป็นมองข้ามคำพูดนั้นไปอย่างระมัดระวัง ก็ผ่านไปได้สักพักแล้วที่ผมปฏิเสธไม่กลับไปคบกับเชอรีนอีกครั้ง เลยไม่กล้าถามว่า คิดถึงนั้น เป็นแบบไหน

เชอรีนเดินตามมาด้านหลังพอเข้ามาในลิฟต์ก็ผลักไหล่ผมแรงๆหนึ่งที “คิดมากอะไรพี่แตม เชอแค่คิดถึงประสาพี่น้องเอง อย่าหลงตัวเองน่า”

การกระทำนั้นทำให้บรรยากาศอึดอัดค่อยจางลง รอยยิ้มสบายๆเหมือนเชอรีนที่ผมเคยรู้จัก เธอเป็นคนสดใส ไม่คิดอะไรซับซ้อนและยังเป็นอดีตแฟนเพียงคนเดียวที่เข้าใจผมมากที่สุดด้วย พอคิดถึงตรงนี้ก็เริ่มจะรู้สึกผิดขึ้นมาอีกแล้ว ผมปรับสีหน้าให้ดูดีเพราะคิดว่าเมื่อกี้คงแสดงออกมากเกินไป

“แล้ว สบายดีไหม”

“ก็ดี งานหนักดี ช่วงนี้เชอเลยยุ่งๆ พอดีรับงานลูกค้าแถวนี้ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้เจอพี่แตม แล้วพี่ล่ะ ยังทำงานดึกๆนอนไม่เป็นเวลาอยู่อีกรึเปล่า ไม่ต้องตอบหรอก ดูจากตาแพนด้าก็รู้แล้วล่ะ นี่แหละเชอเคยบ่นตั้งหลายครั้งก็ไม่ยอมฟังกันบ้างเลย สุขภาพน่ะหัดใส่ใจซะบ้าง”

ทำไมรอบตัวผมมีแต่คนบ่นเรื่องเวลานอนกันจัง ทั้งเชอรีน ไอ้กรรณ และล่าสุดก็พี่ทัชเพิ่มมาอีกคน

“ช่วงนี้ก็น้อยลงแล้วล่ะ กำลังพยายามปรับเรื่องเวลานอน แต่งานนี้มันเร่งจริงๆ เพิ่งเสร็จเมื่อเช้านี่เลย” พอส่งงานให้ลูกค้าเรียบร้อยก็แอบปีนขึ้นเตียงหลับตาก่อนเวลาพี่ทัชจะตื่นไปทำงานแค่สิบห้านาที เมื่อเช้าพี่ทัชไม่เรียกไปออกกำลังกายเพราะรู้ล่วงหน้าว่าผมจะต้องทำงานจนดึกอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถ้าขืนรู้ว่าผมนอนตีห้ามีหวังถูกลากขึ้นมาบ่นแน่

เชอรีนทำท่าอยากจะบ่นต่ออยู่เหมือนกันแต่ว่าถึงห้องพอดี เธอเลยอาสาถือถุงกับข้าวแทนให้ผมได้ล้วงกุญแจห้องในกระเป๋ากางเกงมาไขได้สะดวก

ไฟในห้องสว่างจ้าอยู่ก่อนตั้งแต่เปิดประตูเข้ามา ไอเย็นของเครื่องปรับอากาศที่จำได้ว่าปิดก่อนจะไปลงบ่งบอกให้รู้ว่าผู้ร่วมอาศัยอีกคนกลับมาแล้ว

“ใครอยู่ห้องเหรอพี่แตม?”

“กลับมาแล้วเหรอครับ”

เชอรีนกับอีกคนในห้องที่โผล่หน้ามาดูพูดขึ้นพร้อมกัน เห็นสีหน้างุนงงของพี่ทัชที่มองเชอรีนผมเลยไม่ได้ตอบคำถามอดีตแฟนเก่า แต่ให้ความสนใจพี่เขาแทน

“พี่กลับมานานแล้วเหรอ”

“สักพักครับ โทรไปแล้วแต่ได้ยินเสียงโทรศัพท์อยู่ในห้องนอน กำลังคิดว่าจะลงไปถามคุณแก้มว่าแตมไปไหน”

“แตมจะทำกับข้าว เห็นวันก่อนพี่บอกว่าอยากกินแกงเลียงกุ้งสด แต่ที่ห้องไม่มีกุ้งแตมเลยเดินไปซื้อกุ้งที่ตลาดนัดน่ะ พอดีขากลับเจอเชอรีนที่หน้าคอนโดฯแล้วฝนตกหนักมากก็เลยชวนให้ขึ้นมารอบนห้องก่อน”

“อ้อ ตามสบายนะครับ” พี่ทัชพยักหน้ารับรู้ บอกกับผู้หญิงคนเดียวด้วยท่าทางที่เดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ต่อให้มีรอยยิ้มจางที่มุมปาก

