END - สัมผัส@รัก (สนพ.2U Publishing)

ตอนที่ 20 : สัมผัสครั้งที่ 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,055
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,369 ครั้ง
    31 ส.ค. 62


“เชี่ย!” ผมผุดลุกด้วยความไวเพราะสะดุ้งจากฝันร้าย ก่อนที่จะต้องทิ้งตัวลงนอนตามเดิม หัวหนักเหมือนถ่วงลูกตุ้มเหล็กเอาไว้ ฝูงซอมบี้นับร้อยๆตัวที่รุมไล่ต้อนจนต้องไต่ขึ้นไปตามตู้เอกสาร มือไม้มันที่รุมกันดึงเท้าผมสมจริงซะจนหัวใจยังเต้นแรงด้วยความหวาดกลัว

“โอ๊ยย ปวดหัว...ที่ไหนเนี่ย”

ห้องที่นอนอยู่ไม่ใช่ห้องที่คุ้นเคยเลย เตียงไม่ได้นุ่มอย่างที่คอนโดฯ ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนสากๆสีดำเป็นของใหม่ก็จริงแต่คงราคาไม่แพงมาก เมื่อกี้พลิกตัวทีเอาแก้มไปถูแสบหน้าหมด ผนัง พื้นและเพดานเป็นปูนเปลือยไม่มีของตกแต่งอะไร ลักษณะเหมือนเอาไว้ใช้นอนเฉยๆไม่ได้อยู่อาศัย

ว่าแต่นี่มันห้องใครเนี่ย

“ตื่นแล้วเหรอ” ห้องไม่คุ้น แต่เสียงเนี่ยคุ้นมากกกกกกก

ยิ่งดวงตาคมดุไร้กรอบแว่นของคนที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำ ผมยุ่งน้อยๆไม่ได้จัดแต่งทรง อย่างคนตื่นนอนมาสภาพไหนก็ปล่อยเอาไว้สภาพนั้นไม่ได้ทำให้ความหล่อลดลง ใบหน้าเปียกชื้นน้อยๆ มีผ้าขนหนูสีขาวพาดอยู่บนไหล่ เสื้อผ้ายังคงเป็นชุดเดิม เหมือนกันกับผมที่ก้มลงไปมองชุดตัวเองก็คงเป็นชุดเดิม

เพียงแต่ไม่เรียบร้อยเท่าไหร่ กระดุมไม่ได้ติด กางเกงยีนส์ก็ถูกปลุดรูดซิปลงไปเล็กน้อย

“แหะ”

“รู้ไหมว่าเมื่อคืนหนูดื้อมากเลยนะ พี่บอกให้อยู่ห้องแต่กลับแอบตามมา ถ้าอยากมาจริงๆทำไมไม่บอกดีๆครับ พี่พามาได้ แล้วยังนั่งแท็กซี่ดึกดื่นอันตรายอีกต่างหาก เกิดคนขับพาไปปล้นขึ้นมาจะทำยังไง หรือไม่ก็คนที่ไม่หวังดีฉวยโอกาสที่อยู่คนเดียว” พี่ทัชบ่นยาวเหยียวก้าวขามาหยุดข้างเตียง เสียงก็ดุตาก็โคตรดุ พาให้นึกถึงเวลาพวกพี่พยาบาลนินทา แค่กๆ เล่าให้ฟังว่าคุณหมอคนนี้เวลาทำงานเข้มงวดแค่ไหน

ผมไม่ได้ถูกดุบ่อย ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งแรกที่จริงจังขนาดนี้

“หนูปวดหัว”

“อ้อนเก่ง รู้ว่าอ้อนแล้วพี่จะใจอ่อนก็ทำไม่หยุดเลยนะ” เกลียดจังคนรู้ทันเนี่ย งั้นไม่อ้อนก็ได้ เปลี่ยนเรื่องแทน

“ที่นี่ที่ไหน...อ่า โอเคครับ แตมขอโทษ ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว แตมเป็นห่วงพี่นี่นา ออกมาข้างนอกดึกๆมันอันตราย พี่ก็รู้ยังออกมาอีก พี่ห่วงแตมแค่ไหน แตมก็ห่วงพี่ไม่ต่างกันหรอก”

พอถูกตอบกลับด้วยน้ำเสียงและสายตาที่มุ่งมั่น พี่ทัชก็ถอนหายใจ ยอมตามน้ำไม่ดุแล้ว

“ร้านของไอ้จินั่นแหละครับ อยู่ชั้นบน หนูเมามากพี่เลยไม่ได้พากลับห้อง นี่เป็นห้องของมันที่เอาไว้ใช้นอนบางครั้งน่ะ”

“อ้อ” มิน่าล่ะไม่มีข้าวของอะไรเลยนอกจากเตียงกับตู้เสื้อผ้าเล็กๆ “ปวดหัว”

“เมามากเลยนะเมื่อคืน พี่เผลอคุยกับเพื่อนแป๊บเดียว หนูดื่มไปตั้งหลายแก้ว แถมยังตะโกนเสียงดังลั่นร้านเลยด้วย”

“อ่า แตม...จำอะไรไม่ได้เลย รู้แค่ว่านั่งๆอยู่ภาพก็ตัด แหะ”

“จำไม่ได้? สักนิดก็จำไม่ได้เหรอ” ผมส่ายหน้า พี่ทัชมองมานิ่งเดาสายตาไม่ออก “เมื่อคืน...ในห้องนี้ หนูจำอะไรได้บ้างไหม”

ห้องนี้เหรอ...ภาพบางอย่างตัดวูบวาบไปมา...ไม่ต่อเนื่อง...พี่ทัชพาผมขึ้นมาบนนี้...ผมดึงพี่เขาล้มแล้วขึ้นคร่อม...จากนั้นก็...

