#แฟนพรากบังคับ *INCEST* [Nana-Naris]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 153,822 Views

  • 2,339 Comments

  • 4,798 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6,035

    Overall
    153,822

ตอนที่ 28 : #ไม่พร้อม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6262
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1042 ครั้ง
    3 พ.ค. 62



ซายน์คล้ายคนที่หลุดไปแล้ว ดวงตาเลื่อนลอยเมื่อความเสียใจต่างๆถาโถมเข้ามาในคราวเดียว ทั้งเรื่องของแม่รวมถึงเรื่องของผม

ผมรู้ว่ามันแย่ที่ต้องเปิดเผยตัวเองในสถานการณ์อย่างนี้ แต่มันเป็นเรื่องจำเป็น

ผมเสียพ่อ

แม่โคม่า

ซายน์รู้ความจริงว่าเราเป็นน้าหลานกัน

ตอนนี้ให้คิดอะไรผมก็คิดไม่ออกทั้งนั้น ทุกอย่างมันตื้อไปหมด ยิ่งอยู่ต่างประเทศจะทำอะไรก็ลำบาก แม้แต่เวลาจะเสียใจหรือร้องไห้ยังไม่มี โชคดีอย่างเดียวของผมคือมีคุณกริชที่เป็นผู้ช่วยของพ่อคอยจัดการเป็นธุระให้ในหลายเรื่องที่ผมคิดไม่ออก

แก้วกาแฟในมือผมที่ยื่นไปตรงหน้าซายน์ยังไม่ใช่จุดโฟกัสสายตาเขาในตอนแรก แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนส่งให้เขาก็เมินมันทันที สายตาที่สับสนเปลี่ยนเป็นเย็นชา ริมฝีปากที่เคยจูบมันนับร้อยพันครั้งเผยอออกคล้ายอยากจะพูดแต่ก็ไม่พูด

สุดท้ายก็เป็นผมที่ตัดสินใจพูดมันออกมา

“งานศพของพ่อคงจะยังจัดทันทีไม่ได้ ผมปรึกษากับคุณกริชแล้วว่าระหว่างที่ดำเนินการเรื่องเอกสารพาพ่อกลับบ้าน เราต้องรอดูอาการของแม่ด้วย” ยังไม่ใช่เวลาที่จะพูดเรื่องของเราสองคนตอนนี้ และผมเองก็ไม่พร้อมที่จะฟังมัน

ตอนนี้ผมสูญเสียมากพอแล้ว หากต้องเสียซายน์ไปอีกคน...

“อืม” ซายน์รับคำในคอ ไม่มองหน้าผมแม้แต่น้อย ดวงตาแดงก่ำนั้นจ้องเพียงประตูห้องผ่าตัด

แม่อยู่ในนั้น

หลังจากให้เลือดเสร็จก็ปฏิเสธพยาบาลที่จะพาไปพักผ่อน ห่วงทั้งคนในห้องและคนตรงนี้ที่นั่งรอหน้าห้องไม่ไปไหน ร่างกายอ่อนเพลียไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องสนใจ

“นายรู้...มาตลอดใช่ไหม”

“...อืม” เป็นผมที่ตอบสั้นๆกลับไปบ้าง สายตาลูกแมวป่าวาววับอัดแน่นไปด้วยความโกรธ ผมไม่คิดโทษซายน์เลยที่เขาจะโกรธขนาดนี้ เป็นผมเอง ผมก็โกรธหากถูกหลอกลวง

เรื่องนี้ทำใจมาตั้งแต่แรกแล้ว เมื่อเขารู้ไม่มีทางที่จะไม่โกรธ

แต่ผมมีทางเลือกเหรอ

“ตั้งแต่ตอนไหน” ฟังน้ำเสียงเจ็บปวดพาลหัวใจบีบรัดแทบแหลกละเอียด มือสีขาวที่บีบกันเองแน่นจนซีดเหลือง อยากจะดึงมันออกเหลือเกินด้วยความเป็นห่วง แต่ซายน์ในตอนนี้พร้อมระเบิดอารมณ์ได้ทุกเมื่อ ยิ่งเห็นว่าผมเงียบความโกรธก็ปะทุทันที

“นะ นาย...รู้ว่า...เป็นหลานฉัน”

“ใช่”

คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนเผชิญหน้า สองมือเริ่มทุบตีผมอย่างไม่ทันตั้งตัวจนแก้วกาแฟในมือหกหล่นพื้น สาดคำด่าทอตัดพ้อสารพัด ผมไม่คิดจะห้าม สิ่งที่เขาต้องเจอมันมากจนอยากให้เขาได้ระบายออกมา ยืนนิ่งปล่อยให้กำปั้นเล็กๆกระแทกลงบนอกหลายสิบครั้ง

ต่อให้ถูกทำร้ายแค่ไหน ก็ไม่มีอะไรเจ็บไปกว่าภายในใจของผมอีกแล้ว

 “ไอ้...ทำ ฮึก ทำ...ได้ยังไง” เสียงราวกับคนจะขาดใจ คุณกริชทำท่าจะเข้ามาช่วย แต่ผมส่ายหน้าห้ามเขาจึงหลบไปยืนที่เดิม ผมให้ซายน์ทุบจนพอใจ ร่างกายเริ่มอ่อนล้าเพราะไม่ได้พักผ่อนทั้งคืนบวกกับจิตใจที่ถูกกระทบกระเทือนอย่างหนัก