“เอ่อ ค่ะ” ถึงตรงนี้เชอรีนก็กลายเป็นฝ่าทำตัวไม่ถูกบ้าง ถึงผมจะโง่เรื่องความรักอย่างที่ไอ้กรรณด่า แต่เรื่องอื่นก็ไม่ได้โง่หรอกนะ พอเดาได้ว่าเชอรีนคงจะคิดว่าทำไมพี่ทัชถึงมาอยู่ในห้องนี้

“ห้องพี่ทัชกำลังรีโนเวทน่ะ พี่เลยชวนมาอยู่ด้วยกัน”

“พี่แตมเนี่ยนะ? เหลือเชื่อ ตอนโน้นเชอเคยขอย้ายมาอยู่ด้วยพี่ไม่เห็นยอมบ้างเลย บอกว่าเวลาทำงานต้องใช้ความเงียบไม่อยากให้ใครกวนไง”

เงียบกริบ หลังคำถามเหมือนทิ้งระเบิดของเชอรีนผมก็เลิ่กลั่กทันที เล่นพูดกันตรงๆอย่างนี้ผมก็เกรงใจพี่ทัชอยู่เหมือนกันนะ คนหนึ่งคืออดีตแฟนที่ยังรอคำตอบด้วยสีหน้าใสซื่อ ส่วนอีกคนคืออนาคตภรรยาที่กระตุกมุมปากสายตาน่ากลัว ทำตัวไม่ถูกแล้ว!

“เข้ามานั่งข้างในก่อนดีกว่าไหมครับ ดูสิเปียกกันทั้งคู่เลย” เป็นพี่ทัชที่ทำลายความเงียบลง ผมถึงเพิ่งนึกได้ว่าเรายังยืนคุยกันอยู่หน้าห้องตรงที่เก็บรองเท้า เสื้อผ้าชื้นฝนเจอกับไอเย็นเครื่องปรับอากาศก็เริ่มหนาวขึ้นมา

“จริงด้วย เชอเข้ามานั่งก่อนเดี๋ยวพี่หาผ้าเช็ดตัวกับเสื้อให้เปลี่ยนก็แล้วกันนะ ปล่อยไว้เดี๋ยวไม่สบาย รอพี่แป๊บนึง” ผมชี้โซฟา เอาถุงของที่ซื้อมาไปวางในครัวก็เดินเข้าห้องนอน ไม่คิดว่าพี่ทัชจะตามเข้ามาด้วย

“คราวหน้าพกโทรศัพท์ตลอดนะครับ ต่อให้ลงไปแค่ชั้นล่างก็ต้องพกรู้ไหม พี่เป็นห่วงจนแทบบ้าตอนที่กลับห้องมาแล้วรู้ว่าแตมหายไป”

“ขอโทษนะครับ แตมคิดว่าจะลงไปแป๊บเดียวแต่ที่ตลาดของเยอะมากเลยเพลินไปหน่อย”

“แล้วนี่...แฟนเก่าแตม” คนถามละเอาไว้เท่านั้นให้คิดเอง

“บังเอิญเจอด้านล่างจริงๆนะพี่ ฝนมันตกอะจะทิ้งไว้ด้านล่างก็สงสาร ยังไงเชอก็เป็นผู้หญิงแล้วแตมก็รู้จักด้วย ถ้าพี่อึดอัดเดี๋ยวพอฝนหยุดแตมจะให้เชอกลับเลยนะ”

พี่ทัชนิ่งคิดอยู่พักก็ส่ายหน้าช้าๆ สายตาดูอึดอัดแต่ก็ฝืนส่งยิ้มมาให้ “ไม่เป็นไรครับ ถ้าแตมยืนยันว่าไม่มีอะไรพี่ก็จะเชื่อตามนั้น”

เราเดินออกจากห้องนอนพร้อมกันหลังพี่เขานั่งรอผมเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ในห้องน้ำจนเสร็จ เชอรีนที่ควรจะนั่งรอตรงโซฟาก็หายไป ได้ยินเสียงฝีเท้าอยู่ในครัว

“เชอ ทำอะไรตรงนี้ล่ะ”

“พี่แตม เชอได้ยินว่าพี่จะทำแกงเลียงกุ้งก็เลยมาเตรียมเครื่องปรุงไว้ให้ นี่ต้มน้ำให้แล้วนะ แล้วกับข้าวอย่างอื่นล่ะจะทำอะไรอีก ไข่เจียวกุ้งสับไหมเชอจำได้ว่าพี่แตมชอบกินมาก แบบกรอบๆจิ้มกับซอสพริกไง” เจ้าตัวบอกเสียงใส หันหน้าจากเตาไฟฟ้ามาส่งยิ้มกว้าง

ทำตัวปกติเหมือนตอนที่กำลังคบกันอยู่

ผมเริ่มอึดอัดขึ้นมาอีกครั้ง คอยลอบมองสีหน้านิ่งสนิทของพี่ทัชก็ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ทั้งที่เราก็ยังไม่ได้เป็นอะไรกัน คอยสะกดจิตตัวเองว่ายังไม่รู้ว่าพี่ทัชจะชอบกันหรือเปล่า แต่ลึกๆก็พอเดาได้ว่าอีกฝ่ายต้องมีความรู้สึกดีๆให้บ้างแหละ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่กอด ไม่จูบโดยไม่มีท่าทีรังเกียจแบบนี้

