#แฟนพรากบังคับ *INCEST* [Nana-Naris]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 153,912 Views

  • 2,339 Comments

  • 4,799 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6,125

    Overall
    153,912

ตอนที่ 36 : #แม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5932
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1052 ครั้ง
    21 พ.ค. 62




“พี่แซน” น้ำตาผมไหลเหมือนเขื่อนแตก ปากยิ้มจนแทบจะฉีกถึงหู ทันทีที่เปิดประตูพรวดพราดเข้าไปในห้องแบบไม่สนใจมารยาทว่าควรเคาะก่อน พบว่าพี่สาวตัวเองกำลังมองกลับมาทางผมเช่นกัน

ในที่สุดพี่แซนก็ฟื้นขึ้นมาสักที

แม้ว่าร่างกายจะดูอ่อนแรงมาก แต่ในที่สุดพี่แซนก็รู้สึกตัว สิ่งที่ตอกย้ำความดีใจของผมคือน้ำเสียงแหบแห้งที่เอ่ยเรียกพวกเรา

“คนโต ซายน์”

“ฮือออ พี่แซนนน พี่แซนนนนนนน” ผมโผเข้าไปหาที่ข้างเตียง ใหญ่อ้อมไปที่ข้างเตียงอีกฝั่ง เราไม่กล้าจะจับตัวพี่แซนแรงมากนัก กลัวว่าคนที่หมดสติไปหลายปีจะมีตรงไหนแตกสลาย

“เล็กโทรตามหมอแล้ว อีกไม่นานคงมาถึง แม่ฟื้นแล้วนะน้าซายน์” เล็กเข้ามากอดผมไว้แน่น ผมเองก็กอดตอบหลาน สีหน้าทุกคนในห้องมีแต่ความสุขและความยินดี

จนกระทั่ง

“พี่นพ” เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งห้องก็เหมือนจะหยุดความเคลื่อนไหว ผมแทบไม่กล้าหายใจด้วยซ้ำไป “พี่นพเป็นยังไงบ้าง”

สิ่งแรกที่คนเป็นภรรยาถามหลังจากทบทวนเหตุการณ์ที่ส่งตัวเองมานอนนิ่งอยู่หลายปีได้ คือสามีคู่ทุกข์คู่ยาก

แล้วเราควรตอบว่าอะไรดี จะให้บอกความจริงในตอนที่พี่แซนเพิ่งฟื้นอย่างนี้ มันก็ดูใจร้ายเกินไป

“อ่า อ๊ะ เสียงรถนี่นา หมอน่าจะมาแล้ว เล็กลงไปรับคุณหมอก่อนนะครับ แม่อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย ให้หมอตรวจก่อนนะ” เล็กรีบวิ่งออกจากห้องไป เหลือแค่ผมกับใหญ่ที่แอบสบตากัน และไอ้โรมที่นั่งเป็นปูนปั้นไร้บทบาท

มันรู้จักพี่แซนในฐานะเพื่อนสนิทผมก็จริง แต่คงไม่ใช่ในฐานะลูกเขยคนเล็กของบ้าน

เรื่องพวกนั้นควรเอาไว้คิดทีหลัง ตอนนี้ให้หมอตรวจอาการพี่แซนก่อนคือสิ่งสำคัญที่สุด

คุณหมอเช็กอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงก็แจ้งว่าอาการพี่แซนไม่มีอะไรน่าห่วง บาดแผลหายสนิทตั้งนานแล้ว ความดันและโรคแทรกซ้อนต่างๆไม่มี

“คนไข้ได้รับการดูแลอย่างดีมากครับ กล้ามเนื้อต่างๆถือว่าไม่แย่นัก หมั่นกายภาพสักสามสี่เดือนก็น่าจะกลับมาเดินได้ตามปกติ เดี๋ยวตอนบ่ายพาคนไข้ไปตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลอีกครั้ง รวมถึงเรื่องตารางการทำกายภาพบำบัดด้วยนะครับ ช่วงแรกอาจจะต้องไปนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลก่อน” หมอขอตัวกลับไปเตรียมตัวที่โรงพบายาลและให้เราตามไปในช่วงบ่าย เหลือแค่ญาติคนไข้ที่ยังนั่งกันอยู่ในห้อง

พี่แซนมองทุกคนด้วยสายตายินดีและคิดถึง ไม่ต่างจากพวกเราเช่นกัน วันนี้คงเป็นวันที่ดีที่สุดในชีวิตผมอีกหนึ่งวันที่ได้พี่สาวคนเดียวกลับคืนมา

ช่วงที่พี่แซนฟื้นใหม่ๆที่บ้านยุ่งกันมาก ผมทุ่มเทเวลาให้กับการดูแลพี่สาวให้ฟื้นร่างกาย พาไปกายภาพและพบแพทย์ตามเวลานัด เข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น ถึงเหนื่อยแต่ก็ดีใจที่อาการของพี่แซนดีขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนเรื่องของพี่นพ เราบอกพี่แซนไปตามตรง เหมือนพี่สาวผมจะเสียใจน้อยกว่าที่คิดแต่ไม่ได้แปลว่าไม่เสียใจ มีอาการซึมเศร้าและร้องไห้อย่างเงียบๆบ้างในบางครั้ง ระยะเวลาผ่านไปก็เริ่มทำใจได้ อย่างน้อยก็ยังมีลูกๆเป็นกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไปพี่แซนบอกอย่างนั้น

