END llแสงแดดกลางลมหนาวll [Yaoi] [Nana-Naris]

ตอนที่ 37 : #คุณแสงแดด HNY Special

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33,657
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,207 ครั้ง
    1 ม.ค. 63

 

 

 

รถบัสคันใหญ่สามคันจอดนิ่งสนิทในเขตป่าชายเลนแห่งหนึ่ง นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกเกือบร้อยชีวิตทยอยลงจากรถ อากาศที่ร้อนอบอ้าวทั้งที่ควรจะเป็นหน้าหนาวตามฤดูกาลส่งผลให้แต่ละคนหยิบเอาอุปกรณ์ช่วยชีวิตของตัวเองออกมากันคนละชิ้นสองชิ้น

“อ่ะ หมวก” หมวกbucketสีครีมถูกยื่นมาตรงหน้า ผมหันไปส่งยิ้มให้พร้อมรับมาสวมเอาไว้ จากนั้นพัดลมมือถือก็กลายเป็นอุปกรณ์ชิ้นที่สองจากกระเป๋าเป้ใบเล็กแต่มีสารพัดสิ่ง

“พอแล้วแก้ว ไม่ต้องดูแลเราดีขนาดนี้ก็ได้ เราเป็นผู้ชายนะควรดูแลแก้วสิ” 

“อย่างแกสมควรถูกดูแลแล้วคิมหันต์” เพื่อนสนิทว่าพลางมองร่างกายผมขึ้นลงด้วยสายตาสำรวจ วิเคราะห์ “ตัวก็แค่นี้ ผิวก็บางแพ้ง่ายอีกแต่กลับไม่เตรียมอะไรมาเลย ช่างไม่รู้จักเจียมตัว”

“เหมือนแก้วตัวโตกว่าเรางั้นแหละ เตี้ยกว่าเราอีก” ผมตอบกลับหญิงสาวที่ส่วนสูงน้อยกว่าถึงห้าเซ็นฯ ทั้งที่ตอนมัธยมต้นก็สูงเท่ากัน นับว่าโชคดีที่ผมสูงขึ้นได้อีกนิดหน่อย ไม่อย่างนั้นคงเรียกตัวเองว่าผู้ชายได้ไม่เต็มปากแล้ว

แต่ก็ยังเตี้ยกว่าพวกผู้ชายวัยเดียวกันอยู่ดี...เด็กม.4 ม.5 บางคนยังสูงกว่าผมเลย

“ย่ะ ฉันผู้หญิงจะเตี้ยแค่ไหนก็ได้ แล้วนี่ทาครีมกันแดดหรือยัง วันนี้แดดแรงนะ เกิดกลับกรุงเทพฯไปแล้วผิวไหม้ พี่เคียวได้วิ่งมาบีบคอฉันตายแน่ โทษฐานดูแลน้องชายสุดที่รักเขาไม่ดี”

“ก็เว่อร์ไปเถอะ พี่เคียวอยู่ตั้งอังกฤษจะมาบีบคอแก้วได้ไง”

“ไม่รู้จักพลังแห่งบราค่อนซะแล้วคิมหันต์ อย่างพี่ชายแกน่ะ ต่อให้อยู่กาแลกซีอื่นก็สามารถวาร์ปมาได้ถ้าเป็นเรื่องของแก” 

ผมส่ายหน้าไม่ต่อความในเรื่องของพี่เคียวกับแก้วเพราะแอบเห็นด้วยว่าจริง (อ้าว?) สายตาหันกลับไปมองป่าชายเลนด้านหน้าเราเหมือนกับเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ 

วันนี้ที่โรงเรียนจัดกิจกรรมวันรักษ์โลกควบคู่กับการทำดีในวันปีใหม่ แต่ยังไม่ถึงปีใหม่นะ เพิ่งจะวันที่ 31 ธันวาคมเท่านั้นเอง 

นักเรียนชั้นมัธยมส่วนมากที่ควรจะนั่งท่องตำราเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า กลับต้องมาทำกิจกรรมปลูกป่าชายเลนกัน จะบ่นหรือไม่มาก็ไม่ได้เพราะมีคะแนนกิจกรรมที่มากถึงห้าสิบคะแนนเป็นตัวรั้งไว้ ได้ยินเสียงหลายคนโอดโอยอยากจะกลับบ้านไปเที่ยวฉลองวันเทศกาลกับครอบครัวเข้าหูอยู่เป็นระยะ อย่างเช่นกลุ่มที่ลงมาจากรถบัสคันข้างเคียงกันและอยู่ในความสนใจของผมได้สักพักหนึ่งแล้ว

