#แฟนพรากบังคับ *INCEST* [Nana-Naris]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 155,437 Views

  • 2,344 Comments

  • 4,796 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    7,650

    Overall
    155,437

ตอนที่ 9 : #ลูกแมวป่วย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8754
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1041 ครั้ง
    28 มี.ค. 62



“ซายด์...ซายด์”

ปวดหัวจัง ใครเรียกเนี่ย

“ซายด์ครับ...ตัวร้อนจังเลย” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวลและร้อนรน ผมขยับตัวหนีมือเย็นเฉียบที่แนบลงมาบนหน้าผากและแก้ม

“อื้ออ”

“ซายด์รู้สึกตัวไหม...ไปหาหมอนะ” พอได้สติขึ้นมาบ้างเล็กน้อย จำได้ว่าเป็นเสียงของเด็กที่มาตื๊อขออาศัยด้วย ไล่ก็ไม่ไป จัดการก็ไม่ได้

“ใหญ่” ผมส่งเสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นเขาออกไป ด้วยความนึกคิดที่วนเวียนอยู่กับเขา เจ้าของเสียงสอดแขนแข็งแรงเข้ามาใต้ร่างออกแรงยกให้ลอยวืดขึ้นไปกลางอากาศ “ไม่ไป”

“คุณตัวร้อนจัดเลย ไปหาหมอหน่อยเถอะ”

“ฮืออ ไม่เอา” ได้ยินคำว่าหมอผมก็งอแงทันที ทั้งที่เป็นคนป่วยไม่บ่อย ไม่เคยมีความหลังฝังใจอะไรกับการหาหมอ แต่ผมก็ไม่ชอบไป

“กลัวเหรอ ไม่เป็นไรนะ ผมจะอยู่เป็นเพื่อนเอง” เสียงเขาอบอุ่นจังเลย ทั้งที่เด็กกว่าตั้งเป็นสิบปีแท้ๆ ผมซุกหน้าเข้ากับอกอุ่นที่อุ่นน้อยกว่าร่างกายตอนนี้ ทั้งตัวร้อนผ่าวไปหมดจากพิษไข้

ที่เป็นอย่างนี้เพราะโหมงานหนักปิดต้นฉบับมากเกินไป วันหนึ่งนอนไปประมาณสามสี่ชั่วโมงเท่านั้น เดธไลน์เป็นอะไรที่สาหัสสำหรับผมเสมอ ที่จริงก็มีเวลาเยอะแต่เป็นประเภทวันไหนคิดงานไม่ออกก็จะทำไม่ได้เลย พอถึงช่วงโค้งสุดท้ายเมื่อไหร่ สมองลื่นไหลทุกที

“ไม่ไปนะใหญ่” ผมอ้อนเจ้าของอ้อมแขน ส่ายหน้าเบาๆก็ปวดหัวแล้ว ดวงตาร้อนเหมือนจะพ่นไฟได้ช้อนขึ้นไปมองใบหน้าหล่อเหลา เพิ่งเห็นชัดๆว่าเขากังวลมากแค่ไหน

“ผมวัดไข้แล้ว สามสิบเก้าองศา ยังไงก็ต้องไป ถ้าปล่อยเอาไว้คุณช็อกแน่นอน”

“กินยาก็ได้ เดี๋ยวก็หาย”

“ทำไมดื้อจัง”

“อย่ามาบ่นนะ” เสียงเครือขุ่นจนคนที่จะอุ้มออกจากห้องชะงัก “ซายด์ไม่ไป ยังไงก็ไม่ไป ใหญ่พาซายด์กลับเตียงเดี๋ยวนี้”

“ผมทำแบบนั้นไม่ได้ ขอร้องล่ะซายด์ คุณต้องไปหาหมอ เสียงคุณแย่สุดๆเลยรู้ไหม”

“ไม่ไป ถ้าไม่ฟังย้ายออกจากห้องไปเลยไป!” ผมรู้ว่ากำลังพาล แต่ห้ามตัวเองไม่ได้ ใหญ่ไม่ได้ทำอะไรผิด เขาหวังดีและเป็นห่วง ขนาดผมยังโกรธตัวเองที่งี่เง่าแต่เขากลับไม่มีท่าทีโมโหแม้แต่น้อย

“ครับๆ ขอแค่ซายด์ยอมไป จะด่าจะว่ายังไงผมยอมหมดเลย ไปหาหมอนะ”

“.....”

