END - สัมผัส@รัก (สนพ.2U Publishing)

ตอนที่ 19 : สัมผัสครั้งที่ 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,484
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,455 ครั้ง
    29 ส.ค. 62



ผมกลับมาที่คอนโดฯตอนเกือบสี่โมงรถของพี่ทัชก็เลี้ยวเข้ามาจอดข้างกัน เจ้าของรถเดินหน้านิ่งลงมาไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ เหมือนไม่แปลกใจเลยที่บังเอิญเจอผมที่ลานจอดรถ

“วันนี้เลิกงานไวจังพี่ ออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่กี่โมงเนี่ย”

“ครับ” พี่ทัชตอบกลับมาสั้นๆ ไม่ได้ตรงกับคำถามที่ถามไป ผมแอบแปลกใจแต่ก็คิดว่าบางทีวันนี้งานอาจจะเยอะเลยทำให้คุณหมอเขาเหนื่อยจึงเดินตามมาเงียบๆจนถึงลิฟต์

“งานหนักเหรอครับ”

“เปล่าครับ”

“พี่เป็นอะไรหรือเปล่า”

“วันนี้ไปพบน้องสาวของลูกค้าเป็นยังไงบ้างครับ” พี่ทัชเลือกตั้งคำถามกลับมาแทนที่จะตอบคำถามก่อนหน้าอีกครั้ง แต่ผมเคยบอกพี่เขาเหรอว่าจะไปพบน้องสาวของลูกค้า จำได้ว่าบอกว่าจะไปพบลูกค้าไม่ใช่เหรอ

หรือจะเคยบอก

“กะ ก็ดีครับ คุยกันเรื่องงานน่ะ” นอกจากก่อนหน้านี้จะขอโทษคุณพายไปแล้ว ยังอยากขอโทษพี่ทัชด้วยที่โกหก ผมอยากเก็บเรื่องไปขอให้คุณพายสอนทำเค้กเซอร์ไพรส์วันเกิดพี่ทัชเป็นความลับนี่นา

“เหรอครับ”

“พี่หิวไหม เย็นนี้อยากทานอะไรดี เดี๋ยวหนูทำให้”

“ไม่หิวครับ แตมกลับมาเหนื่อยๆเหมือนกัน ไปพักผ่อนเถอะ” คำตอบรอบนี้ผมเริ่มเอะใจแล้ว พี่ทัชต้องมีอะไรแน่ๆ ปกติเวลาผมแทนตัวเองว่าหนู จะต้องทำสายตาระยิบระยับพอใจตลอด แต่นี่กลับเรียกผมด้วยชื่อเฉยๆ หน้าก็ยังเฉยๆ

“พี่เป็นอะไร?”

ยังไม่ทันได้คำตอบเสียงโทรศัพท์ของพี่ทัชก็ดังขึ้นมาก่อน ผมเลยไขกุญแจเข้าห้อง มีคนตัวสูงเดินคุยโทรศัพท์ตามเข้ามา พี่เขาผ่านหลังผมเข้าห้องนอนไป และเพราะว่าอีกฝ่ายคุยโทรศัพท์ผมก็เลยไม่สามารถตามไปเซ้าซี้ได้ พอดีกับโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้นเหมือนกัน

“มีไรกรรณ?”

[ไอ้แตม มึง มึงทำใจดีๆเอาไว้นะเว้ย] มันทำเสียงร้อนรนเหมือนมีใครเป็นอะไร เล่นเอาผมใจไม่ดีตาม

“เกิดอะไรขึ้น? มีใครเป็นอะไร อิงเหรอ มึงอยู่ไหนกูไปหาปะ”

[ไม่ๆ ไม่มีใครเป็นอะไร หรือถ้าจะมีก็คงเป็น...มึง]

“กู? กูไม่ได้เป็นอะไรนี่ สบายดี นี่มึงเล่นอะไรเนี่ย กูก็คิดว่ามีอะไรร้ายแรง ทำเสียงเหมือนญาติฝ่ายไหนเสีย”

[มึงแหละจะเสียชีวิตอีกไม่นานนี้ พี่หมอมันกลับถึงคอนโดฯยังวะ] อยู่ๆมันก็ถามไปถึงพี่ทัช ทั้งที่ประเด็นแรกยังไม่เคลียร์ ผมคิดว่าก่อนแต่งงานไอ้กรรณควรพบจิตแพทย์รักษาโรคไบโพล่าร์ก่อนนะ ให้พี่ทัชแนะนำให้น่าจะดี

“เพิ่งกลับมาถึงพร้อมกันเนี่ย จะคุยกับพี่ทัชเหรอ รอก่อนนะพี่เขาติดสายอยู่”

[เปล่า กูจะคุยกับมึง คืออย่างนี้นะ กูจะพูดสั้นๆ ไม่ยาวมากละกัน]

“อือ”