“แทนที่จะได้ไปฉลองที่ญี่ปุ่นทำไมเราต้องมาทนร้อนอยู่ที่นี่ด้วยเนี่ย” ไลลา สาวสวยที่เป็นดาวโรงเรียน ผู้หญิงที่ป็อปที่สุดโดยเฉพาะเมื่อตอนนี้คงสถานภาพโสดมาได้เกือบสองปีแล้วบ่นกับกลุ่มเพื่อนตัวเอง ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน หนึ่งในนั้นก็มีแฟนเก่าของเธอด้วย

...เหมันต์

“เธอบ่นตั้งแต่รถออกจนถึงที่นี่แล้ว ถ้าไม่อยากมาก็ไม่เห็นต้องมานี่โรงเรียนไม่ได้บังคับสักหน่อย” มินว่า มือเรียวโบกหมวกแก็ปสีดำของตัวเองระบายความร้อนไปด้วย คำพูดของเพื่อนคงจะไม่เข้าหูเท่าไหร่ หน้าสาวยของไลลาเลยเริ่มบึ้งตึง

“ก็ถ้าเหมไม่มา ฉันก็คงไม่คิดจะมาหรอก”

อันที่จริงเคยได้ยินข่าวว่าเหมกับไลลาเลิกกันแล้วตั้งแต่ช่วงม.5 แต่ผมก็เห็นว่าสองคนนี้ยังไปไหนมาไหนด้วยกัน อยู่กลุ่มเดียวกันไม่ต่างไปจากก่อนจะเลิก เลยไม่แน่ใจนักว่าสรุปแล้ว ข่าวนั้นเป็นจริงหรือไม่ เคยได้ยินเพื่อนเล่าว่ามีคนไปถามเหมก็ไม่ได้คำตอบ ถามไลลาก็ยิ่งคลุมเครีอเพราะคล้ายเธอจะบอกว่าไม่ได้เลิกกัน

เอาเถอะ ถึงเขาจะยังคบกันอยู่หรือเลิกกัน คนอย่างผมก็ไม่มีสิทธิ์อยู่ดี

“เหม่ออะไรคิม ไปได้แล้วห้องเราต้องไปรวมตัวกันรับต้นกล้าตรงแถวของอาจารย์ประจำชั้นตรงโน้นนะ” ด้วยความที่แก้วเรียกเสียงดัง อาจเพราะว่าผมไม่ได้ยินเสียงของเพื่อนในครั้งแรกๆมั้ง นักเรียนที่อยู่ใกล้ๆก็เลยให้ความสนใจกับเสียงเรียก กลุ่มของเหมก็กันมามองกันหมด เห็นมินส่งยิ้มให้ มีเกอร์ที่เงยหน้าจากตำราเรียน(ที่ยังคงอ่านอยู่ตลอด) เท่านั้นผมก็ไม่กล้ามองเหมันต์ที่อยู่ถัดไปแล้ว รีบก้มหน้าเดินตามเพื่อนทันที

เสียงของมินแว่วมาแผ่วเบาแต่จับใจความไม่ได้

“มอง อ่ะมองให้สึกไปเลยมะ ให้จีบก็ไม่กล้า โด่”

ยุ่ง” แม้จะไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกัน หากน้ำเสียงทุ้มน่าฟังนั้นจะต้องเป็นของเหมันต์อย่างแน่นอน

อ่า แค่ได้ยินเท่านี้ก็หน้าแดงแล้ว ไม่ไหวจริงๆเลยคิมหันต์เอ๊ย

 

กิจกรรมปลูกป่าเริ่มตั้งแต่แปดโมงเช้า กระทั่งตอนนี้สิบโมงอาจารย์ก็เรียกนักเรียนทั้งหมดขึ้นจากชายเลนมาพัก กลัวว่าจะมีใครเป็นลมแดดไปก่อน ผมกับเพื่อนอีกเกือบสิบคนทำหน้าที่แจกขวดน้ำเย็นตามแถวคนที่นั่งพักกันใต้ร่มไม้ 

หัวใจเต้นอย่างรุนแรง รู้เลยว่ามือเริ่มสั่นเมื่อเข้าใกล้กลุ่มของเหมันต์ขึ้นเรื่อยๆ ผู้ชายทั้งสามคนกำลังคุยกันอย่างออกรส อันที่จริงก็มีแค่มินที่เป็นตัวหลักในการพูด เกอร์คุยกลับบ้าง ส่วนเหมก็ฟังเงียบๆ

“น้ำ” ผมหยิบน้ำในกระติกน้ำแข็งยื่นให้กับเหมเป็นคนแรก ด้วยเสียงที่เบาจนคิดว่าเขาอาจจะไม่ได้ยิน

ขณะนั้นเองขวดน้ำอีกขวดก็ถูกยื่นไปที่เหมแทบจะพร้อมกัน ไลลาส่งยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติพอๆกับเสียงร่าเริงของเธอซึ่งผมคิดว่าตัวเองไม่มีวันทำได้แน่หากอยู่ต่อหน้าของเหม

