#แฟนพรากบังคับ *INCEST* [Nana-Naris]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 154,018 Views

  • 2,339 Comments

  • 4,795 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6,231

    Overall
    154,018

ตอนที่ 33 : #ความขัดแย้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6081
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 974 ครั้ง
    15 พ.ค. 62



รถยนต์สีดำโดดเด่นจอดลงเทียบทางเท้าที่ผมยืนอยู่ เรียกสายตาผู้คนที่เดินผ่านไปมาให้หันมาสนใจ เจ้าของรถเปิดประตูลงจากรถเดินเข้ามาหาผม ท่วงท่าสบายบวกกับร่างสูงใหญ่และใบหน้าหล่อเหลา ผมแอบยิ้มเมื่อได้ยินเสียงสาวๆกลุ่มหนึ่งกรี๊ดออกมาเบาๆ

“รอนานไหมซายน์”

“ไม่เลย ผมเพิ่งมาถึงเอง ขอโทษพี่ดีฟด้วยนะครับที่ต้องให้มารับถึงที่นี่” ผมเก็บโทรศัพท์ที่กดพิมพ์คุยกับบก.นิตยสารต่างประเทศเข้ากระเป๋า พร้อมส่งยิ้มให้รุ่นพี่

ช่วงปีหลังผมกลับมาสนิทกับพี่ดีฟอีกครั้ง เราคุยกันมากขึ้นและผมก็รู้สึกสบายใจด้วย นอกจากไอ้โรมที่ตอนนี้ติดเมียเด็กก็มีพี่ดีฟนี่แหละที่คอยหาข้อมูลเรื่องอาการป่วยของพี่แซน และช่วยเหลือเวลาที่ผมลำบาก

“ถ้าอย่างนั้นไปกันเลยไหม เดี๋ยวพี่พาไปทานข้าวก่อนแล้วกันนะ เดือนก่อนไปเจอร้านอาหารเวียดนามเจ้าอร่อย จำได้ว่าซายน์เคยชอบพี่จองร้านเอาไว้แล้ว”

“ได้เลยครับ งั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะ จะกินให้พี่ดีฟหมดตัวเลย” ผมพูดแหย่เล่น เดินตามพี่ดีฟไปขึ้นรถ ก่อนประตูจะปิดลงก็ได้ยินเสียงน้องๆกลุ่มเดิมพูดขึ้นมา

“โหหห มารับแฟนอ่ะแก แต่น่ารักดูสมกันดีเนอะ”

“นั่นสิ คนหนึ่งหล่อ อีกคนก็สวยปนหล่อ โอ๊ยยย อยากบริจาคมดลูกให้พี่เขาเลย”

ได้ยินแค่นั้นแหละเพราะประตูรถปิดลงซะก่อน หลังจากออกรถพี่ดีฟก็หันมายิ้มและพูดถึงเรื่องของเด็กกลุ่มนั้น เดาว่าคงจะได้ยินเหมือนกัน ก็ไม่ได้พูดกันเสียงเบาเลยนี่

“หึหึ เราสองคนนี่เหมาะสมกันจริงๆด้วยสิเนอะ”

“ซายน์จะคู่ควรกับคนหล่ออย่างพี่ดีฟได้เหรอครับ ไม่กล้าๆ”

อาหารเวียดนามเจ้านี้อร่อยอย่างที่พี่ดีฟคุยเอาไว้ ลูกค้าก็เยอะด้วยถ้าไม่จองโต๊ะวันนี้คงไม่ได้กิน เมื่ออิ่มท้องก็เดินทางกันต่อ ขับรถออกมาเกือบจะนอกเมืองก็จอดที่ร้านร้านหนึ่ง ตัวตึกตั้งสันโดษตกแต่งด้วยสไตล์ยุโรปผสมโรมัน มีเสาต้นใหญ่สีขาวสองต้นตั้งที่ทางเข้าร้าน

ไอเย็นของเครื่องปรับอากาศทำให้รู้สึกดีขึ้นเมื่อต้องฝ่าแสงแดดร้อนแทบไหม้จากลานจอดรถเข้ามาด้านใน พนักงานเดินตรงเข้ามาหาเมื่อเห็นว่ามีลูกค้า ส่งรอยยิ้มหวานขณะที่พี่ดีฟแจ้งจุดประสงค์

“มาลองชุดสำหรับพิธีหมั้นครับ”