[คือวันนี้กูกับพี่หมอน่ะ...นั่นแหละ มีเรื่องให้กูกับพี่หมอต้องเจอกันนิดหน่อยแล้วก็เลยนั่งรถไปด้วยกัน ระหว่างนั้นก็บังเอิญขับไปเส้นสุขุมวิท รถก็ติดชิบหายเลยว่ะ ไฟแดงนึงแม่งตั้งเป็นชั่วโมง แล้วคิดดูดิกูผ่านตั้งกี่ไฟแดง ทำไมทำกี่สะพาน กี่ทางลอยก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหารถติดเลยวะ เออ เรื่องนั้นช่างมันไปก่อน กลับเข้าเรื่องนะ กูบังเอิ๊นนน บังเอิญจริงๆนะ ไม่ได้ตั้งใจสักนิด เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อแต่ว่าก็บังเอิญนั่นแหละ แบบว่าผ่านไปที่ร้านเค้กร้านนึงแล้วเห็นรถมึงจอดอยู่ กูก็เฮ้ยพี่หมอ นั่นรถไอ้แตมไม่ใช่เหรอพี่ จากที่จะผ่านไปเฉยๆพอดี๊พอดี บังเอิญอีกแล้ว มีที่จอดรถว่างว่ะ แล้วกูแบบอยากทักทายฮัลโหลกับมึงไง ก็เออ มึงเข้าไป...เจอพอดีเลย]

ผมมึนมาก จับประเด็นอะไรที่ไอ้กรรณพูดมาไม่ได้สักอย่าง ที่บอกจะพูดสั้นๆแต่ผ่านไปหลายนาทียังรถติดอยู่สุขุมวิทอยู่เลย

“ตกลงมึงไปทำอะไรสุขุมวิทวะ”

[อย่าขัดดิวะ กูไม่ได้ไปสุขุมวิท]

“เอ้า ก็เมื่อกี้มึงบอกเองว่าไปกับพี่ทัช แล้วก็บังเอิญเจอกู” ที่จริงผมจำได้แค่คำว่าบังเอิญเท่านั้นแหละ เพราะมันย้ำหลายรอบเกิน

[อือ เจอมึงอยู่กับคุณพายน่ะ]

“.....”

[หน้าระรื่นเลยว่ะ]

“....กูกับคุณพาย”

[พี่ทัชก็เห็นด้วยนะ]

“ไอ้เชี่ยกรรณ มึงแม่ง!” แค่มันบอกว่าพี่ทัชเห็นผมยิ้มหน้าระรื่นอยู่กับคุณพายก็จบแล้ว จะอ้อมเรื่องสุขุมวิททำรถไฟฟ้าทำไมวะ “แล้วนี่พี่ทัชว่าไงบ้างอะ”

[ก็ไม่ว่าไง แค่นั่งเงียบๆมองมึงดูมีความสุขกับคุณพาย หัวเราะกันคิกคัก ทำหน้าแดงใส่กันอีก ก็เท่านั้นแหละ]

“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะเว้ย กูไม่ได้อะไรกับคุณพายเลยนะ ทำไมมึงไม่บอกพี่ทัชไปวะว่าเพื่อนกันเฉยๆ หรืออะไรก็ได้ แก้ตัวให้กูหน่อย”

[แก้ตัวเขามีไว้ตอนทำผิดจริงๆไม่ใช่เหรอวะ หรือว่า มึงจะกลับไปหาคุณพายอีกแล้ว!] ไอ้กรรณโวยวายเสียงดังลั่นออกมาจากโทรศัพท์ [อะไรของมึงเนี่ยไอ้แตม สรุปแล้วมึงจะเอาคนไหนกันแน่ หรือจะเอาสองคน กูไม่สนับสนุนให้นอกใจหรือคบซ้อนนะ กูรักเดียวใจเดียว เพื่อนกูก็ต้องรักเดียวใจเดียว เลือกมาสักคน]

“กูเลือกพี่ทัช”

[เออ ก็แค่นั้นแหละ แล้วไปหาคุณพายทำไม]

“เดี๋ยวนะ มึงบอกว่าพี่ทัชเห็นกูอยู่กับคุณพายแล้วเงียบ แล้วทำไมเขาต้องเป็นแบบนั้นด้วยวะถ้าวันนี้เขารู้อยู่แล้วว่ากูจะไปหาลูกค้า”

[........]

“ไอ้กรรณ” ผมกดเสียงต่ำ คาดคั้นเอาคำตอบจากเพื่อนสนิทที่นิ่งเงียบไป ได้ยินเสียมันอึกอักก็รู้แล้วว่านิสัยเก็บความลับไม่อยู่ของมันคงจะทำงาน

[ขอโทษนะเพื่อนแตม เพื่อนกรรณหลุดปากว่ะ แหะๆ]

“ไม่ต้องมาแหะๆเลยมึง ไอ้เพื่อนเวร!

[แงงงง กูขอโทษ เอาเป็นว่ากูส่งข่าวเรื่องพี่ทัชให้มึงรู้แล้วนะ ยังไงก็คุยกันดีๆอย่างอนกันล่ะ กูไปล่ะ ต้องพาเมียไปกินข้าวข้างนอก] เพื่อนรัก(กัดฟัน)ก็รีบชิ่งวางสายไปทันที ทิ้งผมให้นั่งหนักใจอยู่คนเดียว

ผมเดินวนไปเวียนมาหน้าห้องนอนหลายรอบ เอาหูแนบกับประตูห้องก็ได้ยินเสียงยังคุยโทรศัพท์ไม่จบอยู่เบาๆลอดออกมา เลยตัดใจไปทำกับข้าวรอก่อน ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงพี่ทัชก็เดินออกมาอีกครั้ง

“คืนนี้พี่จะออกไปข้างนอกนะ แตมทานข้าวคนเดียวได้ใช่ไหม”