“พี่ว่าเชอไม่ต้องทำหรอก พอดีวันนี้พี่อยากทานแกงเลียงน่ะ ส่วนกับข้าวอื่นก็ซื้อที่ตลาดมาแล้ว ทำเยอะมันจะเหลือเอานะ เชอไปเช็ดผมกับเปลี่ยนเสื้อที่ห้องน้ำดีกว่า” ส่งผ้าเช็ดตัวสีขาวที่ยังไม่ได้ใช้พร้อมกับเสื้อยืดตัวใหม่ไม่ได้แกะป้ายไปให้ ทีแรกก็แอบเถียงกับพี่ทัชในห้อง ผมจะให้ใช้เสื้อตัวเองพี่ทัชไม่ยอม พอพี่เขาเสนอเสื้อของเขา ผมเองก็ไม่ยอมเหมือนกัน ขนาดตัวเองยังไม่ค่อยได้ใส่เสื้อพี่ทัช ทำไมต้องให้คนอื่นมาใส่ด้วยล่ะ

บทสรุปจึงเป็นเสื้อที่ลูกค้าผมส่งมาให้และยังไม่เคยใส่นี่แหละ

เชอรีนรับของไปหมุนตัวเข้าห้องน้ำ ผมมองหน้าคนที่ยืนนิ่งด้านข้าง ไม่มีคำพูดอะไรนอกจากจับมือใหญ่และบีบไว้แน่นๆ ไม่นานก็ได้รับแรงบีบกระชับตอบกลับมาพอให้ยิ้มออกได้บ้าง

“อย่าคิดมากนะพี่”

“ครับ”

Rrrrrrr

เสียงโทรศัพท์ของพี่ทัชดังขัดจังหวะก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ เจ้าของเครื่องขมวดคิ้วเล็กน้อยตอนเห็นรายชื่อโชว์ตรงหน้าจอ จากนั้นก็กดรับด้วยเสียงปกติ

“สวัสดีครับ...คุณนันท์นลิน...ครับ?...สักครู่นะครับ” พี่เขาลดโทรศัพท์ลงเอามือปิดไว้กันเสียงเข้า กระซิบบอกเบาๆ “พี่ไปคุยโทรศัพท์ก่อนนะครับ”

ความสงสัยพร้อมกับชื่อ นันท์นลิน ที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นชื่อผู้หญิงติดอยู่ในใจ แต่เพราะเชอรีนออกจากห้องน้ำมาพอดี และชวนคุยระหว่างทำกับข้าวไปด้วย ผมที่สนใจอยู่แต่ร่างที่หายไปในห้องนอนแล้วก็ไม่มีสมาธิพอจะฟังหรือห้ามไม่ให้เธอทำกับข้าวอีก

ใครคือนันท์นลิน...ทำไมไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย



*********


“พี่แตม...พี่แตม ฟังเชออยู่รึเปล่า” แรงเขย่าที่ต้นแขนทำให้ผมรู้สึกตัว หลุดจากอาการเหม่อลอยหันมามองคนตัวเล็กพอกันด้านข้าง

“หืม อะไร น้ำเดือดแล้วเหรอ ใส่เครื่องแกงลงไปเลยก็ได้นะ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นสิ เชอกำลังเล่าเรื่องงานวันนี้ให้ฟังอยู่ พี่ไม่ได้ฟังเลยเหรอเนี่ย” คนสวยทำหน้าเซ็งๆ เวลาถูกขัดใจเชอรีนก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว แต่เป็นคนที่โมโหง่ายหายไว แป๊บเดียวก็ส่ายหน้าช่างมันกลับไปลงมือทำอาหารต่อ “แต่ดีจังเลยนะ”

“ดี? อะไรเหรอ”

“ก็ความรู้สึกที่ถูกตัวพี่แล้วไม่โดนสะบัดออกน่ะสิ เมื่อก่อนเชอเคยจินตนาการเอาไว้เยอะเลย ไม่คิดเหมือนกันว่าจะมีวันนี้จริงๆ ไม่รู้หรอกนะว่าพี่แตมหายได้ยังไง แต่เชอดีใจมากเลย”

“พี่ขอโทษนะตอนนั้นน่ะ” คล้ายกับเป็นปมในใจผมไปแล้ว เมื่อไหร่ที่อดีตแฟนพูดเรื่องถูกสะบัดตัวออกอย่างกับรังเกียจกัน ผมก็รู้สึกผิดทุกที โดยเฉพาะกับเชอรีนที่ยังติดต่อกันอยู่และคบนานที่สุด