“ดื่มน้ำเย็นๆก่อนสิเหม อากาศร้อนมากเลย”

เหมมองขวดน้ำทั้งสองนิ่งอยู่ชั่ววินาที ก่อนมือจะยกขึ้นมา...รับเอาขวดน้ำของไลลาไป

หัวใจผมเริ่มเต้นชาลง แม้จะเข้าใจได้ว่าไลลาคือแฟนหรือเพื่อนสนิท เลือกรับของเธอก็นั้นก็ถูกแล้ว แต่ลึกๆก็อดจะรู้สึกผิดหวังไม่ได้ 

ขวดใสที่มีน้ำเกาะพราวค่อยๆลดลงอย่างคนที่ตัดใจแล้ว แจกคนอื่นก็ไม่เป็นไรหรอก เหมือนๆกัน

แต่ว่า...

ฉึบ

น้ำในมือหายไปแล้ว!

“อ่ะ” เหมยื่นขวดที่รับจากไลลาให้กับมิน จากนั้นก็ยกมืออีกข้างที่ว่างรับขวดน้ำของผมไป เปิดฝาออก ยกดื่มในทันที ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและผ่านไปไม่ถึงสามสิบวินาทีด้วยซ้ำ

แต่คงจะเป็นสามสิบวินาทีที่ประทับอยู่ในความทรงจำ และภาพนี้คงถูกฉายซ้ำอยู่ในสมองของผมนับร้อยนับพันครั้งต่อจากนี้ไปอย่างแน่นอน

เหมรับน้ำจากผมไปดื่มด้วยล่ะ ^^

 

ยิ่งช่วงบ่าย อากาศก็ยิ่งร้อน กิจกรรมปลูกป่าล่าช้ากว่าที่คิดเนื่องจากนักเรียนทั้งหลายทนแดดกันไม่ไหว บ้างก็หนีกลับไปอยู่ใต้ร่มไม้ ยืนจับกลุ่มคุยกัน มีเป็นส่วนน้อยที่ยังคงก้มหน้าปลูกป่ากันต่อไป 

แก้วกับเพื่อนที่จับกลุ่มปลูกต้นไม้กับผมในตอนแรก ถูกอาจารย์เรียกไปช่วยเตรียมข้าวกล่องซึ่งเป็นอาหารกลางวันใกล้กับจุดจอดรถบัส ทำให้ตอนนี้รอบตัวเหลือแค่เพื่อนที่ไม่สนิทเท่าไหร่ ผมไม่ค่อยชินหรอกแต่เรื่องมากไม่ได้ ก้มหน้าก้มตาปลูกให้เสร็จดีกว่าจะได้กลับขึ้นไปพักสักที

“คิม ขึ้นไปกินข้าวกันเถอะ ร้อนแล้วเนี่ย คนอื่นเขาขึ้นกันหมดแล้วนะ” หนึ่งในเพื่อนร่วมชั้นวางต้นกล้าของตัวเองลง ดึงขวดน้ำมาล้างโคลนที่มือ เธอชักชวนพร้อมพยักหน้าไปทางกลุ่มเพื่อนตัวเองที่กำลังจะเดินไป

“มะนาวขึ้นไปก่อนก็ได้ เราขอทำตรงนี้อีกไม่นานก็จะเสร็จแล้ว”

“แต่ยังอีกเยอะเลยนะ ไปกินข้าวก่อนไม่ดีกว่าเหรอ” มะนาวยังลังเล ถึงจะไม่ใช่เพื่อนกลุ่มเดียวกัน แต่มะนาวก็เป็นมิตรกับผมดี เรียนห้องเดียวกันมาตั้งแต่ม.1แล้ว

“เราขี้เกียจเดินขึ้นเดินลงหลายรอบน่ะ เหลืออีกไม่กี่ต้นเอง” ตั้งใจว่าจะปลุกของแก้วไปด้วยเลยนะ อากาศร้อนอย่างนี้ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างแก้วไม่น่าจะทนไหวแล้วล่ะ

สุดท้ายมะนาวก็เดินตามเพื่อนออกไป ผมรีบเร่งทำงานของตัวเองให้เสร็จ แต่ดินโคลนเป็นอะไรที่ถ่วงเวลามาก ยิ่งรีบก็ยิ่งช้า ขยับขาแต่ละครั้งหนักไปหมด พลังงานในตอนนี้แทบจะไม่เหลือ นี่ขนาดว่าผมออกกำลังกาย เล่นยูโด มั่นใจว่าตัวเองแข็งแรงระดับหนึ่งนะ

พระอาทิตย์เริ่มคล้อยไปทางด้านหลัง เวลาบ่ายโมงกว่าๆผมถึงได้เงยหน้าขึ้นจากโคลนสีดำ ในหัววิ้งๆขึ้นมาเล็กน้อยจากอาการก้มนานไปหน่อย