“ไปไหนครับ” ผมเผลอถามกลับไปอย่างรวดเร็ว พี่ทัชขมวดคิ้วมองกลับมา ซึ่งผมก็เข้าใจไปเองว่าพี่เขาคงไม่พอใจที่ผมไปถามเรื่องส่วนตัว “ขะ ขอโทษครับ แตมไม่ได้ตั้งใจ”

“เปล่า พี่แค่คิดว่า...แตมสนใจพี่ด้วยเหรอ”

ฮืออออออ (ว่าที่)เมียงอนว่ะ เอาไงดี ง้อคนต้องทำยังไงเนี่ย

“แตมสนสิ ถ้าพี่ไม่โกรธแตมถามได้ไหมว่าพี่จะออกไปไหน จะกลับเมื่อไหร่ จะไปกับใครครับ”

“หึ งั้นตอบคำถามพี่มาก่อนสิครับ” พี่ทัชขยับเข้ามาใกล้ ไล่ต้อนผมจนสะโพกชนเข้ากับเค้าเตอร์ครัว “เราเป็นอะไรกัน”

“......”

“ถ้าแตมตอบพี่ได้ พี่ก็จะตอบแตม”

“แตม...” อยากเป็นแฟน เป็นคนรัก แต่ผมไม่กล้าพูดได้แต่เม้มปากเอาไว้แน่น ไม่รู้ว่าพี่ทัชจะอยากเป็นคนรักของผมไหม กลัวว่าพูดไปแล้วไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ทุกอย่างจะจบลง ผมกลั้นขอบตาที่ร้อนผ่าว ช้อนตาขึ้นมองคนตัวสูงกว่า

“เป็นอะไรครับ ทำไมทำหน้าจะร้องไห้” คนมองมาตกใจ ใช้สองมือประคองใบหน้าผมให้เข้าไปใกล้เขากว่าเดิม ดวงตาสีดำใต้กรอบแว่นฉายแววความเป็นห่วงอย่างไม่ปิดบัง

“ปะ เปล่า แตม..แตมกลัว”

“โอเค พี่จะยังไม่เร่งเอาคำตอบตอนนี้ ไม่ต้องร้องนะครับ พี่ขอโทษ โอ๋ๆ” พี่ทัชดึงผมไปกอด โยกตัวไปมาเหมือนกล่อมเด็ก

“วันนี้ มันไม่มีอะไรเลยนะ แตม แตมกับคุณพายเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ”

คนตัวสูงชะงักไปเล็กน้อย พี่เขาผละออกห่างไปเพื่อที่จะก้มลงมาให้ใบหน้าของเราเสมอกัน

“ถ้าแตมพูดอย่างนั้น พี่จะเชื่อนะครับ”

“อื้อ เชื่อแตมนะ”

“ถ้าอย่างนั้น รางวัลของเด็กดี...พี่จะออกไปทานข้าวกับเพื่อนครับ ไม่ได้เจอกันนาน มันบังคับและพี่ปฏิเสธไปแล้วแต่มันไม่ยอม คงกลับดึกนิดหน่อยแตมอยู่ในห้องอย่าออกไปไหนนะครับ”

“พี่จะไป...กับเพื่อนเหรอครับ”

“ครับ ที่จริงพี่ก็อยากพาไปด้วย แต่..สถานการณ์ตอนนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่” เขาพึมพำแผ่วเบา รั้งเอาตัวผมเข้าสู่อ้อมกอดอีกครั้ง “ให้พี่โทรตามกรรณมาอยู่เป็นเพื่อนไหม”

“มะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวแตมโทรเอง”

พี่ทัชพยักหน้า เขากลับไปเตรียมตัวในห้องอีกครั้งจากนั้นก็ออกมาด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ ดูหล่อจนแอบน้ำลายไหลต้องหันหน้าหนีไปซับน้ำลายด้านอื่น

เสื้อเชิ้ตสีดำ กางเกงยีนส์ที่ลดอายุของคนใส่ ทรงผมปล่อยตามสบายไม่จัดแต่งเรียบอย่างทุกวัน ทั้งหมดทำให้คุณหมอแสนสุภาพดูแบด ดูร้ายขึ้นมาทันที

ก่อนออกจากห้องพี่ทัชยังไม่ลืมย้ำให้ผมล็อกประตูห้องดีๆด้วย พี่เขายืนด้านนอกรอจนผมล็อกห้องเสร็จถึงได้ยินเสียงฝีเท้าห่างออกไป เมื่อมั่นใจว่าอีกฝ่ายคงลงลิฟต์ไปแล้ว ผมก็คว้ากุญแจรถตัวเองถลาออกจากห้อง

ใครจะปล่อยให้พี่ทัชที่ดูหล่อขนาดนั้นออกไปเที่ยวข้างนอกคนเดียวกันล่ะ ผมหวง หวงแบบโคตรหวงเลย แล้วก็เป็นห่วงด้วย พี่ทัชเป็นหมอ เป็นคนสุภาพแสนดี ต้องไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของสาวๆที่ถูกใจพี่เขาแน่ๆ

ไม่ต้องห่วงนะพี่ทัช แตมจะปกป้องพี่เอง



*********


ที่ที่พี่ทัชบอกว่าจะมากินข้าวกับเพื่อนไม่ใช่ร้านอาหาร แต่เป็นผับ!