“นะเด็กดี”

“อืม” สุดท้ายใจก็อ่อนยวบ ไม่รู้ว่าทำไม ผมพยักหน้าลงใหญ่ส่งรอยยิ้มกว้างอุ้มผมออกไปที่หน้าประตู หยิบกุญแจรถกับกระเป๋าเงินออกไปด้วย

คนเด็กกว่าไม่ปล่อยให้ผมลงเดินเอง ด้วยความที่เป็นผู้ชายเหมือนกันต่อให้ตัวเล็กกว่าก็ใช่ว่าจะไม่หนัก ผมบอกแล้วให้เขาปล่อยผมยืนตอนอยู่ในลิฟต์เขาก็ไม่ฟัง ยืนยันว่าจะอุ้มผมเพราะกลัวจะเป็นลมล้มหัวฟาดอะไรเข้า

ใหญ่วางผมลงบนที่นั่งข้างคนขับอย่างระมัดระวัง คาดเข็มขัดให้เรียบร้อยก็พาตัวเองไปนั่งหลังพวงมาลัย รถคันนี้เป็นของผมเพราะเขามีแค่ดูคาติคันใหญ่คันเดียว โชคดีที่เด็กนี่คิดได้ว่าไม่ควรพาผมซ้อนมอเตอร์ไซค์น่ะนะ

อีกสาเหตุที่ไม่ชอบโรงพยาบาลก็เพราะว่ามันต้องรอคิวนาน ไหนจะสารพัดกลิ่นยาอีก ใหญ่อุ้มผมลงจากรถพาไปนั่งรถที่โล่งโปร่งมีอากาศถ่ายเทจากนั้นก็เดินไปติดต่อเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเอง รอไม่นานอย่างที่คิดพยาบาลก็เดินเข้ามาเรียกไปห้องตรวจ

“เป็นไข้หวัดครับ เพราะร่างกายพักผ่อนน้อยอาการเลยยิ่งทรุดหนัก” คุณหมอวินิจฉัยอย่างเดี่ยวกับที่ผมคิดเอาไว้เลย ที่จริงใหญ่ก็คงรู้ว่าผมเป็นอะไร แต่เราต้องการการรักษาที่ถูกต้องเขาถึงดึงดันจะพาผมมาให้ได้

“ต้องนอนโรงพยาบาลไหมครับ”

“ไม่นอนนะ” ผมกระตุกชายเสื้อเด็กดื้อที่วันนี้ไม่ยอมไปโรงเรียนเบาๆ ส่งเสียงอ้อนด้วย ยอมมาหาหมอแล้วถ้ายังบังคับให้นอนโรงพยาบาลอีกครั้งนี้ผมโกรธจริงๆ

“ไม่ต้องนอนก็ได้ครับ แต่ต้องฉีดยา เดี๋ยวหมอจะให้ยากลับไปทานต่อที่บ้าน ต้องทานยาให้ครบนะครับ” คุณหมอส่งยิ้มอย่างเอ็นดู ถึงผมจะป่วยแต่รู้สึกเหมือนมีประกายบางอย่างในแววตาแสนสุภาพคู่นั้น

ก็ไม่ได้โง่หรอกนะ แต่ตอนนี้ไม่มีอารมณ์สานสัมพันธ์กับใคร อยากนอนอย่างเดียวเลย

“แค่ทานยาเท่านั้นใช่ไหมครับ” เสียงคนข้างตัวเริ่มเข้มขึ้น

“ใช่ครับ แล้วก็ระยะแรกที่ไข้ยังไม่ลดให้เช็ดตัวเป็นระยะนะครับ ถ้าไม่ดีขึ้นให้กลับมาหาหมออีกครั้งเผื่อว่าต้องแอดมิท ฝากคุณน้องชายคอยวัดไข้ตลอดด้วย”

“ผมไม่ใช่น้องชายครับ” ใหญ่ตอบปฏิเสธด้วยเสียงที่นิ่งสนิท จ้องตากับหมอแบบไม่มีหลบ “แต่ผมเป็นคนรักของซายด์”

ดวงตาสุภาพและดวงตาดื้อรั้นจ้องกันอยู่พักหนึ่ง คุณหมอก็เป็นฝ่ายระบายรอยยิ้มออกมาก่อน

