#แฟนพรากบังคับ *INCEST* [Nana-Naris]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 153,829 Views

  • 2,339 Comments

  • 4,798 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6,042

    Overall
    153,829

ตอนที่ 29 : #รับรู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6068
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 987 ครั้ง
    6 พ.ค. 62



วันนี้ผมตื่นสายได้เพราะไม่มีอะไรทำ ท้องร้องเลยออกจากห้องหลังเก็บตัวเล่นเกมมาหาอะไรกินในครัว น่าแปลกใจที่ลุงนั่งหน้าเครียดอยู่ตรงโซฟา อดที่จะแวะทักไม่ได้ ตอนแรกเหมือนเขาจะไม่เห็นว่าผมยืนอยู่ข้างๆ ไม่รู้เหม่ออะไรกระทั่งส่งเสียงทักไปถึงได้รู้สึกตัว

“วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอลุง”

“คือพี่...อึก” เสียงกลืนน้ำลายดังมาอึกใหญ่ เมื่อสายตาคมหยุดมองที่ตัวผม ก้มลงมองตัวเองแล้วก็ลอบยิ้ม บังเอิญว่าไม่ได้เปลี่ยนชุด ใส่เสื้อยืดตัวใหญ่หลวมโพรกกับกางเกงบ็อกเซอร์ตัวสั้นที่ชายเสื้อยืดปิดคลุมพอดี เผยต้นขาขาวที่ลุงกำลังจ้องไม่หยุด

“ผมถาม ฮัลโหล” ยกมือขึ้นโบกตรงหน้า จงใจก้มลงให้คอเสื้อหย่อนลงไป ไม่มีอะไรต้องอายเพราะเห็นกันมาหมดไม่รู้กี่ครั้งแล้ว สายตาลุงที่เลื่อนขึ้นมาสบตากันคล้ายกับไฟที่จะเผาผมให้มอดไหม้

“หนูยั่วพี่เหรอคะ”

“บะ บ้าแล้ว ผมใส่อย่างนี้นอนอยู่แล้วเปล่า คิดว่าลุงออกไปทำงานแล้วเหอะ นี่มันสายมากแล้วนะ” คือก็ไม่ได้จงใจจะอ่อยจริงๆ แต่ในเมื่ออยู่ห้อง ก็เนียนๆอ่อยไป

“อืม ถ้าอย่างนั้นไปเปลี่ยนชุดก่อนดีไหม วันนี้พี่หยุด จะพาไปรับไอ้ซายน์กับไอ้ใหญ่ที่สนามบินตอนบ่ายๆ”

“อ้าว น้าซายน์กลับมาวันนี้เหรอ ไม่เห็นโทรบอกผมเลย”

“ใช่วันนี้แหละ” ผมเดาว่าเสียงเครียดนั่นเกิดจากชุดที่ผมใส่...หรือเปล่านะ ยังคงไม่สนใจทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาตัวเดียวกัน ยกขาขึ้นไขว้ทำให้กางเกงร่นขึ้นสูงกว่าเดิม ชายเสื้อยืดคลอเคลียต้นขาตกลงไปที่สะโพก

“อึก...หนู เปลี่ยนชุดเถอะ”

“มาตั้งบ่ายโน่นไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวค่อยเปลี่ยนก็ได้ ตอนนี้ผมมีรายการที่อยากจะดูนี่นา อ๊ะ ขอรีโมทหน่อยนะ” จงใจยืดตัวผ่านร่างสูงใหญ่ไปยังรีโมทที่วางข้างกายอีกฝั่ง แก้มเฉียดกับจมูกโด่งจนได้ยินเสียงกรามขบกันดังกรอด

หึหึ

“ยั่วเก่งนักนะ” ลุงความอดทนน้อยแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว เขารวบตัวผมขึ้นไปนั่งบนตัก จับให้หันหน้าเข้าหากัน สองขาต้องแยกออกเพื่อคร่อมตัวลุงเอาไว้

“นี่ปล่อยนะ” แกล้งดิ้นพอเป็นพิธี

“ไม่ปล่อย ดื้อนักต้องถูกทำโทษ ไม่เปลี่ยนชุด งั้นก็ไม่ต้องเปลี่ยน พี่จะเปลี่ยนให้เอง”

“เปลี่ยนอะ...อื้ออ” ผมท้วงยาวในลำคอเมื่อริมฝีปากถูกครอบครองโดยคนใจร้าย ลุงตะโบมจูบเหมือนคนเก็บกดที่เพิ่งหาที่ลงได้ ปากผมเจ็บจากการถูกบดเบียดรุนแรง มือหนายังบีบขยำที่ต้นขาและแก้มก้น

ในใจนึกโหยหาย หากก็ต้องทำใจแข็งเอาไว้ไม่จูบตอบกลับ เมื่อลุงจูบลูบไล้ร่างกายผมจนคิดว่าเขาน่าจะใกล้หมดความอดทน ผมก็ฉวยจังหวะที่กำลังหลงใหลกับร่างกายนี้จนเกิดช่องว่าง

กึ๊ก

“โอ๊ยยย” กัดลงที่ปากล่างของลุง แล้วกระโดดลงจากตัก “พี่เจ็บนะตัวเล็ก”

