#แฟนพรากบังคับ *INCEST* [Nana-Naris]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 154,041 Views

  • 2,339 Comments

  • 4,794 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6,254

    Overall
    154,041

ตอนที่ 34 : #กำแพงที่ลดลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6037
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1107 ครั้ง
    16 พ.ค. 62



หมั่นไส้!

ปากผมโค้งขึ้นเป็นครึ่งวงกลม ตากรอกขึ้นด้านบนบ้าง เหลือบมองข้างๆบ้าง พอเห็นคู่ที่กึ่งนั่งกึ่งนอนบนโซฟาตัวเดียวกันกระเซ้าเหย้าแหย่ เล่นกันอย่างกับโลกนี้มีเพียงสองคน ก็กลับมากรอกตามองบนอีกรอบ

เพื่อนสนิทที่ขนข้าวของย้ายตัวเองมาอยู่กับคนรักแบบไม่คิดขออนุญาตใครเหยียดตัวบนโซฟาโดยมีคนเล็กนั่งซ้อนระหว่างขา เอนหลังพิงกับอกกว้าง แลกความคิดเห็นเรื่องของหนังต่างประเทศที่ฉายบนหน้าจอโทรทัศน์สลับกับหยอกล้อสร้างเสียงหัวเราะก้องไปทั่วห้องนั่งเล่น

“คิกๆ ไม่เอาดิพี่โรม เล็กจะดูหนังนะ” เสียงออดอ้อนที่ไอ้โรมเคยด่าว่าหลานได้เชื้อผมไปเต็มๆเอ่ยแย้งไม่จริงจังนัก คล้ายกับจะพูดไปอย่างนั้นแต่ใจจริงก็อยากให้อีกฝ่ายแกล้งด้วยการใช้จมูกซุกที่ซอกคอตัวเอง

เชื่อผมสิผมดูออก มุกนี้เคยใช้มาก่อนแล้วเมื่อสมัยที่อยู่คอนโดฯกับใหญ่ ตอนนั้นคนเล็กเป็นฝ่ายนั่งดู ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะต้องสลับบทบาทกัน เริ่มคำใจความรู้สึกหลานชายคนเล็กขึ้นมาบ้างแล้วว่ามันน่ารำคาญยังไง

“ก็หนูหอมนี่นา อาบน้ำมาเหรอคะ ไม่เรียกพี่ไปอาบด้วยล่ะ” ไอ้นี่ก็อีกคน ไม่เคยเห็นมันหลงใครเท่านี้มาก่อน กับเล็กนี่คงต้องเรียกว่าหลงจนโงหัวไม่ขึ้น จากอดีตคนเจ้าชู้คบไม่เลือก ปัจจุบันสาวสวยหนุ่มน้อยมันไม่ชายตาแลเลยแม้แต่คนเดียว

“อาบกับพี่โรม หนูคงไม่ได้อาบดี ฮื้ออ อย่าซนสิ”

“หึหึ พี่โรมเพิ่งกลับมาตัวยังเหนียวอยู่เลย ขึ้นไปอาบน้ำด้วยกันก่อนดีไหม อยากได้คนถูหลังจังเลย”

“โอ้ยยย กูจะดูหนัง ไอ้โรมหลานกูยังเด็กห้ามล่อลวง” ที่จริงก็อ้างไปอย่างนั้น สองคนนี้ถึงไหนต่อไหนทำไมจะไม่รู้ แต่คนมันอิจฉา ตาก็ร้อนผ่าวๆ อย่าให้มีโมเมนท์นี้บ้างแล้วกัน จะสวีตให้หนักกว่านี้อวดกลางโซฟาเลย!

“อย่าเอาคำว่าเด็กมาอ้างไอ้ซายน์ ตัวเล็กน่ะยี่สิบจะยี่สิบเอ็ดแล้ว ไม่ใช่สิบห้าแบบเมื่อก่อน เมียกูกูจะกอดจะจับยังไงก็ได้ แล้วอีกอย่างนะ...อิจฉาพูดแบบนี้” เกลียดความเว้นวรรคประโยคแล้วยิ้มร้ายของมันมาก ไม่น่าอนุญาตให้คบกันเลย

 “เข้าใจเล็กยังว่าเมื่อก่อนตอนมองน้าซายน์กับพี่โตสวีตกันในห้องอ่ะ รู้สึกยังไง”

“......”

ก่อนที่ผมจะได้เถียงเพื่อนสนิท เสียงคนเล็กที่ช่วยแหย่ด้วยอีกคนก็ทำให้เผลอชะงักและเปลี่ยนสีหน้า คนพูดคงรู้สึกตัวว่าเผลอพูดอะไรออกมา ก็หน้าเสียไปตามกัน

“อ่า น้าซายน์ เล็ก...เล็กขอโทษ”

ผมไม่ได้ตอบอะไร เพียงส่งยิ้มบางให้หลานแล้วกลับไปสนใจจอโทรทัศน์ต่อ ไม่มองภาพไอ้โรมที่ลูบหัวปลอบใจคนเล็กแล้วจับอุ้มไปนั่งตักตัวเอง

โอ๋กันเข้าไปสิ

หวงหลานเหรอ

เปล่า...อิจฉานี่แหละ!