พระเจ้าช่วย คนอย่างพี่ทัชเข้าผับ เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก ตอนโน้นดื่มเบียร์ตั้งหลายขวดไม่มีอาการอะไรเลยว่าทึ่งแล้ว ตอนนี้เดินตัวปลิวเข้าผับเหมือนเคยชิน ผมโคตรจะอึ้ง

ต้องสะกดรอยตามว่าที่ภรรยามา เลยเลือกบริการแท็กซี่แทนที่จะขับรถมาเอง ไม่อย่างนั้นคนฉลาดแล้วก็ชอบสังเกตอย่างคุณหมอคงจะเห็นรถของผมไปแล้ว จ่ายเงินค่าแท็กซี่เสร็จผมก็ก้าวตามเข้าไป เป็นผับที่มีฐานลูกค้าอยู่ในวัยทำงาน คงเน้นมานั่งดื่มกิน หาคู่ มากกว่าการยืนเต้นอย่างผับวัยรุ่น

โชคดีแค่ไหนที่ตอนนี้ผมสามารถถูกตัวคนอื่นได้แล้ว ต่อให้ไม่ชินเท่าไหร่ก็เถอะ ไม่อย่างนั้นคงเข้าไปในนี้ไม่ได้

“ขออนุญาตตรวจบัตรครับ” การ์ดที่ยืนอยู่ด้านหน้าตอนแรกถามหาบัตรวีไอพีอะไรสักอย่าง แต่พอผมส่ายหน้าบอกว่าไม่มีเขาก็ถามหาบัตรประชาชนแทน เมื่อจ้องหน้าผมก็เกิดความเคลือบแคลงอีก “อายุถึงหรือเปล่าครับ”

“อ่า ผมยี่สิบห้าแล้วนะครับ” ส่งบัตรให้ไป ไม่ติดว่าเป็นผับที่มีระดับ คนตัวโตในชุดสูทสีดำสนิทก็คงจะยกการ์ดแข็งสี่เหลี่ยมที่มีรูปภาพแปะอยู่มาทาบกับใบหน้าผมแล้วล่ะ คงไม่ทำแค่มองรูปสลับกับตัวจริงเป็นสิบครั้งอย่างนี้

“โอเคครับ” ในที่สุดก็ได้รับอนุญาตให้เข้ามาข้างในสักที

ตอนแรกผมแค่จะตามพี่ทัชมาเฉยๆ ไม่คิดว่าจะได้เข้าผับ พอนึกได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาก็แอบตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย เมื่อก่อนเจ้าพ่อสายปาร์ตี้อย่างไอ้กรรณเคยชวนไปแฮงก์เอ้าท์กับกลุ่มเพื่อนๆมันอยู่บ้าง แต่ก็เป็นงานที่จัดตามบ้านและยังมีเพื่อนสนิทอยู่ด้วย ครั้งนี้ฉายเดี่ยวเลยอะ

พนักงานพาเดินมาหาโต๊ะนั่ง ภายในมีแสงไฟสลัวต้องเพ่งมองดีๆ ผมเดินชนโต๊ะชนเก้าอี้ของคนอื่นไปหลายรอบแล้ว ก้มหัวขอโทษจนเจ้าของโต๊ะจะต่อยเอา สายตาก็ไปเจอเข้ากับคนที่ผมกำลังตามหา

“ผมขอโต๊ะตัวนั้นได้ไหมครับ” ผมตะโกนบอกพนักงานแข่งกับเสียงเพลง เป็นโต๊ะทรงสูงสำหรับสองคนตั้งอยู่ด้านหลังของชุดโซฟาขนาดใหญ่ที่พี่ทัชนั่งอยู่กับผู้ชายหลายคน

“รับอะไรดีครับ” ได้ที่นั่งสมใจพนักงานก็ถือเครื่องมือเล็กๆคล้ายเครื่องคิดเลขกับปากกาขึ้นมาเตรียมไว้ ผมหยิบเมนูขนาดพับบนโต๊ะขึ้นมาเปิด มีรายการเครื่องดื่มแนะนำอยู่ไม่กี่อย่าง

ไม่รู้จักเลยซักกะอย่าง

“อ่า อันนี้ก็ได้ครับ” ผมชี้ไปมั่วๆ พนักงานพยักหน้ามีสายตาแปลกๆมองมาก่อนจะเดินไป ไม่ต้องเดาหรอกคงคิดว่าไอ้คนอย่างผมหลุดมาอยู่ในนี้ได้ไงทั้งที่สั่งเครื่องดื่มยังไม่เป็น ผมเองก็คิดนะว่าหลุดมาอยู่ที่นี่ได้ไง

เมื่อไม่มีใครกวนใจแล้วผมก็นั่งจ้องพี่ทัชเอาไว้ไม่ให้คลาดสายตา

เขาตอนอยู่กับเพื่อนแตกต่างจากเวลาอยู่กับผมเล็กน้อย...ไม่สิ...มากเลยล่ะ

พี่ทัชในตอนนี้ไม่ได้มีรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน แต่เป็นสีหน้าเรียบเฉยเกือบจะเย็นชา เวลาถูกถามอะไรก็ตอบสั้นๆ ดูได้จากการขยับปากเพียงไม่กี่ครั้ง ขณะที่คนอื่นๆพูดคุยกันสนุกสนานเฮฮา เหมือนกับว่า พี่เขากำลังไม่พอใจอะไรอยู่