“เข้าใจแล้วครับ ขอโทษด้วยนะครับ...ถ้าอย่างนั้นคุณพาคนไข้ไปนอนรอที่เตียงได้เลย หมอจะให้พยาบาลเข้ามาพาไปฉีดยา จากนั้นก็พากลับได้ครับ” คุณหมอลุกออกจากห้องตรวจไปพร้อมแฟ้ม แล้วก็มีพยาบาลเดินเข้ามาพาผมไปที่ห้องฉีดยาอีกห้อง

ใหญ่จับมือผมเอาไว้แน่น เขาคงรู้ว่าผมนึกกลัวอยู่บ้างถึงแม้จะไม่ได้งอแงออกไป ผมกระชับมือกลับเกร็งตัวแข็งเมื่อเห็นเข็มฉีดยาในมือของพยาบาล

“มานี่” เขาเปลี่ยนมากอดหัวผมเอาไว้แทน เสียงทุ้มกระซิบชวนพูดคุยเรื่องอื่น เช่น อาหารที่เขาจะทำสำหรับคนป่วย เพื่อให้ผมลืมเรื่องการฉีดยาไป ผมตอบบ้างกังวลบ้าง สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี

และถูกพากลับมาที่เตียงวางลงอย่างแสนจะเบามือ บอกเลยว่าออกจากเตียงจนกลับมาอีกครั้งเท้าไม่ได้สัมผัสพื้นเลยแม้แต่น้อย

“ใหญ่ ซายด์ง่วง” ผมเอนตัวลงบนหมอน ยื่นมือไปเขย่าแขนเขาเบาๆ ใหญ่รีบขยับลงนั่งข้างตัว มือหนาลูบลงบนเส้นผมของผมแผ่วเบา มันสบายจนผมเผลอเอียงหัวลงไปซบและหลับตาลง

“ทานข้าวก่อนนะครับแล้วค่อยนอน จะได้กินยา”

“นอนก่อนไม่ได้เหรอ”

“แป๊บเดียวนะ ผมทำทิ้งไว้แล้วไปอุ่นเท่านั้นเอง ซายด์รีบกินยาจะได้หายไวๆ” เสียงทุ้มกล่อมเหมือนผมเป็นเด็กเล็ก น่าแปลกที่ผมเชื่อฟังเขาอย่างดี ปกติแล้วเวลาป่วยคนเดียวที่ผมยอมฟังคือพี่แซนเท่านั้น ถ้าเป็นคนแปลกหน้าแม้กระทั่งเพื่อนสนิทมาดูแลผมไม่ค่อยยอมให้เข้าใกล้เท่าไหร่

ใหญ่ลุกจากเตียงหายไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับถาดใส่ข้าวต้มและแก้วน้ำ มีถุงยาด้วย

“โชคดีนะที่ผมทำมื้อเช้าเป็นข้าวต้มพอดี ทานหน่อย” บริการป้อนถึงปากก็มา สบายชนิดที่ว่าผมไม่หยิบจับอะไรเอง ไม่มีการงอแงโวยวายว่ากินเองได้สำหรับคนอย่างซายด์

ก็ในเมื่อมีคนทำให้ ทำไมเราต้องทำเองด้วยล่ะ

“ไม่ไปเรียนเหรอ” พอกินข้าวกินยาเสร็จล้มตัวลงนอน ก็คิดขึ้นได้ วันนี้เป็นวันธรรมดาแล้วนี่ก็สิบโมงกว่าแล้วด้วย เด็กม.ห้ายังเกเรยืนกอดอกอยู่ตรงนี้อยู่เลย

“วันนี้ไม่ไป โทรไปบอกเพื่อนให้ลาให้แล้ว”

“ไปเรียนก็ได้นะ”

“ถ้าผมไป ใครจะดูแลซายด์ล่ะ”

อ่า ผมคงไข้ขึ้นสูงแน่ หัวใจถึงได้เต้นเร็วขนาดนี้ คงต้องรีบนอนหลับพักผ่อนจะได้หายจากอาการนี้ไวๆ


**************************


“ขอโทษนะพี่แซน ที่ไปตามนัดไม่ได้น่ะ”