ซายน์ทรุดตัวลงกับพื้นร้องไห้อย่างน่าสงสาร

ผมย่อตัวลง ประคองเขาขึ้นยืนไม่สนว่าอีกฝ่ายจะขัดขืน พาไปนั่งเก้าอี้ที่เดิมไร้คำแก้ตัวใดๆ รู้ว่าพูดอะไรไปตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์ เลือกที่จะเบือนหน้าหนีมาที่ประตูห้องผ่าตัด รอจนคนฟูมฟายเริ่มสงบลง

“ส่วนเรื่องแม่” ผมเลี่ยงที่จะพูดเรื่องของเรา “ผมจองห้องพิเศษของโรงพยาบาลเอาไว้แล้ว ถ้าซายน์เหนื่อยก็ไปพักที่นั่น หรือไม่ก็โรงแรมที่คุณกริชจองเอาไว้ให้ อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลหรอก”

“..........”

“เรื่องของเราคงไม่เหมาะที่จะคุยกันตอนนี้...ซายน์”

ประโยคอ้อนวอนจบลงก็เดินออกห่างมาทั้งที่อยากเข้าไปกอด ไปปลอบขวัญซายน์เหลือเกิน รู้ว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ เราเลือกนั่งบนเก้าอี้กันคนละตัวทิ้งระยะหลายเมตร จมอยู่กับความคิดของตัวเองให้เวลาผ่านไปอย่างเงียบเชียบ ผมไม่เคยต้องทนรออะไรด้วยหัวใจที่เจ็บปวดและกระวนกระวายเท่านี้มาก่อน

ความคิดในหัวมีแต่เรื่องราวยามเมื่ออยู่กับพ่อที่เปรียบเสมือนเพื่อนสนิทที่สุด และแม่ที่คอยบ่นหากก็รักห่วงใยผมมากกว่าใครในโลก เฝ้าคิดสงสัยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ตัวเองทำตัวเป็นลูกที่ดีแล้วหรือยัง

ผมเห็นแก่ตัวไปไหมที่คิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง

ผมได้ดูแลและตอบแทนพวกท่านมากเท่ากับที่เขาทั้งสองคนทำให้กับผมหรือเปล่า

น้ำตาลูกผู้ชาย...ไม่ได้ไหลออกมาง่ายๆ

กระทั่งรู้สึกถึงน้ำอุ่นๆที่หยดลงบนหลังมือซึ่งกุมกันเอาไว้ แม้จะเป็นเพียงไม่กี่หยดหากผมไม่ได้สนใจนักที่จะลบมันออกจากใบหน้า

ในเวลาที่ได้หยุดคิด ความเสียใจก็เริ่มจู่โจมราวกับธนูนับพันพุ่งเข้าใส่พร้อมกัน

ถ้าหากว่าเล็กรู้เรื่อง มันจะเสียใจแค่ไหน

มันเร็วเกินไปสำหรับพ่อ...และแม่ที่ไม่รู้ว่าใครบนฟ้าจะกำหนดชะตาอย่างไร

“คุณคนโต คุณซายน์ครับ” เสียงของคุณกริชดึงให้ผมและซายน์ที่ต่างก้มหน้ามองมือตัวเองเงยขึ้นมามอง ไฟหน้าห้องผ่าตัดดับลงแล้ว ประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกเราสามคนก็พร้อมใจกันลุกขึ้นเดินไปรอฟังผลจากคุณหมอที่หายไปในนั้นนับสิบชม.

 “ว่ายังไงบ้างครับ” ซายน์รีบถามคุณกริชที่คุยกับหมออยู่สองสามประโยคหลังจากหมอเดินออกไป

“คุณแซนพ้นขีดอันตรายแล้วครับ” ข่าวดีครั้งแรกในรอบวันทำให้เราเผลอสบตากันพร้อมรอยยิ้มจางๆเป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้ความจริงเรื่องสายเลือด หากคำพูดต่อมาก็ทำให้ความดีใจถูกบั่นทอนลง “แต่ว่าหมอไม่ทราบว่าคุณแซนจะฟื้นเมื่อไหร่ บาดแผลภายนอกและภายในรวมกันสาหัสมาก แล้วยังมีการกระทบกระเทือนที่สมอง ตอนนี้หมอเอาเลือดที่คั่งอยู่ออกแล้ว ต้องรอดูอาการต่อไป”

“ละ แล้ว แล้วพี่แซนจะหายไหมครับ” ซายน์ทำท่าจะร้องไห้อีกครั้ง ผมเอื้อมมือไปบีบมือเขาเอาไว้ คงเพราะเสียใจและไร้ที่พึ่งในตอนนี้ นอกจากไม่สะบัดมือออกยังบีบตอบกลับแน่นเพื่อรอลุ้นคำตอบของคุณกริช

“ตอบไม่ได้ครับ ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับเวลา”

เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจของเราสองคน ทำได้แต่นิ่ง ผมตั้งสติได้ก่อนจึงรั้งตัวซายน์มากอดเอาไว้ ลูบหลังปลอบใจเขาอย่างที่คิดจะทำก่อนหน้าแต่ไม่ได้ทำ

ซายน์ซุกหน้าลงกับอก สองแขนรัดผมไว้ปล่อยโฮอย่างไม่อายใคร

“ฮืออออ พี่แซน ฮึก...หยะ ใหญ่ ทำไงดี”

“ไม่เป็นไรนะซายน์ ไม่เป็นไร แม่จะต้องหาย เชื่อผมสิ”