“ไม่เป็นไร พี่ไม่ได้แกล้งทำนี่นา ตอนนี้พี่ก็ไม่ได้สะบัดเชอออกแล้วด้วย นี่ไง” มือเล็กวางลงมาที่แขนผมอีกครั้ง จากนั้นก็ยิ้มกว้างเมื่อผมยังคงนิ่งเฉย “เชอจับตัวพี่ได้แล้ว”

“ฮ่าๆๆๆ ยัยโก๊ะ” อดไม่ไหวที่จะผลักหัวเล็กนั่นออกไปเบาๆอย่างหมั่นไส้ สำหรับคนอื่นอาจคิดว่าเรื่องแค่นี้แต่ผมกับเชอรีนไม่ได้คิดอย่างนั้นแน่นอน เราผ่านความอึดอัดของช่วงเวลาที่เป็นแฟนแต่ถูกตัวกันไม่ได้มาด้วยกัน

“เนี่ย พอโดนตัวได้ควรกอดแสดงความดีใจสิ ไม่ใช่ทำร้ายร่างกายกันอย่างนี้ พี่แตมอะร้ายยยย”

“รีบๆทำเลยกับข้าวน่ะ แย่งพี่ทำแล้วไม่อร่อย จะโดนคอยดูสิ”

“นอกจากใจร้ายยังใช้แรงงานอีก” ทัพพีในมือถูกวางลง เชอรีนหันมาเผชิญหน้าด้วยสีหน้าจริงจังไม่หลบสายตา “พี่แตม ถึงเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว แต่เรายังเป็นพี่น้องกันได้ใช่ไหม”

“พี่ต้องถามเชอก่อน ว่ายกโทษให้พี่หรือยัง สำหรับพี่ เชอเป็นน้องสาวที่น่ารักเสมอ”

“เจ็บปวดอะ...แต่ก็พอทำใจได้แล้ว เชอไม่เคยโกรธพี่เลยนะ เรื่องของความรู้สึกเราบังคับใจใครไม่ได้อยู่แล้ว ถึงไม่รักอย่างคนรักก็ไม่ได้อยากจะกลายเป็นคนอื่นสำหรับพี่แตมเลยนะ พอลงไปทบทวนดูแล้วเชอก็โคตรเลวเลยอ่ะที่บอกเลิกพี่ด้วยเหตุผลบ้าๆอย่างนั้น ทั้งที่รู้ว่าเรื่องนี้เป็นปมของพี่แค่ไหน พี่จะไม่รักเชอแล้วมันก็สมควร”

“ทำไมถึงได้ว่าตัวเองอย่างนั้น เชอพูดเองว่าความรู้สึก ความคิด บังคับกันไม่ได้ เชอไม่ผิดถ้าอยากจะแต่งงานมีลูกมีครอบครัวที่อบอุ่น พี่ในตอนนั้นให้สิ่งเหล่านั้นกับเชอไม่ได้ แล้วเชอจะผิดได้ยังไง”

“เชอรักพี่นะ รักพี่แตมมากๆจริงๆ”

“.......” ผมไม่รู้ว่าตัวเองควรตอบกลับไปแบบไหนเลยเลือกจะเงียบ มองเชอรีนที่ทำหน้าจะร้องไห้ สักพักก็กลับมาพยายามยิ้มให้อีกครั้ง

“แต่ตอนนี้เป็นพี่น้องกันก็ได้ พี่แตมจะให้โอกาสน้องสาวคนนี้ไหม”

“อืม ได้สิ”

“เย้ ดีใจที่สุดเลย ขอบคุณนะพี่แตม” เชอรีนกระโดดกอดแขนแน่น ร้องเสียงดังลั่นห้อง เป็นเวลาเดียวกับที่พี่ทัชเลี้ยวเข้ามาในห้องครัวและชะงักไป ผมรีบปลดมือเธอออก หลังส่งยิ้มก็หันไปทำกับข้าวต่อ

เย็นนี้นอกจากเราสองคน เชอรีนเลยได้ร่วมมื้อเย็นไปด้วยเพราะฝนยังไม่หยุดตก มีเสียงพูดสดใสกับเสียงตอบรับสั้นๆของผมเท่านั้น อีกคนแค่ก้มหน้าทานไปเงียบๆ

 

“หนู บ่ายนี้พี่ไม่มีนัดคนไข้แล้ว กลางวันไปหาอะไรทานข้างนอกดีไหม พี่กลับมารับ” ก่อนออกไปทำงานพี่ทัชเดินมาแวะถามผมที่กำลังล้างจาน เช้านี้อากาศดีเราเลยไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะกันมา แน่นอนว่ามีพี่ทัชอยู่ด้วยถึงได้กล้าไป นอกนั้นผมไม่ได้รับอนุญาตให้ไปนั่งทำงานที่นั่นคนเดียวนานแล้ว

“พอดีว่า...แตมนัดเชอเอาไว้” ผมตอบกลับเสียงแผ่วไม่กล้าสบตา เหมือนพี่ทัชจะนิ่งไปอึดใจแล้วถึงได้พูดเสียงราบเรียบ ไม่ได้อารมณ์ดีอย่างประโยคก่อนหน้า