ปวดเอวด้วย

ฮือออออ

หิวข้าว ท้องร้องแสบไปหมดแล้ว รู้อย่างนี้แวะไปพักกินข้าวเหมือนคนอื่นๆก็ดี ดูสิเขาพักกันจนหายเหนื่อยเตรียมจะลงมาปลูกต้นกล้ากันอีกรอบแล้ว จะเหลืออะไรให้ผมกินไหม

หลังจากล้างมือที่ก๊อกน้ำจนสะอาดก็กลับไปยังจุดที่แจกอาหาร เห็นเพื่อนที่ทำหน้าที่แจกข้าวกำลังรวบรวมเศษขยะใส่ถุงพลาสติกใบใหญ่ แต่แก้วไม่ได้อยู่ตรงนั้น

“เอ่อ เรามาเอาข้าวกล่องน่ะ”

“หืม? หมดแล้วนะ นี่คิมยังไม่ได้กินข้าวเหรอ” เพื่อนทำหน้าตกใจ

“ไม่อ่ะ เราเพิ่งขึ้นมาจากป่าชายเลนเมื่อกี้เอง”

“ตายแล้ว ทำไงดี” เพื่อนวิ่งไปอีกคนหนึ่งสักพักก็พากันกลับมาพร้อมกับสีหน้ากังวลเพิ่มขึ้นกว่าเดิม 

“เราสั่งข้าวมาเกินจำนวนคนตั้งสิบกว่ากล่องแล้วนะยังไงก็พอดีคน ต้องมีคนกินสองกล่องหลายคนแน่ๆเลย คิมหันต์เลยยังไม่ได้กินข้าว”

“งั้น...ไม่เป็นไรครับ” เห็นท่าทางร้อนใจของเพื่อนกับอาจารย์ผมก็ได้แต่ยิ้มแห้งกลับไป ทั้งที่หิวแต่ไม่มีข้าวแล้วจะให้ทำไงได้ล่ะ

“ขอโทษนะคิม เราคิดว่าทุกคนได้ข้าวหมดแล้วก็เลยให้พวกที่มาขอรอบสองไปน่ะ”

“อืม ช่างเถอะ”

“เอา เอ่อ” เธอเปิดกระเป๋าของตัวเองแล้วหยิบนมกล่องยื่นมาให้ “กินนี่ไปก่อนได้ไหม ขอโทษจริงๆนะ”

ผมบอกเพื่อนว่าไม่เป็นไรอีกสองสามรอบ รับเอานมกล่อมมาแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะตัวเองที่ใช้กระเป๋าวางจองไว้ วันนี้ใช้พลังงานไปตั้งเยอะนมกล่องเดียวจะพออยู่ท้องจนถึงเวลากลับไหมเนี่ย

เฮ้อออ ก็มีทางเลือกไหมล่ะคิมหันต์

ระหว่างที่ดูดนมกล่องด้วยความเศร้าไป ก็เดินขาลากด้วยความรู้สึกท้อแท้ หาแก้วก็ไม่เจอไม่มีเพื่อนคุยอีก เพิ่มความเฟลไปอีกเท่าตัว ไม่รู้จะงอแงกับใคร

หืม?

นอกจากกระเป๋าเป้ที่วางอยู่แล้ว ยังมีสิ่งแปลกปลอมที่จำได้ว่าตอนแรกไม่มีอยู่ด้วย บนโต๊ะนั้น...มีกล่องกระดาษสีน้ำตาลวางอยู่ข้างเป้ของผม จำได้ว่าเป็นกล่องข้าวที่สต๊าฟสั่งมาแจกให้กับพวกเราวันนี้ไม่ใช่เหรอ แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ไง

ของผม?...ใช่แหละ คงเป็นของผมเพราะบนฝากล่องมีตัวหนังสือเขียนเอาไว้ว่า

คิมหันต์

“เอ๋???” ปฏิกิริยาอัตโนมัติคือรีบมองไปรอบตัวทันที เวลาที่ไปขอข้าวกล่องจนกลับมาที่กระเป๋าอีกครั้งแป๊บเดียวเอง จะต้องเป็นช่วงนั้นแหละที่มีคนเอากล่องข้าวมาวางไว้

แต่จะเป็นใครนั้นผมไม่อาจคาดเดาได้ นักเรียนส่วนมากถูกอาจารย์ต้อนกลับไปปลูกต้นไม้กันแล้ว

จะมีก็แต่...