“เราได้กันแล้วเหรอ!!!

พี่ทัชฟังแล้วก็ทำหน้าเหมือนจะหัวเราะก็ไม่ได้ร้องไห้ก็ไม่ออก ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ที่พูดออกมาตรงๆ ด้วยสีหน้าใสซื่อแบบนี้ หนูทำให้พี่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตาแก่หลอกเด็กมากเลยรู้เปล่า”

“....” ผมพูดไม่ออก เมื่อกี้แค่เผลอตะโกนออกมาเท่านั้นเอง พอนึกขึ้นได้ว่าพูดอะไรออกไป อาการอายดีเลย์ก็เกิดขึ้น เขินจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเลยยกผ้าห่มขึ้นมาปิดจนเหลือแค่ตา “ตะ แตม ไม่ได้ งืออออออ”

“หึหึ ลุกไปล้างหน้าล้างตาเถอะครับ จะได้กลับกัน นี่เกือบเที่ยงแล้ว”

“แล้ว...ตกลง...เรา” ถามแบบละเอาไว้ให้คนฉลาดเข้าใจเอง พี่ทัชหลุดขำพรืดออกมา

“แค่เกือบครับ หนูจับพี่กดกับเตียง พอเกือบๆก็ดันหลับไปซะก่อน ทิ้งพี่เอาไว้คนเดียว” เสียงหยอกปนเซ็งเล็กๆในตอนท้าย ผมอายยิ่งกว่าเดิมอีก

นี่ปล่อยให้เมียค้างเหรอเนี่ย แงงงง ไอ้แตมมมม

กายหยาบนั่งเขินจนหน้าร้อน แต่กายละเอียดตีอกชกหัวตัวเอง ทั้งเสียดาย ทั้งโมโห ทำไมพลาดได้วะ ทำไมไม่จับพี่มันทำเมียตั้งแต่เมื่อคืน ไอ้อ่อนแตมเอ๊ย

เฮ้ย ไม่ใช่สิ ไหนบอกจะเป็นสุภาพบุรุษไง

“แตมขอโทษ”

“ไม่เป็นไรครับ”

“แตมไม่ได้ตั้งใจจะหลับก่อน” แล้วทิ้งให้พี่อารมณ์ค้างนะ

“หึหึ เหมือนเราจะคิดกันไปคนละเรื่องนะ เอาเถอะ นี่ผ้าเช็ดตัวไปอาบน้ำล้างหน้าก่อน พี่มีชุดสำรองอยู่หลังรถหยิบขึ้นมาไว้ในห้องน้ำให้แล้ว หนูก็ใส่เสื้อผ้าพี่ไปก่อนแล้วกัน”

“แล้วพี่ล่ะ”

“เดี๋ยวพี่ยืมเสื้อไอ้จิได้” พี่เขาส่งผ้าเช็ดตัวมาให้ ส่วนตัวเองก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า แกะกระดุมเสื้อตัวเดิมออกเพื่อจะหยิบตัวใหม่มาใส่ ตอนที่กำลังงงว่าทำไมต้องใส่ออกมาด้วยทั้งที่จะเปลี่ยนเสื้อใหม่อยู่แล้ว แผ่นหลังขาวเนียนก็ปรากฏในสายตา

หน้าร้อนวูบวาบขึ้นมาอีกครั้งเพราะว่าบนหลังนั้น...มีรอยเล็บสี่รอยยาวพาดเฉียงทางขวาขึ้นไปถึงหัวไหล่

ผมข่วนพี่ทัชเหรอ?

ไอ้บ้าแตมเอ๊ย นี่ถึงขนาดไหนเนี่ยถึงได้ไปข่วนหลังได้ ขั้น เอ บี หรือซี แงงง อยากรู้แต่ไม่อยากถาม หนีเข้าห้องน้ำมาสงบจิตสงบใจ แทนที่จะดีกว่ากลับแย่ลงเพราะทันทีที่ถอดเสื้อออก ผมเองก็ไม่ได้ต่างไปจากพี่ทัชแม้แต่น้อย

ผิวขาวๆเนียนลื่นมีจุดสีแดงแต่งแต้มบนแผ่นอกหลายต่อหลายจุด ถ้าเกิดว่าไม่มีความทรงจำเมื่อคืนเหลืออยู่เล็กๆน้อยๆ ภาพตอนพี่ทัชโน้มลงมา...กดปากลงบนอก...ย้ำๆ...ซ้ำๆ

เสียงร้องที่คล้ายกับเสียงของผมดังก้องอยู่ในหัว

“อ๊ะ...อื้ออ...เจ็บ...อาา...สะ...เสียว”

“โอ๊ยยยยยยยยย”

ก๊อกๆๆๆ

“แตม เป็นอะไรครับ ล้มเหรอ” เสียงเคาะกับเสียงร้องเรียกของพี่ทัชดังขึ้นหลังจากผมขยี้หัวตัวเองแล้วตะโกนด้วยความเขิน “พี่เข้าไปนะ”

“ไม่ๆ ไม่ต้องเข้ามา แตมแค่..แค่ ฮืออออ”

“หนู เป็นอะไร ล้มก็บอกอย่าปิดบังพี่ พี่เป็นห่วง ให้พี่เข้าไปดูหน่อย”

“ไม่ได้ ถ้าเข้าแตมจะโกรธนะ”

“แต่...”