“อย่ามาลวนลามผมง่ายๆอีก เมื่อก่อนผมอาจจะยอม แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ฮึ้ย” ผมเดินอารมณ์เสียไปที่ห้องครัว หาอะไรกินอย่างหงุดหงิด เรียบร้อยก็เข้าห้อง เล่นเกมต่อสักพักถึงได้อาบน้ำแต่งตัว เตรียมออกไปรับน้ากับพี่ชายที่สนามบิน

 


ตอนมาถึงสนามบินสีหน้าผมยังคงมีรอยยิ้มแย้ม กระทั่งเห็นน้าซายน์เดินตาบวมแดงตรงดิ่งเข้ามา น้าซายน์ดึงตัวผมเข้าไปกอดแล้วเริ่มร้องไห้ไม่สนใจสายตาคนทั้งสนามบิน พี่โตเดินตามมาสองสามก้าวหยุดทำหน้าเครียดมองสบตากับผม ซึ่งไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมเห็นคุณกริชเลขาฯของพ่อด้วย แต่เขากำลังคุยโทรศัพท์อยู่เลยไม่ได้ทักทาย

“ไอ้โรม” น้าซายน์ผละออกจากผมก็โผเข้าหาเพื่อนตัวเอง ลุงอ้าแขนรับน้าซายน์ไปกอดไว้ ลูบหัวพูดแต่คำว่า ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร

“นี่มันอะไรกัน?” เหมือนผมเป็นคนเดียวที่ไม่รู้เรื่อง “พี่โต..เอ่อ พี่ใหญ่”

“หึ” น้าซายน์หันมามองค้อนผมเล็กน้อยแล้วซุกหน้ากับอกของลุงต่อ โกรธอะไรผมวะ?

“น้าซายน์?”

“เล็ก” พี่โตจับไหล่ผมให้หันไปหา ดวงตาเขาแดงก่ำ เพิ่งเห็นชัดๆว่าพี่โตผอมลงมาก แก้มตอบและซูบซีดไม่เหลือเค้าคนหล่อ ไรเคราขึ้นเขียวครึ้มไม่ได้รับการใส่ใจ

“มีอะไรกันหรือเปล่า”

“ฟังพี่ดีๆนะ” ไม่บ่อยนักที่พี่ชายจะพูดเพราะๆ เราสนิทกันมากและเป็นผู้ชายทั้งคู่เลยไม่ค่อยอ่อนโยนเท่าไหร่ “พ่อกับแม่...ประสบอุบัติเหตุ”

.

.

.

คล้ายกับ

.

.

โลกหยุดหมุน


ผมนิ่งอึ้งอยู่นานกว่าจะทำความเข้าใจกับประโยคสั้นๆของพี่โตได้

“วะ ว่าไงนะ”

“พ่อเสียแล้วเล็ก พ่อ...ไม่อยู่กับเราแล้ว” ร่างกายที่ชาวาบแทบไร้ความรู้สึกถูกพี่ชายดึงไปกอดไว้ ผมดันตัวออกจากพี่โตคล้ายรับไม่ได้กับสิ่งที่ได้ยิน สองขาแทบจะหมดแรงซวนเซไปด้านหลัง ปะทะกับแผ่นอกอบอุ่นของใครบางคน

ลุงปล่อยน้าซายน์ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขาเดินมาซ้อนด้านหลังของผม กอดเอวเอาไว้ด้วยสองแขน ซุกหน้าลงมาที่ต้นคอพร้อมกระซิบเสียงทุ้ม “ไม่เป็นไรนะตัวเล็ก”

จะไม่เป็นไร...ได้ยังไงกัน

 



ไม่รู้ว่าพาตัวเองมาถึงบ้านได้ยังไง อาจจะถูกพามาหรือเปล่าไม่รู้ กว่าที่จะตั้งสติทั้งน้ำตานองหน้าก็พบว่าตัวเองนั่งอยู่ที่โซฟาของห้องนั่งเล่นในบ้านที่เคยมีพ่อกับแม่ ซึ่งตอนนี้เหลือเพียงพี่ชาย

พี่โตเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง พี่โรมแอบช็อกไปไม่น้อยที่รู้ว่าพี่โตกับพี่ใหญ่คือคนเดียวกัน และน้าซายน์รักกับหลานแท้ๆของตัวเอง แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะพูดเรื่องนี้เพราะว่าลุงต้องใช้เวลาทั้งหมดในการกอดผมเอาไว้แน่น

“มะ แม่ แม่ล่ะพี่โต ฮือออ แม่เป็นยังไงบ้าง” ผมสะอื้นถามพี่ชาย หัวมันตื้อตันไปหมด พี่โตเล่าเรื่องพ่อกับเรื่องแม่บ้าง แต่ผมยังไม่รู้เลยว่าจนถึงตอนนี้แม่เป็นยังไง

“แม่พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังไม่ฟื้น บาดแผลภายนอกดีขึ้นพี่กับซายน์เลยตัดสินใจพาแม่กลับมารักษาตัวต่อที่เมืองไทย ตอนนี้ซายน์ก็ตามไปที่โรงพยาบาล”