“ฮืออออ” เคยคิดอย่างเย็นชาว่าเสียงร้องไห้กับโรงพยาบาลย่อมเป็นของคู่กัน เกิดแก่เจ็บตายเป็นสิ่งที่ไม่มีใครห้ามได้ แต่วันนี้ผมรู้แล้วว่าเสียงร้องไห้ของคนที่เรารักมากที่สุดนั้น

มันช่างน่าหดหู่สิ้นดี

 



ซายน์เอาแต่เฝ้าอยู่ข้างเตียงของแม่จนน่าเป็นห่วง กินน้อยนอนน้อยจนกลัวว่าจะล้มป่วยไปอีกคน ผมจะเข้าไปเตือนก็ทำไม่ได้เพราะว่าตอนนี้เขาตั้งสติได้แล้วและไม่ยอมให้ผมเข้าใกล้อีก

“คุณกริชรบกวนเอาอาหารนี่ไปให้ซายน์ได้ไหมครับ” ผมยื่นกล่องอาหารเอเชียที่ไปหาซื้อมาจากร้านแถวนี้ แม้ว่าซายน์จะเรียนอยู่ต่างประเทศนานแต่ก็ชอบอาหารรสจัดอย่างอาหารไทยมากกว่า เลยคิดว่าการที่เขาได้กินของที่ชอบและถูกปากน่าจะทำให้กินได้มากขึ้น

คุณกริชมองและพยักหน้า รับเอาถุงในมือเดินเข้าไปในห้องพักคนป่วยของแม่ ไม่นานก็กลับออกมา

“คุณคนโตก็ควรจะพักบ้างเหมือนกันนะครับ คุณเองก็แทบไม่ได้นอนเลย ถ้าไม่อยากกลับโรงแรมก็เข้าไปนอนโซฟาด้านในดีกว่านะครับ”

“ซายน์คงไม่อยากจะเห็นหน้าผมเท่าไหร่” เข้าไปกี่ครั้งซายน์ก็เอาแต่ทำหน้าอึดอัดลำบากใจ บางทีก็เดินหนีออกจากห้อง ผมจึงเลือกที่จะนั่งเฝ้าหน้าห้องเพื่อไม่ให้ซายน์ต้องลำบาก

“แล้วผมก็ไม่เห็นอาหารในส่วนของคุณเลย คุณซื้อมาให้แต่คุณซายน์แล้วตัวคุณเองล่ะครับ”

“ผมไม่หิว” ผมส่ายหน้าช้าๆ นั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิม เป็นเก้าอี้พับแข็งๆที่ไม่มีอะไรเลย ขนาดตัวผมยิ่งทำให้ลำบากเข้าไปอีกแต่ผมก็เลือกจะอยู่ตรงนี้ ใกล้ๆแม่กับซายน์

“ห่วงคนอื่น อย่าลืมห่วงตัวเองด้วยนะครับ”

“ซายน์ไม่ใช่คนอื่น” เขาเป็นคนรัก...ได้แต่คิดแต่ไม่กล้าบอก ผมว่าคุณกริชคงพอเดาได้แต่เขาไม่ใช่คนพูดมากหรืออยากรู้อยากเห็นจึงเลือกจะเงียบ พูดแต่เรื่องจำเป็นเท่านั้น

“ในตอนนี้คุณก็เหมือนเป็นเสาหลักของครอบครัว หากคุณล้มป่วยหรือเป็นอะไรไปอีกคน ทั้งคุณแซน คุณซายน์หรือคุณคนเล็ก คงปั่นป่วนกันไปหมด ไหนจะบริษัทอีก” ที่คุณกริชพูดช่วยสะกิดผมได้ดี ลืมคิดไปว่าตัวเองในตอนนี้จะทำตัวเป็นเด็กคอยให้พ่อชี้แนะไม่ได้อีกแล้ว

“เรื่องงานทางนี้ผมคงต้องฝากให้คุณกริชช่วยดูไปก่อน ทางไทยก็ยังมีคุณลุงอเนกอยู่” ผมเอ่ยถึงหุ้นส่วนอีกคนของบริษัทที่พ่อเคารพนับถือและคอยสอนงานผมตลอดหลายปี ไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติ “แล้วก็...รบกวนช่วยหาอะไรรองท้องให้ผมด้วยครับ”

อะไรก็ได้ ผมแค่กินเข้าไปเพื่อให้ร่างกายนี้อยู่รอด เข้มแข็ง และเป็นหลักให้กับครอบครัวเท่านั้นพอ

“ทราบแล้วครับ” คุณกริชยิ้มออกมาเบาบางและขอตัวออกไป

สองอาทิตย์ที่บาดแผลภายนอกของแม่ดีขึ้น หมออนุญาตให้ย้ายตัวแม่กลับไปรักษาต่อที่ไทยได้แล้ว และซายน์ก็ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกแม้ว่าจะน้อยจนแทบมองไม่เห็น กลับทำให้ผมมีกำลังใจมากกว่าการทนฝืนทานอาหารในแต่ละมื้อซะอีก

“กลับไปแล้วคงต้องจัดการเรื่องงานศพของพ่อก่อน” ผมบอกคนในห้องพักซึ่งมีเพียงคุณกริชกับซายน์เหมือนเดิมหลังหมอขอตัวออกไปแล้ว สีหน้าของซายน์สลดลง ร่างกายซูบผอมจนเกือบจะเหลือเพียงกระดูก ทำให้เขาดูน่าสงสารและน่าเป็นห่วงในคราวเดียว