“ไอ้พี่บ้า ทำรอยไว้เต็มไปหมดแล้วจะอยากเข้ามาดูอะไรเล่า ไปไกลๆเลย!!” เจ็บใจนัก ไม่ยอมหรอก ครั้งหน้าจะต้องมากกว่า...รอยบนตัวพี่ทัชจะต้องมากกว่าบนตัวแตมให้ได้ คอยดู!

 

ที่ชั้นล่างบรรยากาศต่างจากเมื่อคืนลิบลับ ดูเงียบอย่างกับร้านร้าง มีคนอยู่แค่ไม่กี่คนหนึ่งในนั้นคือพี่จิที่กำลังนั่งคุยกับใครสักคนที่น่าจะเป็นพนักงานในร้านอยู่ตรงเค้าน์เตอร์บาร์ เมื่อเห็นผมกับพี่ทัชลงไปหาก็กำชับพนักงานอีกสองสามประโยคแล้วหันมาส่งยิ้มให้

“เมื่อคืนหลับสบายไหมครับน้องแตม”

“กะ ก็ดีครับ ขอโทษนะครับที่รบกวน” ผมยิ้มแห้งๆตอบกลับอ้อมแอ้ม จำไม่ได้ว่าเมื่อคืนเมาแล้วทำอะไรไปบ้างแต่รอยยิ้มล้อเลียนนั่น เดาไม่ยากว่าคงสร้างวีรกรรมไว้แน่

“ไม่เป็นไรครับ เล็กน้อยเอง แต่เมื่อคืนเห็นมืดๆว่าหน้ารักแล้ว พอเจอตอนสว่างอย่างนี้...โคตรน่ารักกว่าเมื่อคืนอีก”

“กูกลับแล้วนะ” อยู่ๆพี่ทัชก็แทรกตัวเข้าไปคุยกับเพื่อนตัวเองแทน ผมเลยยืนเอ๋อเพราะถูกแผ่นหลังกว้างบังไว้และกันออกนอกวง

“หวงสัส ไม่กินข้าวด้วยกันก่อนวะนี่จะบ่ายแล้ว พ่อครัวกูเข้ามาแล้วเนี่ย เดี๋ยวสั่งอาหารให้”

“แตมหิวไหม” พี่เขาไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธแต่หันมาถามผมก่อน และผมก็ไม่ได้ตอบด้วยคำพูดแต่เป็นเสียงท้องที่ร้องดังให้อับอายขายหน้า เสียงพี่จิหัวเราะอารมณ์ดีลั่นร้านและพี่ทัชที่ขำในคอ

“กะ ก็เมื่อวานไม่ได้ทานข้าวเย็นนี่ครับ พอพี่ออกจากห้องแตมก็ตามมาเลย”

“ฮ่าๆๆ ถ้างั้นไปนั่งโต๊ะชั้นบนดีกว่านะ” เจ้าของร้านพากลับไปที่บันไดวนอีกครั้ง “เดินขึ้นบันไดไหวไหมน้องแตม หรือว่าต้องใช้ลิฟต์ เรามีลิฟต์ขนของพนักงานด้านหลังนะ”

“ไหวครับ”

“ถ้าปวดก็บอกได้ ไม่ต้องเกรงใจนะ พี่เข้าใจๆ”

“ไม่ปวดเท่าไหร่หรอกครับ แค่นิดๆหน่อยๆ แตมไหวจริงๆ”

“โห่ แข็งแรงเหมือนกันนะนี่เรา เมื่อคืนไม่หนักหรือว่าบ่อยล่ะหืม”

“ไม่บ่อยเท่าไหร่หรอกครับ นานๆครั้งเองน่ะ”

“หนู พอแล้ว มึงเลิกแกล้งน้องแล้วนำไป” พี่ทัชหันมาห้ามให้ผมหยุดตอบแล้วหันไปดุเพื่อนตัวเอง พี่จิไม่ได้มีท่าทางกลัวอะไรเลย เดินหัวเราะขึ้นบันไดไป ผมเลยแอบกระซิบถามด้วยสีหน้าระแวง

“พี่รับรักษาเพื่อนพี่หรือเปล่าอะ แค่แตมปวดหัวถึงกับต้องขึ้นลิฟต์เลยเหรอ?

คนฟังไม่ได้ตอบอะไรนอกจากส่ายหน้าจูงมือผมตามขึ้นไป ทิ้งให้ผมงงอยู่กับความคิดตัวเอง ก็มันจริงนี่นา แค่กินเหล้าไม่บ่อย นานๆครั้งแล้วก็ไม่ค่อยดื่มหนัก ทำไมต้องเดินอ้อมไปขึ้นลิฟต์ด้วยล่ะ

งง


**********



“เป็นไงบ้างมึง” ไอ้กรรณเอาข้อศอกมาสะกิดสองสามครั้ง สายตามันคอยแอบมองพี่ทัชที่กำลังช่วยอิงจัดจานบนโต๊ะอาหาร ที่จริงหน้าที่นี้ควรเป็นของคนที่ทำอาหารไม่เป็นอย่างมันมากกว่า แต่คนทอดไข่ยังกลายเป็นซากฟอสซิลกลับไล่แฟนตัวเองไปแล้วอาสาช่วยผมหั่นผักแทน