“งั้นก็ไม่เป็นไร”

“แตมขอโทษ แตมไม่รู้ว่าพี่จะเลิกงานเร็ว เชออยากได้กล้องใหม่เลยชวนแตมไปซื้อเป็นเพื่อน ช่วงนี้เชอมีปัญหากับเพื่อนๆในกลุ่มน่ะ เลยต้องไปไหนมาไหนคนเดียว”

“พักนี้ไปด้วยกันบ่อยนะครับ กรรณไม่ว่างเหรอ”

ตั้งแต่กลับมาเจอกันอีกครั้งวันนั้นเชอรีนก็โทรมาคุยด้วยบ่อยขึ้น เล่าเรื่องที่ทะเลาะกับเพื่อนให้ฟัง แถมเพื่อนคนอื่นๆก็เลือกจะไม่ยุ่งเพราะปัญหามันใหญ่จนมองหน้ากันไม่ติด ท่าทางเครียดจัดได้ยินแล้วก็อดใจอ่อนไม่ได้ พอถูกชวนไปนั่นไปนี่เลยเผลอตอบตกลงไป

“ไอ้กรรณมันยุ่งเรื่องเตรียมงานแต่งงานน่ะ อิงอยากย้ายไปจัดริมทะเลก็เลยต้องไปเซอร์เวย์สถานที่ต่างจังหวัดบ่อยหน่อย”

“ครับ”

ครับ? ครับคืออะไรล่ะ แค่รับคำสั้นๆอย่างนี้ผมเลยต่อประโยคไม่ถูก ส่งยิ้มโง่ๆให้พี่ทัชถอนหายใจเล่น

“ถ้าอย่างนั้นพี่ไปทำงานก่อนนะครับ”

“เอาไว้ครั้งหน้านะครับ แตมจะเคลียร์คิวเอาไว้ให้พี่คนเดียวเลย อย่างอนแตมน้า”

อีกคนยิ้มรับแต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ผมปล่อยพี่ทัชออกจากห้องไปทำงานอย่างรู้สึกแย่อัดเต็มหัวใจ ความสัมพันธ์ของเราดูถอยหลังไปเรื่อยๆ ระยะห่างของพี่ทัชมากขึ้นเมื่อเชอรีนกลับเข้ามาในชีวิตผมอีกครั้ง

ขืนเป็นแบบนี้ผมต้องจีบพี่เขาไม่ติดแน่

ผมออกไปกับเชอรีนตอนบ่ายก็จริง แต่แค่ช่วยดูกล้องถ่ายรูปตัวใหม่ จากนั้นก็ขอตัวกลับไม่ได้อยู่กินข้าวเย็นตามคำชวน เชอรีนรบเร้าอยู่หลายครั้งไม่เป็นผลก็ยอมปล่อยผมกลับห้อง

เป็นเวลาก่อนเที่ยงพอดี พี่ทัชบอกว่าว่างตอนบ่ายผมเลยตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางจากคอนโดฯเป็นโรงพยาบาล เดี๋ยวนี้ชินทางไม่จำเป็นต้องติดต่อสอบถามจากประชาสัมพันธ์ด้านล่างแล้ว กดลิฟต์ขึ้นไปที่แผนกจิตเวทย์ได้เลย

ติ๊ง!

“อ๊ะ ขอโทษครับ” ผมที่กำลังจะเข้าลิฟต์บังเอิญชนกับผู้หญิงที่เดินสวนออกมาพอดี เพราะมัวแต่เหม่อเลยไม่ทันได้ดูให้ดีก่อนว่ามีคนออกมาหรือเปล่า เป็นคนผิดเต็มๆเลยออกปากขอโทษออกไป

ไม่คิดว่าสายตาที่มองกลับมาจะดูโกรธได้ขนาดนี้

“ผมไม่ทันระวัง ขอโทษจริงๆ”

ผู้หญิงคนนั้นจ้องผมอยู่อีกหลายวินาที ไม่พูดอะไรสักคำ บอกว่ายกโทษให้หรือต่อว่า ดวงตาเขม็งจนผมส่งยิ้มแห้งลงทุกที ก่อนที่เธอจะก้าวเข้ามาหา สองมือยกขึ้นคล้ายจะพุ่งมาที่ลำคอ

“กรี๊ดด รอด้วยค่าอย่าเพิ่งปิดลิฟต์น้า” บุคคลที่สามส่งเสียงมาไม่ไกลมาก จากนั้นร่างเล็กก็วิ่งกระหืดกระหอบใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นั่นทำให้ผู้หญิงคนที่ชนกับผมรีบเดินหนีไปทันที “ขอบคุณนะคะ ลิฟต์ที่นี่รอแต่ละรอบโคตรนานเลย อ๊ะ ไม่เข้ามาเหรอคะ”