“อีกไม่นานก็เดินคล่องแล้วนะ” ระหว่างรอให้คนขับรถมารับหลังการทำกายภาพบำบัดจบ ผมก็นั่งคุยกับพี่แซนไปเรื่อยๆ

“เหนื่อยไหมซายน์ หลายเดือนมานี้ซายน์แทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย” พี่แซนถามด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ดวงตารักใคร่ ผมส่ายหน้าทันที

“เรามีกันสองคนพี่น้องนะพี่แซน ได้ดูแลพี่ซายน์ไม่เหนื่อยเลยสักนิด ซายน์ดีใจที่พี่แซนฟื้นขึ้นมา หลานๆต้องการแม่และแซนก็ต้องการพี่สาวนะ”

“...ถ้าพี่นพอยู่”

“ไม่เอานะ ไม่คิดมากนะพี่” ผมคว้ามือพี่สาวมาจับเอาไว้ บีบเบาๆส่งกำลังใจให้ พี่แซนยิ้มเศร้า

“พี่จะเข้มแข็งนะ” ระหว่างนั้นรถคุ้นตาก็ขับเข้ามาจอด พี่แซนเหลือบมองใหญ่ที่ลงจากรถมาหาพวกเราก่อนจะพูดกับผมต่อไป “ขอบใจนะซายน์ที่ไม่ทิ้งหลานไปไหน ทั้งที่ซายน์ก็ควรจะมีชีวิตเป็นของตัวเอง พี่รู้สึกผิดจริงๆที่โยนภาระทุกอย่างมาให้ซายน์”

“อย่าคิดแบบนั้นสิ หลานเป็นหลาน เป็นเหมือนครอบครัวของซายน์เหมือนกัน ถึงพี่ไม่ขอไว้ซายน์ก็ไม่ทิ้งพวกเขาหรอก”

“อีกนิดพี่ก็จะหายดี เดินได้เป็นปกติแล้ว ถึงเวลานั้นพี่อยากให้ซายน์มีความสุข หาคนดีๆสักคนมาดูแลซายน์บ้าง ว่าแต่น้องพี่มีคนที่คบกันอยู่รึยังน้า?” น้ำเสียงแซวเล่นของพี่แซนทำให้คนที่เพิ่งเดินมาถึงชะงักไปเล็กน้อย ผมเองก็ทำหน้าไม่ถูกได้แต่เปลี่ยนเรื่อง

“คนโตมาแล้ว เรากลับกันดีกว่านะครับ อากาศตรงนี้มันร้อน” ผมเข็นรถพาพี่แซนไปจอดที่ประตูรถยนต์ ใหญ่ประคองแม่ของเขาขึ้นไปนั่งด้านหลัง เมื่อเรียบร้อยก็ขับออกมาโดยมีผมนั่งที่นั่งด้านข้างคนขับ

“ทำไมวันนี้มารับแม่ได้ล่ะหืมคนโต”

“ผมเลิกงานเร็วพอดีเลยโทรบอกลุงศักดิ์ว่าไม่ต้องมารับแม่ ผมจะเป็นคนมารับเองน่ะครับ” คนลูกบอกเสียงเรียบ อารมณ์เขาน่าจะไม่ปกตินักแต่พี่แซนน่าจะจับสังเกตไม่ได้ เธอพยักหน้ารับรู้แล้วคุยต่ออย่างอารมณ์ดี

“ดีจัง นี่แม่เองก็หลับไปนานหลายปี ตื่นขึ้นมาอีกทีลูกๆก็โตกันหมดแล้ว ไม่คิดว่าจะมีวันที่เห็นลูกชายแม่ใส่สูทผูกไทไปทำงานแบบนี้ ลูกคงทำงานหนักมากเสียดายที่ไม่ได้เห็นตั้งแต่วันแรก”

“กว่าทุกอย่างจะเข้าที่ก็ไม่ง่ายหรอกครับ”

“ตอนนี้ก็โตกันหมดแล้ว เล็กเองก็มีคนดูแล นี่ก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าโรมจะมาถูกใจคนเล็กได้ อย่างนี้ความหวังของแม่คงอยู่ที่คนโตแล้วสินะ ที่จะได้อุ้มหลาน”

“........”

“เราน่ะมีแฟนสาวเป็นตัวเป็นตนกับเขาหรือยัง หรือว่ายังเจ้าชู้ไปทั่วอยู่” คำถามที่ผมกลัวที่สุดหลุดจากปากของพี่สาว หัวใจผมเหมือนจมดิ่งลงไปในโคลนดูดที่ยิ่งดิ้นรนก็ยิ่งรัดแน่น ไม่มีแม้แต่เชือกสักเส้นที่จะเหวี่ยงมาช่วยเหลือผมให้พ้นจากบ่อโคลนนั้น

“ผม....”