แผ่นหลังกว้าง

ที่ผมแสนจะคุ้นเคย เป็นแผ่นหลังที่ผมแอบมองมานานแล้ว ไม่มีวัน...ไม่มีทางจำผิดอย่างแน่นอน

เหม

“ฮ่ะๆ คงไม่ใช่หรอก อย่ามโนสิคิมเอ๊ย” เขกหัวตัวเองกับความคิดไร้สาระว่าเหมันต์อาจจะเป็นคนเก็บข้าวส่วนของผมเอาไว้ให้ ซึ่งก็เป็นไปไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็น คุยยังไม่เคยจะคุยกันด้วยซ้ำ ผมมีตัวตนในสายตาเขาหรือก็ไม่ จะเอาข้าวมาให้ผมได้ยังไง

เพ้อเจ้อ

คงเป็นแก้วมากกว่า ใช่แล้วล่ะ ต้องเป็นแก้วแน่ๆ เพราะแก้วไปช่วยสต๊าฟแจกข้าว เห็นว่าผมไม่ได้ขึ้นมารับข้าวกล่องก็เลยกันส่วนของผมเอาไว้ให้

ไม่ใช่ตัวหนังสือแก้ว? คงเป็นสต๊าฟสักคนแหละที่เขียนให้แก้ว ก็แก้วอาจจะไม่มีปากกาไง

ยังไงผมก็มั่นใจว่านั่น ไม่มีทางใช่เหม

 

“เฮ้อออ จบสักทีวันนี้ ป่านนี้ที่บ้านคงรอฉลองกันแล้วล่ะ” เพื่อนสนิทถือกระเป๋าเดินนำลงไปเมื่อรถบัสกลับมาจอดที่ลานของโรงเรียนตามเดิม จุดเดียวกับตอนที่เรามารวมตัวกันขึ้นรถไปที่ป่าชายเลนนั่นล่ะ

กว่าจะเสร็จก็เกือบสี่โมงเย็น เดินทางกลับอีกก็ทุ่มเข้าไปแล้ว วันนี้ยาวนานจริงๆ ทั้งเหนื่อยทั้งเมื่อย ขึ้นรถได้ก็หลับไปทันที จนผมลืมถามเรื่องข้าวกล่องกับแก้วไปเลย

“นับว่าเป็นการทำความดีส่งท้ายปี เราว่าดีนะ ปกติไม่ได้ทำอะไรแบบนี้เลย” ผมกลับรู้สึกดีนะที่ได้ไปปลูกป่าชายเลน ทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ “ปีนี้ก็เป็นปีสุดท้ายที่พวกเราจะได้อยู่ด้วยกันแล้ว ถือว่าเก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆไง”

“ที่พูดเนี่ย หมายถึงฉันหรือเหมล่ะ”

“แก้ว!” ยัยบ้า พูดเสียงดังกลัวคนอื่นไม่ได้ยินหรือไง

“หึหึ หน้าแดงอย่างนี้คงหมายถึงเหมสินะ ก็แน่ล่ะสิได้อยู่กับคนที่ชอบในวันส่งท้ายปี จะไม่เป็นความทรงจำดีๆได้ยังไง”

“ไม่ได้อยู่กันสองคนสักหน่อย”

“พูดแบบนี้แปลว่าอยากอยู่กันสองต่อสิ ว้ายยย ยัยหนูของฉันก็ไม่ได้ไสยๆนะยะ”

“เลิกพูดเลยนะแก้ว เดี๋ยวคนอื่นได้ยิน”

“จ้าๆ แล้วเอาไง”

“คืออะไร เอาไง?” ผมทำหน้างง ไม่เข้าใจสิ่งที่เพื่อนต้องการบอก แก้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ส่งสายตาบอกใบ้ไปทางเหมที่กำลังโบกมือลากับเพื่อนตัวเองไม่ไกลนัก

“ไม่ไปบอกสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าหน่อยเหรอ”

“บ้าหรือไง ไม่ได้รู้จักกันจะไปบอกได้ไงล่ะ” เหมจะได้คิดว่าผมประหลาดกันพอดี

“โอกาสสุดท้ายแล้วนะคิม ปีหน้าเราก็คงแยกย้ายไปเรียนคนละมหาวิทยาลัยแล้ว แกเองก็จะไปเรียนต่อกับพี่เคียวไม่ใช่เหรอ” ได้ยินที่แก้วพูด ใจผมก็ห่อเหี่ยว พยายามไม่คิดถึงเรื่องนี้มาตลอด อีกไม่กี่เดือน ผมก็จะไม่ได้เห็นหน้าเหมอีกแล้ว แยกย้ายไปตามความฝันของตัวเอง มีเส้นทางเดินของตัวเอง

และเหมคงเจอใครสักคนที่จะเป็นคู่ชีวิตในอนาคต...ซึ่งไม่ใช่ผม

“ไม่ดีกว่า แม่แก้วมารับแล้ว ถ้าอย่างนั้นแยกกันตรงนี้เลย สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้า ปีหน้าก็ขอฝากตัวด้วยนะ รักแก้วที่สุดเลย” ผมฝืนยิ้ม สวมกอดเพื่อนแล้วเปลี่ยนเรื่อง