“คุณดีฟ ดรุณวิทย์ ใช่ไหมคะ ทางเรากำลังรออยู่พอดีเลยค่ะ นี่คงเป็นว่าที่คู่หมั้นสินะคะ แหม เหมาะสมกันจังเลย” พนักงานส่งยิ้มเผื่อแผ่มาทางผมด้วย พี่ดีฟหัวเราะลั่นร้าน ดึงไหล่ผมให้ขยับเข้าไปหาพร้อมรอยยิ้มขี้เล่น

“ชื่อซายน์ครับ น่ารักใช่ไหมครับ”

“เหมาะสมกันมากๆเลยค่ะ ถ้าอย่างนั้นเชิญที่ห้องลองด้านในเลยนะคะ”

“ครับ ป่ะซายน์ ไปลองชุดกัน”

ผมพยักหน้าเดินตามเข้าไป ด้านในมีชุดสำเร็จหลากหลายแบบ สำหรับใช้ออกงาน ทั้งแบบไทยแท้ สูทสากล หรือแบบผสมก็มี เพราะไม่เคยเข้าร้านแบบนี้มาก่อนผมเลยเดินสำรวจไปเรื่อยๆ พนักงานเข็นราวเสื้อผ้าที่มีชุดไทยของผู้ชายแขวนอยู่หกเจ็ดชุดเข้ามา

“ซายน์ครับ ช่วยพี่เลือกหน่อยสิ ซายน์ว่าชุดไหนสวย” เสียงเรียกทำให้ผมละสายตาเดินกลับไปหาพี่ดีฟ กวาดสายตามองไปทั่วๆ นึกคอนเซปของงานไปด้วยจากนั้นก็หยิบออกมาสองชุด

“สีน้ำทะเลดีไหมครับ หรือว่าจะฟ้าอ่อน ธีมงานหมั้นเป็นคัลเลอร์ฟูลนี่นา เอ๊ะ หรือว่าจะสีส้มดีครับ จะได้เด่นกว่าแขกที่มาร่วมงาน พี่เป็นว่าที่เจ้าบ่าวคงน้อยหน้าคนอื่นไม่ได้”

“งั้นพี่ลองสามชุดที่ซายน์เลือกก็แล้วกันนะ” พี่ดีฟหยิบทั้งสามชุดหายเข้าไปในห้องลอง ผมก็เดินดูชุดต่อสำหรับของตัวเองระหว่างรอ พนักงานอีกคนเข้ามาประกบทันที

“แล้วว่าที่เจ้าสาวล่ะคะ สนใจชุดไหนไหมคะ ทางเราไม่ได้เตรียมชุดไว้เพราะคุณดีฟแจ้งมาแค่สำหรับเขาคนเดียวน่ะค่ะ”

“อ้อ ใช่ครับ เจ้าบ่าวเจ้าสาวเขาแยกร้านกันเพื่อทำเซอร์ไพรส์น่ะครับ ไปเห็นชุดกันอีกทีก็วันงานเลยทีเดียว”

“เอ๋?” สีหน้าสงสัยอย่างปิดไม่มิดของพนักงานถูกพักเอาไว้ ผมไม่ทันได้ตอบพี่ดีฟก็เดินออกมาพร้อมกับชุดที่ลองชุดแรก ชุดราชประแตนตัวเสื้อสีน้ำเงินน้ำทะเลตัดกับกางเกงโจงกระเบนสีทอง

“โอเคไหมซายน์ ช่วยพี่ดูหน่อยสิ”

“ดูดีมากเลยนะครับ แต่ว่าลองอีกสองชุดดูก่อนไหม เผื่อว่าพี่จะชอบมากกว่า”

“ก็ได้” พี่ดีฟหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องลองอีกครั้ง จบชุดสุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกชุดแรก เพราะสีฟ้าอ่อนเกินไป และสีส้มทำให้พี่เขาดำ “ดูดีแล้วใช่ไหม”

“พี่ออกจะหล่อไม่มั่นใจอะไรกันล่ะครับ ผมว่าพี่เข้ากับชุดไทยมากๆเลยนะ นี่ยังคิดไม่ออกเลยว่าตอนไปช่วยไอ้โรมเลือกชุดหน้าอย่างมันแต่งชุดไทยออกมาจะเป็นยังไง” คิดแล้วก็ขำ นึกภาพไอ้ลูกครึ่งหน้าฝรั่งตัวเท่าตึกใส่ชุดไทยไม่ออกเลย

“พี่ว่าคนหล่อยังไงก็ดูดี”

“เหมือนพี่ใช่ป่ะ”

“นั่นแหละ ฮ่าๆๆๆ” คนหลงตัวเองหัวเราะเสร็จก็จ้องชุดด้วยสายตามีความสุข เห็นแล้วผมก็ยิ้มตาม เดินไปหยุดข้างๆพี่เขา

“ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าก่อนเป็นคนแรกนะครับพี่ดีฟ น้องเขาเหมาะสมกับพี่มากจริงๆ ผมดีใจมากที่เห็นพี่มีความสุข”

“ขอบใจนะ” พี่ดีฟหันมายิ้มให้อย่างคนที่ไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววตาหยอกเย้า “ตอนนี้นึกเสียใจที่ไม่เลือกพี่ก็ไม่ทันแล้วล่ะนะซายน์” มืออบอุ่นยื่นมาขยี้หัวผมอย่างหมั่นเขี้ยว หัวเราะสะใจที่ได้แกล้งผมอีกต่างหาก

“พี่ดีฟ!” ผมปัดมือเขาออก คนกำลังจะจริงจัง ไอ้พี่บ้าเอ๊ย “สงสารน้องเบลจริงๆเลยที่ได้คนอย่างพี่เนี่ย เด็กน้อยใสๆอย่างนั้นคงไม่รู้สินะว่าจริงๆแล้วพี่มันซาตาน”

“ฮ่ะๆๆ มองยังไงว่าเบลใสอ่ะซายน์ รายนั้นก็ร้ายไปไม่น้อยกว่าเราหรอกนะ” พี่ดีฟสายตาเต็มไปด้วยประกายของความสุขเมื่อเอ่ยถึงคนรัก

ว่าที่เจ้าสาวที่ไม่ใช่ผมหรอก แต่เป็นน้องเบล เด็กผู้ชายตัวเล็กที่วิ่งไล่ตามจีบพี่ดีฟอยู่หลายเดือน พอคบกันได้เกือบปีพี่ดีฟผู้ใจร้อนกลัวตัวเองจะแก่ขึ้นทุกวันแล้วแฟนเด็กจะหนีเลยจัดการรวบรัดขอแต่งงานซะเลย ทางบ้านก็ไม่มีปัญหา แต่จัดเป็นงานเล็กๆในหมู่ญาติและคนสนิทเท่านั้น

อิจฉา

ในความยินดีส่วนลึกผมรู้สึกอิจฉาที่สองคนนี้ได้รักกันอย่างคนปกติทั่วไป ไม่ใช่แค่พี่ดีฟ แม้แต่ตอนที่เห็นไอ้โรมกับคนเล็กอยู่ด้วยกัน หัวใจผมก็แอบเจ็บเล็กๆเหมือนมีเข็มทิ่มตำ ริมฝีปากฝืนยิ้มต่อเมื่อใบหน้าของใครบางคนปรากฏขึ้นในใจ

“ซายน์เอ๊ย บางครั้งคนเราก็ทำตามใจตัวเองบ้างก็ได้นะ ชีวิตก็มีอยู่แค่นี้ แป๊บๆเดี๋ยวก็ตายแล้ว” พี่ชายคนสนิทเอ่ยดักอย่างรู้ทัน เขารู้เรื่องที่ผมกับใหญ่เป็นน้าหลานกันตั้งแต่ตอนงานศพพี่นพโน่นแล้ว

ตอนแรกพี่ดีฟมาขอโอกาสและผมคิดว่าอยากจะใช้พี่เขาเพื่อให้ลืมใหญ่ หลีกหนีจากเรื่องวุ่นวาย แต่พอคิดให้ดี ยังไงผมก็คงไม่มีทางรักใครนอกจากใหญ่อีกแล้ว การดึงคนที่ไม่เกี่ยวข้อง(แถมยังรักผมอยู่)มาแบบนี้ก็เท่ากับเราทำร้ายคนเพิ่ม

ผมไม่อยากทำร้ายคนดีๆอย่างพี่ดีฟ และโชคดีที่ไม่ทำอย่างนั้น วันนี้พี่ชายของผมถึงได้เจอคนของตัวเองสักที

“ขอบใจมากเลยนะสำหรับวันนี้ เดี๋ยวอีกสองวันพี่มารับเหมือนเดิมนะ” พี่ดีฟพามาส่งที่หน้าบ้าน ผมมีของที่ซื้อก่อนหน้านิดหน่อยเขาเลยช่วยหิ้วลงมาส่งให้ ยืนคุยกันอยู่ข้างรถ

“ไม่เป็นไรเลยครับ ผมเต็มใจอยู่แล้ว แต่อีกสองวันน้องเบลจะไปด้วยใช่หรือเปล่าครับ” ที่ถามเพราะสองคนนี้เขาแยกกันจัดเตรียมงานบางส่วน เช่นชุดของเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็แยกกันเลือก รอเซอร์ไพรส์ในวันงาน แต่บางส่วนก็ต้องเลือกด้วยกัน