ไม่ถึงห้านาทีก็ได้ยินเสียงรถคุ้นหูแล่นเข้ามา เผลอเกร็งตัวอัตโนมัติเมื่อเจ้าของรถถือกระเป๋าและพาดเสื้อสูทไว้ที่แขนตัวเองเดินผ่านหน้าห้องนั่งเล่นไปยังบันไดทางขึ้นชั้นสอง หากก็หยุดไว้ด้วยเสียงเรียกของน้องชายตัวเอง

“พี่โต ทำไมวันนี้กลับบ้านไวจัง”

“มีประชุม เลิกแล้วก็กลับเลย” เขาตอบกลับเสียงเรียบขรึม ตั้งแต่เกิดเรื่องใหญ่ก็ไม่ร่าเริงสดใสอีกเลย ราวกับเป็นคนละคนกับที่ผมเคยรู้จัก และก็ตั้งแต่ที่ทะเลาะกันเรื่องพี่ดีฟ ผมก็เลี่ยงเขาเป็นอาทิตย์กระทั่งวันนี้

น้ำเสียงทุ้มฟังแหบแห้งเล็กน้อยจนเผลอหันไปมอง และก็สบตาเข้าพอดี ดวงตาคู่นั้นมองมาที่ผมอยู่ก่อนแล้ว เลยรู้สึกลนลานรีบมองไปทางอื่นอย่างกับเด็กทำความผิดแล้วถูกจับได้

“ดีจัง ไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างนี้นานแล้วนะ มานั่งดูหนังด้วยกันก่อนสิพี่โต เรื่องนี้ทำภาคใหม่เมื่อปีที่แล้วเพิ่งเอาลงเน็ตฟลิกซ์วันนี้เลย พี่โตต้องยังไม่เคยดูแน่นอน”

“......” เขาไม่ตอบ แต่เหลือบสายตามามองผมที่แอบเหลือบมองเขาอีกครั้ง ราวกับจะถามความเห็น

รู้สึกผิดอย่างนั้นเหรอ...ใช่ ผมรู้สึกผิดที่วันนั้นตบหน้าใหญ่ไป การหลบหน้าเขาก็เพราะสาเหตุเดียวกัน ไม่อาจทนเห็นรอยฝ่ามือแดงจัดของตัวเองที่ประทับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้นได้ แม้ว่าตอนนี้มันจะไม่หลงเหลือแล้ว

เมื่อคิดอย่างนั้นจึงเลือกจะปล่อยวางลง ปลอบตัวเองว่าน้าหลานกันก็สามารถนั่งอยู่ในบริเวณเดียวกันได้ ริมฝีปากยกขึ้นส่งรอยยิ้มไปยังคนที่ยืนหน้าประตูห้อง

“มาดูด้วยกันสิ”

“ได้เหรอ” คนถามยังทำท่าทางลังเล กึ่งไม่แน่ใจว่าที่ผมพูดนั้นประชดหรือเปล่าเลยพยักหน้ายืนยันไป

“เออ มานั่งนี่เหอะไอ้ใหญ่ เพิ่งเปิดได้ไม่นานเองเดี๋ยวเริ่มใหม่ก็ได้จะได้ดูพร้อมกัน” ไอ้โรมชี้นิ้วมาที่โซฟาของผมเป็นการบอกว่าให้นั่งตรงนี้

หมั่นไส้ นอกจากจะมาอวดความหวานตำตา ยังมาเจ้ากี้เจ้าการอีก

ไอ้นี่ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่สงสารและเข้าข้างใหญ่มากกว่าผม ยุให้กลับไปคบกันทั้งที่บอกจนปากจะฉีกว่ามันเป็นไปไม่ได้

“ทำเหมือนมึงเป็นเจ้าของบ้านเลยนะ”

“แหม กูก็อยู่นี่มาปีกว่าแล้วนะ เหมือนคนในครอบครัวแหละน่า”

“ถามกูยังว่านับคนอย่างมึงเป็นคนในครอบครัวไหม”

“ปากมึงมันร้ายไม่เคยเปลี่ยน ตัวเล็กครับ น้าตัวเล็กอ่ะกีดกันความรักของเรา พี่เจ็บจังเลยหนู”

“เจ็บตรงไหนครับ ตรงนี้ป่ะ” แล้วคนเล็กก็ฟาดแขนลงไปที่กลางอกซ้ายของไอ้โรมจนมันสะดุ้งร้องโอดโอย