[ไม่เป็นไรหรอก ก็ซายด์ป่วยนี่ อีกอย่างงานก็คงล่มแล้วล่ะ เพราะลูกสองคนไม่มีใครว่างมาเลย] พี่แซนทำเหมือนอยากจะบ่นแต่ก็หยุดแค่นั้น คงเกรงใจที่ผมป่วยอยู่ แต่ผมได้ยินเสียงที่เหงาเล็กๆก็อดไม่ได้ที่จะฝืนคุยต่อทั้งที่ตาแทบปิด

“ทำไมเหรอครับ คนโตกับคนเล็กไปไหนเหรอ”

[คนเล็กไปค่ายน่ะ อาทิตย์หน้าพายุจะเข้าโรงเรียนเลยเลื่อนมาอาทิตย์นี้แทน ส่วนพ่อคนโตหลานชายสุดที่รักของเธอก็เหมือนเคย ติดแฟนบอกว่ามาไม่ได้จริงๆ อะไรนักหนาห้ะยัยคนนี้ แม่ลูกไม่ได้เจอกันเกือบสองอาทิตย์แล้ว จะปล่อยลูกชายฉันให้มาพบปะครอบครัวบ้างไม่ได้หรือยังไง] พอได้บ่นก็เหมือนปลดล็อก ผมฟังเสียงพี่แซนที่แผ่วลงเรื่อยๆ ไม่ใช่เพราะพี่สาวพูดเบา แต่สติผมมันรางเลือนเต็มที

“พี่ก็...” จะพูดอะไรต่อวะ

[พี่ว่าซาดย์เบลอยาแน่ๆ เมื่อกี้บอกพี่ว่าเพิ่งกินยาไปนี่ นอนพักผ่อนเถอะ ตอนเย็นพี่จะไปหาดีไหม]

“ไม่เป็นไรพี่ เย็นนี้พี่ต้องไปงานกับพี่นพไม่ใช่เหรอ แวะมาลำบากเปล่าๆ”

[แล้วซายด์จะอยู่ยังไงคนเดียว ไม่มีใครดูแลตอนป่วยมันลำบากนะ]

“ซายด์มี...เพื่อนน่ะ” ผมไม่รู้จะบอกสถานะของใหญ่กับพี่สาวว่ายังไงดี กลัวว่าพี่แซนจะรับไม่ได้ถ้าบอกว่าเลี้ยงเด็กมัธยมเอาไว้

[อ้อ โรมใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นพี่ก็วางใจหน่อย แต่ซายด์ก็อายุขนาดนี้แล้ว หาแฟนได้แล้วนะเราจะได้มีคนดูแล]

“พี่แซนไม่บ่นแล้วเหรอ อย่าลืมว่าซายด์ไม่หาน้องสะใภ้ผู้หญิงให้พี่หรอกนะ”

[ย่ะ พี่ทำใจได้ตั้งนานแล้ว จะใครก็ได้ขอแค่ดูแลน้องพี่ให้ดี ทำให้ซายด์มีความสุขเท่านั้นก็พอแล้ว พี่รู้สึกเสียใจนะที่ผ่านมาตั้งแง่จนซายด์ไม่กล้าเล่าเรื่องความรักให้ฟัง]

เราสองคนพี่น้องไม่คุยกันเรื่องความรักของผมเท่าไหร่ อาจจะเพราะว่าครั้งแรกที่ผมเดินเข้าไปบอกพี่แซนว่าชอบผู้ชายแล้วจำสีหน้าช็อกได้เป็นอย่างดี ส่วนพี่แซนก็มีถามบ้าง ผมคิดว่าเป็นเพราะอยากกล่อมให้ผมมีแฟนผู้หญิงเลยแอบตัดบทไปบ้างบางครั้ง

“ซายด์ขอโทษ”

[เฮ้อ ไว้หายค่อยคุยกันเรื่องนี้นะซายด์ เรานี่พอป่วยแล้วก็งอแง อย่างนี้โรมจะเอาอยู่เหรอ]

“..........” โรมอาจจะเอาไม่อยู่เพราะมันเป็นเพื่อน ถึงเป็นเพื่อนสนิทผมก็ไม่เคยให้มันมาเฝ้าไข้ แต่กับคนที่...ทำอาหารให้อยู่ตรงโซนห้องครัวนี่สิ