“พี่แซน เดี๋ยวเราจะผ่านร้านก๋วยจั๊บที่พี่ชอบด้วยล่ะ แวะซื้อกลับไปทานที่บ้านดีไหม นี่ใกล้เที่ยงแล้ว” ไม่รู้ว่าใหญ่จะตอบว่าอะไร แต่ผมรีบตัดบทก่อน ด้วยนิสัยเขาแล้วมีความเป็นไปได้ที่จะบอกความจริงเรื่องความสัมพันธ์ของเราสูงมาก

ผมไม่เสี่ยงแน่ๆ แค่ตอนแรกที่พี่แซนรู้เรื่องไอ้โรมกับคนเล็กก็ช็อกไปครั้งหนึ่งแล้ว ถ้ารู้ว่าน้องชายแท้ๆกับลูกชายคนโตมีความสัมพันธุ์ยังไงกัน ผมคิดภาพไม่ออกเลยว่าพี่แซนจะเป็นยังไง

“อืม เอาอย่างนั้นก็ได้”

กลับมาถึงบ้านพี่แซนก็บ่นว่าอยากทานอาหารที่ริมสระน้ำด้านหลัง เพราะมีหลังคาบังให้ร่มเงาจึงไม่ร้อน ผมกับใหญ่ก็ตามใจคนเพิ่งหายป่วย คิดว่าดีกว่าขึ้นไปนอนอุดอู้อยู่ในห้อง ใหญ่เข็นรถพาพี่แซนไปรอที่ริมสระ ส่วนผมก็เทก๋วยจั๊บใส่ชามทั้งสาม วางลงบนถาดแล้วยกตามออกไป

“ที่จริงแล้วตอนแรกพี่คิดว่าโรมกับซายน์คบกันอยู่แต่ไม่อยากบอกพี่เพราะกลัวว่าพี่จะอึดอัดซะอีกนะ” ระหว่างทานพี่แซนก็ยกประเด็นเรื่องนี้มาอีกรอบ ใหญ่ถึงกับวางช้อนลงทำหน้าบึ้งแต่พี่แซนไม่ได้มองไปทางนั้นเลยไม่เห็นแบบที่ผมเห็น

“ผมกับมันคบกันโลกคงแตกแน่ เราเหมาะจะเป็นเพื่อนกันมากกว่าพี่แซนก็รู้ อีกอย่างหลังจากเลิกกับพี่ดีฟผมก็ไม่ได้มีใครจริงๆจังๆเท่าไหร่ มีก็บอกพี่แซนตลอด” ช่วงแรกๆที่พี่สาวผมรู้ว่าชอบผู้ชายก็รับไม่ได้เท่าไหร่ ผมก็เลยไม่ค่อยได้เล่าเรื่องความรักให้ฟัง

“พูดถึงดีฟ รายนั้นก็เป็นคนดีนะซายน์ ทั้งเป็นผู้ใหญ่ใจเย็นอ่อนโยน แล้วก็เข้ากับซายน์ได้มากที่สุดด้วยนี่ วันที่มาเยี่ยมพี่วันนั้นก็ดูโตขึ้นหล่อขึ้นด้วย แบบนั้นสเป็คซายน์เลยไม่ใช่หรือไง หล่อ เป็นผู้ใหญ่ ใจเย็น ไม่งี่เง่าแบบเด็กๆ”

แกร๊ง!

เสียงช้อนกระทบกับชามอย่างแรงเพราะว่าใหญ่ลุกขึ้นด้วยความเร็วจนร่างกายชนเข้ากับโต๊ะ ผมและพี่แซนถึงได้หันไปสนใจคนที่ไม่มีบทพูดอยู่นาน ยังไม่ทันที่พี่แซนจะได้ถามอะไร มือหนาก็คว้าข้อมือผมไว้แล้วออกแรงลาก เสียงทุ้มบอกกับแม่ตัวเองสั้นๆห้วนๆ

“ผมหิวน้ำ ไปช่วยถือแก้วน้ำหน่อย”

ถูกลากมาจนถึงห้องครัวผมก็สะบัดข้อมือออกจากการจับกุม ใหญ่หันกลับมาด้วยใบหน้าราวกับยักษ์แต่อย่าหวังว่าผมจะกลัว เรื่องที่เขาทำต่อหน้าพี่แซนมันน่ากลัวกว่าอีก

“ทำไมทำแบบนี้ เดี๋ยวพี่แซนก็สงสัยหรอก”

“ก็ให้รู้ไปเลยก็ดี แม่จะได้เลิกหาคนนั้นคนนี้มายุยงคุณ หรือคุณเองก็เห็นดีเห็นงามไปด้วยซายน์ อย่าลืมนะว่าคุณมีผัวแล้ว”

“เงียบนะใหญ่ จะบ้าหรือไงมาพูดอะไรตรงนี้” ผมรีบหันซ้ายขวากลัวว่าจะมีใครได้ยินเข้า แต่คนบ้าก็คือคนบ้า สนใจอะไรที่ไหน

“ไม่ให้พูดตรงนี้จะให้พูดตรงไหน ผมหาจังหวะคุยกับซายน์ยากมากเลยรู้หรือเปล่า”

“ก็ฉันต้องดูแลพี่แซน”

“คุณไม่ได้ดูแลแม่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนะซายน์ คุณจงใจหลบหน้าผมมากกว่า ตั้งแต่แม่ฟื้นคุณแทบไม่มองหน้าไม่คุยกับผมเลย แล้วก็ย้ายกลับไปนอนห้องตัวเองด้วย คุณเปลี่ยนไป!

“........”