“ตีพี่ทำไมอ่ะหนู”

“เผื่อจะหายเจ็บไง คิกๆ” ไอ้เสียงหัวเราะนี่เลียนแบบผมมาหรือเปล่า พอซายน์คนขี้ยั่วหายไป คนเล็กก็สืบทอดสิ่งเหล่านั้นมาแทนใช่ไหม

พี่แซนต้องลุกขึ้นมากระชากหัวผมแน่หากเห็นลูกชายทำตัวแบบนี้ ฮืออออ

“หิวไหม” เลิกสนใจคู่รักต่างวัยแล้วหันไปถามคนที่ทิ้งตัวลงนั่งข้างกายเงียบๆ ใหญ่เหลือบมองผมแต่ไม่ได้ตอบในคำถามที่ผมถาม

“หายโกรธผมหรือยัง” เสียงแหบแห้งกระซิบถามแผ่วเบา

ยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิดหนักกว่าเดิม ทั้งๆที่เขาไม่ได้ผิดอะไรเลย เป็นผมที่คอยแต่โยนความผิดทั้งหมดให้เขาแบกรับไว้ ไหนจะภาระเรื่องงานบริษัทที่หนักอึ้งอีก คนอายุเพียงแค่นี้ต้องมาดูแลองกรขนาดใหญ่ ไม่รู้ว่าไหวได้ยังไง คิดแล้วกำแพงที่เคยตั้งสูงในใจก็ลดลงมาเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง

“ขอโทษ ฉันต่างหากที่ควรถามว่านายหายโกรธหรือยัง”

“ผมไม่เคยโกรธซายน์ ไม่เคยเลยสักครั้ง” สายตา น้ำเสียง แรงอ้อนวอนที่ผ่านรูปประโยคทำเอาผมเกือบกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว หากก็ไม่อยากทำลายบรรยากาศดีๆในตอนนี้

“ขอบคุณนะ แล้วหิวไหม”

“ยังครับ แต่โอเคใช่ไหมที่ให้ผมนั่งตรงนี้” ไม่รู้หรอกว่าจอมเจ้าเล่ห์จะเล่นละครวางแผน หรือว่าทำตัวน่าสงสารจริงๆ แต่มันได้ผล ใจผมที่แข็งคืออ่อนยวบไปหมดแล้วแค่เพียงเพราะน้ำเสียงและท่าทางเกรงใจราวกับกลัวว่าการนั่งตรงนี้จะเป็นการรบกวนทำให้ผมไม่สบายใจ

“โอเคสิ นายทำงานหนักเกินไปแล้ว ควรพักผ่อนบ้างนะ”

“ผมอยากพัก แต่กลัวว่าซายน์จะอึดอัดถ้าผมอยู่บ้าน อีกอย่างเวลาไปทำงานมันก็ไม่ฟุ้งซ่านดี”

เหมือนจะเป็นครั้งแรกที่เราคุยกันดีๆแบบนี้ ด้วยเหตุและผล รู้สึกว่าพอผมรับฟังเขาเราก็คุยกันได้

“อยากอยู่ตอนไหนก็อยู่ ที่นี่เป็นบ้านของนาย ฉันต่างหากที่เป็นคนอาศัย ไม่ต้องกังวลเรื่องอึดอัดหรืออะไรที่ต้องห่วงคือสุขภาพของตัวเอง และฉัน...เป็นห่วง” กว่าจะกลั้นใจพูดคำนี้ได้ ตอนพูดคือก้มหน้าหลบตาไม่มองเขาเลย ความร้อนแผ่ซ่านขยายจากแก้มไล่ขึ้นมาบนใบหู

“...ซายน์” ใหญ่เรียกชื่อผมเสียงแผ่ว ขยับตัวเข้ามาใกล้อีกนิด หางตาเหลือบเห็นว่าไอ้โรมกับคนเล็กแอบมองมาทางนี้ด้วยสีหน้าลุ้นจัดแต่ผมก็ไม่ได้สนใจ เพราะความสนใจของผมตอนนี้กลับไปอยู่ที่ฝ่ามืออุ่นจนเกือบร้อนที่ทาบทับลงมา

เมื่อเห็นว่าผมไม่ได้มีท่าทีต่อต้านก็จับพลิกประกบและประสานนิ้วเข้าด้วยกัน

ผมกระชับมือตอบกลับ เหมือนจะได้ยินเสียงเฮเบาๆจากเพื่อนบ้าน(ไอ้โรมกับคนเล็ก) และรอยยิ้มกว้างที่แสนคิดถึงจากใครบางคน



ตอนสายหลังจากดูแลพี่แซนเรียบร้อย ลงจากชั้นบนเห็นว่ารถใหญ่ยังจอดอยู่ที่โรงจอดรถทั้งที่วันนี้เป็นวันทำงานและจำได้ว่าเขามีประชุมด้วย ส่วนเล็กกับไอ้โรมคงออกไปกันตั้งแต่เช้าเนื่องจากรถไม่อยู่แล้ว