“เฮ้ออ ตามใจก็แล้วกัน เจอกันปีหน้านะคิมหันต์ ซึ่งก็คือวันพรุ่งนี้นั่นแหละ อย่าลืมนัดดูหนังของเราล่ะ บ่ายโมงเจอกันที่ห้างฯนะ”

“ได้เลย ไปนะ” ผมโบกมือลาแก้ว เธอเดินไปขึ้นรถที่แม่จอดรอรับอยู่ จากนั้นรถก็ขับออกไป

ลานจอดรถบัสเริ่มปลอดผู้คนแล้ว เหลือนักเรียนเพียงส่วนน้อยที่กำลังรอผู้ปกครองมารับเหมือนกับผมที่รอพ่อมารับ...และเหมืนกับเหม ที่ยังไม่กลับเช่นกัน

เหมยืนอยู่ห่างออกไปแต่ไม่ได้ไกลมากแต่ก็ไม่ได้ใกล้นัก

ผมเหลือบมอง ตัดสินใจอยู่ว่าจะแกล้งหันไปแล้วบอกสวัสดีปีใหม่ด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติดีหรือเปล่า ตอนนี้เห็นรถพ่อขับเข้ามาใกล้แล้วด้วย

แต่มันจะแปลก เราไม่ได้รู้จักกัน

“คิม” พ่อลดกระจกลงมา ส่งเสียงเรียกเมื่อเห็นว่าผมไม่เดินไปขึ้นรถสักที

“ครับๆ”

เฮ้ออออ ไม่ได้บอกสินะ

“สวัสดีปีใหม่นะ...เหม” เสียงแผ่วเบายิ่งกว่ากระซิบล่องลอยไปตามสายลมก่อนที่จะก้าวขึ้นรถและปิดประตูลง

เสียงที่คิดว่าเจ้าของชื่อนั้น คงไม่มีวันได้ยิน

*

*

*

“เอ???....อยู่ตรงไหนนะ จำได้ว่าเอาไว้ตรงนี้นี่นา” ปลายนิ้วไล่ไปตามสันหนังสือแต่ละเล่มพร้อมกวาดสายตาอ่านชื่อบนสันปกลวกๆ ปากก็บ่นพึมพำกับตัวเองจนไม่ได้สังเกตว่ามีใครอีกคนเดินมายืนซ้อนอยู่ด้านหลัง

“ทำอะไร”

“อ๊ะ! เหม ตกใจหมดเลย” นอกจากใจผมจะตก มือยังพลาดไปถูกกล่องสี่เหลี่ยมที่วางบนชั้นหนังสือตกลงมาด้วย ฝาเปิดออก ของในกล่องกระจัดกระจายบนพื้น “คิมขอโทษ”

“อืม” เหมไม่ได้มีท่าทีโกรธอะไรที่ผมทำของเขาตก ย่อตัวลงมาช่วยกันเก็บ นอกจากของคุ้นตาหลายชิ้นที่จำได้ว่าเป็นคนซื้อให้เขาเองในโอกาสต่างๆ ก็ยังมีพวกรูปถ่ายเก็บรวบรวมอยู่ในนี้ด้วย

ทั้งรู้ที่เราเคยถ่ายเล่นกันวันที่ไปให้อาหารปลาที่วัด รูปตอนเที่ยวสงกรานต์ และรูปเมื่อสมัยที่ผมยังเรียนมัธยมปลาย บางรูปผมก็ไม่เคยเห็นแฮะ

“เหมแอบถ่ายคิมเหรอเนี่ย” ดูสิ อย่างรูปนี้เป็นตอนที่เล่นวอลเล่ย์บอลสมัยม.5 งานกีฬาโรงเรียนนี่นา

“ไม่ได้แอบ” จะบอกว่าถ่ายตรงๆแต่ผมไม่รู้ตัวใช่ไหม รู้ทันนะ

“เอ๊ะ?” รูปที่อยู่หลังงานกีฬา เป็นรูปวันที่เราไปปลูกป่าชายเลนกัน มีทั้งรูปของมิน เกอร์ ซึ่งด้านหลังไกลลิบๆมีผมยืนคุยกับแก้วอยู่หน้ารถบัส

และมีรูปกระเป๋าเป้ของผมที่วางบนโต๊ะ...กับกล่องข้าว

“คนที่เอาข้าวมาให้เรา คือเหมเหรอ”