คนไม่รู้เรื่องราวเรียกผมให้เข้ามาในลิฟต์ด้วยกัน ผมจึงละสายตาจากคนที่หายลับไปแล้ว ก้าวเท้าเข้าลิฟต์กดชั้นที่ต้องการ ในใจแอบสงสัยไม่น้อยว่าทำไมแค่เดินชนกันจะต้องทำท่าโกรธขนาดนั้นด้วย

หรือว่าจะโกรธอะไรมาก่อนหน้าแล้ว พอชนกับผมก็เลยพาล...ช่างเถอะ

“คุณหมอเพิ่งออกไปไม่นานเองค่ะ ไม่ได้สวนทางกับน้องแตมเหรอคะ” พี่พยาบาลยิ้มหวานตอบคำที่ผมแจ้งว่ามาพบพี่ทัช

“ไม่ครับ แล้วจะกลับเข้ามาอีกไหมครับ”

“คุณหมอแจ้งว่าไม่กลับมาแล้วค่ะ คงจะกลับบ้านเลย”

“ครับ ขอบคุณนะครับ” ผมเดินคอตกออกจากแผนก กำลังคิดว่าจะโทรหาพี่ทัชดีหรือเปล่า เผื่อจะยังทันไปไม่ได้ไกลมากนัก แต่ก็ดันได้ยินคนคุยกันแว่วๆมาซะก่อน

“นี่ คนที่มารับคุณหมอออกไปทานข้าวด้วยน่ะ สวยน่าดูเลยนะแก”

“ชื่ออะไรนะ เป็นคนไข้ของคุณหมอใช่หรือเปล่า”

“คุณนันท์นลิน ท่าทางสนิทกันน่าดูเลยล่ะ ต่อให้เป็นคนไข้สวยขนาดนี้ถ้าฉันเป็นหมอทัชกรก็มีหวั่นไหวบ้างล่ะ อิจฉาจนจิกหมอนแทบขาดแต่ก็โคตรเหมาะสมกันเลย”

“นั่นสิ สวยอะไรขนาดนั้น รัศมีเจิดจ้า ดาวพยาบาลที่ว่าเลิศๆยังสู้ไม่ได้เลย อุ๊ย” จากนั้นพยาบาลฝึกหัดคนนั้นก็หันมาเจอผมเข้าพอดี พวกเธอรีบเดินหนีไปโดยทิ้งสายตาประหลาดเอาไว้

สายตาสงสาร...หรือสมเพช

 

กว่าพี่ทัชจะกลับห้องก็เป็นเวลาเกือบค่ำแล้ว ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเมียหลวงแก่ๆในละครที่นั่งรอจับผิดสามีมีเมียน้อย ไม่สิ ผมเป็นสามีที่เมียกำลังจะมีชู้ แต่สุดท้ายก็พบว่า เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักอย่างนอกจากคนรู้จัก ไม่ก็เพื่อนร่วมห้อง

“วันนี้แตมไปหาพี่ที่โรงพยาบาลมา แต่สวนกลับพี่” ผมผุดลุกจากโซฟา พูดทั้งที่พี่ทัชยังไม่ทันปิดประตูห้องดีด้วยซ้ำ

คล้ายกับมือใหญ่จะชะงักไปเล็กน้อย

“เหรอครับ ทำไมไม่โทรมาล่ะ”

“แตมแยกกับเชอไวเห็นว่ายังไม่ถึงเที่ยงเลยจะไปรับพี่ไปทานข้าวกัน กลัวตอนนั้นพี่ติดคนไข้ก็เลยไม่ได้โทร”

“เหรอ”

“พี่ไปไหนมา”

“ไป ธุระน่ะ” พี่ทัชไม่เคยเป็นคนที่ถามคำตอบคำอย่างนี้มาก่อน ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น นับวันยิ่งเฉยชา รอยยิ้มอ่อนโยนค่อยๆจางหายไปทีละเล็กทีละน้อย

เพราะผม หรือเพราะใคร...คุณนันท์นลินคนนั้นหรือเปล่า

ได้แค่คิดไม่กล้าถาม ถึงถามก็ไม่รู้ว่าจะได้คำตอบหรือเปล่า ผมฝืนยิ้มเท่าที่จะฝืนได้มากที่สุด ตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องไม่ให้บรรยากาศแย่ไปกว่านี้

“แตม ทำกับข้าวไว้ มีของชอบพี่ด้วย ทานข้าวเลยไหมครับกำลังร้อนๆ”

“พอดี พี่ทานมาแล้ว ขอโทษนะแตมทานได้เลย พี่จะนั่งทำงานสักหน่อย” ความหมายคือไม่อยากให้ผมรบกวนหรือเปล่า

จากนั้นพี่ทัชก็เดินเข้าห้องนอนไป ทิ้งผมเอาไว้...คนเดียว


หลายวันแล้วสถานการณ์ของเราก็ยังมึนๆตึงๆไม่เปลี่ยน อยากจะปรึกษาไอ้กรรณก็เกรงใจมันเพราะมันกำลังเครียดเรื่องสถานที่จัดงาน นอกจากมันผมก็ไม่มีเพื่อนสนิทที่ไหนอีกแล้ว มือกดไล่รายชื่อที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์ ก่อนจะยิ้มออกมาได้เมื่อเห็นชื่อของคนคนหนึ่ง

[ว่าไงแตมลูก]

“แม่!