“ใช่ พี่ไปรับเบลที่ทำงานแล้วค่อยมรับซายน์อีกที ยังไงก็รบกวนด้วยนะคนเก่ง” พี่ดีฟขยี้หัวอีกแล้ว ผมรีบปัดออกนึกหมั่นไส้คนอารมณ์ดีที่จะได้แต่งงานเดือนหน้าขึ้นมาตงิดๆ

“รีบกลับไปเลยไปป่านนี้น้องคงรออยู่แล้วมั้ง ผมจะขึ้นไปหาพี่แซนแล้ว”

“อื้ม ไว้เจอกันนะซายน์ พี่ไปล่ะ ต้องไปรับว่าที่เมียไปกินข้าวกับว่าที่พ่อตาแม่ยายต่อ”

“โอ๊ยย หมั่นไส้ ไปไหนก็ไปเหอะ”

“ฮ่าๆๆๆ อิจฉาก็หาคนมาแต่งบ้างสิ ไอ้เด็กดื้อ” อยากจะตีสักสองสามที แต่ไอ้พี่ดีฟไหวตัวทันรีบขึ้นรถขับออกไป ผมหัวเราะขำคนได้แฟนเด็กแล้วทำตัวเด็กตาม หมุนตัวจะเข้าบ้านรอยยิ้มของผมก็ลดลง

ใหญ่...

ทำไมวันนี้ถึงได้กลับบ้านไวได้

“ไปไหนกับมันมา!!” คนที่ยืนอยู่ไกลๆรีบพุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว มือหนึ่งคว้าแขนผมไว้บีบแน่นจนเจ็บ ตวาดลั่นด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธ

บ้าชะมัด เด็กรับใช้ออกเต็มบ้านยังกล้าแสดงอาการแบบนี้อีก

“ปล่อย”

“ไม่ บอกมานะว่าไปไหนกับมันมา!



ผมหนีใหญ่เข้าบ้านไม่พร้อมจะคุยด้วย ไม่นึกด้วยซ้ำว่าเขาจะกลับบ้านเร็วขนาดนี้ นี่ยังไม่ทุ่มหนึ่งเลย พอหนีขึ้นมาด้านบนเข้ามาในห้องของพี่แซน คิดว่าเขาจะถอดใจคนตัวสูงกลับเดินเบียดประตูเข้ามา

พยาบาลที่เฝ้าที่แซนหน้าตื่นเล็กน้อยกับสีหน้าอยากขย้ำคอคน ผมจึงยิ้มปลอบใจให้เธอไปบางๆ

“ไปพักผ่อนก่อนสักครึ่งชั่วโมงก็ได้ครับ ผมดูพี่แซนเอง” ที่จริงพยาบาลพิเศษจะอยู่ก็ได้ ผมตั้งใจจะเข้ามาดูพี่แซนก่อนไปนอนเท่านั้น แต่ตอนนี้ต้องให้ออกไปก่อนเพราะกลัวว่าใหญ่จะหลุดพูดอะไรไม่สมควรออกมา

“ซายน์...”

“เงียบเถอะน่า” หันไปดุคนที่ไม่เคยคิดระวังตัว ใหญ่เงียบไปแค่เดี๋ยวเดียวพอคุณพยาบาลเดินออกไปก็เริ่มต้นโวยวายอีกรอบ

“ตอบผมได้หรือยังว่าไปไหนกับมันมา”

“น้าบอกไปกี่ครั้งแล้วว่าพี่ดีฟอายุมากกว่าตั้งกี่ปี คนโตอย่าทำตัวไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่กับเขาสิ”

“อย่ากวนประสาทผมนะซายน์ ผมไม่ให้ซายน์แทนตัวเองแบบนี้ แล้วก็ไม่ให้เรียกผมว่าคนโตด้วย” เพียงแค่ได้ยินเสียงเกรี้ยวกราดผมก็รู้สึกเหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก รู้ว่าตัวเขาเครียดต้องรับผิดชอบหลายอย่างไหนจะเรื่องของเราอีก

แต่อย่างลืมว่าไม่ใช่เขาคนเดียวที่เครียดกับเรื่องนี้

“พอเถอะ ฉันไม่อยากจะคุยแล้ว”

“ไม่คุยไม่ได้” คนถูกบอกปัดเดินมาขวางหน้าเอาไว้ “ต้องตอบมาก่อนว่าไปไหนกับมันมา”