หรือไม่ นี่ก็เป็นตัวตนคนดุที่เคยเล่าให้ฟัง

ผ่านไปสิบนาทีพร้อมเครื่องดื่มสีสวยๆในมือที่ยังไม่ได้ดื่มเลยสักอึก อยู่ๆก็รู้สึกว่าข้างตัวมีเงาดำทะมึนทาบทับอยู่ ผมผงะเกือบจะตกเก้าอี้หงายหลัง คุณบอดี้การ์ดชุดสูทสีดำสองคนทำหน้าเหมือนยักวัดโพธิ์กับยักษ์วัดแจ้งแข่งกัน

“คุณลูกค้า ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ” คนหนึ่งในนั้นพูดอย่างสุภาพแต่น้ำเสียงโคตรจะโหดเลย

“อะไรนะครับ”

“เห็นนั่งจ้องโต๊ะนั้นมานานแล้ว ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ”

“เอ่อ...” แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินก็ไม่ได้อีกตอนนี้เสียงเพลงเบาลงแล้วเพราะกำลังจะเปลี่ยนจากการเปิดแผ่นเป็นดนตรีสด วงที่ถูกจ้างมาเตรียมเครื่องเสียงอยู่บนเวที การ์ดขี้แก๊กเลยได้ใจส่งเสียงดังขึ้นเรียกร้องความสนใจไปอีก

“ที่ร้านของเรามีกฎสำคัญคือห้ามมีเรื่องกันในนี้นะครับ และพนักงานก็แจ้งพฤติกรรมน่าสงสัยของคุณลูกค้ามาว่าคุณจ้องโต๊ะนั้นมาเกือบสิบนาทีแล้ว” โอ้ พนักงานก็เก่งเนอะ นั่งจับเวลาด้วย แม่นยำ ตรงเป๊ะ

เดี๋ยวสิ ไม่ใช่เวลาชมพนักงานมั้ย!

“ผมเปล่า...”

“มีปัญหาอะไร” คราวนี้เป็นคนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ น้ำเสียงเข้มงวดแบบที่ถ้าดุใส่ผมคงคอหด พอเงยหน้าขึ้นไปมองผมก็คอหดจริงๆ

แต่เป็นหดด้วยการดึงใบเมนูมาปิดหน้าตัวเองนะ ก็คนที่เข้ามาคือคนที่นั่งโต๊ะเดียวกันกับพี่ทัชนี่ เพื่อนพี่ทัช!

ผมซ่อนหน้าตัวเองเอาไว้มิดชิด เมื่อกี้เห็นจากหางตาว่าโต๊ะนั้นมองมาทั้งโต๊ะเลย ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าแสงไฟในร้านมันมืดมากๆเหมือนกับไฟดับ ยังไงพี่ทัชคงไม่เห็นว่าเป็นผมหรอก ฮืออออ

“คือพนักงานไปแจ้งว่าลูกค้าคนนี้จ้องไปทางโต๊ะของบอสได้สักพักแล้วครับ ผมเลยเข้ามาสอบถาม” การ์ดอีกคนหันไปตอบ เรียกบอสด้วย ไม่ใช่ว่าเป็นเจ้าของที่นี่ใช่ไหม

“น้อง มีปัญหาอะไรกับโต๊ะของพี่เหรอครับ หรือว่าสนใจใครเอ่ย” จากเสียงดุๆที่ใช้กับพนักงานกลายเป็นเสียงที่ผ่อนคลายขึ้น ดูขี้เล่นขึ้น ผมรีบลนลานตอบกลับไป

“ไม่มีครับ ไม่ได้มอง พี่กลับไปนั่งโต๊ะเถอะ ผมขอโทษ” รีบๆไปเลย

“หืม? หรืออยากไปนั่งที่โต๊ะพี่ เอางี้ ไปนั่งด้วยกันสิ พวกพี่กำลังเบื่อจะคุยกันเองพอดีเลย มาๆ” ไม่พูดอย่างเดียว บอสที่พวกการ์ดเรียกดึงข้อมือผมลากไปที่โต๊ะซึ่งห่างไปสามสี่ก้าวอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ผมเหมือนปลิวติดมือเขามามีใบเมนูบังหน้าเอาไว้ด้วย

พริบตาเดียวก็ถูกดึงออก ยืนเด่นอยู่หน้าโต๊ะโซฟาแล้ว

“มีคนอยากนั่งด้วยว่ะ”

“หืม ใช่เด็กที่ไอ้หมอมันหันไปมองบ่อยๆปะวะ”

“เออ กูเลยช่วยสานสัมพันธ์ให้ ฮ่าๆๆๆ”

คนเดียวที่ยังนิ่งท่ามกลางเสียงพูดคุยกันของคนทั้งโต๊ะ คือผู้ชายที่สวมแว่นตา เขาเอาแต่จ้อง แล้วก็จ้องอยู่อย่างนั้น ผมได้แต่ยิ้มแหยออกไป ในเมื่อถูกจับได้แล้วก็ต้องสารภาพบาปก่อน

“แหะๆ พะ พี่ทัชมาอยู่นี่ได้ไง บะ บังเอิญจังเลยเนอะ”

“มาทำอะไรที่นี่”

“บะ แบบว่า แตมหิวน้ำก็เลยแวะมาดื่มน้ำอะ ไม่ ไม่ได้แอบตามพี่มาจริงๆนะ”

“อ้าว รู้จักกันเหรอวะ” พี่บอสของบอดี้การ์ดหันมองผมสลับกับพี่ทัชเหมือนคนอื่นๆที่ทำหน้างงไม่แพ้กัน แต่คนถูกมองไม่ได้ใส่ใจ ยังทำหน้าดุจนผมต้องหดคอ

“พี่บอกว่าไม่ให้ออกจากห้องไม่ใช่เหรอครับ”

“พี่~” ผมทรุดตัวลงนั่งข้างๆคนตัวสูงกว่า จับแขนเขย่าอย่างออดอ้อน เป็นวิธีที่ใช้ได้ผลกับพี่ทัชตลอด “ไม่โกรธหนูนะ ก็แบบ เป็นห่วงนี่นา ออกมาตอนกลางคืนมันอันตรายไม่รู้เหรอ”

“แล้วแตมล่ะ ไม่รู้เหรอว่าออกมากลางคืนมันอันตราย แล้วนี่มายังไง”

“...”