น้าซายน์แยกกันตั้งแต่ที่สนามบินไปกับคุณกริชล่ะมั้ง ผมก็เพิ่งนึกได้ตอนนี้

“เล็กจะไปเยี่ยมแม่ ฮึก พี่โต เล็กจะไปหาแม่”

“อือ เดี๋ยวพี่พาไป แต่ตอนนี้ขอพี่จัดการเรื่องงานศพของพ่อก่อนนะ ลุงอเนกติดต่อวัดเอาไว้แล้ว พี่คงต้องไปดู” แม้พี่โตจะแสดงท่าทางเข้มแข็ง แต่ผมที่เป็นน้องรู้ดีว่าเขาเองก็แทบไม่ไหว เห็นพี่ชายแล้วถึงได้พอสงบอารมณ์ได้บ้าง

ลุกออกจากอ้อมกอดของลุงเดินเข้าไปหาพี่ชายคนเดียวที่เหลืออยู่

“เล็กไปด้วย”

“กูว่าเรื่องสถานที่ให้กูช่วยจัดการดีกว่าไอ้ใหญ่ เอ่อ คนโต” ลุงอึกอักไปตอนที่ไม่รู้จะเรียกชื่อพี่โตว่ายังไง พี่ชายผมยิ้มให้กับลุงบางๆ

“เรียกเหมือนเดิมก็ได้ครับ”

“เออ นั่นแหละ กูจะไปจัดการเรื่องสถานที่กับตัวเล็กเอง ส่วนมึง ไปดูไอ้ซายน์ก่อนดีกว่านะ กูว่ามันไม่ไหวหรอก”

“เขาคง...ไม่ต้องการผม” เสียงของพี่โตเจ็บปวดแม้แต่พี่โรมที่เป็นเพื่อนสนิทยังมองด้วยความสงสารจากตอนแรกเหมือนเขาจะเคืองนิดๆที่ไปหลอกลวงเพื่อนเขา

“มันไม่ใช่เวลาคิดเรื่องนี้ กูรู้จักมันมาเป็นสิบกว่าปี ซายน์มันเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เด็ก เหลือพี่แซนแค่คนเดียวที่เป็นครอบครัว มันอ่อนแอกว่าที่มึงคิดนะไอ้ใหญ่”

“แต่เขา...”

ต่อให้มันไม่ต้องการมึง มึงก็ต้องยัดเยียดตัวเองให้ต้องการจนได้ เอาให้จบเรื่องวุ่นนี่ก่อนค่อยคุยเรื่องของพวกมึงทีหลัง ในตอนนี้มึงก็ทำในฐานะหลานชายก็ยังดี

“ผมไม่ใช่หลานของซายน์!...อึก ไม่ใช่”

ผมพูดอะไรไม่ออกอีก สงสารพี่โตแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ พอเขาสติแตกอย่างนี้ก็ทำได้แค่ยืนรอเงียบๆ เมื่อผ่านไปเราก็แยกกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ผมร้องไห้ตลอดทางในรถ จับมือกับลุงเอาไว้แน่นอย่างคนต้องการที่พึ่ง พอถึงวัดก็ถูกพาเข้าไปหาลุงอเนก ซึ่งส่วนนี้ผมก็ทำแค่ยืนเฉยๆเช่นกัน

ทุกอย่างเป็นพี่โรมที่ช่วยจัดการให้หมด

แม้ในเวลานี้ที่เขาไม่ทิ้งผมไปไหน ซ้ำยังเป็นที่พึ่งได้อีก...ไม่รู้ว่า จะทำให้รัก ไปถึงไหน

พี่โรม



โกรธ...ความรู้สึกแรกเมื่อรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ราวกับโลกพังลงต่อหน้า เรื่องราวต่างๆถาโถมเข้ามาเกินจะรับไหว ทั้งเรื่องพี่แซน พี่นพ รวมถึงเรื่องของใหญ่

วินาทีที่รู้ว่าเขาคือหลานชาย

ผมนิ่งอึ้งคิดอะไรไม่ออก หัวสมองว่างเปล่า หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยความโกรธ ยิ่งโกรธมากขึ้นเมื่ออีกฝ่ายรู้ความจริงมาตลอดว่าเราสองคนมีสายเลือดเดียวกัน เป็นหลานชายแท้ๆของผม ความรู้สึกละอายใจหลอมรวมกับภาพหลายปีที่ผ่านมาที่เราใช้ชีวิตเหมือนคนรัก ทั้งๆที่มีเลือดแบบเดียวกันไหลเวียนอยู่

ตอนนั้น ขณะที่ทุกคนวุ่นวายกับการพูดคุยกับหมอ ผมวิ่งเข้าห้องน้ำและอาเจียนออกมาจนหมด มันรับไม่ได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งรับไม่ได้ เราทำผิดบาปกันมาตลอด คำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวของผมคือ

เขาทำได้ยังไง

โกหก หลอกลวง และนอนกับน้าของตัวเอง

“คุณซายน์ครับ” มือใหญ่แตะลงมาที่ไหล่ ผมเงยหน้ามองผู้ช่วยของพี่นพซึ่งมายืนอยู่ตรงนี้เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ เห็นสีหน้าเบลอๆของผมเขาก็ยิ้มปลอบใจส่งมาให้ “เราย้ายคุณแซนเข้าห้องพักพิเศษของผู้ป่วยแล้วนะครับ ตอนนี้คุณหมออยากจะคุยกับญาติ”

“อ้อ ได้ครับ” ผมลุกขึ้นยืน แต่รู้สึกว่าจะเร็วไปหน่อยหรือไม่ก็เพราะพักผ่อนไม่พอ ร่างกายเซจากอาการวูบคล้ายคนจะเป็นลม คุณกริชรีบเข้ามาประคองเอาไว้

“ซายน์!” จากนั้นเสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น สายลมเย็นพัดผ่านตัวผมไปพร้อมกับร่างสูงใหญ่กว่าของคนอายุน้อยที่พุ่งเข้ามาอย่างว่องไว รับเอาตัวผมต่อจากคุณกริบ แขนแกร่งโอบเอวไว้แน่น สายตากังวลสำรวจไปทั่วร่าง “เป็นอะไรซายน์ ไม่สบายเหรอ ผมว่าเราไปให้หมอตรวจหน่อยดีกว่านะ คุณไม่ค่อยกินแถมยังไม่ยอมพักผ่อนอีก เอาแต่เฝ้าแม่...”

“ปล่อย” ผมส่งเสียงเย็นชาจนทำให้คนที่กำลังพร่ำบ่นด้วยความห่วงใยชะงัก ใหญ่ค่อยๆคลายวงแขนออกช้าๆเหมือนกลัวว่าถ้าปล่อยเร็วไปผมจะล้ม

ยิ่งทำแบบนี้

ผมก็ยิ่งเจ็บปวด

เรา...รักกันไม่ได้อีกแล้ว

“พาผมไปหาคุณหมอเถอะครับคุณกริช” หมายถึงหมอเจ้าของไข้พี่แซน และเมินอีกคนราวกับเป็นอากาศ ผ่านร่างสูงของใหญ่โดยบังคับสายตาตัวเองให้อยู่แต่ด้านหน้าทางเดินเท่านั้น

คุณกริชเงียบเพียงอึดใจก็เดินนำพวกเราไปยังห้องแพทย์ พูดคุยปรึกษากันถึงอาการของพี่แซน ยิ่งได้ฟังผมก็ยิ่งใจหาย ราวกับห้องนี้ขาดอากาศทั้งที่เครื่องปรับอากาศยังทำงานได้ดี

“เจ้าหญิงนิทรา? หมายความว่ายังไงครับ” ผมถามหมอเสียงแหบแห้ง จากที่เคยมีความหวัง ได้ฟังคำนี้แล้วหัวใจเริ่มฟีบแบน หมอเช็กอาการอย่างละเอียดใช้เวลาเกือบครึ่งวันแล้วกลับออกมาบอกเราว่า มีแซนมีโอกาสที่จะเป็นเจ้าหญิงนิทรา

“ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสฟื้นเลยนะครับ เพียงแต่ต้องใช้เวลา หมอตอบไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ บาดแผลภายนอกนั้นไม่สาหัส แต่สมองกระทบกระเทือนรุนแรงและบอบช้ำ ตอนนี้เราก็ได้แต่รอเวลาเท่านั้น” คุณหมอซึ่งเป็นแพทย์สมองเฉพาะทางอธิบายเพิ่ม การรักษาพี่แซนเราใช้หมอที่ดีที่สุดถึงสามคน เชี่ยวชาญกันไปคนละแบบ แต่ก็ยังให้คำตอบอะไรที่ชัดเจนไม่ได้

ออกจากห้องของหมอมาด้วยสมองที่มึนเบลอ ผมเหมือนคนเดินในความมืดมองไม่เห็นแม้ปลายทางของแสงสว่าง เทียบได้กับคนตาบอด ต่อให้ภายนอกสว่างจ้าแค่ไหนก็ไม่สามารถเห็นมันได้ ความหวังที่ถูกทำลายส่งผลให้ร่างกายซวนเซ ที่ยังไม่ล้มลงกับพื้นเพราะมีร่างของใหญ่คอยประคองเอาไว้ พาไปนั่งที่โซฟา

ผมมองพี่แซนที่หลับสนิทอยู่บนเตียงคนไข้ น้ำตาก็ไหลออกมาเงียบๆ

“อย่างน้อยเราก็ยังมีความหวังนะซายน์”

“.........”

“หมอบอกว่าโอกาสจะฟื้นก็มีอยู่ ตอนนี้เราปล่อยให้แม่พักผ่อน...”

“ออกไป”

“ซายน์”

“ฉันบอกให้ออกไปไง!” ผมตวาดสุดเสียง ไม่สนว่าตรงนี้คือโรงพยาบาล ไม่สนแม้กระทั่งคุณกริชที่ยืนอึ้ง

ไม่สนอะไรทั้งนั้น

“ไปให้พ้นหน้าสักที!!