“วันนี้คงต้องแจกยาแก้ท้องเสีย”

“เวอร์ละ กูแค่ช่วยหั่นผักหั่นหมูมันจะเสียได้ไงวะ ถ้าปวดท้องก็ต้องเป็นเพราะฝีมือมึงดิ มึงเป็นคนปรุง”

“อย่างมึงแค่หั่นๆสับๆก็ทำให้คนตายได้แล้ว ดูดิ สับหมูยังไงติดกันเป็นแพ ผักก็ท่อนเท่าฟืน มึงจะเอาไปก่อกองไฟหรือไง” แล้วสุดท้ายผมก็ต้องมาตามแก้งานให้มันอยู่ดี ช่วยก็เหมือนไม่ช่วย “ทำไมไม่ให้อิงมาทำวะ”

“เออน่า มีเรื่องจะคุยกับมึงนี่หว่า ที่กูถามว่าเป็นไงบ้าง ไม่ได้หมายถึงกับข้าว กูหมายถึงพี่หมอต่างหาก อัพเดตมาเดี๋ยวนี้” มันใช้ศอกสะกิดอีกรอบ พยักเพยิดหน้าไปทางพี่ทัช

“เรื่องไหนล่ะ”

“ก็จีบติดยัง”

“หึ” พอส่ายหน้าแล้วแบะปากไอ้กรรณก็ร้องอ้าวเสียงดังจนอิงกับพี่ทัชหันมามอง มันแกล้งแถทำเป็นถามเรื่องหั่นผักว่าต้องหั่นแบบนี้นี่เอง สองคนนั้นเลยเลิกสนใจเรา

“ไม่ติดแล้วทำไมชวนย้ายมาอยู่ด้วยกันวะ มึงอย่ามาอ้างเรื่องน้ำรั่วท่อแตกอะไรที่ห้องพี่หมอเลยนะ ถ้าแค่นั้นไปหาที่อยู่ใหม่ก็ได้นี่ เคยเล่าว่าพี่เขามีเพื่อนไม่ใช่เหรอ ไปขออาศัยกับเพื่อนน่าจะมีเหตุผลกว่ามาอยู่กับคนเพิ่งรู้จักไม่กี่เดือนอย่างมึง”

“ก็กูชวน เขาตกลง ก็ย้ายไง แค่นี้เองทำไมมึงโง่เนี่ยกรรณ”

“แต่ถ้าเป็นกูนะ ไม่สนิทขนาดญาติพี่น้องหรือแฟนก็ไม่ย้ายปะวะ ท่าทางพี่หมอก็ดูเป็นคนโลกมีโลกส่วนตัวระดับหนึ่งนะ ขนาดกูเจอหลายครั้งแล้วยังเกร็งๆอยู่เลย”

“พี่ทัชใจดี” ผมย้ำ

“เออ ก็ใจดีแค่กับมึงไง ที่จริงแล้วเขาอาจมีใจให้มึงก็ได้นะ” ไอ้กรรณกระซิบในกระซิบ จากที่พูดเบาอยู่แล้วก็เบากว่าเดิม

“ไม่หรอก” ผมหน้าสลด จนป่านนี้ก็ไม่รู้เลยว่าพี่ทัชชอบกันบ้างหรือยัง ถึงจะนอนกอดกัน จูบกันแต่ก็อาจเป็นแค่เผลอหรืออารมณ์พาไปก็ได้ ตอนที่เมาจนเกือบเกินเลย ก็เพราะว่าเมาไง คนเมาจะไปคิดอะไรมากล่ะ

“ตกลงกูหรือมึงกันแน่ที่โง่ เฮ้อออ บางทีกูก็สงสารพี่ทัชนะ ชัดเจนขนาดนั้นมึงยังไม่รู้สึกตัวอีก เอาง่ายๆเลยนะ ตั้งแต่ย้ายมาเขาเคยมีทีท่าจะย้ายกลับไปไหม กูว่าดีไม่ดีขอเนียนอยู่ต่อ ย้ายถาวรเลยมากกว่า”

อยากจะเห็นด้วยกับไอ้กรรณนะ ยิ่งพี่ทัชทยอยขนของมาเกือบหมดห้อง บางทีผมก็แอบคิด ของบางอย่างไม่จำเป็นต้องเอามาด้วยซ้ำก็ยังขนมา

ความรู้สึกที่เหมือนจะชัดเจนแต่ก็ไม่ชัดเจนนี่พูดลำบากจริงๆ

“ไม่ใช่ว่าไม่รู้ กูแค่ไม่อยากจะเข้าข้างตัวเอง เขาไม่ได้พูดอะไรชัดเจน กูก็กลัวว่าพอขอเป็นแฟนแล้วสุดท้ายเขาเอ็นดูแค่น้องชาย อารมณ์ประมาณ บ้า! แกอะหลงตัวเอง มันจะเข้าหน้ากันไม่ติด กูกลัวจะเสียพี่ทัชไป” อยากมั่นใจมากกว่านี้ ไม่อยากให้ความรู้สึกของผมทำให้พี่เขาถอยห่าง จนสุดท้ายแม้แต่ความเป็นพี่น้องก็ไม่เหลือ

“สรุปคือ ที่เขาเรียกหนูบ้าง แตมครับบ้างนี่คิดว่าเขาหยอกมึงเฉยๆว่างั้น”