ผมเผลอเหลือบตามองไปที่ประตูห้องนอนที่ปิดสนิท ราวกับว่ามันจะทะลุออกไปด้านนอกได้

[อย่าคิดอะไรมากเลยซายด์ พี่เป็นพี่สาวของซายด์นะ พี่สัญญาเลยว่าซายด์รักใครพี่จะรักคนๆนั้นด้วย ตอนนี้โลกมันหมุนไปไวเหลือเกิน ไม่เหมือนเมื่อสิบปีก่อนแล้วล่ะ ลูกชายเพื่อนพี่ยังพาแฟนผู้ชายเข้าบ้านเลย นี่พี่ยังพูดเล่นๆกับพี่นพเลยนะว่าถ้าเกิดคนโตหรือคนเล็กพาแฟนผู้ชายเข้าบ้าน เราก็คงไม่ว่าอะไร]

นั่นสินะ โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ความคิดและมุมมองของคนเราก็คงจะเปลี่ยนไปด้วย

“ลูกของพี่แซนโชคดีที่มีพ่อแม่อย่างพวกพี่...ซายด์ก็โชคดีที่มีพี่สาวอย่างพี่”

[พอ พี่เขินหมดแล้ว เอาเป็นว่ายังไงพี่จะหาเวลาไปเยี่ยมก็แล้วกันนะ หายไวๆ มีอะไรโทรหาพี่ได้ตลอดไม่ต้องเกรงใจเลยนะ เรามีกันแค่สองคนพี่น้อง ซายด์ไม่พึ่งพี่ จะไปพึ่งใคร]

“ขอบคุณครับพี่แซน”

พี่แซนบอกให้ดูแลตัวเองอีกสองสามประโยคก็วางสายไป ผมเปิดเมลเช็คงานที่ส่งให้บก.เมื่อคืนได้ไม่นานเสียงประตูห้องนอนก็เปิดออกพร้อมกับเสียงทุ้มดุต่ำที่ดังตามมา

“ก็ว่าทำไมผมได้ยินเสียงเหมือนซายด์คุยกับใคร ที่แท้แอบเล่นโทรศัพท์นี่เอง”

“ไม่ได้เล่นนะ เช็กงานกับบก.ต่างหากล่ะ นายนั่นแหละ สองวันแล้วน่าจะไปเรียนได้แล้ว” ผมวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะข้างเตียงเหมือนเดิม แต่ใหญ่กลับถือวิสาสะย้ายมันไปไว้ที่โต๊ะทำงานซึ่งอยู่ไกลมือแทน

และปากดีอย่างผมไม่มีแรงลุกเองหรอกครับ ไข้ยังไม่ลดลงเลย ขนาดเข้าห้องน้ำยังต้องให้ใหญ่พาไป อับอายขายหน้าเด็กมันสุดๆ

“จนกว่าซายด์จะหาย ผมจะหยุดเรียนไปก่อน ไม่ต้องห่วงหรอกผมให้เพื่อนจดงานเอาไว้แล้ว และเกรดผมก็ไม่เคยตกต่อให้ภาพลักษณ์ของผมในสายตาซายด์จะเหมือนเด็กใจแตกก็เถอะ” มันก็น่ามองอย่างนั้นจริงหรือเปล่าล่ะ เจอกันในผับ ท่าทางเบดบอยเจ้าชู้ แถมยังเชี่ยวชาญเรื่องอย่างว่าอีก

“มองตรงไหนก็ไม่เหมือนเด็กเรียน” ผมกวาดตามองรูปร่างของเขาประกอบคำพูด เผลอสะดุดกับเสื้อยืดพอดีตัวที่โชว์บอดี้สุดล่ำนานไปนิด

“ขนาดป่วยซายด์ยังหื่นเลยนะ มาทานข้าวก่อนจะได้กินยา” ใหญ่วางถาดอาหารลงที่โต๊ะแล้วนั่งลงข้างเตียง ผมหมั่นไส้เลยลงไม้ลงมือ ฟาดฝ่ามือไปที่ต้นแขนแรงๆหนึ่งที แรงในที่นี้คือสุดแรงของคนป่วยที่เบาชนิดที่ตบยุงยังไม่ตาย

“หมั่นไส้จริง”

“ครับๆ เชิญตีตามสบายเลยครับ แต่ตีแล้วต้องกินข้าวกินยานะ”

“ฉันโตแล้วอย่ามาทำเหมือนเป็นเด็ก”