“นี่บ้าไปแล้วหรือไง จะเสียงดังทำไมกัน ถ้าคนอื่นในบ้านมาได้ยินเข้าจะเป็นเรื่องใหญ่นะ” เสียงที่ใหญ่พูดไม่ได้เบาเลย แม้จะมั่นใจว่าบนนี้มีแต่คนในครอบครัวที่ขึ้นมา แต่คุณพยาบาลอาจจะยังไม่ไปไหนไกลก็ได้นี่

“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องเลยซายน์ ตอบคำถามผมสักที ไปทำอะไรกันมา ทำไมมันถึงมาส่งที่บ้านได้ ยังติดต่อกับมันอยู่อีกเหรอ นี่แอบคบกับมันลับหลังผมใช่ไหม” ใหญ่รัวคำถามราวกับกระสุน ยิ่งฟังผมก็ยิ่งโมโห

กดดันจนอยากจะกรี๊ดใส่หน้าดังๆสักที แต่สิ่งที่ทำคือการประชดกลับ

“ทำไมฉันต้องแอบ ฉันกับนายเป็นแค่น้าหลานกัน ถ้าฉันจะคบกับพี่ดีฟแล้วมันผิดตรงไหน และฉันโตแล้วไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากหลานอย่างนาย” ทุกคำตอกย้ำให้คนฟังรู้ถึงสถานะของตัวเอง

โดยลืมคิดไปว่าคนอย่างใหญ่ อยากได้อะไรก็ต้องได้ และไม่เคยสนวิธีการ

“ซายน์!

“เลิกตะโกนโวยวายแล้วออกไปได้แล้ว พี่แซนต้องพักผ่อน อย่ามาเสียงดังแถวนี้”

“ไม่ไป”

“ใหญ่เดี๋ยวคนอื่นได้ยิน พอเถอะ”

“ช่างมันสิ ผมต้องใจเย็นเหรอวะ เห็นเมียตัวเองไปเที่ยวกับแฟนเก่ากลับมายิ้มหน้าระรื่นอย่างนี้ จะให้ผมบอกว่ายังไง อ้อเชิญตีท้ายครัวตามสบายเลย งี้เหรอวะซายน์”

“หยุดนะ!

“ไม่หยุด และผมจะไม่ทนอีกแล้ว ห้ามไปไหนกับมันทั้งนั้น ถ้าไม่ฟังอย่าหาว่าผมใจร้ายก็แล้วกัน”

“ถ้านายทำอะไรบ้าๆ ฉันจะไม่อยู่ที่บ้านหลังนี้แล้ว เชิญอยู่ไปตามสบายเลย โตกันแล้วนี่ ตอนนี้คงไม่จำเป็นต้องมีฉัน”

“ฝันไปเถอะว่าจะหนีไปเสพสุขกับมันได้ง่ายๆ คิดว่ารู้ไม่ทันเหรอว่าคุณคิดจะคบกับมันเพื่อกันผมให้ออกห่าง มันไม่ได้ผลหรอกนะ ต่อให้คุณจะคบผู้ชายทีเดียวสิบคน หรือคบอีกหลายๆคน ผมก็ไม่ตัดใจจากคุณหรอก”

“ใหญ่ ฉันต้องบอกนายยังไงว่ามันเป็นไปไม่ได้ เราเป็นน้าหลานกัน”

“งั้นคุณก็บอกมาสิว่าคุณไม่ได้รักผม ตลอดเวลาหลายปีที่คุณเป็นเมียผม นอนด้วยกันมีความสุขร่วมกัน คุณไม่ได้รู้สึกอะไรเลย!

“......”

“หึ แค่คุณยอมรับใจตัวเองเรื่องมันก็ง่ายแล้วซายน์ เราคบกันเงียบๆก็ได้ ไม่จำเป็นต้องให้ใครรู้ ถ้าคุณกลัวว่าสังคมจะตราหน้าคุณ”

“หยุดพูดนะ!” ถูกจี้ใจดำผมก็เริ่มประสาทขึ้นมาอีกรอบ กลายเป็นฝ่ายเสียงดังทั้งที่เพิ่งจะเตือนใหญ่ไป สองมือยกขึ้นปิดหูตัวเอง ส่ายหน้าไปมาอย่างคนยอมรับความจริงไม่ได้

“ผมจะพูด พูดจนกว่าซายน์จะเข้าใจว่าเรื่องของเรามันเป็นไปได้ และผมก็จะทำให้มันเป็นไปได้ด้วย คิดว่าผมจะถอดใจแค่คำว่าเป็นไปไม่ได้ของคุณหรือไง”

“พอแล้ว...ฮึกกก”

“กว่าจะได้ซายน์มาผมลงทุนโกหกคนไปตั้งเท่าไหร่ ผมไม่เสียซายน์ให้ไอ้ดีฟง่ายๆแน่”