“ฮึกก...กลับ...กลับบ้านเรานะพี่แซน...พี่แซนต้องรีบหายนะ ซายน์ ซายน์อยู่ไม่ได้ ซายน์รับไม่ไหวแล้ว” ซายน์จับมือของแม่อย่างถนอมเหมือนกลัวว่าจะแตกสลาย

แม่ยังคงหลับสบายไม่รับรู้ใดๆ มีเพียงคนเฝ้าไข้ตัวเล็กต่างหากที่ผมกลัวเหลือเกินว่าเขาจะสลายไปเสียก่อน

ผมเดินเข้าไปใกล้ โอบไหล่เล็กเอาไว้และกระซิบปลอบใจ “แม่จะต้องหายซายน์”

ซายน์ไม่ตอบ ขยับตัวออกห่างปล่อยให้มือผมลอยคว้างอยู่กลางอากาศ หัวใจผมบีบรัดรุนแรงหากก็ยังฝืนยิ้มให้คนที่ไม่ยอมมองหน้า ยกมือขึ้นเสยผมตัวเองลวกๆ แล้วพูดต่อ

“อีกสามวันเราจะกลับบ้านกัน แล้วก็...คงต้องบอกไอ้เล็ก”

คนฟังสะอึกคำใหญ่ สีหน้าลำบากใจไม่แพ้ผมหรอกเมื่อคิดถึงอีกคนในครอบครัวที่ยังไม่รู้เรื่องนี้ มันจะเสียใจแค่ไหนที่ต้องรู้เป็นคนสุดท้าย รวดเร็วจนตั้งตัวรับทันหรือเปล่าคือสิ่งที่ผมยังห่วง

“ต้อง..อึก...ต้องบอกไอ้โรมก่อน” เป็นประโยคยาวครั้งแรกที่เขาพูดกับผมในหลายอาทิตย์นี้ ซายน์หยิบโทรศัพท์มาแล้วถือมันไปที่ระเบียงเพื่อส่งข่าวให้กับเพื่อนสนิทและยังเป็นคนที่คอยดูแลไอ้เล็กในช่วงนี้

บางทีพี่โรมน่าจะจัดการเรื่องนี้ได้ดีกว่าพวกเรา




“อือ รู้แล้ว อย่าเพิ่งเลย...ยังสอบไม่เสร็จ อือๆ เข้าใจ มึงก็...” ลุงหยุดไปหน่อยเหลือบมามองหน้าผมแล้วพูดต่อ “รีบมาแล้วกัน เรื่องทางนี้ไม่ต้องห่วง กูดูให้”

เจ้าของโทรศัพท์วางสายแล้ว ใบหน้าเหนื่อยอ่อนหันมามองผมเต็มๆตา เราอยู่กันที่ห้องของน้าซายน์ ตอนนี้ผมก็ยังงงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เมื่อสองอาทิตย์ก่อนน้าซายน์ปลุกผมแต่เช้ามืด กอดจนแน่นแล้วบอกให้ย้ายไปอยู่กับลุงเพราะน้าซายน์กับพี่โตต้องไปธุระ ไม่ได้อธิบายอะไรอีก

ผมไม่กล้าถามเพราะสีหน้าน้าซายน์ดูไม่ดีเลย

แต่ถามว่าทำไมเรายังอยู่ห้องน้าซายน์เหมือนเดิม ก็เพราะว่าผมไม่ได้ยอมย้าย ไม่อยากไปอยู่ห้องคนใจร้าย ยืนยันนั่งยันว่าโตแล้วดูแลตัวเองได้ ลุงเลยเป็นฝ่ายถอดใจแล้วขนข้าวของมาอยู่ห้องนี้แทน ตอนแรกผมจะไม่เปิดห้องให้แต่ลุงดันมีกุญแจห้องที่น้าซายน์ให้เอาไว้ แถมขู่อีกว่าถ้าไม่ยอมให้อยู่ด้วยจะโทรฟ้องน้าซายน์

ก็เลยต้องอยู่กันอย่างงงๆมารวมแล้วสองอาทิตย์โดยที่ผมไม่ได้พูดกับเขาเท่าไหร่นัก

“สอบเสร็จวันไหน” ลุงสะกิดเรียก ผมเลยถอยห่างออกจากเขาไปอีก เห็นเขาลอบถอนหายใจแล้วก็ถามย้ำคำถามเดิม “ว่าไง สอบเสร็จวันไหนตัวเล็ก”

น้ำเสียงอ่อนโยนไม่เคยเปลี่ยนทำให้รู้สึกอยากร้องไห้ แต่ในเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะเดินหน้าไม่ถอยหลังเลยฮึบเอาไว้ตีหน้านิ่งๆตึงๆกลับ ให้รู้ซะบ้างว่าคนอย่างคนเล็กน่ะ ไม่ง้อลุงแก่ๆคนหนึ่งหรอก ผู้ชายมีล้นโลก

เล็กจะหาผัวใหม่!