“คงไม่ใช่ว่าแม่ฟื้นแล้วคุณจะผลักผมออกจากชีวิตอีกนะ” คำถามราวกับลูกธนูพุ่งมาปักกลางใจ สีหน้าของผมทำให้ใหญ่ที่มองอยู่แค่นหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยันตัวเอง “เหอะ คิดเอาไว้แล้วเชียว คุณนี่แม่ง...”

“แล้วจะให้ฉันทำยังไง เรื่องนี้พี่แซนรู้ไม่ได้ พี่แซนป่วยอยู่นะใหญ่”

“ผมรู้ว่าแม่ป่วย แต่แม่ยอมรับเรื่องไอ้เล็กได้ แม่ก็ต้องยอมรับเรื่องของเราได้เหมือนกัน ผมจะบอกแม่” เขาทำท่าจะเดินออกไปแต่ผมรีบวิ่งไปรั้งแขนเอาไว้ก่อน

“จะบ้าเหรอ ไม่ได้นะ มันเหมือนกันที่ไหน ไอ้โรมกับเล็กไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน ต่อให้เป็นผู้ชายเหมือนกันพี่แซนก็ยังพอทำใจรับได้ แต่เราเป็นน้าหลานกันนะใหญ่ น้าหลานแท้ๆ”

เขาหยุดนิ่งและหลับตาอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นมองผมด้วยความเจ็บปวดจนแม้แต่ผมเองยังเจ็บตาม “ผมภาวนาอยู่ทุกวินาทีให้เราไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน บางทีคุณอาจจะไม่ได้เป็นพี่น้องกับแม่จริงๆ หรือผมไม่ใช่ลูกของแม่”

“มันเป็นไปไม่ได้ ตอนเด็กฉันเคยป่วย แม่เป็นคนให้เลือดด้วยตัวเอง ส่วนตัวนายยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ ฉันอยู่ที่โรงพยาบาลในวันที่พี่แซนคลอดนายออกมา” ผมก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างที่เขาบอก แต่มันไม่มีทางเป็นไปได้ หน้าผมกับพี่แซนเหมือนแม่อย่างกับอะไร และครอบครัวเราก็มีกรุ๊ปเลือดเดียวกันหมด ทั้งผมและพี่แซนเป็นพี่น้องกันอย่างแน่นอน ไม่มีคดีพลิกว่าเราจะไม่ใช่พี่น้องกัน ผมมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์

“แล้วอย่าพูดเรื่องที่นายไม่ใช่ลูกพี่แซนอีก เขารักนายมากยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง เขาจะเสียใจแค่ไหน...”

“แล้วใจผมล่ะวะ!” ใหญ่ตวาดลั่น นาทีนี้ต่อให้ผมปรามไปก็คงไม่ฟังแล้ว “ผมรู้ว่าผมเห็นแก่ตัว แต่มีใครเห็นใจผมบ้าง ผมแค่รักคุณมันผิดมากนักเหรอ ผมเป็นคนที่มีเลือดเนื้อมีหัวใจ...และใจผมมันพังซ้ำๆเพราะคุณจนจะตายห่าอยู่แล้วนะซายน์”

ใหญ่ร้องไห้

ไม่กี่ครั้งที่ผมเห็นเขาร้องไห้

และนี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเขาเจ็บปวดและอ่อนแออย่างที่สุด

จากนั้นเขาก็หมุนตัวออกจากห้องครัวไป ไม่นานเสียงเครื่องยนต์ก็ดังกระหึ่มและพุ่งออกจากบ้านไปด้วยความรวดเร็ว ผมยืนช็อกกับประโยคที่ได้ฟัง เขาคงเก็บกดเอาไว้นานมากแล้ว เวลาได้ระบายออกมาถึงได้รุนแรงอย่างนี้

อยากจะทรุดตัวร้องไห้ แต่ตอนนี้คงทำได้แค่กลืนความเจ็บปวดที่ไม่แพ้กับอีกฝ่ายลงคอ กดมันเอาไว้ให้ลึกที่สุดแล้วรีบออกไปหาพี่แซน

“อ๊ะ....พี่แซน?”

พี่สาวของผม นั่งอยู่บนวิลแชร์ ที่จอดอยู่หน้าห้องครัว...ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?



“มีอะไรหรือเปล่า พี่เห็นใหญ่ขับรถออกจากบ้านไป ทะเลาะอะไรกันเสียงดังเชียว” พี่แซนน่าจะไม่ได้ยินคำที่เราพูดกันคงได้ยินแค่เสียงดังๆตอนใหญ่ตะคอกเลยเข็นรถตัวเองตามเข้ามา

ผมรีบปรับสีหน้า ฝืนยิ้มอย่างสุดความสามารถของตัวเอง แม้จะไม่รู้ว่ารอยยิ้มที่แสดงออกมานั้นเป็นแบบไหน

“ไม่มีอะไรครับ ใหญ่คงเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระเลยรีบออกไปน่ะ เรา..เราไปทานข้าวกันต่อดีกว่า เดี๋ยวพี่ต้องกินยาแล้วก็พักผ่อน”