“พอออออออ” ด้วยคำพูดทั้งหมดที่ใหญ่กดดันผมทำให้หวีดร้องออกมาลั่น จากนั้นทุกถ้อยคำก็ไม่ได้กลั่นกรองออกจากสมองอีก “ฉันไม่กลับไปคบกับนาย เราเป็นน้าหาลานกัน ไม่ว่านายจะตัดใจหรือไม่ตัดใจก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ฉันจะแต่งงานกับพี่ดีฟเดือนหน้าแล้วย้ายออกไปบ้านจากหลังนี้”

“ซายน์!” สีหน้าคนฟังทั้งอึ้งทั้งช็อก เขาคว้าไหล่ผมไปบีบเอาไว้แน่น ดวงตาแดงก่ำจ้องราวกับสัตว์ป่าดุร้ายที่กำลังคลั่งควบคุมตัวเองไม่ได้

“เออ ฉันจะแต่งงานกับพี่ดีฟ ฟังให้ชัดๆเลย”

“ไม่มีทาง ผมไม่ให้ซายน์กับใครทั้งนั้น ซายน์เป็นของผม...ของผมคนเดียว” แล้วเขาก็ผลักผมลงบนโซฟาที่ตั้งปลายเตียงนอนพี่แซน

เพราะไม่ทันตั้งตัวและไม่คิดว่าใหญ่จะกล้าขนาดนี้ เมื่อหลังสัมผัสกับโซฟากว้างเงาสูงใหญ่ก็รีบโถมทับตามลงมา กักขังผมเอาไว้ใต้ร่างของเขาจนหนีไปไหนไม่ได้

ใหญ่ซุกใบหน้าลงที่ซอกคอ ไม่ว่าจะหันหลบไปทางไหนเขาก็ยังคงตามไม่ลดละ

มันเจ็บเมื่อฟันคมขบกัดที่เนื้อผิว

“โอ๊ย ปล่อยนะใหญ่”

คนหน้ามืดตามัวไม่ฟังอะไรทั้งนั้น มือข้างหนึ่งกดไหล่ผมไว้ อีกข้างเริ่มดึงทึ้งเสื้อผ้าออกจากร่างกายจนได้ยินเสียงเนื้อผ้าฉีกขาด ผมดิ้นและปกป้องตัวเองได้ไม่ถนัดนัก สู้แรงเขาก็ไม่ได้

ในตอนนี้เขาไม่ใช่เด็กสิบเจ็ดรูปร่างลีนมีกล้ามเนื้อเล็กน้อย หากเป็นกล้ามมัดที่สมกับความเป็นชายหลังจากได้กลับมาออกกำลังกายอีกครั้ง

รูปร่างเพอเฟ็คที่ผมชื่นชอบเสมอมา

“ฮึกก ปล่อย บอกให้ปล่อย” สองมือดิ้นจนหลุดย้ายไปดันไหล่กว้าง ยันเอาไว้ไม่ให้ร่างกายใกล้ชิดไปมากกว่านี้ แต่ใหญ่ก็ยังดื้อด้านไล่ตีตราสร้างรอยไปทั่วกายผม

เพียะ!

ฝ่ามือเล็กฟาดลงบนแก้มสากที่มีไรหนวดจาง ใบหน้าหล่อเหลาสะบัดไปตามแรงกระทบ จากนั้นภายในห้องก็เงียบสนิทไปนับนาที เมื่อใหญ่หันกลับมาจ้องตาผมอีกครั้งก็เต็มไปด้วยความตัดพ้อน้อยใจอย่างที่ผมไม่สามารถสู้สายตาเขากลับไปได้เลย

เผลอลงมือทำร้ายเขาจนได้ทั้งที่ไม่อยากทำ

รอยแดงบนแก้มยิ่งทำให้รู้สึกผิด ไม่ได้ตั้งใจจะตีให้เขาเจ็บแบบนี้ หากเมื่อกี้เขารุกรานจนคิดว่ามันมากเกินไป แทบจะเลยเถิด คิดแค่ว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อหยุดเขาเอาไว้

“เอ่อ...ใหญ่” ผมยันตัวขึ้นมองคนที่ได้สติและลุกออกไปยืนข้างโซฟา ปลายนิ้วเรียวแตะที่มุมปากตัวเองซึ่งมีเลือดซึมเล็กน้อย รอยนิ้วทั้งห้าเริ่มปรากฏเด่นชัด “เจ็บไหม”