ใหญ่นิ่งไปเมื่อถูกว่าใส่ สีหน้าเขาหลากหลายความรู้สึก เสี้ยววินาทีหนึ่งที่ผมรู้สึกผิด แต่ความโกรธก็มีมากกว่า เมื่อทุกอย่างเริ่มนิ่งเป็นเส้นตรงก็คิดขึ้นมาได้ว่าเขาหลอกลวงผมมาตลอด

ไม่ยอมบอกความจริงว่าเป็นหลานทั้งที่รู้ตั้งแต่แรก

ให้ทุกคนรวมหัวกันหลอกผมต่ออีกทอด

การเป็นตัวตลกให้คนรอบตัวไม่ได้ทำให้เจ็บเท่ากับการที่รู้ว่า

ผม...นอนกับหลานตัวเอง

ในหัวมันวนเวียนอยู่แค่นั้น หากว่าผมรู้ก่อน มันจะไม่มีวันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแน่ ความสัมพันธ์บ้าๆนี่จะต้องยุติตั้งแต่วินาทีแรก จะไม่ปล่อยให้ตัวเอง...รักเขา

“เลิกทำตัวเป็นเด็กสักที” นั่นเป็นประโยคที่เขาพูดหลังจากยืนมองผมร้องไห้อยู่พักใหญ่ ผมเงยหน้าทั้งน้ำตามองอีกฝ่ายทั้งเจ็บทั้งแค้น รวมไปถึงไม่เข้าใจว่าทำไมท่าทีเขาถึงได้เปลี่ยนไป

น้ำเสียงเย็นชา รวมถึงสายตาแข็งกร้าว

“อะไรอีก บอกให้ออกไปไง”

“จะให้ไปไหน แม่ผมนอนอยู่ตรงนี้ หรือคุณคิดว่าผมไม่มีสิทธิ์เฝ้าแม่ตัวเอง” ประโยคต่อมานั้นทำให้สะอึกได้อย่างเหลือเชื่อ ตลอดหลายปีไม่เคยมีสักครั้งที่ใหญ่จะไม่ยอมลงให้กับผม แต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกแล้ว

“นี่พี่สาวฉัน”

“ก็แม่ผมเหมือนกัน คุณอยากอยู่ก็อยู่ แต่ไม่มีสิทธิ์ไล่ผมไปไหนทั้งนั้น ผมจะอยู่ที่นี่และถ้าคุณไม่อยากอยู่ก็ไปได้เลย แต่ถ้าออกจากห้องนี้ไปแล้วก็ไม่ต้องกลับมาอีก”

“ใหญ่!

“เออใช่! ผมคือใหญ่ คือหลานของคุณ คือผัวคุณ คือทุกอย่างที่คุณรู้และรับไม่ได้นั่นแหละ...ถ้าผมใจดีแล้วทำให้คุณยิ่งแย่ งั้นต่อไปนี้ผมจะไม่ใจดีอีกแล้วซายน์

อารมณ์ดั่งพายุของทั้งคู่ถูกซัดเข้าใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร ผมทั้งอึ้งทั้งโกรธ ในตอนนี้ตั้งรับไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงกะทันหันของคนตรงหน้า กลายเป็นว่าอีกฝ่ายเข้าใจไปว่าการที่ผมไม่ออกจากห้องนี้เป็นการยอมรับข้อตกลงของเขา ผมไม่ได้ยอมรับ แต่จะให้ผมไปไหนในเมื่อพี่สาวที่เป็นครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่นอนอยู่ที่นี่

“บ้าที่สุด นายมันบ้า ไอ้บ้า ไอ้เด็กบ้า!!” ผมทุบตีลงบนอกของใหญ่ แต่คราวนี้เขาไม่ได้ยอมปล่อยให้ทำตามใจเหมือนตอนอยู่ที่สวิสฯอีกแล้ว สองมือหนารวบข้อมือผมเอาไว้ด้วยกัน

กระชากจนร่างกายเซถลาเข้าสู่อ้อมกอด

ด้วยความรวดเร็ว ใบหน้าก็ถูกประคองให้เงยขึ้น ริมฝีปากที่คุ้นชินประกบลงมา บดเบียดขยี้จนริมฝีปากผมชาหนึบ จะดิ้นก็ถูกรู้ทัน มือใหญ่เลื่อนลงไปล็อกร่างกายผมเอาไว้แน่นในอ้อมกอดของเขา อีกข้างบีบที่หลังคอให้หันหนีไม่ได้

การถูกบังคับจูบรุนแรงจบลงที่ปากล่างของเขาถูกกัดจนได้เลือด ไอ้เด็กบ้านี่ถึงได้ยอมผละออกแต่ก็แค่ที่ริมฝีปากเท่านั้น เขายังฝืนกอดผมเอาไว้ในท่าเดิม ลิ้นร้อนเลียกวาดเอาเลือดที่กลีบปากของตัวเองกลับเข้าไปอย่างไม่ยี่หระ

เจ็บใจ

เจ็บใจจริงๆเลย

“ปล่อยนะไอ้บ้า”

“เงียบซักที เอะอะโวยวายคุณไม่รู้หรือไงว่านี่คือโรงพยาบาล ถ้าอยากจะเฝ้าแม่ก็ทำตัวให้มันสงบๆ ไม่อย่างนั้นผมจะสั่งคนทั้งโรงพยาบาลไม่ให้คุณเข้ามาที่นี่ได้อีก”

“นายไม่มีสิทธิ์!