“.....” ผมไม่มีคำตอบให้ไอ้กรรณ เพราะว่าตัวเองก็ไม่รู้

“เออๆ กูไม่บังคับให้มึงตอบหรอก อย่างทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ดิวะ ค่อยๆเป็นค่อยๆไปก็ดีเหมือนกัน จะได้มั่นคง ยังไงพี่หมอก็คงไม่หนีไปมีแฟนตอนนี้หรอก ถึงแม้ว่าที่มึงเล่าให้ฟังว่าพยาบาลฝึกหัดที่แผนกจะสวยๆกันทั้งนั้นก็เถอะ ทำงานใกล้ชิดกันทุกวัน หินแข็งๆอย่างนั้นคงไม่ใจอ่อนง่ายๆ”

“ตกลงมึงจะยุกูหรือให้กำลังใจกูกันแน่”

“ฉลาดนี่หว่า” ไอ้กรรณเอานิ้วจิ้มหัวผมแรงๆสองที “เรื่องอื่นฉลาดหมด แต่เรื่องความรักนี่โง๊โง่อะมึง อย่างว่าคนอย่างน้องแตมไม่เคยเข้าหาใครก่อน มีแฟนมาแล้วสี่คนก็ผิวเผินเหมือนไม่มี คบไม่นานก็โดนบอกเลิก”

“ถ้ามึงจะซ้ำเติมกันนะไอ้กรรณ” จับพริกหยวกยัดปากซะเลย ไอ้กรรณไอแค่กๆ อยากจะคายก็ทำไม่ได้เพราะมือข้างหนึ่งผมปิดปากมันไว้ อีกข้างก็ล็อกข้างหลังหัวไม่ให้มันดิ้น

“เล่นอะไรกันเนี่ย” อิงถามเหมือนจะสงสัยแต่ไม่หรอก กำลังยืนหัวเราะพวกเราสองคนอยู่ข้างๆพี่ทัชต่างหาก อิงเป็นคนที่รักแฟนมาก ถ้าแฟนถูกแกล้งจะรีบเข้ามาช่วยทันที...ผมหมายถึงช่วยแกล้งน่ะนะ

“ไอ้กรรณมันหิวจนทนไม่ไหว เลยหน้ามืดคว้าพริกหยวกมากินน่ะสิ เราว่าอิงมาช่วยเราทำกับข้าวดีกว่านะ ก่อนที่จะต้องย้ายไปแอทมิดโรงบาลกันหมดเพราะฝีมือการหั่นห่วยๆของมัน”

“ฮ่าๆๆ โอเค งั้นกรรณไปจัดโต๊ะไป อิงทำตรงนี้เอง”

อาหารมื้อนี้เลยผ่านไปด้วยดีเมื่อไอ้กรรณยอมถอยไปจัดโต๊ะ ใช้เวลาไม่นานก็ได้นั่งกินกันซะที เรากินไปนั่งคุยเรื่องจิปาถะในชีวิตช่วงที่ไม่ได้เจอกันหลายวัน เมื่อก่อนสองคนนี้จะชอบเข้ามากินข้าวด้วยบ่อยๆ พอมีพี่ทัชเข้ามาในชีวิตผม ความถี่ก็น้อยลง คล้ายกับว่าคงเบาใจที่ผมมีคนอยู่ด้วยไม่เหงา ที่จริงเคยบอกมันไปแล้วว่าไม่ต้องห่วงมากก็ได้ ผมอยู่คนเดียวได้ไม่น้อยใจหรอก

ผมรักเพื่อนสองคนนี้มากเลย ไอ้กรรณที่ไม่เคยทิ้งผมไปไหนแม้มันจะมีแฟน กับอิงที่เข้าใจความเป็นไอ้กรรณและดีกับผมมากๆ

“จริงสิคะพี่ทัช อิงว่าจะติดต่อพี่ทัชให้เพื่อนอิง” แต่ตอนนี้ผมเริ่มไม่รักอิงแล้ว!

“พี่ทัชชิมคะน้าผัดน้ำมันหอยนี่สิ อร่อยนะ” ผมรีบขัดขวางด้วยการตักกับข้าวขึ้นมามั่วๆไปวางใส่จานคนข้างตัว นึกแปลกใจว่าไอ้กรรณไม่ได้เล่าให้แฟนมันฟังเหรอว่าผมกำลังจีบพี่ทัชอยู่

“แตม เราถามพี่ทัชอยู่นะ”

“ถามอะไรล่ะ ติดต่ออะไรไม่เห็นจำเป็นเลย พี่ทัชน่ะทำงานหนักจะตายไป บอกเพื่อนอิงเถอะว่าคบกับหมอน่ะไม่เห็นจะดีเลย ไม่มีเวลาให้ด้วยนะ วันๆเจอแต่คนไข้เครียดจะตาย สู้ไปหาคนที่ทำงานด้วยกันดีกว่า บริษัทที่อิงทำงานอยู่คนดีๆที่ยังโสดก็มีเยอะไม่ใช่เหรอ ไหนพี่ทัชจะต้องคอยพาเราออกกำลังกายที่ฟิตเนสทุกเช้า ตอนเย็นก็ต้องกลับมากินข้าวกับเรา กลางคืนก็ไม่ชอบออกไปเที่ยว เสาร์อาทิตย์ชอบอ่านหนังสือดูหนังอยู่ที่บ้านผู้หญิงเขาชอบไปช้อปปิ้งแต่พี่ทัชไม่ชอบนะ แล้วก็...ทุกคนไม่ได้ใจดีเข้าใจแฟนเหมือนอิงหรอกนะ”