“แสตมป์ครับ” ครั้งเลยเลยที่ถูกเรียกชื่อเล่นเต็มๆอย่างนี้

“แท็กซี่ครับ”

“เรานี่!

“เอาน่าๆ จะดุไปทำไมวะ น้องมันก็ไม่ใช่เด็กตัวเล็กๆสักหน่อยทำไมจะออกมาเที่ยวไม่ได้วะ มาเล่าให้พวกกูฟังดีกว่าว่าสรุปนี่ใคร” พี่ที่ไปลากผมมานั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม มีสายตาอยากรู้อยากเห็นหลายคู่จ้องมาจนพี่ทัชถอนหายใจหนักๆแล้วยอมแนะนำผมให้ทุกคน

“นี่น้องแตม ส่วนพวกนี้เพื่อนพี่ จิ ต้า ดอฟ แล้วก็จัส”

“สวัสดีครับ” ผมไหว้ทักทายทุกคน พี่คนที่ถูกการ์ดเรียกว่าบอส คือพี่จินี่เอง ไม่ได้ชื่อบอสจริงๆด้วย

“น้องแตมเป็นอะไรกับไอ้หมอเหรอ”

“เป็นเพื่อนบ้านครับ พี่ทัชอยู่ห้องข้างๆผม อ้อ แต่ตอนนี้ย้ายมาอยู่ด้วยกันแล้ว”

“หือ ย้ายมาอยู่ด้วยกันเหรอ?”

“ผมเป็นคนชวนพี่ทัชย้ายมาอยู่ด้วยกันเองแหละครับ สะดวกดียังไงทุกวันนี้ก็เหมือนอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว จะได้ไม่ต้องวิ่งข้ามห้องไปมา ดูแลพี่ทัชง่ายขึ้นด้วย”

“แหม ไอ้หมอ เงียบๆอย่างนี้ก็ร้ายไม่เบานี่หว่า มิน่าชวนออกมาเจอเพื่อนฝูงไม่ยอมมา อิดออด ที่แท้ก็มีเด็กนี่เอง”

“น้องเป็นเด็กไอ้หมอเหรอ” อีกคนก็ถามแทรกขึ้นก่อนพี่ทัชจะได้พูดอะไร ผมนิ่งคิดแล้วตอบกลับอย่างมั่นใจ

“ครับ ใช่ครับผมเป็นเด็กพี่ทัช” คงหมายถึงผมเด็กกว่าพี่ทัชใช่ไหม อืม ถามแปลกก็เห็นอยู่ว่าเรียกพี่ก็ต้องเด็กกว่าสิเนอะ

“หนู พอแล้วอย่าพูดกับพวกมัน เดี๋ยวโดนแกล้ง” คนที่กลับมาเรียกผมว่าหนูเหมือนเดิมรวบเอวผมให้ขยับไปนั่งใกล้ขึ้น ผมเลยหันไปส่งยิ้มหวานประจบเอาใจจนคนมองตาพร่า ทำหน้าเบลอๆจ้องอยู่อย่างนั้น

“พอๆ มึงจะแดกน้องตรงนี้ไม่ได้นะเว้ย เห็นใจพวกกูบ้าง”

“เสือก” เป็นคำหยาบครั้งแรกที่หลุดจากปากของคุณหมอแสนสุภาพ คำสั้นๆที่ทำแตมสั่นถึงขั้วหัวใจ อ้าปากพะงาบๆ มองไปทั่วทั้งโต๊ะกลับขำบ้าง ยกแก้วตัวเองจิบบ้างคล้ายจะชินแล้ว

นี่พี่ทัชเป็นคนยังไงกันแน่เนี่ย

“กลับไปค่อยคุยกัน” พี่ทัชไม่ได้สนใจท่าทางช็อกของผมสักนิด โน้มหน้าลงมากระซิบชิดใบหูเสียงดุหน่อยๆ “แต่ระหว่างอยู่ในร้านห้ามห่างตัวพี่เด็ดขาดเข้าใจไหม”

“เข้าใจครับ ไม่ห่างเลย” เพื่อยืนยันว่าตัวเองเป็นเด็กดีให้พี่เขาเลิกโหดใส่ เลยกระดึ๊บเข้าไปเบียดแบบต้นขาแทบเกยต้นขาอีกฝ่าย พี่ทัชดูท่าทางพอใจขึ้นมา

“เอ้ายิ้ม กับน้องนี่ยิ้มเก่งสัส กับพวกกูนี่ทำท่าเหมือนคนขี้ไม่ออก”