“วันนี้” แต่ผมต้องตอบเพราะขี้เกียจฟังคำว่า จะฟ้องน้าซายน์ ตอบเสร็จก็ถือกระเป๋าเตรียมออกไปเรียน

“พี่ไปส่ง” ลุงหยิบกุญแจรถบนโต๊ะขึ้นเดินตาม ผมเลยหยุดหมุนตัวกลับไป เพราะมันกะทันหันจึงเกิดอุบัตติเหตุเล็กน้อย ผมหมุนไปชนกับอกกว้างของลุงที่เข้ามาใกล้เกิน ร่างกายเซไปด้านหลังเกือบจะล้มก้นกระแทกหากก็มีแขนแข็งแกร่งรั้งเอวเอาไว้ ดึงให้กลับมายืนได้ดังเดิม ติดก็ตรงใกล้ชิดกันเกินไปนิด

ผมถูกลุงกอดเอาไว้หลวมๆ สีหน้าเจ้าเล่ห์น่าหมั่นไส้ ผิดกับตอนนั้นที่ปฏิเสธหักอกผมจนเสียใจ

“ปล่อย”

“ไม่อยากปล่อยเลย เพิ่งอาบน้ำใช่ไหม หอมจังเลยค่ะ” คาสโนวารุ่นลุงซุกจมูกมาใกล้ๆกับซอกคอ ผมขนลุกซู่รีบผลักอกกว้างแล้วดันตัวเองออกห่าง

ลุงยอมปล่อยโดยดี สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงตัวเอง ส่งรอยยิ้มหมาป่า กวนประสาท

“มะ ไม่ต้องมาพูดจาแบบนี้ ผมเป็นหลานเพื่อน อายุยังน้อยลุงอยากติดคุกเหรอ”

“หึ ถ้าจะติดคงติดตั้งแต่สามปีที่แล้วล่ะมั้ง ตอนนี้น่ะเราโตแล้ว พี่จะทำอะไรก็ได้” ลุงก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ท่าทางคุกคามทำให้ผมถอยหลังหนี เตรียมจะวิ่งออกจากห้อง

คนขี้แกล้งหัวเราะขำแล้วก้าวผ่านตัวผมไป

“ไปสอบได้แล้ว มัวแต่ยืนหลับตาอยู่ได้ ไปสายอย่ามาโทษพี่นะคะตัวเล็ก”

ไอ้ลุงบ้า มันเพราะใครกันเล่าถึงได้เสียเวลาน่ะ

ฟึดฟัดอยู่กับตัวเอง แต่สุดท้ายก็ยอมเดินตามหลังลุงโรมไป ลุงแกจอดรถส่งที่หน้าประตูโรงเรียน ผมยกมือไหว้ลวกๆตามมารยาทไม่บอกลาก็เปิดประตูลงจากรถ ทำเป็นไม่ได้ยินเสียงของคนที่ตะโกนตามหลังว่าจะมารับตอนเย็น

 


สอบเสร็จพร้อมกับความโล่งอก ในใจอยากตะโกนให้ลั่นตั้งแต่เขียนคำตอบข้อสุดท้ายเสร็จ ติดนิดเดียวตรงที่คนอื่นๆยังตั้งหน้าตั้งตาทำข้อสอบ ไหนจะอาจารย์ที่ยืนคุมตีหน้าโหดอยู่กลางห้อง...นิดเดียวจริงๆ

ตอนนี้ถือว่าผมเรียนจบอย่างแท้จริงแล้ว เรื่องสอบผ่านไหมไม่ต้องห่วงเลยเพราะมั่นใจเต็มที่ บ้านผมหัวดีกันทุกคนนะจะบอกให้ ดีขนาดตอนนี้มีที่เรียนเรียบร้อย สอบได้ด้วยตัวเองโดยไม่มีทุนหรือเส้นสายใดๆจากทางบ้าน เท่ากับว่าระหว่างปิดเทอมนี้ก็ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

อ้อ ยกเว้นว่าพ่อกับพี่โตเคยสั่งเอาไว้ว่าจะให้ผมเริ่มเข้าไปศึกษางานที่บริษัทแล้วนะ

พี่โตเองก็เริ่มช่วงม.ปลายนี่แหละ เริ่มก่อนผมด้วย สำหรับผมที่เป็นน้องคนเล็กภาระไม่หนักเท่าพี่ชายคนโต เรียกว่าถูกครอบครัวสปอยล์มาตลอดแต่ยังไงก็ต้องไปดูงานบริษัทมาก ไม่จริงจังแต่ก็ต้องไป

ดีเหมือนกันปิดเทอมอย่างน้อยก็มีอะไรทำ พ่อไม่ได้บอกว่าต้องเข้าไปทุกวันอยู่แล้ว แอบไปเที่ยวกับไอ้ก้องได้อยู่แหละน่า

“ไงมึง ฉลองที่ไหนดี ไอ้พวกนั้นมันให้มาถาม” ไอ้ก้องออกจากห้องสอบมาตบหัวผมที พยักเพยิดหน้าไปทางแก๊งเพื่อนนักฟุตบอลของมัน ซึ่งผมก็พอสนิทบ้างเพราะก็เล่นด้วยกันนี่แหละ

“ไหนก็ได้ กูได้หมดอ่ะ”

“งั้นไปร้านพี่ไอ้โจป่ะ มันชวน อยากให้มึงไป” เพื่อนสนิทยกคิ้วแซว ผมซัดหมัดไปที่ท้องมันเบาๆหนึ่งที

“มึงอย่าทำงี้ดิไอ้ก้อง กูไม่ได้ชอบผู้ชายทุกคนนะเว้ย แล้วก็ไม่อยากให้ความหวังโจมันด้วย” รู้ว่าโจชอบผมนะ แต่ผม...ยังรักคนใจร้าย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเลิกรัก และยังไม่พร้อมจะเปิดใจให้ใครคนใหม่ด้วย