ทำไงดี ผมจะหาข้ออ้างอะไรอีกดี

“พี่ทัชก็เหมือนกัน อย่าเพิ่งไปรับปากนะครับ คนที่ยังไม่เจอหน้าจะชอบกันได้ยังไง แล้วแตมได้ยินว่าเพื่อนอิงทำงานตำแหน่งสูงๆแต่ก็งานหนักกันทั้งนั้นเลย พี่ก็งานเยอะทางโน้นก็งานเยอะ ต่างคนต่างไม่มีเวลา คบไปสุดท้ายก็ไม่ได้เจอหน้ากันอยู่ดี แค่ทำงานก็เหนื่อยแล้วนะครับ”

สู้มาคบกับคนที่ทำงานอยู่บ้าน มีเวลาสแตนบายให้พี่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงดีกว่า

ทั้งโต๊ะมีแต่ความเงียบ สีหน้าแต่ละคนคืออึ้งมาก คล้ายกับฟังที่ผมพูดไม่เข้าใจ แต่ไม่นานไอ้กรรณ อิงแม้แต่พี่ทัชก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

“ใจเย็นนะแตม” อิงขำจนหน้าแดง จิบน้ำก่อนจะพูดต่อ “เราไม่ได้จะแนะนำเพื่อนให้พี่ทัชแบบนั้น คือเพื่อนเรามีปัญหากับสามีแล้วเครียดมากก็เลยกำลังมองหาจิตแพทย์น่ะ”

“อ้าว”

“ฮ่าๆๆๆ ไอ้เอ๋อเอ๊ย อะไรเอ่ยร้อนตัววะ”

“มึงเงียบเลยไอ้กรรณ” ด่ามันแล้วหันไปหาอิงอีกรอบ “ตะ แต่เมื่อกี้อิงบอก บอกว่า...”

“ใช่ เราอยากแนะนำจิตแพทย์ให้เพื่อน แล้วพี่ทัชก็เป็นจิตแพทย์ไม่ใช่เหรอ”

เออว่ะ นี่ผมคิดไปถึงไหนเนี่ย อิงเป็นคนดี เป็นเพื่อนที่ดีจะตาย และไอ้กรรณก็ไม่เคยมีเรื่องอะไรปิดบังอิง เป็นไปไม่ได้ที่มันจะไม่เล่าเรื่องผมจีบพี่ทัชให้แฟนมันฟัง

โง่อีกแล้วไอ้แตม

“เพิ่งรู้นะครับว่าแตมคิดว่าคบกับหมอไม่ดี” พี่ทัชมองมาด้วยสีหน้าที่เดาไม่ออกว่าคิดอะไร ย้อนกลับไปทบทวนคำพูดแล้วอยากจะตบปากตัวเอง

“ไม่ๆ แตม...ไม่ได้คิดแบบนั้น”

“...”

“จริงๆนะพี่ทัช หนูไม่ได้คิดแบบนั้นเลย เมื่อกี้นี้มัน...ตกใจ” รีบปฏิเสธแบบนี้เหมือนคนร้อนตัวไปหรือเปล่า แต่ผมลนลานเพราะว่าเดาใจเขาไม่ออก

“หึหึ โอเคครับ ไม่คิดก็ไม่คิด อย่าทำหน้าอ้อนสิ แค่นี้พี่ก็ใจอ่อนไปหมดแล้ว” ง่า พี่ทัชดาเมจอีกแล้ว รอยยิ้มล้อเลียนสว่างไสวเจิดจ้าไปทั่วห้อง แสบตาจังเลย

พี่ใจอ่อน แต่แตมใจเหลวแล้วนะ

ผมนั่งเขินก้มหน้ากินข้าวไปเงียบๆ คอยแอบฟังอิงปรึกษาเรื่องที่จะให้เพื่อนเข้าไปคุยกับพี่ทัชที่โรงพยาบาลโดยที่ครั้งนี้ไม่ขัดขวางอีก...เชิญตามสบายเลยครับพี่ ขอเวลาแตมโกยซากเศษใบหน้าตัวเองมาประกอบแป๊บ

 

“หนู อาบน้ำได้แล้วครับ ดึกแล้ว”

“อีกนิดนะครับ” ผมตอบกลับพี่ทัชที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำโดยไม่ได้หันไปมอง มือรัวคีย์บอร์ดอย่างว่องไวเขียนโปรแกรมปรับแต่งเวปไซต์ที่ลูกค้าเพิ่งบรีฟมาใหม่ว่าให้เปลี่ยนเป็นธีมสีขาวแบบสโนว์ๆ รับฤดูหนาวที่กำลังจะมาเยือน

สโนว์ที่ไหนมันจะตกที่อากาศกรุงเทพฯ ณ ปัจจุบัน สามสิบเอ็ดองศา แตมอยากจะบ้า

“ดึกแล้วนะครับ พรุ่งนี้จะตื่นไปวิ่งไหวเหรอ” คนบ้าออกกำลังกายยังไม่ยอมแพ้ มายืนกอดอกกดดันถึงข้างโต๊ะคอมพิวเตอร์

“ใกล้แล้วพี่ เหลือไม่เยอะหรอก ถ้าหยุดมือตอนนี้เดี๋ยวลืมที่คิดไว้”

เสียงพี่ทัชเงียบไปแล้ว ผมนั่งทำงานต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเสร็จในส่วนนี้เป็นที่เรียบร้อย เวลาผ่านมาครึ่งชั่วโมงคนตัวสูงก็ยังไม่ได้หายไปไหน