“อย่าลืมว่าตอนนี้ผมมีสิทธิ์มากที่สุดในบรรดาทุกคนในห้องนี้ และในบริษัท ผมในฐานะลูกชายที่มีชื่อเป็นญาติคนไข้อย่างถูกต้องจากโรงพยาบาลจะสั่งให้ใครเยี่ยมหรือไม่เยี่ยมก็ได้ เชื่อสิว่าผมทำจริง”

ผมรู้ เมื่อสบสายตาของเขา รู้ว่าเขาเอาจริงแน่ๆ และเขาเองก็รู้ดีว่าพี่แซนคือจุดอ่อนเดียวที่จะทำให้ผมต้องยอมจำนน ดังนั้นผมจึงเลือกที่จะสงบปากตัวเองลงทั้งที่น้ำตายังคงไหลพรากมองภาพตรงหน้าไม่ชัดเจน

น้ำตากลบจนไม่สามารถเห็นว่าวูบหนึ่งของคนแข็งกร้าวที่แสดงความอ่อนแอออกมา

เห็นว่าผมยอมเงียบแล้ว เขาถึงได้คลายอ้อมแขนออก หันไปพยักหน้ากับคุณกริชฝ่ายนั้นก็เปิดประตูออกไป ทิ้งให้ผมอยู่ตามลำพังกับใหญ่ แม้จะมีพี่แซนนอนอยู่แต่ก็คงไม่รู้เรื่องอะไร

“นายมันแย่ หลอกลวง โกหก แย่ที่สุด ทำได้ยังไงกันใหญ่ ฉันเป็นน้าของนายนะ หึ ไม่สิ คนโต”

“บ่นอะไรนักหนา” เสียงกวนประสาทขัดผมที่กำลังพร่ำบ่นเขาเบาๆแต่ก็จงใจให้ได้ยิน ผมหันไปมองตาขวางใหญ่ก็หัวเราะกลับมา เป็นรอยยิ้มที่แม้จะอ่อนแรงนักแต่ก็เพิ่งจะได้เห็นตั้งแต่ที่เรื่องราวบ้าๆนี่กระหน่ำเข้ามาในชีวิตของเรา

หากไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น

ไม่แน่ว่าตอนนี้เรา...คงนอนกอดกันอยู่บนเตียงอย่างทุกวัน

“ปากฉัน ฉันจะบ่นก็เรื่องของฉัน”

“เหวี่ยงอย่างกับคนเป็นเมนส์ เอ๊ะ หรือคนท้อง ผมทำกับซายน์แทบทุกวันป่านนี้น่าจะลูกคนที่สองแล้วมั้ง”

“หุบปาก!!

“หึ ตวาดผมเสียงเบาขนาดนี้ไม่ทราบว่าเขินหรือไม่มีแรงแล้วกันแน่ครับ ผมว่าน่าจะอย่างหลังนะ” จังหวะเดียวกับที่ประตูเปิดออกอีกครั้งและคุณกริชยกถาดอาหารร้อนๆเข้ามา “กินอะไรสักหน่อย จะได้มีแรงด่าผมต่อ”

“.........” ผมเงียบเป็นการต่อต้าน แต่ดูเหมือนว่าใหญ่จะจับทางผมได้แล้ว ไม่รู้ว่าเขาไปรู้มากจากใครหรือมีใครสอนถึงได้ขู่ผมได้ถูกเรื่องขนาดนี้

“ถ้าไม่กิน รู้ใช่ไหมว่าผมจะจัดการซายน์ยังไง”

“เออ กินก็กินสิ” เหวี่ยงใส่เล็กน้อยเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเสียหน้า ก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะสำหรับกินข้าว ขอบคุณคุณกริชที่วางถาดลงเสียงแผ่วเบา

กับข้าวทั้งหมดเป็นของโปรดของผมทั้งนั้น และเชื่อได้ว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือคุณกริชที่รู้ว่ามันเป็นของชอบผม

ใหญ่

“นะ นายกินหรือยัง” อย่างน้อยก็ในฐานะน้าหลานกัน ผมคงถามประโยคนี้กับเขาได้....ถามโดยที่สายตายังอยู่ที่ช้อนกับส้อม

“ยัง”

“คุณกริชครับ ขอข้าวอีกจานได้ไหมครับ”

“ได้ครับคุณซายน์” ผู้ช่วยพี่นพรีบออกไปและกลับมาพร้อมข้าวเปล่า ผมเหลือบมองหน้าใหญ่แล้วมองจานข้าว คนกวนประสาทกลับแกล้งทำหน้าไม่เข้าใจ

“สั่งให้ฉันกิน นายเองก็กินซะ...เดี๋ยวต้องไปจัดการเรื่องงานของพี่นพต่อไม่ใช่เหรอ” ไม่ใช่ว่าไม่สังเกต เขาเองก็ซูบผอมไปเยอะ ใบหนาหมองคล้ำหนวดเคราไม่ได้โกน จากเด็กยี่สิบกลายเป็นคนสี่สิบได้มั้ง