เป็นอะไรที่โคตรจะย้อนแย้งในตัวเองเลย เมื่อเช้ายังประกาศในใจว่าจะหาคนใหม่ แล้วพอคนใหม่เข้ามากลับบอกว่าไม่พร้อม

“แต่มึงก็เลิกกับลุงมึงแล้วนี่ กูว่าไอ้โจก็ดีนะ มันโสด ไม่เจ้าชู้เหมือนลุงแก่ๆของมึงด้วย” ถ้าพี่โรมได้ยินต้องหลั่งน้ำตาแน่ ไอ้ก้องเคยเห็นลุงแล้วนะ มันบอกว่าแก่ ทั้งที่ผมคิดว่าลุงออกจะแซ่บสไตล์แด๊ดดี้ ไม่เห็นแก่ตรงไหน

อาจเพราะว่าลุงเป็นลูกครึ่งด้วยมั้ง หน้าเลยล้ำอายุไปนิดหน่อย ผมไม่ถือ...เอ๊ะ จะถือไม่ถือ ก็ไม่มีสิทธิ์แล้วนี่หว่า ตัดใจแล้วอย่าลืมไอ้เล็ก

“อย่าว่าลุง”

“เออ ล้อเล่นน่า แตะไม่ได้เลยนะลุงของมึงเนี่ย สรุปร้านพี่ไอ้โจ?”

“อืม”

ปี้นนน

“ตายยากชิบหาย ไหนว่าเลิกกันแล้ว?” ไอ้ก้องหันไปมองรถของลุงที่แล่นมาจอดเทียบทางเท้าหน้าโรงเรียนแล้วก็ถอนหายใจ สีหน้าดูถูกว่าผมนี่คงไม่มีทางเลิกรักลุงได้ ก็มันเห็นมาตลอดว่าผมตามตื๊อลุงอยู่เป็นหลายปี จะคิดงั้นก็ไม่แปลก

“ไม่ได้คบจะเลิกได้ไง พอดีน้าซายน์ไม่อยู่เลยขอให้ลุงมาเป็นผู้ปกครองให้ชั่วคราวน่ะ”

“งี้มึงจะมาได้เหรอ เขาหวงมึงยิ่งกว่าอะไร ขนาดกูแค่เพื่อนยังมองตาขวางใส่ออกบ่อย กูว่างานนี้มึงนก”

“กูจะไป ใครก็ห้ามกูไม่ได้หรอก” ผมบอกอย่างมั่นใจ และสุดท้ายก็ได้มานั่งเลี้ยงฉลองเรียนจบกับเพื่อนแก๊งนักบอลสมใจจริงๆ

“...........”

กริบกันหมด แต่ละคนนั่งเกร็งมองยักษ์วัดแจ้งที่นั่งหน้าเครียดผิดที่ผิดทางอยู่ในโต๊ะ อ้อ ผิดวัยด้วย เหล้าในมือแทบไม่พร่องเพราะสบตาคมกริบ

“ถ้าจะมาแล้วทำหน้าอย่างนี้ กลับไปก่อนเลย เดี๋ยวผมกลับเอง” ผมหมดความอดทน เกรงใจเพื่อนด้วยที่ทำเสียบรรยากาศเลยออกปากไล่ คนฟังหน้าบึ้งหนักกว่าเดิม เพิ่มความน่ากลัวจนโจไม่กล้าพูดกับผมเลยตั้งแต่เข้าร้านมา

“ไล่พี่เหรอ พี่ก็ไม่ได้ว่านี่จะดื่มก็ดื่มไปสิ”

“ลุงเล่นทำหน้าอย่างนี้เพื่อนผมก็เกร็งหมด”

“พี่ห่วงนี่คะ หนูมาดื่มร้านแบบนี้บ่อยไหม ไม่เห็นเคยบอกพี่เลยว่าเข้าร้านพวกนี้ด้วย” ลุงมองไปรอบร้านอย่างไม่ชอบใจ ทั้งที่ตัวเองเที่ยวร้านแบบนี้ออกบ่อย ก็แค่ร้านนั่งชิลเอง ไม่ถึงกับผับบาร์สักหน่อย กังวลไปได้

“ชีวิตผมป่ะ โน่นน่ะ สาวๆมองลุงอยู่ ไม่ไปหาล่ะ ปกติชอบนี่”

“เฮ้อออ ตัวเล็ก เลิกงอนพี่ได้แล้วนะ ถ้าเป็นเรื่องตอนนั้นพี่ขอโทษ แต่เราควรเคลียร์กันให้เร็วที่สุด ตอนนี้หนูสอบเสร็จแล้ว กลับบ้านกับพี่แล้วไปคุยกันดีกว่า ยังมีอีกตั้งหลายเรื่องที่เราควรจัดการก่อนไอ้ซายน์กับไอ้ใหญ่จะกลับมา”

“ไม่ ผมจะฉลองกับเพื่อน ลุงกลับไปก่อนเลย”

“เอ่อ” อยู่ๆโจก็ยกมือขึ้น ขัดบทสนทนาของผมกับลุง “ลุงของเล็ก กลับก่อนก็ได้นะครับ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมดูแลเล็กให้อย่างดีเอง จะพาไปส่งถึงห้องเลยครับ”

โจบอกอย่างหวังดี แต่ลุงกลับทำหน้าหาเรื่องใส่ เสียงก็กวนประสาท คิ้วเข้มกระตุกรัวเลยขณะที่ถามเพื่อนผม

“ชอบตัวเล็ก?”