“...” เขาไม่ตอบ แต่แววตาแทนคำตอบได้ดีกว่า ผมเริ่มชินกับเหมแล้ว มองหน้าก็รู้ว่าคิดอะไร พูดให้ถูกคือเหมตั้งใจแสดงสีหน้าให้ผมรู้แทนการขยับปากพูด ตามประสาคนพูดน้อย แต่ถ้าไม่อยากให้รู้ ผมก็อ่านสีหน้าเขาไม่ออกหรอกนะ

“ขอบคุณนะ ถึงจะขอบคุณช้าไปเป็นปีๆ แต่ก็ขอบคุณจริงๆ”

“ไม่ห่วงตัวเอง”

“ตอนนั้นคิมอยากปลูกให้เสร็จนี่นาจะได้ไม่ต้องร้อนสองรอบสามรอบอ่ะ แล้วเป็นไง ก็ได้นั่งสบายๆรอคนอื่นอีกตั้งนาน”

“แต่ก็หิวข้าว”

“ค้าบบบ คิมขอโทษ แต่ก็ขอบคุณเหมอีกครั้งที่เอาข้าวมาให้ คิมจำได้ว่าเห็นหลังเหมแว่บๆ แอบมโนด้วยนะว่าเหมคงเอามาให้ แล้วก็ด่าตัวเองว่าเพ้อเจ้อ”

สุดท้ายก็เป็นเขาจริงๆ คุณฤดูหนาวของผม

“หึ” เหมกระตุกยิ้มมุมปาก ถึงเห็นบ่อยในช่วงหลังก็ยังแอบเขินอยู่ดี รีบเปลี่ยนเรื่องดีกว่า มัวแต่เล่าเรื่องแบบนี้ให้เขาฟัง อย่างกับจะสารภาพรักรอบสองงั้นแหละ

“คิมหาหนังสือทำขนมน่ะ เล่มสีขาว เหมเห็นหรือเปล่า ว่าจะทำเค้กวันปีใหม่ไว้ทานกันคืนนี้แต่จำสูตรไม่ได้แล้ว”

“อืม” ฝ่ามือใหญ่อ้อมผ่านตัวผมไปยังชั้นหนังสือที่สูงกว่า หยิบเอาตำราทำขนมลงมาอย่างแม่นยำ ผมรับเอาไว้ ส่งยิ้มขอบคุณแล้วแผ่นหนีเข้าครัวทันที

พลุปีใหม่ถูกจุดในเวลา 23.59 น. ห้องของเหมมองเห็นพลุได้ชัดเจนดีทีเดียวเราจึงไม่ต้องออกไปข้างนอกเพื่อเบียดผู้คนดูการฉลองปีใหม่ แต่ถึงแม้จะไม่เห็นพลุ ผมกับเหมก็คงไม่คิดจะออกไปเบียดเสียดผู้คนแน่นอน ฉลองกันที่บ้านสองคนดีกว่าเป็นไหนๆ

นี่ความฝันอย่างหนึ่งของผมเลยนะ การได้ฉลองปีใหม่กับเหมเนี่ย

จากตอนนั้น...ที่คิดว่าคงไม่มีโอกาสจะเอ่ยคำนี้อีกแล้ว

“สวัสดีปีใหม่นะเหม ขอให้เหมมีความสุขมากๆ มากที่สุดกว่าใครๆเลยนะ ปีนี้และปีต่อๆไปก็ขอให้เป็นปีที่มีแต่ความโชคดี”

“....”

“ปีนี้ก็ฝากตัวด้วยนะครับ” 

เวลา 00.00 น. พอดิบพอดี

คิมได้บอกสวัสดีปีใหม่กับเหมแล้วนะแก้ว ^^

“Happy new year ครับ...รักคิม” เจ้าของคำพูดโน้มใบหน้าลงมาใกล้ชิด กระทั่งริมฝีปากของเรา...สัมผัสกัน

อ่า เป็นการเริ่มต้นปีที่ดีจริงๆเลย ///

-----

เด็กหนุ่มตัวสูงยืนมองใครคนหนึ่งที่อยู่ในสายตามานาน เจ้าของผิวสีขาวเดินหันหลังไปแล้ว

โกรธตัวเอง...ที่ไม่มีความกล้า

เกลียดตัวเอง...ที่ไม่รู้จะเริ่มเข้าหาเขายังไง

โอกาสสุดท้ายที่ไขว่คว้าเอาไว้ได้ก็หลุดลอยไปเสียแล้ว ทั้งที่อุตส่าห์ทำเป็นยืนรอผู้ปกครองมารับอยู่เป็นเพื่อนเขา อันที่จริงไม่มีหรอกคนมารับ นั่งรถกลับเอง พ่อกับแม่รอฉลองปีใหม่อยู่บ้าน บ้านก็ใกล้แค่นี้

เอาไงดี

ปัง!