“คุณคนโตไปทำงานยังไงเหรอ” ผมถามเด็กรับใช้ที่เอาอาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะ ทางนั้นทำหน้างงเล็กน้อยก่อนจะตอบ

“ยังไม่เห็นลงมาเลยค่ะ ปกติต้องรับอาหารเช้าตอนเจ็ดโมงนะคะ”

“อืม ขอบคุณครับ งั้นเดี๋ยวผมขึ้นไปดูคนโตก่อน” เพราะว่าผิดปกติเกินไปเลยทนรอจนกินอาหารเช้าไม่ไหว ผมลุกขึ้นเดินกลับไปยังชั้นสองทันที

เคาะประตูห้องนอนหลายครั้งก็ไม่มีเสียงตอบรับ พอลองบิดลูกบิดประตูพบว่ามันไม่ได้ล็อก ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศปะทะกับร่างกายบ่งบอกว่าเจ้าของห้องนั้นยังไม่ได้ไปไหน ภายในห้องมืดสนิทผ้าม่านปิดเอาไว้อย่างมิดชิดเนื่องด้วยเจ้าตัวไม่ชอบให้มีแสงสว่างเวลานอน

“ใหญ่” เมื่อเรียกออกไปเบาๆไม่ได้ยินเสียงตอบรับ ผมก็เดินฝ่าความมืดคลำหาสวิชไฟ แสงสว่างทำให้เห็นชัดขึ้น ผู้ชายตัวโตยังคงนอนอยู่บนเตียง

ที่น่าแปลกกว่านั้นคือเขามีสีหน้าที่ไม่สงบนัก ดูคล้ายคนฝันร้าย เหงื่อซึมตามหน้าผากและขมับแต่เครื่องปรับอากาศแจ้งตัวเลขที่20องศา

บ้าแล้วทำไมปรับเย็นขนาดนี้เนี่ย

“ใหญ่” พอไม่ตอบผมก็เริ่มเขย่า แต่แค่ว่างมือลงไปบนไหล่ก็พบว่าร่างกายเขาร้อนจัด

เขาป่วย!

นึกแล้วเชียวว่าเมื่อวานทำไมคนบ้างานถึงได้ตัวอุ่นนัก ปกติแล้วใหญ่เป็นคนผิวเย็น ผมที่ชอบอะไรเย็นๆจะชอบกลิ้งหน้ากลิ้งตัวกับผิวของเขามาก เจ้าตัวเองก็ชอบหัวเราะแล้วแซวว่าผมเป็นลูกแมวขี้อ้อน ขี้อ่อย

เมื่อก่อนน่ะนะ

ผมไม่คิดปลุกเขาซ้ำ เดินเข้าห้องน้ำหาอุปกรณ์มาเช็ดตัวก่อนเป็นอันดับแรก หวังให้ไข้ลดลงจะได้รู้สึกตัว ด้วยอุณหภูมิขนาดนี้ถ้าไม่รีบมีหวังช็อกตายแน่ๆ โชคดีเหลือเกินที่ผมอยู่บ้านหลังนี้ด้วยไม่อย่างนั้นคงได้มีคนนอนป่วยตายบนเตียงโดยที่คนทั้งบ้านไม่รู้

แต่ไหนแต่ไรได้ยินมาว่าเป็นคนนิ่งและเย็นชากับมนุษย์โลกที่ไม่ใช่คนสนิทอยู่แล้ว เด็กรับใช้ในบ้านคงไม่กล้าขึ้นมารบกวนแน่

“ซายน์” ผมเลื่อนสายตาขึ้นไปมองเจ้าของร่างที่ค่อยๆลืมตาขึ้น คงเพราะผ้าชุบน้ำอุ่นหมาดๆทำให้ทนนอนต่อไม่ได้ แต่ก็ดีแล้ว

“ไข้สูงแต่ยังไม่ได้วัด เมื่อวานฉันน่าจะเอะใจตอนที่จับมือนายแล้วมันร้อนกว่าปกติ ปวดหัวมากไหม อาการเป็นยังไงบ้าง”

“อืม ปวดหัว” เสียงแหบแห้งตอบกลับมา จากนั้นก็หลับตาลง ผมคิดว่าเขาคงไม่ได้หลับหรอก น่าจะเหนื่อยจนลืมตาไม่ขึ้นมากกว่า

“เช็ดตัวเรียบร้อยแล้วทานข้าวหน่อยนะจะได้ทานยา”

“ช่างมัน เดี๋ยวก็หายเอง”