ทั้งที่เป็นฝ่ายเกือบจะถูกข่มขืนแต่ก็เป็นผมอีกนั่นแหละที่รีบเข้าไปดูบาดแผลให้ หัวใจตกลงไปอยู่แทบเท้าเมื่อร่างของเขาถอยห่างออกไปไม่ยอมให้ผมได้สำรวจความเสียหายโดยง่าย

“ไม่คิดเลยว่าซายน์จะตบผม หึ” เสียงเย้ยยันกับสิ่งที่ตัวเองเจอยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิด แต่เมื่อคิดดูแล้วนี่ก็เป็นโอกาสที่จะผลักเขาให้ออกห่าง

“ตัดใจเถอะใหญ่”

“ตัดใจเหรอ คุณก็พูดได้สิ” น้ำเสียงนั้นตัดพ้อจนน่าใจหาย “คุณเป็นทุกอย่างในชีวิตของผมแล้ว จะให้ผมตัดคุณออกไปยังไง”

“.....”

“ผมรักคุณจะตายอยู่แล้วนะโว้ยย”

ปัง!

เมื่อระเบิดอารมณ์เสร็จ เขาก็ผลุนผลันออกจากห้องไป...ไม่ได้อยาก...ให้มันเป็นแบบนี้ หากผมมีทางเลือก...หากผมเลือกได้ คงไม่เลือกให้เรามีสายเลือดเดียวกัน ถ้ามันเป็นแบบนั้น เราคงจะรักกันได้ปกติอย่างคู่อื่นๆ

ผมทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาที่เกิดเหตุพร้อมกับความเครียดที่เพิ่มขึ้นทวีคูณ



.................................................................

อีกไม่นานแล้ววว

จะจบ? ฮึ

จะพ้นดราม่า? ฮึ

จะอะไรคอยรอดู คึคึคึ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 974 ครั้ง

69 ความคิดเห็น

  1. #2335 Beam9404 (@Beam_sehun94) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 01:40
    อ่ยย อย่าใช้อารมณ์กันเลย้น้ออ รุนแรงมากเลยอง้
    #2335
    0
  2. #2281 NamKudos (@namkudos) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 18:47

    เราไม่อยากให้จบแบบเค้าคู่กันเลย เอาจริงนะ ต่างคนต่างไปเถอะ

    #2281
    0
  3. #2276 Haruma_Hunsei (@hunsei) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 15:17

    ตอนนี้อ่านไปก็มุนคิ้วไป หม่นๆเค่ียดๆจริมๆ

    #2276
    0
  4. #2053 MyUniverseOSH (@MyUniverseOSH) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 20:29
    หน่วง จะบ้าตาย สงสารทั้งคู่เลย ขอให้ลงเอยกันได้ด้วยดีเถอะเพี้ยง!! ถึงใหญ่จะดื้อดึงดันไปบ้าง แต่ก็ด้วยความรักซายน์ รักมากจนยอมโกหก ยอมให้คนประณาม ดีทั่คนรอบข้างค่อนข้างเข้าใจและเห็นใจ เพราะทั้งคู่มีอะไรกันก่อนที่จะรู้ว่าเป็นน้าหลาน มันค่อนข้างจะเป็นโศกนาฏกรรม ตัดใจยาก
    #2053
    0
  5. #1948 BlackDragon_MN (@blackdragon-mn) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 20:12
    จริงๆดีนะที่ซายน์ตบ จะได้หยุด จะเอากันในห้องแม่ก็เอี้ยเกิ้นนนน
    #1948
    0
  6. #1898 _PRAWINA (@loveprawina) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 00:35
    รอให้สมหวังอยู่เด้ออออ
    #1898
    0
  7. #1897 _PRAWINA (@loveprawina) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 00:35
    ถ้าพี่แซนฟื้นทุกอย่างคงง่ายกว่านี้ สู้ๆนะทั้งสองคนเลย สงสารอ่ะ ฮือออออออ
    #1897
    0
  8. #1896 mildneet (@maay08822052623) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 23:32
    ปวดตับเจรงๆคู่นี้พี่แซนต้องได้ยินทุกอย่างสิพี่แซนตื่นเถอะพลีสส
    #1896
    0
  9. #1895 Nannntana (@Nannntana) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 19:36
    ต้องขอโทษที่เราต้องบอกว่า รำคาญใหญ่ ไม่มีเหตุผล ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ในใจอาจจะสำนึกรู้สึกผิดที่โกหกน้าตัวเอง แต่สิ่งที่ทำไปแต่ละอย่างเหมือนคนไม่สำนึกอะไรเลย อยากได้อะไรก็ต้องได้ ก็นะ รักเค้ามาก แต่ว่าใหญ่ควรฟังควรนึกถึงแม่ที่นอนไม่ได้สติอยู่นิดนึง นี่อะไรจะข่มขืนเค้าทั้งที่แม่ก็นอนอยู่ตรงนั้น เกินไปอ่า ก็ยังสงสารซายน์เหมือนเดิม พยายามใจแข็งกว่านี้อีกนะคุณน้า เผื่อใหญ่จะถอยไปสักก้าว แล้วฟังที่น้าพูดมั่ง ทีมน้าซายน์ค่ะ
    #1895
    0
  10. #1894 ไรเฟิล (@rifle_ke) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 18:32
    ไหนว่าไม่ดราม่างายยยยยย