เสียงปิดประตูรถเบาๆกลับกระชากความลังเลของตัวเองกลับมา เด็กหนุ่มตกใจและหมดหวังแล้ว

“แฮปปี้นิวเยียร์...คิมหันต์” สุดท้ายก็เดินคอตกจากมาอีกทาง

 

 

******

สวัสดีปีใหม่นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.207K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,924 ความคิดเห็น

  1. #11924 Sametimemini (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2564 / 16:48
    ชอบค่ะ
    น่ารักมากๆทั้งคิมและเหม
    #11,924
    0
  2. #11870 mook (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 18 มีนาคม 2564 / 10:51

    พาร์ทอดีตทำเราแอบเศร้าเลยง่าาาา

    #11,870
    0
  3. #11746 baekbow (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 01:33
    ถึงเขาจะรำลึกความทรงจำกันทีหลัง แต่ก็ทำให้รู้ว่าในทุกช่วงเวลาตั้งแต่เขาได้รู้จักกัน เขาทั้งสองคนได้สร้างความทรงจำร่วมกันมานานแล้วอ่ะ เพียงแต่เพิ่งมารับรู้เฉยๆ
    #11,746
    0
  4. #11495 Choo_only (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 21:44
    แอบเส้า;-;
    #11,495
    0
  5. #11432 -want- (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 23:44
    แอบหม่นนะ55555
    #11,432
    0
  6. #11044 ??? (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 13:19

    ดีอ่าาา..

    #11,044
    0
  7. #11020 Spices_smile (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 10:39
    เส้านะ555555
    #11,020
    0
  8. #10894 Bammiiee (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 00:10
    ดีมากๆเลยค่ะ ที่สุดท้ายทั้งสองได้รักกัน ขอบคุณนะค้า น่ารักมากๆเลยเรื่องนี้
    #10,894
    0
  9. #10886 CUTE_VILLAIN (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 21:06
    เเงงง เเอบเศร้า
    #10,886
    0
  10. #10883 hyokt_ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 17:24
    สนุกมากกกก ตามจากพี่เคียว 55555
    ไม่ได้คอมเม้นท์เลยพึ่งได้คอมเม้นท์ตอนนี้ แต่สนุกมากๆค่าาาา
    #10,883
    0
  11. #10853 Littleponywill (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:18
    สนุกมากกกกก ทำไหมพึ่งจะเจอ ขอบคุณนะคะ ที่แต่งให้อ่าน เป็นนิยายที่สนุกจริงๆ จะติดตามต่อไปนะคะ
    #10,853
    0
  12. #10779 Suesue Sue (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 21:31
    ถถถถถ.… แอบส่องเค้าเหมือนกันนนนนนนน
    แต่ไม่กล้าาา
    #10,779
    0
  13. #10707 Nitha Pupa (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 19:18
    อบอวลไปด้วยความรักสีเทาๆ
    #10,707
    0
  14. #10703 p.peach🍑 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 01:28
    สวัสดีปีใหม่ค่ะไรท์
    #10,703
    0
  15. #10701 Rosemary1985 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 10:55

    คิดถึงทั้งคู่มากๆๆๆๆ
    #10,701
    0
  16. #10688 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 11:51
    น่ารักกกก สวัสดีปีใหม่ค่ะ
    #10,688
    0
  17. #10668 momomay79 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 02:21
    HNY นะคร๊าบผม :) 06-01-2020
    #10,668
    0
  18. #10656 noowi (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 09:01
    รักทั้งคู่จัง
    #10,656
    0
  19. #10655 sunmarine (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 07:51
    ขอบคุณมากนะคะ สวัสดีปีใหม่ค่ะ

    เอ็นดูความแอบมองและส่องกันมานาน
    กว่าจะลงเอย ลงตัว น่ารักนะเรา

    #10,655
    0
  20. #10654 Dorothy Bernard (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 01:41

    รักเรื่องนี้ รักตัวละคร รักภาษาในการเขียน ชอบมาก

    HNY ย้อนหลังนะคะไรท์

    #10,654
    0
  21. #10642 prasertkiaw (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 11:30

    อยากอ่านอีก ๆๆๆ
    #10,642
    0
  22. #10639 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 10:01
    สวัสดีปีใหม่คะ
    #10,639
    0
  23. #10637 sakura7s (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 08:51
    งื้ออออ อยากอ่านพาทเหมอ่าาา อยากรู้ความในใจ เอ็นดูนาง😃
    #10,637
    0
  24. #10635 Strawberrybunny (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 00:56
    คิดถึงจังเลยค่ะะะะ ฮืออ ขอบคุณนะคะ
    #10,635
    0
  25. วันที่ 3 มกราคม 2563 / 23:13
    อยากได้พาร์ทเหมันต์อ่ะ อยากรู้ความในใจ~~~ ชอบคิมเมื่อไหร่ ยังไง ///ขอบคุณนิยายดีๆนะคับบบบ
    #10,633
    0