“ฉันรู้ว่านายเป็นพวกเหนือมนุษย์ หายป่วยไว แต่ก็ต้องกินข้าวกินยาอยู่ดี ไม่ต้องคิดจะดื้อเลย อย่าเพิ่งนอนล่ะ จะไปเอาข้าวขึ้นมาให้”

ก่อนจะได้ลุก ใหญ่ก็รีบคว้ามือผมไว้ แม้ว่าเขาจะไม่พูดอะไรผมก็รู้ดีว่าเขาไม่อยากให้ผมไปไหน

“ปล่อยฉันก่อน แค่ออกไปเอาข้าวกับยา ไม่ทิ้งนายหรอกน่า”

“หึ ไม่จริงหรอก คุณเคยทิ้งผมมาแล้ว” เออ ป่วยก็ยังประชดได้อีก เด็กบ้าเอ๊ย

ผมปลดมือออกจากใหญ่ลงไปสั่งให้ในครัวทำข้าวต้มและเตรียมยาลดไข้ เสร็จเรียบร้อยก็แวะเข้าไปบอกพยาบาลพิเศษของพี่แซนว่าวันนี้คงมาเปลี่ยนเวรดูแลพี่แซนไม่ได้ จะให้ป้าหัวหน้าแม่บ้านมาอยู่แทนเวลาที่เธอต้องพัก เนื่องจากมีคนป่วยอีกคนต้องดูแล กลับเข้ามาในห้องนอนของใหญ่อีกครั้งก็เห็นว่าเขานั่งพิงกับหัวเตียงจ้องผมตาดุ

“โกรธอะไรฉันอีกล่ะ”

“ผมเหรอจะมีสิทธิ์ไปโกรธซายน์”

“เถียงเก่ง มีแรงประชดทุกคำอย่างนี้ฉันคงไม่ต้องอยู่ดูแลแล้วมั้ง” บอกไปแบบนั้นคนป่วยก็ชะงัก แววตาอ่อนแสงลง มุมปากกระตุกยกขึ้น

“ซายน์จะอยู่ดูแลผมเหรอ”

“อือ”

“ทั้งวัน?”

“จนกว่าจะหาย พอใจหรือยังครับคุณชายใหญ่...ถ้าพอใจแล้วก็ห้ามดื้อ ทำตามที่ฉันบอกทุกอย่างไม่อย่างนั้นฉันจะออกไปจากห้องนี้ทันที”

“ใจร้ายยังไงก็ไม่เคยเปลี่ยน”

“จะร้ายกว่านี้อีกถ้ามัวแต่พูดมากไม่ยอมกินข้าวสักที” แล้วผมก็ป้อนข้าวคนป่วยโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาเถียงต่อ ทานข้าวต้มไปครึ่งชามใหญ่ก็ส่ายหน้า ผมเลยให้กินยาต่อ รู้ว่าเวลาป่วยเขากินไม่เยอะอยู่แล้ว

“ซายน์ครับ” ทุกอย่างเรียบร้อยก็ถึงเวลานอน คนที่ถูกประคองกลับลงไปนอนบนเตียงจ้องหน้าผมเหมือนลูกแมวช่างอ้อน อยู่กับเขามาหลายปีมองตาก็รู้ใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร

ลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกัน อ้อมแขนแข็งแรงรีบตวัดร่างผมเข้าไปในอ้อมกอดทันที ไอร้อนจากร่างกายคนป่วยแผ่มายังร่างกายของผมจากความใกล้ชิดที่มีเพียงเสื้อผ้ากั้น

อ้อมกอดที่ผมแสนโหยหา

“ใหญ่” ผมซุกหน้าลงกับอกกว้าง ไม่ได้เป็นคนป่วยแต่กลับเผยความอ่อนแอออกมายิ่งกว่าคนป่วยซะเอง

คิดถึง...คิดถึงเขาเหลือเกิน

คนที่จะขาดใจตายไม่ได้มีเพียงเขาคนเดียวหรอกนะ

“ซายน์”

“......”

“กลับมาหาผมนะ...ผมสัญญาว่ามันจะต้องดีกว่านี้ ผมสัญญา จะไม่ปล่อยให้ซายน์ทุกใจโดยเด็ดขาด ได้โปรดเถอะ อย่าทำร้ายหัวใจตัวเองอีกเลย”

“ฉัน...ซายน์ไม่รู้ ใหญ่อย่าเพิ่งบีบคั้นซายน์เลยนะ” ผมส่ายหน้าแต่แขนก็กระชับกอดเอวเขาแน่นขึ้น

เรานอนกอดกันแน่นราวกับกลัวว่าหากคลายอ้อมกอดแล้วจะต้องพลัดพรากจากกันไปยังที่ไกลแสนไกลและไม่มีวันได้พบกันอีก ทั้งที่ตลอดหลายปีก็อยู่บ้านหลังเดียวกัน เดินสวนกันตามที่ต่างๆในบ้าน หรือกระทั่งร่วมโต๊ะทานข้าว