หลังมื้ออาหาร ผมก็พาพี่แซนเข้าไปนอนพัก บรรยากาศดีๆหายไปจนหมด เมื่อแน่ใจว่าพี่แซนหลับสนิทไปแล้วผมก็รีบพุ่งเข้าห้องน้ำ อ้วกเอาทุกสิ่งที่ฝืนกินออกมาจนหมด จากนั้นก็ทรุดตัวลงกับพื้นและร้องไห้อย่างหมดความอดกลั้น

ผมทะเลาะกับใหญ่บ่อยขึ้น เราถอยกลับมาในจุดที่ความสัมพันธ์ดิ่งลงเหวอีกครั้ง ที่จริงผมไม่อยากผลักเขาออกจากชีวิต ตอนแรกผมตั้งใจจะปล่อยวางและรักกับเขาแบบคนรักทั่วไป

แต่นั้นต้องไม่ใช่ตอนที่พี่แซนฟื้นขึ้นมาอย่างนี้

ยอมรับว่าผมลืมไปเรื่องที่วันหนึ่งพี่แซนจะฟื้นขึ้นมา เรื่องที่ความสัมพันธ์ของเราไม่ได้เป็นเรื่องของคนสองคน แต่ยังมีอีกหนึ่งคนที่เรารักและแคร์มากไม่แพ้กัน ซึ่งใหญ่ก็ดื้อดึงไม่ยอมง่ายๆเลย

“ดึกแล้ว ไปนอน” ในคืนหนึ่งใหญ่ก็เปิดประตูห้องนอนพี่แซนเข้ามา บอกผมด้วยเสียงกรึ่มๆอย่างคนเมา กลิ่นเหล้าโชยหึ่งเมื่อเขาเข้ามาใกล้ พักหลังเขาดื่มบ่อยมาก

“เมาอีกแล้วนะ นายต้องไปทำงานแต่เช้าแต่กลับเมากลับบ้านดึกดื่น มันเสียสุขภาพรู้ไหม” ผมกระซิบบอกเขาเบาๆ พี่แซนหลับไปนานมากแล้ว คงจะหลับลึกพอดู

“ช่างมันสิ คนโดนเมียเท จะห่วงสุขภาพไปเพื่ออะไร จะทำทุกอย่างไปเพื่ออะไรในเมื่อสุดท้ายก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี” เขากำลังประชด ครั้งก่อนที่ผมผลักเขาออกห่าง เขาใช้ความเสียใจไปกับการทุ่มเท่เรื่องงาน แต่ครั้งนี้เขากลับทำตัวเองให้ตกต่ำเสียผู้เสียคน

“เพื่อตัวนายเองไง เพื่อแม่ เพื่อน้อง”

“ดีนะ ผมต้องทำเพื่อคนอื่นแต่ไม่เห็นมีใครเห็นใจผมบ้างเลย แค่ความรักของตัวเองยังเลือกไม่ได้”

“เมาแล้วใหญ่ ไปนอนได้แล้ว”

“ไปนอนกับผมสิ”

“.......”

“นะซายน์...กลับไปนอนกับผมเถอะ เราแอบคบกันก็ได้ แม่ไม่รู้หรอก ผมจะไม่พูดไม่แสดงออกอะไรให้แม่สงสัยเลย ผมสัญญา แค่คุณกลับมาหาผมก็พอ”

“อย่าพูดอะไรในห้องนี้ ไปนอนได้แล้ว”

“.......”

“........”

“หึ ผมน่าจะรู้คำตอบของคนใจร้ายอย่างคุณ” ตัดพ้อเสร็จเขาก็เดินเซจากไป และขับออกจากบ้านอีกครั้ง

บ้าชะมัด นี่เขาขับรถทั้งๆที่เมาอยู่เหรอ

ผมกำลังจะกดโทรศัพท์โทรออกเพื่อสั่งให้เขากลับบ้าน แต่เสียงหนึ่งจากคนบนเตียงก็หยุดร่างกายผมเอาไว้ มันชาไปทั้งร่างตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

“คนโตออกไปอีกแล้วเหรอ”

“พะ พี่แซน” เสียงที่ไม่ได้ดูเหมือนคนง่วงนอนทำให้ผมตกใจมาก อยากจะหลอกตัวเองว่าพี่แซนคงเพิ่งตื่น แต่คงไม่มีทางเป็นไปได้  “พี่ไม่ได้หลับ?”

“ตื่นตอนได้ยินเสียงรถของคนโตเข้ามา....ซายน์”

“พี่แซน ฮือออ ขอโทษ ซายน์ขอโทษ” ผมถลาเข้าไปกอดพี่แซนเอาไว้ทันที น้ำตาไหลทะลักด้วยความรู้สึกผิด ความละอายใจ และความบาปที่ตัวเองได้กระทำ

พี่แซนจะรู้สึกยังไง

คนเดียวที่ผมแคร์คือครอบครัวที่เหลืออยู่ ไม่อยากให้พี่แซนผิดหวังเสียใจ ไม่อยากให้พี่เกลียดผม ถึงได้เลือกผลักใหญ่ออกจากชีวิต เลือกทำร้ายหัวใจตัวเอง ไม่ใช่ไม่เจ็บปวด ผมเองก็เจ็บปวดไม่น้อยกว่าใคร

แต่ผมไม่มีทางเลือก

“ร้องไห้ทำไมหืม?” น้ำเสียงอ่อนโยนและฝ่ามืออุ่นที่ลูบเส้นผมของผมยิ่งทำให้ผมร้องไห้หนักกว่าเดิม พี่แซนคอยลูบหัวปลอบอยู่อย่างนั้นจนผมค่อยๆสงบลงหลังผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง

“ซายน์ ฮึก ขอโทษ”

“ที่จริง...พี่รู้มานานแล้วล่ะ” เรื่องที่ออกจากปากพี่สาวยิ่งทำให้ผมช็อกเข้าไปอีก สีหน้าสงบของพี่แซนทำให้ผมรู้ว่าเธอพูดจริง

“รู้?”