“ครับ ผมชอบ” โจตอบอย่างไม่เกรงกลัว ไม่มีหลบตา

แอบนับถือว่ะ

“เสียใจด้วยนะ ฉันไม่อนุญาต”

“แต่คุณเลิกกับเล็กไปแล้ว ที่จริงผมไม่จำเป็นต้องบอกคุณก็ได้ นี่ถือว่าให้เกียรติเพราะตอนนี้น้าซายน์ให้คุณดูแลเล็กอยู่”

“มึงรู้” จากคำพูดสุภาพของลุง เปลี่ยนไปทันที

“เล็กบอกครับ”

“น่าจะบอกไม่หมด เพราะว่าฉันไม่เคยพูดสักคำว่า...เลิกกัน” ลุงลุกขึ้นยืน ฉุดข้อมือผมให้ลุกตาม จ้องหน้าโจเหมือนอยากจะต่อยให้คว่ำแต่ก็ไม่ทำ กระชากผมให้เดินไปกับเขาหลังประกาศลั่นร้านแทน “อย่าฝันว่าจะมีช่องมาจีบเมียกูเลย คนของกู กูดูแลเองได้ เล็กกลับ!

เหี้ยอะไรของลุงวะเนี่ย

ลุงบ่นมาในรถตลอดทางตั้งแต่ร้านจนถึงห้อง ผมขี้เกียจจะเถียงด้วยก็เลยหันหน้าออกนอกหน้าต่าง กระทั่งประตูลิฟต์เปิดออก เดินไปที่ห้องของน้าซายน์

“เดี๋ยวตัวเล็ก คุยกับพี่ก่อน” มือใหญ่ดึงต้นแขนผมไว้ไม่ให้หนีเข้าห้องนอนตัวเอง สองอาทิตย์มานี้เขานอนห้องของน้าซายน์เพราะผมไม่ยอมให้เข้าห้อง ต่อให้เขามีกุญแจก็ไม่ได้มีกุญแจห้องนอน

“ไม่คุย เหนื่อยแล้วจะไปอาบน้ำ”

“ไม่คุยไม่ได้ ต้องคุย ทำไมถึงไปบอกคนอื่นแบบนั้น แล้วไอ้เด็กนั่นมันมาจีบตั้งแต่เมื่อไหร่ นานแค่ไหนแล้วทำไมไม่เคยบอกพี่ว่ามีคนมาจีบ”

ผมเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง สะบัดแขนออกเต็มแรง “เรื่องเดียวที่ผมจะคุย คือลุงเสียมารยาทกับเพื่อนผมมาก คนอื่นเขาอึดอัดลุงเห็นสีหน้าพวกนั้นไหม ที่ยอมให้ไปเพื่อให้มันจบๆ ไม่ใช่ให้ลุงมาว่าโจแบบนั้น”

“เข้าข้างมัน? เนี่ยเหรอคนที่บอกว่ารักพี่น่ะ” ลุงใช้ลิ้นดันแก้มตัวเอง สีหน้ากวนประสาทเหลือจะรับ

“คนๆนั้นไม่มีอยู่แล้วพี่โรม...ไม่มีตั้งแต่วันที่พี่ผลักผมออกจากชีวิตแล้ว”

“ตัวเล็ก”

“...........”

“พี่ขอโทษ...เราเริ่มต้นกันใหม่ไม่ได้เหรอ” ท่าทางเสียใจไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น มาบอกในตอนนี้มันก็สายไปแล้ว ผมให้โอกาสเขามาสามปีเต็ม แต่เขาไม่คว้าเอาไว้เอง คนอย่างผมทนจนพอแล้วจะไม่ทนอีกต่อไป

“รู้ไหม” ผมเป็นฝ่ายก้าวเข้าไปหา “ขณะที่พี่ใช้ชีวิตอย่างคนหลงตัวเองว่าผมจะยอมพี่ตลอดไป ไม่บ่นไม่ว่าเวลาเจอพี่กับกิ๊กพวกนั้น ผมปิดกั้นทุกคนที่เข้าหาทั้งๆที่มีคนมาจีบไม่น้อยทั้งผู้หญิงผู้ชาย ในเมื่อโอกาสที่พี่ได้ไป พี่ไม่เห็นค่า”

“.......”

“ก็อย่ามาร้องขออะไรจากผมอีก” หมุนตัวเดินเข้าห้อง ปล่อยให้คนฟังยืนอึ้งอยู่ที่เดิม

ที่พูด ก็เพื่อให้สำนึก ต่อไปลุงจะได้ไม่กล้าทำมันอีก

ใช่ครับ ผมแค่อยากจะสั่งสอนลุงเท่านั้นเอง...หวังว่าจะยังไม่รีบถอดใจไปก่อนนะ

สู้ๆนะลุง คึคึ


.......................................