แต่กลับรู้สึกเหมือนอยู่ไกลกันคนละซีกโลก

“โอเคครับ ผมจะยังไม่คาดคั้นอะไรซายน์ แค่ตอนนี้คุณแทนตัวเองกับผมอย่างเดิม ก็ดีมากแล้วสำหรับผม เราจะยังไม่พูดเรื่องนี้ตอนนี้ เพียงแต่อย่าทำตัวห่างเหินผมอีกได้ไหม”

ผมเงยหน้าขึ้นแล้วเบะปากใส่ “พูดมากน่า เสียงก็แทบจะไม่มีแล้วยังจะพูดอะไรยาวๆอีก”

“หึ โอกาสของผมมาแล้วนี่นา จะได้อ้อนให้ซายน์ใจอ่อน” เขาว่าแล้วจูบลงมาที่หน้าผาก ผมหลับตาลงรับสัมผัสนั้นก่อนที่ริมฝีปากจะย้ายลงมาประทับลงบนกลีบปากของผม

จูบ...ในรอบหลายปี

ครั้งสุดท้ายที่เราจูบกันคงเป็นตอนที่เขาเมากลับมาบ้านและเราก็มีอะไรกัน

น้ำตาผมไหลอาบแก้มทั้งที่ไม่ได้รู้สึกเสียใจ เป็นความโหยหา ความรู้สึกเติมเต็มในหัวใจที่เว้าแหว่งมานานซะมากกว่า ผมจูบตอบกลับไปในแบบที่เมื่อก่อนเราเคยจูบกันบ่อยๆ คล้องแขนกับคอแกร่ง สอดนิ้วทั้งห้าสางกับเส้นผมนุ่มไปพลาง ขยับริมฝีปากไปพราง

“อืมมมม” เมื่อเสียงครางหวานในลำคอสิ้นสุด คนป่วยก็ผละออกไปเล็กน้อย ไล้จมูกโด่งกับปลายจมูกของผมอย่างเย้าแหย่ แม้ว่าตัวเขาจะไข้ขึ้นแต่กลับอารมณ์ดีกว่าเวลาที่แข็งแรง

“หัวใจผมเต้นแรงเป็นบ้า” มือใหญ่คว้ามือผมไปวางลงบนอกซ้ายของตัวเอง “คิดถึงซายน์ชะมัด”

“คิดถึง...ในแง่ไหนล่ะ” ยกยิ้มหวานยั่วกลับไป ส่วนปลายนิ้วของมือข้างที่อยู่บนอกซ้ายก็เกลี่ยวนๆ...อืมกล้ามแน่นจัง

“แง่เดียวกับคุณแน่ๆ สายตาคุณเหมือนพร้อมจะกลืนผมลงท้องแล้วนะ” อีกฝ่ายไม่น้อยหน้า เลื่อนมือลงไปขยำแก้มก้นนุ่ม นวดคลึงจนร่างกายเริ่มร้อนตามคนป่วย

แต่ก็ได้แค่นั้นแหละ

“พอเลย เป็นคนป่วยอย่าคิดทำอวดเก่ง นอนได้แล้ว”

“ว้า ไม่อยากจริงเหรอ ผมรู้จักซายน์ดีนะ แมวป่าอย่างซายน์ ทนไหวจริงอ่ะ”

“ไหว ในเมื่อนายป่วยอยู่ก็ควรพักผ่อน ไม่ใช่ออกแรงกับเรื่องอย่างว่า” กรีดปลายนิ้วลงบนแก้มสาก ก่อนจะเลื่อนใบหน้าไปชิดริมหู กระซิบเสียงแหบพร่า “เอาไว้หายป่วย จะให้รางวัลคนเก่งก็แล้วกัน”

“อ่า คิดถึงซายน์ในแบบนี้จริงๆ ที่รัก” เขาพรมจูบไปทั่วซอกคอ ผมหัวเราะเบาๆแต่ไม่ได้ห้าม จนกระทั่งอีกฝ่ายพอใจก็ลากผมกลับไปซุกอกเป็นหมอนข้างชั่วคราวตามเดิม

“นอนได้แล้ว เดี๋ยวไม่หาย”

“ตอบอะไรผมอย่างหนึ่งก่อนสิ”

“อะไร?”