“ก็กูบอกแล้วว่าไม่พร้อมออกมาช่วงนี้ น้องกำลังมีปัญหา” พี่ทัชเริ่มหันไปสนใจเพื่อน แต่มือยังไม่ปล่อยจากเอวผม อีกข้างก็ยกแก้วตัวเองจิบเบาๆเคล้าเสียงเพลง ผมเลยทำบ้าง แก้วที่พนักงานยกตามมาวางให้ถูกหยิบขึ้นมาลองชิมดู

ฮ้า อร่อยจัง

อะไรไม่รู้หรอกแต่หวานๆเปรี้ยวๆ สงสัยจะเป็นคอลเทล ผมเคยลองคอกเทลที่ไอ้กรรณสั่งให้ ดื่มไปเกือบห้าแก้วไม่เมาเลย นี่ก็คงไม่เป็นไรหรอก

น้องแตมคอแข็งนะ

“ไอ้ทัชมันดุน้องบ้างไหม” พวกพี่เขาคุยกันเรื่องอะไรไม่รู้ที่ผมไม่ได้สนใจ ผ่านไปตั้งนานกว่าจะวกกลับมาถามผมอีกครั้ง

“ม่าย พี่ทัชจายดีย์” ตอบกลับไปตามความจริง แต่ทำไมพวกพี่ๆขมวดคิ้วกันหมด แม้แต่คนที่นั่งข้างๆก็ยังมองด้วยสายตากังวล

“แม่ง น้องเมาว่ะ”

“เออ เมาได้ไงวะ เชี่ย ไปสั่งเหล้ามากินเพิ่มตอนไหนเนี่ย” ตอนพวกพี่คุยกันงายย ผมตอบเสียงยานๆในใจ ขี้เกียจตะโกนแข่งเสียงเพลง

“หนูพอแล้ว ไม่ดื่มแล้ว” พี่ทัชแย่งแก้วไปจากมือ ดึงไปไว้อีกฝั่ง เห็นแบบนี้แล้วผมก็หงุดหงิด

“เอาคืนมาน้า~ จากินอีกกก” ผมปีนขึ้นไปบนตัก นั่งคร่อมแบบหันหน้าเข้าหากันเพื่อจะแย่งแก้วนั้นคืนมา พี่มันกอดเอวผมไว้แต่แขนอีกข้างที่ยืดจนสุดนั่นยาวไกลเหมือนผมนั่งอยู่ทองหล่อแก้วอยู่สะพานควาย

“เมาแล้วครับ ไม่ให้ดื่ม”

“จาดื่ม อึ๊ก” ผมเปลี่ยนมาอ้อนแทน เวลาอ้อนแล้วพี่ทัชจะยอมทุกอย่าง สองมือแปะลงบนแก้มสากแต่หัวมึนๆทำให้กะความแรงพลาดไปหน่อย เสียงดังเพี้ยะ ได้ยินพี่ๆร้องอูยเป็นซาวน์ประกอบก็ไม่ได้ใส่ใจ ลูบไล้สองแก้มนั้นแผ่วเบาแทนคำขอโทษ

“อย่ายั่ว” เสียงดุกระซิบเมื่อผมซบหน้าลงไปบนไหล่

“วันนี้ใส่น้ามหอมด้วยหรา ใส่ทำไม จะมายั่วใครหา!

“พี่ก็ใส่ทุกวัน หนูก็รู้นี่” ฝ่ามือร้อนลากไล่แถวๆสะโพก พี่ทัชคงรำคาญเสียงเพลงดังๆเหมือนกันถึงได้ก้มลงมาตอบใกล้ๆ แต่สงสัยเมาถึงได้พลาดจากหูไปกระซิบที่ซอกคอผมแทน

ฮ่าๆๆ พี่ทัชอ่อนมาก สู้แตมก็ไม่ได้ แตมนี่งาย คนคอแข็ง

“ไม่ด้าย ห้ามใส่ อึ๊ก น้ำหอม หวง...แตมหวง พี่ อึ๊ก เป็นของแตมน้า”

“หึ”

“โอ๊ยยยย กูทนดูไม่ไหวแล้ว ไอ้จิ ให้ไอ้หมอมันยืมห้องด้านบนร้านมึงหน่อยเถอะ ก่อนที่มันจะแดกเมียมันกลางร้าน” ใครตะโกนวะ หนวกหู

ได้ยินอะไรเมียๆหว่า สงสัยพูดถึงว่าที่เมียผมแน่เลย อ้อ รู้ละ ที่พี่มันไม่ยอมให้ผมดื่มต่อสงสัยยังอ้อนไม่พอแน่เลย

ผมเงยหน้าขึ้น ดันหัวที่มุดๆซุกๆตรงคอออก สายตาขุ่นมัวที่ถูกขัดจังหวะจ้องผมเล็กน้อย แต่ผมไม่แคร์ ตะโกนชัดเจนลั่นร้านไปเลย ให้รู้ว่าพี่แตมแมนแค่ไหน

“เมียจ๋า เอาแก้วผัวคืนมาน้า!!!!