[เป็นอะไรร้องเสียงดังลั่นเลย นี่เสาร์อาทิตย์นี้จะกลับบ้านหรือเปล่า พ่อเขาถามหา / ไม่ได้ถาม] เสียงพ่อแทรกมา ผมขำคนปากแข็ง เมื่อก่อนสนิทกันมากแท้ๆ เดี๋ยวนี้กลายเป็นคนซึนไปแล้ว

“กลับสิกลับ แต่คงไปแค่วันเสาร์ไม่ได้ค้างนะ วันอาทิตย์นัดไอ้กรรณกับแฟนไว้ว่าจะไปช่วยมันดูสถานที่จัดงานแต่งน่ะ...แม่ แตมมีเรื่องอยากถาม”

[ว่าไงลูก มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า] สมกับเป็นแม่ แค่ได้ยินเสียงก็รู้แล้วว่าผมกำลังกังวลอยู่

“แตม...ถ้าเกิดว่ามีคนเข้าใจเราผิดหรือน้อยใจเรา แม่ว่าเราจะควรจะทำยังไงดี”

[ใครล่ะ ทะเลาะกับกรรณเหรอ]

“เปล่า แตมแค่...ถามเฉยๆ”

[อืม ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต้องคุยกันเคลียร์กันให้เข้าใจนะลูก ปล่อยเอาไว้นานไม่ดีจะเสียเพื่อนเปล่าๆ]

“ถ้าเกิดว่าเขาไม่ได้พูดออกมาว่าน้อยใจแต่เรารู้สึกได้ว่าเขาน้อยใจจากท่าทีของเขา แล้วถ้าเกิดเราไปพูดก่อนเขาไม่ยอมรับไม่หน้าแตกเหรอแม่”

จากที่เป็นฝ่ายปฏิเสธ ตอนนี้กลายเป็นถูกปฏิเสธแทน มีเวลาว่างพอชวนไปไหนพี่ทัชก็เลี่ยงทั้งหมด แม้แต่ไปวิ่งออกกำลังกายที่สวน ลงไปฟิตเนสด้านล่างก็ไม่ยอมไปแล้ว อ้างว่างานหนัก บางครั้งก็กลับบ้านดึก พยายามคิดว่าเป็นเพราะที่พี่ทัชชวนหลายครั้งแต่ผมกลับไปกับเชอรีนเลยทำให้พี่เขาน้อยใจหรือเปล่า แต่ลึกๆก็แอบกังวลเรื่องที่พยาบาลฝึกหัดคุยกันตอนนั้นไม่น้อย

[แค่นี้ก็กลัวแล้วเหรอ กล้าๆหน่อยสิวะ] เป็นเสียงพ่อที่ตอบกลับมา คิดว่าแม่คงเปิดลำโพงเอาไว้ฟังด้วยกัน

“ก็แตม...”

[เป็นลูกพ่อต้องไม่กลัวกับเรื่องแค่นี้ ถ้าพูดไปเขาไม่ยอมรับอย่างน้อยก็แสดงความจริงใจให้เห็นว่าเราแคร์เขาแค่ไหน แต่ถ้ากลับกันไม่ยอมพูดจา เขาจะคิดว่าเราไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ เป็นลูกผู้ชายต้องชัดเจน หนักแน่น]

“...นั่นสิ” จริงอย่างที่พ่อบอก คำพูดไม่กี่ประโยคปลุกผมให้มีความกล้าขึ้น อย่างน้อยก็ถือว่าเราได้พูดแล้ว “พ่อเก่งจังเลย”

[ไม่งั้นจะอยู่กับแม่แกได้นานเท่านี้เหรอ เห็นพ่อกับแม่เคยมีปัญหาทะเลาะกันใหญ่โตไหม ทุกวันนี้รักกันดีเหมือนตอนจีบกันใหม่ๆก็เพราะว่าพ่อมีความชัดเจน ดูแลใส่ใจแม่มาตลอด จำไว้นะแตม คนเรามีปัญหาอย่าปล่อยเอาไว้ มันจะบานปลาย สุดท้ายก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้วก็ต้องมานั่งเสียใจ]

“อือ แตมจะจำเอาไว้ ขอบคุณนะครับพ่อ แม่”

หลังจากวางสายผมก็นั่งทบทวนความคิดทุกอย่างอีกครั้ง แววตาเป็นประกายมุ่งมั่นไร้ซึ่งความลังเลอีกต่อไป คำว่าชัดเจนที่พ่อบอกช่วยทำให้ผมคิดได้

คงถึงเวลาแล้วที่ผม...จะขอพี่ทัชมาเป็นแฟนให้ชัดเจนสักที

ภาวะนาขอให้อีกฝ่ายตอบรับด้วยเถอะนะ เฮ้อออ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.257K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,949 ความคิดเห็น