“เรื่องแฟนเก่าคุณ” คงหมายถึงเรื่องที่ผมโกรธแล้วประชดบอกว่าจะแต่งงานกับพี่ดีฟแน่ๆ

“ฉันโมโห หายเอาแต่ตะคอกไม่ฟังอะไรเลย แต่เรื่องแต่งงานน่ะเรื่องจริง”

“ซายน์” แรงรัดที่เอวแน่นขึ้นบ่งบอกว่าเจ้าตัวไม่พอใจ พอเป็นเรื่องผมใหญ่อารมณ์ร้อนเสมอ แต่ผมก็รู้วิธีจัดการกับเขาเช่นเดียวกัน แค่เงยหน้าขึ้นไปจูบที่ปลายคางคนเจ้าอารมณ์ก็สงบแล้ว

“ฟังก่อนสิ”

“รีบอธิบายเลยครับ ก่อนที่ผมจะหึงจนหน้ามืด”

“พี่ดีฟจะแต่งงาน...แต่เจ้าสาวไม่ใช่ซายน์ ทีนี้ใหญ่ก็เลิกโกรธสักที เดี๋ยวไข้ก็ขึ้นหรอก”

“แน่นะ” ฟังซะที่ไหนล่ะ

“แน่ พี่ดีฟเขาคบแฟนใหม่ได้ปีกว่าแล้ว ถึงจะเป็นผู้ชายแต่ก็จะจัดงานแต่งเล็กๆเฉพาะในครอบครัว เลยให้ซายน์ไปช่วยเลือกชุดในงานพิธีเพราะเจ้าบ่าวเจ้าสาวอยากเซอร์ไพรส์กันด้วยการต่างคนต่างเลือกชุดน่ะ ส่วนซายน์กับไอ้โรมไปในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าว”

“.........”

“พอใจหรือยัง” เมื่อคนฟังยังเงียบ ผมก็เริ่มไม่แน่ใจว่าเขาหลับหรือว่ายังโกรธอยู่

“คราวหลังไม่ประชดกันแบบนี้แล้วนะซายน์ ผมเสียใจมาก รู้ไหมว่าคืนนั้นผมแทบคลั่ง ลากไอ้ฌอนออกไปเมาเละแถมให้มันเก็บศพกลับ มันบ่นอยู่เป็นอาทิตย์เพราะอ้วกใส่มันด้วย” ถือว่าเป็นกรรมที่ฌอนเคยรวมหัวกับใหญ่โกหกผมไปก็แล้วกัน ไม่สงสารหรอก

“อย่าแก้ปัญหาด้วยการเมาได้ไหม มันไม่ช่วยอะไรหรอก แถมยังอัตรายอีก ฌอนก็จริงๆไม่เคยห้ามเคยเตือนอะไรนายเลย มีแต่ยุยงส่งเสริมกัน เพื่อนประสาอะไร”

“ก็เพื่อนแบบเดียวกับซายน์แล้วก็พี่โรมล่ะมั้ง” มีย้อน เด็กบ้านี่ พอผมใจอ่อนหน่อยกลับมาแสบเหมือนเดิมเชียวนะ

อยากจะทำหน้าระรื่น(ปนพิษไข้)ให้กลับมาสลดอีกครั้งก็ทำไม่ลง ปล่อยไปก่อนก็แล้วกัน ไว้ค่อยเอาคืนเรื่องอื่นแทน เพราะผมเองก็คงทนมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเครียดและทุกข์ของใหญ่ไม่ไหวอีกแล้ว อีกอย่างเขาก็ป่วยหนักแต่ที่ยังคุยกับผมไม่หยุดคงเพราะคิดว่าไม่มีโอกาสแบบนี้นานแล้วถึงได้ฝืนตัวเอง

“ถ้าไม่นอนฉันจะไม่เป็นหมอนข้างให้กอดแล้วนะ”

“งั้นนอนแล้วครับ ไม่ขู่อะไรน่ากลัวแบบนี้สิ ที่รัก” อ่า คิดถึงคำว่าที่รักของเขาจัง

ผมซุกหน้ากับอกกว้าง...ซ่อนรอยยิ้มที่ปากแทบจะถึงหูของตัวเอง


****************************

น้ำตาลเริ่มขึ้นแว้วววว


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.107K ครั้ง

77 ความคิดเห็น

  1. #2336 Beam9404 (@Beam_sehun94) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 01:47
    อ่ยน ดีกันแล้ววว ในทิ่สุดดดด
    #2336
    0
  2. #2234 mildneet (@maay08822052623) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 00:39
    อยากสิร้องไห้มันดีอะเขียนไรดี555อารมณ์หลังจากเปิดเทอมนี่ดิ่งเหวมากพอได้มาอ่านมันคือดีมากใจพองโตมาก
    #2234
    0
  3. #2226 ookhappy (@ookhappy) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 11:44

    โอ๊ยลุ้นแทบขาดใจ เหมือนหัวใจโดนบีบจนเจ็บไปหมด ขอบตาก็ร้อนผ่าวๆ เหมือนน้ำตาจะไหลตลอดเวลาเลย