“ห้ะ!!!” อ้าว ไอ้พวกพี่ๆด้านหลังจะช่วยตะโกนทำมายยย

 



“อื้อออ” ผมถูกรุกจูบอย่างหนักจนเจ็บปาก ตั้งใจว่าจะผลักอีกฝ่ายออกแต่เพราะกลิ่นที่คุ้นเคยทำให้เรี่ยวแรงที่พอเหลืออยู่ค่อยๆหมดลง “พี่ทัช”

“ครับ” เสียงกระซิบแหบพร่าที่ริมหูก็เป็นเสียงที่คุยเคยเช่นกัน

ใช่พี่ทัชจริงๆ สองมือผลักไสปล่อยตกลงกับเตียง...ถ้าเป็นพี่ทัช...ก็ไม่เป็นไร

“อ๊ะ...อื้ออ...เจ็บ...อาา...สะ...เสียว”

ความรู้สึกหลากหลายจู่โจมตบตีกันวุ่นวายไปหมด ก่อนที่สติของผมจะดับไป



-----------

น้องงงงงงงงงงงงงงงงงง



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.455K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,949 ความคิดเห็น

  1. #2939 ่Jekkmoly (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 23:40
    ยัยน้องง จะฟินก็ฟิน จะฉากฟินก็ขำน้อออ
    #2,939
    0
  2. #2916 PerfectRich (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:39

    น้องงงงงงง.....ตายๆ โดนพี่ทัชจับกินแล้วช่ายม้ายยยยย!!! แย่แน่ๆ ได้กันแน่ๆ ตื่นมาจะทำไงอ่า

    #2,916
    0
  3. #2896 soul_hyukjae (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 03:47
    น้องว๊อยยยยยยยย
    #2,896
    0
  4. #2857 millun (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 01:20
    จะขำก็ขำไม่สุดจะเขินก็เขินไม่สุด
    #2,857
    0
  5. #2832 CallistoJpt (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 14:22
    น้อนนนนนนน ยั่วไม่รู้ตัวอีกแล้วลูก ทั้งขำทั้งเอ็นดูน้องปนกันไปหมดแล้ว ว่าแต่หนูแตมหนูเข้าใจสลับโผแล้วไหมลูก //ทั้งกรรณและน้องแตมเป็นคู่เพื่อนสนิมที่โกหกไม่เก่งเหมือนกันจริงๆค่ะ 55555555555555 เป็นตอนที่ขำหนักมากทั้งตอนเลย
    #2,832
    0
  6. #2813 binary_cd (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 01:20
    ตายแล้วววววว น้อนนนนนน
    #2,813
    0
  7. #2806 NCTzen_10velyTH (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 15:26

    น้องโดนกินแล้วหรอ
    #2,806
    0
  8. #2766 PxW_waa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 18:13
    5555555 ขำจนกรามจะค้างแล้ว น้องงงง จะเอาแรงที่ไหนกดพี่เค้ารูกกกก
    #2,766
    0
  9. #2753 E'eve (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 02:49
    เอาดีดีน้อง ใครผัวใครเมีย เปลี่ยนประโยคใหม่ไม่น่าจะทันแล้วด้วยนะนั่น5555555+ (ยั่วขนาดนี้ไม่น่าผัวแล้วแหละ พี่หมอว่า555555)
    #2,753
    0
  10. #2729 jaja_2001 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 22:36
    เกลียดความมั่นหน้าของน้องมากอะว่าจะเป็นผัว5555555555
    #2,729
    0
  11. #2717 tang_thai°°° (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 11:56
    น้องโดนกินแล้วหรอออออ
    #2,717
    0
  12. #2671 Ruruka Buta (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 22:41
    น้องโดนกินแล้วใช่มั้ย 55555 // พี่เตือนแล้วอย่ายั่ว...
    #2,671
    0
  13. #2632 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 17:11
    อ๊ากกกกก น้องงงงง
    #2,632
    0
  14. #2610 Windysep (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 22:15
    ยั่วจนได้เรื่องงงง
    #2,610
    0
  15. #2590 Jing (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 14:25

    ก็น้องจะเป็นผัวอ่ะ 55555666

    #2,590
    0
  16. #2568 เดือนสิบไงจะใครล่ะ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 16:25
    น้องงงง นู๋ผิดแล้วลูกก นู๋เป็นเมีย
    #2,568
    0
  17. #2549 baekbow (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 12:39
    กรี๊ดดดดดดดดด น้องโดนกินแล้วหรอ ไม่น้าาาา หรืออิพี่มันแค่ชิม // ลั่นมากกับคำว่าผัว หนูไปเอาความมั่นใจมาจากไหนคะลูก 5555
    #2,549
    0
  18. #2524 polar Co., Ltd. (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 23:56
    หนูจะเป็นผัวไม่ได้นะคะลูก 55555555
    #2,524
    0
  19. #2509 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 22:50
    หนูผิดโพแล้วลูก 555555
    #2,509
    0
  20. #2468 LMLM (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 10:50
    ขำ5555555
    #2,468
    0
  21. #2453 Miki_milky (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 00:53
    น้องชนอะไรใช่ไหมเนี้ย
    #2,453
    0
  22. #2421 zzzPLAzzz (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 09:29
    ยัยหนู ไม่มีใครบอกหรอลูก ว่าหนูเป็นผัวอิพี่มันไม่ได้ 55555
    #2,421
    0
  23. #2411 RealThxnB (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 23:01
    !!!!!!!! ห้ะๆๆๆ เดี๋ยวววๆๆๆๆไ
    #2,411
    0
  24. #2408 loveseriesY (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 21:42
    555 น้องงของพี่
    #2,408
    0
  25. #2370 Strawberrybunny (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 10:47
    ไม่มีใครบอกน้องหรอคะ ว่าผิดโพ5555555555555555555
    #2,370
    0