นึกโกรธตัวเองที่ใจอ่อน แถมยังเจ็บใจเมื่อสีหน้าของใหญ่ดีขึ้น รีบเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามและตักของโปรดลงมาบนจานข้าวผมอย่างเอาอกเอาใจ

เกลียดตัวเองจริงๆ ที่ชอบใจอ่อนกับเขา

ผมจะทำยังไงที่จะหลีกเลี่ยงสถานการณ์ตอนนี้ได้บ้าง อะไรก็ได้ที่จะทำให้ไม่ต้องกลับไปอยู่ในจุดที่เสี่ยงต่อความสัมพันธ์ทางสายเลือดของเรา

ใหญ่ไม่มีทางยอมจบแน่ เขารู้มาหลายปีแต่ก็ยังดึงดันคบกับผม ความแตกแบบนี้เขาคงเดินหน้าสุดกำลัง

แล้วผมล่ะ...ผมจะหนียังไงดี

Rrrrrrrrrrrrr

“ฮัลโหลครับ” นั่งเฝ้าพี่แซนอยู่หลายชั่วโมง ผมรู้สึกตัวตื่นจากหลับที่ไม่สนิทนักเพราะเสียงโทรศัพท์ของตัวเองที่ดัง รอบตัวว่างเปล่ามีเพียงพี่สาวที่นอนบนเตียง ใหญ่กับคุณกริชน่าจะไปจัดการเรื่องงานศพของพี่นพแล้ว

[ซายน์ ไม่ได้คุยกันนานเลย สบายดีไหม]

สายทางไกลจากบก. ของผมนี่เอง ถึงเธอจะเป็นคนอเมริกาพูดอังกฤษเป็นหลัก แต่ชอบเรียนรู้เกี่ยวกับภาษามาก ถ้ามีเพื่อนหรือคนรู้จักต่างชาติมาจากประเทศไหนก็จะเรียนภาษานั้นทันที เช่น เธอทำงานร่วมกับผมก็หัดเรียนภาษาไทยมาสามปีแล้ว พูดคล่องพอสมควร

และเรื่องราวในชีวิตผมตอนนี้ยุ่งเหยิงเกินกว่าจะอธิบายให้ใครฟัง เลยตอบรับกลับไปไม่เต็มเสียงนัก

“คะ ครับ ก็ดี”

 [ช่วงนี้มีโปรเจ็กต์ใหม่เข้ามา น่าสนใจมากๆ ฉันคิดถึงเธอเป็นคนแรกเลยรีบติดต่อเธอทันที แต่ว่าโปรเจ็กต์นี้ใหญ่และรายละเอียดเยอะมาก ถ้าเธอสนใจฉันอยากให้เธอย้ายกลับมาที่นี่นะ]

กลับไป...ที่นั่นเหรอ


...................................................

เป็นตอนที่ยาวมว๊ากกกกกกกกก



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 987 ครั้ง

86 ความคิดเห็น

  1. #2331 Beam9404 (@Beam_sehun94) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 01:21
    อ่ยยทล้องไห้แล้ววง
    #2331
    0
  2. #2274 Haruma_Hunsei (@hunsei) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 14:24

    เรื่องแนวค้ำคอร์มันยากตรงการตัดสินใจนี่แล

    #2274
    0
  3. #1945 BlackDragon_MN (@blackdragon-mn) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 19:52
    อยากให้ซายน์กลับไปนะ มันสาหัสอ่ะ พี่แซนเป็นญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ แต่คนโตเค้าบอกแล้วนี่ว่าเค้ามีสิทธิ์ทุกอย่าง จะไม่ให้ใครยุ่งกับแม่เค้าก็ได้

    ทั้งๆที่ตัวเองทำผิดบาปมาตลอดแท้ๆอ่ะ มันไม่สำนึก
    #1945
    0
  4. #1751 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 12:35
    หลั่งน้ำตาคะ เราไม่รู้จะเห็นใจใครก่อนดีเอาเป็นว่าเราไปร้องไห้แป๊บนะ
    #1751
    0
  5. #1729 กะเทยไหล่กว้าง (@pawornrat) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 02:04
    จุดที่ซายน์ยืนเป็นอะไรที่จินตนาการยากมาก ต้องรู้สึกยังไงอ่ะ เหตุการณ์ทุกอย่างมันประดังประเดเข้ามาแรงมากกก
    #1729
    0
  6. #1718 Kakakay (@kiim-yj) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 00:16
    ซายน์คงไปไม่ได้หรอกใช่มั้ย จะปล่อยให้หลานอยู่แบบนี้ได้ยังไงล่ะ
    #1718
    0
  7. #1600 ThitiratPeeraya (@ThitiratPeeraya) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 22:50

    เดาใจว่าไรท์ให้ซายน์ไปนะ...แต่เหตุการณ์นี้จะทำให้ใหญ่เป็นหัวหน้าครอบครัวที่แท้จริง ส่วนเรื่องของซายน์กับใหญ่คงต้องปล่อยหน่วงอีกสักพัก ต่างคน ต่างต้องการหลัก ใครจะตั้งหลักได้ก่อนกัน เฮ้อออออออ//อินขั้นสุดแล้ว