“แล้วเมื่อวานผู้ใหญ่คนไหนกันที่ร้องไม่ยอมไปหาหมอ แถมกลางดึกก็นอนไม่หลับจนผมต้องลงไปนอนกอดเอาไว้น่ะ” เขาแหย่เล่นพร้อมกับป้อนข้าวผมไปด้วย ผมอ้าปากรับตามความเคยชิน

พลางคิดถึงเรื่องทั้งหมดตั้งแต่ผมป่วย ใหญ่ดูแลผมดีเกินไป ผมพอรู้สึกตัวบ้างว่าเขาตื่นมาเช็ดตัวให้ผมเกือบทั้งคืน คอยวัดไข้ ปลุกมากินยา เตรียมอาหาร เขาทำทุกอย่างยิ่งกว่าที่เคยมีใครทำมา

“ทำไมต้องดีกับฉันขนาดนี้” น้ำเสียงฝืดเฝื่อนเต็มทน คนที่ป้อนข้าวเพียงยกยิ้มมองมาด้วยสายตาอ่อนโยนจนผมต้องหลบมองไปทางอื่น “ว่าไงล่ะ?”

“ผมเคยบอกไปแล้วว่าผมชอบซายด์ เพราะงั้นก็ปกติไม่ใช่เหรอที่เราจะต้องอยากดูแลคนที่เราชอบน่ะ ไม่เห็นจะมีตรงไหนแปลก”

“แปลกสิ ฉันไม่ได้...ชอบนาย” ผมเม้มปากแน่น ข้าวต้นแสนอร่อยเริ่มขมไปทั้งคอ

“ไม่เป็นไร แค่ได้อยู่ข้างๆแล้วคอยดูแลซายด์แบบนี้ก็พอแล้ว”

“อ่านมาจากหนังสือเล่มไหนล่ะ” เพราะบรรยากาศมันหวานเกินไปผมเลยต้องหาเรื่องเปลี่ยนมันสักหน่อย

“หึหึ เล่มไหนก็มีทั้งนั้น แล้วผมก็ยังพูดไม่จบ อย่างหนังสือเล่มอื่นเขาคงบอกว่า ได้ดูแลแค่นี้ก็พอไม่หวังอะไร แต่สำหรับผม ผมมั่นใจว่าอีกไม่นานซายด์ต้องใจอ่อนรักผมอย่างแน่นอน”

“มั่นหน้าสุดๆ อดทนให้ได้อย่างที่พูดก็แล้วกัน จะรอดู”

“ดีใจนะที่ซายด์อยากรอดูวันที่รับรักผมและคบกันแบบนี้ แปลว่าผมมีความหวังใช่ไหม”

“แค่กๆๆ” ผมสำลักข้าวต้มคำสุดท้ายที่ใหญ่เพิ่งป้อนทันที “วะ ว่าไง แค่ก นะ”

“ตามนั้น” ใหญ่ไม่ยอมพูดอีก เขายกไหล่กว้างของตัวเองขึ้นหนึ่งหน จัดการป้อนข้าวต้มด้วยท่าทางน่าหมั่นใส้ แต่ถึงอย่างนั้นข้าวต้มคำต่อๆมา

...กลับอร่อยเหลือเกิน

“ปิดไฟนะ” เด็กตัวโตในชุดนอนเดินตรงไปที่สวิชไฟหน้าประตู ผมปิดหน้าจอวางโทรศัพท์ที่ได้รับอนุญาตให้เช็กอีเมลเป็นเวลาห้านาทีลงบนโต๊ะ

อย่าได้ขำไป กว่าจะได้เวลาห้านาทีในการใช้อินเทอร์เน็ตแทบจะตีกันตาย ทั้งที่เป็นของๆผมแต่ใหญ่กลับยืนยันว่าห้ามเล่น อ้างเหตุผลว่าผมป่วย สารพัดจะอ้าง จนผมต้องตีหน้าจริงจังกึ่งโกรธบอกว่าต้องทำงาน เขาถึงได้ยอมและตั้งลิมิตห้านาทีขึ้นมา

น่าโมโหที่ผมต้องทำตามคำสั่งของคนอายุน้อยกว่าสิบปี

รอให้หายก่อนเถอะ ไอ้เด็กบ้า

“ไม่ไปนอนที่ห้องล่ะ” ผมเห็นว่าใหญ่เดินขึ้นเตียง สอดตัวเข้ามาในผ้าห่มผืนเดียวกันและดึงตัวผมเข้าไปกอด ทั้งที่เขาควรจะกลับห้องของตัวเองไป