    แล้วนี่กดดันจนจะบ้ามาหลายตอนละน้าาา
    #1894
    0
  11. #1893 minaejunk (@minaejunk) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 17:51
    สงสารใหญ่จัง...เป็นไปได้มั้ยที่จะไม่ใช่น้าหลานแท้ๆ
    #1893
    0
  12. #1892 Sirikandadechhom (@Sirikandadechhom) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 13:27
    แงง สงสารใหญ่โว้ยยยยยย
    #1892
    0
  13. #1891 SirikarnNan (@SirikarnNan) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 12:56
    Happy ending เถอะนะ สงสารทั้งคู่
    #1891
    0
  14. #1890 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 11:25
    เป็นกำลังใจให้ทั้งคู่เลยนะ
    #1890
    0
  15. #1889 xoap (@xoap) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 08:38
    กลัวใจคุณไรต์มากกกก สงสารทั้งคู่ เสียงดังขนาดนี้พี่แซนด์จะได้ยินมั้ยนะ
    #1889
    0
  16. #1888 Bow (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 07:47

    เราว่าแซนได้ยินอ่ะ​ แต่เราว่าแซนกับซายอาจจะไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน​ เรารู้สึกว่าสองตอนหลังพูดเรื่องสายเลือดเดียวกันบ่อย​ น่าจะใช่ไหมนะ​ โคนันก้มา55

    #1888
    0
  17. #1887 daodoy (@daodoy) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 07:44
    ใหญ่โตแล้วต้องมีเหตุผล
    ต้องหัดรับฟังคนอื่น
    #1887
    0
  18. #1886 aomm_choco (@aomm_choco) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 07:38
    ใหญ่ต้องหัดฝจเย็นๆบ้าง ยิ่งแรงใส่กันแบบนี้ไม่มีไรดีขึ้นมา ฮือออออออ
    #1886
    0
  19. #1885 BEACH_KER (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 07:29

    โอ้ยยยยหน่วงมากอะ ซายน์เห็นที่พี่ดีฟบอกมั้ยทำตามใจตัวเองบ้างก็ได้ ซายน์ก็เห็นแล้วนิว่าชีวิตมันก็มีแค่นี้วันพรุ่งนี้จะอยู่หรือจะตายเราก็ไม่รู้ หาความสุขให้ตัวเองบ้างเถอะซายน์ทำแบบนี้ไปคนที่เจ็บก็คือคนที่ซายน์รักและตัวซายน์เองนะ //ใช่ค่ะชั้นอิน มากกกกก. แงงงง

    #1885
    0
  20. #1884 My-iDeA (@Mydean) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 07:04
    พี่แซนจะได้ยินที่เค้าทะเลาะกันไหม???
    #1884
    0
  21. #1883 Kon--Kon (@Kon--Kon) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 06:47
    ตอนใหญ่บอกไม่คิดจะตบผม....อิฉันตอกในใจแทนซายด์ว่า ฉันก็ไม่คิดว่าแกจะปล้ำซายน์โว้ย ตอนแรกว่าจะเห็นใจซายด์ แต่ดั้นโกหกใหญ่....เอาที่สบายใจเลยทั้งคู่
    #1883
    0
  22. #1882 BlossomYuyee (@BlossomYuyee) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 06:41
    โอ๊ยยยยย บีบหัวใจเหลือเกิน ยอมรับใจตัวเองได้แล้วน้าซายน์ กลับมาหวานกันเหมือนเดิมเถอะนะ
    #1882
    0
  23. #1881 A1716 (@A1716) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 06:39

    เป็นกำลังใจให้ทั้งคู่ นะคะ
    #1881
    0
  24. #1880 L¡e₩ Sa¡ 林 榴莲 (@sai_singha) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 06:14
    อาจจะมีคนเดือดร้อน เพราะปากประชดก็ได้ละนะ
    #1880
    0
  25. #1879 Patida9 (@Patida9) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 05:28

    สงสารทั้งคู่เลย
    #1879
    0