    #1600
    0
  8. #1592 somayuki (@wannisa_som) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 16:34

    มาแล้ว โอกาสที่น้าจะได้ทิ้ง จำทำได้ไหมล่ะ เคยรับปากพี่สาวว่าอะไร จะไม่ทิ้งหลานไม่ใช่เรอะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เดาว่าไม่ไป ทำใจดำไม่ลง

    #1592
    0
  9. #1591 Patida9 (@Patida9) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 15:02

    อย่าบอกว่าจะไปน๊ะแล้วพี่ซายน์กับใหญ่และเล็กล่ะ
    #1591
    0
  10. #1590 Raimag (@Raimag) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 14:47
    หน่วงอะ ฮือๆ รอตอนต่อไป
    #1590
    0
  11. #1589 rain_killer (@ledy-black) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 14:42
    คำพูดพี่แซนที่ว่า...."ไม่ว่ายังไงก็อย่าทิ้วคนโตกับคนเล็ก"...มันทำให้เราเชื่อว่าซายน์จะไม่ทิ้งคนโตไปไหน ใช่อาจโกรธกับการกระทำของคนโตแต่ลึกๆ แล้วซายน์ก็รักคนโตนะเราว่า... อย่าม่าเลย T~T
    #1589
    0
  12. #1588 อ้อยใจ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 14:00

    อย่าทิ้งคนโตไปนะซายน์ ขอร้องล่ะ

    #1588
    0
  13. #1587 180126 (@180126) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 12:59
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-10.png อย่าทิิ้งใหญ่
    #1587
    0
  14. #1586 180126 (@180126) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 12:58

    อย่าไปนะ????????????????

    #1586
    0
  15. #1585 Stay1610 (@Stay1610) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 12:54
    อย่าไปนะ
    #1585
    0
  16. #1584 Phan_126 (@PhantiwaKetsri) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 12:49

    สงสารคนทั้งคู่เลยไม่รู้ว่าทางออกจะอยู่ตรงไหน รอๆๆจ้า สู้ๆๆ
    #1584
    0
  17. #1583 BEACH_KER (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 12:08

    ซายน์มีสิทธิที่จะไปนะแต่ถ้าซายน์ไปคนโตคงเหมือนตายทั้งเป็นแน่ๆแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าซายน์ไม่เจ็บอะสงสารทั้งสองคนเลยอะ เอาใจช่วยให้ทั้งคู่ผ่านไปได้นะ //แงงงใช่ค่ะดิฉันอินนน

    #1583
    0
  18. #1582 katekate (@fairykate27) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 11:42

    อย่าหนีคนโตไปแบบนั้นนนนนน อย่าาาาานะ ซายยน์

    #1582
    0
  19. #1581 aaaajrkk328 (@arjaree-oporr) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 11:37

    อย่าป๊ายยยยย อย่าทิ้งพี่สาวกับหลานสิ เข้าใจว่าโกรธแต่หลานคนเล็กล่ะแงงงงงง
    #1581
    0
  20. #1580 Chocoppp (@Chocoppp) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 10:54
    เห้อออออ
    #1580
    0
  21. #1579 Nana (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 10:04

    ไปต่างประเทศแน่ๆ...เอาสิถ้าไม่รักไม่ห่วงก้อไปเล้ยย

    ทางนี้ไม่มีใครแล้ว งานบริษัทก็ไม่มีใครช่วย ปล่อยให้ผัวทำคนเดียวให้ตายไปเล้ยยยย

    #1579
    0
  22. #1578 Nannntana (@Nannntana) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 09:40
    น้าซายน์ต้องลงโทษหลานเยอะๆ ทำได้ยังไง นอนกับน้าตัวเอง หลอกลวงมาตั้งหลายปี ไปเลย let if go!
    #1578
    0
  23. #1577 My-iDeA (@Mydean) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 09:29
    อย่าทิ้งคนโตในช่วงเวลาไปเลยน๊า แค่นี้คนโตก้อเจ็บมากพอแล้ว ไหนจะคนเล็กอีก ตอนนี้น้าซายด์คือที่พึ่งสุดท้ายของพวกเค้าเหมือนกัน
    #1577
    0
  24. #1576 Jajahpraewpun (@Jajahpraewpun) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 09:27
    เอาให้สุดดดดด แบบขอมาม่าหม้อใหญ่คราวเดียว แล้วหลังจากนี้ก็หวานๆกันให้เต็มที่เลยนะ ไม่ไหวแล้วร่างกายต้องการน้ำตาลด่วน สงสารทุกคนมาก
    #1576
    0
  25. #1575 RainyPula (@RainyPula) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 08:23
    ง่ะ ซายน์จะทิ้งหลานกลับไปอยู่ต่างประเทศหรอ ยังไงก็คิดถึงคนเล็กด้วยนะ นั่นเพิ่ง 18 เอง จะปล่อยให้อยู่กับพี่ชายกับลุงโรมแค่นี้หรอ
    #1575
    0