“รังเกียจผมหรือไง มากกว่านอนกอดผมก็ทำมาหมดแล้ว”

“ฉันไม่ได้รังเกียจ” บอกด้วยเสียงเหนื่อยใจ ต่อให้ทำตัวเป็นผู้ใหญ่เด็กก็คือเด็ก พูดนิดพูดหน่อยทำน้อยใจใส่ “แต่กลัวว่านายมานอนใกล้แบบนี้เดี๋ยวจะติดหวัดแล้วก็ป่วยเอาได้ ไม่ใช่ว่าพอฉันนายหายมาป่วยไม่ได้ไปโรงเรียนยาวอีก”

อ้อมกอดอบอุ่นกระชับแน่นขึ้นแต่ไม่ได้มากถึงขั้นทำให้อึดอัด

“ดีใจนะที่ซายด์เป็นห่วง”

“ฉันขี้เกียจดูแลนายกลับต่างหาก”

“คนซึน” ไอ้เด็กนี่

“อยากป่วยก็ตามใจแล้วกัน ไม่ได้ว่าอะไร” นี่แน่ะ กอดให้แน่นซะเลยจะได้เอาเชื้อหวัดไปบ้าง ดี ผมจะได้หายไวๆ แล้วใหญ่จะติดไม่ติดก็เรื่องของเขา

“ผมแข็งแรงไม่ติดง่ายๆหรอก ไม่อย่างนั้นคงป่วยไปตั้งแต่กอดซายด์ที่ไข้สูงกว่านี้เมื่อคืนแล้ว ไม่ต้องห่ว่งนะ”

“เอ๊ะ บอกว่าไม่ได้ห่วงไง” ผมเงยหน้าขึ้นไปในความมืด ตั้งใจจะดุต่ออีกนิด แต่ริมฝีปากอุ่นกลับทาบทับลงมา กลีบปากบดเบียดเข้าหาปากผม

เราไม่ได้สัมผัสกันแบบนี้พักใหญ่แล้วตั้งแต่ที่ผมต้องปิดต้นฉบับและทำงานหามรุ่งหามค่ำ

ผมตอบรับจูบของอีกฝ่ายที่ไม่ได้รุกล้ำเข้ามาภายใน เป็นจูบที่อ่อนโยน ทะนุถนอม ใหญ่ละริมฝีปากออกไปอย่างอ้อยอิ่งหลังจากกดลงมาหนักๆหนึ่งครั้ง นิ้วโป้งร้อนเกลี่ยเอาน้ำลายที่เลอะตามมุมปากออกให้อย่างแผ่วเบา

“ผมจะพิสูจน์ให้ดู ว่าเชื้อหวัดของซายด์ ทำอะไรผมไม่ได้หรอก”

“........”

“นอนนะครับ อยากได้อะไรให้เรียกผม ผมอยู่กับซายด์ตรงนี้” เสียงทุ้มกระซิบบอกพร้อมกับกดศีรษะผมให้จมไปในอกอุ่น วงแขนแข็งแรงสอดเข้ามาให้ผมหนุนนอนและโอบล้อมร่างกายผมไว้ดั่งผ้าห่มชั้นดี

แปลกที่...ผมนอนหลับสบาย...กว่าตอนนอนลำพัง


........................................................

คนดูแลดีให้รางวัลดีม้ายยยยย

ปล. เรื่องนามสกุลจะยังไม่ใส่ในนิยายแต่เห็นคนถามเยอะ

เฉลยไว้ตรงนี้ว่า พี่แซนแต่งงานแล้วใช้นามสกุลสามีค่ะ

น้าซายด์ก็เลยคนละนามสกุลเด้อ บางทีคุณหลานเค้าห่วงเมียคงไม่ทันคิดหรอก คึคึ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.041K ครั้ง

28 ความคิดเห็น

  1. #2312 Beam9404 (@Beam_sehun94) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 20:06
    อบอุ่นอีกแล้ว เด็นคนนี้ อยากได้แง้
    #2312
    0
  2. #2260 D-Sooo (@D-Sooo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 21:23
    อบอุ่นจัง เด็กน้อยน่ารัก 55
    #2260
    0
  3. #2254 Haruma_Hunsei (@hunsei) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 20:15

    งู้ยยยยยย น้องใหญ่นี่ดูแลเก่งจนคนอ่นแบบเราเขิลไปหมดแล้ว อยากมีน้องใหญ่เป็นของตัวเอง แค่กกกก.....