    #2226
    0
  4. #1986 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 00:19
    คือเขินอ่ะแม่ อยากได้แบบคนโตสักคน
    #1986
    0
  5. #1985 mild_sk (@mild_sk) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 21:39
    อุ่นใจจัง
    #1985
    0
  6. #1984 katekate (@fairykate27) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 19:49
    แง สงสาร ต่างคนต่างทุกข์
    #1984
    0
  7. #1983 Nabhat (@Nabhatrapee) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 18:30
    ใหญ่ป่วยยยยยยยอยู่น้าาาาา ซายน์จะมากลืนลงท้องไม่ได้สิ เดี๋ยวก็ติดไข้ไปด้วยอีกคนหรอก อ่อ ไม่ได้เนาะ ใหญ่กินไม่ได้ทั้งตัว

    โอ้ย เมนต์เรื่องนี้นี่ต้องคอยตีมือตัวเอง จะติดเรตตลอดไม่ได้เส้

    ค่อย ๆ แก้กันไปทีละตัว เอ้ย ทีละจุด เนี่ย เห็นมะ เรตอีกแล้ว
    #1983
    0
  8. #1982 Sirikandadechhom (@Sirikandadechhom) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 14:10
    ดีกันๆเร็วๆเย้ๆๆๆ
    #1982
    0
  9. #1981 BlackDragon_MN (@blackdragon-mn) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 10:51
    อ้าว น้าซายน์ไม่กลัวผิดบาปแล้วเหรอ ยังไม่เครียล์กันจริงจังเรื่องน้าหลายเลยนะ คนโตก็เอาแต่ใจอ่ะ ไม่คิดถึงแม่ที่นอนอยู่เลย ว่าจะรับได้ไม่ได้

    คนโตโตแล้วนะ แต่ยังไม่มากพอ ซายน์ก็เหมือนจะใจอ่อนแล้ว ยอมให้จูบให้กอดขนาดนี้ น้าหลานเค้าไม่ทำ เครียล์ให้ชัด เอาไงก็เอา
    #1981
    0
  10. #1980 daodoy (@daodoy) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 09:10

    ชุ่มชื่นหัวใจ
    #1980
    0
  11. #1979 BBHKS (@bbhunzks) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 08:58

    อ่านไปน้ำตาไหล

    ความผูกพันไม่เคยหายไปไหน

    แค่ถูกซุกไว้...

    อยากให้กลับมาดีกันเหมือนเดิมสงสารทั้งคู่...



    #1979
    0
  12. #1978 chyanin (@chyanin) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 08:39
    ไม่ใช่ว่าตอนหน้ากลับมาเข้มอีกนะน้าซายน์
    #1978
    0
  13. #1977 Phungzaka (@Phungzaka) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 08:27
    เขินยิ่งกว่าซายน์ก็คนอ่านนี่แหละ เค้าจะกลับมาหวานกันแล้ววววว
    #1977
    0
  14. #1976 Sunantha-ct (@Sunantha-ct) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 08:21
    ดีใจที่น้าซายน์ยอมอะ งื้อออ
    #1976
    0
  15. #1975 bwp_k (@bwp_k) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 08:17
    ซายด์เริ่มใจอ่อนแล้ว
    #1975
    0
  16. #1974 BlossomYuyee (@BlossomYuyee) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 08:12
    งุ้ยยยยยย ทางนี้ก็ยิ้มปากจะฉีกถึงหูแล้ว กลับมาหวานกันซะที ว่าแต่น้าซายน์จะให้รางวัลอะไรใหญ่น้าาาาา
    #1974
    0
  17. #1973 Patida9 (@Patida9) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 07:41

    โลกกลับมาสดใสแล้ว
    #1973
    0
  18. #1972 aomm_choco (@aomm_choco) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 07:27
    ฉันเหมือนต้นไม้ได้น้ำอ่ะ รู้สึกสดชื่นนน ฮือออออ
    #1972
    0
  19. #1971 VaranyaNimala (@VaranyaNimala) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 07:20

    เขาทำตามหัวใจตัวเองแล้ว
    #1971
    0
  20. #1970 godxmeii (@aommykajcha) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 06:30
    ใจอ่อนแล้วววว
    #1970
    0
  21. #1969 DebbyMar (@DebbyMar) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 06:16
    ยอมเถอะๆๆๆๆๆ กรี้ดดดด. เค้าจะคืนดีกันแล้วค่ะแม่
    #1969
    0
  22. #1968 manejanb (@manejanb) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 05:15

    ดีต่อใจ.......
    #1968
    0
  23. #1967 Paaaooo (@Pao1965) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 01:45

    รออออออออ
    #1967
    0
  24. #1966 -ploysiwa- (@-ploysiwa-) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 01:28
    น้าซายน์เริ่มทำตามหัวใจตัวเองแล้ว มันก็มีรอยยิ้ม
    #1966
    0
  25. #1965 smile_psk (@p_sing) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 01:11
    งือออ ดีใจมากๆๆๆ คุยกันดีๆ ซักที อยากให้ทั้งคู่มีความสุข :)
    #1965
    0