“ตอนแรกที่พี่นอนป่วยอยู่พี่ได้ยินเสียง แต่ก็คิดว่าตัวเองอาจจะฝันไป ทั้งเรื่องของพี่นพและเรื่องนี้....พอตื่นขึ้นมารู้ว่าเรื่องพี่นพเป็นเรื่องจริงพี่ก็เริ่มลังเล...มันยากนะซายน์ที่จะยอมรับเรื่องของลูกตัวเองกับน้อง พี่ขอโทษเรื่องที่พูดไปตอนนั้นทำให้ทั้งสองคนมีปัญหากัน”

“....”

“ยอมรับว่าพี่คิดจะลองแยกทั้งคู่ออกจากกันดู เผื่อว่าคนโตกับซายน์จะแค่หลงกันด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แต่หลายวันมานี้พี่รู้แล้วว่าความคิดของพี่มันทำให้คนที่พี่รักทั้งสองต้องเจ็บปวดทรมาน...พี่ได้ยิน พี่รับรู้”

“ซายน์...ฮึก ซายน์”

“ไม่ต้องร้องไห้แล้วซายน์ พี่ไม่ได้โกรธซายน์เลย...ไหนลองเล่าให้พี่ฟังหน่อยสิ ว่าเรื่องของเรากับคนโตมันเป็นอย่างนี้ได้ยังไง” เมื่อเห็นว่าผมยังปิดปากเงียบ พี่แซนก็ลูบหัวผมให้คลายกังวลอีกครั้ง “ไม่ต้องกลัว”

ผมเล่าทุกอย่างตั้งแต่ต้นให้พี่แซนฟัง มีหลายครั้งที่พี่สาวขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ โดยเฉพาะตอนที่ผมเล่าถึงความเอาแต่ใจของลูกชายตัวเอง ผมเล่าไปพร้อมน้ำตาเต็มใบหน้าจนถึงตอนที่รู้ความจริง

“ซายน์พยายาม อึก พยายามแล้วพี่แซน แต่ซายน์ทำไม่ได้ สามปีที่ผ่านมามันคือความล้มเหลวในเมื่อสุดท้ายแล้วซายน์ก็ใจอ่อน...เคยคิด ฮึก อยากจะหนีไปอยู่เมืองนอก แต่ก็ทิ้งหลานๆไม่ลง คนเล็กก็ยังเด็ก งานของใหญ่ช่วงนั้นก็มีปัญหามาก”

“พี่เข้าใจแล้ว” แล้วพี่แซนก็เงียบไปนานมากจนผมคิดว่าพี่แซนคงไม่พูดอะไรอีก แต่สุดท้ายก็พูดออกมา “ถ้าหากว่าพี่ไม่ได้เสียพี่นพไปอย่างกะทันหัน วันนี้พี่คงคัดค้านหัวชนฝาเรื่องของซายน์กับคนโต ไม่ว่ายังไงก็คงไม่มีทางยอมให้คบกันแน่ๆ”

“พี่แซนหมายความว่ายังไง?” หัวใจผมเต้นด้วยความแรงเมื่อพอจะเดาคำพูดจากเจ้าของสายตาอ่อนโยนที่มองมาได้

“ชีวิตคนเรามันสั้นนะซายน์ ทุกคนไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า การเสียคนที่รักที่สุดไปเป็นยังไงพี่เข้าใจมันแล้ว...พี่เจ็บปวดเมื่อตื่นมารู้ว่าพี่นพไม่ได้อยู่กับพี่ เราจะไม่ได้ยิ้ม หัวเราะอย่างมีความสุข หรือไม่ได้นั่งปรับทุกข์กันอีกต่อไปแล้ว มันทำให้พี่คิดได้”

“....”

“ซายน์จะ...จะคบกับคนโตก็ได้นะ พี่จะไม่ห้ามอีก” หลังจากลังเล ในที่สุดพี่แซนก็พูดออกมา “แต่รู้ใช่ไหมว่ามันไม่ง่ายนัก ถึงพี่จะยอม แต่สังคมคงไม่ยอมแน่ๆ ซายน์พร้อมจะรับผลของมันใช่หรือเปล่า”

“หยะ..ฮึก ซายน์ยอม ยอมแน่นอน ขอแค่พี่แซนคนเดียวที่เข้าใจ ต่อให้คนทั้งโลกไม่เข้าใจซายน์ก็ไม่แคร์ พี่แซนแน่ใจแล้วเหรอที่จะยอมแบบนี้”

“แน่ใจสิ พี่ต้องคิดมาอย่างดีแล้ว ทั้งคู่เป็นคนที่พี่รัก ถ้าน้องและลูกมีความสุข พี่ก็มีความสุขไปด้วย”