    #2254
    0
  4. #1830 BlackDragon_MN (@blackdragon-mn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 18:44
    ผัวที่ดี พ่อบ้านดีเด่น น้าย่วยไปหมดแน้ว แง
    #1830
    0
  5. #1636 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 09:54
    อยากได้คนดูแลอ่ะค่ะ ป่วยกระทันหัน
    #1636
    0
  6. #455 PandaHaHe (@PandaHaHe) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 00:33

    น้องใหญ่น่ารักเวอร์

    ถ้าซายด์ไม่เอาเราขอนะ อิอิ

    #455
    0
  7. #385 manejanb (@manejanb) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 11:58

    รออออออ
    #385
    0
  8. #363 Sirikandadechhom (@Sirikandadechhom) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 10:59
    ใหญ่ลูกกกก นี่หนูอายุ17จริงๆเหรอ ทำไมน่ารัก ดูแลเก่งขนาดเนนนนนนน้
    #363
    0
  9. #353 toeyjutamas (@toeyjutamas) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 23:11
    หวังๆว่าแบบ น้ากะแม่ ไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆงื้ออออ ลุ้นเลยยยยยยย จะไปในทิศทางไหน อนาคตประเทศไทย /ผิดดด 55555
    #353
    0
  10. #351 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 19:03
    มีคนดูแลดีแบบนี้ หายไวแน่นอนเนอะ ><
    #351
    0
  11. #350 Nyxnoxz (@DemonJen) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 13:42
    ฮืออออออ
    #350
    0
  12. #349 ilovejaebum (@ilovejaebum) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 11:20
    ก็เหมือนเดิม ไปตามนัดไม่ได้
    #349
    0
  13. #348 BlossomYuyee (@BlossomYuyee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 09:11
    อยากได้น้องใหญ่ ถ้าน้าซายด์ไม่ชอบขอนะ ^^
    #348
    0
  14. #347 Okoy up (@puyrattikan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 09:06
    สุขแบบบาปๆ
    #347
    0
  15. #346 Kon--Kon (@Kon--Kon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 07:37
    แล้วถ้าน้องเอาลูกเข้าบ้านเป็นแฟน...พี่แซนจะว่าไรไหม ;_;
    #346
    0
  16. #345 _Nenuu_ (@_Nenuu_) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 00:43
    จะไข้ขึ้นอีกรอบเพราะน้องใหญ่นี่แหละ55555555555
    #345
    0
  17. #344 xoap (@xoap) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 00:21
    อยู่ดีๆข้าวต้มก็อร่อยขึ้นมาเลยนะ 555
    #344
    0
  18. #343 Sirikandadechhom (@Sirikandadechhom) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 23:13
    นี่ น้องใหญ่ ลืมไปแล้วเหรอคะว่าคนพี่โตกว่า จะมาพูด "นะเด็กดี" แบบนั้นไม่ได้ งื้อออ ฉันเขินแทนซายด์ อิอิ
    #343
    0
  19. #342 xoap (@xoap) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 19:26
    ซายด์ไข้ขึ้นอีกแล้ววว หัวใจเต้นเร็วขึ้นอะ อิอิ
    #342
    0
  20. #341 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 16:41
    ดูแลดีจังเลยยย ><
    #341
    0
  21. #340 nyymmpph (@nnyymmpphh18) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 15:26
    นามสกุลบนถุงยาน่ะมีหรือไม่มมมมมมม ตื่นเต้นจุง
    #340
    0
  22. #339 Chayeanalie (@ningkanut) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 10:53
    น้องจะเห็นนามสกุลผู้ป่วยมั้ยน้อ
    #339
    0
  23. #338 -ploysiwa- (@-ploysiwa-) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 10:33
    ดูแลดีมากเลย หายป่วยเร็วแน่แบบนี้
    #338
    0
  24. #337 mildneet (@maay08822052623) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 10:01
    เจอแบบใหญ่สักคนเจ็บไข้ก็จับกดค่ะงื้อออ><
    #337
    0
  25. #336 piti345 (@piti345) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 05:55

    เด็กอะไรน่ารักแท้แถมดูแลเอาใจดีเว่อร์ไล่ไม่ลงเลยแบบนี้เน๊อะ!!!5555
    #336
    0