  1. #2941 ่Jekkmoly (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 เมษายน 2564 / 00:15
    คนไข้นี่ใครกันนะ คนเก่าของพี่ทัชหรือชอบพี่ทัช?? ยัยน้องมาโอ๋
    #2,941
    0
  2. #2898 soul_hyukjae (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 04:11
    เห้อออ น้องนะน้อง
    #2,898
    0
  3. #2834 CallistoJpt (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 16:07
    รีบๆหันหน้ามาคุยกันเร็วๆนะทั้งสองคน
    #2,834
    0
  4. #2785 kwangB (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 19:02
    คนไข้คนนิเนีายแฟนเก่าคนพี่รึเปล่านะ อาจจะเป็นคนที่จะทำร้ายน้องก็ได้!!
    #2,785
    0
  5. #2778 rnhaha (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 12:27
    เค้าตึงใส่กันอ่ะ มันเจ็บจี๊ดๆ
    #2,778
    0
  6. #2736 0804211939 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 02:31
    ตื่นเต้นนน ใครคือคนร้ายนะ คนอ่านสับสนไปหมดแล้ววว
    #2,736
    0
  7. #2719 tang_thai°°° (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 12:14
    คนที่จะมาบีบคอน้องคืออะไรอะ น่ากลัว
    #2,719
    0
  8. #2673 Ruruka Buta (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 23:33
    น้องแตมสู้ๆๆ // คนไข้พี่หมอเป็นคนร้ายแน่เลย // เชอรีนคงแค่อยากเรียกร้องให้กลับมาคืนดีแค่นั้นปะ
    #2,673
    0
  9. #2634 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 17:20
    ยังไงนะ อยากรู้แล้วววว
    #2,634
    0
  10. #2591 Jing (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 15:08

    เอ๊ะ ตดลงยังไงใครเป็นคนคิดปองร้ายน้องกันแน่นะ งืมๆๆ

    #2,591
    0
  11. #2551 baekbow (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 14:52
    นัทนลินอะไรนั่น อาจเป็นคนที่ปองร้ายแตมอยู่ก็ได้นะ ถึงจะไม่รู้เหตุผลก็เถอะ แต่คิดอีกที นางอาจชอบพี่หมอแล้วมาหึงแตมก็ได้ // พี่หมอทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยอ่ะ เข้าใจว่าหึงแต่ทำแบบนี้ก็สงสารน้อง // เชอรีนนี่พยายามพูดถ่านไฟเก่าป่ะ แตมก็อย่าซื่อนักเลย
    #2,551
    0
  12. #2525 polar Co., Ltd. (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 00:06
    ตกลงจดหมายปริศนานี่ยังไงนะ
    #2,525
    0
  13. #2470 LMLM (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 11:06
    น้องซื่อเกินไปปป
    #2,470
    0
  14. #2455 Miki_milky (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 09:16
    พี่ทัชอย่าน้อยใจน้องสิ
    #2,455
    0
  15. #2424 meawsu1508 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 11:05
    แฟนเก่าอะ เลิกแล้วคุยกันได้ เป็นเพื่อนพี่น้องกันได้ แต่ไม่ใช่ไปไหนด้วยกันสองต่อสองบ่อยๆได้นะ เป็นเราเราก็ไม่โอเควะหนู
    #2,424
    0
  16. #2417 RealThxnB (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 07:41
    ง้อพี่เขาเร็วๆเลยลูกกกกก
    #2,417
    0
  17. #2004 Konrafah (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 12:52
    น้องยังไม่ชอบให้พี่ไปกับคนอื่นเลย แลว้น้องไปกับแฟนเก่าอะ
    #2,004
    0
  18. #1446 JJ_II_BB (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 23:19
    บางทีคนเราก็ต้องมีนอยบ้างอะ
    #1,446
    0
  19. #1443 180126 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 19:18

    น้องเอ๊ยยยยยย

    #1,443
    0
  20. #1442 ApisaraDarai (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 18:43
    อย่าเมินน้องงง
    #1,442
    0
  21. #1440 AmadAisphak (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 14:21
    ต่างคนต่างนอยกัน แงงง
    #1,440
    0
  22. #1439 Sunflower.W (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 13:00
    บุกเลยลูก ตาพี่เขาโกรธเพราะเราไปคุยกับยัยน้องเชอแหละ สนิทขนาดไหนก็ได้ชื่อว่าแฟนเก่าเด้อ
    #1,439
    0
  23. #1438 yamakawaii (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 12:58
    อิพี่ทัชทำเป็นเมินน้อง น้องหนีไปแล้วจะรู้สึก หึ่มม
    #1,438
    0
  24. #1437 Hanami8686 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 11:51
    น้องแตมสู้ๆนะ
    #1,437
    0
  25. #1436 earnny_13 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 10:41
    แตมสู้ๆเด้อ
    #1,436
    0