“ฮือออออ ขอบคุณนะพี่แซน ขอบคุณ ซายน์สัญญาว่าจะไม่ทำตัวให้เสื่อมเสีย ไม่ให้ใครรู้เรื่องนี้นอกจากคนในครอบครัว ซายน์สัญญา พี่แซนจะได้ไม่อึดอัดใจ”

“อืม...แล้วโทรบอกคนโตด้วยล่ะ เตลิดไปขนาดนั้นพี่เป็นห่วงจริงๆ บอกว่ากลับบ้านเถอะ แม่ให้อภัยแล้ว” พี่แซนยังพูดติดตลกจนผมโล่งใจ

เป็นความโล่งใจจากก้อนหินก้อนใหญ่ที่กดทับเอาไว้นานหลายปี ผมยิ้มกว้างจนปากแทบฉีก รีบกดโทรศัพท์โทรออกตามเบอร์ที่ตั้งใจไว้แต่แรก

แต่โทรเท่าไหร่ใหญ่ก็ไม่รับสาย ไม่รู้ว่าโกรธขนาดไหน หรือผมควรรอให้เขาใจเย็นก่อนดี

พอคิดได้อย่างนั้นผมก็วางโทรศัพท์ลงที่เดิม ชวนพี่แซนคุยอีกสักพักก็ส่งพี่แซนเข้านอน กลับห้องตัวเองเพื่อพักผ่อน ไม่ลืมจะส่งข้อความไปบอกใหญ่ให้รีบติดต่อกลับเพราะมีเรื่องด่วนต้องคุยกัน

ผมไม่ได้บอกอะไรเพิ่มเติมอีกเพราะอยากบอกด้วยปากตัวเองต่อหน้าเขา

วันนี้คงเป็นวันที่ผมนอนหลับได้อย่างมีความสุข....ต่อจากนี้เราคงจะมีความสุขกันจริงๆสักที

Rrrrrrrrrrrr

“ฮัลโหลครับ” ผมคว้าโทรศัพท์มากดรับในกลางดึกด้วยเสียงงัวเงียบจนไม่ได้มองด้วยซ้ำว่าเป็นเบอร์ของใครที่โทรมา แต่ทางนั้นก็ได้รีบแนะนำตัวและแจ้งจุดประสงค์อย่างรวดเร็ว

[สวัสดีค่ะ โทรจากทางโรงพยาบาลนะคะ ไม่ทราบว่าคุณเป็นญาติของเจ้าของโทรศัพท์เครื่องนี้ไหมคะ ตอนนี้เขาประสบอุบัติเหตุ รบกวนทางญาติมาติดต่อที่โรงพยาบาลด้วยค่ะ...]

เจ้าของเครื่อง...ประสบอุบัติเหตุ...ใหญ่


..........................................

ความจำเสื่อมหรือตาบอดดี แบบพล็อตนิยายน้ำเน่างี้

5555 ว้อเว่นนน ตอนหน้าจบแล้วนะ ได้ 37 ตอนตามเป้า 22 ตอน เย้ๆๆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.052K ครั้ง

110 ความคิดเห็น

  1. #2278 Haruma_Hunsei (@hunsei) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 16:11

    แหนะ แค่หลับไม่ฟื้น1คืนก็ขาดใจแล้วค่ะไรต์อย่าใจร้ายกับใหญ่นักเล้ยย จะให้ค.จำเสื่อมหรือตาบิดก็โหดร้ายจริงๆน้าาาา

    #2278
    0
  2. #2211 Yooika (@Yooika) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 23:39
    ว่อยยยยยลุ้น
    #2211
    0
  3. #2181 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 20:52
    เนี่ยๆๆมันมีเหตุให้ต้องคลาดกันตลอดเลย
    #2181
    0
  4. #2167 somayuki (@wannisa_som) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 19:39
    ไม่สงสารใหญ่นะ อิเด็กเปรต ไม่รู้จักคิด ถ้าจะให้ด่าคือ ไม่มีสติ ไม่มีสมอง ใช้แต่อารมณ์ รู้ว่ารักน้ามากในฐานะคนรัก แต่ใหญ่ไม่เคย ยอมรับการเลือกของน้าเลย ความจริง ถ้าเมาก็ควรไปนอนไง ไม่ใช่ว่า ซ่าหาเรื่องตาย ขับรถออกไป ถ้าตายไม่สงสารแม่ สงสารน้องเลยเหรอ เป็นพระเอกที่น่ารำคาญนะ หลง ขาดสติสุดๆ
    #2167
    1
    • #2167-1 Littleandaman (@PJkm) (จากตอนที่ 36)
      22 พฤษภาคม 2562 / 16:42
      เราว่าคุณไม่ชอบก็ควรใช้คำที่สุภาพกว่านี้รึเปล่าคะ? คุณพูดได้ดีนะคะ แต่ไม่ใช้วิจรญาณ เลยค่ะ
      #2167-1
  5. #2166 BlackDragon_MN (@blackdragon-mn) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 18:30
    คนโตอยู่โรงบาล ไงดีอะ....คนโตก็คิดถึงตัวเองมาเป็นอันดับแรกอยู่ดี ที่บอกว่าซายน์คิดถึงแต่ความสุขของแม่ของน้อง แล้วของคนโตล่ะ? ก็มันผิดมาตั้งแต่แรก แล้วแรกๆคนโตก็คิดตลอด ถ้าพ่อแม่รับไม่ได้ จะพาซายน์หนี 2-3 ปีค่อยกลับ คือครอบครัวไม่ใช่อันดับหนึ่ง แต่เป็นตัวเองอะ