“อ้าว ไม่นอนเหรอพี่ พรุ่งนี้พี่ต้องไปทำงานนะ”

“พี่รอหนูไง”

“นอนก่อนก็ได้ ปกติพี่ก็นอนก่อนอยู่แล้วนี่” กว่าผมจะไปอาบน้ำและคลานขึ้นเตียงก็โน่นแหละครับ ตีหนึ่งตีสอง

“ทำไมไม่เลือกทำช่วงกลางวันที่พี่ไปทำงานล่ะครับ ดึกๆจะได้พักผ่อน มีเวลาอยู่ด้วยกันไง”

“พี่ไม่รู้ พวกงานออกแบบ คิดไอเดียเนี่ย ยิ่งดึกก็ยิ่งไหลลื่น ที่จริงไม่ได้อยากจะนอนดึกเลยนะ แต่ไม่รู้ทำไมชอบมาคิดได้เอาตอนช่วงเวลานี้ทุกที”

“เฮ้อออ แต่พี่เป็นห่วงนะ” พี่ทัชเดินไปทิ้งตัวนั่งที่ปลายเตียง สายตาดูเป็นกังวล เคยพูดกันหลายครั้งแล้วล่ะที่ผมนอนดึกตื่นสาย บ่นก็บ่อยว่าระบบร่างกายจะรวน ถึงกับซื้อหนังสือนาฬิกาชีวิตมาให้อ่านก็ทำมาแล้ว แต่ผมก็บอกอย่างนี้ตลอดว่าสมองมันแล่นเอาตอนดึก เขาเลยหมดคำที่จะค้าน

“งือออ พี่ อย่างอนหนูนะ” ผมเดินตามไปออดอ้อนเกาะแข้งเกาะขา

“ไม่ได้งอนครับ พี่แค่เป็นห่วง นอนดึกไม่ดีกับสมอง จะทำให้เบลอแล้วก็ลืมง่ายด้วย” เรื่องนี้คงจริงแหละ บางครั้งที่ทำงานโต้รุ่งติดๆกัน ผมก็เบลอบ่อย ลืมนั่นลืมนี่อย่างกับเป็นโรคความจำเสื่อม ยิ่งมีคนเป็นห่วงก็ยิ่งรู้สึกผิด

“งั้นต่อไปแตมจะพยายามนอนเร็วก็แล้วกันนะครับ แต่บางวันถ้าเลี่ยงไม่ได้พี่ก็ต้องเข้าใจแตมนะ คนต้องกินต้องใช้คอนโดฯก็ยังผ่อนไม่หมด ถ้าส่งงานช้าเสียเครดิตลูกค้าก็ไม่จ้างต่อสิ”

“พี่ช่วยแตมได้นะเรื่องนี้”

“ช่วยหาลูกค้าเหรอ”

“ช่วยหารค่าห้อง" 

ยังไงซิ?

"แตมจะได้ไม่ต้องทำงานหนักมากไง ดีไหมครับ ลดภาระ ทั้งค่ากินค่าอยู่”

“ฮ่าๆๆ ขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วห้องพี่ล่ะ”

“ก็ขายต่อ คอนโดฯทำเลดีอย่างนี้ใครๆก็อยากซื้อ นี่เพิ่งรีโนเวทใหม่ด้วย อัพราคาได้กำไร เอามาโปะห้องนี้เลยไง หนูว่าดีไหม” หัวไวอย่างกับคิดเอาไว้ล่วงหน้า เปย์ก็เก่งอีกด้วย

ที่พูดมาผมคิดว่าพี่ทัชพูดเล่นนะ แต่ตอนนี้ทำไมมันเหมือนจะกลายเป็นปรึกษากันจริงจัง ใจหนึ่งก็อยากนะ อยู่กับคนที่รักทำไมจะไม่ชอบ แต่อีกใจก็กลัวว่าถ้าอีกฝ่ายไม่ได้คิดตรงกันแล้วจะถอนตัวไม่ได้

“เอาไว้ค่อยว่ากันดีกว่านะ แตมไปอาบน้ำดีกว่า ไม่งั้นพี่ทัชคงไม่ยอมนอน”

“ดีครับ รีบอาบเลยให้ไว ตาปรือขนาดนี้แล้วยังฝืนทำงานอีก”

“บ่นอีกแล้ว มาเลยๆ เนี่ยแตมเหนื่อยมากเดินไม่ไหวแล้ว พี่ทัชต้องพาแตมไปส่งที่ห้องน้ำ” ผมเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากเห็นคิ้วสวยขมวดเข้าหากัน รีบกระโดดขี่หลังพี่ทัชอย่างไว สองขาเกี่ยวกับเอวไว้ แขนกอดรอบคอ วางคางกับไหล่กว้าง ได้กลิ่นอาฟเตอร์เชฟจางๆข้างแก้มแล้วชื่นใจ

วันนี้ขอทำตัวไม่เป็นสุภาพบุรุษ ลวนลามพี่ทัชหนึ่งวัน

“หึหึ ให้อาบด้วยเลยไหม” พี่ทัชสอดมือไว้ใต้ข้อพับเข่าทั้งสองข้างของผมเพื่อกันตก

“อ่า ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ครับ”

“พี่ถูหลังเก่งนะ”

“ฮ่าๆๆๆ ปะ ไปได้แล้ว แตมง่วงละ” คิดอะไรไม่ออกให้หัวเราะไว้ก่อน แตมไม่รู้ แตมไม่สน แตมโง่อย่างที่ไอ้กรรณมันบอก