ให้อ่านในเวที่น้องยังไม่รู้เรื่องเด้อ ตอนหน้ารู้เรื่องละ

ลุงยังไม่บอกเพราะต้องรอน้องสอบให้เสร็จก่อนนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.042K ครั้ง

78 ความคิดเห็น

  1. #2330 Beam9404 (@Beam_sehun94) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 01:12
    หน่วงมากๆๆๆ
    #2330
    0
  2. #2273 Haruma_Hunsei (@hunsei) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 14:08

    ตอนนี้หน่วงดีจัง ชอบๆhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-11.png

    #2273
    0
  3. #1749 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 12:19
    หนักหน่วงมากบอกเลย น้ำตาไหลอ่ะ
    #1749
    0
  4. #1715 Kakakay (@kiim-yj) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 23:55
    จะมีความสุขก็มีไม่สุด ไม่อยากจะดตอนที่รู้ว่าพ่อแม่เกิดอุบัติเหตุ และพ่อก็เสียแล้วเลย
    #1715
    0
  5. #1510 Tita2212 (@Tita2212) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 20:48
    อยากอ่านเรื่องราวลุงเล็ก ดูน่าลุ้นน่าติดตามจังเลย
    #1510
    0
  6. #1507 20042001 (@20042001) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 16:22

    อยากอ่านเรื่องของลุงกับเล็กเต็มๆจัง แงงงง. ชอบอ่ะ
    #1507
    0
  7. #1506 daodoy (@daodoy) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 15:49
    ลุงจุกเลยดิ55
    #1506
    0
  8. #1505 Phan_126 (@PhantiwaKetsri) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 13:53
    จะเป็นอย่างไรนะตัวเล็กสู้ๆๆนะลุง รอจ้า
    #1505
    0
  9. #1504 babing (@babing) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 11:06
    ตัวเล็กเอ้ยยย แสบจริงๆแต่ต้องงี้แหละ

    ถึงจะเอาอยู่

    คึคึ
    #1504
    0
  10. #1503 แมวว (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 06:43

    แจ่มมาก ตัวเล็ก ต้องงี้สิ ลุงเงิบบบเลย เอ้าลุงสู้ๆ

    #1503
    0
  11. #1502 aomm_choco (@aomm_choco) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 05:45
    สมน้ำหน้าลุง หึๆๆ เล็กไม่ใช่ของตายนะว้อยยยย
    #1502
    0
  12. #1501 กะเทยไหล่กว้าง (@pawornrat) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 02:11
    โอ้ยยยย เทามากค่ะไรท์ ยอมแล้ววว รีบเคลียร์ให้หน่อย แงๆๆๆ
    #1501
    0
  13. #1498 Sirikandadechhom (@Sirikandadechhom) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 00:32
    ผู้ชายที่พูดคะ/ค่ะ เค้าว่าเจ้าชู้ แต่เราชอบเวลาพี่โรมพูดกับคนเล็ก มันน่ารักดี งื้อ เขิน // ยังไงลุงก็สู้ๆนะ น้องยังรักมากๆอยู่ แค่เสียใจตอนลุงไม่สนใจแค่นั้นเอง
    #1498
    0
  14. #1497 88duorathai (@88duorathai) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 00:22
    ไม่รู้ว่าจะสงสารใครก่อนดี😢แต่ที่แน่ ๆสมน้ำหน้าลุงโรม😏
    #1497
    0
  15. #1495 AE0404 (@airplane0330) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 23:34

    ฮรืออออ น้องจะรับไหวไหมมมม
    #1495
    0
  16. #1493 manejanb (@manejanb) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 23:07

    รอออออออ
    #1493
    0
  17. #1492 PandaHaHe (@PandaHaHe) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 23:03

    ดีๆ ตัวเล็กทำให้ลุงแก่ๆรู้ซะบ้างว่าใครถือไพ่เหนือกว่า


    ปล.ไรท์เตอร์สู้ๆนะคะ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ตามอ่านและชอบทุกเรื่องที่เขียนเลยค่ะ

    #1492
    0
  18. #1490 yui26oppo (@yui26oppo) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 22:08
    สงสารน้าชายที่สุด
    #1490
    0
  19. #1486 ThitiratPeeraya (@ThitiratPeeraya) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 20:41
    ถึงเวลาสั่งสอน"คนหลงตัวเอง" แล้วคนเล็ก ลุงต้องได้เรียนรู้ความเจ็บปวดบ้าง จัดไปลูกอย่าเพิ่งใจอ่อน ถ้าลุงมันใจเสาะแค่นี้ทนไม่ได้ก็ช่างหัวมัน หนูทนมาได้ตั้ง 3 ปี แค่นี้ยังเบาะๆ
    #1486
    0
  20. #1484 aaaajrkk328 (@arjaree-oporr) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 20:25
    น้องเป็นคนละคนตลอดเวค่ะ555555เมื่อเช้าบอกหาใหม่ตกเย็นบอกแค่อยากสั่งสอน น้องนี่มันน้องจริงๆแสบเว่อออ
    #1484
    0
  21. #1483 Patida9 (@Patida9) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 20:24

    เศร้ารอเลย
    #1483
    0
  22. #1482 MyUniverseOSH (@MyUniverseOSH) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 20:23

    ว้ายๆอิลุงหลุดปากว่า อย่ามายุ่งกะเมียกุ ว้ายๆ
    #1482
    0
  23. #1481 maymay25 (@maymay25) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 20:10
    ไม่อยากนึกตอนคนเล็กรู้เลย
    #1481
    0
  24. #1480 xoap (@xoap) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 20:08
    ตอนเช้าบอกจะหาใหม่ แป๊บๆก็ลืม รักเค้าอะเนอะคนเล็ก เข้าใจๆ
    #1480
    0
  25. #1479 Nice_World_Wings (@Nice_World_Wings) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 19:43
    คนเล็กเอาให้นักเลย
    #1479
    0