    คนโตไม่คืดถึงใจแม่ด้วยซ้ำ ทั้งๆที่รู้ส่าพ่อเสีย คนเล็กได้แฟนเป็นผชแท้ๆ ยังดึงดันต่อโดยไม่มีความสำนึกผิดต่อแม่อะ

    แต่ซายน์ก็พยายามแล้วอ่ะเนอะ สุดท้ายก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้

    นี่รอดูเลย ว่าคนโตฟื้นมาจะเป็นไง จะพูดกับแม่ยังไง ตอนนั้นก็ติดแฟนบ้านช่องไม่กลับ ไม่ยอมมาเจอน้า จะคลายปมขมุกขมัวนี้ยังไง
    #2166
    0
  6. #2165 aomm_choco (@aomm_choco) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 14:36
    มา! ดราม่าไปให้สุ้ดดดดดด
    #2165
    0
  7. #2164 044066215 (@044066215) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 12:18

    เเศร้าเห้อสงสารใหญ่

    #2164
    0
  8. #2163 daodoy (@daodoy) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 12:12
    ไม่เอาไรสักอย่างฟื้นขึ้นมาปลอดภัยก็พอ
    #2163
    0
  9. #2162 Kon--Kon (@Kon--Kon) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 11:32
    ;-; น้ำแตกกก ตอนนี้เลือกได้ว่าตะสงสารใคร สงวารพี่แซน ตื่นมาเจอแต่เรื่องที่สุดแล้ว ฮรืออ
    #2162
    0
  10. #2161 แมวว (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 11:21

    ว้าาากกกก ไีรท์ๆๆๆๆๆ โอ๊ย เด่วตีไรท์เลย ไม่เอาทั้งตาบอด ทั้งความจำเสื่อมน่ะแหละ เอาดีๆ เลย หึ้!!!!

    #2161
    0
  11. #2159 mindrest (@mindrest) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 10:02
    ไร้ทจะสวิงไปมาไม่ด้ายยย รี้ดจะเป็นไบโพล่า
    #2159
    0
  12. #2158 Patida9 (@Patida9) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 09:45
    ไม่เอาสักอย่างปลอดภัยๆ
    #2158
    0
  13. #2157 chuxx (@thanthanpudsar) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 08:46
    สมน้ำหน้า เมาแล้วขับ เดือดร้อนคนอื่นที่ใช้ถนนด้วย
    #2157
    0
  14. #2156 ChaBo Chic (@1barry) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 08:43
    ใหญ่จะมาตายแบบนี้ไม่ได้นะ ฮืออออ
    #2156
    0
  15. #2155 Sunantha-ct (@Sunantha-ct) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 08:40
    มันน่าตีนังใหญ่นัก
    #2155
    0
  16. #2154 28102521Ss (@28102521Ss) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 08:39
    เอาเจ็บแบบเบาๆหายเร็วๆ สงสารใหญ่
    #2154
    0
  17. #2153 toeyjutamas (@toeyjutamas) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 08:34
    ความจำเสื่อมหรือตาบอดดี55555 ขำไรท์
    #2153
    0
  18. #2152 Okoy up (@puyrattikan) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 07:53
    เบิดเหม่งใหญ่สักที เมาแล้วขับ
    #2152
    0
  19. #2151 Wannapawan (@Wannapawan) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 07:48
    เจ็บนิดเดียวพอค่ะ สงสารใหญ่กับซายน์กว่าจะได้กลับมารักกันอย่าให้ต้องเจอเรื่องเศร้าอีกเลย
    #2151
    0
  20. #2150 เพโรล (@polyploy2000) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 07:46
    มันจะพลิกกว่านี้ ถ้าโทรศัพท์โดนขโมย555
    #2150
    1
    • #2150-1 แมวว (จากตอนที่ 36)
      21 พฤษภาคม 2562 / 11:23
      น่าสนๆ 55
      #2150-1
  21. #2149 loveJKForever (@loveJKForever) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 07:46
    เจ็บจึ๋งเดียวก็พอนะะะ
    #2149
    0
  22. #2148 mawow9898 (@mawow9898) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 07:40
    เมาไม่ได้สติ หัวเข่าแตกๆนิดๆกะพอ 5555+ มันคือฉากคอมดี้ 555+
    #2148
    0
  23. #2147 tangmo_may621 (@tangmo_may621) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 07:11
    สะใจเธอแล้วใช่มั้ย สาใจเธอพอหรือยัง 555 ร้องเพลงแทนใหญ่ .. ไม่เสียไปก็ไม่รู้ว่าขาดไม่ได้
    #2147
    0
  24. #2146 xoap (@xoap) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 07:09
    เจ็บนิดเดียวพอนะคะ แม่ก็เพิ่งจะดีขึ้น ยังมามีเรื่องใหญ่อีก
    #2146
    0
  25. #2145 Neko4869 (@Neko4869) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 07:06
    งื้ออออเรานะใหญ่คงไม่เป็นอะไรมากหรอกกก
    #2145
    0