--------

พี่ทัชไม่ได้มาเล่นๆนะบอกเลย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.369K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,949 ความคิดเห็น

  1. #2940 ่Jekkmoly (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 23:54
    ย้ยน้องงเอ็นดูววว คิดว่าหนูเป็นฝ่ายรุกเหรอคะ555 ละดูความพูดจนลิ้นพันยัยน้องงง
    #2,940
    0
  2. #2897 soul_hyukjae (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 04:00
    พี่เขาจริงจังนะ

    แต่เอ็นดูวความร้อนตัวลิ้นพันกันของน้องมากอ่ะ
    #2,897
    0
  3. #2833 CallistoJpt (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 15:38
    เอ็นดูความซื่อๆของน้อง เข้าใจกันไปคนละทิศคนละทางกับทั้งพี่ทัชและเพื่อนไปหมดแล้วลูก 555555555555
    #2,833
    0
  4. #2718 tang_thai°°° (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 12:05
    ความร้อนตัวนี้
    #2,718
    0
  5. #2693 08740 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 03:52
    เอ็นดูน้อง555
    #2,693
    0
  6. #2672 Ruruka Buta (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 23:14
    เรื่องนี้สงสารสุดก็พี่ทัชแล้วหล่ะ 555555 // กว่าจะได้แฟน กว่าจะได้เมีย สงสัยคงเกือบจบเรื่อง 5555
    #2,672
    0
  7. #2633 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 17:15
    น้องงงงง555555 เอ็นดูอ่ะน่ารักกกก
    #2,633
    0
  8. #2550 baekbow (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 13:06
    ชอบความเด๋อด๋าของน้องอ่ะ แค่อิงบอกจะแนะนำเพื่อนให้พี่หมอ นี่รีบขวางด้วยเหตุผลนานับประการเลย โคตรเด๋อ 55555 // คนทำงานด้วยไอเดีย มันกะเวลาแน่นอนไม่ได้นะ อย่ามาทะเลาะกันด้วยเรื่องนี้เลย เข้าใจว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพแต่ทำไงได้ล่ะ พี่ทัชต้องเข้าใจน้องนะ
    #2,550
    0
  9. #2497 LittleDeer ' (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 23:52
    น้องยังไม่รับรู้เลยย คิดว่าพี่ทัชเป็นเมียอยู่เลยยยยยย
    #2,497
    0
  10. #2469 LMLM (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 10:58
    น้องน่ารักกก
    #2,469
    0
  11. #2423 meawsu1508 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 10:40
    โอ๊ยยยย ปวดหัวแทนคนพี่5555555555
    #2,423
    0
  12. #2422 zzzPLAzzz (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 10:05
    คุยคนละเรื่องเดียวกันตลอด 555555
    #2,422
    0
  13. #2412 RealThxnB (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 23:23
    ไม่เคยคุยเรื่องเดียวกันสักครั้งเลย5555555
    #2,412
    0
  14. #2371 Strawberrybunny (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 11:23
    เมื่อไหร่น้องจะคุยกับพี่เรื่องเดียวกัน สงสัยต้องทำให้ดู เปิดตาที่สามก่อนล่ะมั้งพี่ทัชชช5555555 ลุยโลด
    #2,371
    0
  15. #1374 Praewapr (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 23:51

    ล่าสุดคือพี่แกจะขายห้องแล้วย้ายมาอยู่กับน้องละจ้า

    #1,374
    0
  16. #1372 Sasipandaw (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 22:01
    พี่หมอทำเป็นเนียนเลยน้าาาา

    แตมคือแบบรู้ตัวสักที่รู้กกกกหนูน่ะโคตรเมีย 555555
    #1,372
    0
  17. #1371 Kitten Boy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 21:01
    อีกนิดพี่ทัชก็จะยกขันหมากไปขอแล้วน้องยังคิดว่าจะจีบคนพี่ยังไงให้ติดดี 5555
    #1,371
    0
  18. #1370 Abigail1543 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 20:18
    เป็นแฟนกันสักทีเถ๊อะะะะะะ
    #1,370
    0
  19. #1369 m ma ri (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 20:09
    นอนกอด จูบกัน แค่เผลอ ถ้าพี่หมอตั้งใจจะขนาดไหนละแตมมมมมมม
    #1,369
    0
  20. #1368 Tualektuanoy_ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 20:03
    พี่ทัช แผนระยะยาวมากเว่อ ส่วนแตมลู้กกหนูต้องกลับไปทบทวนโพดีๆนะลูกนะ อิแม่เพลีย
    #1,368
    0
  21. #1367 TmwMixer (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 18:06
    เอาจริงนะพี่ทัชน่าจะต้องบอกก่อนแล้วแหละ 5555
    #1,367
    0
  22. #1366 Suesue Sue (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 18:05
    พี่ทัชคนจริงนะน้องแตมมมม อย่าท้าา 55555.พี่เค้าพร้อมเสอมมมมมม
    #1,366
    0
  23. #1363 emie2001 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 15:50
    พี่ทัชบอกรักเลยดีกว่านะ
    #1,363
    0
  24. #1360 khunsom08 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 12:59
    แตมระวังพี่ทัชลูก 55
    #1,360
    0
  25. #1358 Venus_ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 11:25
    แตมมมมม มากกว่านี้คือพี่มันจับหนูปั้นเป็นก้อนกลืนเข้าปากแล้ววว หนูลูกดดดดดดดดด
    #1,358
    0